Category: ท่องเที่ยว

  • ฉาว ‘ไกด์เถื่อน’ ขู่ไม่ให้กลับประเทศ บังคับทัวริสต์จีนซื้อสินค้าหวังกินค่าน้ำ | เดลินิวส์

    ฉาว ‘ไกด์เถื่อน’ ขู่ไม่ให้กลับประเทศ บังคับทัวริสต์จีนซื้อสินค้าหวังกินค่าน้ำ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 13 ต.ค. กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพจชื่อว่า “วงการท่องเที่ยวไทย” โพสต์คลิปวีดีโอในแอปพลิชั่นออนไลน์วีแชต พร้อมข้อความระบุว่า ” สุดฉาว ! ไกด์เถื่อนบังคับ นทท.ไม่ซื้อสินค้า-ไม่ให้กลับจีน

    สะเทือนวงการท่องเที่ยวอีกแล้ว หลังมีคลิปฉาวไกด์เถื่อนต่างชาติ ประกาศกร้าวบนรถบัส ว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับเมืองจีนไม่ได้ หลังจากนักท่องเที่ยวไม่ซื้อสินค้าตามที่ไกด์เถื่อนต่างชาติแนะนำ

    พฤติกรรมแบบนี้คงทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าเมืองไทยไม่ปลอดภัย และยังเป็นแหล่งอาชญากรรม หลังจากที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นไกด์เถื่อนต่างชาติกำลังถือไมค์โวยวายนักท่องเที่ยวชาวจีนบนรถบัส ว่าทำไมไม่ซื้อสินค้าที่ร้าน ซึ่งไม่ให้เกียรติไกด์ พร้อมทั้งข่มขู่นักท่องเที่ยวทั้งคันรถว่า จะทำให้กลับเมืองจีนไม่ได้ ก่อนที่ไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้จะหันไปเห็นว่ามีคนเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้ พร้อมทั้งบังคับให้ลบคลิปดังกล่าวทิ้ง

    โดยร้านค้าที่ไกด์เถื่อนคนดังกล่าวบังคับให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้านั้น เป็นที่รู้จักในวงการท่องเที่ยว ว่าเป็นร้านที่รับทัวร์ศูนย์เหรียญโดยเฉพาะ ซึ่งไกด์เถื่อนต่างชาติจะนำนักท่องเที่ยวให้มาซื้อสินค้าที่นี่ เพื่อรับค่าน้ำในการพานักท่องเที่ยวมาซื้อสินค้า ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่าไกด์เถื่อนรายนี้ไม่พอใจนักท่องเที่ยวที่ไม่ยอมซื้อสินค้า จึงทำให้ไม่ได้ค่าน้ำ และขาดทุนค่าหัวที่ซื้อมาจากบริษัททัวร์นั่นเอง

    ภายหลังคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ทำให้มัคคุเทศก์ชาวไทยส่วนใหญ่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพฤติกรรมของไกด์เถื่อนต่างชาติรายนี้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างมาก

    ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มมัคคุเทศก์ชาวไทยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาแย่งอาชีพสงวนของคนไทย

    แต่ผ่านมาได้เพียง 1 เดือน ก็เกิดเหตุฉาวสะเทือนวงการท่องเที่ยวขึ้นมาเสียแล้ว จึงได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยว และตำรวจท่องเที่ยว เร่งปราบปรามไกด์เถื่อนต่างชาติให้หมดไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยกลับคืนมา.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5201013/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3upb8b3w78G8TFufM1dkUG

  • ประชุมคณะทำงาน รุกสอบนอมินีต่างชาติถือครองที่ดิน ประกอบธุรกิจบน “เกาะสมุย-พะงัน”

    ประชุมคณะทำงาน รุกสอบนอมินีต่างชาติถือครองที่ดิน ประกอบธุรกิจบน “เกาะสมุย-พะงัน”

    รอง ผบช.ภาค 8 พร้อม ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานจังหวัด รุกตรวจสอบ – จับกุมชาวต่างด้าว ถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบธุรกิจบนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า 

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ต.ค. 68 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภาค 8 พร้อม พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมคณะทำงานปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน และจับกุมชาวต่างด้าวประกอบธุรกิจบนแหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน 

    โดยมีนายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ประธานกรรมการคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างการถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบุคคลต่างด้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พาณิชย์จังหวัด, สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด, กอ.รมน.จังหวัด, แรงงานจังหวัด, ที่ดินจังหวัด เข้าร่วมประชุม เพื่อวางแผนดำเนินงานเข้าตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติผิดกฎหมายในชุดแรก 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้วางแผนการทำงาน จะมีการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินของบุคคลต่างด้าว หรือนิติบุคคล โดยให้มีการตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิการถือครองที่ดินของบุคคลที่มีสัญชาติไทยที่เข้าข่ายเป็นการถือครองแทนบุคคลต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าวในลักษณะอำพรางหรือไม่ และตรวจสอบกรณีการครอบครองหรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของบุคคลต่างด้าวในที่ดินของรัฐ รวมทั้งให้มีการตรวจสอบการรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร, การดำเนินการก่อสร้างอาคาร, การดัดแปลงอาคาร และการรื้อถอนหรือการเคลื่อนย้ายอาคาร

    นายบันดาล สถิรชวาล รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งมีนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานอำนวยการในการตรวจสอบตัวบุคคล ทราบจากคณะกรรมการที่ทำงานว่า การดำเนินการคืบหน้าไปมากแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบการเดินทางเข้าออก และการคงอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยจะมีการจำแนกประเภทของวีซ่า และการต่ออายุหนังสือเดินทาง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์แยกนักท่องเที่ยวออกจากผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อต้องการทำธุรกิจในประเทศไทย

    “การทำงานตรวจสอบในครั้งนี้ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เราไม่ได้มุ่งเน้นไปเฉพาะที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่จะตรวจสอบชาวต่างชาติทุกรายที่เดินทางเข้ามาอยู่ในลักษณะพำนักระยะยาว” นายบันดาล กล่าว

    นายบันดาล กล่าวอีกว่า การทำงานตรวจสอบการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลได้นำข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้ามาวิเคราะห์ร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการถือครองที่ดินของบริษัทนิติบุคคล ขณะเดียวกันจะตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทนิติบุคคล และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของที่มาของรายได้ และสถานะทางการเงินที่นำมาร่วมในการลงทุนของบริษัทนิติบุคคล

    “ซึ่งการทำงานทั้ง 2 ด้านทั้งการตรวจสอบตัวบุคคล และการตรวจสอบบริษัทนิติบุคคลจะทำควบคู่กันไปเนื่องจากข้อมูลทั้งสองส่วนจะเชื่อมโยงกัน”

    ด้าน พล.ต.ต.ศรัญญู กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในส่วนของตำรวจที่เป็นทั้งพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนได้มีการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อวางแนวทางเข้าดำเนินการ โดยขณะนี้มีเป้าหมาย และมอบให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละ พ.ร.บ.ให้ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งคาดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นานจะสามารถเข้าปฏิบัติการได้ทันที

    ในการเข้าปฏิบัติการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  ส่วนแรก ความผิดซึ่งหน้า เช่น การพบการทำงานที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือการทำงานอาชีพที่สงวนสำหรับคนไทย, การอยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด สามารถจับกุมและดำเนินคดีได้ทันที 

    ส่วนที่สอง การเข้าตรวจค้นจะมีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบในการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล การถือครองที่ดิน, การชำระจ่ายภาษี, ประกอบธุรกิจโรงแรมรวมถึงการก่อสร้าง ซึ่งส่วนนี้จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและให้หน่วยงานที่รับเป็นเจ้าของพระราชบัญญัติเป็นผู้เข้าร้องทุกข์ เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมายในภายหลัง

    พล.ต.ต.ศรัญญู กล่าวต่ออีกว่า การบูรณาการครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการกวดขันเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าวโดยเฉพาะในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ที่จังหวัดภูเก็ต, กระบี่, พังงา รวมถึงสุราษฎร์ธานี เราได้เข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จะใช้โมเดลการแก้ปัญหาในลักษณะการบูรณาการกำลังเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2888826&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZzBLyoIgbZqrnXyFjihEO

  • อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จัดอบรมบริษัทนำเที่ยว 170 คน เตรียมพร้อมเปิดฤดูกาล 15 ต.ค.

    อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จัดอบรมบริษัทนำเที่ยว 170 คน เตรียมพร้อมเปิดฤดูกาล 15 ต.ค.

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจัดโครงการฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรบริษัทนำเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ก่อนเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว 15 ตุลาคม 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรมทั้งสิ้น 170 คน จาก 31 บริษัท เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

    นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า การจัดอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะความชำนาญในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ กฎและข้อปฏิบัติของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน การให้ความรู้เรื่องสัญลักษณ์ทุ่นประเภทต่างๆ พื้นฐานการรักษาความปลอดภัยในเรือ ขั้นตอนการแจ้งเหตุฉุกเฉิน และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

    กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวสุขใจ ปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพและไม่กระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติภายใต้พื้นฐานของความปลอดภัย

    นายศิริวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวในฤดูกาลนี้มีความพร้อมทั้งด้านความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมขอขอบคุณนายกฤษณ์วิกรม แกล้วกล้า และเจ้าหน้าที่จากศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 6 จังหวัดภูเก็ต ที่ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ รวมถึงขอบคุณผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกท่านที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม

    ทั้งนี้ ทางอุทยานแห่งชาติอย่างได้มีการปฏิบัติงานตามข้อสั่งการของรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ให้ความสำคัญและเน้นย้ำในประเด็นสำคัญ ของ โครงการ “อนุรักษ์ ทะเล”ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยได้มีการสำรวจทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของสัตว์ทะเลหายาก และการติดตามสถานการณ์ปะการังฟอกขาว เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน พร้อมดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนเรื่องการจัดการขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร (Food Waste) เพื่อบรรลุเป้าหมาย “ประเทศไทยไร้ขยะอาหาร”

    การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนหมู่เกาะสิมิลันได้รับประสบการณ์ที่ปลอดภัย ประทับใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันงดงามให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

    พบกันอีกครั้ง 15 ตุลาคมนี้ ที่หมู่เกาะสิมิลัน สวรรค์กลางทะเลอันดามัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000097889&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NE3RbUdTZmNsYKTNykaRq

  • ชาวเกาะหมากไม่ง้อเขมร รับเมียนมาทำงานแทน ทั้งท่องเที่ยว-ก่อสร้าง

    ชาวเกาะหมากไม่ง้อเขมร รับเมียนมาทำงานแทน ทั้งท่องเที่ยว-ก่อสร้าง

    ชาวเกาะหมากไม่ง้อเขมร รับเมียนมาทำงานแทน ทั้งท่องเที่ยว-ก่อสร้าง ผู้จัดการเผยใช้งานง่าย นิสัยดี ผู้ประกอบการแทบไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานแล้ว

    หลังเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว ไฮซีซั่น โดยเฉพาะวันหยุดยาว 11-13 ต.ค. 2568 นักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 80% พากันเดินทางไปท่องเที่ย่วพักผ่อนกันเนืองแน่นตามที่พักต่างๆ บนเกาะหมาก ปรากฏว่าโรงแรม ที่พัก รีสอร์ต และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นอกจากจะมีแรงงานชาวไทยมาทำงานแทนแรงงานกัมพูชา ที่พากันเดินทางกลับไปกัมพูชาแล้ว ก็ยังมีแรงงานชาวเมียนมาจำนวนมาก พากันเดินทางมาทำหน้าที่แทนแรงงานชาวกัมพูชาด้วย

    นางเมย์ แรงงานชาวเมียนมา เล่าให้ฟังว่า เธอมาอยู่เมืองไทยได้กว่า 2 ปีแล้ว จนพูดภาษาไทยได้ค่อนข้างชัดเจน ได้รับการติดต่อจากญาติ ที่มาทำงานก่อสร้างอยู่เกาะหมาก เนื่องจากเกาะหมากขาดแคลนแรงงาน ทั้งธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจท่องเที่ยว และแรงงานกรีดยางพารา จึงเดินทางมาทำงานอยู่ที่รีสอร์ต นอกจากนี้ยังได้แจ้งไปยังญาติ และเพื่อนๆ ที่อยู่กรุงย่างกุ้งให้มาทำงานที่จังหวัดตราดและเกาะหมากกันด้วย โดยแรงงานจากเมืองย่างกุ้ง เดินทางเข้ามาเมืองไทย และเข้าทำงานตามสถานที่ต่างๆ ได้เกือบ 2 เดือนแล้ว และยังบอกด้วยว่า อยู่เกาะหมาก ทำงานสบาย นายจ้างใจดี มีที่พัก ที่กิน มีเงินเดือน เธอใช้เงินเพียงเดือนละ 1,000 บาท ที่เหลืออีก 10,000 บาท ส่งไปให้ครอบครัวที่เมืองย่างกุ้งทั้งหมด

    ขณะที่ผู้จัดการรีสอร์ต กล่าวว่า แรงงานเมียนมาใช้งานง่าย นิสัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้นในการทำงาน ที่สำคัญคือซื่อสัตย์ แต่ยากลำบากด้านการสื่อสาร กำลังหัดพูดและฟังภาษาไทย แต่ก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับแรงงานเมียนมาเหล่านี้ได้บ้าง ดังนั้นถึงวันนี้ ทั้งผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ แทบไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานกัมพูชาแล้ว เพราะมีแรงงานเมียนมาเข้ามาแทนที่แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/news/category/449565&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GPTIVhZc_oKMsGadC1Xma

  • สื่อกัมพูชาอ้างนิตยสารดัง จัด “พนมเปญ” อันดับ 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด

    สื่อกัมพูชาอ้างนิตยสารดัง จัด “พนมเปญ” อันดับ 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด

    สื่อกัมพูชาอ้าง นิตยสาร “คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์” จัดอันดับ “กรุงพนมเปญ” อยู่อันดับ 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด ตามหลังโตเกียว – โซล – ปารีส

    สำนักข่าวขแมร์ไทม์สรายงานว่า กรุงพนมเปญ คว้าอันดับที่ 10 ในหมวด “เมืองใหญ่ที่ดีที่สุด” (Best Big Cities) จากการจัดอันดับ รีดเดอร์ส ชอยส์ อวอร์ด ประจำปี 2025 ของนิตยสาร คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ (Condé Nast Traveller)

    ขแมร์ไทม์ส ระบุว่า การได้รับการยกย่องอันทรงเกียรตินี้ทำให้เมืองหลวงของกัมพูชาติดหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำระดับโลก ที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรม อาหาร สถาปัตยกรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่โดดเด่น

    คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ กล่าวถึงเสน่ห์ของกรุงพนมเปญและศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องว่า พนมเปญคือสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการสัมผัสความงดงามและวัฒนธรรมของกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด การจิบน้ำชายามบ่ายสุดหรูที่โรงแรมราฟเฟิลส์ หรือการล่องเรือชมแม่น้ำโขงยามเย็น

    พระราชวังและวัดพระแก้วมรกต (Silver Pagoda) ส่องประกายระยิบระยับด้วยรายละเอียดที่ตกแต่งด้วยมรกตและเพชรพลอย ขณะที่ตลาดรัสเซียที่คึกคักก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าตั้งแต่ไม้แกะสลัก เครื่องเทศท้องถิ่น ไปจนถึงเครื่องดนตรีพื้นเมืองเขมร

    สำหรับสถานที่แห่งการรำลึก นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชาที่ทุ่งสังหาร และพิพิธภัณฑ์ตวลสแลง ซึ่งสะท้อนประวัติศาสตร์อันโหดร้ายในยุคเขมรแดง และเป็นเครื่องเตือนใจอันทรงคุณค่าถึงความก้าวหน้าของกัมพูชาในปัจจุบัน

    สำหรับอันดับ 1 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุดโลกตามการจัดอันดับของ คอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ คือ กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ตามมาด้วย เกียวโต เคปทาวน์ สิงคโปร์ โซล ปารีส แวนคูเวอร์ เอดินเบอระ และมอนทรีออล

    นิตยสารคอนเด นาสต์ ทราเวลเลอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 เป็นนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังจากอังกฤษ ด้วยเนื้อหาสำหรับผู้อ่านที่สนใจการเดินทาง โดยเน้นไปที่ประสบการณ์ที่หรูหราและแท้จริง

    ส่วนรางวัล รีดเดอร์ส ชอยส์ อวอร์ด ของนิตยสาร ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 แล้ว และถือเป็นหนึ่งในรางวัลด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยปีนี้มีผู้อ่านกว่า 757,000 คน เข้าร่วมโหวตเลือกประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นเมือง โรงแรม สายการบิน หมู่เกาะ หรือเรือสำราญ 

    ที่มา: Khmer Times

    RELATED

    TOP ต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/259086/amp&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09kB-HKCva9-1GFL1xtLk5

  • หยุดยาวนักท่องเที่ยวทะลัก ‘เขาใหญ่’ สัมผัสธรรมชาติ-กางเต็นท์ค้างแรม | เดลินิวส์

    หยุดยาวนักท่องเที่ยวทะลัก ‘เขาใหญ่’ สัมผัสธรรมชาติ-กางเต็นท์ค้างแรม | เดลินิวส์

    หยุดยาวนักท่องเที่ยวทะลัก ‘เขาใหญ่’ สัมผัสธรรมชาติ-กางเต็นท์ค้างแรม

    นักท่องเที่ยวทะลัก “อุทยานฯ เขาใหญ่” วันหยุดกว่า 26,823 คน สัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศหนาวเย็น นอนกางเต็นท์ค้างแรม จัดเก็บค่าบริการเข้าพื้นที่ได้กว่า 1,425,595 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5199304/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gy0KBcgoZ87T1gI2BBvso

  • ททท. นำสื่อมวลชนลงพื้นที่กระบี่ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลังคว้ารางวัลระดับโลก

    ททท. นำสื่อมวลชนลงพื้นที่กระบี่ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลังคว้ารางวัลระดับโลก

    ททท. นำสื่อมวลชนลงพื้นที่กระบี่ ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หลังคว้ารางวัลระดับโลก

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำสื่อมวลชนทั้งสายออนไลน์และออฟไลน์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ ททท. โดยมีเป้าหมายให้สื่อได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากพื้นที่และสะท้อนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพของจังหวัดกระบี่ในมุมที่หลากหลายมากขึ้น

    จังหวัดกระบี่ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในแง่ทรัพยากรธรรมชาติและการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ให้ความสำคัญต่อแนวคิดนี้เป็นอย่างมาก ล่าสุดจังหวัดกระบี่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติผ่านรางวัล “Top 100 Stories by Green Destinations” จากโครงการ “คืนบ้านให้ปูเสฉวน” บนเกาะลันตา ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ ททท. ได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชน เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วมกับชุมชน วิสาหกิจเลี้ยงผึ้งบ้านไหนหนัง ร่วมทำกิจกรรม Zero Waste Cooking Class ที่บ้านสวนวันสุข โคกหนองนา รวมถึงการล่องเรือชมธรรมชาติในทะเลกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    นายนิธีเปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และเชิงนิเวศ (Ecotourism) เนื่องจากกระบี่มีแหล่งน้ำพุร้อน สปาคุณภาพ และบริการที่ครบครัน ปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวจากตลาดใหม่ เช่น กลุ่มตะวันออกกลางและอินเดีย เดินทางมาเพิ่มขึ้นผ่านเที่ยวบินตรงจากหลายสายการบิน

    แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงเล็กน้อยราว 2-3% จากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน แต่รายได้จากการท่องเที่ยวยังคงทรงตัว แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสำหรับช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของตลาดยุโรป จังหวัดกระบี่คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก เช่น อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส กลุ่มสแกนดิเนเวีย และรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาเป็นประจำทุกปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/59016&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RmPPhhCTHZR22kdqwxBmJ

  • ทายนิสัยจาก 10 สไตล์การเที่ยวที่ชอบ สะท้อนตัวตนของคุณผ่านทริปท่องเที่ยว

    ทายนิสัยจาก 10 สไตล์การเที่ยวที่ชอบ สะท้อนตัวตนของคุณผ่านทริปท่องเที่ยว

    การได้ออกเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง นอกจากจะช่วยพักผ่อนฮีลใจได้เป็นอย่างดีแล้ว สไตล์การท่องเที่ยวในแต่ละรูปแบบยังสะท้อนตัวตนของคนที่ชอบแตกต่างกันด้วย มาดูกันว่าตรงหรือไม่

    1. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวชมธรรมชาติ

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    คนชอบเที่ยวสายธรรมชาติ อยากชมทะเลสวยๆ หรือสูดอากาศบริสุทธิ์บนยอดเขา มักเป็นคนรักอิสระ ลึกซึ้ง มองโลกในแง่ดี แต่ก็มีความแข็งแกร่งและอดทนสูงมาก เพราะการเดินป่า ปีนเขาต้องใช้ความมุ่งมั่นสุดๆ ไม่ใช่แค่ไปถ่ายรูป แต่คือการไปชาร์จพลังให้ตัวเอง มีความเป็น Introvert สูงหน่อยๆ แต่ถ้าสนิทแล้วคือเป็นเพื่อนที่จริงใจและมั่นคงที่สุด

    2. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวในเมือง

    คนที่ชอบเที่ยวในเมืองเป็นหลัก นอกจากชอบความสะดวกสบายแล้วยังเป็นคนกระตือรือร้น ชอบอะไรใหม่ๆ ไม่ชอบความซ้ำซาก เป็นสาย “ช่างสังเกต” มีพลังงานเยอะ ชอบเข้าสังคม และมีสไตล์ที่ไม่ตกเทรนด์ การเดินในเมืองคือการได้อัปเดตชีวิต ได้เห็น “Vibe” ของผู้คนใหม่ๆ เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ และพร้อมโดดเด่นในทุกสถานการณ์

    3. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวต่างประเทศ

    ใครที่ชอบวางแผนทริปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ มักเป็นคนที่ชอบความท้าทาย ชอบเรียนรู้โลกใหม่ๆ เป็นคนฉลาด รอบคอบ และมีความรับผิดชอบสูงมากในการวางแผนทริป เป็นคนใจกว้าง พร้อมเปิดรับวัฒนธรรมที่แตกต่าง ไม่ติดอยู่กับคอมฟอร์ตโซน และมักจะมีความทะเยอทะยานที่อยากจะก้าวหน้าอยู่เสมอ

    4. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวแบบผจญภัย

    คนที่ชอบเที่ยวแบบสายลุย บุกป่าฝ่าดง หรือไปในที่ยากๆ มีความอันตรายสูง ชอบความผจญภัยในสายเลือดมักมีนิสัยกล้าได้กล้าเสีย ชอบความตื่นเต้น และไม่ชอบทำตามกฎเกณฑ์ที่น่าเบื่อ เป็นคนเด็ดเดี่ยว มั่นใจในตัวเองสูง และมีทัศนคติที่ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้” ชอบที่จะทดสอบขีดจำกัดของตัวเองเสมอ ถ้าไปเที่ยวด้วยคือสนุกสุดเหวี่ยง แต่ก็ต้องใจถึงหน่อยนะ

    5. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวแบบแคมปิ้งหรือเดินป่า

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    สไตล์การเที่ยวแบบแคมปิ้งยังคงมาแรง คนที่ชอบเที่ยวแนวนี้มักมีนิสัยคล้ายคนที่ชอบเที่ยวธรรมชาติ แต่เน้นความเรียบง่ายและรักการพึ่งพาตัวเอง เป็นคนติดดิน ไม่เรื่องมาก จัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าเก่งมาก เป็นคนมีสติ ใจเย็น และชอบการอยู่กับตัวเองเพื่อคิดทบทวนสิ่งต่างๆ เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ และมักจะมีความรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอดสูง

    6. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวสวนสนุก

    ใครว่าสวนสนุกมีแต่เด็กๆ ที่ชอบ เพราะถึงแม้ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลายคนก็ยังชอบการเที่ยวสวนสนุกอยู่ คนที่ชอบเที่ยวสไตล์นี้มักเป็นคนที่ชอบความสุข ความสนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังบวก เป็นคนสดใส ร่าเริงเหมือนเด็กๆ เป็นคนเข้ากับคนง่าย ชอบเป็นจุดสนใจ และพร้อมที่จะสร้างความทรงจำดีๆ ตลอดเวลา อาจจะมีความเพ้อฝันนิดๆ แต่ความน่ารักคือเต็มสิบไม่หัก

    7. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวสายกิน

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    การไปท่องเที่ยวนอกจากได้เปิดหูเปิดตาแล้วยังเปิดต่อมรับรสชาติใหม่ๆ อีกด้วย คนที่ชอบเที่ยวสายกินในที่ต่างๆ มักจะเป็นคนเปิดใจ เปิดโลก ชอบลองอะไรใหม่ๆ มีความสุขกับอะไรง่ายๆ และเป็นคนช่างเลือกในเรื่องอาหาร เป็นเพื่อนร่วมทริปที่ขาดไม่ได้ เพราะมีความสามารถในการหาร้านเด็ดแบบจริงจังถ้ามีเพื่อนคนนี้คือรับรองว่าไม่อดตาย

    8. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวสายช้อปปิ้ง

    เมื่อการไปเที่ยวทุกครั้งต้องได้ช้อปปิ้งของติดไม้ติดมือกลับมา คุณคือนักเที่ยวสายช้อป คนชอบเที่ยวสไตล์นี้มักเป็นคนตามเทรนด์ มีรสนิยมดี และให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และรายละเอียด เป็นคนฉลาดในการใช้เงิน แต่บางครั้งอาจจะใช้เก่งไปนิด เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง และชอบการดูแลตัวเอง เป็นสายที่พร้อมจะอวดของใหม่ๆ บนโซเชียล และพร้อมที่จะโดดเด่นทุกชุดในทุกที่ที่ไป

    9. ทายนิสัยคนชอบเที่ยววัดหรือชมโบราณสถาน

    ภาพจาก iStock
    ภาพจาก iStock

    คนที่ชอบเที่ยวชมวัดหรือโบราณสถานต่างๆ นอกจากเป็นคนรักความสงบแล้ว ยังมีนิสัยที่น่าสนใจหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งๆ นั้นด้วย เช่น ต้องการเวลาอยู่กับตัวเองเพื่อทบทวนความคิดและชาร์จพลัง  ชอบการค้นคว้า หาข้อมูล และเรียนรู้เรื่องราวในอดีต เป็นคนที่ใช้สมองมากกว่าอารมณ์ และมักจะเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นที่พึ่งพาให้กับเพื่อนๆ ในกลุ่มได้เสมอ  แม้ภายนอกจะดูเรียบร้อย แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง และอาจจะมีความหัวรั้นในเรื่องที่ตัวเองเชื่อและเห็นว่าถูกต้อง แต่เป็นความรั้นที่มาพร้อมเหตุผล จึงดูไม่ก้าวร้าว

    10. ทายนิสัยคนชอบเที่ยวหลายๆ รูปแบบผสมกัน

    การไปเที่ยวในหนึ่งทริปอาจมีสไตล์การเที่ยวหลายรูปแบบผสมผสานกัน ทั้งเที่ยวธรรมชาติ เที่ยวในเมือง เที่ยวสายกิน คนที่ชอบเที่ยวรูปแบบนี้มักเป็นคนปรับตัวเก่ง มีความยืดหยุ่น ไม่ติดอยู่กับอะไรเดิมๆ เป็นมิตร เข้าได้กับทุกคนในกลุ่ม และพร้อมจะซัพพอร์ตทุกแพลนของเพื่อนๆ เป็นคนที่สมดุลระหว่างการผ่อนคลายและการผจญภัย คือเพื่อนที่ครบเครื่องและทำให้ทริปไม่น่าเบื่อแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2888711&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1F5Y4-x7Nz3AKGqWul25vs

  • ลมหนาวเริ่มมาเยือน นักท่องเที่ยวสัมผัสความสวยงาม ทะเลหมอกภูค้อ อุณหภูมิ 18 องศา

    ลมหนาวเริ่มมาเยือน นักท่องเที่ยวสัมผัสความสวยงาม ทะเลหมอกภูค้อ อุณหภูมิ 18 องศา

    ภูมิภาค

    ลมหนาวเริ่มมาเยือน นักท่องเที่ยวสัมผัสความสวยงาม ทะเลหมอกภูค้อ อุณหภูมิ 18 องศา

    วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.18 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ช่วงนี้อากาศเป็นใจเริ่มมีอากาศหนาวมาเยือนบ้าง ติดต่อกัน ประมาณ 1-2 วัน แล้ว รุ่งเช้าฟ้าเปิด อากาศจะดี มีทะเลหมอกให้เห็น แบบ 180 องศา อากาศดีมาก เช้าๆจะมีทะเลหมอก ภูค้อนาแห้ว เช้านี้ อุณหภูมิ 18 องศา ทำให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวัน เป็นจำนวนมาก  

    นายไพรัตน์  เชื้อบุญมี  ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์บ้านบุ่ง จุดภูค้อนี้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวหนุ่มสาวและนักท่องเที่ยวครอบครัว นิยมขึ้นไปเที่ยวชมทะเลหมอกในยามเช้า ทะเลหมอกเป็นเหมือนสายน้ำ ไหลขาวโพลน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก อากาศหนาวกระทบใบหน้าและร่างกายสร้างความฟินให้กับผู้มาเยือน 

    จุดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบบ้านๆ ฟิวทะเลหมอกในหมู่บ้านในป่าลึกโดยการขึ้นไปบนภู ชาวบ้านจะให้บริการโดยรถอีแต๊ก พาไต่ขึ้นยอดภูค้อ มาพักแรมและไปยังจุดชมวิวที่ชาวบ้านได้ไปช่วยกันสร้างขึ้น โดยเส้นทางที่ไปจะผ่านสวนไร่นาภูเขาของชาวบ้าน โดยจะใช้เวลาเดินทางจากตัวอำเภอนาแห้วไปถึงจุดชมวิวประมาณ 15 นาที ระยะทางประมาณ 3 กม. ช่วงนี้ทะเลหมอกสวยมาก ปลายฝนต้นหนาว ภูค้อ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ สามารถมองเห็นทะเลหมอกทางด้านหน้า พร้อมกับวิวธรรมชาติ ไปทาง สปป ลาว ในฝั่งตรงข้าม เช่น ภูผาโกน เป็นต้น

    รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้.- อ.เมืองเลย 23.9 , อ.วังสะพุง 23.0 , อ.ด่านซ้าย 21.0 , อ.เชียงคาน 24.0 , อ.ท่าลี ่ 23.0 , อ.ภูกระดึง 23.0 , อ.ภูเรือ 20.5 , อ.นาแห้ว – , อ.ปากชม 23.0 , อ.นาด้วง – , อ.ภูหลวง 24.0 , อ.ผาขาว 23.0 , อ.เอราวัณ 22.0 , อ.หนองหิน 21.0 ซํ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 18 , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 17.0 , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 15.0 , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 18.0
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/450240&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1H7mhbUzZd239MNQevZRXk

  • ทะเลหมอกภูค้อ อากาศหนาว18องศา นักท่องเที่ยวสัมผัสความสวยงาม

    ทะเลหมอกภูค้อ อากาศหนาว18องศา นักท่องเที่ยวสัมผัสความสวยงาม

    วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.10 น.

    13 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ช่วงนี้อากาศเป็นใจเริ่มมีอากาศหนาวมาเยือนบ้าง ติดต่อกัน ประมาณ1-2 วัน แล้ว รุ่งเช้าฟ้าเปิด อากาศจะดี มีทะเลหมอกให้เห็น แบบ 180 องศา อากาศดีมาก เช้าๆจะมีทะเลหมอก ภูค้อนาแห้ว เช้านี้ อุณหภูมิ 18 องศาเซลเซียส ทำให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนช่วงวันหยุดติดต่อกันหลายวันเป็นจำนวนมาก

    นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์บ้านบุ่ง จุดภูค้อนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวหนุ่มสาวและนักท่องเที่ยวครอบครัวนิยมขึ้นไปเที่ยวชมทะเลหมอกในยามเช้า ทะเลหมอกเป็นเหมือนสายน้ำไหลขาวโพลน พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอากาศหนาวกระทบใบหน้าและร่างกายสร้างความฟินให้กับผู้มาเยือน

    จุดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบบ้านๆฟิวทะเลหมอกในหมู่บ้านในป่าลึกโดยการขึ้นไปบนภูชาวบ้านจะให้บริการโดยรถอีแต๊ก พาไต่ขึ้นยอดภูค้อมาพักแรมและไปยังจุดชมวิวที่ชาวบ้านได้ไปช่วยกันสร้างขึ้นโดยเส้นทางที่ไปจะผ่านสวนไร่นาภูเขาของชาวบ้าน

    โดยจะใช้เวลาเดินทางจากตัวอำเภอนาแห้วไปถึงจุดชมวิวประมาณ 15 นาที ระยะทางประมาณ 3 กม. ช่วงนี้ทะเลหมอกสวยมากปลายฝนต้นหนาวภูค้อ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้สามารถมองเห็นทะเลหมอกทางด้านหน้า พร้อมกับวิวธรรมชาติ ไปทางสปป.ลาว ในฝั่งตรงข้าม เช่น ภูผาโกน เป็นต้น

    รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆ เมื่อเช้าวันนี้(หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้ อ.เมืองเลย 23.9 , อ.วังสะพุง 23.0, อ.ด่านซ้าย 21.0 , อ.เชียงคาน 24.0 , อ.ท่าลี 23.0 , อ.ภูกระดึง 23.0, อ.ภูเรือ 20.5 , อ.นาแห้ว – , อ.ปากชม 23.0 , อ.นาด้วง – , อ.ภูหลวง24.0 , อ.ผาขาว 23.0 , อ.เอราวัณ 22.0 , อ.หนองหิน 21.0 ซํอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 18 , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 17.0 ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 15.0 ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 18.0

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/920626&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Y7bkxi0q8nWFxzJoqE2vI