Category: ท่องเที่ยว

  • กม.แอลกอฮอล์ฉบับใหม่พ่นพิษ! นั่งดื่มต่อโดนปรับ เสี่ยงกระทบท่องเที่ยวไทยปลายปี

    กม.แอลกอฮอล์ฉบับใหม่พ่นพิษ! นั่งดื่มต่อโดนปรับ เสี่ยงกระทบท่องเที่ยวไทยปลายปี

    กม.แอลกอฮอล์ฉบับใหม่พ่นพิษ! นั่งดื่มต่อโดนปรับ เสี่ยงกระทบท่องเที่ยวไทยปลายปี

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กล่าวถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน เริ่มส่งผลกระทบต่อร้านอาหารและนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเวลาห้ามขาย 14.00-17.00 น. และ 01.00 น. หากลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวยังดื่มต่อ แม้เหลือครึ่งขวดหรือครึ่งเหยือก จะถูกปรับทันที 10,000 บาทต่อร้านและต่อลูกค้า

    ล่าสุด ประเทศออสเตรเลียได้ออกประกาศเตือนประชาชนที่จะมาเที่ยวประเทศไทยให้ระวังข้อกำหนดดังกล่าว คาดว่าประเทศอื่นอาจทยอยออกคำเตือนตามมา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาคท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในช่วงไฮซีซั่นปลายปี

    นายสรเทพ ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้สร้างความสับสนให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว รวมถึงมีผลทางจิตวิทยากระทบต่อกำลังซื้อภาคบริการ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ

    ขณะที่แม้การค้าทั่วไปจะปรับดีขึ้นจากโครงการคนละครึ่งพลัส และมาตรการลดหย่อนภาษีเที่ยวดีมีคืน แต่ยอดขายร้านอาหารยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจภาคบริการซึมตัว หวังว่ารัฐบาลจะออกมาตรการต่อเนื่องเพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9680000107241&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zJ6xyLqJWNmlZyusyjflX

  • วธจ.ลำพูน เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญตามรอยครูบาศรีวิชัย

    วธจ.ลำพูน เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญตามรอยครูบาศรีวิชัย

    วธจ.ลำพูน เปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญตามรอยครูบาศรีวิชัย ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1

    เมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเชิงสะพานท่าขาม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานพิธีเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้แก่ จังหวัดลำปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน พร้อมกันนี้ ยังได้นำส่วนราชการและเครือข่ายวัฒนธรรม ร่วมปล่อยขบวนรถคณะเดินทางตามกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัยในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 อีกด้วย

    นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว เป็นไปตามแผนงานโครงการส่งเสริมและ พัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง กิจกรรมพัฒนาเส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2568 จังหวัดลำพูน

    โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ได้ดำเนินโครงการ ส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูง กิจกรรมพัฒนาเส้นทางแสวงบุญครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมการประกาศและยกย่องครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระครบ 150 ปี ชาตกาล ในปีพุทธศักราช 2571 อีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในเส้นทางแสวงบุญของครูบาเจ้าศรีวิชัยเชื่อมโยงจังหวัดในล้านนาและประชาสัมพันธ์ข้อมูลประวัติ ผลงานของครูบาเจ้าศรีวิชัยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

    ทั้งนี้ สำหรับการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ในวันนี้(10 พ.ย.) ถือเป็นการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในรูปแบบกิจกรรมทดสอบเส้นทางท่องเที่ยว Fam trip) ภายใต้แนวคิดตามรอยศรัทธาครูบาศรีวิชัย ผ่านการเยี่ยมชมศาสนสถาน ปูชนียสถาน ถาวรวัตถุ ที่ครูบาศรีวิชัยเดินทางจาริกไปบูรณะ ซ่อม สร้างปฏิสังขรณ์ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวมถึงร่วมกิจกรรมยกยอครูบาเจ้าศรีวิชัย ระหว่างวันที่ 10-14 พฤศจิกายน 2568 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย สื่อมวลชน บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว Influencer พุทธศาสนิกชน นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวมจำนวน 50 คน ร่วมทดลองท่องเที่ยวตามเส้นทางท่องเที่ยวๆ และเพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ในเส้นทาง ท่องเที่ยวๆ อย่างเป็นวงกว้างแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อไป.

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3817839/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KP_jEdWUm1SnZ5azu8nhf

  • ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    ททท. จัดมหาปรากฏการณ์ “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง จัด 45 คืน หวังยกระดับสู่ World Event สร้างรายได้กว่า 6,200 ล้านบาท

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “Vijit Chao Phraya 2025” ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน”

    งานแสดงแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่นี้จัดขึ้นตลอดริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะเวลา 45 คืนเต็ม คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานได้ถึง 1,500,000 คน
     

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Vijit Chao Phraya 2025” เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน – 23 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 – 22.00 น.

    โดย ททท. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดเต็มมหาปรากฏการณ์ที่จะเปลี่ยนบรรยากาศริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้สว่างไสวและเปี่ยมมนต์เสน่ห์กว่าที่เคย

    เทิดพระเกียรติ “แม่ของแผ่นดิน”

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งาน Vijit Chao Phraya 2025 ในปีนี้ได้เนรมิตการแสดงแสง สี เสียงแห่งปี ตลอดแนวริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

    ใช้การแสดงแสง สี สุดล้ำสมัย ส่องประกายไปยังสะพาน วัด อาคารประวัติศาสตร์ ไปจนถึงแลนด์มาร์กใหม่ที่เรียงรายไปตามโค้งน้ำ ทั้งนี้ ทุกการแสดงจัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    งานนี้ประกอบด้วยจุดการแสดงทั้งหมด 15 จุด ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านแนวคิดและเทคโนโลยีแสง สี เสียงที่แตกต่างกัน อาทิ

    • สะพานพระราม 8: จัดแสดงเลเซอร์ประกอบ Light & Sound ภายใต้แนวคิด “พระมหากรุณา สายธาราสู่รามา 8”

    • วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร: ภายใต้แนวคิด “Dawn of Siam อรุณรุ่งแห่งมหานครสยาม”

    • สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า): จัดแสดงด้วยเทคโนโลยี Light & Sound สุดล้ำสมัย ผสานการแสดงโดรนสุดอลังการกว่า 500–1,000 ลำ ภายใต้แนวคิด “แสงแห่งสยาม แม่ของแผ่นดิน” ส่องสว่างเหนือน่านน้ำเจ้าพระยาในค่ำคืนพิเศษ ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยามค่ำคืนสู่ World Event

    นายอรรถกร ระบุว่า งาน Vijit Chao Phraya 2025 ถือเป็นบิ๊กอีเวนต์สำคัญที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

    ททท. มุ่งหมายให้แม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็นเวทีของอีเวนต์ระดับโลกที่ทุกคนไม่ควรพลาด และงานนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ร้านค้า โรงแรม และชุมชนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างทั่วถึง

    ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    นอกจากนี้ งานยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจยามค่ำคืน หรือ Night Economy ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

    คาดการณ์ว่านอกจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวน 1.5 ล้านคน แล้ว จะเกิดรายได้หมุนเวียนในช่วงจัดงานไม่น้อยกว่า 6,200 ล้านบาท พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศความงดงามบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในแต่ละพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ทุกวัน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 45 วัน

    ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน ททท.เปิด วิจิตรเจ้าพระยา 2025 เทิดพระเกียรติ คาดดึงนทท. 1.5 ล้านคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/733193&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L4qSOoOb48HN9A0XXaEHE

  • “อรรถกร ” ลุยปัตตานี ผลักดัน “เมืองโบราณยะรัง” เป็นศูนย์กลาง “ลังกาสุกะ-ศรีวิชัย” สู่เส้นทางท่องเที่ยวระดับโลก

    “อรรถกร ” ลุยปัตตานี ผลักดัน “เมืองโบราณยะรัง” เป็นศูนย์กลาง “ลังกาสุกะ-ศรีวิชัย” สู่เส้นทางท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว ณ “เมืองโบราณยะรัง” ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อยกระดับแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรโบราณ “ลังกาสุกะ” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญระดับโลก

    การประชุมหารือ “แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองโบราณยะรัง และเส้นทางวัฒนธรรมลังกาสุกะ-ศรีวิชัย” ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, ภาคเอกชน, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว, และชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบูรณาการความร่วมมือและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อสร้าง “เส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์” ที่โดดเด่นเชื่อมโยงเรื่องราวของอาณาจักรโบราณ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    หลังการประชุม รัฐมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เมืองโบราณยะรัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองทางอารยธรรมและการเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญในอดีต

    ข้อสั่งการสำคัญเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วนรมว.อรรถกร ศิริลัทธยากร ได้มอบหมายข้อสั่งการที่สำคัญไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด ดังนี้ 1. การส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้: การรับรู้ของนักท่องเที่ยว ให้หน่วยงานบูรณาการร่วมกันเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนไทยและชาวต่างชาติเห็นว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมายตะวันออกกลาง (อัลฟาตานี) ฝากให้ ททท. พิจารณาสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง และพิจารณามาตรฐานที่กลุ่มประเทศดังกล่าวให้การยอมรับ การผลักดันสู่พื้นที่พิเศษ (อพท.) ให้สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ผลักดันให้ เมืองโบราณยะรัง เข้าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ดูแล เพื่อเพิ่มช่องทางการขับเคลื่อนและการทำงานร่วมกับชุมชน

    2. ข้อสั่งการถึงหน่วยงานปฏิบัติการ กรมการท่องเที่ยว: ให้จัดสรรงบประมาณปี 2570 สำหรับ การสร้างห้องน้ำเพิ่ม ณ โบราณสถานให้เพียงพอ รวมถึงเร่งดำเนินการติดตั้งป้ายบอกทาง ไปยังโบราณสถานให้ชัดเจน สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ให้ทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อขอให้พิจารณา ปรับปรุงถนนเข้าพื้นที่ และให้นำเรื่องการผลักดัน เมืองโบราณยะรังเข้าเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ อพท. เข้าที่ประชุมบอร์ดเพื่อศึกษาความเหมาะสมและผลักดันต่อไป กรมการพลศึกษา: พิจารณาสนับสนุน การสร้างสนามกีฬา ให้กับเยาวชนในพื้นที่

    นายอรรถกร ย้ำในตอนท้ายว่า ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมการท่องเที่ยว, กรมพลศึกษา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการตามข้อสั่งการอย่างเร่งด่วน เพื่อยกระดับเมืองโบราณยะรังให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างความภาคภูมิใจและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่คนในพื้นที่ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/255817&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xmwjNJYnoz9OuK_W6siEy

  • นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคัก ห้องพักจองแล้ว80%

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวตราด เผย ต่างชาติเริ่มคึกคัก ห้องพักจองแล้ว80%

    วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ตราด เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตราดมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ซึ่งจะเห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาอย่างคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะช้างที่ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาวันละ 3-4,000 คัน หากเป็นช่วงวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดยาวจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5,000 คน/วัน และในจำนวนนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเรื่อยๆและเริ่มหนาตาขึ้นหลังเทศกาลลอยกระทง ซึ่งสะท้อนจากจำนวนห้องพักที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจองเข้ามาพักเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้มี 40-50%แล้ว ส่วนในช่วงเดือนต้นธันวาคม-ปลายธันวาคมมีเพิ่มขึ้นถึง 80%แล้ว

    อย่างไรก็ตาม ปัญหาของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปยังกังวลกับปัญหาการสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา เนื่องจากบริษัทประกันไม่รับทำประกัน ซึ่งความจริงแล้วหากเป็นอุบัติเหตุปกติสามารถเครมได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อยากแจ้งให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบด้วยว่า จังหวัดตราดและทุกเกาะในทะเลตราดสามารถท่องเที่ยวโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ

    “ผมมั่นใจว่านักท่องเที่ยวทุกคนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจะได้รับความปลอดภัย เพราะสถานการณ์สู้รบไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตราด สามารถเดินทางเข้ามาได้ อีกทั้งในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ทางสมาคมฯและอบจ.ตราดร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดจะร่วมกันเปิดแถลงข่าวเปิดฤดูท่องเที่ยวจังหวัดตราดและเกาะช้างอย่างเป็นทางการ และทางสมาคมฯได้จัดกิจกรรมทุกปี แต่ปีนี้มีการปรับเปลีทยนให้เข้ากับสถานการณ์ของประเทศ จึงจัดวิ่ง Koh Chang Bikini Run “ก้าวนี้ เพื่อแม่ของแผ่นดิน”,เพื่อน้อมไว้อาลัยพระพันปีหลวงด้วย” 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/926675&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tZSHnoSe67iloUpW-RGKo

  • สิงห์ปาร์ค เชียงราย ดัน “บอลลูนนานาชาติ” ปลุกท่องเที่ยวเหนือ โกยรายได้กว่า 3.5 หมื่นล้าน

    สิงห์ปาร์ค เชียงราย ดัน “บอลลูนนานาชาติ” ปลุกท่องเที่ยวเหนือ โกยรายได้กว่า 3.5 หมื่นล้าน

    จังหวัดเชียงรายยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–ก.ย.) เชียงรายมีนักท่องเที่ยวกว่า 4.6 ล้านคน สร้างรายได้รวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 3% จากปีก่อน ส่งผลให้เชียงรายติดอันดับ 9 จังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของประเทศ

    หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและพื้นที่จัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ ที่ต่อยอดกิจกรรมระดับโลกอย่าง “เทศกาลบอลลูนนานาชาติ Singha Park Chiangrai International Balloon Fiesta” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาหลายปี และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชียงรายในปัจจุบัน

    นาย ชัยภัฏ จาตุรงคกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์คเชียงราย จำกัด กล่าวว่า สิงห์ปาร์คไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่ยังถูกพัฒนาให้เป็น “ศูนย์กลางกิจกรรมท่องเที่ยวของภาคเหนือ” เพื่อสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจของจังหวัด

    “หลายเทศกาลที่เราจัดต่อเนื่องจนกลายเป็นงานประจำปี ไม่ได้เพียงดึงนักท่องเที่ยว แต่ยังสร้างโอกาสให้กับชุมชนเชียงรายทั้งจังหวัด รางวัลที่เราได้รับคือความภูมิใจของคนเชียงรายทุกคน”

    นาย ชัยภัฏ จาตุรงคกุล

    นอกจากเทศกาลบอลลูนฯ แล้ว “สิงห์ปาร์ค ฟาร์มเฟส ออน เดอะฮิลล์ 2025” ซึ่งจะจัดขึ้นเดือนธันวาคมนี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา (911.56 ล้านบาท) ตอกย้ำบทบาทของสิงห์ปาร์คในฐานะกลไกสำคัญของเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงราย

    ความสำเร็จดังกล่าวถูกตอกย้ำอีกครั้ง เมื่อเทศกาลบอลลูนนานาชาติ สิงห์ปาร์ค เชียงราย คว้ารางวัล “Gold Award” สาขา Best Overall Entertainment Program จากเวทีระดับโลก “2025 IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Awards” ที่จัดโดยสมาคมเทศกาลและอีเวนต์นานาชาติ (IFEA) ณ เมืองปาล์มสปริง รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

    สิงห์ปาร์ค เชียงราย ดัน “บอลลูนนานาชาติ” ปลุกท่องเที่ยวเหนือ โกยรายได้กว่า 3.5 หมื่นล้าน

    รางวัลนี้มอบให้เทศกาลที่โดดเด่นด้านการจัดการกิจกรรม ความปลอดภัย การบริหารพื้นที่ และผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่ง “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” ได้รับคะแนนสูงสุดในหลายด้าน สะท้อนมาตรฐานการจัดงานระดับสากลของไทย และต่อยอดศักยภาพจังหวัดเชียงรายสู่การเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกต่อเนื่อง เช่น การแข่งขัน “Spartan World Championship 2026” ที่จะจัดขึ้นในปีหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/643471&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FUT7hs8ChEcnmTwdtHnRw

  • ไฮไลท์ฟุตบอล บุนเดสลีกา | ไฟร์บวร์ก 2 – 1 ซังต์ เพาลี | 9 พ.ย. 68

    ไฮไลท์ฟุตบอล บุนเดสลีกา | ไฟร์บวร์ก 2 – 1 ซังต์ เพาลี | 9 พ.ย. 68

    #ไฮไลท์ฟุตบอลเมื่อคืน #ไฮไลท์ฟุตบอล #บุนเดสลีกา 

    แพ้ 7 เกมรวด!! ซังต์ เพาลี ไล่ไม่ทันบุกแพ้  ไฟร์บวร์ก 1-2 

    โปรแกรมการแข่งขันที่นี่ https://www.pptvhd36.com/schedule/sport
    ดูบอลออนไลน์ฟรี คลิก https://www.pptvhd36.com/live

    #ไฟร์บวร์ก #ซังต์เพาลีค #Bundesliga #บุนเดสลีกา #ผลบอลเมื่อคืน #ดูบอลออนไลน์ #ผลบอลเมื่อคืน #ครบทุกข่าวเข้าใจคอกีฬา #PPTVHD36 #pptvsports 

    คำที่เกี่ยวข้อง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/sport/highlight/97553&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KFZEOVjqlPQlKJh9fIblO

  • ‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว

    ‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว

    วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.16 น.

    ‘เพื่อไทย’จี้รัฐบาล‘ปลดล็อก’เวลาขายแอลกอฮอล์ บ่าย 2-5 โมงเย็น วางกรอบการโฆษณาใหม่ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว ชี้ต้องกระจายอำนาจท้องถิ่นกำกับดูแล สร้างโอกาสให้สุราชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    9 พฤศจิกายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้วตามกฎหมาย ว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนบทบาทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ให้สามารถเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจได้ โดยมีการควบคุมผลกระทบทางสังคมไปพร้อมกัน ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 ประกาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2535 ที่ล็อกไม่ให้มีการอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ที่สังคมส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นมาตรการการควบคุมการจำหน่ายแบบเหมารวม เกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

    นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อประกาศฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลเร่งปลดล็อกประกาศสำนักนายกฯ ที่ออกตามกันมา เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว สามารถมีความต่อเนื่องทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยยังสามารถมีมาตรการควบคุมผลกระทบที่เหมาะสมอื่นๆ ได้อยู่ อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับใหม่นี้ออกแบบให้สามารถกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาคได้ โดยเปิดให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการภายในจังหวัดที่มีส่วนร่วมของราชการภูมิภาค องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนและภาคสังคมที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมต่างๆ ทั้งเรื่องเวลาจำหน่าย สถานที่จำหน่าย และมาตรการในการคัดกรองผู้ซื้อและควบคุมผลกระทบได้ ซึ่งจะทำให้แต่ละจังหวัดสามารถมีมาตรการที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ได้ เช่น ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตอาจมีมาตรการที่ผ่อนคลายกว่า ในขณะที่จังหวัดที่มีผู้อาศัยเป็นชาวมุสลิมมาก ก็อาจมีมาตรการที่เข้มข้นกว่าได้ เป็นต้น

    นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ยังมีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับยุคสมัยในหลายมิติ รวมถึงเรื่องการเปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อยหรือสุราชุมชน ที่จากเดิมไม่มีช่องทางในการสื่อสารผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ผู้บริโภครู้จัก สามารถประชาสัมพันธ์ตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องรอกฎหมายระดับรองที่ทางฝ่ายบริหารต้องตราออกมาก่อน แต่กลับไม่เห็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเริ่มดำเนินการ แม้แต่คณะกรรมการฯ ก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง จนภาคเอกชนต้องออกมาทวงถาม เพราะห่วงว่าจะถูกเตะถ่วงให้ล่าช้าและเสียโอกาสในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวปลายปีนี้

    “รายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคการท่องเที่ยว การปลดล็อกข้อจำกัดให้ภาคธุรกิจ จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในภาพรวม จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามฉันทามติที่สภาให้ไว้ อย่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ประเทศเสียโอกาสจากทุกวันที่ท่านทำเสียไป” นายชนินทร์ กล่าว

    -005

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/926609&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37c6L2Km1l65T6ImjJeuzS

  • ปรากฏการณ์หมอนทองฟีเวอร์! ส.ว.แนะ กระทรวงท่องเที่ยวฯ ต้องเร่งหนุนบอลเยาวชน ฝันบอลไทยไปบอลโลกไม่ไกลเกินจริง

    ปรากฏการณ์หมอนทองฟีเวอร์! ส.ว.แนะ กระทรวงท่องเที่ยวฯ ต้องเร่งหนุนบอลเยาวชน ฝันบอลไทยไปบอลโลกไม่ไกลเกินจริง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/109221&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2svOGk-62stPlefyxpfm1U

  • “เพื่อไทย” ทวงรัฐบาล ปลดล็อคเวลาขายแอลกอฮอล์ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว

    “เพื่อไทย” ทวงรัฐบาล ปลดล็อคเวลาขายแอลกอฮอล์ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว


    “เพื่อไทย” ทวงรัฐบาล ปลดล็อคเวลาขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น.วางกรอบการโฆษณาใหม่ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้แล้ว ชี้ ต้องกระจายอำนาจท้องถิ่นกำกับดูแล สร้างโอกาสให้สุราชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เผย กรณีพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้แล้วตาทกฎหมายตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นความร่วมไม้ร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม ที่ตั้งใจจะปรับเปลี่ยนบทบาทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใหม่ ให้สามารถเป็นกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจได้โดยมีการควบคุมผลกระทบทางสังคมไปพร้อมกัน โดยภายใต้กฎหมายฉบับนี้ รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ประกาศเมื่อวัน 16 พ.ย. 2535 ที่ล็อคไม่ให้มีการอนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ที่สังคมส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นมาตรการการควบคุมการจำหน่ายแบบเหมารวม เกินความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน 

    เมื่อประกาศฉบับนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว ก็ขอให้รัฐบาลเร่งปลดล็อคประกาศสำนักนายกที่ออกตามกันมา เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว สามารถมีความต่อเนื่องทางธุรกิจได้มากขึ้น โดยยังสามารถมีมาตรการควบคุมผลกระทบที่เหมาะสมอื่นๆได้อยู่

    นายชนินทร์กล่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้ออกแบบให้สามารถกระจายอำนาจไปยังส่วนภูมิภาคได้ เปิดให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการภายในจังหวัดที่มีส่วนร่วมของราชการภูมิภาค องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนและภาคสังคมที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมต่างๆ ทั้งเรื่องเวลาจำหน่าย สถานที่จำหน่าย และมาตรการในการคัดกรองผู้ซื้อและควบคุมผลกระทบได้ ซึ่งจะทำให้แต่ละจังหวัดสามารถมีมาตรการที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ได้ เช่น ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตอาจมีมาตรการที่ผ่อนคลายกว่า ในขณะที่จังหวัดที่มีผู้อาศัยเป็นชาวมุสลิมมาก ก็อาจมีมาตรการที่เข้มข้นกว่าได้ เป็นต้น

    นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ยังมีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับยุคสมัยในหลายมิติ รวมถึงเรื่องการเปิดให้ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ ”สุราชุมชน“ ที่จากเดิมไม่มีช่องทางในการสื่อสารผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ผู้บริโภครู้จัก สามารถประชาสัมพันธ์ตัวเองได้มากขึ้นด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องรอกฎหมายระดับรองที่ทางฝ่ายบริหารต้องตราออกมาก่อน แต่กลับไม่เห็นความตั้งใจของรัฐบาลในการเริ่มดำเนินการ แม้แต่คณะกรรมการฯก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง จนภาคเอกชนต้องออกมาทวงถาม เพราะห่วงว่าจะถูกเตะถ่วงให้ล่าช้า และเสียโอกาสในช่วงไฮซีซั่น (High Season) ของการท่องเที่ยวปลายปีนี้

    ”รายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคการท่องเที่ยว การปลดล็อคข้อจำกัดให้ภาคธุรกิจ จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ผมขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามฉันทามติที่สภาให้ไว้ อย่าทำงานแบบเช้าชามเย็นชามครับ ประเทศเสียโอกาสจากทุกวันที่ท่านทำเสียไป“ นายชนินทร์กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/37331&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CMAbb6rIDiKxUg-TJ_Y-5