Category: ท่องเที่ยว

  • Trip.com Group และ Google เปิด 5 เทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงปี 2026

    Trip.com Group และ Google เปิด 5 เทรนด์ท่องเที่ยวมาแรงปี 2026

    Trip.com Group และ Google เปิดเผยถึงรายงาน “Why Travel?” ชี้ 5 เทรนด์การท่องเที่ยวมาแรงปี 2026 เจาะลึกพฤติกรรมการเดินทาง พุ่งเป้าถึงการแสดงตัวตน เสาะหาจุดหมายที่มีความหมาย เชื่อมโยงผู้คน รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวางแผนทริป

    Trip.com Group จับมือกับ Google จัดทำรายงาน “Why Travel?” รายงานเชิงลึกระดับโลกที่วิเคราะห์ พฤติกรรมการท่องเที่ยว ในมิติของ จุดมุ่งหมาย ผู้คน และสถานที่ เพื่อสำรวจแนวโน้มการเดินทางของผู้คนยุคใหม่ โดยอ้างอิงข้อมูลการจองจากทั่วโลกของ Trip.com Group ผสานกับข้อมูลการค้นหาและงานวิจัยของ Google เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้คนในยุคนี้แสวงหาประสบการณ์ที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ชุมชน และใช้เทคโนโลยีที่ช่วยวางแผนการท่องเที่ยวได้อย่างลงตัวในปี 2026

    5 เทรนด์หลักที่กำหนดอนาคตการท่องเที่ยว

    1.การเดินทางเพื่อแสดงออกถึงตัวตน (Travel as Expression) 

    โซเชียลมีเดียเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนการจองทริปท่องเที่ยว โดยเฉพาะใน ไทย อินโดนีเซีย และอินเดีย นักท่องเที่ยวมากกว่า 75% กล่าวว่าพวกเขาดูไลฟ์สตรีมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ผู้ชมมากกว่า 40% และในบางตลาดสูงถึง 76% กล่าวว่ามีแนวโน้มจะจองการเดินทางโดยตรงผ่านลิงก์ในไลฟ์สตรีม

    2.การเดินทางเพื่อจุดมุ่งหมายที่มีความหมาย (Travel with Purpose)

    นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง การค้นหา “พิธีชงชาญี่ปุ่น” ใน Google เพิ่มขึ้นถึง 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความนิยมในพิธีกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางจิตใจ

    3.การเดินทางเพื่อสุขภาพและการฟื้นฟู (Travel to Heal)

    เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยผสมผสานความท้าทายเข้ากับการพักผ่อน การค้นหา “กอล์ฟและรีสอร์ทสปา” เพิ่มขึ้น 300% และแพ็กเกจ “สกีและสปา” เพิ่มขึ้น 250% เมื่อเทียบรายปี

    4.การเดินทางเพื่อเชื่อมโยงผู้คน (Travel to Connect)

    การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงการเดินทางอีกต่อไป แต่คือการแบ่งปันประสบการณ์กับเพื่อน ครอบครัว และชุมชน คอนเสิร์ตและกีฬากลายเป็นแรงจูงใจหลักของการเดินทาง โดยนักท่องเที่ยว 2 ใน 3 ยินดีเดินทางไปต่างประเทศเพื่อชมคอนเสิร์ต ขณะที่ “Endurance Tourism” หรือการท่องเที่ยวเพื่อร่วมกิจกรรมความอดทน เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน และแข่งขัน Hyrox เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

    5.การเดินทางแห่งอนาคตด้วยพลังของ AI (Travel of Tomorrow)

    เทคโนโลยี AI กำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยวางแผนทริป เนื่องจากความมั่นใจของผู้บริโภคในการใช้เทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น การค้นหา “ช่วยวางแผนการเดินทาง (Help planning my trip)” เพิ่มขึ้นถึง 190% เมื่อเทียบกับปีก่อน

    เฝิง หาน รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า “การท่องเที่ยวในปี 2026 จะเป็นมากกว่าการเดินทางไปยังจุดหมายใดจุดหมายหนึ่ง แต่คือการเดินทางที่มีความหมาย เราเห็นนักท่องเที่ยวบินข้ามโลกเพื่อร่วมมาราธอน ชิมอาหารท้องถิ่น หรือแม้แต่จองทริปผ่านโซเชียลมีเดีย การร่วมมือกับ Google ครั้งนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่เพียงว่าผู้คนเดินทางไปที่ไหน แต่ได้ค้นพบเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเดินทาง”

    จอยส์ จาง ผู้อำนวยการจัดการ ทีม Greater China LCS Specialists, Google กล่าวเสริมว่า “เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในวิธีและเหตุผลที่ผู้คนออกเดินทาง โดยนักเดินทางต่างแสวงหาจุดมุ่งหมายที่ลึกซึ้งและประสบการณ์ที่มีความหมายยิ่งขึ้น เครื่องมือ AI ของ Google เช่น Gemini, AI Mode บน Search และ Google Translate กำลังกลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการวางแผนการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ช่วยให้อุตสาหกรรมและพันธมิตรของเราอย่าง Trip.com Group สามารถคว้าโอกาสทางธุรกิจที่รออยู่ในปี 2026 และต่อๆ ไปได้อีกด้วย”

    เมื่อคอมมูนิตี้การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วย AI เติบโตอย่างรวดเร็ว Trip.com Group จึงมุ่งพัฒนาแพ็กเกจ “ทัวร์คอนเสิร์ตแบบครบวงจร” และขยายเครื่องมือช่วยวางแผนการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Trip.Planner เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและตรงใจยิ่งขึ้น ในอนาคต การเดินทางจะไม่ใช่แค่การไปให้ถึงจุดหมาย แต่คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างทริปที่ตรงกับความต้องการและสะท้อนตัวตนของแต่ละคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1204630&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw362IyYhKoG79hOxQWgElGp

  • เริ่มแล้ว! หนาวแรกของปีที่ภูหินร่องกล้า ‘ซากุระญี่ปุ่น’ ผลิบานพร้อมรับนักท่องเที่ยว

    เริ่มแล้ว! หนาวแรกของปีที่ภูหินร่องกล้า ‘ซากุระญี่ปุ่น’ ผลิบานพร้อมรับนักท่องเที่ยว

    ในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวนักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อุณหภูมิ 19 องศา ขณะที่ ดอกซากุระญี่ปุ่นกว่า 350 ต้น ที่บ้านใหม่ร่องกล้า สีชมพูเข้มสดใสสะกดสายตานักท่องเที่ยว ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น มุ่งสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงอนุรักษ์ และยกระดับรายได้ให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในพื้นที่

    24 ตุลาคม 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้เริ่มต้นฤดูหนาว นักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น กางเต้นนอน ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กันอย่างคึกคัก ท่ามกลางอุณหภูมิ 19 องศาเซลเซียล ซึ่งสภาพอากาศที่หนาวเย็น ส่งผลดีให้ดอกซากุระญี่ปุ่น พันธุ์แท้ ที่ปลูกไว้จำนวน 350 ต้น ที่ “วิสาหกิจชุมชนปลูกซากุระญี่ปุ่นบ้านร่องกล้า” ได้ผลิดอกบานเป็นสีชมเป็นครั้งแรกหลายต้น ซึ่งปกติจะบานในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน

    ด้านนายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก และนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก พร้อมชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์เผ่าม้งบ้านใหม่ร่องกล้า และนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ สาขาร่องกล้า ได้ร่วมกันสำรวจและชมแปลงปลูกดอกซากุระญี่ปุ่น เนื่องจากไม่คิดว่าปีนี้จะบานเร็วกว่าปกติ บางต้นเริ่มออกดอกสีชมพูตามกิ่งต่าง ให้ชมความงามแล้ว แม้จะยังไม่บานเต็มต้น เนื่องจากเป็นซากุระญี่ปุ่นที่เพาะเนื้อเยื่อและปลูกมาเพียง 3 ปี แต่สีชมพูเข้มของดอกที่เริ่มผลิบานก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม โดยคาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แปลงซากุระแห่งนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่ง “จุดไฮไลท์การท่องเที่ยวใหม่” ของบ้านร่องกล้าใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งดอกซากุระญี่ปุ่นจะบานในช่วงปลายเดือนมกราคมต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคม ต่อเนื่องจากช่วงซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล

    นายมนิตย์ สีฆสัมบันน์ กล่าวว่า ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวไทยภูเขาในพื้นที่ โดยชาวบ้านในชุมชนได้ช่วยกันดูแลแปลงซากุระญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด คาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า ซากุระญี่ปุ่นกว่า 350 ต้นจะบานสะพรั่งทั่วพื้นที่ กลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของบ้านใหม่ร่องกล้า นักท่องเที่ยวไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น ก็สามารถชมซากุระแท้ได้ที่นี่ เพราะอากาศของหมู่บ้านที่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,500 เมตร ใกล้เคียงกับสภาพอากาศของประเทศญี่ปุ่น

    ทั้งนี้ การปลูกซากุระญี่ปุ่นในพื้นที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่าง เช่น ระบบรากที่ไม่หยั่งลึกทำให้เสี่ยงต่อความชื้นในฤดูฝน และปัญหาหนอนด้วงแก้วกัดกินรากจนต้นไม้ตายบางส่วน แต่ด้วยความร่วมมือของชุมชนและการดูแลต่อเนื่องทำให้ส่วนใหญ่ยังคงรอดและเติบโตดี

    ด้านนายเชษฐ์ ลีชานนท์ ผู้ใหญ่บ้านใหม่ร่องกล้า เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของการปลูกซากุระญี่ปุ่น และเริ่มเห็นความงามมากกว่าปีก่อน คาดว่าอีก 2–3 ปีข้างหน้า ซากุระญี่ปุ่นจะบานเต็มต้นทั้ง 350 ต้น บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา การปลูกซากุระญี่ปุ่นไม่เพียงเพิ่มความสวยงามให้หมู่บ้าน แต่ยังเป็น “ต้นทุนทางธรรมชาติ” ที่ช่วยต่อยอดอาชีพและส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน

    ตอนนี้พวกเราเปลี่ยนจากการทำเกษตรเป็นการท่องเที่ยวมากขึ้น เพราะการส่งเสริมท่องเที่ยวทำให้คนในหมู่บ้านมีรายได้และชีวิตดีขึ้น เราช่วยกันดูแลแปลงซากุระโดยการตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยเดือนละ 1–2 ครั้ง และรดน้ำในช่วงฤดูแล้ง เพื่อให้ต้นไม้เติบโตสมบูรณ์ คาดว่า ฤดูกาลท่องเที่ยวจะเริ่มคึกคักตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกุมภาพันธ์ โดยซากุระญี่ปุ่นจะบานต่อจากดอกนางพญาเสือโคร่ง

    ดอกซากุระญี่ปุ่นบ้านใหม่ร่องกล้าจึงไม่เพียงสร้างความงดงามทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือของชุมชน และเป็นความหวังใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในจังหวัดพิษณุโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/884338/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s0_y1uJUqcElfdfFamFvk

  • แลนด์มาร์กใหม่อันดามัน! “เซ็นทรัล กระบี่” เปิดยิ่งใหญ่ โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด ต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนระดับโลก

    แลนด์มาร์กใหม่อันดามัน! “เซ็นทรัล กระบี่” เปิดยิ่งใหญ่ โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัด ต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนระดับโลก


    “เซ็นทรัล กระบี่” มูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่มิกซ์ยูส 114 ไร่ ภายใต้แนวคิด “Made by Krabi – สัมผัสความสุขจากทุกความเป็นกระบี่” รวมกว่า 300 แบรนด์ดัง ยกระดับเมืองกระบี่สู่ศูนย์กลางท่องเที่ยว

    บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน เปิดตัว “เซ็นทรัล กระบี่” โครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกของจังหวัดและแห่งที่ 6 ในภาคใต้ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่รวมกว่า 114 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม PHYLL, บ้านเดี่ยวหรู BAAN NINYA และโรงแรม โดยตั้งเป้าให้เป็น “ห้องรับแขกของเมือง” และต้นแบบ ศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรกของไทย ที่มุ่งสู่การรับรองมาตรฐานอาคารสีเขียวระดับโลก EDGE Zero Certification

    นางสาว วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า

    “การเปิดเซ็นทรัล กระบี่ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา ในการยกระดับศักยภาพจังหวัดกระบี่ให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมเป็นต้นแบบของโครงการมิกซ์ยูสที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คน ภายใต้แนวคิด ‘Made by Krabi – สัมผัสความสุขจากทุกความเป็นกระบี่’ ที่สะท้อนเอกลักษณ์และความภูมิใจของคนกระบี่อย่างแท้จริง”

    ศูนย์การค้า “เซ็นทรัล กระบี่” ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากธรรมชาติของหมู่เกาะ ใบปาล์ม และเรือหัวโทง ผสานสถาปัตยกรรมแบบ Semi-Outdoor ให้กลมกลืนกับทัศนียภาพเมืองชายทะเล พร้อมมาสคอต “น้องปูอันดา” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของอันดามัน

    ภายในรวบรวมกว่า 300 แบรนด์ดัง ครบทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น Tops, Auto1, Supersports, B2S, Power Buy, รวมถึงร้านแฟชั่นและอาหารยอดนิยมอย่าง Adidas, Skechers, Starbucks, Salad Factory, Bonchon, Fuji, MK, Pepper Lunch และอีกมากมาย พร้อมไฮไลต์พิเศษ SF Cinema ระบบ All Laser, Jetts Fitness 24 ชั่วโมง, และสวนสนุกในร่ม HarborLand ครั้งแรกของกระบี่

    ในด้านสิ่งแวดล้อม “เซ็นทรัล กระบี่” มุ่งสู่การเป็นอาคาร EDGE Zero ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่

    1. Energy Saving – ลดการใช้พลังงานกว่า 40% ติดตั้งโซลาร์เซลล์พื้นที่ 14,400 ตร.ม. ผลิตไฟฟ้าได้ 3.2 เมกะวัตต์

    2. Waste Management – ถนนรีไซเคิล Green Road ยาวกว่า 500 เมตร พร้อมจุด Recycle Station แลกขยะเป็นเงิน

    3. Upcycling & Art – แปลงขยะทะเลเป็นงานศิลปะตกแต่งแลนด์สเคป

    4. Krabi CSR Collection – ร่วมกับ Sabina และ Good Goods ผลิตเสื้อผ้าและของใช้จากแหอวนทะเลรีไซเคิล

    เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จัดกิจกรรม “Life Up Krabi” นำโดยศิลปินชื่อดัง บิวกิ้น–พุฒิพงศ์, แอลลี่–อชิรญา, เต้ย–จรินทร์พร และ นท พนายางกูร พร้อมโชว์และเวิร์กชอปสุดพิเศษ รวมถึงโปรโมชั่นของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท เช่น รถยนต์ไฟฟ้า GEELY EX5 และแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สุดหรู

    “เซ็นทรัล กระบี่” เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 11.19 น. เป็นต้นไป โดยจะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของอันดามัน ที่รวมทั้งการช้อปปิ้ง พักผ่อน ศิลปะ และความยั่งยืนไว้ในที่เดียว — จุดหมายปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกภายใต้แนวคิด “Made by Krabi – สัมผัสความสุขจากทุกความเป็นกระบี่”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/36851&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EEeTdfWfxjIclQ3oxXaDb

  • ตำรวจท่องเที่ยว บุกรวบ 19 ชาวจีน หนีจากเมียวดีซุกบ้านเช่าเมืองเชียงรายเตรียมหนีเข้าลาว

    ตำรวจท่องเที่ยว บุกรวบ 19 ชาวจีน หนีจากเมียวดีซุกบ้านเช่าเมืองเชียงรายเตรียมหนีเข้าลาว

    อาชญากรรม

    ตำรวจท่องเที่ยว บุกรวบ 19 ชาวจีน หนีจากเมียวดีซุกบ้านเช่าเมืองเชียงรายเตรียมหนีเข้าลาว

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.04 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อคืนวันที่ 24 ตุลาคม 2568 พ.ต.ท.ธนวินท์ พวงมะลิ สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.2 ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มคนต่างชาติต้องสงสัยจำนวนมากมาเช่าบ้านอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จึงพร้อมด้วย ร.ต.ท.จินดา มณีทิพย์รอง สว.(ป.) ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.2 ชุดสายตรวจ สืบสวนสถานีท่องเที่ยวเชียงราย สืบ กก.2 บก.ทท.2 ตม.เชียงรายร่วมเข้าตรวจสอบ พบเป็นบ้าน ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบชายชาวจีนเป็นชายอายุตั้งแต่ 18-37 ปี รวมจำนวน 19 คน หลับนอนอยู่ในบ้านกระจายอยู่หลายห้อง จึงสอบถามปรากฏว่าไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ จึงให้ล่ามสอบถามเอกสารประจำตัวปรากฎว่ามีพาสปอร์ตจำนวน 6 ราย แต่อยู่เกินวีซ่า และอีก 13 รายไม่มีเอกสารประจำตัว และพบหญิงคนไทยทราบชื่อ น.ส.ชัชฎา อายุ 35 ปี ต.เจดีย์หลวง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย แสดงตัวเป็นคนเช่าบ้านให้คนจีนทั้งหมดพัก เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวทั้งหมด พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวนมากเอาไว้ พร้อมนำตัวมาสอบสวน
     
    สอบสวนเบื้องต้น น.ส.ชัชฎา ให้การว่าได้มีคนติดต่อให้ตนเองมาเช่าบ้านหลังดังกล่าวเพื่อให้นำคนจีนมาพัก ตนเองมีหน้าที่หาเช่าบ้าน และจัดหาอาหารให้กินคนจีนกิน และทำความสะอาดบ้านโดยได้รับค่าจ้างเป็นรายหัว 200บาทต่อวัน ส่วนการนำมาหรือส่งไปที่ไหนตนเองไม่ทราบ ด้านการสอบปากคำคนจีนผ่านล่ามให้การเพียงว่ากลุ่มพวกตนเดินทางมาจากชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยลักลอบเข้าช่องทางธรรมชาติ หลังจากนั้นมีคนนำมาพักที่เชียงรายแล้วจะมีคนมารับตัวไปส่งต่อเพื่อข้ามไปฝั่งประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ น.ส.ชัชฎา ฯ ว่า “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆเพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ส่วนคนจีน 6 คนตั้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยอนุญาตสิ้นสุด(over stay) และอีก 13 คน กล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต” นำตัวทั้งหมดส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
     
    พ.ต.ท.ธนวินท์ พวงมะลิ สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.2 เปิดเผยว่าตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 เรื่องระดมกวาดล้างอาชญากรรมในฐานความผิด 10 กลุ่มต้องห้าม ตามนโยบาย ผบ.ตร ฯในห้วงวันที่ 18-25 ต.ค.68 นั้น ทางตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย ได้ออกสืบสวนหาข่าวจนกระทั่งสาารถจับกุมกลุ่มคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจำนวนมากกลุ่มนี้ได้ โดยเบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าเป็นกลุ่มคนที่หลบหนีการกวาดล้างอย่างหนักจากประเทศเมียนม่าทางด้านชายแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อหลบหนีไปทำงานด้าน สปป.ลาว การจับกุมครั้งนี้เป็นการสกัดกั้นกลุ่มคนที่หลบหนีเข้าเมืองและอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มทำงานหลอกลวงด้านออนไลน์อีกด้วย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/crime/451787&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vnEVNXV1LepuA-QNcyynD

  • ตำรวจท่องเที่ยวเชียงรายทลายแก๊งจีน 19 คน ซ่อนบ้านเช่าเตรียมหนีไปลาว

    ตำรวจท่องเที่ยวเชียงรายทลายแก๊งจีน 19 คน ซ่อนบ้านเช่าเตรียมหนีไปลาว

    เมื่อคืนวันที่ 24 ต.ค. 2568 ตำรวจท่องเที่ยวเชียงรายบุกตรวจบ้านเช่าใน ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย หลังได้รับรายงานพบกลุ่มคนต่างชาติต้องสงสัย พบชายชาวจีน 19 คน อายุ 18-37 ปี อาศัยในบ้าน 6 คนมีพาสปอร์ตแต่ อาศัยอยู่เกินเวลาวีซ่า อีก 13 คนไม่มีเอกสารประจำตัว พร้อมจับกุม หญิงอายุ 35 ปี ชาวไทย ผู้เช่าบ้านให้กลุ่มนี้ โดยรับค่าจ้างวันละ 200 บาทต่อคน มีหน้าที่จัดหาอาหารและทำความสะอาด

    จากการสอบสวน หญิงไทยดังกล่าว อ้างถูกว่าจ้างให้เช่าบ้านโดยไม่รู้รายละเอียดปลายทาง ส่วนกลุ่มชาวจีนเผยลักลอบเข้าประเทศจากชายแดนแม่สอด จ.ตาก เพื่อไปทำงานใน สปป.ลาว ตำรวจตั้งข้อหา ฐานช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นจากการจับกุม และชาวจีนทั้ง 19 คน ฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือ อาศัยอยู่เกินกำหนดเวลา ส่งตัวดำเนินคดีที่ สภ.บ้านดู่

    การจับกุมเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปราบปรามอาชญากรรม 10 กลุ่มต้องห้าม ช่วง 18-25 ต.ค. 2568 โดยกลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับการหลบหนีจากเมียนมาและการหลอกลวงออนไลน์

    เครดิต เพจ ฮักแม่สาย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/59801&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EgBmmjtwVlWiFGMoK2tgX

  • ส.โรงแรมกระบี่ จับมือ ส.เทคโนฯ ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ส.โรงแรมกระบี่ จับมือ ส.เทคโนฯ ยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย | เดลินิวส์

    ที่โรงแรมกระบี่ รีสอร์ท ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ร่วมกับ สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด (ประเทศไทย) จัดงาน “Global MarTech Integration Day 2025: มาร์เทค มาเที่ยวไทย” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2568 โดยมีนางสาวกัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ 

    นายไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล นายกสมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด และนางสาววิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา รองประธานฝ่ายดิจิทัลและนวัตกรรมสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมงาน เพื่อยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วยเทคโนโลยีการตลาดสมัยใหม่ (MarTech)สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ 

    ภายในงานประกอบด้วยเวทีเสวนาและบรรยายจากผู้นำในวงการเทคโนโลยีและการตลาด พร้อมการแข่งขัน “MarTech Pitching Competition” ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Growth for Thai Tourism” เพื่อค้นหาแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวไทย

    โดยงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก ได้แก่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) พร้อมภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA) ร่วมด้วย BytePlus Thailand, PAM, Creww, หอการค้าจังหวัดกระบี่ และ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอ่าวนาง

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Sunset Cruise ชมความงามพระอาทิตย์ตกของอ่าวพระนางด้วยเรือ Aonang Princess และ Networking Party ริมหาดอ่าวนาง พร้อมพิธีมอบรางวัล “Most Popular Solution”, “Best MICE MarTech Solution by TCEB”และ “Best AI Solution by BytePlus” เพื่อยกย่องแนวคิดนวัตกรรมด้านการตลาดที่สร้างสรรค์และยั่งยืน

    ทั้งนี้ “Global MarTech Integration Day 2025”นับเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดกระบี่ในการก้าวสู่การเป็นเมืองต้นแบบ “Digital x Sustainable Tourism” ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ชาญฉลาด (Smart TourisDestination) และแข่งขันได้ในระดับโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5237573/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hdFfqkgJ-t6qcdDfINt1l

  • “ผอ.หน่อง” ททท.ตาก ชวนงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ปี 2569

    “ผอ.หน่อง” ททท.ตาก ชวนงานเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ปี 2569

    เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ “ผอ.หน่อง” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) สำนักงานตาก ร่วมงานททท. เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ปี 2569 ชู “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ฤดูเหนือ” เที่ยวเหนือได้ทั้งปี ณ ร้านอาหาร Le Coq d’Or Restaurant จังหวัดเชียงใหม่ โดย.น.ส.ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ “ผอ.หน่อง” ได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั้งทั่วทั่วไทย และทั่วโลก มาเที่ยวตาก นักท่องเที่ยวจากทั้งทั่วทั่วไทย และทั่วโลก มาเที่ยวเมืองตาก

    ตากมีมากกว่าที่คิด ทั้งธรรมชาติทะเลหมอก น้ำตก วัดและวัฒนธรรมประเพณีชนเผ่า เขื่อนภูมิพล น้ำตกทีลอซู ทำตกรูปหัวใจ ทะเลหมอก ดอนหัวหมด ม่อนหมอกตะวัน ดอยสอยมาลัย ทะเลหมอกท่าสองนาง งานประเณีใหม่ม้ง รวมทั้งอาหารพื้นบ้าน ของฝากพื้นบ้าน สวนผลไม้ของดีเมืองพบพระ เที่ยวตากเที่ยวได้ทั้งปี สุขทันที ที่เที่ยวตาก

    และเร็วนี้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ห้ามพลาด งานลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง 2-5พ.ย2568 ที่บริเวณริมน้ำปิง อ.เมืองตาก จ.ตาก พิธีเปิดวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ และ ลอยกระทงสายที่อำเภอบ้านตาก ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568. นี้ และงานต้นกำเนิดกระทงสาย กาดต้าตง ที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก

    ในงานททท. เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ ปี 2569 ชู “Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ฤดูเหนือ” เที่ยวเหนือได้ทั้งปี หวังดันรายได้ 178 ล้านบาท พร้อมจับมือพันธมิตร 17 จังหวัดภาคเหนือ สร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หวังกระตุ้นการเดินทางภาคเหนือช่วง High Season และขยายฐานนักท่องเที่ยวช่วงนอกฤดูกาล ดันตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน สร้างรายได้สะพัดไม่ต่ำกว่า 178 ล้านบาท

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า ปี 2569 ททท. เตรียมดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคภาคเหนือ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในพื้นที่ 17 จังหวัด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำและบอกต่อ (Grand Moment) จากการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือในแต่ละฤดู และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี (Year-round Destination)

    นอกจากนี้ ยังมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของผู้ประกอบการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม และบริการทางการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพ ตั้งเป้ายกระดับเชียงใหม่สู่ “เมืองแห่งชีวิต สุขภาพ และเทศกาล” และผลักดันให้เป็น “The Best Destination” เพื่อให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่ “ทรงคุณค่า” อย่างแท้จริง

    นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า ปี 2569 ททท. เตรียมดำเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคภาคเหนือ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในพื้นที่ 17 จังหวัด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำและบอกต่อ (Grand Moment) จากการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือในแต่ละฤดู และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี (Year-round Destination)

    ผ่านแนวคิด Season of North 2026 : สุขทันที…ฤดูนี้ฤดูเหนือ ชวนเที่ยวภาคเหนือในทุกฤดู ภายใต้ 3 ทิศทางหลัก ได้แก่

    1. ฤดูแห่งการให้รางวัลแก่ชีวิต (หลังจากที่ทำงานตลอดทั้งปี) กระตุ้นค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือและขยายฐานตลาดเฉพาะกลุ่ม

    2. ฤดูแห่งการเฉลิมฉลอง ความสุข สนุกสนาน และการฮีลใจ พักผ่อน/ผ่อนคลาย ค้นหาตัวเอง กระตุ้นความถี่ในการเดินทางช่วงนอกฤดูกาล

    3. ฤดูแห่งการแบ่งปัน บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นเหนือ (Northern Stories) กระตุ้นการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวสู่พื้นที่เมืองน่าเที่ยว

    โดยการเสนอขายสินค้าและบริการด้านสุขภาพ งานคราฟต์ เทศกาลประเพณี อีเวนต์ กิจกรรมท่องเที่ยวยามค่ำคืน แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่พักที่มีสไตล์ วิถีชีวิตชุมชน อาหารถิ่น รวมถึงสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เช่น CF Hotel (Carbon Footprint Hotels) และ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating)

    การจัดงานครั้งนี้ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานภาคเหนือทั้ง 11 สำนักงาน เข้าร่วมนำเสนอทิศทางส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมผู้ประกอบการที่มานำเสนอ Product Highlight จาก 17 จังหวัด

    ภูมิภาคภาคเหนือมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสวยงามและสินค้า-บริการที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู โดย ททท. เตรียมนำเสนอหลากหลายกิจกรรมตลอดปีใน 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก อุทัยธานี นครสวรรค์ และพิจิตร

    ภูมิภาคข-06

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/105994&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZYLLi8GW9oCwVyb7_3bTm

  • ททท.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวประจำปี 2569

    ททท.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวประจำปี 2569

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/105990&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rQlLw1hvRdBxNnRgxT1Ez

  • วังน้ำเขียวเปิดตัว

    วังน้ำเขียวเปิดตัว

    วันศุกร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 13.25 น.

    โคราชหนาวนี้เปิดตัว “ผารักสลักใจ” แหล่งเช็คอินใหม่วังน้ำเขียว ต้อนรับฤดูการท่องเที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก พร้อมเปิดแบรนด์ เมคอินวังน้ำเขียว สินค้าที่ควรซื้อไปฝากครอบครัว

    วันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 07.00 น.ที่บริเวณผารักษ์สลัดได บ้านพุทธชาติ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายมงคลศิลป์ ลีนะกนิษฐ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ร่วมกับ นายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี , ดร.ธีรพงศ์ คณาศักดิ์ รองประธานฝ่ายบริหารและสื่อสารองค์กรหอการค้านครราชสีมา , นายโชคดี ปรโลกานนท์ หรือ ลุงโชควังน้ำเขียว สิบเอกธงชัย ไชยฉิมพลี ประธานชมรมจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว ดร.สุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ร่วมกับ ทหารอากาศ สถานีเรดาร์เขาสลัดได ชาวบ้านชุมชนบ้านพุทธชาติ สมาคมการท่องเที่ยววังน้ำเขียว ชมรมจักรยานเพื่อการท่องเที่ยววังน้ำเขียว กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมชุมชนวังน้ำเขียว ฝ่ายปกครอง เกษตรอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันเปิดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูหนาว โดยใช้ชื่องานว่า “ เที่ยว 3 ผา นอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก วังน้ำเขียว ” ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปี

    ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวสีสันท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็น อุณภูมิ 15 องศา และไอหมอกยามเช้าของเขาสลัดได โดยผู้ร่วมงานนั่งจิ๊บกาแฟ รับประทานข้าวต้ม โดยภายในงานยังมีการนำสินค้าชุมชนมาให้รับประทาน อาทิ พุทรานมสด ข้าวเกรียบเห็ดหอมวิภา ขนมเปี๊ยะชื่อดัง สมุนไพรวังวาน ผลิตภัณฑ์โรงคั่วกาแฟ เฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ลุงโชค สับปะรดสีวังน้ำเขียว พร้อมเปิดตัวแบรนด์ เมคอินวังน้ำเขียว สินค้าที่นักท่องเที่ยวควรซื้อไปฝากครอบครัว ในช่วงมาท่องเที่ยววังน้ำเขียวสิ้นปีนี้

    ภายหลังทั้งหมดเดินชมเส้นทางธรรมชาติ ไปเปิดตัวผาน้องใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากผารักษ์สลัดใด ไปทางขวามือ ประมาณ 200 เมตร มีลักษณะพิเศษเป็นหินที่ยื่นออกไปหน้าผา มีรูปร่างหินคล้ายรูปหัวใจ โดยชาวบ้านเลยช่วยกันตั้งชื่อว่า “ผารักสลักใจ” เพื่อให้สอนรับกับ ผารักษ์สลัดใด เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของอำเภอวังน้ำเขียว บริเวณหน้าผาดังกล่าว จะมีความพิเศษคือสามารถเห็นถนนเส้น 304 วังน้ำเขียว-ปราจีนบุรี และสามารถชมพระอาทิตย์ตกดิน ในช่วงยามเย็นได้อย่างสวยงาม ในช่วงฤดูหนาวนี้

    นายมงคลศิลป์ ลีนะกนิษฐ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการ และชุมชน หวังสร้างการรับรู้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาววังน้ำเขียว ที่มีความสวยงาม อากาศดี ธรรมชาติบริสุทธิ์

    โดยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว มาท่องเที่ยว 3 ผา ดังประกอบด้วย ผารักษ์สลัดใด ผาเก็บตะวัน และผาน้องใหม่ ผารักสลักใจ รวมถึงนอนกางเต็นท์ ดูดาว ชมทะเลหมอก และยังสามารถเที่ยวชมกระทิงมากที่สุดในประเทศไทย ที่เขาแผงม้า เดินป่าเส้นทางเทรลคลองปลากั่ง กราบขอพรพระสายวัดป่า ชมอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง สวยที่สุดวังน้ำเขียว สามารถเลือกซื้อสินค้าชุมชน ที่เราเรียกว่า แบรนด์ เมคอินวังน้ำเขียว ซื้อไปฝากคนในครอบครัว ในช่วงมาท่องเที่ยววังน้ำเขียว อีกด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/923164&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22_0S4EoB0rMOzzLu57wJO

  • มทร.ล้านนา ได้รับการรับรองเป็นหน่วยประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (TPCB)

    มทร.ล้านนา ได้รับการรับรองเป็นหน่วยประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (TPCB)

    หลักสูตรการท่องเที่ยวและการบริการ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้รับการรับรองเป็นหน่วยประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (Tourism Professional Certification Board: TPCB)

    คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.กัญฐณา ดิษฐ์แก้ว คณบดีคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ พร้อมด้วยอาจารย์ประจำหลักสูตรการท่องเที่ยวและการบริการ
    ได้เข้าพบ รองศาสตราจารย์วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เพื่อมอบโล่ประกาศการรับรองให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น หน่วยประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (Tourism Professional Certification Board: TPCB) อย่างเป็นทางการ

    ในการนี้ กรมการท่องเที่ยว ได้ประเมินผลการพิจารณาให้การรับรองของคณะกรรมการรับรองบุคลากรด้านการท่องเที่ยว (Tourism Professional Certification Board:TPCB) โดยรับรองให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เป็นหน่วยประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ในสาขาที่พัก (Hotel Services)  แผนกบริการอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage Service: FB) ตำแหน่งงาน พนักงานบริกร (Waiter/Waitress)

    ตามข้อตกลงร่วม ว่าด้วยการยอมรับคุณสมบัติบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอาเซียน ประจำปี พ.ศ. 2568 (ASEAN Mutual Recognition Arrangement on Tourism Pr.ofessionals) โดยมีอายุการรับรองเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการรับรองบุคลากรท่องเที่ยว (TPCB) ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ถึง วันที่ 15 กรกฎาคม 2571

    การได้รับการรับรองในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ในการยกระดับมาตรฐานของบัณฑิตและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้เป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3803812/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-H01sGpC6s790yepCPHl3