Category: ท่องเที่ยว

  • P

    P

    15 49.0138 8.38624 arrow 0 none 0 4000 1 0 horizontal https://maya-channel.com 300 0 1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://maya-channel.com/2025/11/04/%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%259F%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KqQ2nyHnD7sNSAkCgmB9c

  • ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวทั่วประเทศ คุมเข้มลอยกระทง สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวทั่วประเทศ คุมเข้มลอยกระทง สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวระดมกำลังเข้าดูแลความปลอดภัย ทั่วแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่จัดงานลอยกระทง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดเล่นดอกไม้ไฟ-ยิงปืนขึ้นฟ้า ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย”

    พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

    วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2568) เวลา 16.30 น. กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจัดพิธีปล่อยแถวระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง ณ บริเวณวัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงาน “Maha Loy Krathong @ Ayutthaya” โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย

    การดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว คุ้มครองความปลอดภัย และป้องปรามการฉ้อโกงหลอกลวง

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยประสานงานกับองค์กรท้องถิ่น ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานลอยกระทงทั่วประเทศ และปรับรูปแบบงานให้เหมาะสมในช่วงถวายความอาลัย ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย”

    ตำรวจท่องเที่ยวยังได้จัดเตรียมระบบบริการสนับสนุน อาทิ​ รถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile), ศูนย์สายด่วน 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับ 8 ภาษาและแอปพลิเคชั่น TPB-APP (Thailand Tourist Police) เชื่อมต่อเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์​ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน งดจุดประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ และการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

    ตำรวจท่องเที่ยวเน้นย้ำว่า ภายใต้แนวคิด“ท่องเที่ยวปลอดภัย อุ่นใจไปกับตำรวจท่องเที่ยว”ต้องการให้เทศกาลลอยกระทงปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความสงบ และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลอดภัยระดับโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/254522&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01zAflPgRvtzAfdD6pCXTh

  • หวั่นมิจฉาชีพแฝง ตำรวจท่องเที่ยว สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ‘ลอยกระทง68’ | เดลินิวส์

    หวั่นมิจฉาชีพแฝง ตำรวจท่องเที่ยว สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ‘ลอยกระทง68’ | เดลินิวส์

    ผบช.ทท. สั่งทุกหน่วยกวาดล้างอาชญากรรม เพิ่มความเข้มงวดดูแลนักท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง 5 พ.ย. 68 นี้ พร้อมเตือนประชาชนระวังอุบัติเหตุจากการใช้โป๊ะ ท่าเรือ และย้ำ “เมาไม่ขับ” หากพบเหตุด่วนแจ้ง 1155 ตลอด 24 ชม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5268174/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HxoNDres5dtT_BLmay4f7

  • CENTEL อานิสงส์กระตุ้นท่องเที่ยว โกยรายได้รับไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    CENTEL อานิสงส์กระตุ้นท่องเที่ยว โกยรายได้รับไฮซีซั่น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – CENTEL โดย บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวของรัฐบาล ด้านราคาหุ้นอ่อนตัวลงสวนทางกับผลประกอบการที่ผ่านจุดตาสุดแล้วใน Q2/68 และกําไร Q3/68 คาดฟื้นตัว +15% QoQ และฟื้นตัวต่อเนื่องถึง Q1/69 จากโรงแรมมัลดีฟส์ที่เข้าสู่ High Season Valuation ยังไม่แพง PER ที่ -1SD เป้าหมายระยะสั้นที่ 33.50 บาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/04/591002/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o0gPayYv98RSOAGdY9eR3

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ ซัด ‘สส.พรรคส้ม’ โพสต์เท็จ ปมโควตาหวยคนพิการ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ซัด ‘สส.พรรคส้ม’ โพสต์เท็จ ปมโควตาหวยคนพิการ

    รมว.ท่องเที่ยวฯ ยืนยันไม่เคยได้รับโควตาสลากแม้แต่ใบเดียว ชี้ข้อมูลที่ “ธนเดช เพ็งสุข” โพสต์เป็นเท็จ ใส่ร้ายพรรคกล้าธรรม ลั่นหากยังปล่อยเฟคนิวส์เตรียมฟ้องแน่ สอนอย่าหวังแต่ยอดไลก์ เพราะสะท้อนวุฒิภาวะคนพูด

    4 พฤศจิกายน 2568 – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่นายธนเดช เพ็งสุข สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่ากระทรวงท่องเที่ยวฯ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลของสมาคมกีฬาผู้พิการ และพาดพิงว่าเป็นหน่วยงานภายใต้การบริหารของพรรคกล้าธรรม

    นายอรรถกร ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” โดยชี้แจงว่า กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไม่เคยได้รับการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลใด ๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการในเรื่องนี้เป็นของสมาคมกีฬาคนพิการ ที่ประสานงานโดยตรงกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ภายใต้ระเบียบที่กำหนดไว้

    “ผมขอยืนยันว่า กระทรวงท่องเที่ยวไม่ข้องเกี่ยวกับโควตาหวยใด ๆ ทั้งสิ้น การที่นายธนเดชนำข้อมูลเท็จมาใส่ร้ายผมและพรรคกล้าธรรม เพื่อปลุกปั่นสังคมแบบนี้ ผมสามารถฟ้องร้องได้ จึงอยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์ ไม่ใช่พูดลอย ๆ เพื่อเรียกกระแสหรือสร้างภาพให้ตัวเองดูเด่น” นายอรรถกรกล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เข้าใจดีว่าช่วงนี้อาจใกล้การเลือกตั้งภายในพรรคการเมืองบางพรรค ทำให้บางคนพยายามหาพื้นที่สื่อเพื่อให้เป็นที่สนใจ แต่การสร้างข่าวเท็จหรือโยงเรื่องที่ไม่มีมูลถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

    “การตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องทำด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลบิดเบือนเพื่อเรียกยอดไลก์ยอดแชร์ เพราะสุดท้ายมันสะท้อนถึงวุฒิภาวะของคนพูดเอง” นายอรรถกร กล่าวย้ำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/890111/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BnguNHuwX7pX2RuwKTV0k

  • ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบ 2 ชาวอาเซอร์ไบจาน ลอบทำงาน “ช่างไฟฟ้า” แย่งอาชีพคนไทย

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบ 2 ชาวอาเซอร์ไบจาน ลอบทำงาน “ช่างไฟฟ้า” แย่งอาชีพคนไทย

    ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันรวบ 2 ชาวอาเซอร์ไบจาน ลักลอบทำงาน “ช่างไฟฟ้า” ผิดกฎหมาย แย่งอาชีพคนไทย

    เมื่อวันที่ (3 พ.ย.2568) เวลาประมาณ 19.00 น. ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน เข้าจับกุมชาวต่างชาติ 2 คน บริเวณบ้านศรีธนู ม.8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ทราบชื่อได้แก่ 1.นายอัฟลาน อัลมาส (Mr.AFLAN ALMAS) อายุ 33 ปี สัญชาติ อาเซอร์ไบจาน, 2.นายซาร์กฮาน จุมซุดลู (Mr.SARKHAN JUMSHUDLU) อายุ 33 ปี สัญชาติ อาเซอร์ไบจาน

    พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจ (ช่างไฟฟ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (ช่างไฟ) พร้อมของกลาง สว่านไฟฟ้า 1 เครื่อง, ปืนเป่าลมร้อน 1 เครื่อง, หลอดไฟ จำนวน 6 หลอด,  เต้ารับหลอดไฟ 1 กล่อง, หัวสว่านเจาะฝ้าเพดาน 1 กล่อง, อุปกรณ์เครื่องมือทำไฟฟ้า 1 กล่อง

    การจับกุมในครั้งนี้เริ่มจากการที่ผู้รับเหมาก่อสร้างชาวไทย ได้เข้าร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงันว่า ตนถูกบริษัทแห่งหนึ่งยกเลิกสัญญาจ้างและไม่จ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกัน จำนวน 5 ล้านบาท และยังมีพฤติกรรมดังกล่าวกับผู้รับเหมาคนไทยหลายคนในพื้นที่ โดยบริษัทได้ว่าจ้างแรงงานชาวต่างชาติแทนผู้รับเหมาคนไทย ซึ่งผู้รับเหมารายดังกล่าวเห็นว่าเป็นการแย่งอาชีพคนไทยจึงขอให้ตรวจสอบ

    เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมจนพบว่า ชายชาวต่างชาติ 2 คน กำลังลักลอบติดตั้งหลอดไฟฟ้าและเดินสายไฟอยู่ภายในหมู่บ้านที่กำลังก่อสร้างใกล้เสร็จ บริเวณบ้านศรีธนู จากการตรวจสอบ นายอัฟลาน และ นายซาร์กฮาน ให้การยอมรับสารภาพว่า ไม่มีใบอนุญาตทำงานและได้รับว่าจ้างจากบริษัทดังกล่าวให้มาทำงานเป็นช่างไฟฟ้าเดินแผงวงจรไฟฟ้าและระบบไฟทั้งหมด โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นที่พักอาศัยและค่าอาหาร นอกจากนี้ยังพบว่านายเยฟเฮน ยาเวนโก สัญชาติ ยูเครน ในฐานะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้จัดหาที่พักให้แก่ผู้ต้องหา

    เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนทราบโดยตลอดแล้ว ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ บริษัทดังกล่าวในฐานความผิด “เป็นนายจ้างจ้างบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน(ช่างไฟ)” ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ทั้งนี้ ยังต้องตรวจสอบขยายผล ในส่วนของการจดทะเบียนบริษัทว่าเข้าข่าย จดจัดตั้งอำพรางอำนวยความสะดวกให้กับนายทุนต่างชาติ ชาวยูเครน หรือไม่ รวมถึงหากพบพยานหลักฐาน เส้นทางการเงินและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องก็จะต้องเรียกมาแจ้งข้อหานอมินีเพิ่มต่อไปไม่เว้นทุกกรณี หากพบมีคนไทย หรือ หน่วยงานใดเข้าไปให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวก รับผลประโยชน์ มีหลักฐานดังกล่าวมาข้างต้นจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

    อ่านข่าว : ชุดเฉพาะกิจฯ ตรวจค้นเป้าหมายเข้าข่าย “ธุรกิจนอมินี” เกาะพะงัน 

    สมช. ออกหนังสือชี้แจง​ ปมออกสัญชาติ ยืนยันไม่แย่งสิทธิคนไทย​  

    จำคุกตลอดชีวิต “หนุ่มสเปน” ฆ่าหั่นศพหมอโคลัมเบีย บนเกาะพะงัน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358203&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VYOUFJO5-69HuqzN9ghYi

  • นครพนม : เมืองผ่าน สู่ เมืองพัก พลิกเกมด้วย พลังดิจิทัล-เศรษฐกิจท้องถิ่น บรรจบกันริมโขง

    นครพนม : เมืองผ่าน สู่ เมืองพัก พลิกเกมด้วย พลังดิจิทัล-เศรษฐกิจท้องถิ่น บรรจบกันริมโขง

    ‘ของดีท้องถิ่น’ ติดปีกดิจิทัล: สร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดใหม่

    หัวใจสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนคือ ‘ผู้ประกอบการท้องถิ่น’ ที่นำของดีในพื้นที่มาต่อยอดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

    วิศรุต สร้อยคำ เจ้าของร้าน Chewa Cafe By SK Sroikham ยกตัวอย่างการนำ กาละแม ของขึ้นชื่อของนครพนม มาครีเอตเป็นเมนูเครื่องดื่มและไอศกรีม หรือการแปรรูป ลิ้นจี่ นพ.1 (GI) จนได้รับการนำเสนอในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ทำให้เกิดการหมุนเวียนรายได้กลับสู่ชุมชน และสร้างความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

    นอกจากนี้ การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของ ‘รีวิว’ และ ‘รางวัลการันตี’ อย่าง LINE MAN Wongnai Users’ Choice ที่เป็นเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคจริง ทำให้ผู้ประกอบการต้องรักษาคุณภาพและบริการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานร้านอาหารท้องถิ่นให้สามารถแข่งขันได้

    ‘คนละครึ่ง’ x LINE MAN: โอกาสทองในการสร้างลูกค้าประจำ

    บทบาทของภาครัฐผ่านโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ถูกมองว่าเป็นมาตรการที่สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์และเป็น ‘โอกาสทองในการสร้างฐานลูกค้าประจำ’

    ผู้ประกอบการร้านอาหารยืนยันว่า โครงการคนละครึ่งในเฟสก่อนหน้านี้ทำ ให้ยอดขายหน้าร้านเพิ่มขึ้นถึง 100–150% และที่สำคัญคือได้ ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นราว 50% ซึ่งหากร้านอาหารสามารถรักษาคุณภาพได้ ลูกค้าใหม่เหล่านี้จะกลายเป็นลูกค้าประจำในระยะยาว

    นครพนม : เมืองผ่าน สู่ เมืองพัก พลิกเกมด้วย พลังดิจิทัล-เศรษฐกิจท้องถิ่น บรรจบกันริมโขง

    การผนึกกำลังของโครงการคนละครึ่งเฟสใหม่กับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่าง LINE MAN ยิ่งถูกคาดการณ์ว่าจะสร้างการเติบโตครั้งใหญ่ โดย คุณวิศรุต คาดการณ์ว่ายอดขายน่าจะเพิ่มขึ้นได้อีก 150% หรืออาจพุ่งสูงถึง 300%

    LINE MAN ย้ำความสำเร็จด้วยการเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ร้านอาหารกว่า 75% เลือกเข้าร่วมโครงการ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของคู่ค้า และยืนยันความสามารถของแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ร้านอาหารมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยระหว่าง 3–13.5 เท่า แม้หลังสิ้นสุดมาตรการภาครัฐ

    บทต่อไปของ มุ่งสู่ศูนย์กลาง MICE และ Wellness Tourism

    แม้จะประสบความสำเร็จในการเป็น ‘เมืองพัก’ แล้ว แต่ทิศทางการพัฒนาในระยะยาวของนครพนมยังคงมุ่งไปข้างหน้าอย่างมีกลยุทธ์

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ชี้ว่า การวางแผนในระยะยาว 3–20 ปี มุ่งเน้นไปที่การสร้าง ระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Tourism Ecosystem) ที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน พร้อมทั้งเร่งผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดประโยชน์ทั้ง “ขาไปและขากลับ” เพื่อสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

    ส่วน คุณชนนท์ มองว่า ‘โอกาสในอนาคต’ ของนครพนมคือการพัฒนาไปสู่:

    การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism): ต่อ ยอดจากธรรมชาติที่สมบูรณ์และสมุนไพรท้องถิ่น

    ธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ (MICE): ขยายฐานนักท่องเที่ยวกลุ่มองค์กรและภาครัฐ

    อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่รองรับการจัดงานขนาดใหญ่ยังเป็นโจทย์ที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันผลักดัน เพื่อให้ นครพนม สามารถก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและการจัดงานระดับภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืน

    นครพนม กำลังใช้จุดแข็งด้านยุทธศาสตร์และวัฒนธรรม ผนวกกับพลังของเทคโนโลยีดิจิทัล และการสนับสนุนจากภาครัฐ ในการสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีทิศทาง การเปลี่ยนจาก ‘เมืองผ่าน’ สู่ ‘เมืองพัก’ เป็นเพียงก้าวแรกของการเป็น “เมืองริมโขงแห่งโอกาส” อย่างแท้จริง

    นครพนม : เมืองผ่าน สู่ เมืองพัก พลิกเกมด้วย พลังดิจิทัล-เศรษฐกิจท้องถิ่น บรรจบกันริมโขง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/860565&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36vICMpU5gZJpx9qscrbe7

  • ฟื้นท่องเที่ยวด้วยความงดงามอย่างไทย

    ฟื้นท่องเที่ยวด้วยความงดงามอย่างไทย

    ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังอยู่ในภาวะซบเซา เครื่องยนต์เศรษฐกิจอย่างการส่งออกกำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากการถูกเก็บภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ขณะที่การท่องเที่ยวไทย ซึ่งชะลอตัวมาตั้งแต่ต้นปีนั้น นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นเพราะเรามีเสน่ห์น้อยลงในสายตาต่างชาติ รวมทั้งยังกังวลในเรื่องความปลอดภัย

    อย่างไรก็ตาม “มิสเตอร์พี” เชื่อว่า “ความงดงามอย่างไทย” ไม่มีวันที่จะหมดมนต์เสน่ห์

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากพวกเราเดินตามรอยพระบาทของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ด้วยการนำมรดกอันงดงามของศิลปาชีพ และศิลปะวัฒนธรรมที่มีความงดงาม ละเมียดละไม แต่น่าตื่นตะลึงของไทย มาใช้เป็น “คีมหลัก” ในการยกระดับการท่องเที่ยวไทยขึ้นไปอีกระดับ ซึ่งจะช่วยเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยว และผู้ที่ความสนใจให้ศิลปะระดับท็อปๆของโลกให้เข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

    การสร้าง “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน” สอดประสานทั้งความงดงามของเครื่องแต่งกายชุดไทยประจำชาติ และอาหารไทย ที่นอกจากจะอร่อย ยังมีรูปลักษณ์สวยงามจากการแกะสลักและจัดวางที่วิจิตร รวมทั้งการประสานนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย และงานหัตถกรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ และเมื่อรวมกับธรรมชาติอันสวยงาม และรอยยิ้มสยามของคนไทยแล้ว เชื่อว่าทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจ และเพลิดเพลินใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้อยากกลับมาสัมผัสกับ “วัฒนธรรมไทย” ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลกอีกครั้ง

    และเท่าที่ทราบมา ผู้จัดงานเทศกาลลอยกระทงในวันที่ 5 พ.ย.ที่จะถึงนี้ ส่วนใหญ่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้ลดความรื่นเริงลง และโชว์ความสวยงามของศิลปวัฒนธรรมไทยมากขึ้น ทั้งในด้านการแต่งกายแบบไทย อาหารไทย ประเพณีวิถีชาวบ้านของไทย ซึ่ง “มิสเตอร์พี” เชื่อเลยว่าจะเป็นงานลอยกระทงที่ทรงคุณค่า และมีความวิจิตรตระการและน่าประทับใจ

    และหากรัฐบาลได้นำความงดงามเหล่านี้ไปปรับเพื่อสร้าง “จุดเชื่อมโยง” ใหม่ สร้าง “พลังวัฒนธรรมไทย” ให้กลายเป็น “จุดขาย” ที่น่าตื่นตาตื่นใจ กระตุ้นความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไทย และอาจจะมีแคมเปญต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์

    “ความงดงามและพลังของวัฒนธรรมไทย” ที่สวยงามและเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภูมิใจของคนไทย ก็อาจจะสามารถเอาชนะความรู้สึกว่าประเทศไทยหมดเสน่ห์ หรือน่ากลัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปได้

    ที่ผ่านมาเราอาจจะมองว่าการท่องเที่ยวเป็น “ของตาย” ใครๆก็อยากมาเที่ยวเมืองไทย จนละเลยที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เพิ่มขึ้น จนเราถูกหลายชาติหายใจรดต้นคอ แต่หากเรานำเอา “จุดแข็ง” ทางวัฒนธรรมของไทย ประสานกับ “จุดแข็ง” ของการท่องเที่ยวไทย “เสน่ห์ของไทย” จะไม่มีวันจางหายไปอย่างแน่นอน.

    มิสเตอร์พี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2893053&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xkEO0g-4NFHIup5byDZQ1

  • ลอยกระทง 2568 ท่องเที่ยวเงินสะพัด 6,540 ล้าน ททท.หนุนจัดประเพณีลอยกระทง 7 จังหวัด

    ลอยกระทง 2568 ท่องเที่ยวเงินสะพัด 6,540 ล้าน ททท.หนุนจัดประเพณีลอยกระทง 7 จังหวัด

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของชาวไทยช่วงเทศกาลลอยกระทง  2568 จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลลอยกระทงประมาณ 1.91 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 6,540 ล้านบาท 

    โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 65% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 41% เนื่องจากจำนวนวันการจัดงานเทศกาลลอยกระทงไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถเปรียบเทียบอัตราการเติบโตกับปีที่ผ่านมาได้ 

    โดยปีนี้จะเป็นการจัดขึ้นในบรรยากาศที่สงบและงดงามของประเพณีไทย ภายใต้มาตรการงดกิจกรรมบันเทิง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมลอยกระทงด้วยความสำรวมและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

    ลอยกระทง 2568

    สำหรับภูมิภาคที่มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 5 อันดับแรก คือ

    • อันดับ 1 ภาคเหนือ 459,500 คน-ครั้ง
    • อันดับ 2  ภาคกลาง 433,000 คน-ครั้ง
    • อันดับ 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 302,200 คน-ครั้ง
    • อันดับ 4 ภาคใต้ 278,700 คน-ครั้ง
    • อันดับ 5 ภาคตะวันออก 273,300 คน-ครั้ง

    ลอยกระทง 2568 ท่องเที่ยวเงินสะพัด 6,540 ล้าน ททท.หนุนจัดประเพณีลอยกระทง 7 จังหวัด

    ส่วนภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1  ภาคเหนือ 1,930 ล้านบาท
    • อันดับ 2  ภาคใต้ 1,175 ล้านบาท
    • อันดับ 3 ภาคตะวันออก 990 ล้านบาท
    • อันดับ 4 ภาคกลาง 930 ล้านบาท
    • อันดับ 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 620 ล้านบาท

    สำหรับพื้นที่การจัดงานเทศกาลลอยกระทงและพื้นที่สนับสนุนของ ททท.ดำเนินการจัดงานภายใต้ชื่อมหาลอยกระทง จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย ,พระนครศรีอยุธยา

    ลอยกระทง 2568 ท่องเที่ยวเงินสะพัด 6,540 ล้าน ททท.หนุนจัดประเพณีลอยกระทง 7 จังหวัด

    รวมถึงมีพื้นที่สนับสนุนจำนวน 5 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานครสมุทรสงคราม เชียงใหม่ ตาก และร้อยเอ็ด

    ทั้งนี้ททท.คาดว่า จะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ทั้ง 7 จังหวัด ประมาณ 430,600 คน-ครั้ง มีการสร้างรายได้หมุนเวียน 2,055 ล้านบาท มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 73% แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 47%

    ขณะที่รูปแบบการจัดงานทั้ง 7 จังหวัด จะมีการปรับรูปแบบการจัดงาน Mood & Tone ให้เหมาะสมกับช่วงสถานการณ์ไว้อาลัย โดยงดการแสดงพลุและดอกไม้ไฟ แต่จะเน้นกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม ทรงคุณค่าตามแบบวิถีไทย เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความราลึกถึงพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

    ลอยกระทง

    สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวแบ่งเป็นปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ โครงการคนละครึ่งพลัส ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลนี้ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว

    ส่วนปัจจัยอุปสรรค ได้แก่ ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว มีการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเวลา 8 เดือน โดยในเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 68.8 สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

    ขณะเดียวกันบางจังหวัดไม่มีการจัดงานเทศกาลลอยกระทง อาทิ สุราษฎร์ธานี สตูล อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ทำให้ไม่เกิดการกระจายตัวและการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวทั่วทั้งประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/643119&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sXXbIotSOs7UC-ekErhoD

  • น้ำป่าหลาก “น้ำตกแม่เตี๊ยะ” ระดมช่วยนักท่องเที่ยวติดค้างลานกางเต็นท์

    น้ำป่าหลาก “น้ำตกแม่เตี๊ยะ” ระดมช่วยนักท่องเที่ยวติดค้างลานกางเต็นท์

    วันนี้ (3 พ.ย.2568) เกิดน้ำป่าไหลหลากบริเวณน้ำตกแม่เตี๊ยะ อุทยานแห่งชาติออบหลวง จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่กางเต็นท์พักแรมติดค้างบริเวณลานกางเต็นท์ 25 คน

    เจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยอุทยานฯ ออบหลวง ร่วมกับเทศบาลตำบลดอยแก้ว ชมรมตอบโต้ภัยพิบัติเชียงใหม่ มูลนิธิเทวฤทธิ์ฯ รวมกว่า 50 นาย เข้าช่วยเหลือ เบื้องต้นทุกคนปลอดภัย

    ปิดแหล่งท่องเที่ยว “น้ำตกแม่เตี๊ยะ” ชั่วคราว

    ขณะที่นายชยานันต์ สากำ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง ลงนามประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยว “น้ำตกแม่เตี๊ยะ” อุทยานฯ ออบหลวง ชั่วคราว โดยปิดให้บริการเข้าท่องเที่ยวจั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

    เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำในลำห้วยแม่เตี๊ยะมีประมาณมากและเกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้บริเวณน้ำตกแม่เตี๊ยะ อุทยานฯ ออบหลวง มีปริมาณน้ำมากและไหลเชี่ยว ขึ้นท่วมทางเดินเท้าเข้าชมน้ำตกแม่เตี๊ยะ จึงประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวเพื่อป้องกันอันตราย

    อ่านข่าว

    สภาพอากาศวันนี้ 10 จังหวัดฝนตกหนัก กทม.เจอฝน 70%

    “เชียงใหม่” ฝนตกหนัก-น้ำป่าหลาก สั่งปิด “น้ำตกแม่สา” ชั่วคราว

    ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน อ.เถิน จ.ลำปาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358179&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-qFRSojKUrtHrrB3w6IvH