Category: ท่องเที่ยว

  • เกาหลีใต้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงามเมืองอินชอน พร้อมผลักดันสู่ระดับโลก

    เกาหลีใต้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงามเมืองอินชอน พร้อมผลักดันสู่ระดับโลก

    เกาหลีใต้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงามเมืองอินชอน พร้อมผลักดันสู่ระดับโลก

    เกาหลีใต้จัดงานส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ความงาม ระหว่างไทยและเกาหลีใต้ พร้อมผลักดันอินชอนเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก 

    วันที่ 30 ตุลาคม 2568 องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวอินชอน ร่วมกับทีมแพทย์อินชอน จัดโรดโชว์และการประชุมบีทูบี งาน “2025 Incheon Medical & Wellness Tourism in Thailand” เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพระหว่างไทยและเกาหลีใต้ พร้อมผลักดันอินชอนเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลก 

    งานนี้มีโรงพยาบาล สถาบันสุขภาพ และคลินิกความงามระดับแนวหน้าจากเกาหลีใต้ พร้อมด้วยพันธมิตรจากไทยกว่า 20 สถาบันการแพทย์และผู้แทนภาคธุรกิจสุขภาพเข้าร่วมงาน เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพร่วมกัน 

    โดยทีมแพทย์อินชอนตัวแทนจากเกาหลีใต้ได้แก่ ศูนย์การแพทย์กิล มหาวิทยาลัยกาชน โรงพยาบาลอิน คลินิกศัลยกรรมตกแต่งทามิ ท็อกซ์นฟิล ซองโด และผู้ประกอบการขาเข้า ได้แก่ บริษัท อาร์จี แฟคทอรี่ จำกัด และบริษัท ออคิซ จำกัด ซึ่งคณะผู้แทนได้เน้นย้ำถึงความเชี่ยวชาญขั้นสูงของอินชอน โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่ทันสมัย และโครงการส่งเสริมสุขภาพที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมุ่งกระชับความร่วมมือกับพันธมิตรชาวไทย 

    โดยอินชอนผสมผสานสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ที่ทันสมัยเข้ากับทรัพยากรสุขภาพที่มุ่งเน้นการรักษา ทำให้อินชอนเป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นสำหรับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยบริการล่าม บริการผู้ช่วยส่วนตัว และโปรแกรมฟื้นฟูก่อนและหลังการรักษา เมืองอินชอนจึงมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์แบบครบวงจรอย่างแท้จริงให้กับผู้ป่วยชาวต่างชาติ

    นายชิน บยองซอล ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสวัสดิการเมืองอินชอน กล่าวว่า  ปัจจุบันอินชอนกำลังก้าวสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก (Global Healthcare City) การมาเยือนประเทศไทยของเมืองอินชอนในครั้งนี้คือการเชื่อมโยงเทคโนโลยีทางการแพทย์อันล้ำสมัยของอินชอน เข้ากับตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศไทย และได้บรรลุข้อตกลงในการพัฒนาแพ็กเกจการแพทย์สุขภาพแบบบูรณาการเฉพาะบุคคล ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ป่วยชาวไทยโดยเฉพาะ 

    เขากล่าวว่า เมืองอินชอนยังมีแผนจะดำเนินโครงการสนับสนุนด้านการแพทย์ สำหรับประชาชนชาวไทยเพื่อขยายความร่วมมือทางการแพทย์ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมมั่นใจว่านี่คือคุณค่าที่แท้จริงของ K-Healthcare 

    ทางด้านจอง โซยอน องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวอินชอน กล่าวว่า  ความงามและสปา เป็นหมวดที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ อุตสาหกรรม K-Beauty ของเกาหลีเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และอินชอนก็โดดเด่นด้วยโรงแรมรีสอร์ทระดับพรีเมียม สปาหรู และคลินิกความงามคุณภาพสูงที่ตั้งอยู่ใกล้สนามบิน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สปาหรือบิวตี้โปรแกรมในระยะเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย ญี่ปุ่น และจีนที่ให้ความนิยมอย่างต่อเนื่อง  

    ขณะเดียวกัน พัค มีรัน หัวหน้าทีมเมืองอินชอน กล่าวว่า  การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นับเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่สามารถเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่แล้ว อินชอนสามารถดึงดูดผู้ป่วยชาวต่างชาติได้ถึง 21,387 ราย และได้ดำเนินโครงการพัฒนาคลัสเตอร์บูรณาการด้านการแพทย์และสุขภาพ (Medical-Wellness Convergence Cluster) ตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2568 โครงการนี้คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ไม่เพียงจากการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น อาทิ ที่พัก ร้านอาหาร และการขนส่ง วิสัยทัศน์ระยะยาวของอินชอนคือการก้าวสู่การเป็น เมืองบูรณาการการแพทย์และสุขภาพ  (Medical-Wellness Convergence City) และยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพชั้นนำแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2892532&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3e6JkvjNbMFlRAJTno4SMT

  • เปิด “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา

    เปิด “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา

    แนวชายแดนไทย–กัมพูชา กำลังจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลประกาศเปิดตัวโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นในพื้นที่ชายแดน หลังสถานการณ์ข้อพิพาทและปัญหาเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อมานานได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและชุมชนในวงกว้าง

    โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาลและ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการพลังกัน เพื่อใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

    ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยพลังแห่งการเดินทาง

    “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ถือเป็นโครงการนำร่องที่ตั้งเป้ากระตุ้นการท่องเที่ยวใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด โดยเน้นการเดินทางในรูปแบบ Group Tour ผ่านบริษัทนำเที่ยว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่อย่างทั่วถึง ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่นที่ซ่อนเสน่ห์ไม่แพ้เมืองใหญ่

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักให้กับบริษัทนำเที่ยวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    เที่ยวข้ามจังหวัด – พักค้างคืน – เงินสะพัดกว่า 90 ล้านบาท

    หนึ่งในไฮไลต์ของโครงการคือ การสนับสนุนค่าใช้จ่าย ค่าที่พักคืนละ 300 บาท สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดที่มีการพักค้างอย่างน้อย 1 คืน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่นอย่างแท้จริง

    รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในระบบไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในด้านแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง อาหาร ของที่ระลึก และกิจกรรมในชุมชน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และการจ้างงานให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชายแดน

    ท่องเที่ยวเชื่อมโยง เปิดมุมมองใหม่ของสองภูมิภาค

    การเดินทางภายใต้โครงการนี้ไม่ใช่แค่ “เที่ยวสนุก” แต่ยังเป็นการ “เรียนรู้และเชื่อมโยงวัฒนธรรม” ของสองภูมิภาคที่มีความหลากหลายและน่าหลงใหลอย่างยิ่ง จากตราดและจันทบุรี ที่มีเสน่ห์ของทะเลตะวันออก สวนผลไม้ และวัฒนธรรมชาวประมง สู่บุรีรัมย์และสุรินทร์ เมืองแห่งอารยธรรมขอมโบราณ สนามแข่งระดับโลก และเสน่ห์ชุมชนช้างไปจนถึง อุบลราชธานีและศรีสะเกษที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามเก่าแก่และธรรมชาติชายแดนที่เงียบสงบ

    การเดินทางในเส้นทางนี้จึงไม่เพียงเติมเต็มความสุขของนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วย “เปิดตลาดใหม่” ให้กับท้องถิ่น โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้ชายแดนที่มีศักยภาพในการเป็นจุดแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา

    เริ่ม 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป – สิทธิ์รวม 10,000 คน

    โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จะเริ่มเปิดให้เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป โดยมีจำนวนสิทธิ์รวม 10,000 คน สำหรับผู้ที่เข้าร่วมผ่านบริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจาก ททท. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

    นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน เข้ามายื่นคำขอรับการสนับสนุนได้ผ่าน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1672 Travel Buddy

    มากกว่าการท่องเที่ยว คือการ “คืนชีวิตให้ชุมชน”

    เบื้องหลังโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการกระตุ้นการเดินทาง แต่คือการ “คืนรอยยิ้ม” ให้กับผู้คนในพื้นที่ชายแดนที่เคยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา การที่นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนอีกครั้งหมายถึงโอกาสใหม่ๆ สำหรับร้านอาหารเล็กๆ โรงแรมท้องถิ่น คนขับรถนำเที่ยว และช่างฝีมือในชุมชนที่รอวันได้กลับมามีรายได้

    โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จึงเปรียบเหมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงความคึกคักนักท่องเที่ยว แต่ยังมีความหวังของคนในท้องถิ่นที่รอคอยให้เศรษฐกิจกลับฟื้นคืนมาด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/732714&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0udsBc_fe6ITzOpV4GR83U

  • เที่ยวได้เยอะขึ้น ไม่ต้องห่วงรถติด Trip.com เปิดตัว ‘บัตร BTS’ รุ่นพิเศษ ชวน นทท.ต่างชาติ ใช้รถไฟฟ้าไทย

    เที่ยวได้เยอะขึ้น ไม่ต้องห่วงรถติด Trip.com เปิดตัว ‘บัตร BTS’ รุ่นพิเศษ ชวน นทท.ต่างชาติ ใช้รถไฟฟ้าไทย

    รู้หรือไม่? ในปี 2024 คนกรุงเทพฯ สูดดม PM2.5 เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ 1,297.14 มวน

    trip.com

    ตัวเลขนี้มาจากการคำนวณของ ‘Rocket Media Lab’ ที่ได้นำค่าฝุ่นมาเทียบกับเกณฑ์ปริมาณการสูบบุหรี่โดย Dr. Richard A. Muller นักวิจัยจาก Berkeley Earth สถาบันวิจัยสภาพอากาศในแคลิฟอร์เนีย

    ดังนั้น มันจะดีกว่าไหม หากคนกรุงเทพฯ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเยือนรู้จักและเข้าถึงการขนส่งสาธารณะอย่าง ‘รถไฟฟ้า’ ได้มากขึ้น?

    ด้วยเหตุนี้ ‘Trip.com’ จึงจับมือกับ ‘การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย’ (ททท.) และ ‘One Bangkok’ ในการเปิดตัวแคมเปญ ‘มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุดกับ Trip.com’ พร้อมเปิดตัวบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS รุ่นพิเศษอย่าง ‘Trip.com Travel Card’ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางในกรุงเทพฯ รวมถึงส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    รายละเอียดจะเป็นอย่างไร? มาดูกัน

    รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวขึ้น BTS พร้อมอยากให้รู้ว่า ขนส่งสาธารณะบ้านเราก็เจริญนะ

    trip.com

    ‘ฤดีพรรณ เต็มชื่น’ ผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายการตลาดและความสัมพันธ์ภาครัฐ Trip.com เล่าถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ว่า 

    “ประเทศไทยเป็นประเทศที่ค่อนข้างรถติด เราได้เล็งเห็นถึงการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และอยากให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก Public Transportation ของเราให้มากขึ้น รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสามารถเข้าถึง Public Transport ให้ง่าย ให้เขาได้เข้าใจว่า Public Transport ของประเทศไทยมันเจริญมาก แล้วเวลาเดินทางไปไหน เขาสามารถ avoid รถติดได้โดยการขึ้น BTS ต่อเรือ สามารถทำให้เขาลดหย่อนเวลา”

    ฤดีพรรณเสริมว่า ปัจจุบัน รถไฟฟ้าต่างๆ เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานครได้ค่อนข้างเต็มที่แล้ว ดังนั้น ไม่ว่าจะไปวัดพระแก้ว ถนนทรงวาด หรือพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ก็ล้วนสามารถเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะของประเทศเรา

    ขณะเดียวกัน ‘กิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง’ รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มองว่า โครงการนี้ตรงกับวิสัยทัศน์ของททท. ที่อยากส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ช่วยรักษาธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ดีๆ ให้นักเดินทาง

    กิตติพงษ์เชื่อว่า การเปิดตัวบัตร BTS รุ่นพิเศษ ไม่เพียงทำให้นักท่องเที่ยวสัญจรในกรุงเทพฯ ง่ายขึ้น แต่ยังสนับสนุนให้พวกเขารู้จักวิธีการเดินทางที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

    นอกจากบัตร BTS ลายใหม่นี้จะช่วยลดก๊าซคาร์บอน เพื่อซัพพอร์ตโครงการขนส่งสีเขียวของกรุงเทพฯ แล้ว ยังมาพร้อมกับสิทธิพิเศษมากมายที่ผู้ถือบัตรสามารถเลือกใช้กับ One Bangkok ได้ อาทิ

    • ส่วนลดสูงสุด 10% จากแบรนด์ยอดนิยมกว่า 40 ร้าน
    • ส่วนลดพิเศษ 5% ที่ร้านอาหาร 15 แห่งภายใต้กลุ่ม Food of Asia
    • คูปองเงินสด 50 บาท และรับเครื่องดื่มฟรีที่ Food Street
    • ของขวัญพิเศษจากร้านค้าและร้านอาหารที่เข้าร่วม

    จริงๆ แล้ว ฤดีพรรณก็บอกว่า บัตร BTS ของโครงการนี้สามารถใช้ได้ไม่ต่างจาก ‘บัตรแรบบิท’ ที่พวกเราคุ้นเคยเลย เพียงแค่มีสิทธิพิเศษมากกว่า และอาจมีการร่วมงานกับศูนย์การค้าอื่นๆ เพิ่มเติมในปีหน้าด้วย

    ปรับโฉม 3 สถานี BTS และตอกย้ำจุดแข็งด้านบริการ-ราคา

    trip.com

    สำหรับแคมเปญนี้ Trip.com ยังตั้งเป้าในการสร้าง ‘แลนด์มาร์ก’ แห่งการเดินทาง ผ่านการเปลี่ยนโฉมสถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งหมด 3 แห่งได้แก่ สถานีพร้อมพงษ์ สถานีชิดลม และสถานีช่องนนทรี พร้อมแคมเปญโปรโมชันจนถึง 31 ธันวาคม 2025

    ‘Edison Chen’ รองประธาน Trip.com Group อธิบายว่า “การเปลี่ยนโฉม 3 สถานี BTS พร้อมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างหมุดหมายทางการตลาด แต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีการเดินทางกับประสบการณ์จริง”

    แคมเปญนี้ยังออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำจุดเด่นของ Trip.com หลักๆ อยู่ 2 ด้านคือ

    1. บริการลูกค้า 24 ชั่วโมง โดยฝ่ายบริการลูกค้ายินดีช่วยเหลือตลอดเวลา ในหลายช่องทาง แบบไม่ต้องรอนาน
    1. ราคาโปร่งใส เพราะราคาที่ลูกค้าเห็นบนแพลตฟอร์มจะตรงกับราคาที่ต้องจ่ายจริง โดยไม่มีการบวกเพิ่มหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ 

    Chen เชื่อว่า การร่วมมือกับททท. และ One Bangkok ในครั้งนี้ จะสามารถยกระดับการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นได้

    ส่วนสำหรับใครที่สนใจรับบัตร BTS รุ่นพิเศษที่กล่าวไป ฤดีพรรณเผยว่า สามารถรับบัตร ‘แจกฟรี’ ได้ตั้งแต่วันนี้ที่สนามบิน และพันธมิตรต่างๆ เช่น One Bangkok โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 10,000 ใบเท่านั้น

    หากพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ผู้ที่สนใจยังสามารถหาซื้อบัตร BTS รุ่นพิเศษได้ที่แอปพลิเคชันของ Trip.com นับตั้งแต่หลังตรุษจีนในเดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป

    ที่มา: Rocket Media Lab

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/trip-dot-com-move-on-for-good-travel-smooth-campaign/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sHn6C4OXCt2KCNbncpvct

  • รัฐบาลผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ”เที่ยวเป็นหมู่คณะผ่านบริษัทนำเที่ยว

    รัฐบาลผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ”เที่ยวเป็นหมู่คณะผ่านบริษัทนำเที่ยว

    รัฐบาลผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” สนับสนุนค่าเดินทาง ค่าที่พัก หวังกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา คาดเงินสะพัดกว่า 90 ล้านบาท เริ่ม 15 พ.ย. 2568 เป็นต้นไป

    วันที่ 31 ต.ค. 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บูรณาการความร่วมมือกับภาคีพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบหมู่คณะ (Group Tour) ผ่านบริษัทนำเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

    ครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดน

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดน ภายใต้โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ทั้งนี้ ททท. จะสนับสนุนค่าเดินทางในอัตราตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้กับบริษัทนำเที่ยว สำหรับรายการนำเที่ยวที่เป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืน (คืนละ 300 บาท) ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายด้านแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง อาหาร ของที่ระลึก และบริการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และร้านค้าชุมชน รวมถึงก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคบริการและธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    เริ่ม 15 พ.ย.นี้จนกว่าครบสิทธิ์

    โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จะเริ่มเปิดให้เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบสิทธิ์ จำนวน 10,000 คน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน สร้างโอกาสใหม่ทางการตลาด และคืนความคึกคักให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย สำหรับบริษัทนำเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมและยื่นคำขอรับการสนับสนุนผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2892559&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yJt9DU3a3qbumOYGh1mxx

  • รบ.ผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    รบ.ผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    31 ตุลาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บูรณาการความร่วมมือกับภาคีพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมการเดินทางในรูปแบบหมู่คณะ (Group Tour) ผ่านบริษัทนำเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

    รบ.ผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า รัฐบาล โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวชายแดน ภายใต้โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด 

    ทั้งนี้ ททท. จะสนับสนุนค่าเดินทางในอัตราตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดให้กับบริษัทนำเที่ยว สำหรับรายการนำเที่ยวที่เป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 1 คืนในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 90 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายด้านแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่พัก การเดินทาง อาหาร ของที่ระลึก และบริการในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และร้านค้าชุมชน รวมถึงก่อให้เกิดการจ้างงานในภาคบริการและธุรกิจท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    รบ.ผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    โครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” จะเริ่มเปิดให้เดินทางตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะครบสิทธิ์ จำนวน 10,000 คน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน สร้างโอกาสใหม่ทางการตลาด และคืนความคึกคักให้กับภาคการท่องเที่ยวไทย 

    สำหรับบริษัทนำเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อขอรับรายละเอียดเพิ่มเติมและยื่นคำขอรับการสนับสนุนผ่านสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 Travel Buddy

    รบ.ผุดโครงการ “เช็กอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ” ฟื้นเศรษฐกิจชายแดน

    ขอบคุณภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378968754&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dpEIxcj-X1JN5IwZNYw27

  • เริ่มแล้ว! ‘เที่ยวดีมีคืน’ ปักหมุด 55 เมืองน่าเที่ยว ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    เริ่มแล้ว! ‘เที่ยวดีมีคืน’ ปักหมุด 55 เมืองน่าเที่ยว ลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท

    เริ่มแล้ว สำหรับมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในประเทศครั้งใหญ่ ลดหย่อนสูงสุด 30,000 บาท เน้นปักหมุด 55 เมืองน่าเที่ยว มีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอย่างทั่วถึง และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดท่องเที่ยวรองมากขึ้น โดยระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2568 

    สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยแบ่งตามพื้นที่การใช้จ่าย

    เที่ยวเมืองหลัก : หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท (คิดในอัตรา 1 เท่า)

    เที่ยวเมืองรอง : ได้รับสิทธิสุดพิเศษ โดยนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ในอัตรา 1.5 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง ทำให้สามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 30,000 บาท (จากการจ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท)

    ค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิได้ ครอบคลุมถึงค่าที่พักในโรงแรม, โฮมสเตย์ไทย, ที่พักที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าบริการของร้านอาหารที่จดทะเบียน VAT เท่านั้น

    สิ่งสำคัญ คือ การใช้สิทธิในวงเงินที่เกิน 10,000 บาท จะต้องใช้หลักฐานเป็น e-Tax Invoice & e-Receipt เท่านั้น ส่วน 10,000 บาทแรกสามารถใช้ใบกำกับภาษีแบบกระดาษได้

    ส่วนนิติบุคคลได้สิทธิจัดสัมมนา หากจัดงานในเมืองน่าเที่ยว หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง ขณะที่จัดในเมืองหลัก หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักได้ครอบคลุมทั้งค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก และค่าขนส่ง โดยต้องมีหลักฐานเป็น e-Tax Invoice & e-Receipt เป็นหลัก

    โดยจังหวัดเมืองน่าเที่ยว 55 จังหวัด เป็นหัวใจสำคัญของมาตรการนี้ เพื่อกระจายความคึกคักทางเศรษฐกิจไปสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพ แต่ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าเมืองหลัก

    รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/uxVcvWOiy7w

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/morning/450645&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cXMQO-Nb4oGxvv0q32eKw

  • ส่งออก – การท่องเที่ยว – ภายในประเทศ สามเสาหลักของเศรษฐกิจไทย

    ส่งออก – การท่องเที่ยว – ภายในประเทศ สามเสาหลักของเศรษฐกิจไทย

    ส่งออก – การท่องเที่ยว – ภายในประเทศ สามเสาหลักของเศรษฐกิจไทย


    31/10/2568 | 166 |

    เศรษฐกิจไทยถูกขับเคลื่อนหลักโดยสามเสา คือ การส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคภายในประเทศ

    • การส่งออก: แม้ว่าช่วงต้นปีจะมีการฟื้นตัว แต่ยังมีความเสี่ยงสูงจากสงครามการค้าและอุปสงค์โลกที่ชะลอตัว Reuters+1

    • การท่องเที่ยว: เป็นแรงขับหลักที่ช่วยเติมช่องว่างการเติบโต แต่การกลับมาสู่ระดับก่อนโรค COVID-19 ยังใช้เวลาและเผชิญกับการแข่งขันสูง ธนาคารโลก

    • การบริโภคภายในประเทศ: เป็นเสาเสริมที่สำคัญ แต่ถูกกดดันจากภาระหนี้สินครัวเรือนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ไม่แน่นอน ธนาคารโลก

    ทั้งนี้ ด้วยการผสมผสานนโยบายที่มุ่งเน้นทั้งสามเสาอย่างสมดุล จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าในทิศทางที่ยั่งยืน แม้จะเผชิญกับลมแรงจากภายนอก


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/436550&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tV3xvUAq5ri4R7bLzsoLm

  • ทลายรังคอลเซนเตอร์ชาวจีนที่เชียงใหม่ ใช้วีซา นร.-ท่องเที่ยวเข้าไทย

    ทลายรังคอลเซนเตอร์ชาวจีนที่เชียงใหม่ ใช้วีซา นร.-ท่องเที่ยวเข้าไทย

    ตำรวจภูธรภาค 5 บุกทลายเครือข่ายคอลเซนเตอร์ชาวจีน เช่าวิลลาหรูติดริมน้ำปิง จ.เชียงใหม่ เป็นฐานหลอกคนจีนด้วยกัน พบข้อมูลบางคนแฝงตัวเข้าไทยโดยใช้วีซานักเรียน-นักท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2568 ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าตรวจค้นในบ้านเช่าลักษณะพูลวิลลาหรู ติดริมแม่น้ำปิงใน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยในพื้นทีเดียวกันยังมีบ้านพักอีก 3 หลัง

    การตรวจค้นสามารถควบคุมชาวจีนได้ 20 คน แยกเป็นผู้ชาย 14 คน ผู้หญิง 6 คน นอกจากนี้ยังมีคนที่พยายามหลบหนีการจับกุม กระโดดลงไปในแม่น้ำปิงและหลบหนีเข้าป่า ประมาณ 10 คน เพราะในวิลลามีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวตลอดเวลา

    สืบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่แฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้วีซานักท่องเที่ยว แบบ 1 เดือนต่อ 1 เดือน และบางส่วนใช้วีซานักเรียน เพื่อเข้ามาศึกษาตามมหาวิทยาลัยในตัวเมืองเชียงใหม่ บางคนอยู่ในไทยมานานนับปี

    พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ขบวนการคอลเซนเตอร์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มนายทุนเก่าที่เคยถูกจับกุมแล้ว 2 ครั้ง ทั้งในพื้นที่ อ.หางดง และ อ.แม่ริม ก่อนจะเข้ามาเช่าบ้านหลังใหญ่เพื่อหลอกหลวงชาวจีนด้วยกัน

    หลังจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ตำรวจจะเร่งขยายผลหาเครือข่ายที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดี และจะประสานกงสุลจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ให้เข้ามาร่วมตรวจสอบ เบื้องต้นแจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร และฉ้อโกง ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม ดำเนินคดี และหลังจากรับโทษในประเทศไทยเสร็จแล้วจะส่งกลับไปรับโทษที่ประเทศจีนต่อไป

    บุกจับเครือข่ายเว็บพนัน”ยูฟ่าเรด” ที่ภูเก็ต

    ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 8 สนธิกำลังบุกทลายเครือข่ายเว็บพนัน”ยูฟ่าเรด” ที่ จ.ภูเก็ต ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้นและพื้นที่ต่อเนื่องด้านหน้าเป็นเต็นท์ขายรถ

    รวมถึงยังตรวจค้นจุดอื่นๆ อีกรวม 6 จุด โดยจุดแรกในพื้นที่ ต.วิชิต ซึ่งเป็นจุดใหญ่ที่สุด จับกุมได้ผู้ต้องหา 3 คน พร้อมขอกลางเงินสดกว่า 1.6 ล้านบาท นอกจากนั้นยังตรวจยึดรถยนต์และรถจักรยานยนต์หรูอีกจำนวนหนึ่งเพื่อตรวจสอบ พร้อมของกลางอีกหลายรายการ เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ เป็นต้น

    จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการกระทำผิดจริง และยังได้ตรวจค้นขยายผลในจุดอื่นๆ อีกอย่างน้อย 5 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 2 คน

    พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวว่า จากการสอบสวนอาจไม่ได้มีเพียงเว็บไซต์เดียว แต่ยังมีอีกอย่างน้อย 2 เว็บไซต์ และเฉพาะ “ยูฟ่าเรด” มีเงินหมุนเวียนเดือนละ 50-60 ล้านบาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากและจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยทั้ง 6 จุดเป็นเครือข่ายเดียวกันและรับทำหน้าที่แตกต่างกัน นอกจากการจับกุมเว็บพนันแล้ว ในพื้นที่ภาค 8 ยังมีการจับกุมการจำหน่ายปืนออนไลน์อีกจำนวนหนึ่งด้วย

    อ่านข่าว

    อย.สั่งปิดโรงงานยาดม “หงส์ไทย” ใน 2 จังหวัด พบไม่ยื่นขอใบอนุญาต

    จับผู้ค้า “รับแลกเงินสด” คนละครึ่งพลัส ปชช.เสี่ยงผิดร่วมฉ้อโกง

    จนท.ประสานญาติรับร่าง “หญิงไทย” ตกตึกเสียชีวิตที่ปอยเปต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358094&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0k93CahRgixJ595DkPcFfq

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/board/knowledge/4155064/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eiAT_Sx4dv4NYFFiDx-Ql

  • เทศบาล ต.เมืองบางขลัง เข้ารับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น | เดลินิวส์

    เทศบาล ต.เมืองบางขลัง เข้ารับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น | เดลินิวส์

    เทศบาล ต.เมืองบางขลัง เข้ารับรางวัลด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น

    อีกหนึ่งผลงานเทศบาลตำบลเมืองบางขลัง ด้านการท่องเที่ยวชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น  จากการคัดเลือกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5253603/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Pj3AKpxmxafX8AkSFlwel