Category: ท่องเที่ยว

  • ธุรกิจโรงแรมปี 68 รายได้หดตัวรอบ 5 ปี เผชิญความท้าทายรอบด้าน

    ธุรกิจโรงแรมปี 68 รายได้หดตัวรอบ 5 ปี เผชิญความท้าทายรอบด้าน

    ธุรกิจโรงแรมปี 2568: ภาพรวมที่น่ากังวลและแนวทางปรับตัว

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปี 2568 รายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักจะหดตัวลง 4.5% จากปี 2567 ซึ่งถือเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี การลดลงนี้เป็นผลมาจากหลายปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 
     

    ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ

    จำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง: คาดว่าในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยจะลดลง 9% จากปีที่ผ่านมา เหลือประมาณ 32.2 ล้านคน นอกจากนี้ วันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ลดลงด้วย 

    อัตราการเข้าพักและราคาห้องพักที่ลดลง: ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 อัตราการเข้าพักทั่วประเทศอยู่ที่ 71.66% ซึ่งลดลง 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าตลอดทั้งปีอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 69.83% หรือลดลง 2.3% ส่วนราคาห้องพักเฉลี่ยก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน โดย 7 เดือนแรกของปี ดัชนีราคาห้องพักเฉลี่ยลดลง 5% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะลดลง 4% 

    รายได้จากบริการอื่น ๆ ที่หดตัว: รายได้จากการจัดงานประชุมและสัมมนาลดลง เนื่องจากมีการจัดงานระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การจัดงานประชุมและสัมมนาทั้งในและต่างประเทศลดลงถึง 13% 

    ความท้าทายจากต้นทุน: ธุรกิจโรงแรมเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าแรงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไม่สามารถผลักภาระต้นทุนนี้ไปที่ลูกค้าได้เต็มที่ เนื่องจากสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวและการแข่งขันที่รุนแรง 

    กลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวัง

    สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการแตกต่างกันไป  โดยกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

    • โรงแรมที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติสูง: โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก ที่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และเชียงใหม่ ซึ่งมีการแข่งขันสูงเนื่องจากจำนวนห้องพักในพื้นที่มีมาก 
       
    • โรงแรมในพื้นที่ชายแดน: เช่น จังหวัดสระแก้วและอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 

    ในทางตรงกันข้าม บางจังหวัดที่คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ส่วนใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวไทย เช่น กาญจนบุรี พังงา นครศรีธรรมราช นครราชสีมา และนครพนม 

    แนวโน้มและความเสี่ยงในอนาคต
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ธุรกิจโรงแรมยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง โดยมีความเสี่ยงที่จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกและในประเทศที่ชะลอตัว รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังมีหนี้สินต่อรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ทำให้สถานการณ์ยิ่งน่ากังวล 

    ธุรกิจโรงแรมปี 68 รายได้หดตัวรอบ 5 ปี เผชิญความท้าทายรอบด้าน

    จากความท้าทายทั้งหมดนี้ การปรับตัวสู่การเป็น 

    “โรงแรมยั่งยืน” จึงมีความจำเป็นมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจที่หันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/729825&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28bSHH1fJKFJurhhlo5EgJ

  • กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    กรุงเทพมหานครกำลังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อคลองสามเสน หนึ่งในสายน้ำเก่าแก่ที่ผูกพันกับชีวิตคนเมืองหลวงมายาวนาน โดยมีแผนพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองตลอดเส้นทางกว่า 4.3 กิโลเมตร ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับโครงการสกายวอล์กราชวิถีที่กำลังก่อสร้าง เพื่อสร้างโครงข่ายทางสัญจรที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและคุณภาพชีวิตคนกรุง

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    “คลองสามเสน” จากเส้นทางประวัติศาสตร์สู่การฟื้นฟูในเมืองสมัยใหม่

    คลองสามเสนถือกำเนิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมเป็นคลองสายสำคัญสำหรับขนส่งสินค้าและใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำเข้าสู่กรุงเทพฯ หลังจากสร้างพระนครใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1 คลองสามเสนยังคงมีความสำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การค้า และการอยู่อาศัย ย่านริมคลองเป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานเก่าแก่ มีวัดและศาสนสถานหลายแห่ง เช่น วัดโบสถ์ (สามเสน) ที่เป็นศูนย์รวมชุมชนมาแต่โบราณ

    ในช่วงเวลาต่อมา คลองสามเสนกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งตลาดสด บ้านเรือนริมน้ำ และเส้นทางเชื่อมต่อไปยังย่านการค้าและราชการ แต่ด้วยการขยายตัวของเมืองและระบบคมนาคมทางบก ความสำคัญของคลองค่อย ๆ ลดลง กลายเป็นพื้นที่ถูกละเลยในบางช่วงเวลา โครงการฟื้นฟูในปัจจุบันจึงมีเป้าหมายชัดเจน คือ “ปลุกชีวิตคลองสามเสน” ให้กลับมาเป็นเส้นเลือดสำคัญของเมืองอีกครั้ง

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองสามเสน ตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ กรุงเทพฯ ระยะทาง 4.3 กม. พร้อมเชื่อมกับโครงการสกายวอล์กราชวิถี ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้โดยเปิดเผย

    แผนแม่บทการพัฒนา 4 โครงการนำร่อง

    การปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองสามเสนครั้งนี้ดำเนินการโดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ภายใต้วิสัยทัศน์ “ฟื้นฟูคลองสามเสน ขยายฐานประวัติศาสตร์สู่โอกาสการเดินทางและการท่องเที่ยว สร้างระบบนิเวศคลองต้นแบบ” ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 โครงการนำร่อง ได้แก่

    1. พัฒนาพื้นที่ปากคลองสามเสน – เสริมสร้างประตูสู่คลองและแม่น้ำเจ้าพระยา

    2. ปรับปรุงภูมิทัศน์และลานกิจกรรมวัดโบสถ์ (สามเสน) – คืนพื้นที่สาธารณะให้ชุมชนและวัฒนธรรม

    3. ก่อสร้างทางเดินเท้าและสะพานเชื่อมสวนพญาไทภิรมย์และพระราชวังพญาไท – เปิดเส้นทางใหม่ด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อน

    4. ปรับปรุงพื้นที่ริมคลองบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – จุดเชื่อมต่อกับโครงการสกายวอล์กราชวิถี เพิ่มความสะดวกด้านการเดินทาง

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    “สกายวอล์กราชวิถี”โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมเมือง

    สกายวอล์กราชวิถีเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีเป้าหมายเชื่อมโยงพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมหลักของเมือง เข้ากับโรงพยาบาล สถานศึกษา และย่านการค้าสำคัญตลอดเส้นราชวิถี โครงข่ายทางเดินลอยฟ้านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดการใช้รถยนต์ และส่งเสริมการเดินเท้าและระบบขนส่งสาธารณะ เมื่อผนวกเข้ากับโครงการฟื้นฟูคลองสามเสน จึงเกิดการเชื่อมต่อทั้งทางบกและทางน้ำในเชิงบูรณาการ

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    เมืองที่คนมีส่วนร่วม การออกแบบเพื่อทุกคน

    สิ่งที่โดดเด่นของโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน กรุงเทพมหานครได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการและจ้างที่ปรึกษาสำรวจ-ออกแบบโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอแนวคิด ปัญหา และความต้องการ เพื่อสะท้อนวิถีชีวิตจริงของคนเมือง การออกแบบที่ได้จึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรมเชิงกายภาพ แต่ยังเป็นการออกแบบเมืองที่ตอบสนองต่อหัวใจของผู้คนที่มีความหลากหลาย

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    ก้าวต่อไปของคลองสามเสน

    การฟื้นฟูคลองสามเสนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่เป็นก้าวสำคัญในการคืนชีวิตให้กับสายน้ำประวัติศาสตร์ สร้างพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของเมืองที่มุ่งสู่ความยั่งยืน ผ่านการจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และการเดินทางที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ

    คลองสามเสนในวันข้างหน้า จึงไม่ได้เป็นเพียงสายน้ำเก่าแก่ แต่จะกลับมาเป็น “คลองต้นแบบ” ที่มีชีวิตชีวาอีกครั้งในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

    กทม.เดินหน้าปลุกชีวิตคลองสามเสน เชื่อมสกายวอล์กราชวิถี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/729827&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YIUB365_W_HqrDDEc8l4M

  • ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย

    ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 จุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย

    อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย เปิดประสบการณ์ใหม่ให้นักเดินทางที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ โดยคาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) คว้าอันดับหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางชนบทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาค ตามด้วยเขาใหญ่ (ไทย) และปุนจัก (อินโดนีเซีย) ในอันดับสองและสามตามลำดับ

    3 ก.ค. 2568 – อโกด้า ระบุว่า จุดหมายปลายทางในชนบท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและเนินเขา กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและความงดงามของธรรมชาติ จุดหมายปลายทางเหล่านี้เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สบายตาและวิถีเรียบง่ายแบบชนบท เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่

    ข้อมูลของอโกด้า จัดอันดับจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนจาก 8 ประเทศในเอเชีย โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 สิงหาคม 2568 พบว่า เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้) ต่างติดอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชียในปีนี้ด้วย ไม่ว่าเป็นผืนป่าเขียวขจีของคาเมรอน ไฮแลนด์ ในมาเลเซีย ไปจนถึงความงดงามของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะในญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางเหล่านี้ล้วนสะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของชนบทรอให้นักเดินทางได้มาสัมผัส

    คาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) เป็นเมืองชนบทใจกลางมาเลเซีย มีความโดดเด่นด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีไร่ชาที่สวยงามตระการตา นักเดินทางสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์เขียวขจี เพลิดเพลินกับสวนดอกไม้สีสันสดใส ลิ้มรสผลไม้สดใหม่จากฟาร์มท้องถิ่น และยังสามารถออกเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

    เขาใหญ่ (ไทย) เขาใหญ่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดดเด่นด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ น้ำตกน้อยใหญ่ และสัตว์ป่านานาชนิด นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งการเดินป่าชมธรรมชาติ ซาฟารีส่องสัตว์ และชมวิวทิวทัศน์อันงดงามจากจุดชมวิวต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับการผจญภัยไว้อย่างลงตัว

    ปุนจัก (อินโดนีเซีย) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวา ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาอันงดงามและไร่ชาที่เรียงรายอย่างสวยงามตามแนวเนินเขา ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี นักเดินทางสามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการเดินป่า กีฬาร่มร่อน และเดินเล่นชมตลาดท้องถิ่น ปุนจักจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ที่มองหาการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติในช่วงวันหยุดสั้น ๆ จากเมืองใหญ่

    ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น) เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ มอบทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็น ผ่อนคลายกลางธรรมชาติ ชมสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และร่วมกิจกรรมเทศกาลตามฤดูกาลต่าง ๆ ความใกล้ชิดกับภูเขาไฟฟูจิทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิ

    เขิ่นติง (ไต้หวัน) เป็นแหล่งท่องเที่ยวงดงามริมชายฝั่งที่นักเดินทางยังไม่ค่อยรู้จัก ขึ้นชื่อด้วยชายหาดทรายขาวสะอาดและท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสีสันสดใส นักเดินทางสามารถสนุกกับกีฬาทางน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพักผ่อนบนชายหาดอย่างสบายใจ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ยังมีเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการการผจญภัย

    ซาปา (เวียดนาม) เป็นจุดหมายปลายทางบนภูเขาที่โด่งดังด้วยนาขั้นบันไดและหมู่บ้านชาวพื้นเมือง นักเดินทางสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมวิวพาโนรามาของเทือกเขาฮวงเหลียงซาน เสน่ห์เฉพาะตัวของซาปาทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้รักการผจญภัย

    มุนนาร์ (อินเดีย) เป็นเมืองบนเนินเขาในรัฐเกรละของอินเดีย ขึ้นชื่อด้วยไร่ชาเขียวขจีและขุนเขาที่โอบล้อมด้วยสายหมอก นักเดินทางสามารถเดินชมทิวเขาอันเขียวชอุ่ม แวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชา และสำรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่มอบความเงียบสงบให้กับนักเดินทางได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

    พย็องชัง (เกาหลีใต้) เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสอากาศหนาว ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2561 นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางหิมะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือสนุกไปกับลานหิมะต่าง ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม พร้อมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทำให้พย็องชังเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับสายผจญภัยและผู้ที่ต้องการพักผ่อนตลอดทั้งปี

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เขาใหญ่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชีย เขาใหญ่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวไทยมายาวนาน และตอนนี้นักเดินทางจากทั่วทั้งเอเชียก็เริ่มค้นพบเสน่ห์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ อุทยานแห่งชาติ หรือบรรยากาศที่ผ่อนคลาย อโกด้ามุ่งมั่นในการทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน และเราภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยให้นักเดินทางได้ออกไปสัมผัสจุดหมายปลายทางที่น่าทึ่งอย่างเขาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้น ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติในระยะยาว”

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/855079/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XkqFgzNYXl1RYaEGMJCEf

  • การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    วันนี้ (วันที่ 3 กันยายน 2568) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยสายการพาณิชย์ ร่วมกับ Mastercard จัดเวทีทอล์กครั้งใหญ่ “THAI Talk: Travel Trend and Priceless Experience” เปิดอินไซต์เทรนด์ท่องเที่ยวล่าสุดของคนไทยปี 2568 สู่ตลาดในเอเชีย 

    นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จากสถิติผู้โดยสารคนไทยของการบินไทยช่วงมกราคมถึงกรกฎาคม 2567 เส้นทางยอดนิยม 5 อันดับแรกจากกรุงเทพฯ สู่เอเชีย ได้แก่ โตเกียว (นาริตะ), ฮ่องกง, โอซาก้า, สิงคโปร์ และเกาหลี (โซล) 

    แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2568 โตเกียวยังคงครองแชมป์ ส่วนสิงคโปร์และเซี่ยงไฮ้ขยับขึ้นมาเป็นที่ 2 และ 3 แทนที่ฮ่องกงและโอซาก้า ส่วนโซล เกาหลีใต้ ยังติดท็อป 10

    กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์

    ส่วนเส้นทางที่มีอัตราการเติบโตน่าสนใจคือ เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาที่ได้รับความนิยมจากคนไทยเพิ่มขึ้นกว่า 100% ด้านเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนก็มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นกว่า 80% เช่นกัน โดยในปี 2568 การบินไทยเพิ่มเที่ยวบินในหลายเส้นทางเพื่อรอบรับความต้องการใหม่ ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ โคลัมโบ และเดนปาซาร์ (บาหลี) เป็นต้น

    การบินไทย

    นอกจากนี้ “กวางโจว” ประเทศจีน เป็นอีกหนึ่งเมืองที่กำลังมาแรง ปี 2568  ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คนไทยไม่เพียงแต่ไปชอปปิ้ง แต่ยังสนใจพิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์ ชมเมือง และชิมสตรีตฟูดที่มีให้เลือกหลากหลาย ความนิยมนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นภายหลังมาตรการฟรีวีซ่าของประเทศจีน ที่ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น” 

    ประเทศจีนถือเป็น Hidden Gem ของนักเดินทางไทย ที่ครบเครื่องทั้งค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้และแหล่งท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ตั้งแต่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ไปจนถึงสวนสนุกชื่อดังอย่าง Disneyland ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการประสบการณ์แปลกใหม่แตกต่างจากญี่ปุ่นหรือเกาหลี

    อีกทั้งการบินไทยยังให้บริการครอบคลุมเมืองใหญ่ทั่วประเทศจีน เพื่อมอบความสะดวกสบายและประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดแก่ผู้โดยสาร

    นักเดินทางไทยปัจจุบันให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายมากขึ้น นิยมบินฟูลเซอร์วิสที่จ่ายครั้งเดียวแล้วครบทุกความต้องการ การบินไทยตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารเพื่อความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการด้วยเครื่องบินลำใหญ่ ห้องโดยสารกว้าง มาพร้อมกับระบบ In-flight Entertainment ที่ทันสมัย และอาหารระดับพรีเมียมที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันในทุกชั้นโดยสาร

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    สำหรับเครื่องบิน Airbus A320 ได้อัปเกรดที่นั่งทุกลำให้มีชั้น Royal Silk หรือชั้นธุรกิจที่สามารถปรับเอนนอนได้สบายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มพรีเมียมที่ใส่ใจเรื่องความสบายระหว่างเดินทางแม้ในเส้นทางระยะสั้น การบินไทย มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น คุ้มค่า และใส่ใจทุกรายละเอียด

    นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน และออกแบบตารางบินให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์นักเดินทางมากที่สุด เช่น เลือกออกเดินทางกลางคืนถึงเช้าเพื่อเที่ยวต่อได้แบบเต็มวัน หรือบินเช้าถึงบ่ายสำหรับคนที่อยากเช็กอินเข้าโรงแรมได้พอดี เหมาะทั้งกลุ่มคนทำงานที่อยากประหยัดวันลาและครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็กหรือผู้สูงอายุที่ต้องการความสะดวกสบาย ตอกย้ำว่า การบินไทย คำนึงถึงความราบรื่นและคุ้มค่าในทุกมิติของการเดินทางเสมอ นายกิตติพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ด้านนางสาวจุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTrip ประเทศไทย เผยว่า ในครึ่งปีแรกของปี 2568 คนไทยเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าการเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์สำคัญ แต่จะเน้นการเที่ยวอย่างชาญฉลาดมากขึ้นตามแนวคิด ‘หั่นเที่ยว ไม่หั่นทริป’ คือเปลี่ยนจุดหมายให้อยู่ในเอเชียแปซิฟิก แต่ยังคุ้มค่าคุ้มประสบการณ์

    นอกจากนี้ อีกเทรนด์ที่เห็นได้ชัดคือการเติบโตของ ‘นักเดินทางยุคดิจิทัล’ ที่ใช้ AI เป็นตัวช่วยในการวางแผนทริป และใช้ดิจิทัลวอลเล็ตที่รองรับเงินหลายสกุล (Multi-Currency Wallet) อย่าง YouTrip เพื่อการจ่ายเงินที่คล่องตัวและคุ้มค่าที่สุด ที่น่าสนใจคือนักท่องเที่ยวไทยเริ่มเชี่ยวชาญเรื่องอัตราการแลกเปลี่ยนและวางแผนการใช้จ่ายก่อนเดินทางมากขึ้น

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    โดย YouTrip พบว่าการแลกเปลี่ยนเงินล่วงหน้ามีอัตราเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ยังพบว่าคนยุคนี้ใช้สมาร์ตโฟนช่วยจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับทริป

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    รวมถึงการใช้จ่ายและต้องการประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและการควบคุมที่ง่ายดาย ฟีเจอร์อย่างการแจ้งเตือนการใช้จ่ายทันที และการล็อก/ปลดล็อกบัตรผ่านแอปจึงไม่ใช่เพียงฟังก์ชันเสริม แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ทุกการเดินทางมั่นใจและสะดวกขึ้น เรียกได้ว่า
    สมาร์ตโฟนได้กลายเป็น ‘พาสปอร์ตใบใหม่’ ของนักเดินทางยุคดิจิทัล”

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานทอล์กคือการเปิดวิสัยทัศน์เบื้องหลังแคมเปญสำคัญอย่าง “Good Taste for a Good Cause” ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของการบินไทย

    นายวิชญ์ กิจจาทร ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้าและการตลาด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริการอาหารบนเครื่องบินการบินไทย นอกจากจะสร้างความประทับใจให้นักเดินทางทั่วโลกด้วยรสชาติที่อร่อยและมีคุณภาพแล้ว เรายังสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงจากท้องถิ่น เพื่อส่งต่อทั้งรสชาติที่ดีและคืนคุณค่าสู่สังคม พร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่เราภูมิใจนำเสนอ

    วิชญ์ กิจจาทร

    โดยการบินไทยได้ร่วมมือกับแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพและจุดยืนที่ชัดเจนในการยกระดับวัตถุดิบไทยสู่มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น กาแฟไทยจากดอยตุง ช็อกโกแลตพรีเมียมจากกานเวลา ช็อกโกแลต

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    นอกจากนี้ เรายังมีข้าวแต๋น (Rice Cracker) ของการบินไทยเอง จากโจทย์ที่ว่า Snack บนเครื่องต้องเป็นของดีจากเมืองไทย ภายใต้ธีม “ข้าวไทย หัวใจอินเตอร์” เราจึงใช้ข้าวไทยถึง 3 สายพันธุ์

    ได้แก่ ข้าวหอมมะลิจากจังหวัดบุรีรัมย์ ข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 จากจังหวัดเชียงราย และข้าวขาวจากจังหวัดปทุมธานี โดยนำเสนอรสชาติที่ถูกปากผู้โดยสารทั่วโลก ปัจจุบันเราสนับสนุนเกษตรกรโดยสั่งข้าวมากถึง 100 ตันต่อเดือน และสร้างความตื่นเต้นด้วยรสชาติใหม่ ๆ อยู่เสมอ

    การบินไทย ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำเพื่อยกระดับวัตถุดิบจากเมืองไทยสู่น่านฟ้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคราฟต์ช็อกโกแลตที่ปลูกในประเทศไทยจาก “กานเวลา ช็อกโกแลต” กับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่มักผสานเสน่ห์ของขนมไทยและผลไม้ท้องถิ่นเข้ากับช็อกโกแลตพรีเมียม

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    อาทิ ช็อกโกแลตรสถั่วแปบ ที่ให้บริการในชั้น Royal First โดดเด่นด้วยความหอมของถั่วเหลือง มะพร้าว และงาคั่ว ที่เข้ากันอย่างลงตัว ด้าน “ดอยตุง” ก็ได้รังสรรค์กาแฟดริปพรีเมียม Black Silk Blend ที่ผสานกลิ่นดาร์กช็อกโกแลตและคาราเมล ให้รสกลมกล่อม นุ่มนวล สำหรับเสิร์ฟในชั้น Royal First และ Royal Silk นอกจากนี้ ยังมีกาแฟสูตรใหม่อย่าง Royal Highland Single Origin สำหรับให้บริการบนทุกชั้นโดยสารและทุกเที่ยวบินอีกด้วย

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    รวมทั้งการบินไทยยังได้จัดโปรโมชั่นบินคุ้มทั่วเอเชียกับ Mastercard นอกจากบริการเหนือระดับและการเดินทางที่สะดวกสบาย การบินไทยยังได้ร่วมผนึกกำลังกับ Mastercardมอบโปรโมชันสุดคุ้ม ส่วนลด 2,000 บาท/ที่นั่ง เมื่อจองบัตรโดยสารไป-กลับจากประเทศไทยสู่ทุกเส้นทางในเอเชีย คลิ๊ก หรือแอปพลิเคชัน Thai Airways และชำระด้วยบัตร Mastercard พร้อมใส่โค้ด “MCTHASIA”

    การบินไทย เผยโตเกียว สิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ ขึ้นแท่นเมืองยอดฮิตในเอเชียคนไทยแห่เที่ยว

    จองได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
    เดินทาง: วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ออกเดินทางได้จากกรุงเทพฯ และทุกเส้นทางในประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น ฯลฯ สู่ทุกจุดหมายปลายทางในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน อินเดีย  ศรีลังกา เวียดนาม และอีกมากมาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/637876&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SnNwuDEk5Ww2jTJx6Q_t7

  • เพชรบุรี แถลงข่าวเตรียมจัดงาน“เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่24 หาดชะอำ | TOPNEWS

    เพชรบุรี แถลงข่าวเตรียมจัดงาน“เทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่24 หาดชะอำ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 03/09/2025 22:08

    วันที่3 กันยายน 68 ที่โรงแรมลองบีช ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายวสัน กิติกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ ชมรมเซฟชะอำ-หัวหิน ตำรวจท่องเที่ยว หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวเตรียมจัดงานเทศกาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ ครั้งที่ 24 ประจำปี2568 ณ จุดชมวิวชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายอำเภอชะอำ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันตก หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกันทำหอยทอดและหมึกบด แจกจ่ายให้กับแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานทุกท่าน

    โดยเทศบาลเมืองชะอำ ร่วมกับ ททท.สำนักงานเพชรบุรี สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และบริษัทสิงห์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้จัดงาน“เทศ กาลกินหอย ตกหมึก @ ชะอำ” ครั้งที่ 24 ที่จัดขึ้น ระหว่างวันที่13 – 20 ก.ย. บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ ภายในงานพบกับการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆ ที่ปรุงด้วยเมนูหมึกและหอยเป็นหลัก และอาหารจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดเพชรบุรี กว่า100ร้านค้าคุณภาพ ในราคายุติธรรม อีกทั้งยังจัดให้มีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีที่ได้รับความนิยมบนเวทีทุกคืน การออกร้านจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นบนถนนคนเดินรอบบริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ และยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะในงานเทศกาลนี้ 1 ปีมีครั้งเดียว

    กับบริการนำนักท่องเที่ยวสัมผัสประสบการณ์การลงเรือตกหมึกกลางทะเลที่น่าตื่นเต้นประทับใจทุกวัน ในราคาถูกเป็นพิเศษเพียงท่านละ 100 บาท พร้อมอุปกรณ์ตกหมึก “โยธกา” ที่หาชมได้เฉพาะงานนี้เท่านั้น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเที่ยวชมงานตามวันดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเทศบาลเมืองชะอำ โทรศัพท์ 032 – 472550, 032 – 471665 ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทร.032 – 471005 – 6 และที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย
    บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.เพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1299263&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_u8ci113nEEdWwgVNWkwc

  • อาหารทะเล วัตถุดิบท้องถิ่น เสน่ห์ของหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ติดท็อป 10 อันดับ สวรรค์นักชิมระดับโลก

    อาหารทะเล วัตถุดิบท้องถิ่น เสน่ห์ของหาดราไวย์ จ.ภูเก็ต ติดท็อป 10 อันดับ สวรรค์นักชิมระดับโลก

    หาดราไวย์ ภูเก็ต ประเทศไทย โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่ และวัตถุดิบท้องถิ่น ที่ รายงาน Airbnb 2025 Summer Travel Trends ระบุว่า ได้รับความนิยม 10 อันดับแรก ของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงฤดูร้อนปี 2568

    รายงาน Airbnb 2025 Summer Travel Trends ระบุว่า จากการที่นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลี่ยงเมืองหลวงที่แออัดและหันไปหาสถานที่ที่เป็น Hidden Gems หรือจุดหมายที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก สำหรับประเทศไทย นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลือกที่จะไปท่องเที่ยวหาดราไวย์ แทนป่าตอง ที่เต็มไปด้วยรีสอร์ทหรู และยังเลือก “ตลาดอาหารทะเลท้องถิ่น” แทน “ร้านไฟน์ไดนิ่งระดับไฮเอนด์”

    ทั้งนี้ Airbnb เปิดเผย 10 จุดหมายที่กำลังมาแรงที่สุดทั่วโลกในฤดูร้อนปี 2568 ของนักเดินทางสายชิมอาหารที่กำลังมองหาจุดหมายสายกินแห่งใหม่ จากการที่นักท่องเที่ยวได้ค้นหาในช่วงไตรมาส 1-4 ปี 2567 สำหรับการท่องเที่ยวซัมเมอร์ 2568 โดยเปรียบเทียบกับการค้นหาในช่วงไตรมาส 1-4 ปี 2566 สำหรับฤดูร้อน 2567 มีดังนี้

    • อะลาซีโอ (Alassio), อิตาลี: เมืองชายฝั่งที่ให้บรรยากาศคล้ายเมืองโปซีตาโน (Positano) โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสด ดอกไม้และสมุนไพรท้องถิ่น รวมถึงน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง
    • รอตเทอร์ดาม (Rotterdam), เนเธอร์แลนด์: เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ โด่งดังด้านอาหารนานาชาติสุดสร้างสรรค์ พร้อมทัวร์อาหารให้สายกินได้ดื่มด่ำ
    • ชีคลานา เดอ ลา ฟรอนเตรา (Chiclana de la Frontera), สเปน: เมืองชายหาดแถวคอสต้า เดอ ลา ลูซ (Costa de la Luz) มีร้านอาหารระดับโลกมากมาย โดยเฉพาะเมนูปลาทูน่าครีบน้ำเงิน
    • เบโล ฮอริซอนเต (Belo Horizonte), บราซิล: มีชื่อเสียงด้านอาหารดั้งเดิมของเมืองมินัส เจไรช์ (Minas Gerais) เช่น ถั่วผัดสูตรพื้นเมือง (Feijão Tropeiro) ขนมปังชีส (Pão de Queijo) รวมถึงขึ้นชื่อด้านกาแฟท้องถิ่น
    • ชิลลอง (Shillong), อินเดีย: เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารพื้นเมืองเผ่า Khasi และสตรีทฟู้ดชื่อดัง
    • มาร์ลอท พาร์ค (Marloth Park), แอฟริกาใต้: ตั้งอยู่ติดอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ (Kruger) มีสภาพอากาศเหมาะสำหรับการปลูกองุ่น และเป็นที่ตั้งของโรงบ่มไวน์ชั้นดีหลายแห่ง
    • เมืองอารากาวะ (Arakawa City), ญี่ปุ่น: ย่านเงียบสงบในโตเกียวตะวันออก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่แทนย่านชิบูย่า สวรรค์ของนักชิม มีคลาสสอนทำราเมง-เกี๊ยวซ่า และถนนย่านการค้า Joyful Minowa ที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟตระกูลเก่า
    • หาดราไวย์, ประเทศไทย: ชายหาดเงียบสงบ ปลายสุดทางใต้ของภูเก็ต โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่และวัตถุดิบท้องถิ่นที่สะท้อนรากเหง้าวัฒนธรรมอาหารไทย
    • ซานตา เตเรซิตา (Santa Teresita), อาร์เจนตินา: เมืองอาหารของบัวโนสไอเรส (Buenos Aires) ที่มีร้านอาหารรางวัลระดับโลกกว่า 50 แห่ง อาหารท้องถิ่นหลากหลายที่ได้รับอิทธิพลจากอิตาลี สเปน และยุโรป
    • โอนีออนตา (Oneonta), นิวยอร์ก สหรัฐฯ: จุดหมายซ่อนเร้นในเทือกเขาแคทสกิลล์ (Catskills) มีโรงเบียร์ และร้านอาหารที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์ม

    นอกจากนี้ ผลสำรวจผู้บริโภคล่าสุดโดย Panterra พบว่า เกือบครึ่งหนึ่ง หรือราว 47% ของนักเดินทางให้ความสำคัญกับ “อาหารท้องถิ่นแท้ๆ” เป็นอันดับหนึ่งในประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย

    ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ใหม่จากนักเดินทางทั่วโลกจำนวนมาก ที่เริ่มหันหลังให้กับเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความแออัด และเลือกจุดหมายปลายทางท้องถิ่นและเข้าถึงได้มากขึ้น Airbnb ได้ยกให้ หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ชายหาดเงียบสงบทางตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสายกินระดับโลกที่มาแรงที่สุดสำหรับฤดูร้อนปี 2568 โดยมี “อาหารไทย” ที่ยังคงเป็นพลังดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดทั้งปี ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แข็งแกร่งในการเชิญชวนให้ผู้คนมาสัมผัสรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย

    “หาดราไวย์” มีรากฐานจากหมู่บ้านชาวเล ปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทางสายกินระดับโลก ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผ่อนคลายตามชายหาด โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่ที่ชาวบ้านจับเองและส่งตรงมาที่ชายหาดทุกวัน ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเพื่อสัมผัสรสชาติอาหารทะเลสดๆ ตลาดท้องถิ่น และร้านอาหารริมหาดบรรยากาศเป็นกันเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/food/2880639&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0g03CkDdkpzIVt05zeQfdu

  • สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเตือนนักท่องเที่ยวหลังอินฟลูเอนเซอร์ดื่มของเซ่นไหว้ป่าช้าญี่ปุ่น

    สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเตือนนักท่องเที่ยวหลังอินฟลูเอนเซอร์ดื่มของเซ่นไหว้ป่าช้าญี่ปุ่น

    สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียในญี่ปุ่นออกคำเตือนนักท่องเที่ยวให้แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมขณะท่องเที่ยวในญี่ปุ่น หลังจากอินฟลูเอนเซอร์ชาวออสเตรเลียคนหนึ่งโพสต์คลิปดื่มของเซ่นไหว้จากป่าช้าญี่ปุ่น ก่อให้เกิดความโกรธแค้นอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์

    นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย Lochie Jones โพสต์คลิปตัวเองดื่มเครื่องดื่มจากกระป๋องที่วางไว้บนหลุมฝังศพเป็นเครื่องบูชา พร้อมทั้งแสดงท่าทางเสียงเรอหน้าหลุมศพ ในคลิปยังแสดงให้เห็นเขาโยนเหรียญเพื่อตัดสินใจว่าจะเปิดเครื่องดื่มหรือไม่ ซึ่งเป็นของที่ญาติผู้ตายนำมาไว้บูชาบรรพบุรุษตามประเพณีญี่ปุ่น

    ความโกรธแค้นจากชาวญี่ปุ่น

    วิดีโอที่โพสต์เมื่อเดือนที่แล้วทำให้เกิดความคิดเห็นที่โกรธแค้นในโลกออนไลน์ ผู้ใช้ X คนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า ป่าช้าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในทุกประเทศ ฉันต้องการให้รัฐบาลทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่สามารถเข้าญี่ปุ่นอีก

    สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียเตือนผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันอังคารว่า นักท่องเที่ยวต้องแสดง พฤติกรรมที่เหมาะสม ขณะท่องเที่ยวในญี่ปุ่น โดยไม่ได้อ้างอิงถึงวิดีโอดังกล่าวโดยตรง สถานเอกอัครราชทูตระบุว่าทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานญี่ปุ่นเพื่อให้แน่ใจว่านักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบท้องถิ่น

    คำขอโทษจากอินฟลูเอนเซอร์

    Jones ได้ขอโทษต่อเหตุการณ์ดังกล่าวในวิดีโออินสตาแกรมเมื่อวันอังคาร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากยูทูเบอร์ที่มีผู้ติดตาม 2.4 ล้านคน ที่รู้จักในชื่อ Fidias โพสต์วิดีโอในปี 2566 ที่เขาและเพื่อนอีก 3 คนขึ้นรถไฟฟรีทั่วญี่ปุ่น ก่อนจะมาขอโทษในภายหลัง

    เหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน

    เหนือจากนี้หนึ่งเดือน ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมสตรีมเมอร์ชาวอเมริกันที่รู้จักในชื่อ Johnny Somali ข้อหาบุกรุกเขตก่อสร้าง Ismael Ramsey Khalid วัย 23 ปี สวมหน้ากากอนามัยและตะโกนคำว่า ‘Fukushima’ ใส่คนงานก่อสร้างที่เตือนให้เขาออกจากพื้นที่ ตามคำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจ Genta Hayashi

    คลิปอื่นแสดงให้เห็น Khalid ซึ่งอธิบายตัวเองว่าเป็นอดีตทหาร กวนใจผู้โดยสารรถไฟด้วยการพูดถึงการทิ้งระเบิดปรมาณูของสหรัฐฯ ที่ญี่ปุ่นในปี 2488

    ปัญหาการท่องเที่ยวเกินขีดจำกัด

    นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ไม่เคยมีมาก่อนกำลังแห่มาญี่ปุ่น แต่ผู้อยู่อาศัยบางคนเริ่มเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เมืองใกล้ภูเขาฟูจิสร้างกำแพงขนาดใหญ่เพื่อป้องกันการถ่ายรูปในจุดชมวิวยอดนิยมข้างร้านสะดวกซื้อ หลังจากผู้คนเข้าไปในถนนเพื่อถ่ายรูป

    พรรค Sanseito ที่มีนโยบาย ‘ญี่ปุ่นต้องมาก่อน’ ได้รับชัยขนะในการเลือกตั้งสภาสูงจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกินขีดจำกัดและการย้ายถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/australia-embassy-warns-tourists-instagram-influencer-drinks-japanese-burial-offerings&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Arfy69G-414nyhKaWcXjs

  • ตรังเตรียมเปิด Direct Flight ระหว่างประเทศหนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

    ตรังเตรียมเปิด Direct Flight ระหว่างประเทศหนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

    ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุม CMGF ระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ครั้งที่ 22 ณ จังหวัดตรัง ผลักดันความร่วมมือ IMT-GT สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมเปิดเส้นทางบิน หรือ Direct Flight ระหว่างประเทศร่วมกัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    วันที่ 3 ก.ย.68 ประเทศไทยในฐานะสมาชิกความร่วมมือแผนงาน IMT-GT (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT)) ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ครั้งที่ 22 (The Chief Ministers and Governors Forum 22ND ) ณ โรงแรมเรือรัษฎา จังหวัดตรัง โดยมี นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ทำหน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายไทย นำคณะผู้แทนจาก 14 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วมการประชุมร่วมกับประเทศสมาชิกอินโดนีเซียและมาเลเซีย เพื่อหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ IMT-GT

    นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมีการรายงานใน 2 ส่วนหลัก คือ การรายงานความคืบหน้าแผนงานโครงการที่มีศักยภาพของประเทศไทยที่ต้องการขับเคลื่อนต่อภายใต้แผนงาน IMT-GT และสามารถเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิก IMT-GT จำนวน 25 โครงการ โดยเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร

    สำหรับจังหวัดตรังมีโครงการที่สำคัญ คือ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานตรัง ที่คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากประเทศสมาชิกในการเปิดเส้นทางบิน หรือ Direct Flight ระหว่างประเทศร่วมกัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    “การรายงานโครงการใหม่ ที่ผ่านมติเห็นชอบจากเวทีการระดมความเห็นจาก 14 จังหวัดภาคใต้ในฐานะประเทศสมาชิก และประชุมมีมติเห็นชอบและสรุปร่วมกันว่ามีโครงการเสนอใหม่ จำนวน 19 โครงการ ซึ่งโครงการเหล่านี้ก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาและขับเคลื่อนหลากหลายมิติ อาทิ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการค้าการลงทุน ฯลฯ” นายทรงกลด กล่าว

    นายทรงกลด กล่าวต่อไปว่า สำหรับจังหวัดตรังมีโครงการที่สำคัญ จำนวน 3 โครงการ คือ 1) โครงการมาริน่าชุมชนกันตัง จังหวัดตรัง ที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่ง 2) โครงการส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาบริเวณเมืองเก่าตรัง ที่จะช่วยส่งเสริมและโปรโมทการท่องเที่ยว และ 3) โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ อนุรักษ์ ฟื้นฟู พะยูน และสัตว์ทะเลหายาก ที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสถานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิก แผนงาน IMT-GT

    และท้ายสุด คือ ข้อเสนอขอความร่วมมือกับประเทศสมาชิก แผนงาน IMT-GT ได้แก่ ประเด็นทำแผนพัฒนายุทธศาสตร์ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ทั้ง 6 แนวระเบียง โดยอาจจะนำร่องศึกษาแนวระเบียงเศรษฐกิจที่ 1 ก่อน การจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทางด้าน วัฒนธรรมชุมชนในพื้นที่ 3 ประเทศ การเสนอให้พิจารณาการจัดสรรงบประมาณเฉพาะพื้นที่ (Targeted Budget Allocation) สำหรับโครงการที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาค โดยเน้นโครงการที่เชื่อมโยงและสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศสมาชิกของ IMT-GT และจังหวัดตรังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ปัจจุบันสนามบินตรังได้ก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่เสร็จแล้ว แต่ยังขาดเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ จึงเสนอให้ส่งเสริมการเปิด Direct Flight จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือตลาดระดับภูมิภาค เช่น จีน สิงคโปร์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค

    ทั้งนี้ ในวันที่ 4 กันยายน 68 จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 31 IMT-GT และการเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึงวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดตรัง เช่น วิสาหกิจชุมชนนาหมื่นศรี กลุ่มผ้ามัดย้อมอีโคพริ้นส์ วังมรกตบาติก โต๊ะเมืองบาติก เป็นต้น นอกจากการประชุมแล้ว คณะผู้เข้าร่วมประชุมจะได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงาน ณ วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง อำเภอกันตัง และ วิสาหกิจชุมชนนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อีกด้วย

    โดยจังหวัดตรังได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ซึ่งไม่เพียงเป็นการยกระดับบทบาทของจังหวัดบนเวทีนานาชาติ แต่ยังเปิดโอกาสในการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น การท่องเที่ยว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการดึงดูดความสนใจจากพันธมิตรและโครงการสำคัญที่จะเข้ามาสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดตรังให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสีเขียวและเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ

    “สำหรับการประชุม IMT-GT ครั้งที่ 31 นี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จังหวัดตรังจะได้แสดงศักยภาพด้านการจัดการประชุมระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอนุภูมิภาค ทั้งนี้ จังหวัดตรังยืนยันความพร้อมและความมุ่งมั่นในการจัดการประชุมครั้งนี้อย่างดีที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง”นายทรงกลด กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/648805&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2X23QLFv2AfNZNA3Xp91ZI

  • ท่องเที่ยวเมืองน้ำดำเปิดอบรมยุวมัคคุเทศก์ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด

    ท่องเที่ยวเมืองน้ำดำเปิดอบรมยุวมัคคุเทศก์ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด

    ภูมิภาค

    ท่องเที่ยวเมืองน้ำดำเปิดอบรมยุวมัคคุเทศก์ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด

    วันพุธ ที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2568, 10.54 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลโนนบุรี  อำเภอสหัสขันธ์  จังหวัดกาฬสินธุ์  นายนพดล  ร้อยพวง  ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารการปกครอง อำเภอสหัสขันธ์  เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการ ทท. และกีฬา จว.กส.  กิจกรรม “อบรมยุวมัคคุเทศก์เชิงปฏิบัติการสืบสาน 3 ธรรม เมืองเก่าเล่าขาน” รุ่นที่ 2 จัดโดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์  ทั้งนี้  ดร.ภาณุภาคย์  พงษ์อติชาติ  ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์  มอบหมายให้ นางระวีพร ยุบลเขต นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ  ดำเนินงานตามโครงการฯ  ซึ่งมี นายบุญมี  แก่นนาคำ  นายกเทศมนตรีตำบลโนนบุรี  นายอภินันท์ ภูผาดาว  ผอ.โรงเรียนโนนศลาไกรฤกษ์ราษฎร์อำนวย  นางพิไลลักษณ์  เขียวประเสริฐ์   โรงเรียนดงน้อยวิทยา  และ นางสาวมลฤดี  ภูยิ่ง  โรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา  นำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 85  คน  โดยมีนางสุมาลี  สุวรรณกร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทสินไซโมเดลจำกัด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการเรียนรู้ชุมชนสู่การท่องเที่ยวชุมชน  และอาจารย์วนิดา อ่อนละมัย  หัวหน้าสาขาการจัดการโรงแรมและออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยว  วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุมขอนแก่น เป็นวิทยากร

    นางระวีพร  ยุบลเขต  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ  กล่าวว่า  อำเภอสหัสขันธ์ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์  ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์  วัด และธรรมชาติที่สวยงาม เกมาะแก่การท่องเที่ยวทุกกลุ่มวัย  รวมถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชนที่มีความน่าสนใจ มีเรื่องราวตั้งแต่สมัยทวารวดี จนถึงช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงของการก่อร่างสร้างเมือง รวมถึงเรื่องราวการอพยพเพื่อตั้งเมืองใหม่หลายต่อหลายครั้ง  และนี่เองที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นเยาวชนจะได้ตระหนักรู้ถึงที่ไปที่มาของบ้านเกิดตนเองเพื่อปลุกจิตสำนึกรักบ้านเกิดเป็นพลังในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชนต่อไปในอนาคต

    “ในหลักสูตรการอบรม มีการออกปฏิบัติภาคสนามให้เด็กได้ทำหน้าที่จริง  ในการออกเก็บข้อมูลโยแยกออกเป็น  กลุ่มประวัติศาสตร์  กลุ่มของฝาก และกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ 2 แห่ง  โดยมีภารกิจถ่ายภาพและตัดต่อคลิป และนำเสนอต่อคณะกรรมการ  โดยข้อมูลต่าง ๆ จะถูกนำไปเผยแพร่ที่เพจการท่องเที่ยวอำเภอสหัสขันธ์  ซึ่งผลงานของเด็ก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์และน่าสนใจอย่างมาก  โดยความมุ่งหวังของในการเป็นผู้นำเที่ยวชมสถานที่ในชุมชนท้องถิ่นของตนเอง เป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนสามารถพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ในการเป็นนักสื่อความหมายของชุมชนที่สามารถนำเสนอ 3 ธรรม (ธรรมะ / ธรรมชาติ / วัฒนธรรม) และสิ่งที่น่าสนใจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ์” นางระวีพรฯ กล่าว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/444949&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06X_3vczIS9X4FDI5HcKNC

  • เทรนด์ท่องเที่ยวชนบทกำลังมาแรง!  ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 ของเอเชีย

    เทรนด์ท่องเที่ยวชนบทกำลังมาแรง! ‘เขาใหญ่’ คว้าอันดับ 2 ของเอเชีย

    อโกด้า ประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย  โดยคาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย) คว้าอันดับหนึ่งในฐานะจุดหมายปลายทางชนบทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในภูมิภาค ตามด้วยเขาใหญ่ (ไทย) และปุนจัก (อินโดนีเซีย) ในอันดับสองและสามตามลำดับ

    โดยจุดหมายปลายทางในชนบท โดยเฉพาะพื้นที่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและเนินเขา กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่นักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและความงดงามของธรรมชาติ

    อโกด้า
    อโกด้า ประกาศอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมในเอเชีย เขาใหญ่ของไทย คว้าอันดับ 2

    จุดหมายปลายทางเหล่านี้เต็มไปด้วยวิวทิวทัศน์สบายตาและวิถีเรียบง่ายแบบชนบท เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้ปล่อยใจไปกับธรรมชาติ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน และหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่

    ข้อมูลของอโกด้า จัดอันดับจุดหมายปลายทางในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรไม่เกิน 50,000 คนจาก 8 ประเทศในเอเชีย โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 สิงหาคม 2568 พบว่า เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น), เขิ่นติง (ไต้หวัน), ซาปา (เวียดนาม), มุนนาร์ (อินเดีย) และพย็องชัง (เกาหลีใต้) ต่างติดอันดับจุดหมายปลายทางชนบทยอดนิยมของเอเชียในปีนี้ด้วย ไม่ว่าเป็นผืนป่าเขียวขจีของคาเมรอน ไฮแลนด์ ในมาเลเซีย ไปจนถึงความงดงามของเมืองฟูจิคาวากุจิโกะในญี่ปุ่น จุดหมายปลายทางเหล่านี้ล้วนสะท้อนเสน่ห์เฉพาะตัวของชนบทรอให้นักเดินทางได้มาสัมผัส

    คาเมรอน ไฮแลนด์ (มาเลเซีย)
    เป็นเมืองชนบทใจกลางมาเลเซีย มีความโดดเด่นด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีไร่ชาที่สวยงามตระการตา นักเดินทางสามารถชื่นชมวิวทิวทัศน์เขียวขจี เพลิดเพลินกับสวนดอกไม้สีสันสดใส ลิ้มรสผลไม้สดใหม่จากฟาร์มท้องถิ่น และยังสามารถออกเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ อันเงียบสงบที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย

    เขาใหญ่ (ไทย)
    เขาใหญ่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หลงใหลในธรรมชาติ โดยเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย โดดเด่นด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ น้ำตกน้อยใหญ่ และสัตว์ป่านานาชนิด นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งการเดินป่าชมธรรมชาติ ซาฟารีส่องสัตว์ และชมวิวทิวทัศน์อันงดงามจากจุดชมวิวต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานความงดงามของธรรมชาติเข้ากับการผจญภัยไว้อย่างลงตัว

    ปุนจัก (อินโดนีเซีย)
    ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะชวา ขึ้นชื่อเรื่องวิวภูเขาอันงดงามและไร่ชาที่เรียงรายอย่างสวยงามตามแนวเนินเขา ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปี นักเดินทางสามารถพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ หรือสนุกไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการเดินป่า กีฬาร่มร่อน และเดินเล่นชมตลาดท้องถิ่น ปุนจักจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ที่มองหาการพักผ่อนใกล้ธรรมชาติในช่วงวันหยุดสั้น ๆ จากเมืองใหญ่

    ฟูจิคาวากุจิโกะ (ญี่ปุ่น)
    เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟฟูจิ มอบทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแช่ออนเซ็น ผ่อนคลายกลางธรรมชาติ ชมสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และร่วมกิจกรรมเทศกาลตามฤดูกาลต่าง ๆ ความใกล้ชิดกับภูเขาไฟฟูจิทำให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิ

    เขิ่นติง (ไต้หวัน)
    เป็นแหล่งท่องเที่ยวงดงามริมชายฝั่งที่นักเดินทางยังไม่ค่อยรู้จัก ขึ้นชื่อด้วยชายหาดทรายขาวสะอาดและท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสีสันสดใส นักเดินทางสามารถสนุกกับกีฬาทางน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพักผ่อนบนชายหาดอย่างสบายใจ ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ยังมีเส้นทางเดินป่าและจุดชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการการผจญภัย

    ซาปา (เวียดนาม)
    เป็นจุดหมายปลายทางบนภูเขาที่โด่งดังด้วยนาขั้นบันไดและหมู่บ้านชาวพื้นเมือง นักเดินทางสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงาม สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชมวิวพาโนรามาของเทือกเขาฮวงเหลียงซาน เสน่ห์เฉพาะตัวของซาปาทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้รักการผจญภัย

    มุนนาร์ (อินเดีย)
    เป็นเมืองบนเนินเขาในรัฐเกรละของอินเดีย ขึ้นชื่อด้วยไร่ชาเขียวขจีและขุนเขาที่โอบล้อมด้วยสายหมอก นักเดินทางสามารถเดินชมทิวเขาอันเขียวชอุ่ม แวะเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ชา และสำรวจเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บรรยากาศเย็นสบายและธรรมชาติอันสวยงามของที่นี่มอบความเงียบสงบให้กับนักเดินทางได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

    พย็องชัง (เกาหลีใต้)
    เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ชอบสัมผัสอากาศหนาว ได้รับความสนใจจากทั่วโลกในฐานะเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2561 นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางหิมะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือสนุกไปกับลานหิมะต่าง ๆ ท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม พร้อมแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทำให้พย็องชังเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะทั้งสำหรับสายผจญภัยและผู้ที่ต้องการพักผ่อนตลอดทั้งปี

    นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า เปิดเผยว่า เขาใหญ่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวไทยมายาวนาน และตอนนี้นักเดินทางจากทั่วทั้งเอเชียก็เริ่มค้นพบเสน่ห์ของที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ อุทยานแห่งชาติ หรือบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/256272&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bG9TcP4gql4QR0suay981