Category: ท่องเที่ยว

  • ครม. ยังไม่เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว รอถกครม.ศก.พรุ่งนี้ 

    ครม. ยังไม่เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว รอถกครม.ศก.พรุ่งนี้ 


    ครม.ไฟเขียวงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ปี 69 วงเงิน 1.6 ล้านลบ. คาดดัน GDP โตเพิ่มอีก 0.3% จับตา ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรกพรุ่งนี้( 15 ต.ค.)  จ่อพิจารณามาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว-เงินเยียวยาน้ำท่วม ก่อนชงครม.

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบกรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงินรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รายงานว่างบลงทุนดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยให้เพิ่มขึ้นได้อีก 0.3%

    พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ให้นโยบายรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ในการไปปรับปรุงกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการประชาชน โดยให้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น Customer Centric หรือการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง

    “การบริการของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่ยังเป็นภาระ อุปสรรคกับประชาชน ก็ให้รัฐวิสาหกิจไปแก้ระเบียบให้เรียบร้อย ตลอดจนการไม่ได้รับความสะดวกจากการบริการต่าง ๆ ของรัฐวิสาหกิจ ขอให้ไปปรับปรุงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว” โฆษกรัฐบาลกล่าว

    นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบกรอบแนวทางการวางนโยบายสำหรับปี 2570 ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะได้ไปมอบนโยบายในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

    “นายกฯ ได้สั่งการให้ไปปรับระยะเวลา timeline ของกรอบปี 70 หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ให้พยายามทำให้ทันปีงบประมาณ 2570 ไม่ให้เกิดความล่าช้า ซึ่งสำนักงบประมาณ จะรับไปพิจารณา” นายสิริพงศ์ กล่าว

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวและเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. วันนี้ เพราะต้องรอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจนัดแรกวันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.) ก่อน

    ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Roadmap ที่กำหนด Action Plan ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลช่วง 4 เดือนนี้ให้ครม.เศรษฐกิจพิจารณาในวันพรุ่งนี้

    พร้อมกันนี้ นายสิริพงศ์ ระบุอีกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยากเห็นทุกกระทรวงจะทำ Roadmap และ Action Plan ด้วยเช่นกัน

    ส่วนการต่อสัญญาการแข่งขัน Moto GP นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการนำสู่ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ เรื่องนี้ทางกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬาจะเป็นผู้พิจารณา 

    อย่างไรก็ตาม การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในส่วนของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจะเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ คือ มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวปลายปี ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/36473&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ES7yrFrG-iMbmEcl_X27U

  • จับสัญญาณ นักท่องเที่ยวมาเลย์แผ่ว! รายได้หด 9 หมื่นลบ. จีน-ญี่ปุ่นงัดกลยุทธ์แย่งตลาด : อินโฟเควสท์

    จับสัญญาณ นักท่องเที่ยวมาเลย์แผ่ว! รายได้หด 9 หมื่นลบ. จีน-ญี่ปุ่นงัดกลยุทธ์แย่งตลาด : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า แต่ละปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทย มากเป็นอันดับ 1 หรือไม่ก็อันดับ 2 มาต่อเนื่อง จากความได้เปรียบด้านผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ และโดยเฉพาะพรมแดนที่ติดกัน ทำให้ชาวมาเลเซียเดินทางมาเที่ยวไทยสะดวก ทั้งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดยาว และไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า

    จากข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทยของชาวมาเลเซีย พบว่ากว่า 80% เดินทางมาเที่ยวไทยทางบก ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางผ่านด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา และด่านพรมแดนเบตง จ.ยะลา

    ทั้งนี้ สอดคล้องกับจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่นิยมเที่ยวในจังหวัดทางภาคใต้ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เที่ยวไทย สำหรับจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเดินทางไปท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก คือ 1.สงขลา 2.กรุงเทพฯ 3.ยะลา 4.ภูเก็ต และ 5.นราธิวาส โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซีย มีวันพักในไทยเฉลี่ยที่ประมาณ 4.3 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ประมาณ 4,830 บาท/วัน

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์นักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทยในปีนี้ และระยะข้างหน้า พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทยเริ่มมีสัญญาณน่ากังวลขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทยลดลง จากข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 ต.ค. 68 นักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทย มีจำนวน 3.53 ล้านคน ลดลง 7% (YoY)

    แต่นักท่องเที่ยวมาเลเซียไปประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อาทิ อินโดนีเซีย (จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 2 ของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย) สิงคโปร์ เวียดนาม และญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าผลสำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในและต่างประเทศของชาวมาเลเซีย โดย Malaysia Tourism Promotion Board จะระบุว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอันดับ 1 ของชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวมาเลเซียมาเที่ยวไทย ยังมีจำนวนสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศก็ตาม

    อย่างไรก็ดี การที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวประเทศอื่นเพิ่มขึ้น มาจากหลายปัจจัย อาทิ

    – มาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น นโยบายวีซ่าฟรีระหว่างจีน-มาเลเซีย ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 68 หนุนชาวมาเลเซียเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีนเพิ่มขึ้น

    – การปรับตัวทางธุรกิจ เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายทางศาสนา อาทิ สถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น มีการปรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิม เช่น ห้องละหมาด และร้านอาหารฮาลาล เพื่อเข้าถึงตลาดการท่องเที่ยวของชาวมุสลิม

    – ราคาและความคุ้มค่า ซึ่งราคาสินค้าและบริการท่องเที่ยวของไทยปรับตัวสูงขึ้น อีกทั้งส่วนหนึ่งจากผลของเงินบาทที่แข็งค่า จากผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมาเลเซียให้ความสำคัญกับราคาค่อนข้างมาก โดยงบประมาณมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ

    – ความกังวลในเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว จากสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ทำให้กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย ได้แนะนำให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยัง 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย

    “หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย อาจลำบากขึ้น ดังนั้น ภาครัฐคงต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในหลายจังหวัดทางภาคใต้” บทวิเคราะห์ ระบุ

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายปี 68 นักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทย น่าจะยังไม่ฟื้นตัว จึงคาดว่าทั้งปี 68 นักท่องเที่ยวมาเลเซียเที่ยวไทยจะอยู่ที่ 4.6 ล้านคน ลดลง 7% จากปี 67 และต่ำกว่าปี 66 ซึ่งกระทบรายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียลดลง 8% จากปี 67 หรือมีมูลค่าอยู่ที่ 96,100 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายหลักของนักท่องเที่ยวมาเลเซีย กว่า 70% คือ ค่าซื้อสินค้า/ของที่ระลึก เช่น อาหารฮาลาล สินค้าเพื่อสุขภาพ ค่าที่พัก และค่าอาหาร

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/536949&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FimGuP_qL3e4MHexyyRt0

  • “อรรถกร” สั่งตรวจสอบด่วน “ไกด์เถื่อน” บังคับนักท่องเที่ยวซื้อของ

    “อรรถกร” สั่งตรวจสอบด่วน “ไกด์เถื่อน” บังคับนักท่องเที่ยวซื้อของ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ สั่งตรวจสอบด่วนกรณีไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวซื้อของ หากพบผิดจริงเจอโทษหนัก ชี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เข้าข่ายหลอกลวง

    วันนี้ (14 ต.ค.2568) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปและกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ว่า มีไกด์ทัวร์ต่างชาติบังคับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มหนึ่งให้ซื้อสินค้าตามที่ไกด์เถื่อนแนะนำ ไม่เช่นนั้นจะกลับประเทศไม่ได้ นั้น

    นายอรรถกร กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สั่งการด่วนให้กรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจดทะเบียนไกด์และบริษัทนำเที่ยว ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสถานที่เกิดเหตุ ช่วงเวลา บริษัททัวร์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนรูปแบบโปรแกรมท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย

    ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน จำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวทุกด้าน ทั้งความปลอดภัย ความสะดวก ความสะอาดและมาตรฐานการบริการ หากตรวจสอบพบผิดจริงจะมีมาตรการลงโทษ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงหรือบังคับนักท่องเที่ยว เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

    รมว.การท่องเที่ยวฯ กล่าวอีกว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯ จะดำเนินการทุกขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยวและรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในสายตาชาวโลก

    ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว พบว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 โดยไกด์ต่างชาติ มีความผิดฐานทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 86 ประกอบมาตรา 49) และไกด์ไทย มีความผิดฐานยินยอมให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 60)

    ส่วนบริษัททัวร์ จะมีความผิดฐานแสวงหาประโยชน์โดยไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 6 เดือน (ตามมาตรา 83 ประกอบมาตรา 25 และระเบียบข้อ 5(7)

    อ่านข่าว

    “เอกนิติ” เผยถก “ครม.เศรษฐกิจ” นัดแรก 15 ต.ค.

    ฟังเสียงผู้ประกอบการก่อนเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส”

    “ปานเทพ” ยื่นหนังสือถึง “นายกฯ” จี้ยกเลิก MOU 43-44

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/357557&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zR1uXLdS3fViH0hDFwveu

  • ทางการเกาหลีใต้ เตือนประชาชนงดท่องเที่ยวในกัมพูชา เสี่ยงถูกลักพาตัว

    ทางการเกาหลีใต้ เตือนประชาชนงดท่องเที่ยวในกัมพูชา เสี่ยงถูกลักพาตัว

    วันที่ 14 ตุลาคม 2568 หลังจากมีภาพเหตุการณ์ที่ชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง โพสต์ภาพพาสปอร์ตหลายสัญชาติ ถูกทิ้งลงถังขยะในประเทศกัมพูชา แสดงถึงเรื่องไม่ความปลอดภัยในการท่องเที่ยวที่กัมพูชา รวมถึงเหตุลักพาตัวและค้ามนุษย์ นักศึกษาชาวเกาหลีใต้ อายุ 22 ปี ถูกชาวจีน 3 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งสแกมเมอร์ หลอกลวงและลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ก่อนทรมานจนเสียชีวิต

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า… ล่าสุด ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการทางการทูต เพื่อปกป้องชาวเกาหลีใต้จากอาชญากรรมในกัมพูชาและขอข้อเท็จจริงเรื่องการเสียชีวิตของนักศึกษาหนุ่ม พร้อมมีมาตรการตอบโต้หากไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจ

    ด้านกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ ยกระดับการเตือนภัยให้นักท่องเที่ยวงดเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ และอีก 5 จังหวัด คือ อุดรมีชัย, พระวิหาร, บันเตียเมียนเจย, พระตะบอง และสีหนุวิลล์ ไม่รวมอีกหลายจังหวัด ที่มีคำเตือนระดับต่ำกว่า แต่พร้อมยกระดับคำเตือนขึ้นอีกหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น

    ด้านโฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงตอบโต้รัฐบาลเกาหลีใต้ โดยระบุว่า เหตุลักพาตัวและสังหารนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมา  “เหตุเกิดจากชาวจีน ไม่ใช่ชาวเขมร” และยืนยันว่าไม่พบเอกสารร้องเรียนจากครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศ ร่วมมือแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ร่วมกัน

    ที่มา รัฐบาลเกาหลีใต้

     https://www.mofa.go.kr/www/brd/m_4080/view.do?seq=376515&page=1&pitem=10

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/59079&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0L-kIS-E2Jf0tUcev6C_YX

  • ต่างชาติเที่ยวไทยแผ่ว!! ทุกตลาดชะลอหลังหมดช่วงหยุดยาวในหลายประเทศ

    ต่างชาติเที่ยวไทยแผ่ว!! ทุกตลาดชะลอหลังหมดช่วงหยุดยาวในหลายประเทศ

    ต่างชาติเที่ยวไทยแผ่ว!! ทุกตลาดชะลอหลังหมดช่วงหยุดยาวในหลายประเทศ

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-12 ต.ค.) นักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทางในทุกกลุ่มตลาด ทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) และนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) จากการสิ้นสุดการเดินทางในช่วงวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งถือเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 522,169 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 82,429 คน หรือ 13.63% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 74,596 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 74,915 คน จีน 70,069 คน อินเดีย 39,481 คน เกาหลีใต้ 31,019 คน และรัสเซีย 25,570 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 7.31% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 46.93% 30.01% 25.67% และ 8.38% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    ส่วนในสัปดาห์นี้ (13-19 ต.ค.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว

    ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 ต.ค. 68 มีจำนวนทั้งสิ้น 25,096,346 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,159,456 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,608,943 คน จีน 3,582,322 คน อินเดีย 1,850,318 คน รัสเซีย 1,319,164 คน และเกาหลีใต้ 1,205,556 คน


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12756370&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_nKo_xE8h6LQOm6iEgafu

  • สุดฉาว! ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    สุดฉาว! ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    สุดฉาว! ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.49 น.

    14 ตุลาคม 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงท่องเที่ยวไทย หลังจากเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “วงการท่องเที่ยวไทย” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากแอปพลิเคชัน WeChat พร้อมข้อความระบุว่า “สุดฉาว ! ไกด์เถื่อนบังคับ นทท.ไม่ซื้อสินค้า-ไม่ให้กลับจีน” จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์

    ในคลิปปรากฏภาพชายชาวต่างชาติรายหนึ่งซึ่งถูกระบุว่าเป็น “ไกด์เถื่อน” กำลังยืนถือไมโครโฟนพูดจาเสียงดังบนรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยกล่าวตำหนินักท่องเที่ยวว่าไม่ยอมซื้อสินค้าที่ร้านที่พาไป พร้อมทั้งกล่าวหาว่าเป็นการ “ไม่ให้เกียรติไกด์” และข่มขู่ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหมด “ไม่สามารถเดินทางกลับจีนได้” หากไม่ให้ความร่วมมือ

    สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อไกด์เถื่อนรายนี้สังเกตเห็นว่ามีผู้โดยสารกำลังบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ไว้ จึงพยายามเข้าขัดขวาง และสั่งให้ลบคลิปดังกล่าวทันที

    ทั้งนี้ ร้านค้าที่ถูกกล่าวถึงในคลิป เป็นร้านค้าซึ่งอยู่ในเครือข่ายของทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยมีพฤติกรรมเอื้อต่อไกด์เถื่อนที่นำกรุ๊ปทัวร์มาลงเพื่อแลกกับ “ค่าน้ำ” หรือค่าคอมมิชชันจากการขายสินค้า หากนักท่องเที่ยวไม่ยอมซื้อของ ไกด์ก็จะไม่ได้รับค่าตอบแทน และอาจขาดทุนจากค่าหัวที่จ่ายให้บริษัททัวร์ต้นทาง

    หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีมัคคุเทศก์ชาวไทยจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อพฤติกรรมของไกด์เถื่อนต่างชาติ พร้อมชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลเสียอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และบั่นทอนโอกาสการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว

    ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา กลุ่มมัคคุเทศก์ชาวไทยได้เคยยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ รวมถึงบริษัทนำเที่ยวที่ลักลอบดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    เพจดังพาส่องโซเชียลจีน สาเหตุทำนักท่องเที่ยวเมินไทย

    นทท.จีนสูงอายุสุดกลั้น 'ผายลม'ฟุ้งทั่วรถบัส คนขับถึงขั้นต้องเอาผ้าอุดจมูก (คลิป)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/920785&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UdfYFYFOrdXHt36cwRTBp

  • ต่างชาติเที่ยวไทยแผ่ว!! ทุกตลาดชะลอหลังหมดช่วงหยุดยาวในหลายประเทศ : อินโฟเควสท์

    ต่างชาติเที่ยวไทยแผ่ว!! ทุกตลาดชะลอหลังหมดช่วงหยุดยาวในหลายประเทศ : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-12 ต.ค.) นักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทางในทุกกลุ่มตลาด ทั้งนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) และนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) จากการสิ้นสุดการเดินทางในช่วงวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งถือเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 522,169 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 82,429 คน หรือ 13.63% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 74,596 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 74,915 คน จีน 70,069 คน อินเดีย 39,481 คน เกาหลีใต้ 31,019 คน และรัสเซีย 25,570 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 7.31% ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลีใต้ อินเดีย และรัสเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 46.93% 30.01% 25.67% และ 8.38% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    ส่วนในสัปดาห์นี้ (13-19 ต.ค.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว

    ขณะที่ภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-12 ต.ค. 68 มีจำนวนทั้งสิ้น 25,096,346 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,159,456 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,608,943 คน จีน 3,582,322 คน อินเดีย 1,850,318 คน รัสเซีย 1,319,164 คน และเกาหลีใต้ 1,205,556 คน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR9D0IQ82SJL8Z29GDRW4PO8ZM93I630&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-UFcIxxDLcJSKQkaggJmz

  • “รมว.อรรถกร” นำทีม ททท. หารือเข้มวางกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ ยกระดับมาตรการความปลอดภัย รับมหกรรมกีฬาซีเกมส์

    “รมว.อรรถกร” นำทีม ททท. หารือเข้มวางกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ ยกระดับมาตรการความปลอดภัย รับมหกรรมกีฬาซีเกมส์

    วันที่ 14 ตุลาคม 68 นายอรรกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการ เกี่ยวกับแนวทางการประชาสัมพันธ์มหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมมหกรรม โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

    โดยการหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับประเทศและภูมิภาค พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพกีฬา การจัดการ และการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ

    นายอรรถกร ได้หารือต่อที่ประชุมในประเด็นด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการวางมาตรการป้องกัน ดูแล และบริหารจัดการความปลอดภัย เพื่อให้การจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

    นายอรรกร ยังเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งมือในการดำเนินงาน เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย และการประสานงานทุกด้านสำเร็จทันเวลา เพื่อให้เป็นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่สมบูรณ์แบบและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/248790&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FArwxY0snEgDiDF3c6YH6

  •  “อรรถกร” นำทีม ททท. หารือรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์  – ไม่นอนใจกรณีไกด์บังคับลูกทัวร์ซื้อของ  

     “อรรถกร” นำทีม ททท. หารือรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์  – ไม่นอนใจกรณีไกด์บังคับลูกทัวร์ซื้อของ  

    กีฬา

     “อรรถกร” นำทีม ททท. หารือรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์  – ไม่นอนใจกรณีไกด์บังคับลูกทัวร์ซื้อของ  

    วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายอรรกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการ เกี่ยวกับแนวทางการประชาสัมพันธ์มหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมมหกรรม โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

    โดยการหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับประเทศและภูมิภาค พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพกีฬา การจัดการ และการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ

    นายอรรถกร ได้หารือต่อที่ประชุมในประเด็นด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการวางมาตรการป้องกัน ดูแล และบริหารจัดการความปลอดภัย เพื่อให้การจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

    นายอรรกร ยังเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งมือในการดำเนินงาน เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย และการประสานงานทุกด้านสำเร็จทันเวลา เพื่อให้เป็นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่สมบูรณ์แบบและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

     ไม่นอนใจกรณีไกด์บังคับลูกทัวร์ซื้อของ  

     นายอรรถกร  เปิดเผยว่าต่อกรณีที่มีการเผยแพร่ไกด์ทัวร์ต่างประเทศบังคับนักท่องเที่ยว ซื้อของและสินค้าในประเทศไทยเชิงบังคับ ตามที่มีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์นั้น กระทรวงการท่องเที่ยว ฯ โดยกรมการท่องเที่ยว ที่มีหน้าที่ดูแลจดทะเบียนไกด์และการปฎิบัติหน้าที่ของไกด์และบริษัททัวร์ในประเทศและต่างประเทศต่างประเทศ จะร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ว่าเหตุเกิดที่ไหน ช่วงเวลาใด บริษัททัวร์ที่นำเข้ามาเป็นบริษัทอะไร และมีโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบไหน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมทั้งการรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย เพราะเราเองมีการควบคุมจดทะเบียนไกด์และผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดกรณีการหลอกลวงบังคับหรือขู่เข็ญ  

    โดยรัฐมนตรี ฯ ได้สั่งการด่วนให้กรมการท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานตรงมาที่รัฐมนตรีเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น จึงต้องรีบสร้างความมั่นใจในทุกด้านให้กับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยความสะดวกสบายความสะอาดและมาตรฐานการท่องเที่ยวในประเทศไทย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/sport/450336&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JR9Kp_WHv7CDVWDTTGrL1

  • สุดฉาว! ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    สุดฉาว! ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    สุดฉาว! ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    ไกด์เถื่อนต่างชาติขู่นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทย ว่าหากไม่ซื้อสินค้าจากร้านที่ไกด์แนะนำ จะทำให้กลับประเทศจีนไม่ได้

    สะเทือนวงการท่องเที่ยวไทยอีกแล้ว หลังมีคลิปฉาวไกด์เถื่อนต่างชาติ ประกาศกร้าวบนรถบัส ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มหนึ่งกลับเมืองประเทศไม่ได้ หลังจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นไม่ซื้อสินค้าตามที่ไกด์เถื่อนต่างชาติแนะนำ

    พฤติกรรมแบบนี้คงทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเมืองไทยไม่ปลอดภัย และยังเป็นแหล่งอาชญากรรม หลังจากที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นไกด์เถื่อนต่างชาติกำลังถือไมค์โวยวายนักท่องเที่ยวชาวจีนบนรถบัส ว่าทำไมไม่ซื้อสินค้าที่ร้าน ถือเป็นการไม่ให้เกียรติไกด์

    Weibo/九儿
    ไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวจีน ไม่ซื้อสินค้าไม่ให้กลับประเทศ

    พร้อมทั้งยังข่มขู่นักท่องเที่ยวทั้งคันรถว่า จะทำให้กลับเมืองจีนไม่ได้ ก่อนที่ไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้จะหันไปเห็นว่ามีคนเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมทั้งบังคับให้ลบคลิปดังกล่าวทิ้ง

    โดยร้านค้าที่ไกด์เถื่อนคนดังกล่าวบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้านั้น เป็นที่รู้จักในวงการท่องเที่ยว ว่าเป็นร้านที่รับทัวร์ศูนย์เหรียญโดยเฉพาะ ซึ่งไกด์เถื่อนต่างชาติจะนำนักท่องเที่ยวให้มาซื้อสินค้าที่นี่ เพื่อรับค่าน้ำชาในการพานักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้า

    ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าไกด์เถื่อนรายนี้ไม่พอใจนักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมซื้อสินค้า จึงทำให้ไม่ได้ค่าน้ำ และขาดทุนค่าหัวที่ซื้อมาจากบริษัททัวร์นั่นเอง

    ภายหลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ทำให้มัคคุเทศก์ชาวไทยส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพฤติกรรมของไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างมาก

    ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มมัคคุเทศก์ชาวไทยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาแย่งอาชีพสงวนของคนไทย

    แต่ผ่านมาได้เพียง 1 เดือน ก็เกิดเหตุฉาวสะเทือนวงการท่องเที่ยวขึ้นมาเสียแล้ว จึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยว และตำรวจท่องเที่ยว เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติให้หมดไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยกลับคืนมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A1/259113&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-RfmmBDoI6j6kLUgoPJ0p