Category: ท่องเที่ยว

  • 10 เดือนแรกต่างชาติเที่ยวไทย 26.8 ล้านคน โกยรายได้ 1.24 ล้านลบ. อินเดียทะลุ 2 ล้านคน : อินโฟเควสท์

    10 เดือนแรกต่างชาติเที่ยวไทย 26.8 ล้านคน โกยรายได้ 1.24 ล้านลบ. อินเดียทะลุ 2 ล้านคน : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงภาพรวมการท่องเที่ยว ว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-2 พ.ย. 68 ทั้งสิ้น 26,889,456 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ประมาณ 1,242,365 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,881,852 คน จีน 3,795,540 คน อินเดีย 2,001,467 คน รัสเซีย 1,430,848 คน และเกาหลีใต้ 1,281,701 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 ต.ค.-2 พ.ย. 68) นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 25% จากการออกเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 33.20% และขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 5 จากเดิมในอันดับที่ 7 อีกทั้งนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสะสมแล้วกว่า 2 ล้านคน และเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 3 ถึง 10 สัปดาห์แล้วติดต่อกัน

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 644,179 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 51,983 คน หรือ 8.78% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 92,026 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย 77,086 คน จีน 72,470 คน อินเดีย 54,478 คน รัสเซีย 43,254 คน และสหรัฐฯ 26,330 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ และรัสเซีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 33.20% และ 11.63% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จีน และอินเดีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 15.15% 2.62% และ 0.73% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    ส่วนสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (3-9 พ.ย.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตร ตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542723&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0h0oLwhGkDruLgVYixS_G8

  • ครม.ไฟเขียวต่อสัญญาจัด ‘MotoGP’ 5 ปี ถึงปี 74 วงเงินเฉียด 4 พันล้าน

    ครม.ไฟเขียวต่อสัญญาจัด ‘MotoGP’ 5 ปี ถึงปี 74 วงเงินเฉียด 4 พันล้าน

    ครม.ไฟเขียวต่อสัญญาจัด 'MotoGP' 5 ปี ถึงปี 74 วงเงินเฉียด 4 พันล้าน

    ครม.เห็นชอบการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพ การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโตจีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) งบประมาณ 3997.86 ล้านบาท

    • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโต จีพี” ต่ออีก 5 ปี
    • สัญญาการเป็นเจ้าภาพจะครอบคลุมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 ถึง พ.ศ. 2574
    • อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณสำหรับจัดการแข่งขันเป็นจำนวน 3,997.86 ล้านบาท

    ครม.เห็นชอบการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพ การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโตจีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) งบประมาณ 3997.86 ล้านบาท

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เสนอ ดังนี้ 

    1. ให้ประเทศไทยเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี)
    2. กรอบวงเงินงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) จำนวน 3,997.86 ล้านบาท หรือไม่เกินวงเงินตามสกุลเงินท้องถิ่นสำหรับกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน

    ปัจจุบันการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี ถือเป็นรายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมีความเร็วสูงสุดในโลก ซึ่งนับว่าเป็นกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยมีผู้ติดตามการแข่งขันทั้งจากการเข้าชมการแข่งขัน ณ สนามแข่งขัน และรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านระบบการถ่ายทอดในรูปแบบต่างๆ กว่า 800 ล้านคน หรือจาก 207 ประเทศทั่วโลก

    โดยตั้งแต่ปี 2561-2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกรายการดังกล่าว ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพด้านการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทยสู่สายตาประชาคมโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการแข่งขันและการเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาในภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้มากถึง 24,927 ล้านบาท

    จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศและก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการแข่งขันที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งผลจากการสำรวจพบว่ามีผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างการแข่งขันเฉลี่ยกว่า 206,240 คนต่อครั้ง ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนภายในประเทศ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยว  

    ดังนั้น เพื่อต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวและรักษาความต่อเนื่องในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กก. จึงมีความประสงค์ขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโตจีพี อีก 5 ปี (ปี 2570-2574)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/860573&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ym3WG-9NYA43O8aIYP92q

  • &

    &

    “ทรีนีตี้” ให้กรอบดัชนีหุ้นเดือนพฤศจิกายน ที่ระดับ 1260-1350 จุด โดยมีกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1290 จุด และกรอบแนวต้านแรกที่ระดับ 1330 จุด หุ้นย่อตัวให้ใช้เป็นจังหวะเข้าสะสม หุ้น Domestic play และกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่ม Bond-like ที่มีคุณลักษณะ Defensive เช่น กลุ่ม Utilities ถือเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับการพักเงิน ในช่วงนี้ แนะหุ้น CPAXT, KTC, LH, ERW, BGRIM เป็นต้น

    นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นเดือนพฤศจิกายนว่า คาดว่า SET Index จะอยู่ในโหมดทรงตัวให้กรอบดัชนีที่ระดับ 1260-1350 จุด โดยมีกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1290 จุด และกรอบแนวต้านแรกที่ระดับ 1330 จุด

    ภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้ ช่วงแรกอาจมีปัจจัยบวกอยู่บ้างตามทิศทางของตลาดหุ้นโลก ที่น่าจะยังคงมี Sentiment บวก เกี่ยวกับดีลการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ล่าสุดจีนประกาศเตรียมระงับการบังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากต่างๆ และมีแนวโน้มยุติการสอบสวนที่มุ่งเป้าไปที่บริษัทในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ อาจชะลอการเก็บ “ภาษีตอบโต้” บางรายการต่อสินค้าจีนออกไปอีกหนึ่งปี

    นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากผลประกอบการของหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ที่ในภาพรวมส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อาจส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯ ขนาดใหญ่ของไทย เช่น DELTA ยังคงเป็นหุ้นที่ช่วยประคองดัชนีได้ นอกจากนั้น หุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันดิบ หลังกลุ่ม OPEC+ ตัดสินใจที่จะระงับการเพิ่มการผลิตในไตรมาสแรกของปีหน้าไว้ก่อน หลังจากที่การประชุมล่าสุดมีมติให้เพิ่มกำลังผลิตในเดือนธันวาคมอีก 137,000 บาร์เรลต่อวัน แต่เป็นระดับเดียวกันกับที่เพิ่มไปเมื่อเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนที่ผ่านมา

    ในทางกลับกัน ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศที่อาจต้องติดตามตลอดทั้งเดือนนี้มองไปยังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจจริงต่างๆโดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งถ้าหากออกมาทิศทางอ่อนแอ อาจส่งผลกดดันต่อหุ้นในกลุ่มวัฏจักรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่เริ่มลังเลต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไปมากขึ้น แนะติดตามการออกมาแสดงความคิดเห็นของกรรมการ Fed สาขาต่างๆตลอดทั้งเดือนนี้ หากมีทิศทางที่ Hawkish มากขึ้น อาจส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้

    นายณัฐชาต กล่าวว่า ส่วนของปัจจัยภายในประเทศที่จะส่งผลต่อการลงทุนในเดือนนี้คือ การประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ปี 2568 ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ ซึ่งอาจออกมามีทิศทางที่ไม่ดีนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic play) และกลุ่มท่องเที่ยว (Tourism) อาทิ ค้าปลีก ไฟแนนซ์ อสังหาฯ และโรงแรม

    อย่างไรก็ตาม มองเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ (Buy on fact) ที่น่าสนใจ เพราะเชื่อว่าข่าวร้ายที่เกิดกับกลุ่มนี้น่าหมดลงแล้ว และรอรับปัจจัยหนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากมาตรการของรัฐบาลที่มีสัญญาณดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 หนุนให้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น ประกอบกับการเข้าสู่ High season ของฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี ซึ่งจะหนุนให้ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเหล่านี้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะให้เริ่มเข้าสะสมหุ้นที่ระดับดัชนี 1290 จุด โดยโฟกัสหุ้นในกลุ่ม Domestic play กลุ่ม Tourism และกลุ่ม Defensive มองหุ้นเด่นประจำเดือนนี้ ได้แก่ CPAXT, KTC, LH, ERW, BGRIM เป็นต้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezjkgz15embhlx6oww26ummafwd5k6a&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dVHeZQ4734egfJSnaJLyw

  • ‘รักชนก’เฉลยแล้ว ธมน.คือ‘ธรรมนัส’ถาม‘ไผ่’แหก รมต.ท่องเที่ยวฯ เพื่อนร่วมพรรคหรือไม่ | เดลินิวส์

    ‘รักชนก’เฉลยแล้ว ธมน.คือ‘ธรรมนัส’ถาม‘ไผ่’แหก รมต.ท่องเที่ยวฯ เพื่อนร่วมพรรคหรือไม่ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ย. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ภาพเฟซบุ๊กของนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ที่ตั้งคำถามถึงแชตหลุดของ น.ส.รักชนก ที่จะช่วยปั่นเรื่องกีฬาซีเกมส์ ว่าอันนี้คุณไผ่แหกใคร แหกดิฉันหรือแหกรัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนร่วมพรรค ? 

    ทีแรกดิฉันกะว่าจะยังไม่รับ เพราะอยากเก็บไว้ดำเนินคดีกับคนที่เผยแพร่ แต่โพสต์มาแล้วก็เอาค่ะ การเปิดโปงข้อสงสัย เรื่องการทุจริตเงินนักกีฬาที่รู้กันทั่วว่าได้ไม่ครบ ประเด็นงบประมาณที่น่าสงสัยในซีเกมส์ที่กำลังจะมาถึง โดยร่วมกับเพื่อนๆที่เชี่ยวชาญด้านกีฬา มันไม่ดียังไงนะคะ ? 

    ดิฉันยอมรับว่าต้องการจะ ปั่นเพราะยิ่งประชาชนหูตาสว่างมากขึ้น ยิ่งประชาชนรู้ว่าใครทำอะไรกับเงินภาษี แล้วจับตาดูว่ามีหน้าใครหน้าไหนที่เป็นเห็บหมัดกัดกินภาษีของพวกเค้า มันไม่ดีตรงไหน ? ทำไมกันนะคุณไผ่ถึงเป็นเดือดเป็นร้อนกับการเปิดโปงการทุจริตนักหนา ? 

    ท่านใดเห็นว่าการปั่นของดิฉันมีประโยชน์ อยากเอาด้วย มาช่วยกันปั่นนะค้าาา

    ทำเพื่อคะแนนเสียงหรือสู้เพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ? อ่านดูแล้วคิดไม่ออกด้วยตัวเองไม่ออกจริงๆหรือคะ ว่าพ่อแม่พี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ยังไง ถ้าการโกง เปิดโปง แล้วถ้าประชาชนจะสนับสนุนดิฉันเพิ่มขึ้น เพราะการทำงานที่เอาจริง นั่นก็เป็นสิ่งที่ดิฉันใฝ่ฝันเลยล่ะ

    เป็นนักการเมือง จะเขินอายทำไมว่าอยากได้รับการสนับสนุน ดิฉันอยากได้จริงๆค่ะ ได้โปรดขอการสนับสนุนให้พวกเราเถอะ ขอเวลาแค่ 4ปี พรรคประชาชนจะทำให้เห็นว่าประเทศที่ไม่มีทุจริตคอรัปชั่นมันน่าอยู่ขึ้นขนาดไหน ลูกหลานเราจะมีอนาคตที่ดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร แล้วประเทศเราจะเหลือเงินไปทำประโยชน์ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อีกมหาศาล

    มีพรรคประชาชน ไม่มีสแกมเมอร์ มีพรรคประชาชน ไม่มีทุนสีเทากินรวบประเทศ มีพรรคประชาชน ไม่มีทุจริตนมโรงเรียน/อาหารกลางวันลูกหลานเรา มีพรรคประชาชน ไม่มีใครหน้าไหนโยกงบลงพื้นที่ได้อีก มีพรรคประชาชน ไม่มีหมูเถื่อน ปลาหมอคางดำ มีพรรคประชาชน ไม่มีโกงโควต้าหวยคนพิการ มีพรรคประชาชน ไม่มีโกงเงินนักกีฬาทีมชาติ

    มีพรรคประชาชน มีการศึกษาที่ดีให้ลูกหลาน มีพรรคประชาชน มีสวัสดิการให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุ มีพรรคประชาชน ทุกที่มีแต่ความโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น

    มีพรรคประชาชน เราจะแก้ปัญหาที่ต้นตอ ถอนรากถอนโคนพวกโกงกิน มีพรรคประชาชน แล้วเรามาสร้างประเทศแบบที่เราฝันกันเถอะค่ะ

    ยังไงก็ขอขอบคุณที่โปรโมทผลงาน โฆษณาให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง และการทำงานเป็นทีมของพรรคประชาชน

    ปล. เผื่อไม่รู้ว่าย่อมาจากอะไร ธมน = ธรรมนัส 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270319/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tybpL8NSbJ_7lYMF_niT0

  • ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถว “ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย 2568” | เดลินิวส์

    ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถว “ลอยกระทงปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย 2568” | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270421/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CbOa_yk0CkSvpAOQLqgA1

  • (50 สัมพันธ์ไทย-จีน) สกีรีสอร์ต ‘เหนือสุดแดนมังกร’ เปิดฉากฤดูกาลท่องเที่ยว | TOPNEWS

    (50 สัมพันธ์ไทย-จีน) สกีรีสอร์ต ‘เหนือสุดแดนมังกร’ เปิดฉากฤดูกาลท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โม่เหอ, 2 พ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันเสาร์ (1 พ.ย) ที่ผ่านมา สกีรีสอร์ตหมู่บ้านอาร์กติกโม่เหอ ในเมืองโม่เหอ มณฑลเฮยหลงเจียง ซึ่งอยู่เหนือสุดของประเทศจีน ได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ นับเป็นการเปิดฉากฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวประจำปี 2568-2569 ซึ่งถือเป็นที่แรกของมณฑลเฮยหลงเจียง

    เนื่องจากเป็นหนึ่งในลานสกีกลางแจ้งที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศจีน สกีรีสอร์ตแห่งนี้จึงมีฤดูกาลเล่นสกียาวนานถึง 6 เดือน และเพื่อเป็นการต้อนรับฤดูหนาวในครั้งนี้ สกีรีสอร์ตหมู่บ้านอาร์กติกโม่เหอได้สร้างเส้นทางเล่นสกีใหม่เพิ่มอีกเส้นทาง นอกจากนี้ก็มีการปรับปรุงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและอาคารอุปกรณ์สกีใหม่ทั้งหมด

    นักท่องเที่ยวจีนจากมณฑลซานตงรายหนึ่งกล่าวว่า เส้นทางสกีของที่นี่ทั้งกว้างขวางและสวยงาม ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการเล่นสกีในเมืองอื่นๆเป็นอย่างมาก บวกกับวิวทิวทัศน์ป่าไม้ยามหิมะตกแล้วก็ยิ่งงดงามมากขึ้น

    สำหรับฤดูหนาวปีนี้ เมืองโม่เหอจะนำเสนอรูปแบบการท่องเที่ยวและฉากทัศน์ใหม่ๆ พร้อมทั้งดำเนินโครงการ “ท่องเที่ยวปลอดภัยและอุ่นใจ” อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    เครดิต: สำนักข่าวซินหัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1378782&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zMKgKgpfEFTzyScT-DFE0

  • ตำรวจท่องเที่ยว-สอบสวนกลาง ฝึกอบรมเชิงยุทธวิธี เพื่อเสริมสร้างทักษะ | เดลินิวส์

    ตำรวจท่องเที่ยว-สอบสวนกลาง ฝึกอบรมเชิงยุทธวิธี เพื่อเสริมสร้างทักษะ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ย.68 พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผบก.ทท.1 ,พ.ต.อ.อรรพล สุดสาย ผกก.ฝอ.บก.ทท.3, พ.ต.อ.ชัย สงวนสิน ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.ทท. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา บช.ก. ได้ให้การต้อนรับ ดร.ชัยยันต์ ชาญช่าง ผู้ประสานงานโครงการฝึกอบรมครูฝึกตำรวจ ซึ่งได้นำทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐอเมริกา ครูฝึกระดับ Tactical Instructor Team ผู้ผ่านการฝึกและปฏิบัติจริงในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ผู้ฝึกหลักสูตร Tactical Combat, Hostage Rescue, และ Counterterrorism Operations ภายใต้มาตรฐาน FBI & Homeland Security)

    พ.ต.อ.ปิยรัช กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.,พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1 ดำเนินการสร้างความรู้และสั่งฝึกเตรียมความพร้อม ในการดูแลนักท่องเที่ยว ในห้วงเทศกาลลอยกระทง ปีใหม่ รวมถึง การดูแลประชาชน ในภารกิจสำคัญ ในพิธีต่างๆ โดย บช.ทท. ได้จัดการฝึกอบรมเชิงยุทธวิธี “Tactical Training: Subject Control – Medical Response – Counterterrorism” เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านยุทธวิธี การควบคุมบุคคล การตอบสนองทางการแพทย์ภาคสนามและการป้องกันภัยคุกคามการก่อการร้าย ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการ อบรมมีขึ้นระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ชั้น 11 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งบรรยากาศการฝึกอบรมเป็นไปอย่างเข้มข้น ครูฝึกจากสหรัฐฯ ถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งเชิงยุทธวิธีและจิตวิทยาการปฏิบัติ (Operational Mindset) ควบคู่กับการฝึกจริงในสถานการณ์จำลอง (Scenario-Based Training) เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจหลัก “ควบคุม–สื่อสาร–ช่วยชีวิต” อย่างแม่นยำและปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเปิดใจเรียนรู้ เห็นได้ชัดถึงการพัฒนาในด้าน

    • Team Control (การทำงานเป็นทีมภายใต้แรงกดดัน)
    • Contact Communication (การสื่อสารเชิงยุทธวิธี)
    • Field Medical Response (การช่วยชีวิตภาคสนามก่อนส่งต่อแพทย์)

    และทุกนายจะ นำองค์ความรู้จากการฝึกครั้งนี้ไปต่อยอดพัฒนาแนวทางฝึกเชิงยุทธวิธีของตำรวจท่องเที่ยวโดยผสานแนวคิด “Safety – Strategy – Psychology” เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลทั้งในเชิงยุทธวิธีและภาวะผู้นำ
    การฝึกครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มทักษะ แต่จุดประกายหัวใจของผู้พิทักษ์ ให้เราฝึกเพื่อความพร้อม ฝึกเพื่อความปลอดภัย และฝึกเพื่อความภูมิใจในความเป็นตำรวจไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270312/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k8rHV8fRfUJIMefvwLcCj

  • “อรรถกร” ซัด “ธนเดช” สส.ปชน. ลั่น ก.ท่องเที่ยวฯ-กกท. ไม่มีโควตาหวยคนพิการ

    “อรรถกร” ซัด “ธนเดช” สส.ปชน. ลั่น ก.ท่องเที่ยวฯ-กกท. ไม่มีโควตาหวยคนพิการ

    “อรรถกร” ซัด “ธนเดช” สส.ปชน. ลั่น ก.ท่องเที่ยวฯ-กกท. ไม่มีโควตาหวยคนพิการ

    “อรรถกร” เดือดซัด “ธนเดช” สส.พรรคประชาชน ปมโควตาหวยคนพิการ ยันกระทรวงท่องเที่ยวฯ และ กกท. ไม่มีโควตาสักใบ ฟ้องแน่ถ้ายังปล่อยเฟกนิวส์ สอน อย่าคิดแต่จะเอายอดไลก์ สะท้อนวุฒิภาวะทางการเมือง

    เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่ เรืออากาศโทธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ถึงกระทรวงท่องเที่ยวมีโควตาหวยสมาคมกีฬาคนพิการ และมีการพาดพิงว่ากระทรวงนี้อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคกล้าธรรม ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไม่เคยได้รับการจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลใดๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการในส่วนนี้เป็นของสมาคมกีฬาคนพิการที่ประสานกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยตรง ตามระเบียบและกฎเกณฑ์

    “ผมขอยืนยันว่ากระทรวงท่องเที่ยวไม่ข้องเกี่ยวกับโควตาหวยใดๆ ทั้งสิ้น การที่นายธนเดช นำข้อมูลเท็จมาใส่ร้ายตัวผมและพรรคกล้าธรรมเพื่อปลุกปั่นสังคมแบบนี้ ผมสามารถฟ้องร้องได้ ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์ ไม่ใช่พูดลอยๆ เพื่อเรียกกระแสหรือสร้างภาพให้ตัวเองดูโดดเด่น”

    นายอรรถกร ระบุในช่วงท้าย ตนเข้าใจดีว่าช่วงนี้อาจใกล้การเลือกตั้ง ภายในพรรคการเมืองบางพรรคจึงมีบางคนพยายามหาพื้นที่สื่อเพื่อให้คนพูดถึง แต่การสร้างข่าวเท็จหรือโยงเรื่องที่ไม่มีมูล ถือเป็นการบิดเบือนที่ไม่ควรเกิดขึ้น การตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรทำด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้ข้อมูลบิดเบือนเพื่อเรียกยอดไลก์ยอดแชร์ มันจะสะท้อนถึงวุฒิภาวะทางการเมืองของเจ้าตัวที่พูด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2893391&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F9YjdLAlZgResvctb1qOp

  • ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ช่วง 2 เดือนโค้งสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งเข้าสู่ “ไฮซีซัน” ของ “ภาคการท่องเที่ยว” ต้องแบกรับความคาดหวังในการดึง “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เข้าไทยให้ได้อย่างน้อย 6.71 ล้านคน เพื่อไปให้ถึงแนวโน้มทั้งปีนี้ ปิดที่จำนวน 33.4 ล้านคน ตามคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลดลง 6% เทียบกับปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5%

    รายงานข่าวจาก “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ระบุว่า สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วง “10 เดือนแรก” ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ต.ค.2568 มีจำนวนสะสม 26,689,071 คน ลดลง 7.23% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1,232,968 ล้านบาท ลดลง 4.53%

    สำหรับ 10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยสูงสุดใน 10 เดือนแรก ได้แก่ 1.มาเลเซีย 3,856,816 คน 2.จีน 3,774,771 คน 3.อินเดีย 1,984,859 คน 4.รัสเซีย 1,418,101 คน 5.เกาหลีใต้ 1,274,415 คน 6.ญี่ปุ่น 877,574 คน 7.สหราชอาณาจักร 836,907 คน 8.สหรัฐ 830,539 คน 9.ไต้หวัน 822,519 คน และ 10.สิงคโปร์ 763,470 คน

    เฉพาะเดือนต.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2,573,743 คน ลดลง 3.94% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว โดย 10 อันดับแรกของตลาดที่เดินทางเข้าไทยสูงสุด ได้แก่ 1.มาเลเซีย 378,143 คน 2.จีน 357,445 คน 3.อินเดีย 213,858 คน 4.รัสเซีย 145,764 คน 5.เกาหลีใต้ 136,382 คน 6.สหรัฐ 83,929 คน 7.ไต้หวัน 83,574 คน 8.สหราชอาณาจักร 78,947 คน 9.สิงคโปร์ 77,095 คน และ 10.เยอรมนี 76,709 คน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า คาดการณ์แนวโน้มตลอดปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย “32 ล้านคน” ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล และน้อยกว่าสถิติเมื่อปี 2567 ซึ่งปิดที่จำนวน 35.54 ล้านคน โดย 5 อันดับแรกของตลาดที่คาดว่ามีการเดินทางเข้าไทยมากที่สุด ได้แก่ 1.จีน 4.6 ล้านคน 2.มาเลเซีย 4.5 ล้านคน 3.อินเดีย 2.2 ล้านคน 4.รัสเซีย 1.6 ล้านคน และ 5.เกาหลีใต้ 1.5 ล้านคน

    เหตุปัจจัยที่ทำให้แอตต้าประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมทั้งปี 2568 ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาล เป็นเพราะกระแสการเดินทางของตลาดหลักอย่าง “นักท่องเที่ยวจีน” มาไทยประมาณ​ 10,000 คนต้นๆ ต่อวันเท่านั้น และมีบางวันลดลงต่ำกว่าหมื่นคน ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับช่วงปกติ

    “การท่องเที่ยวของไทยในตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงต่ำสุดแล้วหลังหมดยุคโควิดระบาด ขออย่าต่ำไปกว่านี้เลย และตามธรรมชาติจะต้องปรับตัวดีขึ้นในระยะถัดไป ซึ่งได้เห็นการทำงานของรัฐบาลที่มีความจริงจัง เป็นผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขยับทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาหรือถูกจับตามอง โดยภาคเอกชนคาดหวังว่าฟ้าหลังฝนต้องสดใสกว่านี้ หลังจากชินชากับสถานการณ์ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว ก็หวังว่าจะมีปัจจัยบวกรออยู่ข้างหน้า”

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    ธนพล ชีวรัตนพร

    ภายในเดือนม.ค.2569 จะมีการจัดอีเวนต์ใหญ่แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ด้วยการนำพันธมิตรผู้ประกอบการต่างประเทศเข้ามาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย คาดมีผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 1,500 คน จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวข้ามภาค กระจายการเดินทาง ไม่ให้กระจุกตัว ครอบคลุมทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทย และตลาดไทยเที่ยวไทย นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการจัดทำโปรโมชันตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ โดยจะมีการหารือร่วมกับ ททท. อีกครั้งเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน

    ท่องเที่ยว 2 เดือนโค้งท้ายเร่งบูสต์ยอด 6.7 ล้านคน  ‘แอตต้า’ ชี้แนวโน้มปี 68 ต่างชาติเข้าไทย 32 ล้านคน

    “สำหรับปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ถือว่าส่งผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงประเทศไทย เพราะภาพที่ทั่วโลกมองมานั้น ประเทศไทยมีชายแดนติดกับกัมพูชา น่าจะมีปัญหาสแกมเมอร์เหมือนกับที่กัมพูชา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งหลังจากแอตต้าได้หารือกับผู้ประกอบการเอเย่นต์ทัวร์ พบว่าประเด็นดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวแล้วจริงๆ” นายก แอตต้า กล่าว

    ตลาดระยะใกล้จองเที่ยวไฮซีซัน “Last Minute”

    เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ด้านแนวโน้มไฮซีซันในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาด “อัตราการเข้าพัก” ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางด้วยตัวเองเป็นหลัก ซึ่งตลาดนี้มักจองล่วงหน้าระยะสั้นมากๆ ยกเว้นกลุ่มตลาดระยะไกลบินเกิน 6 ชั่วโมงที่ต้องวางแผนเดินทางยาวกว่า มียอดจองห้องพักล่วงหน้าเข้ามา ทำให้โรงแรมที่รับลูกค้านักท่องเที่ยวยุโรป สหรัฐ เริ่มเห็นยอดจองล่วงหน้าแล้ว ต่างจากโรงแรมที่รับตลาดระยะใกล้ในเอเชีย และอาเซียน อาจยังไม่เห็นยอดจองเข้ามา เพราะนักท่องเที่ยวนิยมจองสั้นลง

    สำหรับผลสํารวจ “ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม เดือนก.ย.2568” ดำเนินการสํารวจระหว่างวันที่ 12-29 ก.ย.68 มีผู้ตอบแบบสํารวจจํานวน 121 แห่ง พบว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือนก.ย. อยู่ที่ 54% ลดลงจากเดือนก่อนในทุกระดับดาว และทุกภูมิภาคตามจํานวนนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (short-haul) แต่ใกล้เคียงกับปีก่อน ขณะที่คาดการณ์อัตราการเข้าพักเดือนต.ค.อยู่ที่ 60%

    นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งในทุกระดับดาว คาดว่ารายได้ช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มลดลงอย่างน้อย 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่ภาคกลาง สะท้อนจากยอดจองห้องพักล่วงหน้าในช่วง Q4/68 ที่เข้ามาช้า และตํ่ากว่าคาด ส่งผลให้ความหวังที่จํานวนนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวมากขึ้นในไตรมาส 4 ปีนี้ ถูกเลื่อนออกไปใกล้ปลายปีมากขึ้น ด้านยอดจองห้องพักล่วงหน้าที่เข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มลูกค้าระยะไกล (Long-haul) ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ โรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปในพื้นที่กระบี่ และสมุย ขณะที่อีกปัจจัยคือ การปรับราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวันทําได้อย่างจํากัด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง

    เมื่อสอบถามผู้ประกอบการเรื่องคาดการณ์ “นักท่องเที่ยวไทย” ในครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มไมซ์ (MICE: การประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) และกลุ่มเซลล์ของบริษัทต่างๆ ด้านจำนวนวันพัก ธุรกิจโรงแรมราว 2 ใน 3 ประเมินว่าโดยรวมใกล้เคียงกับปีก่อน แม้จะมีจำนวนวันพักปรับลดลงบ้างในโรงแรมระดับไม่เกิน 3 ดาว ในพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือ

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์   ศิลาวงษ์  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1206094&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23Ou2BQOGMPjj9CofQEAJo

  • ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล “ลอยกระทง” ปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย

    ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล “ลอยกระทง” ปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย

    ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล “ลอยกระทง” ปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) จัดพิธีปล่อยแถวระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2568 ภายใต้นโยบายของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว พร้อมมุ่งปราบปรามการฉ้อโกง การหลอกลวง และอาชญากรรมที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

                     ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    พิธีปล่อยแถวจัดขึ้น เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณวัดพระราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงาน “Maha Loy Krathong @ Ayutthaya” โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว ร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทั่วประเทศ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในพื้นที่จัดกิจกรรมลอยกระทง รวมทั้งปรับรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย ภายใต้แนวคิด “ท่องเที่ยวปลอดภัย สืบสานประเพณีไทย”

                     ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    นอกจากการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สำคัญแล้ว บช.ทท. ยังได้เตรียมความพร้อมในหลายด้าน อาทิ

    • รถบริการนักท่องเที่ยวเคลื่อนที่ (CCOC Mobile Vehicles) เพื่อให้บริการและเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว

    • ศูนย์สายด่วน 1155 ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการสื่อสารได้ 8 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน และฮินดี

    • แอปพลิเคชัน TPB-APP (Thailand Tourist Police) ที่เชื่อมต่อนักท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือ

                          ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวยังขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงอย่างปลอดภัย โดยงดจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และงดการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

                 ตำรวจท่องเที่ยวจัดกำลังดูแล

    “ตำรวจท่องเที่ยวมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจภายใต้แนวคิด ‘ท่องเที่ยวปลอดภัย อุ่นใจไปกับตำรวจท่องเที่ยว’ เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความสงบ และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลอดภัยระดับโลก” พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวทิ้งท้าย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/643205&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C163zaqoy4-4MxOEREe8U