Category: ท่องเที่ยว

  • กกท.บูมอุตสาหกรรมมวยไทยเชิงสร้างสรรค์งานท่องเที่ยวโลก 2025

    กกท.บูมอุตสาหกรรมมวยไทยเชิงสร้างสรรค์งานท่องเที่ยวโลก 2025

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    ไทยรัฐออนไลน์

    7 พ.ย. 2568 09:30 น.

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    กกท.บูมอุตสาหกรรมมวยไทยเชิงสร้างสรรค์งานท่องเที่ยวโลก 2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/fightsport/muaythai/2893969&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JAasTSHacI5R8qTi7WxYR

  • อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกผาน้ำหยดให้เข้าชมความงดงาม เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกผาน้ำหยดให้เข้าชมความงดงาม เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    7 พฤศจิกายน 2568  เพจ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน – Kaeng Krachan National Park  โพสต์ข้อความระบุ “อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พิจารณาแล้ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจและอยากเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมถึงเปิดโอกาสให้ชุมชนในท้องถิ่นสามารถมีรายได้จากการท่องเที่ยว

    อุทยานแห่งชาติ จึงประกาศเปิดแหล่งท่องเที่ยว “น้ำตกผาน้ำหยด” เป็นแหล่งท่องเที่ยวและนันทนาการแบบไป-กลับ ไม่ให้มีการพักแรม และงดประกอบอาหารในพื้นที่

    หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 032 – 772312 หรือทางสื่อสังคมออนไลน์ เฟชบุ๊ก (Facebook) เพจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/60692&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09NazBKpKjI1WQCYHrK8FW

  • รวมจุดชาร์จรถ EV ทั่วประเทศไทย อัปเดต 2025

    รวมจุดชาร์จรถ EV ทั่วประเทศไทย อัปเดต 2025

    รวมจุดชาร์จรถ EV ทั่วประเทศไทย อัปเดต 2025
         ในปี 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเส้นทาง “สังคมยานยนต์ไฟฟ้า” หรือ EV (Electric Vehicle) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างเร่งขยายเครือข่าย สถานีชาร์จรถ EV ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ประเภทของสถานีชาร์จรถ EV ที่ควรรู้
    ก่อนจะเริ่มเดินทาง มาทำความรู้จักกับ “ประเภทหัวชาร์จ” และ “ความเร็วในการชาร์จ” ที่ควรรู้กันก่อน
    1. AC Normal Charge (ชาร์จปกติ) – ใช้เวลา 6–8 ชั่วโมง เหมาะกับการชาร์จที่บ้านหรือที่พัก
    2. DC Fast Charge (ชาร์จเร็ว) – ใช้เวลาเพียง 30–60 นาที เหมาะกับการเดินทางระหว่างจังหวัด
    3. Ultra-Fast Charge (ชาร์จด่วนพิเศษ) – เทคโนโลยีใหม่ที่ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที เหมาะสำหรับ EV รุ่นใหม่ ๆ ที่รองรับแรงดันไฟสูง

    รวมจุดชาร์จรถ EV ทั่วประเทศไทย ปี 2025
     กรุงเทพฯ และปริมณฑล 
    – PTT EV Station PluZ : ครอบคลุมทุกเขตในกรุงเทพฯ และตามเส้นทางหลัก เช่น บางนา, รังสิต, พระราม 2
    – EA Anywhere : พบได้ตามห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัล, โลตัส, บิ๊กซี
    – Energy Absolute, MEA EV, SCB Easy EV Station : ครอบคลุมพื้นที่จอดรถอาคารสำนักงานและคอนโด

     ภาคเหนือ 
    – เชียงใหม่ / ลำปาง / พิษณุโลก มีสถานีจาก PEA VOLTA และ EV Station PluZ ครอบคลุมจุดท่องเที่ยวสำคัญ
    – สถานีชาร์จในโรงแรมและคาเฟ่ยอดนิยม เช่น Mae Rim EV Spot หรือ One Nimman EV Station

     ภาคตะวันออก 
    – พัทยา / ระยอง / ชลบุรี มีเครือข่ายของ PTT, EA Anywhere และ Elex by EGAT ครอบคลุมทุกจุดท่องเที่ยวชายทะเล
    – บางแสนและสัตหีบมีจุดชาร์จตามโรงแรมและคาเฟ่ติดชายหาด

     ภาคอีสาน 
    – ขอนแก่น / อุดรธานี / โคราช มีสถานีจาก MEA, PEA VOLTA, และ EA Anywhere ตามถนนมิตรภาพ
    – จุดพักรถและปั๊มน้ำมันใหญ่ ๆ เริ่มติดตั้งหัวชาร์จเร็วเพิ่มขึ้น

     ภาคใต้ 
    – หัวหิน / ภูเก็ต / สงขลา มีจุดชาร์จจากเครือข่าย PTT EV Station และ Nex Point รองรับนักท่องเที่ยว EV
    – โรงแรม 4-5 ดาว หลายแห่งเพิ่มบริการชาร์จฟรีให้ลูกค้าพักค้างคืน

    ซื้อประกันรถยนต์ที่ OOHOO ดีอย่างไร

    ผ่อนเงินสด 0% <br />ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้” title=”ผ่อนเงินสด 0% <br />ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้” width=”52″ height=”52″>                             </p>
<p>ผ่อนเงินสด 0% <br />ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้</p>
</p></div>
<div>
<p><img decoding=ต่อประกันรถยนต์ไฟฟ้า“ เพื่อความคุ้มครองที่ครบกว่า
         การใช้รถยนต์ไฟฟ้าไม่เพียงช่วยลดมลพิษ แต่ยังต้องไม่ลืม “ต่อประกันรถยนต์ EV” ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน เพราะประกันรถ EV มีความคุ้มครองเฉพาะ เช่น ระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีมูลค่าสูง
    หากต้องการ ต่อประกันรถยนต์ออนไลน์ ง่าย ๆ ตรวจสอบเบี้ยได้รวดเร็ว และมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำตลอด 24 ชม.
    แนะนำใช้บริการกับ OOHOO.IO โบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ที่รวบรวมประกันรถยนต์จากหลายบริษัทไว้ในที่เดียวเปรียบเทียบได้ทันที คุ้มครองครบ จ่ายสบาย
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.oohoo.io/news/844-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2596-EV-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A2-%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2595-2025&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1863skc7iJlBqUueBOc6qu

  • แม่ฮ่องสอนเตรียมเปิดเทศกาล

    แม่ฮ่องสอนเตรียมเปิดเทศกาล

    วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.08 น.

    แม่ฮ่องสอน แถลงข่าวเตรียมเปิด เทศกาลดอกบัวตองบาน ดอยแม่อูคอ อย่างเป็นทางการ 11 พ.ย. 68 นี้ รองผู้ว่าฯ ชี้เป็นเอกลักษณ์สำคัญระดับประเทศ ด้าน อบต.แม่อูคอยืนยัน ดอกบานเต็มที่ปีนี้งดงามตระการตา พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวครบวงจร ทั้ง ประกวดธิดาบัวตอง มวยไทย 5 คืน ดนตรีเยาวชน และสินค้า OTOP เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสความงามเชิงอนุรักษ์ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปี

    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น.ที่ลานจุดชมวิววนอุทยานทุ่งบัวตอง คอยแม่ดูคอ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยว จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวโครงการส่งเสริการท่องเที่ยวเชิง กีฬา ดนตรีและศิลปะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศกาลดอกบัวตองบาน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีนางสาวริชญา ชะอุ่ม ท่องเที่ยวและกีฬาแม่ฮ่องสอน นายธารา ชมสมองเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ นายภาคภูมิ วารปรีดี ปลัดอำเภอกลุ่มงานควานมั่นคง ผู้แทนนายอำเภอขุนยวม และนายจำลอง จีโนเป็ง นายกเทศมนตรีตำบลขุนยวม ร่วมการแถลงข่าว

    โดยเทศกาลดอกบัวตองบาน ได้กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ดนตรีและศิลปะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568 นี้

    นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสองสอน กล่าวว่า เทศกาลดอกบัวตองบาน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญระดับจังหวัด และ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอขุนยวม โดยเฉพาะ “ดอยแม่อูคอ” ซึ่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และได้รับความนิยมจากนักท่อง เที่ยวทั้งขาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

    งานในปีนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานรากของประชาชนในพื้นที่ และเปิดให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านสินค้าชุมชน และ กิจกรรมส่งเสริมความสามารถด้านดนตรีของเยาวชน ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเสน่ห์ของแม่ฮ่องสอนได้อย่างครบถ้วน

    จังหวัดได้เตรียมการอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านความปลอดภัย การอำนวยความ สะดวกด้านคมนาคม การรักษาความสะอาดและการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนทุกท่านได้รับความประทับใจสูงสุด

    นายธารา ชมสมองเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อคอ กล่าวถึงความพร้อมของพุ่งดอกบัวตองตอยแม่อคอ ว่า “องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ดูคอ ได้ดำเนินการเตรียมความความพร้อมเพื่อรองรับ นักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมชมความงดงามของทุ่งดอกบัวตองในปีนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลทุ่งดอกบัวตองซึ่งเป็นสมบัติทางธรรมชาติอันล้ำของพวกเราชาชาวแม่ดูคอ ปีนี้ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม ดอกบัวตองมีการบานอย่างเต็มที่และพร้อมใจ สะพรั่งเหลืองอร่ามทั่วทั้งดอย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุก วัย เราได้จัดเตรียมพื้นที่จอดรถ เส้นทางเดินเท้า จุดชมวิว และพื้นที่ถ่ายภาพ เพื่อให้ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงดงามได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีการจัด ระเบียบร้านค้าในพื้นที่ให้สะอาด เป็นระเบียบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อ รักษาความสวยงามของพุ่งให้ยังยืน

    ทั้งนี้ เราได้ มุ่งมั่นในการอนุรักษ์ดอกบัวตองให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ในทุกฤดูกาล ด้วย ความร่วมมือจากชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งการดูแลความสะอาด การจัดการ ขยะ และการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ในนามของอบต.แม่ดูคอ ขอเรียนเชิญทุกท่านมาชมความงามของ “ทุ่งดอกบัว ตอง” ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีนี้และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่อง เที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยังยืน”

    นายภาคภูมิ วารปรีดี ปลัดอำเภอ กลุ่มงานความมั่นคง ผู้แทนนายอำเภอขุนยวมกล่าวถึงความพร้อมของสถานที่จัดงานว่า”อำเภอขุนยวม ได้ร่วมบูรณาการการ ทำงานกับทุกภาคส่วนในพื้นพื้นพื้นที่ เพื่อเตรียมสถาน ที่จัดงานเทศกาลทุ่งดอกบัวตองบานบนดอยแม่ อูคออย่างรอบด้าน โดยมุ่งนั้นทั้งความ ปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย และความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญปีนี้ เรามีการปรับปรุงเส้นทางขึ้นดอย จุด จอตรถ จุดชมวิว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ ให้พร้อมใช้งาน

    โดยเฉพาะ ในวันเปิด งานวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเป็นพิธีเปิด ที่มีความสำคัญ พร้อมนำเสนอกิจกรรมและการ แสดงอัตอัตลักษณ์ของชาวขุนยวมอย่างหลากหลาย สำหรับกิจกรรมงานรื่นเริงเทศกาลดอกบัว ตองบาน จะจัดขึ้น ณ บริเวณสนามบินเก่า อำเภอขุนยวม ระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน 2568 เป็นระยะเวลา 5 วัน 5 คืน โดยแต่ละวันจะมีกิจกรรมหมุนเวียนที่หลากหลาย ทั้งด้านวัฒนธรรม ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน และความบันเทิงครบครัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำทั้งบรรยากาศธรรมชาติและวัฒนธรรมนอกจากนี้ อำเภอขุนยวม ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร และภาคประชาชนอย่างพร้อมเพรียง เพื่อดูแลแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ นักท่องเที่ยว

    นายจำลอง จีโนเป็ง นายกเทศมนตรีตำบลขุนยวม ชี้แจงถึงถึงกิจกรรมภายในงานว่า “เทศบาลตำบลขุนยวมได้เตรียมกิจกรรมภายในงานอย่างหลากหลายและครอบคลุม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งด้านความบันเทิงวัฒนธรรรม และเศรษฐกิจชุมชน โดยกิจกรรมเด่นตลอด 5 คืน จะประกอบด้วย การประกวดธิดาบัวตองและธิดาจำแลง ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ทุกปี การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งพร้อมหางเครื่องในระดับเยาวขน เพื่อส่งเสริมศักยภาพ ด้านดนตรีของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปะแม่ไม้ มวยไทย ซึ่งจัดเต็มถึง 5 คืน คืนละ 6 คู่ พร้อมกิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงพื้น บ้านจากชุมชนต่าง ๆ และกิจกรรมคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคืน ภายในงานยังมีโชนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ชมชน สินค้า OTOP และอาหารพื้นเมือง

    นางสาววริชญา ชะอุ่ม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า”สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ให้ความสำคัญในการ ประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว โดยในปีนี้ได้ร่วมกับทุกหน่วยงาน ในการรับรองนักท่องเที่ยวอย่าง รัดกุม ทั้งในด้านความปลอดภัย การบริการ การควบคุมมาตรฐานสุขอนามัย รวมถึงการให้ ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน และเข้าถึงได้ง่าย มีการจัดตั้งจุดให้บริการข้อมูลท่องเที่ยว จัดทำแผนที่ จุดถ่ายรูป การแนะนำเส้นทาง การเชื่อมโยงกับท่องเที่ยวอื่น ๆ ในจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผน การเดินทางได้อย่างสะดวก

    นอกจากนี้ ยังประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อสังคม และเครือข่ายพันธมิตรด้านการท่อง เที่ยว เพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศได้เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน งานเทศกาลดอกบ้าตองบานปีนี้ ไม่เพียงแต่ เป็นโอกาสในการสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน และสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง

    ทั้งนี้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว จากทั่วประเทศ และชาวต่างชาติให้เดินทางมาร่วมงานเทศกาลดอกบัวตอง บานในปีนี้ มาชมความงดงามของธรรมชาติบนยอดดอยู่ มาสัมผัสวัฒนธรรรมที่ เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของชาวขุนยวม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนของพี่น้องในพื้นที่

    สำหรับทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ ในปีปีนี้บานสะพรั่งงดงาม เต็มท้องทุ่ง ท่ามกลางอากาศ บริสุทธิ์และทัศนียภาพที่ตระการตา เป็นช่วง เวลาทีเหมาะสมที่สุดในการเดินทางมาท่อง “มาแม่ฮ่องสอนแล้วคุณจะหลงรัก” เราพร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิต ขอเชิญมาร่วมสร้างความทรงจำอันงดงามร่วม กันที่ทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่ดูคอในปีนี้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/926092&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SmFQY-ugAcY3QilKHutcx

  • คนจีนเที่ยวเวียดนามแซงไทย ปัญหาจริงๆ คืออะไรกันแน่

    คนจีนเที่ยวเวียดนามแซงไทย ปัญหาจริงๆ คืออะไรกันแน่

    ไม่ใช่แค่จ่อ แต่รอบนี้โดนแซงไปแล้วจริงๆ คนจีนแห่เที่ยว ‘เวียดนาม’ จนจำนวนรวมแซงไทยไปแล้ว

    ในยุคก่อนโควิด 19 ประเทศไทยมี ‘นักท่องเที่ยวจีน’ มาเยือนปีละเกือบ 10 ล้านคน ถือเป็นอันดับ 1 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาติต่างๆ ที่เดินทางมาเที่ยวไทย แต่หลังแพนดามิกสิ้นสุด อะไรๆ ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป หนึ่งในนั้นคือ ‘ไทย’ เสียแชมป์เมืองยอดนิยมของชาวจีนไปให้กับ ‘ญี่ปุ่น’ ในปีก่อน

    ต่อมาสถานการณ์ ‘จีนเที่ยวไทย’ ก็มีแนวโน้มไม่ดีนัก เพราะลดลงจากราว 5-6 แสนคนต่อเดือนในปลายปีก่อน เหลือไม่ถึง 3 แสนคนในช่วงต้นปีนี้ 

    หลังจากนั้นก็ไม่มีดีขึ้น มีแต่แย่ลง เพราะล่าสุดคนจีนจะแห่เที่ยว ‘เวียดนาม’ จนแซงไทยแล้วเป็นที่เรียบร้อย

    คนจีนแห่เที่ยว ‘เวียดนาม’ จนแซงไทยแล้ว

    รายงานของ KResearch บอกว่า ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กรกฎาคม 2568) เมื่อเทียบ ‘จำนวนนักท่องเที่ยวจีน’ ในเวียดนามแซงหน้า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยเรียบร้อยแล้ว

    • โดยคนจีนเที่ยว ‘เวียดนาม’ รวมทั้งหมด 3.1 ล้านคน
    • และมีคนจีนเที่ยว ‘ไทย’ รวมทั้งหมด 2.7 ล้านคน
    • คนจีนเที่ยว ‘เวียดนาม’ เพิ่มขึ้น 46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
    • คนจีนเที่ยว ‘ไทย’ ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    สรุปง่ายๆ คือนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเวียดนามมากกว่าไทยราวๆ 4 แสนคน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าอาจเป็นการดิ่งลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยที่ -35% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเพิ่มขึ้นมากถึง 46%

    สถิตินี้กำลังสะท้อนอะไรให้เราเห็น และจริงๆ ไทยควรกังวลเรื่องอะไรกันแน่?

    จีนแห่เที่ยวเวียดนาม ส่วนใหญ่อาจเป็น ‘กรุ๊ปทัวร์’ ?

    ‘รศ. ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น’ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดอธิบายว่า หากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเป็นแค่ ‘เชิงปริมาณ’ และเป็น ‘กรุ๊ปทัวร์กำลังซื้อต่ำ’ ก็อาจยังไม่ใช่คู่แข่งที่น่ากลัวของไทย

    ตัวเลขของเวียดนามเป็นเพียงการรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่อหัว โดยนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามส่วนใหญ่เป็น ‘กรุ๊ปทัวร์กำลังซื้อต่ำ’ มักมีพฤติกรรมการใช้จ่ายต่อหัวไม่สูงมาก และมักเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เหตุที่สนใจเดินทางไปเวียดนามเยอะ เพราะนโยบายฟรีวีซ่าให้นักกรุ๊ปทัวร์ และค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าไทย

    ปัญหาจริงๆ คือความปลอดภัยต่างหาก

    ปัจจัยสำคัญจริงๆ ที่ทำให้ ‘คนจีนมาไทยน้อยลงมาก’ เพราะภาพจำแง่ลบเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีนักแสดง ‘หวัง ซิง’ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้เดินทางมาไทย ก่อนถูกส่งตัวไปเมียนมา

    ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งดำเนินการคือการยกระดับมาตรฐานเรื่องความปลอดภัย และจัดการปัญหาศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลบล้างภาพจำที่ไม่ดีและสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจีน

    “ถ้ายังไม่แก้ไขให้คนจีนมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย การทำอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้งต่างๆ ในช่วงปลายปีเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไทยนั้น ส่วนตัวมองว่าอาจจะไม่ได้ช่วยมากนัก ตราบใดที่คนจีนยังรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

    อีกเรื่องที่สำคัญคือการแก้ไขเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในไทยสูงขึ้นในสายตาต่างชาติ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันของไทยด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการส่งออก”

    ประเทศที่จีนไปเยอะสุดคือ ญี่ปุ่น

    นักวิชาการธรรมศาสตร์ อธิบายว่า จริงๆ ประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเที่ยวมากที่สุดคือ ‘ญี่ปุ่น’ แม้จะไม่ได้สิทธิฟรีวีซ่า แต่มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ระเบียบเรียบร้อย อยู่ใกล้จีน เดินทางง่าย ไฟล์ทบินเยอะ คมนาคมสะดวก และเงินเยนอ่อนค่า-แหล่งชอปปิ้งครบ

    จึงทำให้คนจีนนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นมากที่สุด ญี่ปุ่นจึงเป็นตลาดพรีเมี่ยมที่นักท่องเที่ยวจีนยินดีจ่าย แม้ค่าครองชีพในญี่ปุ่นจะแพงกว่าไทยหรือเวียดนาม

    ต้องเร่งพัฒนาความปลอดภัย ไม่ต้องแข่งชิงตลาดล่าง

    “ประเทศไทยควรใช้โอกาสนี้พัฒนาตนเองในด้านการท่องเที่ยวยกระดับในแนวทางของโมเดลญี่ปุ่น เป้าหมายของไทยจึงควรเป็นการพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และมีความพรีเมี่ยม มาท่องเที่ยวไทยได้ในราคาไม่สูงเท่าญี่ปุ่น แต่ได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน

    ดังนั้น ในการแก้เกมในเรื่องนักท่องเที่ยวจีนไปเวียดนามมากกว่าไทย คือ การสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และเน้นยกระดับการท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่การลงไปแข่งขันในตลาดล่างกับเวียดนามที่มุ่งเน้นจำนวนเชิงปริมาณของนักท่องเที่ยว”

    ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวจีนเท่านั้น แต่ นักท่องเที่ยว ‘มาเลเซีย’ ที่เป็น TOP2 ชาติที่มาเที่ยวไทยเองก็มาเที่ยวไทยน้อยลงเหมือนกัน แต่กลับไปเที่ยวประเทศอื่นมากขึ้น ซึ่งถูกมองว่าเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่แต่ละประเทศแข่งขันกันดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น ราคาสินค้าและบริการไทยแพง ค่าเงินบาทแข็ง รวมถึงประเด็น ‘ความปลอดภัย’ จากสารพัดข่าวในพื้นที่

    นอกจากนั้น เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ‘อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์’ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เองก็ออกมายอมรับกับหลายๆ สำนักข่าวว่า ข่าวสแกมเมอร์ในกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านกระทบกับความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อไทยด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ‘เกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่น’ อันเป็นตลาดสำคัญ 

    เพราะนอกจากจะมีพรมแดนเชื่อมต่อกันแล้ว ไทยก็ยังเป็นจุดต่อเครื่องไปยังหลายๆ ประเทศในอาเซียน สถานการณ์แบบนี้เลยไม่ได้กระทบแค่ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แต่อาจจะกระทบถึงรายได้ การลงทุน และเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย 

    แล้วคุณล่ะคิดว่าปัญหาจริงๆ ของ ‘ท่องเที่ยวไทย’ ตอนนี้คืออะไร ถ้าแก้ความปลอดภัย-สแกมเมอร์ได้ เราจะปลุกท่องเที่ยวไทยกลับมาได้อีกครั้งจริงไหม?

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/scammers-root-cause-of-thai-tourism-on-this-day/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qr9Skd6AmJKtveRA6EGG8

  • &

    &

    บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนี SET ไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มปรับขึ้นแบบ Sideway Up อยู่ในกรอบ 1,280-1,370 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการรัฐ “คนละครึ่งพลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ที่กระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในประเทศ พร้อมแนะกลยุทธ์การลงทุนเก็งกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงไฟฟ้ารับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) ว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวในลักษณะ “Sideway Up” อยู่ในกรอบประมาณ 1,280-1,370 จุด จากแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนจากภาครัฐ โครงการเที่ยวดีมีคืน ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยประชาชนสามารถขอคืนเงินจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและพักผ่อน

    โดยมีปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ นักลงทุนจับตาโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้แก่ กระทรวงการคลังเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้เป็น 2.4% จากเดิมคาด 2.2% ผลบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐอย่างคนละครึ่งพลัส และส่งออกขยายตัวดีโดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของ ภาครัฐ เช่น โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ “เที่ยวดีมีคืน” ในช่วงไตรมาส 4/2568

    นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนร่วมแก้หนี้ด้อยคุณภาพที่มียอดไม่เกิน 1 แสนบาทเพื่อปรับโครงสร้างหนี้และปลดล็อกเครดิตบูโร ผ่านการโอนซื้อของบริษัทบริหารสินทรัพย์ AMC โดยจะเปิดตัวโครงการวันที่ 11 พ.ย. นี้ ด้านภาคอุตสาหกรรม มีการรายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ระดับ 94.56 ขยายตัว 1.02%YoY ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 58.13% เนื่องจากยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

    ขณะเดียวกัน ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 14 พ.ย. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3/2568, วันที่ 17 พ.ย. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 3/68 และ แนวโน้มปี 2568, วันที่ 17 ธ.ค. กำหนดประชุมกนง. ครั้งที่ 6/2568 เป็นครั้งสุดท้ายของปี 2568 ส่วนปัจจัยต่างประเทศที่ยังเฝ้าติดตาม อาทิ วันที่ 5 พ.ย. ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีกำหนด ไต่สวนคดีมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่, วันที่ 9-10 ธ.ค. กำหนดประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และเดือนธ.ค.มีวันหยุดยาวในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ซึ่งนักลงทุนสถาบันมักปิดสถานะการลงทุน

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงไฟฟ้ารับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ: “เที่ยวดีมีคืน” หนุน MINT-ERW-CENTEL-AWC-BA-AAV ส่วน GULF-BGRIM-GPSC-EGCO-RATCH ได้แรงหนุนจาก Direct PPA ดึงลงทุน Data Center

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iezhgiwhgs3tcngp4ome3axeikzpec06&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw234dtOkfAbDzBbWGyrbIK9

  • ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงชี้ ‘ความปลอดภัย – สุขภาพ – มรดกไทย’ คือกุญแจยกระดับไทยสู่ Tourism Hub โลก

    ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงชี้ ‘ความปลอดภัย – สุขภาพ – มรดกไทย’ คือกุญแจยกระดับไทยสู่ Tourism Hub โลก

    เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไทยในงาน World Travel Market (WTM) 2025 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทรงฉายภาพอนาคตการท่องเที่ยวไทยที่ต้องมุ่งสู่ความยั่งยืน และทรงเน้นย้ำว่า “ประเทศไทยมีเสน่ห์อยู่แล้ว ทั้งธรรมชาติ วัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว”

    ‘Safe-Sure-Secure’ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

    ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงย้ำถึงความสำคัญสูงสุดของ ‘ความเชื่อมั่นและความปลอดภัย’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความยุ่งยาก

    “ประเทศไทยมีความหลากหลายและมีเสน่ห์โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของธรรมชาติ วัดวาอาราม ศิลปะ และวัฒนธรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว” ทูลกระหม่อมฯ ทรงเน้นย้ำ

    มาตรการที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่ามาแล้วจะปลอดภัย ไม่ตาย ไม่ถูกจับ หรือไม่ถูกหลอก ซึ่งรวมถึงการลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี และการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในทุกสถานที่ที่ทำได้

    นอกจากมาตรการทางเทคนิคแล้ว ทูลกระหม่อมฯ ยังทรงชี้ว่า ‘น้ำใจของคนไทย’ คือ Soft Power ที่แข็งแกร่งที่สุด

    “คนไทยมีเสน่ห์และมีน้ำใจอยู่แล้ว และเป็นเจ้าบ้านที่ดี เสน่ห์ของ ‘ยิ้มสยาม’ ยังคงไม่ล้าสมัย การดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีและมอบความปลอดภัย จะช่วยให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และทำให้การท่องเที่ยวประสบความสำเร็จมากขึ้นในปัจจุบันและอนาคต”

    โดยเฉพาะบทบาทของตำรวจท่องเที่ยวที่ทรงเน้นย้ำว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการดูแลและสร้างความอุ่นใจให้กับผู้มาเยือน

    Health & Wellness Destination: ไทยคือ ‘ฮับ’ สุขภาพที่เหนือกว่า

    สำหรับเทรนด์โลกที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทูลกระหม่อมฯ ทรงมองเห็นศักยภาพอันโดดเด่นของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและความงาม (Health & Wellness Destination) ที่ครอบคลุม ทั้งกายและใจ

    ทูลกระหม่อมฯ ทรงยกตัวอย่างความเข้มแข็งที่มาจากรากฐานของภูมิปัญญา เช่น แพทย์แผนไทย ยาไทย และ อาหารไทย ที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพซึ่งอุดมไปด้วยสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังรวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างการนวดแผนไทย และ ลูกประคบ ที่สามารถสร้างอาชีพให้กับคนไทยได้

    อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทรงเน้นย้ำคือ การรักษาพยาบาล เพราะโรงพยาบาลและวิทยาการทางการแพทย์ของไทยไม่แพ้ประเทศใหญ่ๆ อย่างอเมริกาหรืออังกฤษ และอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้ไทยเป็นที่นิยมอย่างสูงสำหรับบริการทางการแพทย์, การเสริมสวย และการแปลงเพศ

    ขณะเดียวกัน ทูลกระหม่อมฯ ทรงชี้ให้เห็นถึงมิติทางเศรษฐกิจว่า นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทางการแพทย์มักจะพาญาติมาด้วย ซึ่งญาติเหล่านี้มักเป็นนักท่องเที่ยวชั้นดีและร่ำรวย การผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง Health and Wellness Destination จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

    นอกจากนี้ ยังทรงยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่น่าสนใจ เช่น บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน และบ่อน้ำแร่ของจังหวัดระนอง โดยทรงเปรียบเทียบว่า ‘บ่อน้ำร้อนของไทยไม่แพ้ญี่ปุ่น โดยมีข้อดีคืออากาศอุ่นกว่า’

    ‘พระพันปีหลวง’ ทรงเป็นผู้นำทางวัฒนธรรม ผู้ฟื้นฟูมรดกชาติ

    ทูลกระหม่อมหญิงฯ ได้ทรงให้ความสำคัญกับบทบาทของสมเด็จพระพันปีหลวงในการเป็นผู้นำทางด้านการส่งเสริมวัฒนธรรม และเผยแพร่เสน่ห์ไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานของ Soft Power ไทยที่หยั่งรากลึก

    ทูลกระหม่อมฯ ทรงชี้ว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสามารถของชาวบ้านในการทอผ้าและหัตถกรรมที่เกือบจะสูญหายไปแล้ว และทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ เช่น ผ้าไหม, ถมทอง, และงานจักสาน การสนับสนุนของพระองค์ช่วยสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านอย่างยั่งยืน และทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กลายเป็นสินค้าที่ได้ส่งออกในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีการอนุรักษ์โขน และผลักดันให้สู่มรดกโลก

    “โขนเป็นศิลปะชั้นสูงที่จัดยากและค่าใช้จ่ายสูง ทำให้การแสดงลดลง แต่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงสนับสนุนโขนอย่างยิ่ง โดยจัดเป็นโขนพระราชทาน มีการพัฒนาชุดโขน และพัฒนาการแต่งหน้าโขนให้มีลักษณะเฉพาะ”

    ความพยายามของพระองค์ทำให้โขนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งทูลกระหม่อมฯ ทรงแสดงความยินดีที่ปัจจุบัน ‘เด็กไทยหลายคนอยากมาเต้นโขน’ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงเสน่ห์ของความเป็นไทยที่ได้รับการสืบสานอย่างต่อเนื่อง

    ‘เสน่ห์ไทย’ เข้ากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

    ทูลกระหม่อมหญิงฯ ทรงเน้นย้ำถึงแนวทางที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าอย่างบูรณาการ โดยใช้เสน่ห์และความหลากหลายที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดด้วยการ สร้างความปลอดภัย ให้เป็นมาตรฐานโลก, ยกระดับ Health & Wellness ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง, และ สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ที่จะสร้างอัตลักษณ์อันแข็งแกร่งและโอกาสทางอาชีพให้กับคนไทยทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/safety-health-heritage-tourism/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V9Lt-16ZCJ-ZaSrz96JeE

  • อุทยานเขาใหญ่ ปรามอินฟลู ไปถ่ายทำรบกวนสัตว์ป่าในช่วงหากิน | TOPNEWS

    อุทยานเขาใหญ่ ปรามอินฟลู ไปถ่ายทำรบกวนสัตว์ป่าในช่วงหากิน | TOPNEWS

    อุทยานเขาใหญ่ ปรามอินฟลู ไปถ่ายทำรบกวนสัตว์ป่าในช่วงหากิน

    • เผยแพร่ : 06/11/2025 18:16

    นครราชสีมา-อุทยานเขาใหญ่ ขันน็อต เอาจริงผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอุทยานฯ ปรามกลุ่มคนทำสื่อออนไลน์ อินฟลู ไปรบกวนถ่ายทำ ช้าง และสัตว์ป่า ดีเดย์เอาจริง 1 มกราคมนี้

    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่หอประชุมนนทรีย์ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ร่วมกับ นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายคมสันต์ สุมะนาถ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก นายพฤฒิ เกิดชูชื่น คณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นางสาวชญาภา ไชยวุฒิ นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 จังหวัดนครราชสีมา สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยวนครราชสีมา สถานีรายงานเขาเขียว กองทัพอากาศ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ไกด์นำเที่ยว ในจังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก ร่วมประชุมปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินกิจการเพื่อการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

    นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า การประชุมระดมความคิดเห็นในวันนี้ เพื่อขอความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้ใช้สื่อออนไลน์ ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของกรมอุทยานฯ เพราะที่ผ่านมา เกิดปัญหาในหลายมิติ โดยเฉพาะปัญญาช้างป่ากับการไปถ่ายรูป ถ่ายคลิปวีดีโอ จนไปรบกวนสัตว์ป่าในช่วงหากิน

    สำหรับในปี 2568 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มียอดนักท่องเที่ยว 2,141,305 คน ดังนั้นเพื่อให้การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และรบกวนการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าน้อยที่สุด จึงควรมีการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ..2562 ตลอดระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวกับกิจกรรมการเข้ามาท่องเที่ยวในอุทยานฯ อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ในการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงอุนรักษ์ให้เป็นไปตามและสิทธิภาพสูงสุด

    นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต้องบริหารจัดการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ มีความจำเป็นได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เข้ามามีส่วนดูแลและรักษา แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้ามาใช้บริการเพื่อการท่องเที่ยวในอุทยานฯ เขาใหญ่ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ด้วยการเข้าไปในอุทยานฯ พศ.2563 เพราะมีคนบ้างคนมีพฤติกรรมไปรบกวนสัตว์ป่า อย่าง ช้างป่า รวมถึงการนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงให้กลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มาให้ความรู้ข้อกฎหมาย และบทลงโทษ ตั้งแต่เดือนนี้ ถึงธันวาคม จะเริ่มว่ากล่าวตักเตือน และจะเริ่มบังคับใช้กฏหมาย 1 มกราคม 2569.

    ภาพข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย .สุรินทร์

    3

    577869438_865662805891836_7452324929692789939_n

    โฆษกทบ.ยันข่าว กองทัพเตรียมปล่อยเชลยศึกกัมพูชา เรื่องจริง เหตุผลเพราะ ทหารเขมรถอนอาวุธหนัก ไม่ขัดขวางเก็บกู้ทุ่นระเบิด

    บช.ศ. เปิดเวที ‘บุหรี่ไฟฟ้าคือภัย หมวกนิรภัยคือทางรอด’ ป้องเยาวชนไทย

    ภูเก็ตบูรณาการเข้ม จับชาวต่างชาติป่วนเมือง ติดสติกเกอร์โฆษณาสิ่งเสพติด

    รพ.ตำรวจ เชิญร่วมงาน “สานต่อความสำเร็จ ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ครบ 200 ราย”

    คณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ มอบกรมศิลปากรดำเนินการจัดสร้างพระเมรุมาศฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569

    ภูเก็ตเดินหน้าพัฒนา “สนามบินระยะที่ 2” เพิ่มศักยภาพรองรับผู้โดยสารทะลุ 18 ล้านคนต่อปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1381389&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fYgWydSNKTLubjcYbZ51T

  • แม่ฮ่องสอน แถลงจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ

    แม่ฮ่องสอน แถลงจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ

    ภูมิภาค

    แม่ฮ่องสอน แถลงจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ

    วันพฤหัสบดี ที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่ลานจุดชมวิว วนอุทยานทุ่งบัวตอง ดอยแม่อูคอ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ดนตรีและศิลปะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน กิจกรรมหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศกาลดอกบัวตองบาน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนางสาววริชญา ชะอุ่ม ท่องเที่ยวและกีฬาแม่ฮ่องสอน นายธารา ชมสมองเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ นายภาคภูมิ วารปรีดี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง ผู้แทนนายอำเภอขุนยวม และนายจำลอง จิโนเป็ง นายกเทศมนตรีตำบลขุนยวม ร่วมการแถลงข่าว โดยเทศกาลดอกบัวตองบาน ได้กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง กีฬา ดนตรีและศิลปะ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2568
               
    รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า “เทศกาลดอกบัวตองบาน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญระดับจังหวัด และ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอำเภอขุนยวม โดยเฉพาะ “ดอยแม่อูคอ” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
                
    การจัดงานในปีนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานรากของประชาชนในพื้นที่ และเปิดพื้นที่ ให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งพิธีเปิด กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านสินค้าชุมชน และกิจกรรมส่งเสริม ความสามารถด้านดนตรีของเยาวชน ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเสน่ห์ของแม่ฮ่องสอนได้อย่างครบถ้วน
               
    ทั้งนี้จังหวัดได้เตรียมการอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านคมนาคม การรักษาความสะอาด และการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง ต่าง ๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนทุกท่านได้รับความประทับใจสูงสุด
               
    สำหรับทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอ ในปีนี้บานสะพรั่งงดงาม เต็มท้องทุ่ง ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ และทัศนียภาพที่ตระการตา เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยว “มาแม่ฮ่องสอน…แล้วคุณจะหลงรัก” เราพร้อมต้อนรับทุกท่านด้วย รอยยิ้มและไมตรีจิต ขอเชิญมาร่วมสร้างความทรงจำอันงดงามร่วม กันที่ทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอในปีนี้”
        

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/453304&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1F8gdkuuNlbyGo-epUK2Pb

  • “ป.ป.ช.” ชี้มูล “อดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว” คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องเล่น 8 ล้าน ใช้วิธีพิเศษเอื้อเอกชน

    “ป.ป.ช.” ชี้มูล “อดีตอธิบดีกรมการท่องเที่ยว” คดีทุจริตจัดซื้อเครื่องเล่น 8 ล้าน ใช้วิธีพิเศษเอื้อเอกชน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108618&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pbfddrEckhAwTYgjQm50Y