Category: ท่องเที่ยว

  • “ธรรมนัส” นำทีมพารัฐมนตรี“กล้าธรรม” บุกชายแดนใต้ เตรียมปั้น “สุไหงโก-ลก”ศูนย์กลางท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส” นำทีมพารัฐมนตรี“กล้าธรรม” บุกชายแดนใต้ เตรียมปั้น “สุไหงโก-ลก”ศูนย์กลางท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส” นำทีมพารัฐมนตรี“กล้าธรรม” บุกชายแดนใต้ เตรียมปั้น “สุไหงโก-ลก”ศูนย์กลางท่องเที่ยว

    “ธรรมนัส” นำทีม ครม. “กล้าธรรม” ยกคณะบุก “สุไหงโก-ลก” ปลุกท่องเที่ยวชายแดนใต้ ประชาชนแห่ต้อนรับแน่นลานสนามกีฬา 

    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ลานคนเดินสนามกีฬามหาราช เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่จากพรรคกล้าธรรมลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางประชาชนกว่า 1,000 คน ที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น โดยมาเปิดโครงการเร่งรัดผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวเพื่อควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า สนองพระปณิธาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ โดยมุ่งเน้นการลดจำนวนสัตว์จรจัด ตัดวงจรโรคระบาด และสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงชายแดนใต้

    ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้คือการลงมาฟังประชาชนจริง ๆ และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คณะรัฐมนตรี 5 คน จาก 4 กระทรวง ลงพื้นที่สุไหงโก-ลกพร้อมกันขนาดนี้ พร้อมยืนยันว่าทุกปัญหาที่สะท้อนมาจะถูกสั่งการและแก้ไขทันที ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน การเกษตร การศึกษา การพัฒนาสังคม และการท่องเที่ยว โดยได้มอบหมายภารกิจให้กระทรวงศึกษาธิการช่วยผลักดันการเรียนรู้และอาชีพในพื้นที่ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ดูแลกลุ่มเปราะบาง คนชรา ผู้พิการ

    ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า ในฐานะที่กำกับการท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นประธานบอร์ดบริหารกองทุนกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการหารือแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวไว้แล้ว เราจะส่งเสริมให้ สุไหงโกลก, สุคิริน และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ กลับมามีชีวิตชีวา เราจะทำให้กลับมาเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดนที่คึกคักอีกครั้ง เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมไทย–มาเลเซีย สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน และในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะมาร่วมงาน Countdown กับพี่น้องชาวสุไหงโก-ลก เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชายแดนใต้

    ทั้งนี้ บรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนหลายพันคนต่างรอให้กำลังใจ ร.อ.ธรรมนัส อย่างอบอุ่น พร้อมกันตะโกน “ผู้กองธรรมนัสสู้ ๆ” และเสียงปรบมือดังกึกก้องทั่วลานสนามกีฬา และมีป้ายผ้าที่เขียนข้อความให้กำลังใจ อาทิ “มารไม่มี บารมีไม่เกิด ธรรมนัสย่อมชนะอธรรม สู้ ๆ”  จากนั้นประชาชนได้มอบดอกกุหลาบและขอถ่ายรูปกับคณะรัฐมนตรีเป็นจำนวนมาก 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2894395&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lbu8S268sDCISxIlgh03L

  • ‘ชนินทร์’ จี้รัฐบาลเร่งปลดล็อกเวลาขายแอลกอฮอล์ หวั่นเสียโอกาสไฮซีซั่น

    ‘ชนินทร์’ จี้รัฐบาลเร่งปลดล็อกเวลาขายแอลกอฮอล์ หวั่นเสียโอกาสไฮซีซั่น

    ‘ชนินทร์’ จี้รัฐบาลเร่งปลดล็อกเวลาขายแอลกอฮอล์ หวั่นเสียโอกาสไฮซีซั่น

    นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้วตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนบทบาทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ให้สามารถเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจได้โดยมีการควบคุมผลกระทบทางสังคมไปพร้อมกัน 

    ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ประกาศเมื่อวัน 16 พ.ย.2535 ที่ล็อคไม่ให้มีการอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ที่สังคมส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นมาตรการการควบคุมการจำหน่ายแบบเหมารวม เกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน 

    เมื่อประกาศฉบับนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลเร่งปลดล็อคประกาศสำนักนายกที่ออกตามกันมา เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว สามารถมีความต่อเนื่องทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยยังสามารถมีมาตรการควบคุมผลกระทบที่เหมาะสมได้

    ‘ชนินทร์’ จี้รัฐบาลเร่งปลดล็อกเวลาขายแอลกอฮอล์ หวั่นเสียโอกาสไฮซีซั่น

    นายชนินทร์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้ออกแบบให้สามารถกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาคได้ เปิดให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการภายในจังหวัดที่มีส่วนร่วมของราชการภูมิภาค องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนและภาคสังคมที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมต่างๆ ทั้งเรื่องเวลาจำหน่าย สถานที่จำหน่าย และมาตรการในการคัดกรองผู้ซื้อและควบคุมผลกระทบได้

    ซึ่งจะทำให้แต่ละจังหวัดสามารถมีมาตรการที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ได้ เช่น ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตอาจมีมาตรการที่ผ่อนคลายกว่า ในขณะที่จังหวัดที่มีผู้อาศัยเป็นชาวมุสลิมมาก ก็อาจมีมาตรการที่เข้มข้นกว่าได้ เป็นต้น

    นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ยังมีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับยุคสมัยในหลายมิติ รวมถึงเรื่องการเปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือสุราชุมชน ที่จากเดิมไม่มีช่องทางในการสื่อสารผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ผู้บริโภครู้จัก สามารถประชาสัมพันธ์ตัวเองได้มากขึ้นด้วย

    ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องรอกฎหมายระดับรองที่ทางฝ่ายบริหารต้องตราออกมาก่อน แต่กลับไม่เห็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเริ่มดำเนินการ แม้แต่คณะกรรมการฯก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง จนภาคเอกชนต้องออกมาทวงถาม เพราะห่วงว่าจะถูกเตะถ่วงให้ล่าช้า และเสียโอกาสในช่วงไฮซีซั่น (High Season) ของการท่องเที่ยวปลายปีนี้

    “รายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคการท่องเที่ยว การปลดล็อคข้อจำกัดให้ภาคธุรกิจ จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ผมขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามฉันทามติที่สภาให้ไว้ อย่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชามครับ ประเทศเสียโอกาสจากทุกวันที่ท่านทำเสียไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/733177&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IbWAPZf6P4xfILqVkolN5

  • นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคักเที่ยวเกาะ | TOPNEWS

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคักเที่ยวเกาะ | TOPNEWS

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคักเที่ยวเกาะช้าง,ปลายปีห้องพักจองแล้ว 80% ระบุเปิดกิจกรรมวิ่ง Koh Chang Bikini Run “ก้าวนี้ เพื่อแม่ของแผ่นดิน”,ส่วนอ.เกาะกูดนักท่องเที่ยวปกติ แต่ต่างชาติลดห่วงสู้รบไทย:กัมพูชา เหตุประกันไม่จ่ายหากเกิดอันตราย

    จ.ตราด/นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ตราด เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตราดมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ซึ่งจะเห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะช้างที่ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาวันละ 3-4,000 คัน หากเป็นช่วงวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดยาวจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 คน/วัน และในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเรื่อยๆและเริ่มหนาตาขึ้นหลังเทศกาลลอยกระทง ซึ่งสะท้อนจากจำนวนห้องพักที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจองเข้ามาพักเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มี 40-50%แล้ว ส่วนในช่วงเดือนต้นธันวาคม-ปลายธันวาคมมีเพิ่มขึ้นถึง 80%แล้ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปยังกังวลกับปัญหาการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เนื่องจากบริษัทประกันไม่รับทำประกัน ซึ่งความจริงแล้วหากเป็นอุบัติเหตุปกติสามารถเครมได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อยากแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบด้วยว่า จังหวัดตราดและทุกเกาะในทะเลตราดสามารถท่องเที่ยวโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

    “ผมมั่นใจว่านักท่องเที่ยวทุกคนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจะได้รับความปลอดภัย เพราะสถานการณ์สู้รบไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตราด สามารถเดินทางเข้ามาได้ อีกทั้งในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ทางสมาคมฯและอบจ.ตราดร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดจะร่วมกันเปิดแถลงข่าวเปิดฤดูท่องเที่ยวจังหวัดตราดและเกาะช้างอย่างเป็นทางการ และทางสมาคมฯได้จัดกิจกรรมทุกปี แต่ปีนี้มีการปรับเปลีทยนให้เข้ากับสถานการณ์ของประเทศ จึงจัดวิ่ง Koh Chang Bikini Run “ก้าวนี้ เพื่อแม่ของแผ่นดิน”,เพื่อน้อมไว้อาลัยพระพันปีหลวงด้วย”

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.ตราดกล่าวอีกว่า ในช่วงปลายปีนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวตราดเติบโตสูงขึ้น จากแรงการกระตุ้นของรัฐบาลทั้งการท่องเที่ยวเมืองรอง(ตราดอยู่ในเมืองรอง) แต่อยากจะแก้เป็นตราดเมืองต้องลอง(รอง)มากกว่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา ซึ่งยอมรับว่าปลายปี 2568 นักท่องเที่ยวจะเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดเพิ่มมากกว่าปี 2567 ซึ่งช่วงลอยกระทงที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดตราดเพิ่มมากขึ้น

    ด้านนายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการเรือโดยสารบุญศิริ ที่เดินทางไปยังอำเภอเกาะกูด (เกาะกูด และเกาะหมาก) เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางมายังอำเภอเกาะกูดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีการจองเทีทยวเดินทางมายังจ.ตราดและลงไปเที่ยวในเกาะกูดและเกาะหมากเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจากปี 2567 แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มลดลงอย่างมีนัยยะ จากความกังวลของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังกลัวในเรื่องสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วในพื้นทีทจังหวัดตราดไม่มีสถานการณ์สู้รบเพียงแต่ฝ่ายความมั่นคงยังประกาศให้จ.ตราดเป็นเขตกฏอัยการศึกอยู่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติ(ยุโรป)ยังติดเรื่องนี้อยู่และส่งผลกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวยุโรปไม่กล้าที่จะเดินทางมาเกาะกูด เกาะหมาก หรือเกาะช้าง เนื่องจากเกรงกลัวจะเกิดสถานสถานการณ์ขึ้นหรือไม่ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง แต่ที่เดินทางมาก็เพราะเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งยอมรับว่าที่ลดลงจะเห็นจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาแบบเเพคเกจลดลงไปบ้างราว 30% แต่สาเหตุอาจจะมาจากการแข่งขันทางธุรกิจที่มีการแย่งนักท่องเที่ยวไปเช่นกัน

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ – ญาณี แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1384373&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yqqVzIZtJQdXOaWOJOHGn

  • อบจ.นครปฐม เปิดประตูท่องเที่ยว ชวน “ยลวิถี อิ่มบุญ” สร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    อบจ.นครปฐม เปิดประตูท่องเที่ยว ชวน “ยลวิถี อิ่มบุญ” สร้างเศรษฐกิจฐานราก | TOPNEWS

    อบจ.นครปฐม เปิดประตูท่องเที่ยว ชวน “ยลวิถี อิ่มบุญ” สร้างเศรษฐกิจฐานราก

    • เผยแพร่ : 09/11/2025 12:32

    อบจ.นครปฐม นำประชาชนลุย 4 วัดดังกำแพงแสน สานต่อโครงการ “ไหว้พระ อิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม”  ฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังยุคโควิด”​

    วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม (อบจ.) จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งสำคัญ ตามโครงการ “ไหว้พระ อิ่มบุญ พาเที่ยวชุมชน ยลวิถี กินของดีเมืองนครปฐม” ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยนำพี่น้องประชาชนร่วมเดินทางตามรอยศรัทธาและวิถีชีวิตชุมชนในเส้นทางสายอำเภอกำแพงแสน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและความอิ่มเอมใจ

    ​ โดยมุ่งเน้นการเดินทางแสวงบุญใน 4 วัดศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ วัดรางหมัน, วัดไร่แตงทอง, วัดหนองพงนก, และวัดสระมงคล เพื่อให้ประชาชนได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเสริมสิริมงคล จากนั้นจึงเปลี่ยนบรรยากาศสู่การ “ยลวิถีและกินของดี” ด้วยการแวะชมและชิมความอร่อยที่ วรรณวนัชเบเกอรี่ และปิดท้ายด้วยการพักผ่อนจิบกาแฟที่ ร้านกาแฟ Poss Coffee ซึ่งเป็นการส่งเสริมสินค้าและบริการของผู้ประกอบการในท้องถิ่นโดยตรง

    ซึ่งการเดินทางในครั้งนี้นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม แม้จะไม่ได้ร่วมเดินทางด้วยตัวเอง จึงได้มอบหมายให้ นายสมยศ สุขตะโก รองประธานสภา อบจ. พร้อมด้วย นายชรินทร์ ศรีศิริวัฒน์ และ นายธนพันธ์ โชคดำรงสุข (สมาชิกสภา อบจ. เขต อ.กำแพงแสน) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบจ. นำทีมต้อนรับและอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

    ​ตัวแทน อบจ.นครปฐม กล่าวขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งวัดวาอาราม สถานที่ท่องเที่ยว และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างคับคั่ง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว TopNews ทั่วไทย จ.นครปฐม

    SOCAIL 16-91 copy 2

    5

    ด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกสร้าง “อันดับแรก” เขียนบทใหม่ในอนาคตของความสัมพันธ์จีน-ไทย

    รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลอบเข้าไทยขนซิมการ์ดจากเขมร 1,000 ซิม หวังนำส่งให้นายจ้างที่เมียวดี

    สหรัฐคว่ำบาตรประชุมจี-20 ที่แอฟริกาใต้

    สุมทรสาคร///สานฝันเยาวชนสู่ทักษะกีฬาอาชีพ

    ฟงวองทวีกำลังขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นแล้วเช้านี้

    สหรัฐสั่งระงับเที่ยวบิน 1,460 ไฟล์ทต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1384338&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Iu7uUzmXi3qiB6Is7SOxh

  • “เทศกาลหนังเมืองกาญจน์ ครั้งที่ 4” เปิดฉากยิ่งใหญ่ ดันกาญจน์สู่ “City of Film” องค์การยูเนสโก | TOPNEWS

    “เทศกาลหนังเมืองกาญจน์ ครั้งที่ 4” เปิดฉากยิ่งใหญ่ ดันกาญจน์สู่ “City of Film” องค์การยูเนสโก | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 09/11/2025 10:18

    เทศกาลหนังฯ ณ สวนไทรโยค รีสอร์ท จัดเต็มกิจกรรมตลอดเดือน พ.ย. 68 ชูเสน่ห์ธรรมชาติ-ประวัติศาสตร์ หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว และสานฝันสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ระดับโลก!​

    ​วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด “เทศกาลหนังเมืองกาญจน์ ครั้งที่ 4” อย่างเป็นทางการ ณ สวนไทรโยค รีสอร์ท อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายเอกฉัตร สุนทรหัทยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนไทรโยค รีสอร์ท ในฐานะประธานการจัดงานฯ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของการจัดงาน

    ​พิธีเปิดเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี, นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น, ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์, สื่อมวลชน รวมถึงศิลปินดาราที่มาร่วมกิจกรรมเดินพรมแดง สร้างสีสันให้กับงาน​

    นายเอกฉัตร สุนทรหัทยา เปิดเผยว่า การจัดงานเทศกาลหนังเมืองกาญจน์ในครั้งที่ 4 นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายของจังหวัดในการผลักดันให้กาญจนบุรีเป็น “เมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก” (Kanchanaburi City of Film) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อประชาสัมพันธ์ความสวยงามของจังหวัดที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถานที่ทางประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อาทิ ทางรถไฟสายมรณะและถ้ำเชลยศึก ให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศได้สัมผัส

    ​”ในการจัดงานครั้งนี้ ได้ยกระดับความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือจากเครือข่ายด้านภาพยนตร์จากต่างประเทศ โดยตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน จะมีการจัดฉายหนังกลางแปลงท่ามกลางบรรยากาศขุนเขาและแม่น้ำ วันละ 2 เรื่อง” นายเอกฉัตร กล่าว

    ​กิจกรรมภายในงานจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2568 ณ สวนไทรโยค รีสอร์ท ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์, กิจกรรมเดินพรมแดงของศิลปินดาราและหน่วยงาน, การแสดงดนตรีจากศิลปิน, การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองด้านภาพยนตร์จากผู้ทรงคุณวุฒิและภาคีเครือข่าย, รวมถึงการฉายทีเซอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้สู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของจังหวัด​

    และที่สำคัญยิ่ง ทุกวันก่อนการฉายหนังกลางแปลง จะมีการจัดกิจกรรมถวายความอาลัย ธ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้อีกด้วย

    ธบดี ศรีวิเชียร ผู้สื่อข่าว TopNews ทั่วไทย จ.กาญจนบุรี

    SOCAIL 16-9_2ok-Recovered-Recovered-Recovered

    SOCAIL 16-91 copy 2

    ศอ.บต. ดัน “เบตง” ศูนย์กลางการค้าชายแดนใต้ ผ่านมหกรรม Deep South Connect ครั้งที่ 3

    ด้วยจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกสร้าง “อันดับแรก” เขียนบทใหม่ในอนาคตของความสัมพันธ์จีน-ไทย

    รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ลอบเข้าไทยขนซิมการ์ดจากเขมร 1,000 ซิม หวังนำส่งให้นายจ้างที่เมียวดี

    สหรัฐคว่ำบาตรประชุมจี-20 ที่แอฟริกาใต้

    สุมทรสาคร///สานฝันเยาวชนสู่ทักษะกีฬาอาชีพ

    ฟงวองทวีกำลังขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นแล้วเช้านี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1384235&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_Uuq0Xm-vN11402gQ0jit

  • เชียงใหม่เตรียมพัฒนาถนนคนเดิน หวังสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    เชียงใหม่เตรียมพัฒนาถนนคนเดิน หวังสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

    จังหวัดเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลัก ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศรวมถึงประชาชนในพื้นที่ หนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบโดยเฉพาะชาวต่างชาติและเป็นพื้นที่ที่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทำมาหากินค้าขายก็คือถนนคนเดิน ที่ให้คนเดินเท้าได้เดินชมสินค้า พูดคุย ชิมอาหาร และเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและสบายๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์และสินค้าเฉพาะถิ่นที่แตกต่างกันออกไป

    โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้มีความตั้งใจที่จะยกระดับถนนคนเดินในจังหวัดเชียงใหม่ให้ดีกว่าเดิม หวังที่จะสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เดินหน้าเผยแพร่องค์ความรู้ภายใต้ชื่องาน “เตียวม่วน ชวนแอ่ว ถนนคนเดินล้านนา” เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาแนวทางการพัฒนา “ถนนคนเดินต้นแบบภาคเหนือ” ภายใต้โครงการ “ศึกษาศักยภาพการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวย่านถนนคนเดินและสินค้าบริการทางการท่องเที่ยว”

    เพื่อเป็นต้นแบบในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเชิงวัฒนธรรม ผ่านอัตลักษณ์ที่โดดเด่น ประสบการณ์อันมีคุณค่า และเรื่องเล่าที่มีความหมายของชุมชนอย่างเป็นระบบ อันนำไปสู่การกระจายตัวและความถี่ในการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวอย่างยั่งยืน

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo01.jpg

    วีรพงษ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ถนนคนเดินของจังหวัดเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของตนเองออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน เรียกดูว่าเป็นสิ่งที่ผูกพันและทำกันมาอย่างยาวนาน

    “ส่วนตัวมองว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับสากล มีความโดดเด่นด้านแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ถนนคนเดินของจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่ห้ามพลาด เมื่อเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวจะได้จับจ่ายใช้สอยในเรื่องของอาหาร ของใช้ และของที่ระลึกแล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ไปพร้อมๆ กัน”

    “ดังนั้นหากสามารถพัฒนาให้เป็นระบบมากขึ้น แล้วก็จะเติมเต็มถนนคนเดินเชียงใหม่ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เป็นถนนคนเดินต้นแบบที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างภาคภูมิใจ”

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ด้าน วัชรายุธ์ กัววงศ์ ผอ.ททท.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ถนนคนเดินเชียงใหม่ตอนนี้ถือว่ายังนิ่งๆ แต่ในความนิ่งคนก็ยังสนใจ แต่ก็ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ด้วยเช่นกัน อะไรที่ดีก็ต้องเก็บเอาไว้อะไรที่ต้องเปลี่ยนก็ต้องมีการปรับ ตามสมควรให้มีความยั่งยืนเกี่ยวกับทั้งพ่อค้าแม่ค้าและชุมชน บางคนมองว่ามันก็เดิมๆ อยากจะชวนมองออกเป็น 2 มิติ

    “มิติแรกคือ สิ่งที่มีอยู่แล้วที่ว่ามากี่ครั้งก็เหมือนเดิม ก็ถือว่าเป็นความยั่งยืนที่เป็นเอกลักษณ์เช่นวัด หรือการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชุมชนให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยว อะไรที่อยู่มานานแสดงว่าจุดนี้คือความมีเสน่ห์ของจังหวัดเชียงใหม่”

    “อีกมิติหนึ่งก็คือการที่เติมอะไรขึ้นมาเพื่อให้ตอบสนองกับยุคสมัยใหม่ที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ตัวนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ได้มีการเพิ่มเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยว ทั้งการตกแต่งสถานที่ สร้างระเบียบที่เกิดจากชุมชนและพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงนักท่องเที่ยว ทำให้ทุกอย่างครบวงจรและแต่งเติมสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีอยู่แล้วให้มากยิ่งขึ้น”

    “หวังว่าการจะต่อยอดให้ถนนคนเดินของจังหวัดเชียงใหม่ได้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นและเป็นต้นแบบของถนนคนเดินต่อไปในพื้นที่อื่นๆของเมืองไทย จะสร้างเศรษฐกิจดีขึ้น นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น โดยที่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพก็คือมาท่องเที่ยวและเรียนรู้ แถมใช้จ่ายกระจายสู่ชุมชน จุดนี้ก็จะเป็นความยั่งยืนที่จะสร้างต่อไปในอนาคต” วัชรายุธ์ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ถนนคนเดินสันกำแพง ซึ่งจัดทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 13:00 น. ถึงเวลาประมาณ 21:00 น. พบว่าบรรยากาศในช่วงนี้ที่อยู่ในฤดูหนาวและอยู่ในช่วงไฮซีซั่นมีผู้คนมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย และประชาชนในพื้นที่อำเภอสันกำแพงและพื้นที่ใกล้เคียง ในบางวันก็จะมีการแสดงของกลุ่มเยาวชนหรือกลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นลักษณะการแสดงแบบล้านนา หรือเป็นการแสดงเพื่อระดมทุนเกี่ยวกับการศึกษา หรือกิจกรรมจิตอาสา

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

    สำหรับสินค้าก็จะมีให้เลือกหลากหลาย มีทั้งสินค้าร่วมสมัยและสินค้าที่เป็นของพื้นบ้าน ผู้คนก็มักจะเดินเที่ยวพูดคุยบางร้านก็มีที่นั่งเล็กๆ ให้นั่งรับประทานอาหาร แถมถนนคนเดินแห่งนี้ยังอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองอำเภอสันกำแพงซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจทำให้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo05.jpg

    อีกหนึ่งแห่งคือถนนคนเดินท่าแพในอำเภอเมืองเมืองเชียงใหม่ เปิดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น.  ซึ่งจะเป็นถนนคนเดินที่มีขนาดใหญ่และกว้างกว่าถนนคนเดินสันกำแพง พื้นที่นี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากที่เดินทางมาท่องเที่ยวและจับจ่ายใช้สอยทั้งอาหารและของที่ระลึก

    อีกหนึ่งเสน่ห์ของถนนคนเดินท่าแพ ก็คือจะมีวัดหลายวัดเข้ามาเกี่ยวข้องใช้เป็นพื้นที่ในการขายของและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากจะได้ท่องเที่ยวแล้วยังได้สัมผัสบรรยากาศของวัดในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ไปในตัวด้วย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายคนก็ได้มีการไลฟ์สดหรือบันทึกวิดีโอการเดินเล่นภายในถนนคนเดินแห่งนี้

    พ่อค้าแม่ค้าในถนนคนเดินทั้งสองแห่ง ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ในตอนนี้หากสามารถพัฒนาและต่อยอด ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวได้มากขึ้นก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ไปในตัว

    “ถนนคนเดินจะเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยและเดินเล่นยาวไปถึงช่วงเวลากลางคืน ก็จะเป็นการเพิ่มจำนวนวันที่นักท่องเที่ยวอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ได้อีก ก็คาดหวังว่าจะมีการเร่งศึกษาและดำเนินการในเร็ววันเพื่อให้ถนนคนเดินของจังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้นและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน”

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street-SPACEBAR-Photo08.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-is-preparing-to-develop-a-walking-street&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18otB9b9FnYp4N4v_08Kyq

  • ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    ท่องเที่ยว

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    ททท.บุรีรัมย์ ชวนสัมผัสความงามของผ้าไหม วิถีชีวิตเรียบง่าย ศรัทธาอันลึกซึ้ง กับ ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์ เชิญชวนทุกคนมาสัมผัสกับเส้นทางท่องเที่ยวแห่งแรงบันดาลใจ ที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ในการส่งเสริมอาชีพ สืบสานภูมิปัญญา และรักษามรดกทางวัฒนธรรมของแผ่นดินไทย  กับ 6 สถานที่ ดังนี้

    1. ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์

    อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์

    แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์ คือจุดเริ่มต้นแห่งความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์ ที่สืบสานการทอผ้าไหมและผ้าฝ้ายพื้นเมืองจากรุ่นสู่รุ่น

    ศูนย์แห่งนี้เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในปี พ.ศ. 2524 ภายใต้การส่งเสริมของโครงการ ศิลปาชีพ ในพระราชดำริ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทย

    นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิต การทอผ้าไหม เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากช่างฝีมือ และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวแห่งศรัทธากับคนในชุมชนได้อย่างอบอุ่น

    ไม่เพียงแต่ได้ของสวยงามกลับบ้าน แต่ยังได้ เรื่องราวของหัวใจคนนาโพธิ์ กลับไปด้วย

    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/tSnpo72J7mkAJzZD8?g_st=ipc

    โทร : 08 1977 2419 คุณอ้อย

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    2. วัดท่าเรียบ อำเภอนาโพธิ์

    วัดเก่าแก่ที่มีอุโบสถทรงหลังคาแบบปั้นหยา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2432 โดยช่างศิลป์ชาวบ้านผนังภายนอกตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่ใช้ สีธรรมชาติจากเปลือกไม้และใบไม้

    ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติอย่างงดงาม ศิลปะที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าจนกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2520

    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/kE5By6n2zRa1x7vx7?g_st=ipc

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    3. วัดมณีจันทร์ อำเภอพุทไธสง

    โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบอีสานแท้ โบสถ์มหาอุต ที่มีประตูเข้าเพียงด้านหน้า เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง

    ภายในใช้ประกอบพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล เพื่อเพิ่มพลังแห่งศรัทธา ผนังภายนอกประดับด้วยกระจกสีทั้ง 4 ด้าน

    ถ่ายทอดเรื่องราวจากวรรณคดีพุทธศาสนาได้อย่างงดงามและอ่อนช้อย

    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/cR9LqWHpHNfE9aLXA?g_st=ipc

    โทร : 09 2912 2740 /ผู้ใหญ่ประสิทธิ์

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    4. วัดหงษ์ อำเภอพุทไธสง

    มาสักการะ พระเจ้าใหญ่ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพศรัทธา

    เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลาแลง หน้าตักกว้าง 1.6 เมตร สูง 2 เมตร มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 19–20 เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์แห่งศรัทธา

    และยังพบ พระพิมพ์รูปใบขนุน รวมปาง สำริดอันทรงคุณค่าอยู่ใกล้ชุมชนบ้านหัวสะพานเพียง 6 กม.

    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/BQQoCqqBgtj5NKwM7?g_st=ipc

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    5. ชุมชนท่องเที่ยวไหม บ้านหัวสะพาน

    ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้านหัวสะพาน ที่สืบสานการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมด้วยหัวใจ

    ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตผ้าไหม OTOP ที่มีชื่อเสียงของอำเภอพุทไธสง

    นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การสาวไหม ย้อมไหม และลองทอผ้าด้วยตนเองได้

    พร้อมเลือกซื้อผ้าไหมแท้คุณภาพเยี่ยมกลับบ้านเป็นของฝากแห่งความประทับใจ

    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hgojcgSqz2hK9vjj7?g_st=ipc

    โทร :  08 796 11261 คุณรุจาภา

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    6. ปรางค์กู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์

    ปรางค์กู่สวนแตง หรือปราสาทกู่สวนแตง เทวาลัยในศาสนาฮินดูที่สร้างขึ้นด้วยอิฐบนฐานศิลาแลง

    มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 ได้รับอิทธิพลจากศิลปกรรมสมัยนครวัด

    เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมขอมในดินแดนบุรีรัมย์

    พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ruyTAbLsdkhNr6Lw8?g_st=ipc

    ……………………………..

    อ้างอิง : TAT Buriram 

    ‘ตามรอยพระเมตตา เส้นทางแห่งศรัทธา พระพันปีหลวง’ ที่ จ.บุรีรัมย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1206777&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MpPQv0zyHf5unaR9w0kmA

  • “จำลอง” แนะ ก.ท่องเที่ยว เร่งหนุนบอลเยาวชน หลังหมอนทองฟีเวอร์

    “จำลอง” แนะ ก.ท่องเที่ยว เร่งหนุนบอลเยาวชน หลังหมอนทองฟีเวอร์

    ข่าว

    “จำลอง” แนะ ก.ท่องเที่ยว เร่งหนุนบอลเยาวชน หลังหมอนทองฟีเวอร์

    09 พฤศจิกายน 2025 – 11:30

    Featured Image

    “จำลอง” แนะ กระทรวงท่องเที่ยว เร่งสนับสนุน ฟุตบอลเยาวชน หลังหมอนทองฟีเวอร์ เชื่อเด็กไทยเก่งมีศักยภาพ อาจเห็นบอลไทยไปบอลโลกในอนาคต

    นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีศึกฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี 2025 ฟีเวอร์ ที่มีผู้ติดตามชมการแข่งขันระหว่างระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา ตัวแทนจากฉะเชิงเทรา กับ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท จนเต็มสนามศุภชลาศัย รวมถึงมีผู้ชมผ่านออนไลน์ทะลุล้านคน

    โดยนายจำลอง กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้ชมมาเข้าชมการแข่งขันจนแน่นสนาม ซึ่งฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี เริ่มต้นตั้งแต่พ.ศ.2546 มีเยาวชนร่วมแข่งขันมากมาย และสามารถต่อยอดเล่นเป็นอาชีพได้ ถือเป็นการสร้างเยาวชนตั้งแต่ชั้นมัธยม

    “นิสัยของคนไทยชอบเชียร์บอลรอง จะเห็นได้จากรอบรองชิงชนะที่โรงเรียนหมอนทองวิทยาพบกัน โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ทุกคนมองคนว่าโรงเรียนอัสสัมฯมีศักยภาพ และความพร้อมมากกว่า แต่โรงเรียนหมอนทองกลับพลิกชนะ จึงทำให้รอบชิงชนะเลิศมีผู้ติดตามจนฟีเวอร์ขนาดนี้“

    นายจำลอง กล่าวว่า อีกคนที่น่าชื่นชมคือนายสกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชหมอนทองวิทยา ที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อเยาวชน ซึ่งท่านเองได้ปั้นนักกีฬามาหลายรุ่นแล้ว ส่วนตัวมองว่ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาควรจะเข้ามาสนับสนุน ตนเชื่อว่าเยาวชนไทยเก่งและมีศักยภาพยังมีอีกมาก แต่อาจจะยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง เราอาจจะได้เห็นบอลไทยไปบอลโลกได้ไม่ยาก

    กระแสบอลในครั้งนี้จะทำให้เยาวชนสนใจมาเล่นฟุตบอลมากขึ้นแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะปัจจุบันปัญหาติดหน้าจอเป็นปัญหาใหญ่ที่เรายังแก้ไม่ได้ รวมถึงปัญหาน้ำหนักเกินโรคอ้วนในเยาวชนที่นับวันยิ่งมีมากขึ้นที่เป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้เยาวชนลดการติดหน้าจอและหันออกมาออกกำลังกายมากขึ้น

    นายจำลองกล่าวว่า ในส่วนของกมธ.เราพร้อมผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มมี่ในอำนาจที่มี เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีอนาคตเป็นกำลังให้กับประเทศ และเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_960560/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tjz9u1ghr5n5sXVCz4f_g

  • ความสุขบานสะพรั่งที่ ‘อุทยานหลวงราชพฤกษ์’ ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ความสุขบานสะพรั่งที่ ‘อุทยานหลวงราชพฤกษ์’ ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ท่องเที่ยว

    ความสุขบานสะพรั่งที่ ‘อุทยานหลวงราชพฤกษ์’ ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    เตรียมตัวไปเที่ยว “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ในงานเทศกาลชมสวน 2568 (Flora Festival 2025) และอย่าพลาดชมความงามสะพรั่ง “ดอนญ่าควีนสิริกิติ์”

    ใกล้ปลายปี “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” จะจัดงาน “เทศกาลชมสวน 2568” (Flora Festival 2025) ให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับความสุขที่จะกลับมาบานสะพรั่งอีกครั้ง

    ในปีนี้ เทศกาลชมสวน 2568 (Flora Festival 2025) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Bloom for the Future : Blossoms, Biodiversity & Breaths “การเบ่งบานแห่งชีวิต ธรรมชาติ และความงดงามที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 (เวลา 08.00 – 18.00 น.) ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ปีนี้ เตรียมสนุกกับกิจกรรมหลากหลาย นอกจากชมดอกไม้ในสายลมหนาวแล้ว ยังมีกิจกรรมเดินสวนกับคนสวน พาไปรู้จักสวนแบบใกล้ชิด, นิทรรศการ Net Zero, ตลาดนัดชาวดอย และเวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์

    ในขณะที่ระหว่างปี ในทุกเทศกาลร้อน ฝน หนาว อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จัดเทศกาลชมดอกไม้ประจำฤดูกาล ให้เที่ยวได้ทั้งปี ว่างช่วงไหนจัดกระเป๋าไปกัน

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    อุทยานหลวงราชพฤกษ์ หมายถึง สวนของพระมหากษัตริย์

    เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ.2549 และทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2546 เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงาน มหกรรมพืชสวนโลก 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (พื้นที่ 468 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา

    งานจัดระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 รวม 92 วันภายใต้ชื่อ มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 มีผู้เข้าชมมากมายทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ภารกิจหลักคือ พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสวน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของเชียงใหม่และประเทศไทย โดยได้รับการถ่ายโอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ และงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาเป็นของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)

    ส่วนที่มาของชื่อนั้น หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้ขอพระราชทานชื่อสวนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ว่า “สวนหลวงราชพฤกษ์

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ต่อมา ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนดังกล่าวว่า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และได้รับพระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า Royal Park Rajapruek

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ขอน้อมถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยการเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วมชมพรรณไม้ในพระนาม ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ พรรณไม้ที่เปี่ยมด้วยความงดงาม สะท้อนถึงความอ่อนโยนและสง่างามเฉกเช่นพระราชจริยา และกำลังเบ่งบานสวยงามให้ชมในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ดอนญ่า ไม้พุ่มประดับ ใบสวย ดอกงาม มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หรือแม้แต่ในป่าชื้น ในเมืองไทยก็มีพันธุ์ไม้พวกดอนญ่าป่าอยู่ทั่วไป และเป็นไม้ดอกที่ขอพระราชทานพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปเป็นชื่อของดอนญ่าที่ผสมขึ้นใหม่พันธุ์หนึ่ง เป็นลูกผสมระหว่าง Mussaenda Luz และ M.philipica ‘Aurorae’ ซึ่งมีความงดงามมาก กลีบดอกซ้อนสีชมพูอ่อนเกือบเป็นสีขาว มีขลิบสีแดงตามขอบนอกของกลีบดอก ดอนญ่าพันธุ์นี้ได้รับพระราชทานชื่อว่า ควีนสิริกิติ์ (Queen Sirikit)

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ได้รวบรวมจัดแสดงไว้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งดอนญ่าควีนสิริกิติ์ (สีชมพูอ่อน) ดอนญ่าลูซ (ชมพูอมส้มเข้ม) ดอนญ่าขาวหรือดอนญ่าออโรร่า (สีขาว) และดอนญ่าแดง แต่ละสายพันธุ์ล้วนมีความงามเฉพาะตัว ล้วนเป็นไม้ดอกที่ให้ความสวยงามตลอดทั้งปี

    พิกัดชมดอนญ่า : สวนลานต้อนรับ/ สวนสวัสดี/ สวนฤดูฝน (ติดกับร้านกาแฟ HRDI2)

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ไฮไลต์น่าชม ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์

    หอคำหลวง เป็นพื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นและสง่างามที่สุด เพื่อจัดแสดงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นกษัตริย์นักการเกษตรเอกของโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ที่ทรงอัจฉริยภาพ และทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิดว่า “พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัว คือ ศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย”

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    หอคำหลวง สถาปัตยกรรมล้านนาที่สง่างาม เป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งตึก 2 ชั้น สีน้ำตาลแดง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าบนเนินดิน พื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. บนเนื้อที่กว่า 470 ไร่ ของศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สองข้างทางเดินสู่หอคำหลวงเต็มไปด้วยสีเหลืองอร่ามของดอกราชพฤกษ์ อีกทั้งตระการตากับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ประดับตกแต่งในบริเวณเสาซุ้ม ซึ่งออกแบบได้สวยงามตามอย่างสถาปัตยกรรมล้านนาแท้ ๆจำนวนมากถึง 30 ซุ้ม

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน (ลมแล้ง ภาษาพื้นเมืองภาคเหนือ) ได้รับการยกให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย และด้วยชื่ออันเป็นมงคลยิ่ง (ราชพฤกษ์ : ต้นไม้ของพระราชา) ประจวบเหมาะกับงานพืชสวนโลก “เฉลิมพระเกียติ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้จัดในสถานที่นี้ ชื่อดอกราชพฤกษ์จึงถูกใช้เป็นชื่อของอุทธยานหลวงแห่งนี้

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    แต่งตัวสวยไปชมสวน

    อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จัด “โซนสวน” ให้ชมอย่างจุใจ ฝึกกำลังขาให้แข็งแรงก่อนแล้วออกเดินไปด้วยกัน มีอาทิ

    สวนไทย จัดแสดงพืชสวนเขตร้อนชื้น ที่มีหลากหลายของพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต และการแปรรูป มีจำนวนมากกว่า 1,900 ชนิด รวมแล้วมากกว่า 3.2 ล้านตัน ประกอบด้วยไม้ในกลุ่มต่าง ๆ คือ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะกล้วยไม้ สมุนไพร พืชผักและเห็ด พันธุ์ไม้หายาก และสวนอื่น ๆ เช่น สวนไม้หอม สวนไม้ในวรรณคดี สวนไม้ประจำจังหวัด อาคารเรือนร่มไม้ ฯลฯ

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    กลุ่มอาคารเรือนกระจก ได้แก่ อาคารพืชทะเลทราย อาคารไบโอเทคโนโลยี อาคารพืชเขตร้อน อาคารพืชเขตหนาว และอาคารพืชไร้ดิน หมู่บ้านสี่ภาค ที่จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นไทย

    สวนไทยประกอบด้วย โดมกุหลาบ เรือนร่มไม้ อาคารกล้วยไม้ แปลงองุ่น สวนบัว สวนปาล์ม สวนเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นต้น

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ จัดแสดงสวนของมิตรประเทศที่มาร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์สมบัติครบ 60 ปี ในปี พ.ศ. 2549 ปัจจุบันมี 22 ประเทศ

    ความสุขบานสะพรั่งที่ 'อุทยานหลวงราชพฤกษ์' ชมดอนญ่าควีนสิริกิติ์

    ห้องเรียนความรู้ เช่น การปลูกพืชบนพื้นที่สูง, ศาสตร์พระราชา, พริกกะเหรี่ยง, หญ้าแฝก, พรรณไม้ดักฝุ่นจิ๋ว, หอมหมื่นลี้, รวงผึ้ง, อาคารโลกแมลง ฯลฯ

    อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น.- 18.00 น. บัตรเข้าชมคนไทย 100.- เด็กไม่เกิน 140 ซ.ม. 70.- นักท่องเที่ยว 200.- เด็ก 150.- เด็กต่ำกว่า 100 ซ.ม. เข้าฟรี โทร.053 114 110-5, FB: อุทยานหลวงราชพฤกษ์: Royal Park Rajapruek

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1206783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QSBhEuulGuI-VG-2dbbuf

  • สว.แนะ “ก.ท่องเที่ยว” เร่งสนับสนุน ฟุตบอลเยาวชน หลัง กระแส “หมอนทองฟีเวอร์”

    สว.แนะ “ก.ท่องเที่ยว” เร่งสนับสนุน ฟุตบอลเยาวชน หลัง กระแส “หมอนทองฟีเวอร์”


    “โฆษกกมธ.ท่องเที่ยวสว.” แนะ ”กระทรวงท่องเที่ยว“ เร่งสนับสนุน ฟุตบอลเยาวชน หลัง กระแส ”หมอนทองฟีเวอร์“ เชื่อ เด็กไทยเก่งมีศักยภาพ อาจเห็นบอลไทยไปบอลโลกในอนาคต

    นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีศึกฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี 2025 ฟีเวอร์ ที่มีผู้ติดตามชมการแข่งขันระหว่างระหว่าง โรงเรียนหมอนทองวิทยา ตัวแทนจากฉะเชิงเทรา กับ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท จนเต็มสนามศุภชลาศัย รวมถึงมีผู้ชมผ่านออนไลน์ทะลุล้านคน

    โดยนายจำลอง กล่าวว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้ชมมาเข้าชมการแข่งขันจนแน่นสนาม ซึ่งฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี เริ่มต้นตั้งแต่พ.ศ.2546 มีเยาวชนร่วมแข่งขันมากมาย และสามารถต่อยอดเล่นเป็นอาชีพได้ ถือเป็นการสร้างเยาวชนตั้งแต่ชั้นมัธยม 

    “นิสัยของคนไทยชอบเชียร์บอลรอง จะเห็นได้จากรอบรองชิงชนะที่โรงเรียนหมอนทองวิทยาพบกัน โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ทุกคนมองคนว่าโรงเรียนอัสสัมฯมีศักยภาพ และความพร้อมมากกว่า แต่โรงเรียนหมอนทองกลับพลิกชนะ จึงทำให้รอบชิงชนะเลิศมีผู้ติดตามจนฟีเวอร์ขนาดนี้“ 

    นายจำลอง กล่าวว่า อีกคนที่น่าชื่นชมคือนายสกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชหมอนทองวิทยา ที่ทุ่มเทและเสียสละเพื่อเยาวชน ซึ่งท่านเองได้ปั้นนักกีฬามาหลายรุ่นแล้ว ส่วนตัวมองว่ากระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาควรจะเข้ามาสนับสนุน ตนเชื่อว่าเยาวชนไทยเก่งและมีศักยภาพยังมีอีกมาก แต่อาจจะยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง เราอาจจะได้เห็นบอลไทยไปบอลโลกได้ไม่ยาก 

    กระแสบอลในครั้งนี้จะทำให้เยาวชนสนใจมาเล่นฟุตบอลมากขึ้นแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะปัจจุบันปัญหาติดหน้าจอเป็นปัญหาใหญ่ที่เรายังแก้ไม่ได้ รวมถึงปัญหาน้ำหนักเกินโรคอ้วนในเยาวชนที่นับวันยิ่งมีมากขึ้นที่เป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้เยาวชนลดการติดหน้าจอและหันออกมาออกกำลังกายมากขึ้น

    นายจำลองกล่าวว่า ในส่วนของกมธ.เราพร้อมผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มมี่ในอำนาจที่มี เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีอนาคตเป็นกำลังให้กับประเทศ และเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/37335&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Rpuqg20XdBlhUJGTmY-ER