Category: ท่องเที่ยว

  • ลุ่มเจ้าพระยา : 08 พฤศจิกายน 2568

    ลุ่มเจ้าพระยา : 08 พฤศจิกายน 2568

    วันเสาร์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

    Tag :

    สะเทือนวงการสีกากีอีกครั้งเมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาแฉ ว่าภายในองค์กร สตช.เป็นแหล่งอาชญากรรมที่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่พัวพัน รับส่วย สแกมเนอร์ และ พนันออนไลน์  แล้วจะปราบให้หมดไปได้อย่างไร  จน “บิ๊กต่าย”  พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์  ผบ.ตร.คนปัจจุบัน ถึงกับออกปากว่า รู้สึกเจ็บปวด แต่ต้องอดทนและตั้งสติ  โดนกล่าวหาอย่างรุนแรงแบบนี้ เชื่อว่าตำรวจทั้งประเทศรับไม่ได้ แต่ถ้ามองอีกแง่มุมหนึ่งการออกมาแฉของ“บิ๊กโจ๊ก” ย่อมไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตี  แต่เหมือนเป็นการรื้อพรมว่ามีอะไรที่ซุกอยู่ใต้พรมบ้าง คนที่อยู่ข้างในย่อมรู้ดีว่าข้างในมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง  การออกมาแฉครั้งนี้เหมือนกับว่า “บิ๊กโจ๊ก” ไม่มีอะไรจะเสียแล้วต้องแลกหมัดกันสักตั้ง  เพราะถ้าไม่มีมูลในฐานะที่เป็นอดีตตำรวจย่อมรู้ดีว่าจะมีผลทางคดีตามมา  ทำให้นึกถึงตอนสีกากอล์ฟออกมาแฉพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทำเอาวงการสงฆ์สะเทือนไปเลย ***** ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ช่วงนี้ลงพื้นที่โชว์ตัวหลายจังหวัด วันลอยกระทงก็ไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Maha Loi Krathong @Ayutthaya ณ วัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยมี นายวรวิทย์ ยอแสง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้บริหาร ททท. ให้การต้อนรับ*****ต้องขอแสดงความยินดีกับ ผศ.ว่าที่ร.ต. ดร. ธนรัตน์ รัตนพงศ์ธระ  (อาจารย์หนุ่ย)  อาจารย์สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม  ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ”  ตามคำสั่งมหาวิทยาลัย เลขที่ 1872/2568 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ******วันนี้มีการประชุมสัมมนาคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏจากทั่วประเทศกว่า 200 คน จาก 32 สถาบัน มาประชุมสัมมนากันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา  มี รศ.ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายปรีชา ประสพผล  ประธานกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา และคณะกรรมการฯ ให้การต้อนรับ../

    เกียรติยศ  ศรีสกุล

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/926403&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ePaMCQSlXKwTLgWJZntb-

  • ทางออกเศรษฐกิจไทย อยู่ตรงไหน? เมื่อรัฐบาลขาดดุลนาน 2 ทศวรรษ การท่องเที่ยวถึงคราวสิ้น “บุญเก่า”

    ทางออกเศรษฐกิจไทย อยู่ตรงไหน? เมื่อรัฐบาลขาดดุลนาน 2 ทศวรรษ การท่องเที่ยวถึงคราวสิ้น “บุญเก่า”

    ต้องยอมรับว่า “เศรษฐกิจไทย” เรากำลังยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “การฟื้นตัว” กับ “การถดถอยเชิงโครงสร้าง” เหตุเพราะ GDP โตต่ำต่อเนื่อง ขณะที่แรงขับเคลื่อนเดิมเริ่มหมดแรง ทั้งการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเครื่องจักรหลักของประเทศ

    ปัจจัยภายนอกก็ถาโถม ทั้งสงครามภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้าย และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกเร็วเกินกว่าที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะไล่ทัน จนประเทศเพื่อนบ้านตามทัน ในขณะที่ภายในประเทศ ยังติดกับดัก “โครงสร้างเก่า” แรงงานไร้ศักยภาพ หนี้ครัวเรือนสูง และรัฐที่ขาดดุลการคลังนานต่อเนื่องกว่า 20 ปี

    ก่อเกิดคำถาม แล้วเราจะไปต่ออย่างไร? คำตอบบางส่วนอาจอยู่ในเวทีนี้ ที่ 3 ผู้นำสำคัญ จากภาครัฐ – เอกชน และ การเงิน ต่างสะท้อนภาพเดียวกันว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแกนขับเคลื่อน “เศรษฐกิจไทย” ครั้งใหญ่ 

    ตีแผ่ปัญหา รุมเร้า “เศรษฐกิจไทย”

    บนเวทีหลักของงาน สัมมนา The Standard Economic Forum 2025  ณ สยามพารากอน Section “ผสานพลังขับเคลื่อน สู่มิติใหม่อนาคตไทย”  ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย

    กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ Perfect Storm” พายุหลายลูกที่ถาโถมมาพร้อมกัน ทั้งโลกร้อน, เทคโนโลยีดิสรัปต์, สังคมสูงวัย, หนี้ครัวเรือนพุ่ง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

    ขณะการที่ Fitch Ratings เพิ่งปรับมุมมองเศรษฐกิจไทย (Outlook) เป็น “Negative” ก็สะท้อนความกังวลต่อฐานะการคลังที่อ่อนแรงลง หลังจากรัฐขาดดุลต่อเนื่องมานานสองทศวรรษ อีกปัญหาที่ฝังลึก คือ “เศรษฐกิจนอกระบบ” ขนาดมหึมา

    แรงงานกว่าครึ่งประเทศอยู่ในระบบที่ไม่เสียภาษี ไม่เข้าถึงสวัสดิการ และไม่ถูกนับในฐานข้อมูลเศรษฐกิจจริง ช่องว่างนี้ ยังเกิดจากที่รายได้ประเทศส่วนใหญ่ กระจุกอยู่ในมือธุรกิจรายใหญ่เพียง 1% ผลคือความเหลื่อมล้ำพุ่ง หนี้ครัวเรือนของคนตัวเล็กรวมกัน แตะระดับ 1.22 แสนล้านบาทไม่นับรวม หนี้นอกระบบ ที่ระบบเครดิตบูโร ยังเก็บข้อมูลไปไม่ถึง 

    ขณะที่เศรษฐกิจในภาพรวมไม่ขยับ “ผยง” เสนอแนวทาง “Reinvent Thailand” เพื่อเร่ง “Quick Big Win” ตามนโยบายใหญ่ของรัฐบาล ผ่าน 5 เสาหลัก คือ  กระตุ้นเศรษฐกิจ – ลดต้นทุน – สร้างรายได้ – เพิ่มประสิทธิภาพ – สร้างความเชื่อมั่น ทั้งหมดต้องเดินพร้อมกัน โดยมีฐานคิดร่วมระหว่างรัฐ ธนาคาร และเอกชน ภายใต้การสื่อสารสำคัญที่ว่า …

    “เราต้องเชื่อมโยงข้อมูล สร้าง Trust และทำให้ภาคเศรษฐกิจทุกส่วนเดินไปด้วยกันเพราะทุกครั้งที่เกิดวิกฤติ ไทยมักถอยหลังลงไปเสมอ”

    “บุญเก่า” ของการท่องเที่ยว หมดเวลาใช้ซ้ำ

    อีกเสียงสะท้อนที่ชัดเจนจาก ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสยามพิวรรธน์ ที่พูดถึงการท่องเที่ยวไทยในหัวข้อ “พลิกเกมท่องเที่ยวไทย สู่จุดหมายประสบการณ์ระดับโลก”

    โดย CEO ชั้นนำ บอกตรงๆ ว่า “เรากำลังใช้บุญเก่ามานานเกินไป” กว่า 30 ปีที่ไทยครองตำแหน่ง “แชมป์ท่องเที่ยวเอเชีย” แต่โลกเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่เราเคยขาย เช่น “อาหารอร่อย ผู้คนมีน้ำใจ วัฒนธรรมงดงาม” วันนี้ประเทศอื่นก็ขายได้เหมือนกัน

    นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ต้องการเพียง “รูปสวย” แต่ต้องการ “ความหมาย” และต้องรู้สึกว่า “ประเทศไทยยังน่ารัก ปลอดภัย และจริงใจเหมือนเดิม”  แต่ภาพลักษณ์นี้กำลังสั่นคลอนจากปัญหาสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และการสื่อสารของรัฐที่ยังไม่เท่าทันโลกดิจิทัล

    “ถ้าไทยคือโปรดักต์ เราต้องรีแบรนด์ใหม่ จากเขารักเราแล้ว ให้กลายเป็น รักเรามากขึ้นเพราะสิ่งที่ประเทศอื่นไม่มี คือหัวใจของคนไทย”

    ชฎาทิพ ยังเสนอให้ไทยสร้าง “คลัสเตอร์การท่องเที่ยวร่วม” ดึงเอกชน ท้องถิ่น และรัฐมาร่วมกันสร้าง “เส้นทางประสบการณ์” เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้เวลาและใช้เงินในไทยมากที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวยิ่งลดลง นั่นหมายถึง ความเป็นอยู่ของเศรษฐกิจไทย ก็กำลังถอยหลังลงไปด้วยเช่นกัน 

    ผู้บริหาร กลุ่มสยามพิวรรธน์  ยังฝากถึงรัฐบาลว่า หากอยากให้ท่องเที่ยวกลายเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” อีกครั้ง ต้องทำให้ประเทศไทยเป็น One Stop Destinationที่ทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุน “อยากมา” และ “อยากอยู่” โดยไม่ต้องผ่านเงื่อนไขซับซ้อนหรือระบบราชการที่ปิดกั้นอีกต่อไป 

    ถึงเวลาสร้าง “อุตสาหกรรมบุกเบิก” ของไทย

    ด้าน ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย มองว่าทางรอดของเศรษฐกิจไทย ต้องไม่ใช่ “การพยุง” แต่คือ “การเปลี่ยนโครงสร้าง” เธอเสนอ “กรอบการทำงานเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมบุกเบิก” (Frontier Industries) เพื่อให้ไทยมีฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

    กรอบนี้ต้องอาศัย การผนึกกำลัง 3 ภาคส่วน ได้แก่ …

    • ธุรกิจ ต้องปรับโมเดลองค์กรให้แข็งแรง มี Global Mindset
    • รัฐ ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง ปรับกฎระเบียบล้าสมัย (Regulatory Guillotine) และสนับสนุนงานวิจัยให้ต่อยอดได้จริง
    • สถาบันการเงินและนักลงทุน ต้องสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ เช่น VC, Angel Fund, ตราสารทุนทางเลือก เพื่อหนุนธุรกิจที่กล้าเสี่ยงและเติบโตเร็ว

    คล้ายจะบอกว่า ถ้าเราไม่สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ประเทศจะไม่มีแรงขับเคลื่อนใหม่เลย และสุดท้าย เราจะกลายเป็นเพียงประเทศรับจ้างผลิต ที่ค่าแรงไม่ขึ้นอีกต่อไป 

    สรุปจากเวทีนี้ เสียงของ 3 บุคคลดังกล่าว ต่างได้สะท้อนภาพเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยไม่สามารถ “รอการฟื้นตัว” ได้อีก เพราะเครื่องยนต์เก่า การส่งออก การบริโภค และการท่องเที่ยว  เริ่มหมดแรง สิ่งที่ไทยต้องทำ คือ “Reinvent ตัวเองทั้งระบบ” ตั้งแต่ฐานรากทางการเงิน การผลิต ไปจนถึงอุตสาหกรรมใหม่และภาพลักษณ์ประเทศ เป็นต้น 

    ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2894027&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_xRVEiEl8ipbLAjPB1UdK

  • เสนอทางรอดเที่ยวไทย “สร้างจุดขายใหม่” พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศ

    เสนอทางรอดเที่ยวไทย “สร้างจุดขายใหม่” พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศ

    เสนอทางรอดเที่ยวไทย “สร้างจุดขายใหม่” พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศ

    ท่องเที่ยวไทยถึงจุดเปลี่ยน ผู้เชี่ยวชาญชี้ภาพลักษณ์เดิม (ภูเก็ต-พัทยา) ฉุดรั้งศักยภาพแข่งขัน แนะสร้าง ‘จุดขายใหม่’ พลิกโฉมภาพลักษณ์ประเทศดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ภายในงานเสวนา “The Nation Visionary Club” ในหัวข้อ “Rebuilding Thai Tourism Trend: Travel for New Gen” ผู้เชี่ยวชาญ ได้ร่วมกันนำเสนอกลยุทธ์การท่องเที่ยวทางเลือก 

    เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกไว้ได้ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น

    สุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย

    “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” โอกาสดึงเม็ดเงินมหาศาล 

    สุนัย วชิรวราการ นายกสมาคมสปาไทย กรรมการคณะอนุกรรมการธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Wellness Tourism) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยระบุว่า

    “ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคิดเป็นสัดส่วนถึง 7.8% ของการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด และที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีอัตราการใช้จ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ”

    อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมสปาไทย ยอมรับว่า อุตสาหกรรมสปาไทยยังเผชิญกับความท้าทาย

    โดยเฉพาะผลกระทบจาก “ธุรกิจบริการทางเพศ” (Sex Tourism) ที่บิดเบือนภาพลักษณ์ของ “การนวดไทย” ในสายตาชาวต่างชาติ

    นายกสมาคมสปาไทย ได้เสนอแนวคิดที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยควรพัฒนาสถานบริการสปาในรูปแบบ “ดิสนีย์แลนด์” 

    ที่ซึ่งผู้มาเยือนไม่เพียงแค่ได้รับความบันเทิงและการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังได้รับประโยชน์จากบริการด้านสุขภาพไปพร้อมกัน

    “เราไม่ต้องการโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้โดยพึ่งพาแค่มนุษย์เพียงอย่างเดียว เราต้องการสิ่งที่สร้างรายได้จากตัวสิ่งอำนวยความสะดวก ถ้าทำได้เราจะสามารถพึ่งพารายได้จากตัวสถานที่ได้มากขึ้น และยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีในประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

    “ผมมั่นใจว่าในทุกเมืองของไทย หากเรามีพื้นที่ที่เหมาะสม เราสามารถสร้างสรรค์มันขึ้นมาได้ และไม่ควรเน้นแค่สุขภาพกาย แต่ต้องดูแลไปถึงสุขภาพใจด้วย”

    เสนอทางรอดเที่ยวไทย

    สุนัย วชิรวราการ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้กลายเป็น “เมกะเทรนด์” ของโลกไปแล้ว โดยยกตัวอย่าง

    • สิงคโปร์: กำลังลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ (Wellness Facilities) ที่จะเปิดให้บริการทั้งคนในประเทศและนักท่องเที่ยวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
    • ดูไบ (UAE): เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเข้าไปจัดตั้งศูนย์สุขภาพและสถานบริการด้าน Wellness อย่างเต็มที่
    • อิตาลี: มีสถานบริการสปาขนาดใหญ่ที่เปรียบได้กับสระว่ายน้ำกว้างขวางที่ให้บริการ “วารีบำบัด” (Hydrotherapy) สร้างประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่าง

    ศุภกาญจน์ จริยพิเชษฐ์ ยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยว

    ศุภกาญจน์ จริยพิเชษฐ์ ยูทูปเบอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่อง Gap.bumseeker ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนักเดินทางต่างชาติว่า

    “ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปต่างประเทศและบอกว่ามาจากประเทศไทย สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ ภูเก็ต หรือ พัทยา เราปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพเหล่านี้ยังคงอยู่ ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม”

    ศุภกาญจน์ จริยพิเชษฐ์ ยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบัน เวียดนาม กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมาก เมื่อพิจารณาจากการเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักโน้มเอียงแสดงความเห็นเชิงบวกไปทางเวียดนาม

    โดยเขาให้ความเห็นเสริมว่า ขณะที่ไทยยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์เก่าๆ แต่กลับ ขาดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในด้านการท่องเที่ยว

    “เวียดนามได้สร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมา แม้ว่าบางอย่างอาจจะไม่ใช่ของแท้ดั้งเดิมเสียทีเดียว แต่ก็สร้างความตื่นเต้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้”

     “กุญแจสำคัญของการท่องเที่ยวคือการมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ส่วนประเทศไทยก็สร้างสิ่งใหม่ๆ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นแค่สิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ”

    เจ้าของช่อง Gap.bumseeker จึงเสนอแนะว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ใน “เมืองรอง” แทนที่จะมุ่งเน้นความพยายามทั้งหมดไปกระจุกอยู่ที่เมืองหลวงเพียงอย่างเดียว

    นอกจากนี้ ราคาการเดินทาง ก็เป็นปัจจัยสำคัญ

    “เมื่อผมเดินทางไปประเทศจีน ผมใช้จ่ายเงินน้อยกว่าตอนที่อยู่ในประเทศไทยเสียอีก ผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่เชื่อว่าเป็นเพราะจีนมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีกว่าและมีโรงแรมคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้”

    ศุภกาญจน์ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจีนสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างมาก จนทำให้การเดินทางในประเทศจีนมีราคาถูกพอๆ กับการเดินทางมาประเทศไทยเลยทีเดียว

    สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ (Tellscore)

    โครงสร้างพื้นฐานและบทบาทของ Content Creator

    สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ (Tellscore) กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรม เพื่อแข่งขันกับมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวอย่างญี่ปุ่นและจีน

    ทั้งสองประเทศนี้ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อดึงดูดผู้มาเยือน

    ประเทศไทยต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและจุดหมายปลายทางที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

    ซีอีโอบริษัท เทลสกอร์ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารเชิงบวกเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

    เช่น เรื่องความปลอดภัย การเปิดกว้าง และข้อเสนอพิเศษสำหรับนักเดินทางกลุ่ม LGBT เพื่อต่อต้านข้อมูลบิดเบือนที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย

    เธอยังกล่าวถึงอิทธิพลของ การบอกต่อ  ในการขับเคลื่อนความต้องการเดินทาง โดยเชื่อว่า ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content Creators) มีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้

    ผ่านการแนะนำจุดหมายปลายทางใหม่ๆ และเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทย แพลตฟอร์มอย่าง iQIYI และ Xiaohongshu สามารถเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยกำหนดเป้าหมายผู้ชมเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะ กลุ่ม Gen Z ในประเทศจีน

    คนกลุ่มนี้ ไม่ใช่แค่เครื่องมือประชาสัมพันธ์ แต่คือ “บุคคล” ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ และสร้างชุมชนบนโซเชียลมีเดียได้

    ซึ่งสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญในการส่งเสริมความผูกพันระยะยาวและความสำเร็จสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/733074&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2INRlAetF0tCDyUlwkkjMx

  • ถนนสายท่องเที่ยวอุทัยธานีท่วมหนัก รถเล็กขับผ่านไม่ได้

    ถนนสายท่องเที่ยวอุทัยธานีท่วมหนัก รถเล็กขับผ่านไม่ได้

    ภูมิภาค

    ถนนสายท่องเที่ยวอุทัยธานีท่วมหนัก รถเล็กขับผ่านไม่ได้

    วันศุกร์ ที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.21 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เอ่อท่วมข้ามถนนสายหลักในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ระยะทางยาว บริเวณหมู่ที่ 6 ต.เกาะเทโพ ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ทำให้การเดินทางเข้าออกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญติดขัด

    ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องเร่งขนย้ายสิ่งของจำเป็น เช่น เครื่องจักรกลทางการเกษตร รถยนต์ และจักรยานยนต์ ขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำท่วมบ้านเรือนเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง

    ถนนสายหลักที่ได้รับผลกระทบเชื่อมจากถนนสายหาดทนง–อุทัยธานี เป็นเส้นทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดจันทราราม (วัดหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) และวัดอุโปสถาราม โบราณสถาน ขณะเดียวกันมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมได้อย่างรวดเร็ว จังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือน้ำท่วมและยกสิ่งของขึ้นที่สูง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/453445&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wKEl_8qi-vyvZo8T4W0Ny

  • ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทย สมุนไพร แพทย์ทางเลือก

    ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทย สมุนไพร แพทย์ทางเลือก

    วันที่ 7 พฤศจิกายน นางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง  1 พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกและสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก ให้การต้อนรับ คณะสื่อมวลชนจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่เดินทางดูแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แพทย์แผนไทยสมุนไพร แพทย์ทางเลือก ที่การบูร เวลเนส  ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ดูแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง

    นางศศิวัณย์ ศรีพรหม กล่าวว่า สถาบันพระบรมราชชนก  ซึ่งมี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ และ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร เป็นหน่วยงานในสังกัด โดยมี วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก เป็นหนึ่งในวิทยาลัยภายใต้สถาบันนี้ เปิดสอนหลักสูตรด้านสาธารณสุขต่างๆ เช่น หลักสูตรทันตสาธารณสุข, สาธารณสุขชุมชน, และการแพทย์แผนไทย วันนี้ การบูร เวลเนส เราต้อนรับคณะอินฟู คณะสื่อมวลชน ระดับอินเตอร์ของประเทศสิงคโปร์ ที่เดินทางมาจังหวัดพิษณุโลก เพื่อรีวิวแหล่งท่องเที่ยว ของจังหวัดพิษณุโลก เพื่อเน้นย้ำให้พิษณุโลกเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สมุนไพรของโลก

    สำหรับสาเหตุการเดินทางมาดูงานที่ การบูร เวลเนส  และสาเหตุที่เดินทางมาเนื่องจากว่าจังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองหนึ่งที่ทางรัฐบาล ส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ย วเมืองสุขภาพและเมืองของผู้สูงอายุ การดูแลผู้สูงอายุ เพื่อดูแลสุขภาพ ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อ จบโดยสมุนไพร ธรรมะ อาหาร ให้กินอาหารตามธาตุต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งมีคณะสาธารณสุขด้วย แล้วที่ จ.พิษณุโลก ก็มีวิทยาลัยสาธารณสุขสิรินธร ที่ศึกษาเรื่องสุขภาพ เป็นวิทยาลัย ที่ดูแลด้านการฝึกอบรมแพทย์แผนไทย ดูแลฐานรากของประชาชน 2 ปีเต็ม  ส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ทำงานด้วยกันในการดูแลสุขภาพ ให้กับนักท่องเที่ยว และประชาชน

    นอกจากนี้ได้เข้าแสดงความยินดีและร่วมต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา จิตอร่าม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก  ในการพบปะครั้งนี้ ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism)ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ โดยมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานและองค์ความรู้ที่สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

    นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ยังได้หารือถึงการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก กับ ภาคเอกชนในพื้นที่รวมถึงแนวคิดการพัฒนาโครงการรูปแบบ PPP : Public–Private Partnership (ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์กิจกรรมและโครงการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยบรรยากาศโดยทั้งสองฝ่ายต่างแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันจังหวัดพิษณุโลก เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือตอนล่าง ๑ อย่างยั่งยืนต่อไป ////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2025/11/07/191879&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03LvI_1Z0yP8mBL1faVhWV

  • Trip.com เล่นใหญ่ โปรฯ 11.11 ดีลท่องเที่ยวครบจบในที่เดียว ตั๋วเครื่องบินซื้อ 1 แถม 1 โรงแรมคืนละ 211 บาท โปรฯเช่ารถและตั๋วท่องเที่ยวลด 50%*

    Trip.com เล่นใหญ่ โปรฯ 11.11 ดีลท่องเที่ยวครบจบในที่เดียว ตั๋วเครื่องบินซื้อ 1 แถม 1 โรงแรมคืนละ 211 บาท โปรฯเช่ารถและตั๋วท่องเที่ยวลด 50%*

    Trip.com ผู้นำด้านบริการการท่องเที่ยวระดับโลก เดินหน้ามอบความคุ้มค่าครั้งยิ่งใหญ่กับโปรโมชั่นประจำปี 11.11 Mega Sale ระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 รวบรวมดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษครบทุกประเภท ทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยว

    โปรโมชั่นครั้งนี้จัดเต็มด้วย ดีลตั๋วเครื่องบินซื้อ 1 แถม 1 โรงแรมราคาพิเศษคืนละ 211 บาท และ ส่วนลดสูงสุด 50%* สำหรับบริการเช่ารถและตั๋วเช้าสถานที่ท่องเที่ยว โดยโปรโมชั่น 11.11 Mega Sale มีดีลท่องเที่ยวที่หลากหลายมาให้จองตลอดทั้งวัน เพื่อให้นักเดินทางสามารถเลือกดีลที่ตรงกับความต้องการในการเดินทาง

    ไฮไลท์สำคัญของ 11.11 Mega Sale

    Trip.com เตรียมมอบข้อเสนอพิเศษเพื่อรองรับทุกความต้องการของนักเดินทาง เริ่มต้นด้วยดีลโรงแรมราคาสุดคุ้มเพียง 211 บาท* สำหรับที่พักที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังมี โปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน Flash Sale ตลอดวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดเป็นรอบ ๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงดีลได้หลายช่วงเวลา เช่น
    • 00.00 น. ดีลพิเศษจากหลากหลายสายการบิน
    • 12.00 น. โปรโมชัน Flash Sale จากการบินไทย เส้นทาง กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่
    • 14.00 น. แจกโค้ดส่วนลดโรงแรมที่น่าสนใจ
    • 20.00 และ 21.00 น. เปิดให้จองโปรโมชันเพิ่มเติมจากบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางภายในประเทศ และการบินไทย เส้นทางระหว่างประเทศ

    นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอ ซื้อ 1 แถม 1* สำหรับตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ร่วมรายการ เพื่อเติมเต็มทุกมิติของประสบการณ์การเดินทาง

    โค้ดส่วนลดเที่ยวบินที่ครอบคลุม

    Trip.com มอบโค้ดส่วนลดสำหรับการจองเที่ยวบินหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทุกเส้นทางและงบประมาณ เริ่มต้นตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ด้วยโค้ดส่วนลดสูงสุด 50%* (ลดสูงสุด 1,111 บาท) โค้ดส่วนลด 300 บาท* (สำหรับยอดจองขั้นต่ำ 3,000 บาท) โค้ดส่วนลด 111 บาท* (สำหรับยอดจองขั้นต่ำ 1,111 บาท) ที่เปิดให้เก็บโค้ดส่วนลดหลายช่วงเวลาตลอดวัน พร้อมดีลพิเศษเพิ่มเติมในช่วงเวลาเช้า บ่าย และเย็น รวมถึงโค้ดส่วนลดแบบเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ 10% – 20%* ลูกค้ายังสามารถเก็บโค้ดส่วนลดได้ต่อเนื่องถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    โค้ดส่วนลดสำหรับการจองที่พักหลากหลาย

    Trip.com จัดเต็มส่วนลดที่พักตลอดช่วงโปรโมชั่น โดยเริ่มต้นแจกโค้ดเที่ยงคืนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ด้วยโค้ดส่วนลด 20%* (ลดสูงสุด 1,000 บาท) โค้ดส่วนลด 10%* (ลดสูงสุด 300 บาท) และยังมีโค้ดส่วนลดพิเศษเปิดให้เก็บได้ทุกวันระหว่างวันที่ 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 ลูกค้าสามารถรับโค้ดส่วนลด 20%* โดยเปิดให้เก็บโค้ดทุกวันในช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงดีลโรงแรมสุดพิเศษเฉพาะวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่เปิดให้เก็บโค้ดในหลายช่วงเวลาตลอดวัน

    คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับดีลเช่ารถราคาพิเศษ

    โปรโมชั่น 11.11 Mega Sale มอบโซลูชั่นการเดินทางที่ครบครัน และคุ้มค่ามากขึ้นผ่านดีลเช่ารถราคาพิเศษสำหรับการเช่ารถในจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วโลก ซึ่งไฮไลท์คือโค้ดส่วนลดในการเช่ารถ 50%* ที่ใช้ได้ในหลายภูมิภาค จุดหมายสำคัญในเอเชีย รวมถึง เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เปิดให้ใช้โค้ดส่วนลดทุกวันตลอด 11-14 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ยังมีดีลเช่ารถลดราคาพิเศษ มอบส่วนลดสูงสุด 30%* ในจุดหมายการเดินทางยอดนิยมต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย ผู้ที่สนใจสามารถจองบริการเช่ารถได้ที่ https://th.trip.com/carhire/

    นักเดินทางสามารถเพลิดเพลินกับโซลูชันการเดินทางที่ครบครันและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นผ่านดีลเช่ารถลดราคาสูงสุด 50%* สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั่วเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย เปิดให้ใช้โค้ดส่วนลดทุกวันตลอด 11 – 14 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ยังมีดีลลดราคาพิเศษสูงสุด 30%* สำหรับเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วโลก เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการการเดินทางที่หลากหลาย ผู้ที่สนใจสามารถจองบริการเช่ารถได้ที่ https://th.trip.com/carhire/

    ดีลสุดคุ้มในการจองการเดินทาง

    โปรโมชั่น 11.11 Mega Sale แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของ Trip.com ในการให้บริการท่องเที่ยวอย่างครบครันผ่านส่วนลดมากมายสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวและบริการท่องเที่ยวทั่วโลก ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับข้อเสนอซื้อ 1 แถม 1* ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ทำให้ง่ายต่อการสำรวจจุดหมายต่างๆ พร้อมคุณค่าเพิ่มเติมสำหรับประสบการณ์การเดินทาง

    ผู้ที่สนใจแคมเปญ 11.11 Mega Sale สามารถจองได้ผ่านทุกแพลตฟอร์มของ Trip.com รวมถึงแอปมือถือ เว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป และเว็บไซต์สำหรับมือถือ ผู้ใช้สามารถเข้าชมโปรโมชั่นในภาษาไทยที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=th-th&curr=thb&transparentBar=1 หรือภาษาอังกฤษที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=en-th&curr=thb&transparentBar=1

    Trip.com มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การเดินทางครบวงจรผ่านโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1* สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลก ให้นักเดินทางได้สัมผัสจุดหมายใหม่ ๆ ด้วยความคุ้มค่ามากกว่าเดิม ผู้ที่สนใจแคมเปญ 11.11 Mega Sale สามารถจองได้ผ่านทุกแพลตฟอร์มของ Trip.com รวมถึงแอปมือถือ เว็บไซต์สำหรับเดสก์ท็อป และเว็บไซต์สำหรับมือถือ ผู้ใช้สามารถเข้าชมโปรโมชั่นในภาษาไทยที่  https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=th-th&curr=thb&transparentBar=1 หรือภาษาอังกฤษที่ https://th.trip.com/sale/w/5493/thmegasale.html?locale=en-th&curr=thb&transparentBar=1

    โปรฯ พิเศษสำหรับคนมีแพลนเที่ยวจีน กับแคมเปญ “GO CHINA”

    Trip.com เปิดตัวแคมเปญพิเศษ “Go China” สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปประเทศจีน มอบดีลพิเศษ      ทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศจีน โดยโปรโมชั่นจะจัดขึ้นทุกวันอังคารตลอดปี 2568 พร้อมข้อเสนอที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.trip.com/sale/w/19280/gochina.html?locale=en-TH&promo_referer=4863_19280_1

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด รหัสโปรโมชั่นและข้อเสนอมีจำนวนจำกัดและให้บริการตามลำดับก่อนหลัง ราคาที่แสดงยังไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม ข้อเสนอทั้งหมดจัดขึ้นตามเวลาในเขตกรุงเทพฯ (GMT+7) สำหรับโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ สามารถดูได้ที่ https://th.trip.com/blog/promotion-update-promocode/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1546024&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bT_JkG4wIFpHnRR5wjG9f

  • ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    ต่างประเทศ

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    07 พ.ย. 2025 เวลา 10:50 น.

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ต่อเนื่อง คาดปีนี้นักท่องเที่ยวแตะ 25 ล้านคน ฟื้นตัวจากโควิด-19 เต็มที่ จากการเมืองนิ่ง-ดองอ่อนค่า สวนทางไทยเจอปัญหาข้อพิพาทชายแดนกัมพูชา-บาทแข็ง

    สำนักข่าวนิกเคอิเอเชีย รายงานว่าในปีนี้ “เวียดนาม” คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเกิน 22 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19   โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตนี้ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

    รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวในปีนี้ไว้สูงถึง 25 ล้านคน แต่ทาง BMI (Fitch Solutions) คาดการณ์ไว้ที่ 22 ล้านคน โดยทาง BMI เชื่อว่า ในปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวจะแซงหน้าสถิติเดิมก่อนโควิด-19 ที่เคยทำไว้ 18 ล้านคนในปี 2562 ซึ่งนั่นหมายความว่า ภาคการท่องเที่ยวของเวียดนามจะฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาดได้เกือบสมบูรณ์

    ‘จีน’ ไหลเที่ยว ‘เวียดนาม’ ไม่หยุด การเมืองนิ่ง-ดองอ่อน สวนทางไทย

    ‘การเมือง’ เวียดนามมั่นคง สวนทางไทย 

    สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกมาเวียดนาม คือ เวียดนามมีความมั่นคงทางการเมืองค่อนข้างสูง เพราะมีเพียงพรรคการเมืองเดียวที่ปกครองประเทศ ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน เช่น ไทย และกัมพูชายังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องพรมแดนที่ยืดเยื้อ รวมถึงอินโดนีเซียที่ยังมีผลกระทบจากการประท้วง แม้จะผ่านไปกว่า 2 สองเดือนแล้วก็ตาม

    นอกจากนี้ รัฐบาลได้เข้ามาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการขยายระยะเวลาที่พลเมืองจาก 12 ประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนแรงจูงใจที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเวียดนาม ได้แก่ การชิมอาหารท้องถิ่น การศึกษาประวัติศาสตร์สงคราม การเที่ยวชมเกาะที่สวยงาม และการสำรวจถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    แบรนดอน เอ็มซิมังกา รองผู้อำนวยการ BMI ให้สัมภาษณ์กับนิกเคอิเอเชียว่า เวียดนามได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ แซงหน้าประเทศไทยไปแล้ว จาก 2 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ 

    1. นักท่องเที่ยวจีนกังวลเรื่องความปลอดภัยในไทย

    2. ผู้บริโภคชาวจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และเวียดนามได้เปรียบเรื่องความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ทำให้ต้นทุนการเดินทางต่ำกว่า

    ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า เวียดนามมีนักท่องเที่ยวมาเยือนถึง 17 ล้านคนตลอดเดือนต.ค.ที่ผ่านมาโดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนถึง 4 ล้านคน ที่เป็นกำลังหลัก การที่นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจากไทยมาเวียดนาม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ลักพาตัวนักแสดงชาวจีนในประเทศไทยเมื่อเดือนม.ค.2568 ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นลดลง และส่งผลให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนเส้นทางมาเวียดนามมากขึ้น

    ‘ดองอ่อนค่า’ กระตุ้นการท่องเที่ยว

    เวียดนามได้เปรียบจากการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลใช้กลยุทธ์ปล่อยให้ค่าเงินดองอ่อนค่าลง ซึ่งทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวในเวียดนามมีราคาถูกลง และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว 

    ในทางกลับกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหา เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลเสียต่อหลายด้าน ทั้งการดึงดูดการลงทุน การส่งออกสินค้า และจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

    นักท่องเที่ยวใช้จ่าย กระตุ้นยอดค้าปลีกแข็งแกร่ง

    การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อน และกระตุ้นการค้าปลีกของเวียดนามได้

    BMI ประเมินว่า ตั้งแต่เดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน ภาคธุรกิจค้าปลีกเติบโตขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งการเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการท่องเที่ยว โดยรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 48.4% ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 

    BMI ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายปลีกตั้งแต่ปี 2019 และพบข้อสรุปที่น่าสนใจว่ายอดขายปลีกของเวียดนามฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จนเกือบจะอยู่ในระดับที่คาดหวังไว้เหมือนกับว่าไม่เคยเกิดการระบาดใหญ่ขึ้นเลย แต่เมื่อดูเลขเงินเฟ้อถือว่ายังคงได้รับผลกระทบอยู่

    ยักษ์ใหญ่คว้าโอกาสจาก กระแสเที่ยวเวียดนามบูม

    ภาพยนตร์ และมิวสิควิดีโอ เช่น “A Tourist’s Guide to Love” จาก Netflix และ “Love in Vietnam” จากบอลลีวูด รวมถึงคลิปไวรัลบน YouTube ได้ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมและทิวทัศน์ของเวียดนาม จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเกิดความสนใจ และหลงใหล

    บริษัทใหญ่ในประเทศจึงเริ่มเข้ามาคว้าโอกาสทางธุรกิจนี้ เช่น Saigon Tourist และ Vinpearl บริษัทในเครือ Vingroup กำลังหาทางทำกำไรจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้ และล่าสุด Sun Group ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ก็ได้เปิดตัวสายการบินของตัวเองโดยเน้นเที่ยวบินไปเกาะฟูก๊วก เป็นหลักในเดือนนี้

    ในปีนี้ เวียดนามได้รับความสนใจจากนานาชาติเนื่องจากมีกิจกรรมสำคัญหลายอย่าง

    1. การครบรอบ 50 ปีของการสิ้นสุดสงครามเวียดนาม

    2. การจัดขบวนพาเหรดฉลองครบรอบ 80 ปีของการประกาศเอกราช

    3. การทำข้อตกลงการค้าครั้ง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ว่าข้อตกลงหลายอย่างจะยังไม่ชัดเจน แต่หนึ่งในเมกะโปรเจกต์ที่กำลังจะเริ่มคือ แผนการสร้างสนามกอล์ฟใกล้กับกรุงฮานอย

    อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเวียดนามก็ยังเจอกับความท้าทายจาก “ภัยธรรมชาติ” คือ ในเดือนก.ค.ที่เรือนักท่องเที่ยวซึ่งกำลังชมอ่าวฮาลอง ซึ่งเป็นมรดกโลกยูเนสโกเกิดล่มลง เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นที่พัดเข้ามาใกล้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย 

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/1206594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hsOTqdYPAvCe0rWZijuca

  • เช็กเงื่อนไข “เที่ยวดี มีคืน 2568” ลดหย่อนภาษี ค่าโรงแรม-ร้านอาหาร

    เช็กเงื่อนไข “เที่ยวดี มีคืน 2568” ลดหย่อนภาษี ค่าโรงแรม-ร้านอาหาร

    “เที่ยวดี มีคืน 2568” กระตุ้นท่องเที่ยวไทย มีเป้าหมายหลักในการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศอย่างทั่วถึง และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไปยัง จังหวัดท่องเที่ยวรองมากขึ้น สำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศมาหักลดหย่อนภาษีได้    

    ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้ และสิ้นสุดการใช้สิทธิ

    • วันที่เริ่มใช้ได้ : 29 ตุลาคม 2568
    • วันที่สิ้นสุดการใช้สิทธิ : 15 ธันวาคม 2568

    ** หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต้องเกิดขึ้นและชำระเงิน ภายในช่วงเวลาดังกล่าวเท่านั้น

    เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี “เที่ยวดี มีคืน 2568”

    ค่าใช้จ่ายที่ใช้ลดหย่อนได้ : ค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย และค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหารตามจำนวนที่จ่ายจริงที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

    • เที่ยวเมืองรอง (55 จังหวัด หรือบางอำเภอใน 15 จังหวัดหลัก) นำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ในอัตรา 1.5 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง ทำให้สามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 30,000 บาท (จากการจ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท) 

    หลักฐานค่าใช้จ่าย : 10,000 บาทแรก สามารถใช้ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (แบบกระดาษ) หรือ e-Tax Invoice ได้ ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ต้องเป็น e-Tax Invoice (ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์) เท่านั้น 

    • เมืองหลัก (จังหวัดอื่น ๆ นอกจากเมืองรอง) นำมาหักลดหย่อนตามที่จ่ายจริง สูงสุด 20,000 บาท (คิดในอัตรา 1 เท่า) 

    หลักฐานค่าใช้จ่าย :  ใช้ได้ทั้งใบกำกับภาษีกระดาษ/e-Tax Invoice

    ผู้ใช้สิทธิ เป็นบุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้ แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล 

    “เที่ยวดี มีคืน 2568” เช็กเงื่อนไข – ขั้นตอน 

    มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” นี้ ผู้ใช้สิทธิ์ (บุคคลธรรมดา) ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า แต่ต้องดำเนินการ ดังนี้ 

    • ท่องเที่ยวและใช้จ่าย ในช่วง 29 ต.ค.  – 15 ธ.ค. 2568 ที่โรงแรม/ร้านอาหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
    • ขอใบกำกับภาษีแบบจากผู้ประกอบการตามเงื่อนไข (หากยอดใช้จ่ายเกิน 10,000 บาท ต้องแจ้งผู้ประกอบการขอ e-Tax Invoice)
    • กลับจากท่องเที่ยว ให้เก็บใบกำกับภาษี ทั้งแบบกระดาษ และอิเล็กทรอนิกส์ ไว้เป็นหลักฐาน 
    • นำใบกำกับภาษีที่เก็บไว้ ไปยื่นลดหย่อนภาษี ในช่วงต้นปี 2569 (สำหรับการยื่นภาษีเงินได้ปี 2568) ผ่าน เว็บไซต์กรมสรรพากร  https://www.rd.go.th/272.html 

    ฉะนั้นอย่าลืมเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อในวันยื่นลดหย่อนภาษี จะได้ไม่ต้องหาเอกสารหลักฐานให้วุ่นวาย และอย่าลืมเช็กรายชื่อ 55 จังหวัดเมืองรอง หากต้องการใช้สิทธิ 1.5 เท่า ให้ตรวจสอบว่าจังหวัด/อำเภอที่จะไป เป็น “เมืองรอง”  

    คำถาม-คำตอบ “เที่ยวดี มีคืน 2568” สำหรับบุคคลธรรมดา

    คำถาม : โฮมสเตย์ไทยที่เข้าข่ายตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ (สำหรับบุคคลธรรมดา) คือ โฮมสเตย์ไทยใดบ้าง 

    • คำตอบ : โฮมสเตย์ตามประกาศกรมการท่องเที่ยว เรื่อง รายชื่อโฮมสเตย์ที่ได้รับรองมาตรฐาน โฮมสเตย์ไทย โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อโฮมสเตย์ได้ที่ คลิกที่นี่ และโฮมสเตย์นั้นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร

    คำถาม : ร้านอาหารต้องเป็นร้านอาหารในโรงแรมที่พักหรือไม่

    • คำตอบ : เป็นร้านอาหารใดก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นร้านอาหารในโรงแรมที่พัก และไม่จำเป็นต้องมีการพักโรงแรม โฮมสเตย์ หรือสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม จึงสามารถหักลดหย่อนค่าบริการของร้านอาหาร การท่องเที่ยวโดยไม่มีการเข้าพักดังกล่าว ก็สามารถหักลดหย่อนค่าบริการของร้านอาหารได้เช่นกัน

    คำถาม : ค่าบริการของร้านอาหารคือค่าใช้จ่ายใด 

    • คำตอบ : 1.ค่าอาหาร 2.ค่าเครื่องดื่ม 3.ค่าบริการอื่น ๆ ในการใช้บริการของร้านอาหาร เช่น Service Charge 

    คำถาม : ผู้มีเงินได้สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวที่สามารถออก e-Tax Invoice ได้จากที่ใด 

    • คำตอบ : สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ของ กรมสรรพากร

    คำถาม : e-Tax Invoice คืออะไร และแตกต่างจากใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษอย่างไร

    • คำตอบ : e-Tax Invoice คือ ใบกำกับภาษีที่ได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ไม่ต้องเก็บรักษาใบกำกับภาษีและไม่ต้องจัดส่งให้กรมสรรพากรในการใช้สิทธิตามมาตรการภาษีนี้ โดยสามารถใช้ข้อมูล e-Tax Invoice ในฐานข้อมูลของกรมสรรพากรในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี และเจ้าหน้าที่จะไม่ขอให้ส่งใบกำกับภาษีอีก

    คำถาม : ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) กับระบบการขอใบกำกับภาษีโดยการประทับรับรองเวลา (e-Tax Invoice by Time Stamp) แตกต่างกันอย่างไร

    • คำตอบ : แตกต่างกันที่วิธีการจัดทำและการนำส่ง e-Tax Invoice แต่ e-Tax Invoice ที่จัดทำจากทั้ง 2 ระบบสามารถเป็นหลักฐานในการใช้สิทธิตามมาตรการภาษีนี้

    คำถาม : ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถสมัคร e-Tax Invoice ได้อย่างไร 

    • คำตอบ : ผู้ประกอบการสามารถสมัคร e-Tax Invoice ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือที่ https://etax.rd.go.th ในกรณีที่ผู้ประกอบการต้องการสมัคร e-Tax Invoice by Time Stamp สามารถสมัครได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากรเช่นกัน

    คำถาม : ต้องใช้หลักฐานใดในการใช้สิทธิตามมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ (สำหรับบุคคลธรรมดา)

    • คำตอบ : หลักฐานที่ใช้ คือ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรในรูปแบบกระดาษหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ซึ่งรวมกับ e-Tax Invoice by Time Stamp ทั้งนี้ ใบกำกับภาษีต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัว) ของผู้มีเงินได้ และต้องมีวัน เดือน ปี ที่เข้าพักหรือรับบริการ จากร้านอาหาร และจังหวัดที่ที่พักหรือร้านอาหารตั้งอยู่

    อ้างอิงข้อมูล : กรมสรรพกร, กระทรวงการคลัง  

    อ่านข่าว : กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.12 เตือนพายุ “คัลแมกี” ฝนตกหนักถึงหนักมาก 7-9 พ.ย.นี้

    “สกล เกลี้ยงประเสริฐ” โค้ชระดับปรมาจารย์ มือปั้นนักบอลขาสั้นสู่ทีมชาติ

    เริ่มวันแรก 7 พ.ย.ใช้คนละครึ่งพลัส Food delivery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358312&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03aknxbIV5LAXygQWhv8AE

  • เช็กอินทุ่งทานตะวัน 2568 บานรับลมหนาว ถ่ายรูปสวยสุดปัง

    เช็กอินทุ่งทานตะวัน 2568 บานรับลมหนาว ถ่ายรูปสวยสุดปัง

              ทุ่งทานตะวัน 2568 ลมหนาวพัดมาเมื่อไหร่ ทุ่งทานตะวันก็พร้อมบานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยว  ชวนออกเดินทางไปสัมผัสสีเหลืองสดใสของดอกทานตะวันทั่วไทยกัน

              เมื่อสายลมหนาวเริ่มพัดมา ทุ่งทานตะวันทั่วไทยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสว่างไสว กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของฤดูท่องเที่ยวปลายปีที่หลายคนรอคอย ปีนี้ก็เช่นกัน ที่เที่ยวหน้าหนาว ยังคงคึกคักด้วยทุ่งทานตะวันบานสะพรั่งรอต้อนรับนักเดินทาง ชวนกันออกไปสูดอากาศสดชื่น เดินเล่นท่ามกลางแสงแดดอุ่น ๆ ว่าแต่จะีที่ไหนบานแล้วบ้าง ? หรือบานเมื่อไหร่ ? ตามเรามาเช็กลลิสต์ด้วยกันเลย

    ทุ่งทานตะวัน 2568

    จังหวัดลพบุรี

              จาากข้อมูลเฟซบุ๊ก สนง.เกษตรอำเภอ เมืองลพบุรี ได้แจ้งกำหนดการทุ่งทานตะวัน ลพบุรี 2568 ทยอยบานแต่ละไร่ ซึ่งมีช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ได้แก่

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สนง.เกษตรอำเภอ เมืองลพบุรี

    ทุ่งทานตะวันไร่วิชาญ

    ทุ่งทานตะวันไร่ไสวรถยกลพบุรี

    ทุ่งทานตะวันไร่เปรมปรี

    ไร่จำรัส

    • ช่วงดอกบาน : วันที่ 3 ธันวาคม 2568 – 22 ธันวาคม 2568
    • พิกัด : ไร่จำรัส

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ไร่แม่ไหมพ่อไก่

    ทุ่งทานตะวันไร่แป้งหอม

    ทุ่งทานตะวันไร่ฟ้าใส

    ทุ่งทานตะวันสนามโดดร่ม

    ไร่ลุงนอง

    • ช่วงดอกบาน : วันที่ 15-25 พฤศจิกายน 2568
    • พิกัด : ไร่ลุงนอง

    ทุ่งทานตะวันบ้านไร่คุณยายส้มป่อย

    ทุ่งทานตะวันไร่โลโซ 

    ทุ่งทานตะวันไร่ลุงวิรัช 

    ไร่วานรลพบุรี 

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ไร่นวลพยอม ดอกคอสมอส

    ไร่สิรยา ดอกคอสมอส 

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก สนง.เกษตรอำเภอ เมืองลพบุรี

    จังหวัดสระบุรี

              โดยปกติแล้วทุ่งทานตะวันในจังหวัดสระบุรี จะบานในช่วงฤดูหนาว ซึ่งตรงกับช่วงปลายปี พฤศจิกายน – มกราคม ของแต่ละปี พื้นที่ปลูกหลัก ได้แก่ อำเภอวังม่วง, พระพุทธบาท, แก่งคอย, หนองโดน, หนองแค และมวกเหล็ก สำหรับทุ่งทานตะวัน สระบุรี ที่ทยอยออกดอกให้เชยชยแล้ว ได้แก่

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ลพบุรี

    ภาพจาก : Chaton Chokpatara / shutterstock.com

    วังเลนเกษตรแฟร์ 

    • ช่วงดอกบาน : วันที่ 1 พศจิกายน 2568 เป็นต้นไป, รอบ 2
      วันที่ 25 ธันวาคม 2568 – 25 มกราคม 2569
    • พิกัด : วังเลนเกษตรแฟร์

    ทุ่งทานตะวัน 2568 สระบุรี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก วังเลนเกษตรแฟร์

              *** สำหรับไร่อื่น ๆ จะทยอยอัปเดตให้อีกครั้ง สามารถอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก สำนักงานเกษตรอำเภอมวกเหล็ก

    จังหวัดปทุมธานี

              ชวนเที่ยวงานทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง ครั้งที่ 6 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00-18.00 น. ณ บริษัท ซีพีแรม จำกัด สำนักงานใหญ่ ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

              มาเที่ยวชมความงดงามของทุ่งทานตะวันกว่า 5 ไร่ และสนุกไปกับกิจกรรมสุดพิเศษมากมายที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ 

    • เดินชมและถ่ายรูปสุดชิคกับทุ่งทานตะวันกว่า 5 ไร่

    • เลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากชุมชน

    • ชมการแสดงพืชผักและไม้ดอกนานาชนิด

    • เยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร

    • รับฟรี ! ต้นกล้าผักและไม้ดอกนานาพันธุ์

    ทุ่งทานตะวัน 2568 ปทุมธานี

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก CPRAM

              สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก CPRAM

    กรุงเทพฯ

              ตอนนี้ที่สวนจตุจักร เต็มไปด้วยความสดใสของดอกทานตะวันนับพันต้นที่กำลังบานสะพรั่งกลางแดดอุ่น ๆ บรรยากาศสวยงามเหมาะสุด ๆ สำหรับออกไปถ่ายรูปเช็กอิน หรือเดินเล่นชิล ๆ ให้ธรรมชาติช่วยฮีลใจ งานนี้มีแค่ปีละครั้งเท่านั้นนะ แนะนำให้ไปช่วงเช้า ๆ หรือไม่ก็เย็น ๆ สักช่วงประมาณ 16.00 น. เพราะอากาศจะไม่ร้อนมาก แสงกำลังดี ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม ที่สำคัญ…เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า มาลงที่สถานีหมอชิต (ทางออก 3) แล้วเจอกับทุ่งทานตะวันได้เลย

    ทุ่งทานตะวัน 2568 กรุงเทพ

    ภาพจาก : singh srilom / shutterstock.com

              ฤดูหนาวนี้ออกไปสัมผัสความงามของทุ่งทานตะวัน 2568 ที่กำลังบานสะพรั่งทั่วไทย ได้เวลาชวนคนรู้ใจออกไปเที่ยว เติมความสดใสให้หัวใจกันเถอะ ^ ^ 
     

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 ที่เที่ยวธรรมชาติ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view296334.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R0Sy_jiYD9MRnDdRtLU_6

  • น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง! ถนนท่องเที่ยวอุทัยธานีจม 50 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

    น้ำเจ้าพระยาหนุนสูง! ถนนท่องเที่ยวอุทัยธานีจม 50 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108878&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XcVE3gxiKGRo9kdtUhiju