———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://maya-channel.com/2025/10/18/klook-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2584/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BEeDxvpKt1otGLAZ1KGMx
Category: ท่องเที่ยว
-

P
-

‘ไลฟ์การ์ด’ ด่านป้องกันแรกและความช่วยเหลือสุดท้ายเหตุ นทท.จมน้ำภูเก็ต
Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Jealousy Leads To Fatal Beating, Roadside Phuket Stabbing, High Hope For Veg Fest || Thailand News
Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Jealousy Leads To Fatal Beating, Roadside Phuket Stabbing, High Hope For Veg Fest || Thailand News
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259F%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2594-%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%258A%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B8-%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595-13604.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mo3-G703Pq3gwASimSFEp -

“ททท.” เร่งกระตุ้นรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงไฮซีซัน – INN News
ททท. เร่งกระตุ้นการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งท้ายปีกับ Amazing Thailand Passport Privileges มอบสิทธิพิเศษพร้อมความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว กระตุ้นรายได้ท่องเที่ยวไทยเติบโตช่วงไฮซีซัน
เช้าวันนี้ (17 ตุลาคม 2568) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เปิดตัว โครงการ Amazing Thailand Passport Privileges มอบของที่ระลึก ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกระตุ้นเศรษฐกิจผลักดันรายได้ท่องเที่ยว พร้อมสร้างภาพลักษณ์การบริการที่ดีให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
โดยมีนายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางพาณินี ไชยสระแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและตัวแทนนักท่องเที่ยว เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ให้เกียรติเข้าร่วมงานฯ ณ ห้องโถง ธนะรัชต์ ชั้น 1 อาคาร ททท.
นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ททท. เร่งดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล โดยให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสิทธิพิเศษและแคมเปญทางการตลาด (Grand Privilege) เพื่อเร่งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 จึงได้ดำเนินโครงการ Amazing Thailand Passport Privileges ขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าและบริการ
ด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทยกว่า 300 สถานประกอบการ รวมถึงมอบของที่ระลึกที่ได้ แรงบันดาลใจจาก 5 Must Do in Thailand ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย
ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่าโครงการ “Amazing Thailand Passport Privileges จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว สามารถกระจายรายได้ไปยังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในทุกภาคส่วน พร้อมสร้างภาพลักษณ์การบริการที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทย และคาดว่าการดำเนินโครงการจะสร้างรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท
สำหรับโครงการ Amazing Thailand Passport Privileges ในปีนี้เติมความพิเศษ ด้วย 2 กิจกรรมไฮไลต์ดังนี้ กิจกรรมส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทยกว่า 300 สถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรมที่พัก และศูนย์การค้า นอกจากนี้ยังสร้างภาพลักษณ์การบริการที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยผ่าน กิจกรรม “Amazing Bag” ของขวัญแห่งความทรงจำแบบไทยที่คัดสรรของที่ระลึก (Lucky Gift) จากชุมชนทั่วไทย
ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก 5 Must Do in Thailand ได้แก่
Must Taste มะม่วงไทยอบแห้ง Must Try พวงกุญแจนักมวยไทย ศิลปะการต่อสู้ของไทย Must Buy สินค้าจากผ้าไทยหัตถกรรมไทย กระเป๋าย่ามผ้าไทย ผ้าพันคอผ้าไทย จังหวัดสกลนคร หมวกผ้าไทย จังหวัดแพร่ Must Seek สินค้าที่สื่อถึงวิถีชีวิตของคนไทย พวกกุญแจตุ๊กตา ไดโนเสาร์จากผ้าขาวม้าทอมือ จังหวัดกาฬสินธุ์ พวงกุญแจนาคกี้ จังหวัดบึงกาฬ พวงกุญแจพู่ ลายชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงราย Must See เป็นของที่ระลึกจากการแสดงศิลปะไทย อย่างพวงกุญแจตัวละครโขน พวงกุญแจผีตาโขน จังหวัดเลย พร้อมลุ้นรับ Lucky Bag ของรางวัลจากพันธมิตรทางการท่องเที่ยว มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท
สำหรับวิธีการเข้าร่วมกิจกรรมฯ เพียงนักท่องเที่ยวแสดงหนังสือเดินทาง ณ บูทกิจกรรม ณ 3 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2568 จะได้รับของที่ระลึก Amazing Bag ทันที จากนั้นสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนรับ Voucher ส่วนลดและสิทธิพิเศษสำหรับสินค้าและบริการ ด้านการท่องเที่ยวจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วไทย และสามารถนำไปใช้ได้ในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกว่า 300 แห่ง
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Amazing Thailand Passport Privilegesได้ที่เว็บไซต์www.tourismthailand.org amazingthailandpassportprivileges


ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_950224/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wZ_tKuSy0N_GXRGxbk4bG -

5 เมืองท่องเที่ยวไทยติดท็อป 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลกปี 2025
ข่าวหนังสือพิมพ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2889596&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hrr4ruHp6B_ZKvfhDMWp2 -

ส่องวิถีคนกรุง : ยุคที่ ‘เมือง’ ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่คือ ‘Vibe’ สะท้อนตัวตน
คนรุ่นใหม่ ‘เลือกสไตล์’ ก่อน ‘เลือกสถานที่’
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขย่านไหนมาแรง แต่คือการที่คนรุ่นใหม่ ไม่ได้เลือกเที่ยวตามสถานที่อย่างเดียว แต่กำลัง “เลือกไลฟ์สไตล์” ที่ตรงกับตัวตน ไม่ว่าจะไปสุขุมวิท พระนคร หรือเยาวราช สุดท้ายแล้วกิจกรรมที่ทำต้องตอบโจทย์ว่าตัวเองเป็น “สายคาเฟ่” “สายช้อป” “สายปาร์ตี้” หรือ “สายรักสงบ” ต่างหาก
-
สาย Lifestyle & Cafe Hopping (Engagement แรงสุด 65.2%)
คนรุ่นใหม่ Gen Z และ Millennial ไม่ได้ต้องการแค่ ‘เที่ยว’ แต่ต้องการ ‘ประสบการณ์ที่มีสไตล์’ และสามารถ ‘แสดงตัวตน’ ผ่านโซเชียลมีเดียได้ การไปนั่งจิบกาแฟสไตล์ CafeHopping หรือคอนเทนต์แนว Aesthetic (ความสวยงามทางสายตา, การจัดองค์ประกอบภาพ) จึงมาแรงสุดในยุคนี้ การถ่ายรูปสวยๆ แล้วแชร์ลงโซเชียล กลายเป็นเรื่องของสไตล์ การแสดงตัวตน “ฉันมาแล้วนะ” และการตามหา ‘Vibe’ ที่ใช่
-
สาย Shopping & Urban Life (Engagement 24.6%)
แม้จะถูกคาเฟ่แซงหน้า แต่การเที่ยวแบบ ‘คนเมือง’ (Urban Life) ก็ยังคงเป็นที่นิยม เพราะกรุงเทพฯ คือศูนย์กลางความเจริญที่เดินทางง่าย มีทั้ง BTS/MRT เหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบแต่ต้องการความหลากหลาย ภายในวันเดียว ทั้งชอปปิงในห้าง เดินเล่นตามตลาด หรือการชมวิวจากตึกสูง วิถีชีวิตคนเมืองแท้ๆ
-
สาย Experience & Creative Activity (Engagement 5.2%)
สายนี้อาจจะดูเล็กๆ เงียบๆ แต่กำลังมา! นี่คือกลุ่มที่มองหา ‘คุณค่า’ และ ‘ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใคร’ มากกว่าแค่การเดินเล่นชิลๆ เน้นกิจกรรมเวิร์กช็อป (Workshop) สุดครีเอทีฟ, คอนเสิร์ต, หรือกิจกรรมผจญภัยที่ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณ ช่วยสร้างทักษะใหม่ สร้างความทรงจำที่ไม่เหมือนใคร เป็นการเที่ยวแบบ Active ที่มีคุณค่าทางใจสูง
-
สาย Culture (Engagement 3.4%)
การเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยังคงได้รับความสนใจแม้ไม่ใช่กระแสหลัก ไม่ว่าจะเป็นวัด พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ และแกลเลอรี่ต่าง ๆ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ แม้คนรุ่นใหม่จะหันไปสนใจไลฟ์สไตล์มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นฐานที่มั่นสำหรับคนที่อยาก ‘เรียนรู้ประวัติศาสตร์’ สัมผัสความงดงามแบบดั้งเดิม และ ‘รากเหง้า’ ของเมือง
-
สาย Nature (Engagement 1.6%)
ใครว่ากรุงเทพฯไม่มีที่พักใจ? แม้จะน้อย แต่สวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวยังเป็นที่พึ่งของคนเมืองที่ต้องการ ‘ความสงบ’ และ ‘พักใจ’ จากความวุ่นวาย การเดินเล่นในสวนจึงเป็นทางเลือกง่ายๆ ที่ช่วยเติมพลังชีวิตโดยไม่ต้องหนีออกนอกเมืองไกลๆ
กรุงเทพฯ เมืองที่มี ‘Hidden Gem’ รอให้ไป ‘แกะรอย’ เอง
ใครว่ากรุงเทพฯ มีแค่แลนด์มาร์คที่คนรู้จัก? จริงๆ เมืองนี้ยังเต็มไปด้วย Hidden Gem มุมลับๆ ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ที่รอให้คนรุ่นใหม่ไปค้นพบและแชร์ต่อ
- สายคลาสสิก/ชิค ลองมุดเข้าตรอกซอยเล็กๆ ใน พระนคร หรือ เยาวราช จะเจอสตรีทอาร์ตและอาคารคลาสสิกที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องสุดๆ
- สายฮิป/ชิล ทองหล่อ และ สุขุมวิท ไม่ได้มีแค่ห้างฯ แต่มีคาเฟ่วินเทจ บาร์สุดเก๋ และร้านอาหาร Aesthetic ที่นั่งชิลล์ได้ทั้งวัน
- สายพักใจ สำหรับคนที่เหนื่อยล้า ลองเปลี่ยนมุมไปดูวิวเมืองสวยๆ จาก Rooftop Bar หรือเดินเล่นในโอเอซิสกลางกรุงอย่าง สวนเบญจกิติ และ สวนรถไฟ
เจาะ ‘4D Cycle’ วัฏจักรเที่ยวที่เริ่มต้นจาก “หน้าจอ”
ทุกทริปเที่ยวของคนยุคนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่แผนที่ แต่มันเริ่มจาก “การไถฟีด” แล้วเกิดอาการ “โดนป้ายยา” นี่คือวงจร 4D (Discover, Discuss, Decide, Deliver) ที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในโลกดิจิทัล
- Discover ค้นหาแรงบันดาลใจ โซเชียลที่มีบทบาทมากที่สุดคือ TikTok (58%) จุดกำเนิด เพราะคลิปสั้นๆ สนุกๆ และการใช้เพลงฮิต คือตัวจุดชนวนให้คนเกิดแรงบันดาลใจอย่างรวดเร็วว่า “ที่นี่น่าไปจริง!”
- Discuss แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เมื่อคนเริ่มสนใจ ต้องหาข้อมูลจริง! Facebook (30%) คือแหล่งรวมคอมมูนิตี้และรีวิวจากคนไปจริง เพิ่มความมั่นใจก่อนวางแผนทริป
- Decide ตัดสินใจด้วยข้อมูลเจาะลึก ก่อนออกเดินทาง หลายคนเลือกเข้า YouTube (2%) เพื่อดูรีวิว Long-form ละเอียดๆ ทั้งวิธีการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และบรรยากาศจริง ก่อนตัดสินใจกดจอง
- Deliver ส่งต่อประสบการณ์ พื้นที่อวด หลังเที่ยวจบ ก็ถึงเวลาแชร์ภาพถ่าย/Reels สวยๆ Instagram (7%) เพื่อเก็บความทรงจำ และที่สำคัญคือ “สร้างแรงบันดาลใจใหม่” ให้คนอื่นตามรอย วงจร 4D Cycle จึงกลับไปที่ Discover อีกครั้ง
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ กรุงเทพฯ ไม่ได้กำลังขายแค่สถานที่ แต่กำลังขาย “ประสบการณ์” และ “ความรู้สึก” ที่สามารถเปลี่ยนเป็นคอนเทนต์ได้ การที่คนแห่ไปคาเฟ่ หรือไปห้าง ไม่ใช่แค่การบริโภค แต่เป็นการ “เลือกพื้นที่” ในการแสดงตัวตนบนโลกออนไลน์ การท่องเที่ยวยุคนี้จึงกลายเป็นเครื่องมือในการบอกว่า “ฉันเป็นคนแบบไหน”
แล้วคุณล่ะ? การเที่ยวกรุงแบบไหนที่สะท้อนความเป็นคุณมากที่สุด?
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/860301&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Md2hTTwTbB0ET2LjI1B9H -
-

รัฐเจาะตลาดจีนเชิงรุกเรียกเชื่อมั่นเที่ยวไทยปลอดภัย
‘ธรรมนัส’นำทีมท่องเที่ยว พบพันธมิตรจีน กระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจ่อชง AOT ลดค่าบริการสนามบิน หวังเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ไทย
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะประกอบด้วยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ เข้าพบและหารือกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ UTour, Caissa, Qunar, Tongcheng, China Comfort Tourism (CCT), China Travel Group (CTG), 6renyou, ZX-Tour, Hainan Airlines และ Air China ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า การเดินทางมาพบปะพันธมิตรครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจีน โดยเฉพาะแนวทางกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาเยือนไทยเพิ่มขึ้น โดยตนได้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลไทย เพราะให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชีวิตหรือทรัพย์สิน
ทั้งนี้ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า นักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดระยะเวลาที่พำนักในไทย
สำหรับมาตรการสนับสนุนสายการบินระหว่างประเทศได้มอบหมายให้กรมท่าอากาศยาน พิจารณามาตรการลดค่าบริการสำหรับสายการบินที่เปิดเส้นทางใหม่มายังประเทศไทย ทั้งค่าขึ้นลงอากาศยาน (Landing Charge) และค่าบริการที่เก็บอากาศยาน (Parking Charge) ณ ท่าอากาศยานของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ และแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อลดต้นทุนให้กับสายการบินระหว่างประเทศที่เปิดเส้นทางการบินใหม่และเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมายังประเทศไทย
“มาตรการดังกล่าวจะเป็น แรงจูงใจสำคัญให้สายการบินต่างประเทศเพิ่มเที่ยวบินมายังประเทศไทย ซึ่งจะช่วยกระจายตัวนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับจีนในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจหลักที่มีบทบาทสำคัญ เราต้องการให้จีนมั่นใจว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับด้วยมาตรการที่ชัดเจน ทั้งเรื่องความปลอดภัย มาตรฐานการบริการ และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว “
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า ไทยได้เข้าร่วมกิจกรรม “Amazing Thailand, Networking Dinner” เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีนเดินทางเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Networking Dinner ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้พบปะและหารือกับพันธมิตรทางการท่องเที่ยวของจีน ซึ่งต่างเป็นพันธมิตรหลักในการขับเคลื่อนตลาด outbound ของจีน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพสูง
ทั้งนี้ได้กล่าวกับทางผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนช่วงหนึ่งว่า ในนามของรัฐบาลไทย เรามาเพื่อขอคำแนะนำจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนว่า อยากจะให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะการทำงานของตนยึดมั่นว่า ถ้าเราจะทำอะไรต้องมารับฟังจากผู้รู้ วันนี้เราต้องการส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กระชับความสัมพันธ์ และผลักดันภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก การพบปะครั้งนี้ จึงไม่เพียงสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ แต่ยังมาแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน
“การหารือครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระหว่างไทย–จีน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน โดยประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัย มาตรฐานการท่องเที่ยว และการคุ้มครองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านการเดินทาง การบริการ การดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ทุกท่านเที่ยวไทยได้อย่างสบายใจ ปลอดภัยทุกก้าว”นายอรรถกร กล่าว
ทั้งนี้ การเดินทางพบปะพันธมิตรจีนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเชิงรุกภายใต้นโยบาย “Big Impact, Act Fast” ซึ่งมุ่งสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเน้นการดำเนินงานแบบบูรณาการกับพันธมิตรสำคัญของจีนในทุกมิติ ทั้งสายการบิน แพลตฟอร์มออนไลน์ และบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ เพื่อเร่งฟื้นฟูและยกระดับตลาดนักท่องเที่ยวจีนสู่ประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการสร้าง “Strategic Connectivity” ระหว่างไทยและจีน ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต เพื่อยืนยันบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวจีน พร้อมผลักดันให้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพลัง และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/36581&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pFeVmQZhc5xe9Ox7l8mOm -

ปัญหาสแกมเมอร์กัมพูชา เสี่ยงทำคนเกาหลีเที่ยวอาเซียนลดลง กระทบการท่องเที่ยวไทย
ปัญหาสแกมเมอร์กัมพูชาลวงคนเกาหลีใต้ทำงาน-รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเข้ม เสี่ยงทำคนเกาหลีเที่ยวอาเซียนลดลง ตลาดใหญ่คือ “ไทย-เวียดนาม”
จากกรณีประเทศเกาหลีใต้ เดินหน้ามาตรการป้องกันและช่วยเหลือพลเมืองที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา โดยได้มีการส่งคณะทำงานพิเศษไปพูดคุยกับทางการกัมพูชา รวมถึง “ฮุน มาเนต” นายกฯ ที่ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของพลเมืองชาวเกาหลีใต้ พร้อมให้คำมั่นว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ยังคงหลบหนี และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้ในกัมพูชา
เกาหลีเข้มเดินทางกัมพูชา
กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ มีคำสั่งห้ามพลเมืองเดินทางไปในบางพื้นที่ของกัมพูชา ได้แก่ พื้นที่ภูเขาบกกอร์ (Bokor Mountain) ในจังหวัดกำปอต, เมืองบาเวต และเมืองปอยเปต ยกระดับจากก่อนหน้านี้ที่มีประกาศ คำเตือนการเดินทางพิเศษ (special travel advisory) สำหรับการเดินทางไปกรุงพนมเปญ
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเข้มที่สนามบิน สอบถามข้อมูลชาวเกาหลีใต้ซึ่งกำลังจะเดินทางไปกัมพูชา โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งห้ามการเดินทางของชาวเกาหลีหลายราย หลังตรวจพบพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เช่น ชายรายหนึ่งในช่วงวัย 30 ปี ที่ถูกห้ามเดินทาง บอกกับตำรวจว่า ตนได้ลาออกจากงานและรุ่นน้องที่รู้จักผ่านเทเลแกรมได้ส่งตั๋วเดินทางไปกัมพูชามาให้ โดยชายคนนี้ไม่ยอมเปิดเผยประวัติการสนทนาในเทเลแกรม และไม่สามารถระบุจุดหมายที่จะเดินทางไปให้แก่เจ้าหน้าที่ได้
อาจกระทบการท่องเที่ยวไทย
สำนักข่าวเดอะโคเรียนไทมส์ รายงาน กลุ่มสายการบินราคาประหยัด (Low-cost carriers : LCCs) อาจได้รับผลกระทบจากความไม่เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ ที่ไม่เพียงกระทบการเดินทางไปประเทศกัมพูชาเท่านั้น แต่อาจรวมถึงเวียดนามและไทยด้วย ซึ่งถือเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเกาหลี
สายการบินต้นทุนต่ำเหล่านี้ มักพึ่งพารายได้จากเส้นทางการบินระยะสั้น-ระยะกลางเป็นหลัก การขายตั๋วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงเป็นหนึ่งในตลาดหลักของกลุ่ม LCCs
ข้อมูลจากกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และคมนาคมของเกาหลีใต้ ระบุว่า ในปี 2025 (ม.ค.-ส.ค.) มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ เดินทางไปยังภูมิภาคอาเซียนมากกว่า 1.95 ล้านคน เป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับ 2 รองจากประเทศญี่ปุ่นที่ 2.16 ล้านคน
ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ติดท็อป 5 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยมากที่สุด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2025 (ม.ค.-ก.ย.) อยู่ที่ 1.1 ล้านคน อย่างไรก็ดีถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
แม้ว่าความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นต่อการเดินทางไปกัมพูชา อาจไม่ได้ส่งผลกระทบกับรายได้โดยทันที แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแนวโน้มรายได้ของการบินต้นทุนต่ำ
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาด FnGuide ระบุว่า สายการบิน LCCs ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะมีกำไรลดลงอย่างมากในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
สายการบินเจจูแอร์ (Jeju Air) คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. อยู่ที่ 1.68 หมื่นล้านวอน (ราว 385 ล้านบาท ) ลดลง 57.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่จินแอร์ (Jin Air) ก็มีแนวโน้มว่ากำไรจะลดลง 35.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ในขณะที่ข่าวชาวเกาหลีที่ถูกลักพาตัวในกัมพูชากำลังอยู่ในหน้าหนึ่งของสื่อ บรรดาบริษัททัวร์ก็เริ่มระมัดระวังมากขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจากบริษัททัวร์ Hana Tour ระบุว่า การท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คิดเป็นสัดส่วนถึง 45% ของแพ็กเกจทัวร์ทั้งหมดในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คาดว่า ข่าวล่าสุดจากกัมพูชา จะส่งผลให้ความต้องการเดินทางไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดลง
“บริษัททัวร์ส่วนใหญ่กำลังติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด เพราะว่ากัมพูชาตั้งอยู่ใกล้กับเวียดนามและประเทศไทย” เจ้าหน้าที่จากวงการท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าว
“สองประเทศนี้ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว หากปัญหานี้ยังปรากฏบนหน้าสื่ออย่างต่อเนื่อง ก็จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัททัวร์ในท้ายที่สุด”
อ้างอิง : koreatimes ,thairath, chosun, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/world/2889592&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rTvWKPO-vj31pbT2Bqtgn -

ผู้ว่าฯประจวบฯ ยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เปิด “ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้สปาทราย” ที่หว้ากอ
ภูมิภาค
ผู้ว่าฯประจวบฯ ยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เปิด “ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้สปาทราย” ที่หว้ากอ
วันเสาร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.18 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 17 ต.ค.68 ที่ห้องนวลจันทร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ อ.เมือง จ.ประจวบฯ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานพิธีเปิด “ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้สปาทราย” ยกระดับจังหวัดประจวบฯ สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แห่ง Thailand Riviera โดยมี นายวราวุธ พยัคฆพงษ์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอฯ นายสมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ รองศาสตราจารย์ ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน และคณะศึกษาวิจัย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เข้าร่วมรับฟัง

จากผลการศึกษาของคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย ดร.พนารัตน์ ศรีแสง ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาจังหวัดประจวบฯสู่เมืองสร้างสรรค์สปาทราย” ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประจำปี 2566 พบว่า จ.ประจวบฯ มีศักยภาพโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 200 กม. และภูมิปัญญาท้องถิ่น “สปาทราย/หมกทราย” ประกอบกับทีมวิจัยได้เดินทางไปศึกษาดูงานรูปแบบโมเดลการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเมืองเบปปุ (Beppu) และ อิบุซุกิ (Ibusuki) ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อถอดบทเรียนด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล ก่อนนำแนวทางดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในจังหวัดประจวบฯ โดยมีการลงพื้นที่สำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพทรายร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี ในพื้นที่นำร่องชายหาดเขาเต่า อ.หัวหิน, ชายหาดหว้ากอ อ.เมืองประจวบฯ, ชายหาดทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก และชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน พบว่ามีแร่ธาตุต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ มีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและมีประโยชน์ในการรักษา โดยทรายที่ชายหาดหว้ากอ ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ มีแร่ธาตุสำคัญ คือ แร่ควอตช์และแร่ฟันม้า ที่สามารถช่วยปรับพลังงานในร่างกาย ช่วยให้ผ่อนคลาย ปรับสมดุลของระบบประสาทได้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 – 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการจัดอบรม “ผู้ให้บริการสุขภาพสปาทราย รุ่นแรก” เพื่อเตรียมความพร้อมของชุมชนในพื้นที่นำร่อง ปัจจุบันพื้นที่และบุคลากรมีความพร้อมในการเปิดต้นแบบศูนย์การเรียนรู้สปาทราย เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาต่อยอดขยายผลสู่ทุกอำเภอของจังหวัดต่อไป โดยเป้าหมายสูงสุดของการดำเนินงาน คือ การจัดทำ “แผนยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนา Wellness Destination จังหวัดประจวบฯ” ที่เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับชุมชน ผ่านมาตรฐานบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพในระดับสากล เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับประจวบฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Wellness Destination ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจใช้บริการสปาทรายที่ชายหาดหว้ากอ สามารถโทรติดต่อสอบถามได้กับทางอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ หมายเลข 032-661098 หรือ 032-661103 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงไม่แนะนำให้ใช้บริการสปาทราย.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/450900&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0i-aXWT8T8LuSvMCJMUy7- -

ชาวเกาหลีใต้ผวา! แห่ยกเลิกทริปไป
ชาวเกาหลีใต้ผวา! แห่ยกเลิกทริปไป’กัมพูชา’กลัวแก๊งมิจฉาชีพ
วันศุกร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.
17 ตุลาคม 2568 ความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หลังจากเกิดกรณีอาชญากรรมและข่าวลักพาตัวในกัมพูชา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้จำนวนมากตัดสินใจยกเลิกหรือเปลี่ยนแผนเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ไทย และลาว
ปาร์ค ยองซู พนักงานออฟฟิศวัย 46 ปี ซึ่งมีแผนจะพาครอบครัวไปท่องเที่ยวที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนามในช่วงฤดูหนาว เปิดเผยว่า เขาตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายปลายทางหลังทราบข่าวองค์กรอาชญากรรมย้ายฐานปฏิบัติการจากกัมพูชาไปยังเวียดนาม
“ผมวางแผนจะไปกับลูกๆ วัยประถมและมัธยมต้น แต่ตอนนี้เรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่กังวลมาก เรากำลังคิดว่าจะไปเกาะเชจูหรือญี่ปุ่นแทน” ปาร์คกล่าว
ความไม่สบายใจเช่นเดียวกันเกิดขึ้นกับชายวัย 50 ปี นามสกุลซอน ที่วางแผนจะไปเล่นกอล์ฟกับเพื่อนที่กรุงพนมเปญในเดือนธันวาคม โดยเขายอมเสียค่าธรรมเนียมการยกเลิก เพราะรู้สึกไม่มั่นใจ
ความวิตกนี้ยังสะท้อนผ่านชุมชนออนไลน์ที่แชร์ข้อมูลท่องเที่ยว ผู้ใช้หลายรายต่างออกมาโพสต์ข้อความแสดงความกังวล เช่น “วางแผนพาลูกไปนครวัด แต่ตอนนี้คงต้องยอมแพ้ไปก่อน”
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศยกระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับ 11 พื้นที่ในกัมพูชา ซึ่งรวมถึงกรุงพนมเปญ สีหนุวิลล์ และภูเขาโบกอร์ จากระดับ 2 “ใช้ความระมัดระวัง” เป็นระดับ 2.5 “แจ้งเตือนการเดินทางพิเศษ” พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทาง เว้นแต่จำเป็นอย่างเร่งด่วน
“ตั้งแต่มีข่าวออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่มีการจองใหม่เลย แม้แต่ลูกค้าเก่าก็โทรมาสอบถามเรื่องความปลอดภัย” ตัวแทนจากบริษัททัวร์ที่เชี่ยวชาญด้านกัมพูชากล่าว
แม้ยอดจองสำหรับประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยังไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัททัวร์หลายแห่งยอมรับว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/921674&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lU1gfoEStZbZc_PRkgquD -

เปิดตำรากลางป่า อช.ดอยสุเทพ จับมือ มช. ผุดไอเดียโรงเรียนนักเดินป่า ปั้นเทรลเลอร์มืออาชีพ
เปิดตำรากลางป่า อช.ดอยสุเทพ จับมือ มช. ผุดไอเดียโรงเรียนนักเดินป่า ปั้นเทรลเลอร์มืออาชีพ
กระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการผจญภัยในธรรมชาติอย่าง “การเดินเทรล” กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในเชียงใหม่ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางสายธรรมชาติที่ต้องการมากกว่าแค่การเดินชมวิว
ล่าสุดอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จึงได้จับมือกับศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตรียมเปิดตัว “โรงเรียนนักเดินป่า” แห่งแรกบนดอยสุเทพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินป่าสู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เผยว่า “โรงเรียนแห่งนี้จะใช้ผืนป่าเป็นห้องเรียนจริง นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ทักษะการเดินป่าที่ถูกต้องและรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยศิษย์เก่าจากโรงเรียนนักเดินป่าอุทยานฯ แห่งอื่น ๆ และผู้เชี่ยวชาญจาก มช. ในอัตราส่วนพี่เลี้ยง 5 คนต่อนักเรียน 20 คน”
ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ สัมผัสวิถีชีวิตนักเดินป่าอย่างแท้จริงโดยปราศจากสิ่งอำนวยความสะดวก และในบางเส้นทางจะได้กางเต็นท์ค้างแรมเพื่อซึมซับบรรยากาศของผืนป่าอย่างเต็มอิ่ม
โรงเรียนนักเดินป่าคาดว่าจะพร้อมเปิดหลักสูตรแรกในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว โดยได้คัดเลือก 3 เส้นทางนำร่องที่มีความสวยงามและหลากหลาย ได้แก่
- น้ำตกมณฑาธาร – ขุนช่างเคี่ยน: ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
- เส้นทางดอยปุย: ระยะทางสั้นๆ ประมาณ 3 กิโลเมตร
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติวัดผาลาด – โค้งขุนกัณฑ์: ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
เมื่อจบหลักสูตร ผู้เข้าร่วมจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรอง “ผู้ผ่านหลักสูตรนักเดินป่าขั้นต้น” เพื่อเป็นก้าวแรกในการต่อยอดสู่หลักสูตรขั้นสูงต่อไป นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนในพื้นที่ โดยจะดึงคนในท้องถิ่นเข้ามาเป็นมัคคุเทศก์ ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งให้นักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอีกด้วย
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2889474&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ynihjSX-6o1FKfuXyXkmm










