Category: ท่องเที่ยว

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/activity/67480/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw32l00ZMYCtp1kMNm4muhM0

  • เคทีซีผนึกการท่องเที่ยวฮ่องกง ปลุกตลาดท่องเที่ยวปลายปี ดันยอดใช้จ่ายนักเดินทางไทยโตต่อเนื่องกว่า 10%

    เคทีซีผนึกการท่องเที่ยวฮ่องกง ปลุกตลาดท่องเที่ยวปลายปี ดันยอดใช้จ่ายนักเดินทางไทยโตต่อเนื่องกว่า 10%

    “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผนึกความร่วมมือกับการท่องเที่ยวฮ่องกง (Hong Kong Tourism Board: HKTB) เดินหน้ากระตุ้นตลาดท่องเที่ยวปลายปีและยอดใช้จ่ายของนักเดินทางชาวไทย ผ่านเทศกาล “Hong Kong Wine & Dine Festival 2025” เทศกาลอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ภายใต้ธีม “REMIX. BEST OF ALL WORLDS” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ณ เซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟรอนท์ ริมอ่าววิคตอเรีย รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 300 บูธ ตั้งแต่ร้านระดับมิชลินไกด์ไปจนถึงสตรีทฟู้ดชื่อดัง และขยายเวลาให้เข้าชมถึงเที่ยงคืนเป็นครั้งแรก พร้อมแพ็กเกจพิเศษเริ่มต้น 11,999 บาท สำหรับสมาชิก เคทีซีเท่านั้น

    ภาพรวมตลาด: ฮ่องกงยังครองใจนักเดินทางไทย

    จากสถิติจากการท่องเที่ยวฮ่องกง ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนฮ่องกงกว่า 33 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 359,000 คน เพิ่มขึ้น 4.6%  ซึ่งจัดเป็นอันดับ 2 ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับเทศกาล “Wine & Dine Festival” ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญของฮ่องกงช่วงปลายปี ที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เทศกาลดังกล่าวจัดตรงกับช่วงวันหยุดยาวของไทยพอดี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาฮ่องกงเพิ่มมากขึ้น

    KTC ชี้เทรนด์ “กิน–ช้อป–เที่ยว” ที่ฮ่องกงยังแรงไม่หยุด

    นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” เปิดเผยว่า ฮ่องกงยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี รองจากญี่ปุ่น และเป็นประเทศที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ  ในต่างประเทศมากเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ โดยตั้งแต่มกราคมถึงสิงหาคม 2568 มียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 13,000 บาทต่อคน และ 3,500 บาทต่อครั้ง“เราพบว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของสมาชิกเคทีซีในฮ่องกงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดร้านอาหารซึ่งมีจำนวนการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 26% และจำนวนสมาชิกที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 16%  จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่หมวดแฟชั่นและนาฬิกาเครื่องประดับยังคงเป็นอันดับต้น ๆ แสดงให้เห็นว่า ฮ่องกงยังเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับ พรีเมียมของนักเดินทางชาวไทยได้เป็นอย่างดี” นางสาววริษฐากล่าว

    ไฮไลต์งาน “Hong Kong Wine & Dine Festival 2025”

    เทศกาลในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “REMIX. BEST OF ALL WORLDS” ผสานวัฒนธรรมอาหารแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ไว้อย่างลงตัว โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ BEA Grand Wine Pavilion รวบรวมไวน์ชั้นเลิศจากแคว้นบอร์กโดซ์ รวมถึงไวน์ระดับ First Growth / Tasting Room ดินเนอร์ 10 คอร์สจาก 5 เชฟชื่อดัง และTowngas Gourmet Avenue ที่รวมร้านอาหารชั้นนำกว่า 12 ร้าน รวมถึงร้านที่ได้รับรางวัลดาวมิชลินและรางวัลเพชร Black Pearl ซึ่งนับรวม 13 ดาว และ 7 เพชร ไว้ภายในบริเวณเดียวกัน งานจัดขึ้นริมอ่าววิคตอเรีย บริเวณเซ็นทรัล ฮาเบอร์ฟร้อนท์ (Central Harbourfront) ตั้งแต่เวลา 17.30 น. จนถึงเที่ยงคืน เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์อาหารระดับโลกในบรรยากาศยามค่ำคืนที่งดงามที่สุดของฮ่องกง

    แพ็กเกจสุดคุ้มสำหรับสมาชิกเคทีซี

    สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถจองแพ็กเกจสุดพิเศษ “Hong Kong Wine & Dine Festival 2025” ราคาเริ่มต้นเพียง 11,999 บาทต่อท่าน (จำนวนจำกัดเพียง 50 ท่าน) ประกอบด้วย

    • ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ กรุงเทพฯ–ฮ่องกง (สายการบิน Cathay Pacific / Emirates / Hong Kong Airlines
    • ห้องพัก 2 คืนที่ Regal Hong Kong Hotel หรือเทียบเท่า
    • บัตรเข้างานเทศกาล พร้อม Token มูลค่า HK$370/ท่าน สำหรับแลกเครื่องดื่มภายในงาน

    ผู้สนใจสามารถจองแพ็กเกจได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – วันที่ 31 ตุลาคม 2568 และเดินทางได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 รายละเอียดเพิ่มเติม https://ktc.promo/hk-wine-dine

    ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC WORLD Travel Service 02 123 5050 หรือติดตาม    โปรโมชันของเคทีซีได้ที่ https://www.ktc.co.th สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ลิงค์ https://ktc.today/apply-card หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

    หมายเหตุ : บัตรเครดิตใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1542670&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LKo8QJeeUZV4y79v0l-R1

  • ททท. เผยผลสำเร็จกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ภาค สู่สายตานักท่องเที่ยวจีน เกินเป้า สร้างการรับรู้รวมมากกว่า 100 ล้านคน-ครั้ง

    ททท. เผยผลสำเร็จกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ภาค สู่สายตานักท่องเที่ยวจีน เกินเป้า สร้างการรับรู้รวมมากกว่า 100 ล้านคน-ครั้ง

    ททท. ท่องเที่ยววิถีชุมชน นักท่องเที่ยวจีน หลงไทยเมืองน่าเที่ยว

    Home / PR NEWS / ททท. เผยผลสำเร็จกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ภาค สู่สายตานักท่องเที่ยวจีน เกินเป้า สร้างการรับรู้รวมมากกว่า 100 ล้านคน-ครั้ง

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ภาค สู่สายตานักท่องเที่ยวจีน ชูแนวคิด “หลงไทย เมืองน่าเที่ยว” นำเสนอวิถีชุมชน 5 ภาค 15 จังหวัดเมืองน่าเที่ยวผ่านอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่สื่อสารภาษาจีนได้เป็นอย่างดี โดยจัดทำคอนเทนต์ในรูปแบบเพื่อนไทยพาเพื่อนจีนเที่ยวจำนวนกว่า 150 ชิ้นงาน เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจีน ทั้ง Weibo, Douyin (Tiktok จีน), Xiaohongshu และ Bilibili สร้างการรับรู้รวมมากกว่า 100 ล้านคน-ครั้ง รวมถึงผลิตรายการเผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์จำนวน 5 ช่อง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายชาวจีนจำนวนมาก

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ในปี 2568 ททท. ได้เดินหน้ากระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะจัดแคมเปญทางการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนในรูปแบบต่าง ๆ แล้ว ยังได้มุ่งสร้างสรรค์ผลิตคอนเทนต์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อโทรทัศน์ ด้วยกิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ภาค สู่สายตานักท่องเที่ยวจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจในการเดินทาง โดยชูกลยุทธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “หลงไทย เมืองน่าเที่ยว” แนะนำการท่องเที่ยวไทยแบบฉบับเที่ยวเองได้ โดยนำวิถีวัฒนธรรมชุมชนมาเป็นคอนเทนต์สื่อถึงการเดินทางของคน 2 วัฒนธรรม (ไทย-จีน) ที่มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน สอดแทรกการแลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี อาหารในแต่ละท้องถิ่น การใช้ชีวิต การแต่งกาย ภาษา ศิลปะพื้นถิ่น สถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวท้องถิ่นชุมชน  และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่น่าสนใจของประเทศไทย เผยแพร่สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชุมชนในไทย พร้อมสร้างความภาคภูมิใจในชีวิตวิถีชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป 

     “กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยววิถีชุมชน 5 ภาคสู่สายตานักท่องเที่ยวจีน” นำเสนอ เมืองน่าเที่ยวของไทย 5 ภาค 15 จังหวัด ประกอบด้วย สมุทรสงคราม ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี เชียงราย อุดรธานี บึงกาฬ นครศรีธรรมราช ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร  บุรีรัมย์ สุรินทร์ จันทบุรี และตราด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ในรูปแบบเพื่อนไทย พาเพื่อนจีนเที่ยว  โดยให้ Influencer ชาวไทยที่สื่อสารภาษาจีนได้เป็นอย่างดีเป็นคนนำเที่ยว และจัดทำคอนเทนต์บทความประกอบภาพนิ่ง, คลิปวีดีโอ จำนวนรวมกว่า 150 ชิ้นงาน เผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียจีน ทั้ง Weibo, Douyin (Tiktok จีน), Xiaohongshu และ Bilibili ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้รวมมากกว่า 100 ล้านคน-ครั้ง และได้ผลิตรายการโทรทัศน์จำนวน 30 ตอน ๆ ละ 30 นาที ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์จีน โดยรวม 120 ครั้ง ผ่านสถานีโทรทัศน์ 5 ช่อง ดังนี้

    1. สถานีวิทยุโทรทัศน์กว่างซี (Guangxi Radio and Television Station)  สื่อครบวงจรครอบคลุมวิทยุ, โทรทัศน์, เว็บไซต์, โทรทัศน์มือถือ, IPTV, โทรทัศน์เคลื่อนที่, แอปพลิเคชัน และนิตยสาร โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กว่างซี มีอัตราการออกอากาศครอบคลุมทุกเมืองหลวงของมณฑลทั่วประเทศจีน 100% เข้าถึงประชากรทั่วประเทศกว่า 800 ล้านคน

    2. ช่องโทรทัศน์มาเก๊า (TDM) ผู้ให้บริการกระจายเสียงสาธารณะแห่งมาเก๊า ให้บริการข่าวสาร ข้อมูล กีฬา และรายการบันเทิงคุณภาพหลากหลายผ่านโทรทัศน์ วิทยุ และแพลตฟอร์มมัลติมีเดียแก่ผู้ชมในท้องถิ่นและทั่วโลก ครอบคลุมมณฑลกวางตุ้งและทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่จีน ผ่านทีวีดิจิทัลในมณฑลกวางตุ้ง ช่อง TDM Ou Man และ ผ่านเว็บไซต์ Streaming ของ www.TDM.com รวมถึงผ่าน TDM App

    3. ช่อง Macau Variety (ช่องที่ 95) ออกอากาศในเขตมาเก๊า และมณฑลกวางตุ้ง เน้นเนื้อหาหลัก รายการวาไรตี้ สารพัดความบันเทิงต่าง ๆ โดย Streaming ผ่าน TDM App มีกลุ่มเป้าหมายเน้นไปที่กลุ่มวัยรุ่นและครอบครัว

    4. ช่องดาวเทียม Macau-MACAU พื้นที่ส่งสัญญาณครอบคลุมมาเก๊า, จีนแผ่นดินใหญ่, ญี่ปุ่น และโปรตุเกส/ลูโซโฟน, ช่องดาวเทียมในกลุ่มโรงแรมระดับสูง, สถาบันการศึกษา, หน่วยงานราชการและการค้า พื้นที่อาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียม สำหรับชาวต่างชาติและผู้อยู่อาศัยจากฮ่องกง, มาเก๊า และไต้หวัน แพร่ภาพสู่ 53 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปัจจุบันได้ขยายไปยังประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส 

    5. สถานี Nanning Radio and Television Station ช่องภาพยนตร์ ละครทีวีและบันเทิงโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์หนานหนิง มีคลื่นวิทยุจำนวน 4 คลื่น และช่องโทรทัศน์ 4 ช่อง ได้แก่ ช่องข่าวและสารคดี, ช่องชีวิตเมือง, ช่องภาพยนตร์และบันเทิง และช่องสาธารณะ นอกจากนี้ ยังมีหนังสือพิมพ์ “หนานหนิงวิทยุโทรทัศน์” รวมถึงแพลตฟอร์มสื่อใหม่หลากหลาย เช่น แอปพลิเคชัน (APP), เว่ยป๋อ, วีแชท, เว็บไซต์, Douyin, และ Kuaishou สถานีโทรทัศน์ที่มีผู้ชมรวมมากกว่า 10 ล้านคน โดยมียอดเข้าชมรวมต่อวันเกือบ 100 ล้านครั้ง

    ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้ารับชม “เมืองน่าเที่ยว” ของไทย 5 ภาค 15 จังหวัด และสามารถช่วยแชร์เพื่อร่วมกันเผยแพร่ภาพความประทับใจในฐานะเจ้าบ้านที่ดี เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนในการเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยมากขึ้นได้ ทางสื่อโซเชียลมีเดีย 恋恋泰兰德 (เลี่ยนเลี่ยนไท่หลานเต๋อ) ผ่านแพลตฟอร์ม Weibo, Douyin, Bilibili และ Xiaohongshu

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mthai.com/news/pr/399239.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Oz80D4PSFs53w5n3mSN2S

  • ‘อรรถกร’ จี้ปราบไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวซื้อของ

    ‘อรรถกร’ จี้ปราบไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวซื้อของ

    ‘อรรถกร’ ลั่น ไม่ปล่อยไกด์เถื่อนบังคับนักท่องเที่ยวซื้อของ สั่งตรวจสอบด่วน หากผิดจริงเจอโทษหนักแน่ ย้ำ ไทยต้องเป็นจุดหมายปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

    14 ต.ค.2568-นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปและกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ว่า มีไกด์ทัวร์ต่างชาติบังคับนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มหนึ่งให้ซื้อสินค้าตามที่ไกด์เถื่อนแนะนำ ไม่เช่นนั้นจะกลับประเทศไม่ได้ว่า ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สั่งการด่วนให้กรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจดทะเบียนไกด์และบริษัทนำเที่ยว ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ทั้งในส่วนของสถานที่เกิดเหตุ ช่วงเวลา บริษัททัวร์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนรูปแบบโปรแกรมท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย

    “ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวในทุกด้าน ทั้งความปลอดภัย ความสะดวก ความสะอาด และมาตรฐานการบริการ หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดจริง จะต้องมีมาตรการลงโทษ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงหรือบังคับนักท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้  กระทรวงฯ จะดำเนินการทุกขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของนักท่องเที่ยว และรักษามาตรฐานความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในสายตาชาวโลก”นายอรรถกร กล่าว

    ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว พบว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 โดยไกด์ต่างชาติ มีความผิดฐานทำหน้าที่มัคคุเทศก์โดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(ตามมาตรา 86 ประกอบมาตรา 49)และไกด์ไทย มีความผิดฐานยินยอมให้ผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ(ตามมาตรา 60)ส่วนบริษัททัวร์ จะมีความผิดฐานแสวงหาประโยชน์โดยไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และอาจถูกพักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 6 เดือน(ตามมาตรา 83 ประกอบมาตรา 25 และระเบียบข้อ 5(7))

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/878650/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mjb-u10rj_XSBKJG3yhP2

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือแนวทางประชาสัมพันธ์และมาตรการความปลอดภัยในกีฬาซีเกมส์ 2025

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือแนวทางประชาสัมพันธ์และมาตรการความปลอดภัยในกีฬาซีเกมส์ 2025

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หารือแนวทางประชาสัมพันธ์และมาตรการความปลอดภัยในกีฬาซีเกมส์ 2025


    14/10/2568 | 89 |

    วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 08:30 น นายอรรกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการ เกี่ยวกับแนวทางการประชาสัมพันธ์มหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 และการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาร่วมมหกรรม โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

    การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการรับรู้ในระดับประเทศและภูมิภาค พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพกีฬา การจัดการ และการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ

    ภายหลังจากการหารือด้านการประชาสัมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หารือต่อที่ประชุมในประเด็นด้านความปลอดภัยของนักกีฬาและนักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการวางมาตรการป้องกัน ดูแล และบริหารจัดการความปลอดภัย เพื่อให้การจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2025 เป็นไปอย่างเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

    .นายอรรกร ศิริลัทธยากร ยังเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งมือในการดำเนินงาน เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ การเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย และการประสานงานทุกด้านสำเร็จทันเวลา เพื่อให้เป็นการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 ที่สมบูรณ์แบบและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศไทยในเวทีนานาชาติ


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/431681&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YGm4iNqLOHhSrO02Oxr6f

  • จ่อชง ‘ครม.เศรษฐกิจ’ เคาะบูมท่องเที่ยว-เร่งใช้งบ ลุยเข็นลงทุน-ส่วนราชการจัดสัมมนาดันปลายปี

    จ่อชง ‘ครม.เศรษฐกิจ’ เคาะบูมท่องเที่ยว-เร่งใช้งบ ลุยเข็นลงทุน-ส่วนราชการจัดสัมมนาดันปลายปี

    ‘คลัง’ เตรียมชง ครม. เศรษฐกิจ เคาะมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว-แผนเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณไตรมาส 1/2569 ลุยเข็นงบลงทุน-งบเหลื่อมปี หนุนส่วนราชการเร่งใช้งบจัดสัมมนา หวังช่วยดันเศรษฐกิจไทยช่วงปลายปีฟื้นตัว

    แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.ศก.) ในวันที่ 15 ต.ค. 2568 เกี่ยวกับการปรับแผนและเป้าหมายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ในช่วงไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค.-ธ.ค.68) ซึ่งถือเป็นไตรมาส 4/2568 เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงการทำงาน 4 เดือนของรัฐบาลให้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพมากขึ้น

    “ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ที่นอกจากจะมีการเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวแล้ว คาดว่าจะมีการเสอนแผนและมาตรการในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569 ซึ่งอยู่ในช่วง 4 เดือนของการทำงานรัฐบาล เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ด้วย ทำให้มั่นใจว่าไตรมาส 4/2568 หรือไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 จะมีเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น” แหล่งข่าว กล่าว

    นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ให้มีการปรับแผนและเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณของไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 จะมีการกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานและจะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมา โดยเบื้องต้นจะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนและงบรายจ่ายประจำให้เร็วขึ้นในส่วนที่สามารถดำเนินการได้ รวมทั้งจะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี วงเงิน 3.2 แสนล้านบาทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนเร่งกระตุ้นให้ส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐเร่งการจัดประชุมและสัมมนาในช่วงปลายปี ซึ่งในส่วนนี้เชื่อว่าจะช่วยทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายในปี 2568 พบว่า สามารถเบิกจ่ายได้ 92.3% ขณะที่งบรายจ่ายประจำ เบิกจ่ายได้เกินเป้าหมาย ที่ 100.2% ส่วนงบลงทุนสามารถเบิกจ่ายได้เพียง 65% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ 80% ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ที่มีการจัดสรรและเบิกจ่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถจัดสรรและเบิกจ่ายได้ทัน จึงถูกกันมาใส่ไว้ในงบกลางปี 2569

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/878638/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QLTcW5njOVVHpSGHSGx-r

  • SET ดิ่ง 20 จุด! นักลงทุนแห่หนีสินทรัพย์เสี่ยง รอทีมไทยแลนด์แก้วิกฤติภาษี

    SET ดิ่ง 20 จุด! นักลงทุนแห่หนีสินทรัพย์เสี่ยง รอทีมไทยแลนด์แก้วิกฤติภาษี

    ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (14 ต.ค.68) อยู่ที่ 1,266.38 จุด ลดลง -20.60 จุด คิดเป็น -1.60% มูลค่าการซื้อขาย 42,503.92 ล้านบาท

    ระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นสูงสุด 1,291.20 จุด ลดลงต่ำสุด 1,266.38 จุด

    ภาพ SETTRADE

    ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนตึงเครียด หลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 100% มีผล 1 พ.ย.2568 เพื่อตอบโต้จีนที่จำกัดการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า อาวุธ AI และเรียกเก็บค่าเทียบท่าเพิ่มจากเรือสินค้าสหรัฐฯ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขาย

    แต่จะพบว่า SET INDEX มีอัตราการปรับลงน้อยกว่า และค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่า เป้า 32.20 / 31.60 บาท กรณีสถานการณ์ไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ คาดหวังการไหลกลับของเงินทุน

    พรุ่งนี้ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นัดแรก ตั้งทีมไทยแลนด์ชุดใหม่ เพื่อเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ, เร่งรัดการเจรจา FTA, มาตรการอำนวยความสะดวกการลงทุนโดย BOI เป้าหมายลดผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ และสร้างความชัดเจนให้ผู้ประกอบการภายในสิ้นปี 2568 บวกต่อหุ้น TU, CPF, GFPT, BTG

    ออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง ในการประชุม ครม. วันนี้

    1. ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวเมืองรอง (ค่าที่พัก ร้านอาหาร) มาหักลดหย่อน วงเงินสูงสุด 15,000–40,000 บาท ครอบคลุม 55 จังหวัดเมืองรอง ตั้งแต่ 1 ต.ค.–31 ธ.ค.2568 ต้องใช้บริการจากผู้ประกอบการที่จด VAT และออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
    2. สิทธิภาษี 2 เท่า สำหรับผู้ประกอบการโรงแรมหรือที่พักในเมืองรองที่รีโนเวท สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ 2 เท่า 
    3. เร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ ราชการและรัฐวิสาหกิจ ถูกกำหนดให้จัดสัมมนาหรืออบรมในเมืองรอง ใช้งบประมาณกว่า 8,000–10,000 ล้านบาท ภายใน 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ตามแนวคิด Front Load บวกต่อ CENTEL, MINT, ERW, CPALL, BJC, OSP, ICHI, SAPPE

    1,265 ห้ามหลุด!

    นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยทางเทคนิค บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ยังคงพักตัว รอบนี้ไม่แข็งแรง รอปิด gap ที่ 1,280 จุด หรือด่านแนวรับ 1,270-1,265 จุดไม่ควรหลุด

    กลยุทธ์ย่อมาเป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรที่ดี หรือทยอยซื้อเก็บได้ โดยเฉพาะหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/68 ดี อาทิ CENTEL, ICHI, IRPC, SCC, SPALI.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/731845&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yoy-mCdGtr2kORvp4Eag_

  • ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงัน บุกจับ 4 ทหารอิสราเอล จัดปาร์ตี้เสียงดัง พบของกลาง “ยาอี-โคเคน”

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงัน บุกจับ 4 ทหารอิสราเอล จัดปาร์ตี้เสียงดัง พบของกลาง “ยาอี-โคเคน”

    ตำรวจท่องเที่ยว ประสานฝ่ายปกครองเกาะพะงัน นำกำลังเข้าจับกุม 4 ชาวอิสราเอล จัดปาร์ตี้เสียงดังบนวิลล่าหรู พบของกลางยาอี-โคเคน ตรวจปัสสาวะเจอสารเสพติดในร่างกายทุกคน ยอมรับเป็นทหารที่ลามาพักผ่อน เลี้ยงฉลองเพราะทราบข่าวฉนวนกาซาประกาศยุติสงคราม

    วันที่ 14 ตุลาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.40 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้มอบนโยบายปราบปรามการกระทำความผิดของชาวต่างชาติ  และได้รับแจ้งเหตุร้องเรียนผ่านสายด่วน 1155 จากชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งว่า ที่วิลลาแห่งหนึ่งได้เปิดเพลงและจัดงานปาร์ตี้ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน แม้จะตักเตือนแล้วแต่ก็ยังไม่หยุด จึงได้แจ้งร้องเรียนไปทางสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 

    ต่อมา พ.ต.ท. วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 พร้อมชุดจับกุม ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว ได้เข้าตรวจสอบข้อมูล พบว่ามีการแอบจัดปาร์ตี้จริง  จึงได้ประสานไปยังนายสุริยา บุญพันธ์ นายอำเภอเกาะพะงัน นายไพสิฐ ทองเจิม ปลัดอาวุโส และ พ.ต.อ. อภิชาติ จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน และ ตม.เกาะพะงัน นำกำลังเดินทางไปยังวิลล่าดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่าเสียงเพลงเบาลง แต่ยังมีการพูดคุยกันเสียงดังภายในห้องพัก

    เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าว่ากล่าวตักเตือน และขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ทราบชื่อผู้ถูกจับกุม 4 ราย ได้แก่ นายดานีล อูริ ไซมอน, นายดาวิด อิทซิก เลโบวิช, นายเคเฟีย เปเรตซ์, และนายกาย ลีวาย ทั้งหมดเป็นชายชาวอิสราเอล อายุ 26-27 ปี ขณะตรวจสอบเอกสาร เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายทั้ง 4 มีท่าทีมีพิรุธ พูดจาวกวน พยายามนั่งบังวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะ เมื่อตรวจสอบจึงพบโคเคนชนิดผงสีขาว น้ำหนักรวม 0.59 กรัม วางอยู่บนโต๊ะทานข้าว

    จากการตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ยังพบ ยาเสพติด (ยาอี) ชนิดผงสีชมพู น้ำหนักรวม 1.37 กรัม บรรจุอยู่ในกระเป๋าสตางค์ ซึ่งผู้ถูกจับกุมทั้งหมดให้การว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของพวกตนที่ร่วมกันซื้อมาจากเพื่อนชาวอิสราเอลที่ไม่ทราบชื่อสกุล เพื่อนำมาเสพในงานปาร์ตี้ที่มีชาวอิสราเอลเข้าร่วมประมาณ 10-15 คน  โดยกลุ่มผู้ต้องหา ยังอ้างว่าเป็นทหารจากประเทศอิสราเอลที่มาพักรบในประเทศไทย

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 ราย ไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดเบื้องต้น และส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลเกาะพะงัน ผลปรากฏ นายดานีล อูริ ไซมอน และ นายเคเฟีย เปเรตซ์ เป็นบวก พบสารเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า/ไอซ์) และโคเคน นายดาวิด อิทซิก เลโบวิช และ นายกาย ลีวาย เป็นบวก พบสารโคเคน

    ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยผิดกฎหมาย” 

    นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนของการเสพยาเสพติด เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

    ด้าน พ.ต.ท. วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 เปิดเผยว่า จากกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวอิสราเอล ทำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้การรับว่า เป็นทหารอิสราเอลอยู่ในระหว่างลาพักผ่อน ระหว่างที่ลาทราบข่าวว่า ฉนวนกาซาประกาศยุติสงคราม หยุดยิง ผู้ต้องหาและเพื่อนมีความตื่นเต้น จึงจัดฉลองปาร์ตี้กันในหมู่เพื่อน ๆ เพื่อแสดงความดีใจกับการยุติสงคราม

    และให้การอีกว่า ยาดังกล่าว กลุ่มผู้ต้องหารวบรวมเงินสั่งซื้อมาจากเพื่อนที่มาร่วมปาร์ตี้ ซึ่งให้การกับชุดจับกุมว่า ไม่ทราบชื่อ รู้เพียงเป็นกลุ่มคนชาติเดียวกัน และก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึงนั้น ได้มีนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง เข้าไปต่อว่ากลุ่มชาวอิสราเอลเรื่องเสียงดัง ทำให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้เคียงนอนไม่หลับ ทำให้กลุ่มผู้ต้องหา และเพื่อนๆ หยุดปาร์ตี้และทยอยกันกลับที่พัก คงเหลือกลุ่มผู้ต้องหา 4 คน ปาร์ตี้ต่อ นั่งคุยและเสพยาที่สั่งมาจนเจ้าหน้าที่มาพบและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2888976&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MyR_BG8_3p_IAIyLrIJmG

  • กมธ.การท่องเที่ยว จี้รัฐตรวจสอบ แก้ปัญหาไกด์เถื่อน กร่าง แย่งอาชีพคนไทย | เดลินิวส์

    กมธ.การท่องเที่ยว จี้รัฐตรวจสอบ แก้ปัญหาไกด์เถื่อน กร่าง แย่งอาชีพคนไทย | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5204097/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01HRdZEbPoYB0A1X20TxwX

  • ททท.ตราดเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวคืนเกาะช้าง-เกาะกูด เป้ารายได้ 6,000 ล้านหลังวิกฤตชายแดน

    ททท.ตราดเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ดึงนักท่องเที่ยวคืนเกาะช้าง-เกาะกูด เป้ารายได้ 6,000 ล้านหลังวิกฤตชายแดน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/103598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13p8_ki3Q2qcXAi-o1qEwp