Category: ท่องเที่ยว

  • ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เปิดงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด 2568 ปชช.-นักท่องเที่ยวคึกคัก | TOPNEWS

    ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เปิดงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด 2568 ปชช.-นักท่องเที่ยวคึกคัก | TOPNEWS

    เริ่มแล้ว งานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมทั้งอนุรักษ์ และสืบทอดประเพณีสำคัญของชาวไทยใหญ่

    เมื่อวันที่ 3 ต.ค 68 เวลา 18.30 น. ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด (เทศกาลออกพรรษา) ประจำปี 2568 โดยมีนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สมาชิกสภาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 1 นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนจากชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ร่วมพิธี

    ทั้งนี้ เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด ประจำปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบทอดประเพณีสำคัญของชาวไทยใหญ่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 15 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณภายในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน โดยมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การตักบาตรเทโวโรหณะ ตลาดแสงเทียน การประกวดศิลปะพื้นบ้าน และการแข่งขันกีฬา

    โดยชาวไทใหญ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความเชื่อว่าเมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดไตรมาส เมื่อออกพรรษา ทรงเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ เพื่อโปรดมนุษย์โลก ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เมื่อนั้นพระอินทร์ ได้เนรมิตบันไดแก้ว บันไดเงิน บันไดทอง จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มายังประตูเมืองสังกัส สะนคร ทรงแสดงปาฏิหาริย์เปิดโลก ทําให้โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ สามารถมองเห็นและ สื่อสารกันได้ เหล่าสัตว์ทั้งหลาย อาทิ นกกิ่งกะหล่า โต ผีเสื้อ ต่างมีความยินดีปรีดา ออกมาฟ้อนรําต้อนรับพระพุทธเจ้ากลับโลกมนุษย์ เพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า

    สุวสันต์ บัวงาม ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.แม่ฮ่องสอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1343689&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sUqetds6Ms44oy_w_KnhF

  • เชียงใหม่คึกคัก รับอานิสงส์หยุดยาววันชาติจีน ทัวร์เดินทางเข้าพื้นที่เพิ่ม

    เชียงใหม่คึกคัก รับอานิสงส์หยุดยาววันชาติจีน ทัวร์เดินทางเข้าพื้นที่เพิ่ม

    เชียงใหม่คึกคัก รับอานิสงส์หยุดยาววันชาติจีน ทัวร์เดินทางเข้าพื้นที่เพิ่ม ขณะที่ตามตัวเมืองนักท่องเที่ยวเนืองแน่น พากันเดินเที่ยวพักผ่อน หลังฝนทิ้งช่วง สภาพอากาศดี พบยอดจองห้องพักเพิ่มขึ้น

    วันที่ 5 ต.ค.68 รายงานข่าวแจ้งว่า ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ในช่วงนี้พบว่ามีบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคักมากขึ้นหลังจากที่มีฝนทิ้งช่วงและย่างเข้าสู่ช่วงปลายฝน ส่งผลทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้น ประกอบกับที่ในช่วงนี้ เป็นวันเฉลิมฉลองชาติจีน ที่เป็นวันหยุดราชการของประเทศจีน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 ต.ค.68 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ในขณะนี้หลายจุดในตัวเมืองเชียงใหม่นั้น มีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้น ที่มีทั้งเดินทางมาแบบครอบครัว และเป็นกลุ่มคณะทัวร์ เพื่อตั้งใจมาท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวดังกล่าว

    ขณะที่ในวันนี้ ในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ หลังฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้สภาพอากาศเย็นสบายโดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงค่ำ เป็นผลดีที่ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวพากันออกมาเดินท่องเที่ยวตามถนน และจุดสำคัญภายในตัวเมืองเชียงใหม่กันมากขึ้น โดนเฉพาะในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ พบว่าหายจุดในตัวเมืองเชียงใหม่นั้นมีนักท่องเที่ยวทั้งในส่วนของโซนเอเชีย และยุโรป พากันออกมาเดินเที่ยวกันจำนวนมาก

    ขณะที่บริเวณถนนสายท่าแพ และลานเอนกประสงค์ประตูท่าแพ ซึ่งถือเป็นอีกจุดท่องเที่ยวสำคัญ ขึ้นชื่อของตังเมืองเชียงใหม่ในวันนี้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยวโซนเอเชีย ที่พากันมาท่องเที่ยวและพากันถ่ายรูป ที่มีทั้งหนุ่มสาว ไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่บางรายพากันแต่งตัวด้วยชุดไทยโบราณ และชุดแฟชั่น มาถ่ายรูปกับประตูเชียงใหม่กันเป็นจำนวนมาก

    ทั้งนี้ จากผลการสำรวจพบว่า การท่องเที่ยวเชียงใหม่เริ่มกระเตื้อง จากยอดจองห้องพักโรงแรมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 70 ทั้งในระดับโรงแรม 4-5 ดาว และ 3 ดาว ส่วนใหญ่จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ โดยในช่วงเดือนตุลาคม , พฤศจิกายน และธันวาคม เป็นช่วงที่มีทัวร์นักท่องเที่ยวจองมาจากต่างประเทศค่อนข้างดี เป็นระดับที่น่าพอใจ เช่น 1-10 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงสัปดาห์วันชาติจีน มีห้องพักจองมาแล้วกว่า 80% ในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว หรือระดับ 3 ดาว ก็จะมียอดจองถึงร้อยละ 70-80 เช่นกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3786887/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0L_1-hc0DHHxZHVJKNsLUS

  • “น้ำตกหวงกั่วซู่” ใหญ่ที่สุดในจีน “มณฑลกุ้ยโจว” ยิ่งชมยิ่งสวย

    “น้ำตกหวงกั่วซู่” ใหญ่ที่สุดในจีน “มณฑลกุ้ยโจว” ยิ่งชมยิ่งสวย

    “น้ำตกหวงกั่วซู่” ใหญ่ที่สุดในจีน “มณฑลกุ้ยโจว” ยิ่งชมยิ่งสวย

    “น้ำตกหวงกั่วซู่” (HuangGuoShu Waterfall: 黄果树瀑布) ตั้งอยู่บนแม่น้ำไป๋สุ่ย เมืองอันชุ่น มณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ห่างจากนครกุ้ยหยาง เมืองเอกของมณฑลกุ้ยโจวราว 130 กิโลเมตร ถูกจัดเป็น น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจีน และยังถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกด้วย ด้วยความสูง 77.8 เมตร กว้าง 101 เมตร

    ที่มาของชื่อ “หวงกั่วซู่” สามารถแปลตรงตัวได้ว่า “ต้นผลไม้สีเหลือง” ซึ่งอาจจะหมายถึง ต้นส้ม หรือ ส้มโอ ในอดีตคาดการณ์ว่า บริเวณรอบ ๆ น้ำตกเคยมีต้นส้มท้องถิ่นอยู่มาก ชาวบ้านจึงตั้งชื่อน้ำตกตามพืชในพื้นที่

    “หวงกั่วซู่” หรือ “ต้นผลไม้สีเหลือง”

    น้ำตกหวงกั่วซู่ ถูกรัฐบาลจีนจัดให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญชาติ ซึ่งนอกจาก จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ในอดีตอย่างยาวนานด้วย ผูกพันกับคนจีน ทั้งทางธรรมชาติ และทางวัฒนธรรมมาหลายพันปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง (ประมาณศตวรรษที่ 16–17)

    สำหรับผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่น้ำตกหวงกั่วซู่ และจะเข้าถ้ำหลังน้ำตก ควรต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะน้ำตกมีละอองน้ำมาก รองเท้าควรป้องกันการลื่นได้ และควรเตรียมร่ม หรือเสื้อกันฝนมาด้วย ส่วนราคาบัตรเข้าชม ก็มี 3 ราคาด้วยกัน โดยบางจุดจะจำกัดตามราคาบัตรเข้าชม แต่หากใครซื้อบัตรแพงที่สุด (ประมาณ 1,000 บาท) ก็จะสามารถเที่ยวชมความสวยงามของน้ำตกได้ทั้งหมด

    คัชฑาพงศ์ ลีลาพงศ์ฤทธิ์ : รายงานจากมณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/foreign/378967671&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1eeNHziCB6YHr6dgpmA9IY

  • นักท่องเที่ยวจีน แห่เที่ยวไทยในสัปดาห์เดียว กว่า 1.2 แสนคน

    นักท่องเที่ยวจีน แห่เที่ยวไทยในสัปดาห์เดียว กว่า 1.2 แสนคน

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีคของจีน (28 ก.ย.–6 ต.ค. 2568) บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ เที่ยวบินจากเมืองใหญ่และเมืองรองของจีนมายังไทยเต็มแทบทุกไฟลท์ อัตราค่าตั๋วขากลับจีนยังพุ่งสูงขึ้น ส่วนอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยสูงถึง 99% มากกว่าช่วงปกติถึง 3 เท่า สะท้อนความนิยมไทยที่ยังสนใจในการเดินทางท่องเที่ยวไทยที่เพิ่มขึ้น

    ภาพจาก : แอตต้า
    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

    ขณะเดียวกัน ราคาตั๋วขากลับจีน โดยเฉพาะเส้นทาง “กรุงเทพฯ–ปักกิ่ง” พุ่งกระฉูดกว่า 400% จากระดับ 1,500–2,000 หยวน ขยับไปแตะ 4,000–5,800 หยวนในช่วง 7–9 ต.ค. สายการบินใหญ่ทั้ง China Eastern, Hainan Airlines, Air China รวมถึง Vietjet ที่นั่งแทบหมดสะท้อนความต้องการเดินทางกลับที่หนาแน่น

    ข้อมูลล่าสุด 26 ก.ย.–2 ต.ค. 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรวม 586,942 คน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีนถึง 123,752 คน หรือคิดเป็น 21% ของทั้งหมด โดยตัวเลขยังพุ่งต่อเนื่อง จากวันละ 11,000 คนขยับแตะเกือบ 24,000 คน ก่อนทรงตัวสูงกว่า 22,000 คนต่อวัน ในวันที่ 2 ต.ค.2568

    ปัจจัยหนุนความมั่นใจของนักท่องเที่ยวจีน ได้แก่ เสถียรภาพทางการเมืองของไทย ความร่วมมืออาเซียนกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ และการรายงานบวกจากสื่อจีนที่ยกให้ไทยเป็นจุดหมายปลอดภัย บริการคุณภาพ และอบอุ่นเป็นมิตร

    แม้ราคาตั๋วที่พุ่งแรงสร้างภาระต่อบางกลุ่มนักท่องเที่ยว แต่ในมุมเศรษฐกิจถือเป็น “โอกาสทอง” โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว และสายการบินได้อานิสงส์เต็มๆ เมืองหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ รวมถึงเมืองรองเริ่มเห็นการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจีนอย่างชัดเจน

    ทั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าตลาดจีนกำลังฟื้นตัวแรง ไทยยังคงเป็น “แม่เหล็กสำคัญ” ของนักท่องเที่ยวจีน และหากต่อยอดด้วยการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ มาตรการด้านความปลอดภัย และการสร้างประสบการณ์อบอุ่น จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่องในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/258500&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jQ8nIxld9G3moytzTJN2v

  • จังหวัดลำพูน แถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568” | TOPNEWS

    จังหวัดลำพูน แถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568” | TOPNEWS

    จังหวัดลำพูน แถลงข่าวงานเทศกาลโคมแสนดวง ประจำปี 2568 อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร พร้อมด้วย นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน และนายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568”

    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2569 ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร และอนุสาวรีย์พระนางจามเทวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

    กิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดงานเทศกาลโคมแสนดวง วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ขบวนแห่โคมล้านนาและพิธีถวายโคมแด่องค์พระธาตุหริภุญชัย ในช่วงประเพณียี่เป็ง เทศกาลดนตรีและศิลปะ “Lamphun Art & Music Festival” งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ตลอดจนกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ “ลำพูน ลานบุญ ล้านนา”

    จังหวัดลำพูนขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงาน “โคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ประจำปี 2568” เพื่อร่วมสืบสานวัฒนธรรมล้านนา และสัมผัสบรรยากาศแห่งศรัทธาและความงดงามของโคมล้านนาที่ส่องแสงสว่างทั่วเมืองลำพูน

    แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวTopNewsทั่วไทย จ.ลำพูน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1343159&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2i-nvt25R6-Kv7wiYlT77T

  • สังคมภูมิภาคเหนือตอนบน…”เหมันต์ฤดู” หนาวนี้ขึ้นเหนือเที่ยวเชียงใหม่ | เดลินิวส์

    สังคมภูมิภาคเหนือตอนบน…”เหมันต์ฤดู” หนาวนี้ขึ้นเหนือเที่ยวเชียงใหม่ | เดลินิวส์

    “เหมันต์ฤดู” หนาวนี้ขึ้นเหนือเที่ยวเชียงใหม่ ผู้ว่าฯสั่งเปิดเมืองพร้อยรอยยิ้มต้อนรับนักท่องเที่ยว….กรมอุตุนิยมวิทยา คาด “ฤดูหนาว” ปีนี้มาช้า หนาวน้อย และสั้นกว่าปีก่อน เตือน ปชช. รักษาสุขภาพ – รีบเก็บเกี่ยวผลผลิต ฤดูหนาวปี 2568 ที่จะมาถึง มีแนวโน้มว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยจะ”สูง”กว่าปีที่ผ่านมา เพราะ??..ปีนี้ประเทศไทยได้รับลมความชื้นจากทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ส่งผลให้สภาพอากาศในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 เย็นลงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฤดูหนาวปีที่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ปกติจะได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน และปีนี้ ฝนตกต่อเนื่องถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ส่งผลให้การเริ่มต้นฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของปีนี้อาจมา”ช้า”กว่าปีก่อนเล็กน้อย ปีที่แล้วฤดูหนาวเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 แต่ประชาชนสามารถสัมผัสอากาศหนาวเย็นได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อาจเริ่มมีอุณหภูมิเย็นลงในบางจุด บางพื้นที่ และอาจมีอากาศเย็นพร้อมฝนตกในบางวัน..ฤดูหนาวปีนี้อุณหภูมิอาจร้อนกว่าหรือไม่แตกต่างจากปีก่อนมากนัก แต่จะมีระยะเวลาที่”สั้น”กว่า โดยในปีก่อนอากาศหนาวเย็นเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 วัน แต่ในปีนี้อาจลดเหลือ 2-3 วัน โดยอาจจะหนาวเย็นเพิ่มในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป….

    ทศพล เผื่อนอุดม ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยการเตรียมพร้อมต้อนรับบนักท่องเที่ยวชาวงฤดูหนาวหรือ “ไฮซีซั่น ที่จะถึงนี้ว่า??..หลังจากหมดฤดูฝนแล้วคาดว่า สภาพอากาศมราเชียงใหม่จะเริ่มเปลี่ยนไป ในช่วงเช้าและกลางคืนจะมีอากาศหนาวเย็นประกอบกับมีลมโชย ส่วนกลางวันจะมีอากาศร้อน เป็นสัญญาณว่าจังหวัดเชียงใหม่กำลังจะเริ่มก้าวเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นในการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้น??.. จึงขอให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ ผู้ประกอบการ ภาคการท่องเที่ยว เตรียมพร้อมเปิดบ้านรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย”รอยยิ้ม” โดยเชียงใหม่มีเสน่ห์และแรงดึงดูดมากมาย ประกอบกับได้นำนโยบาย 12 เดือน 12 เทศกาล มาขับเคลื่อนการท่องเที่ยว จึงทำให้ช่วงฤดูหนาวนี้จะมีกิจกรรมอีเวนท์ที่น่าสนใจมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส อาทิ งานปลายฝนต้นหนาว เทศกาลยี่เป็ง เทศกาลดอกไม้ งานฤดูหนาวฯ และกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นต้น….//.

    ฤดูหนาว เป็นช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดเชียงใหม่ อุณหภูมิลดลงต่ำอากาศหนาวเย็น เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ บรรยากาศการท่องท่องเที่ยวคึกคักสร้างเม็ดเงินรายได้ตลอดช่วงหน้าหนาวนี้หลายพันล้านบาท ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับกันไปถ้วนหน้าอย่างชื่นมื่น.ฉะนั้น!!..การเตรียมความพร้อมของเมืองเชียงใหม่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา ก็เป็นเรื่องสำคัญ.ถนนหนทางรอบคูเมืองขุดแล้วฝังกลบคืนพื้นผิวการจราจรหรือยัง??.ฝุ่น กิ่งไม้ใบหน้าที่มาทับถมบนถนนช่วงฤกูฝนที่ผ่านมา ล้างหรือทำความสะอาดแล้วหรือไม่.แผนการป้องกันความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวก็ไม่ควรมองข้าม.ด้วยเช่นกัน..ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านครับ….//.

    ยี่เป็งเชียงใหม่….วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอ ผวจ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการเตรียมจัดงาน “Yi Peng Lanna Light Festival 2025 – ล้านนา บูชา และแสงไฟ” กับผู้แทนสมาคมการค้าวิศิษฏ์ล้านนาเพื่ออุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยว สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Social Lab เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่

    ช่วยชาวบ้าน…ภูธนะ ชมภูมิ่ง รอ.ผวจ.พะเยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัดพะเยา (ก.ช.ภ.จ.พย.) ครั้งที่ 4/2568 ณ ห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดพะเยา สนง.ปภ. ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพะเยา (หลังเก่า) เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอุทกภัยในห้วงที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ อ.เชียงคำ อ.ปง และ อ.ภูกามยาว ซึ่งทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งทำให้พื้นที่การเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

    มุทิตาจิต….นงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ รองประธานสภาอุตสหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่ายท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายร่วมแสดงมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสที่ วิสูตร บัวชุม ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงราย เกษียณอายุราชการ และแสดงความยินดีกับ สรรเสริญ ศีติสาร และ ธนัญญา เฉิดโฉม เลื่อนตำแหน่งย้ายไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแพร่ ณ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงราย

    น้องกอดอุ่น….รุจติศักดิ์ รังสี รอง.ผวจ.เชียงราย พร้อมด้วย เสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ดร.เอกภพ ช่างแก้ว รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย และ โชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ร่วมเปิดกิจกรรม “Gord-Aun Meet&Greet พบปะน้องกอดอุ่น” อย่างเป็นทางการ ณ เซ็นทรัลเชียงราย.

    ลงนาม….พญ.อัจฉรา ละอองนวลพานิช ผอ.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สายัณห์ นักบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อเปิดให้บริการ “ศูนย์ตรวจสุขภาพครบวงจร” ภายในศูนย์การค้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และได้มาตรฐาน โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ให้บริการอย่างครบครัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

    อำลาตำแหน่ง….ชาตรี ธินนท์ รอง ผวจ.ลำพูน พร้อมด้วย สุกัญญา ธินนท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโอกาสครบกำหนดเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน ร่วมส่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ณ ศาลากลางจังหวัดลำพูน บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

    ครูอาวุโส….ดร.รุ่งทิพย์ ทาวดี ศึกษาธิการจังหวัดลำพูน รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงาน สกสค. จังหวัดลำพูน ร่วมกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติ “ครูอาวุโส” ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ประจำปี 2568 และมอบของที่ระลึกเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการ ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2

    ต้อนรับผู้ว่าคนใหม่….อุดมศักดิ์ ขาวหนูนา บุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผวจ.แม่ฮ่องสอน ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัด พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ชุติพร เสชัง ผวจ.แม่ฮ่องสอน ในโอกาสย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านที่ 51 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    เชื่อมโยงเครือข่าย….ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผวจ.น่าน เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการตลาดของจังหวัดน่าน ผ่านผู้นำคลื่นลูกใหม่ Young Public and Private Collaboration (YPC)” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะวิทยากร ผู้แทนหอการค้าจังหวัดน่าน และผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 40 คน เข้าร่วม ณ โรงแรมน้ำทอง จังหวัดน่าน

    เที่ยวน่าน….โยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน นำนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนกว่า 70 คน เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวศักยภาพในพื้นที่ “น่านใต้” ครอบคลุมอำเภอแม่จริม และอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวรองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งศรัทธา วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงามในพื้นที่จังหวัดน่าน

    แถวตรง….สุริยา กาละสุข รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประกวดระเบียบแถวเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า โดยมีหน่วยงานพื้นที่อนุรักษ์ในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) เข้าร่วมการประกวดระเบียบแถว จำนวน 7 ทีม ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า สังกัดส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า จำนวน 2 ทีม เจ้าหน้าหน้าที่พิทักษ์ป่า สังกัดส่วนอุทยานแห่งชาติ จำนวน 3 ทีม เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากส่วนควบคุม และปฏิบัติการไฟป่า จำนวน 1 ทีม และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จากส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร จำนวน 1 ทีม ณ สนามหน้าอาคารสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5171768/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tnlgHzPrGDvqzBV-Brv4X

  • ‘คลัสเตอร์กาแฟน่าน’ เดินหน้าบุกตลาดเมล็ดสารกาแฟพรีเมี่ยม ยกระดับกาแฟ ‘อาราบิก้า’ ดันขายราคาสูง

    ‘คลัสเตอร์กาแฟน่าน’ เดินหน้าบุกตลาดเมล็ดสารกาแฟพรีเมี่ยม ยกระดับกาแฟ ‘อาราบิก้า’ ดันขายราคาสูง

    สันติ หาญสงคราม ประธานคลัสเตอร์กาแฟน่าน เปิดเผยว่า หลังจากที่เกษตรกรในจังหวัดน่านบางส่วนได้เริ่มปลูกกาแฟอาราบิก้า ทดแทนการปลูกข้าวโพด และมีผลผลิตออกจำหน่ายทำให้ตลาดกาแฟของจังหวัดน่านเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยร้อยละ80 เป็นกลุ่มขายเมล็ดสารกาแฟ และอีกร้อยละ 20 แปรรูปกาแฟคั่ว กาแฟบดระดับพรีเมี่ยม และกาแฟ speciality รวมถึงกลุ่มคาเฟ่กาแฟ

    Nan-Coffee-Cluster-Group-moves-forward-to-penetrate-the-premium-coffee-bean-market-SPACEBAR-Photo V01.jpg

    “กาแฟอาราบิก้า สามารถทำราคาขายได้กิโลกรัมละ 350-600 บาท และสูงถึงกิโลกรัมละ 8,000บาท เป็นสายพันธุ์เกอิชา จากประเทศเอธิโอเปีย โดยมีมิชชันนารีชาวอเมริกันชื่อ เคเลบ จอร์แดน เป็นคนนำมาทดลองปลูกที่จังหวัดน่าน และประสบผลสำเร็จ มีผลผลิตเพียงปีละ1 ตันเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับของวงการกาแฟ ทั้งกลิ่น และรสชาติที่หอมกลิ่นดอกไม้และผลไม้”       

    นอกจากนี้ จังหวัดน่าน ยังถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของภาคเหนือ ที่มีการปลูกกาแฟโรบัสต้า ที่สามารถทำราคาขายได้ถึงโลกรัมละ 350-1,000 บาท ซึ่งตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา นับว่ากาแฟของจังหวัดน่านมีสีสัน และมีความโดดเด่น ทำให้การเติบโตของตลาดกาแฟของจังหวัดน่านอยู่ในทิศทางที่ดี โดยคาดว่าในปีนี้น่าจะมีรายได้ภาพรวมไม่ต่ำกว่า 140 ล้านบาท แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพราะยังติดข้อจำกัดพื้นที่ปลูกมีน้อย เพราะเป็นพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้จังหวัดน่านมุ่งเน้นการผลิตกาแฟพรีเมี่ยม และกาแฟspeciality เพื่อเพิ่มมูลค่า แทนการเน้นปริมาณ

    ประธานคลัสเตอร์กาแฟน่าน กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการเติบของธุรกิจกาแฟจังหวัดน่าน พบว่า มีการขยายตัวอย่างน่าสนใจ มีทั้งเกษตรกรรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ที่มีทักษะ และองค์ความรู้ด้านกาแฟระดับมาตรฐาน มีคาเฟ่กาแฟ มาถึง 700 แห่ง และมีนักคั่วกาแฟที่เป็นมืออาชีพมากกว่า 40 ราย เพิ่มขึ้นจากหลายปีก่อนร้อยละ 50 สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของวงการกาแฟภาพรวมของจังหวัดน่าน

    Nan-Coffee-Cluster-Group-moves-forward-to-penetrate-the-premium-coffee-bean-market-SPACEBAR-Photo03.jpg

    Nan-Coffee-Cluster-Group-moves-forward-to-penetrate-the-premium-coffee-bean-market-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ณัฐฐิญา ชำนาญ พาณิชย์จังหวัดน่าน กล่าวว่า ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI กาแฟ ดอยสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่ดังกล่าวอีก 40 ราย ขอสมัครให้เครื่องหมายรับรอง

    นอกจากนี้ ที่บ้านมณีพฤกษ์ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เตรียมขึ้นทะเบียนสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยอยู่ระหว่างการร่างคำขอ ซึ่งจะทำให้แหล่งปลูกกาแฟบนดอยของจังหวัดน่านมีศักยภาพในการทำตลาด และเป็นที่รู้จักมากขึ้น

    ส่วนกาแฟโรบัสต้า ถือว่าเป็นแหล่งปลูกที่ให้ผลผลิตดี จากแหล่งเดิมจะอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีการปลูกมากในอำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เช่นกัน

    ดังนั้นจะเห็นได้ว่าอนาคตของตลาดกาแฟของจังหวัดน่านมีแนวโน้มสดใส และวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม ซึ่งปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังมีแผนที่จะผลักดันให้แหล่งปลูกกาแฟยนดอย8-9แห่ง ได้ขึ้นทะเบียนสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า

    “ที่ผ่านมา ถือได้ว่า ธุรกิจกาแฟ ได้เติบโตไปพร้อมกับการท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมา จะพบว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาจังหวัดน่าน ต้องการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ซึ่งที่ผ่านมา มีการเดินทาง เข้าไปท่องเที่ยวในแหล่งปลูกกาแฟต่างๆ บนดอยของจังหวัดน่าน จึงกลายเป็นจุดขายของจังหวัดน่าน และในปี 2570 ทางจังหวัดน่านจะเป็นเจ้าภาพการจัดงานกาแฟระดับภาค ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ เพื่อแสดงศักยภาพการเป็นแหล่งผลิตกาแฟครบวงจร และต่อยอดไปยังการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างครบวงจร”

    — ณัฐฐิญา ชำนาญ พาณิชย์จังหวัดน่าน

    Nan-Coffee-Cluster-Group-moves-forward-to-penetrate-the-premium-coffee-bean-market-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

    Nan-Coffee-Cluster-Group-moves-forward-to-penetrate-the-premium-coffee-bean-market-SPACEBAR-Photo02-1.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/nan-coffee-cluster-group-moves-forward-to-penetrate-the-premium-coffee-bean-market&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YdHRA7tSQ5m4jDJ9OdGe-

  • ฝาก “รัฐบาลอนุทิน” คลอดแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ครึ่งปีแรก 69

    ฝาก “รัฐบาลอนุทิน” คลอดแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ ครึ่งปีแรก 69

    ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยบทความพิเศษ “Quick Big Winคนละครึ่งพลัสกระตุ้นบริโภค นโยบายเฉพาะหน้ารับมือเศรษฐกิจทรุดตัว มีเนื้อหาที่น่าสนใจว่า เศรษฐกิจไทยช่วงก่อนและไตรมาสสุดท้ายปีพ.ศ.2568 ออกอาการนิ่งจากสถานการณ์ต่างๆ ที่ประดังกันเข้ามา ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ซึมกระทบส่งออกและท่องเที่ยว การบริโภคที่อ่อนแอ วิกฤตขัดแย้งกัมพูชา 

    นายกรัฐมนตรีถูกศาลให้พ้นจากตำแหน่ง นำมาสู่รัฐบาลเสียงข้างน้อย “หนูติดปีก” เข้ามาบริหารประเทศแบบเฉพาะกิจ 4 เดือนยุบสภา ประเทศไทยเผชิญการเมืองย้อนยุค 3 ก๊กเต็มรูปแบบ กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น 

    ขณะที่เศรษฐกิจโลก ที่ออกอาการอ่อนแอ เริ่มส่งผลกระทบภาคส่งออกอย่างชัดเจน ก่อนหน้าขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 14.4 แต่เดือนสิงหาคม (USD) ขยายตัวเหลือร้อยละ 5.79 เชิงเงินบาทขยายตัวติดลบร้อยละ -5.53 ส่งออกช่วงจากนี้มีแนวโน้มลดลง ด้านการบริโภคในประเทศซบเซาอัตราการขยายตัวต่ำกว่าประมาณการณ์

    กระทรวงการคลังคาดการณ์ GDP ไตรมาสสุดท้ายของปีอาจขยายตัวเพียงร้อยละ 0.3 ทั้งปีอาจขยายตัวได้ร้อยละ 1.8 – 2.0 รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คนละครึ่งพลัส) วงเงินประมาณ 6.2 – 6.4 หมื่นล้านบาทประชาชนเข้าถึงประมาณ 33 ล้านคน มีทั้งแบบจ่ายงวดเดียว 1,700 บาท (ของเดิมได้อยู่แล้ว 300 บาท) และโครงการคนละครึ่งรัฐสมทบ 2,000 – 2,400 บาท (กลุ่มยื่นแบบภาษีได้ 60 : 40) คาดว่ากลางเดือนตุลาคมนี้คงได้ใช้เงินแน่ 

    เงินเท่านี้อาจเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณร้อยละ 0.2 – 0.3 แต่คงดีกว่าไม่ได้ ในความเห็นควรมีอีก 2 เฟส ปลายธันวาคมเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่นำเงินไปใช้จ่ายต่างจังหวัด เพื่อกระจายเม็ดเงินให้ทั่วถึง

    อีกงวดให้ครม. อนุมัติให้เสร็จก่อนยุบสภา ซึ่งเข้าใจว่าอาจปลายมกราคมปีหน้า เพราะหลังจากนั้นรัฐบาลรักษาการอาจทำไม่ได้ นัยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสุญญากาศทางการเมืองคงมุ่งหาเสียง อาจไม่มีคนดูแลเศรษฐกิจ

    ฝากดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 69

    ประเด็นที่อยากฝาก “รัฐบาลอนุทิน” ซึ่งช่วงหลังฟอร์มดีคะแนนนิยมของนิด้าโพลระบุว่าดีวันดีคืน อยากให้ทีมเศรษฐกิจผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบแพ็คเกจรองรับเศรษฐกิจอย่างน้อยครึ่งปีแรกของปี 2569 เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกออกอาการอ่อนแอ

    อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนรุนแรง ช่วงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายสิงหาคม เงินสกุลเหรียญสหรัฐ (USD) อ่อนค่าประมาณร้อยละ 13.625 ส่งผลกระทบเงินสกุลต่าง ๆ กรณีประเทศไทยเงินบาทแข็งค่าในช่วงเดียวกัน 1.843 บาท/USD หรือแข็งค่าร้อยละ 5.378 เปรียบเทียบกับเงินดอลล่าร์สิงคโปร์ แข็งค่าร้อยละ 5.396 และเงินริงกิตของมาเลเซีย แข็งค่าร้อยละ 6.031แสดงให้เห็นว่า เงินบาทของไทยไม่ได้แข็งค่าสุดโต่งประเทศเดียว 

    ขณะที่ราคาทองคำแท่งตลาดโลกปรับตัวสูงมาโดยตลอดจากราคา ณ ต้นมกราคมอยู่ที่ 2,636 USD/ออนซ์ (1 ออนซ์เท่ากับทองหนัก 2 บาท) ล่าสุดราคาปรับตัวสูงทำลายสถิติ 3,868 USD/ออนซ์ (2 ต.ค.68) สูงขึ้นถึงร้อยละ 46.54 สำหรับทองคำแท่ง (99.99) ราคาในประเทศน้ำหนักหนึ่งบาทราคา 61,440 บาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน 

    สวนทางราคาน้ำมันโลกร่วงต่อเนื่องจากอุปสงค์ความต้องการที่ลดลง ราคาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กช่วง 8 เดือนแรกราคาลดลงประมาณร้อยละ 13.24 เทียบกับราคาน้ำมันเบนซิน E20 ลดลงร้อยละ 10.83 

    ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้เห็นฉากทัศน์ความผันผวนของเศรษกิจโลกที่แสดงออกในรูปของความไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งจากเศรษฐกิจภายในที่อ่อนแอ บวกกับมาตรการภาษีโต้ตอบทางการค้าและภาวะวิกฤตทางการคลัง “Government Shutdown” กระทบต่อการอ่อนค่าของเงินสกุลเหรียญสหรัฐ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันโลกร่วงต่อเนื่อง

    อีกทั้งความไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก อาจทรุดตัวมากกว่าที่เป็นอยู่ ทำให้มีการโยกเงินเปลี่ยนไปถือทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

    จับตาส่งออกยังน่าห่วง

    ความท้าทายของทีมเศรษฐกิจนอกจากประเด็นที่กล่าวถึง ไทยยังเผชิญกับความไม่แน่นอนของภาคส่งออก ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจออกอาการชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด 

    กล่าวคือ เดือนสิงหาคมส่งออก ขยายตัวเชิงเหรียญสหรัฐร้อยละ 5.79 แต่เงินบาทแข็งค่า ทำให้ขยายตัวเชิงเงินบาทหดตัว -5.53 จากค่าเฉลี่ยขยายตัวร้อยละ 4.72 เป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำสุดในช่วง 8 เดือน ประเทศคู่ค้าหลักส่งออกชะลอตัว เช่น สหรัฐอเมริกาขยายตัวเพียงร้อยละ 12.76 จากค่าเฉลี่ย (ม.ค. – ก.ค.) ร้อยละ 30.07 เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ เร่งการนำเข้าให้ทันการปรับภาษีของทรัมป์ (Reciprocal Tariff) 

    ขณะเดียวกันส่งออกไปจีน ซึ่งเป็นลูกค้าอันดับ 2 ขยายตัวเพียงร้อยละ 5.87 ต่ำสุดจากค่าเฉลี่ยในช่วงเดียวกัน ขยายตัวร้อยละ 19.42 ส่งออกไปฮ่องกง ขยายตัวร้อยละ 0.9 และญี่ปุ่น หดตัวร้อยละ -5.26 

    ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากส่งออกชะลอตัว แฝงมากับเงินบาทแข็งค่าคือ สินค้าเกษตรกรรม หดตัวเชิงเงินบาท ร้อยละ 22.8 สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร หดตัวร้อยละ 17.09 ขณะที่คลัสเตอร์อุตสาหกรรมการผลิต หดตัวร้อยละ 0.69 ที่น่ากังวลคือเกษตรกรชาวนา (ข้าว) ในเชิงปริมาณส่งออก 8 เดือนแรกส่งออก ลดลงร้อยละ 24 ในเชิงมูลค่าเงินบาท หดตัวร้อยละ 35.63 

    ชำแหละนโยบาย Quick Big Win

    การที่รัฐบาลออกนโยบายแก้เศรษฐกิจระยะสั้น Quick Big Win ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่งพลัส งบประมาณก้อนแรก 6.4 หมื่นล้านบาท อาจแทบไม่มีผลต่อ GDP แต่เม็ดเงินเหล่านั้นจะมีส่วนสำคัญต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ราคาสินค้าตกต่ำซึ่งแนะนำว่าจะต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เฟส

    ขณะเดียวกันเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เก็บเกิบภาษีจริง ซึ่งรมว.คลังระบุว่ามีเม็ดเงินประมาณ 1.5 แสนล้านบาท พร้อมที่จะคืนให้กับภาคเอกชนให้เร่งดำเนินการ ซึ่งจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อม 

    ด้านมาตรการสร้างความเชื่อมั่นจากความไม่แน่นอนของรัฐบาล ซึ่งพอรับตำแหน่งวันแรกประกาศจะยุบสภาล่วงหน้าภายใน 4 เดือน ต่างชาติอาจไม่เข้าใจวัฒนธรรมและจารีตการเมืองแบบไทยๆ อาจลังเลที่จะนำเม็ดเงินเข้ามาลงทุน แต่ภาพรวมการนำเข้าสินค้าทุน-เครื่องจักรช่วงตั้งแต่ต้นปี ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 22.15 เทียบกับปีที่แล้ว ขยายตัวร้อยละ 9.16 และการนำเข้าวัตถุดิบ-สินค้ากึ่งสำเร็จรูป ขยายตัวร้อยละ 11.83 

    สะท้อนการลงทุนเอกชนและการผลิตยังเดินหน้า โดยหวังรองรับการส่งออกจะยังขยายตัวได้ในปีหน้า ประเด็นที่ต้องติดตามส่งออกช่วงที่เหลือของปีและปีพ.ศ. 2569 จะกลับมาฟื้นตัวหรือไม่ เนื่องจากการพึ่งพาการบริโภคในประเทศซึ่งกำลังซื้ออ่อนแอ จะทำให้กำลังการผลิตเดินไม่เต็มตามศักยภาพ และมีสินค้าคงคลังสูง ทำให้มีปัญหาสภาพคล่องตามมา 

    ดึงนักท่องเที่ยวของต่างชาติเข้าประเทศ

    มาตรการที่รัฐบาลต้องเร่งแก้คือ การท่องเที่ยวของต่างชาติ ลดลงอย่างเป็นนัยตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดจีน นักท่องเที่ยวเดือนสิงหาคมหายไปถึง ร้อยละ 35 – 40 จะยิ่งซ้ำเติมกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวไปจนถึงอาจหดตัว กระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงร้านค้าแผงลอย ร้านอาหาร ภัตตาคารและโรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยว จำเป็นที่จะต้องมีมาตรการด่วนรองรับการท่องเที่ยวในช่วงไฮท์ซีซั่น

    รัฐบาลอนุทินที่เข้ามาในจังหวะนี้เป็นทั้ง “ความท้าทาย” จะไปรอดจากภาวะการเมืองแปรปรวน เศรษฐกิจไม่เอื้อ ปัญหาขัดแย้งกัมพูชายกระดับเป็นความคลั่งชาติรอวันปะทุ อาจเป็น “โอกาส” หากสามารถแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น 

    จุดแข็งของรัฐบาลคือตัวท่านนายกรัฐมนตรีมาจากเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่และเป็นมืออาชีพ-เก๋าทางการเมือง รวมทั้งมีการดึง “Economic Team” จากคนเก่งๆ เข้ามาร่วมงาน โดยให้เร่งแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนปากท้องของประชาชน 

    การแก้หนี้รายย่อย ปัญหาการส่งออกและขัดแย้งกัมพูชา เนื่องจากมีเวลาไม่มากไม่มีเวลาฮันนีมูนหรือยิ้มสวยๆ ซึ่งแก้ปัญหาไม่ได้ต้องแก้ให้ตรงจุด ตรงประเด็น มาตรการที่ดูเท่แต่เห็นผลระยะยาว ขอให้เก็บไว้ก่อน หากปีหน้าเลือกตั้งจบสามารถกลับมาเป็นรัฐบาลค่อยว่ากันใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640657&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw240jquGA3m5FCfc6YRcfhm

  • เจาะลึก! ตักบาตรเทโว 2568: เปิดพิกัดงานบุญใหญ่ ‘วันพระเจ้าเปิดโลก’

    เจาะลึก! ตักบาตรเทโว 2568: เปิดพิกัดงานบุญใหญ่ ‘วันพระเจ้าเปิดโลก’

    วันออกพรรษา 2568 (วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของงานบุญครั้งใหญ่ที่เชื่อมโยงศรัทธากับเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งมีไฮไลต์สำคัญคือ ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ตักบาตรเทโว” โดยจะจัดขึ้นใน วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ คือ วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568

    ความสำคัญและมิติทางเศรษฐกิจ

    ตักบาตรเทโวโรหณะ: มิติทางศาสนาและมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    “ตักบาตรเทโวโรหณะ” มาจากคำว่า “เทว+โอโรหณะ” แปลว่า การเสด็จลงจากเทวโลก เป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจำพรรษาเทศนาพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา โดยเหตุการณ์นี้เกิดความอัศจรรย์ที่เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก สามารถมองเห็นกันได้ จึงเรียกอีกชื่อว่า “วันพระเจ้าเปิดโลก”

    ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น: การจัดงานประเพณีตักบาตรเทโวฯ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการ กระตุ้นการท่องเที่ยว และ เศรษฐกิจฐานราก ประชาชนเดินทางไปร่วมงาน ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าชุมชน “ข้าวต้มลูกโยน” (สัญลักษณ์สำคัญของงาน) กลายเป็นสินค้าขายดีที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างมหาศาล

    เช็กพิกัดงานบุญใหญ่ ตักบาตรเทโว 2568

    นักท่องเที่ยวและสายบุญไม่ควรพลาดงานตักบาตรเทโวโรหณะที่สำคัญ ดังนี้:

    อุทัยธานี: ตักบาตรเทโว พระสงฆ์ 500 รูป ลง 449 ขั้น

    • วันที่จัดงาน: 7 – 8 ตุลาคม 2568
    • สถานที่: วัดสังกัสรัตนคีรี และห้าแยกวิทยุ
    • ไฮไลต์: ชมขบวนพระสงฆ์กว่า 500 รูป เดินลงจากยอด เขาสะแกกรัง ผ่านบันไดจำลอง 449 ขั้น เป็นภาพอันศักดิ์สิทธิ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ

    ประเพณีตักบาตรเทโว ข้าวต้มลูกโยน จ.สระบุรี

    • วันที่จัดงาน: 7 – 8 ตุลาคม 2568
    • สถานที่: วัดพระพุทธฉาย จังหวัดสระบุรี
    • ไฮไลต์: ร่วมใส่บาตรด้วย ข้าวต้มลูกโยน ที่ถือเป็นภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้าน และชมการจัดจำลองพุทธประวัติอย่างงดงาม

    ตักบาตรเทโว 2568

    ตักบาตรเทโวโรหณะ กรุงเทพมหานคร

    วันที่จัดงาน: วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (เช้า)

    • สถานที่: บริเวณรอบพระบรมบรรพต ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
    • ไฮไลต์: ทำบุญตักบาตรเทโวฯ ใจกลางเมืองหลวง ณ วัดสำคัญที่จำลองการเสด็จลงจากที่สูงได้เป็นอย่างดี

    เตรียมพร้อมก่อนร่วมงาน: ข้อปฏิบัติและโอกาสทางธุรกิจ

    • การเตรียมตัว: พุทธศาสนิกชนควรเตรียม ข้าวสารอาหารแห้ง โดยเฉพาะ ข้าวต้มลูกโยน หรือ ข้าวต้มมัด สำหรับใส่บาตร
    • โอกาสทางธุรกิจ: ผู้ประกอบการท้องถิ่นควรใช้โอกาสนี้ในการจำหน่ายสินค้าที่ระลึก อาหารพื้นเมือง และบริการที่พัก เพื่อรองรับการไหลเวียนของนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญนี้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/lifestyle/640638&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vs_KGruNcg-Co4td9v4Z_

  • ประกาศแล้ว! วันหยุดพิเศษ

    ประกาศแล้ว! วันหยุดพิเศษ

    มีมาเพิ่มอีกแล้ว สำหรับวันหยุดราชการกรณีพิเศษ โดยครั้งต่อไปนั้นหลายคนอาจจะต้องวางแผนการเดินทางกันให้พร้อม โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพราะวันหยุดพิเศษที่ประกาศจะตรงกับวันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569

    ทั้งนี้ การประกาศวันหยุดพิเศษ เพื่อให้มีวันหยุดราชการต่อเนื่องกันหลายวัน ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

    ดังนั้นช่วงสิ้นปีจะได้วันหยุดดังนี้

    31 ธันวาคม 2568 วันสิ้นปี

    1 มกราคม 2569 วันขึ้นปีใหม่

    2 มกราคม 2569 วันหยุดราชการเพิ่มเติม เป็นกรณีพิเศษ

    3-4 มกราคม 2569 วันเสาร์- อาทิตย์

    ส่งผลให้มีวันหยุดต่อเนื่อง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2568 -วันที่ 4 ม.ค. 2569 เพื่อให้เป็นการเชื่อมต่อวันหยุดในช่วงปีใหม่ ใครที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน หรือ ลาพักร้อนเพิ่ม ก็เตรียมพร้อมกันล่วงหน้าได้เลย สำหรับวันหยุดยาวครั้งต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamnews.com/news/economy/29008&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vNsEa9M1WyQQI0buo_LA8