Category: ท่องเที่ยว

  • ส่องด่วน! เลขธูป “เจ้าแม่ตะเคียน” คลองลำมาศ หลังงวดก่อนให้โชคเฮงยกหมู่่บ้าน

    ส่องด่วน! เลขธูป “เจ้าแม่ตะเคียน” คลองลำมาศ หลังงวดก่อนให้โชคเฮงยกหมู่่บ้าน

    ส่องด่วน! เลขธูป

    ส่องด่วน! เลขธูป “เจ้าแม่ตะเคียน” คลองลำมาศ หลังงวดก่อนให้โชคเฮงยกหมู่่บ้าน

    ที่บ้านราษฎร์สามัคคี หมู่ที่ 7 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ชาวบ้านได้รวมพลังกันลงพื้นที่ทำความสะอาดและขุดลอก “คลองลำมาศ” สายน้ำประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดจากอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนเล่นน้ำของบุตรหลาน

    ในระหว่างการดำเนินงาน ชาวบ้านได้พบกับ ต้นตะเคียนโบราณ ขนาดใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ จึงพยายามจะนำขึ้นมาทั้งหมดโดยใช้โซ่คล้องดึง แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุอัศจรรย์ โซ่ที่ใช้ดึงขาดสะบั้น จนไม่สามารถนำต้นขึ้นมาได้ทั้งหมด ทำให้นำขึ้นมาได้เพียงส่วนกิ่งก้านบางส่วนเท่านั้น
     

    ส่องด่วน! เลขธูป

    บารมีเจ้าแม่ตะเคียน ให้โชคลาภจนต้องหอบชุดไทยแก้บน

    นางสาวธนพร เหลืองทอง สมาชิก อบต.โนนสมบูรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากนำกิ่งตะเคียนขึ้นมาได้ ชาวบ้านก็นำดอกไม้ธูปเทียนและแป้งมาทาขอเลขเด็ดตามความเชื่อ ผลปรากฏว่าในงวดที่ผ่านมา ชาวบ้านได้รับโชคกันเกือบทั้งหมู่บ้าน

    บรรยากาศในพื้นที่จึงเต็มไปด้วยความคึกคัก มีผู้โชคดีนำชุดไทย เครื่องเซ่นไหว้ หมากพลู และขนมหวานมาถวายแก้บนเพื่อแสดงความขอบคุณเจ้าแม่ตะเคียนกันอย่างไม่ขาดสาย

    ส่องด่วน! เลขธูป

    จัดพิธีสงฆ์เสริมสิริมงคล ส่องเลขธูปงวดล่าสุด

    เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลและขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านจึงร่วมกันจัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระบริเวณริมคลองลำมาศ พร้อมวางแผนพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวถาวร อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการ จุดธูปเลขเสี่ยงโชค หลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ ซึ่งในรอบนี้ปรากฏเลขเด็ดชัดเจน ได้แก่:

    092

    506

    บรรดาเซียนหวยต่างพากันจดใส่กระดาษและถ่ายภาพเก็บไว้ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคลุ้นรวยในงวดที่จะถึงนี้ โดยหวังว่าเจ้าแม่ตะเคียนจะเมตตาประทานพรให้โชคใหญ่เหมือนงวดที่ผ่านมาอีกครั้ง

    ส่องด่วน! เลขธูป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/lotto/616637&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11oE_3avnhgD_q5aI0c1GU

  • คนแห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวขึ้นเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม.

    คนแห่เที่ยวเกาะช้าง รถต่อคิวขึ้นเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม.

    เกาะช้าง นักท่องเที่ยวทะลัก แห่เที่ยวช่วงหยุดยาว รถต่อคิวขึ้นเรือเฟอร์รี่ยาวกว่า 8 กม. คาดทะลุ 2,500 คัน ชาวบ้านเผยรถต่อคิวมากที่สุดตั้งแต่มีเฟอร์รี่

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันแรงงานที่จังหวัดตราด โดยเฉพาะเส้นทางไปท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมารอข้ามฟาก ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนัก รถต่อคิวสะสมยาวไม่ต่ำกว่า 8 กิโลเมตร

    ขณะเดียวกัน ยังมีรถที่พยายามสวนเลนเพื่อเข้าคิวเพิ่มเติมอีกไม่ต่ำกว่า 3 กิโลเมตร ทำให้ภาพรวมการจราจรหนาแน่นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแหลมงอบต้องเร่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

    นางสาวดาน่า นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เดินทางออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เมื่อมาถึงตราดต้องรอต่อคิวแล้วกว่า 2 ชั่วโมง และยังห่างจากท่าเรือประมาณ 5 กิโลเมตร ยอมรับว่า แม้จะคาดการณ์ว่าคนจะเยอะในช่วงวันหยุดยาว แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตามมองในแง่ดีว่าเป็นโอกาสได้พักผ่อนและใช้เวลาพูดคุยกันมากขึ้น

    ด้านนายชาญ พรศรีรัตนรักษ์ เจ้าของร้านกาแฟบริเวณปากทางท่าเรือ เผยว่า ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่เปิดร้าน ไม่เคยเห็นรถติดยาวขนาดนี้มาก่อน ถือว่าหนักที่สุดตั้งแต่มีเฟอร์รี่เกาะช้าง โดยนักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร้านค้าขายดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเครื่องดื่ม ต้องสั่งน้ำแข็งเพิ่มหลายรอบ พร้อมแนะนำให้นักท่องเที่ยวพิจารณาฝากรถไว้ฝั่งแผ่นดิน แล้วใช้บริการรถโดยสารบนเกาะ เพื่อลดปัญหาการจราจรทั้งขาไปและขากลับ

    ขณะที่ นายจีระ ช่วยทุกข์ เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตราด ระบุว่า ท่าเรือเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 น. และมีนักท่องเที่ยวมาต่อคิวตั้งแต่เช้า ปัจจุบันมีรถสะสมไม่ต่ำกว่า 7-8 กิโลเมตร คาดว่าตลอดทั้งวันจะมีรถใช้บริการมากกว่า 2,500 คัน โดยมีเรือเฟอร์รี่ให้บริการ 4 ลำ วิ่งรับส่งต่อเนื่อง ใช้เวลารอบละประมาณ 20 นาที และคาดว่าจะสามารถระบายรถคันสุดท้ายได้ไม่ต่ำกว่าเวลา 21.00 น.

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากถึงนักท่องเที่ยวให้เตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอ เนื่องจากระยะเวลารอคิวอาจยาวนานถึง 2-3 ชั่วโมง พร้อมขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและราบรื่น

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143834&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AVui-IUVcSzcbwVRk4bE1

  • เรือท่องเที่ยวล่มในแม่น้ำนาร์มาดาใกล้เมืองจาบัลปูร์ ประเทศอินเดีย พบเสียชีวิตแล้ว 9 ราย

    เรือท่องเที่ยวล่มในแม่น้ำนาร์มาดาใกล้เมืองจาบัลปูร์ ประเทศอินเดีย พบเสียชีวิตแล้ว 9 ราย

    เรือท่องเที่ยวล่มในแม่น้ำนาร์มาดาใกล้เมืองจาบัลปูร์ ประเทศอินเดีย พบเสียชีวิตแล้ว 9 ราย

    สเตรตส์ไทมส์ รายงานวันที่ 2 พ.ค.69 ถึงความคืบหน้าเหตุเรือเที่ยวชมทิวทัศน์อับปางที่เขื่อนบาร์กีใน แม่น้ำนาร์มาดา เมืองจาบัลปูร์ ทางตอนกลางของ ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 ว่า พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 9 ราย ระหว่างปฏิบัติการค้นหาที่เขื่อนบาร์กี หน่วยกู้ภัยพบศพของนักท่องเที่ยวหญิงพร้อมกับลูกชายที่ยังกอดแน่นอยู่ที่หน้าอกของผู้เป็นแม่ เจ้าหน้าที่กล่าวด้วยว่ามีผู้โดยสารเรือได้รับการช่วยเหลือแล้ว 29 คน และทีมกู้ภัยยังคงค้นหาผู้สูญหายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/71149&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_z7AB69n5-frWzS1JqxVO

  • ห้วยตึงเฒ่าคึกคัก! จัดใหญ่โชว์เจ็ทสกี รับนักท่องเที่ยวแน่นวันแรงงาน

    ห้วยตึงเฒ่าคึกคัก! จัดใหญ่โชว์เจ็ทสกี รับนักท่องเที่ยวแน่นวันแรงงาน

    ภูมิภาค

    ห้วยตึงเฒ่าคึกคัก! จัดใหญ่โชว์เจ็ทสกี รับนักท่องเที่ยวแน่นวันแรงงาน

    วันเสาร์ ที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุด “วันแรงงานแห่งชาติ” โดยทางห้วยตึงเฒ่า ร่วมกับชมรมเจ็ทสกีจังหวัดลำปาง จัดกิจกรรมพิเศษ นำเจ็ทสกีจำนวน 6 ลำ มาให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างสีสันและความสนุกให้กับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเชียงใหม่

    นายกีรติ พรธนา ประธานชมรมเจ็ทสกีจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแรงงาน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยได้นำเจ็ตสกี 2 ลำ พร้อมเครื่องเล่นทางน้ำ อาทิ โซฟา และบานาน่าโบ๊ท รวม 4 ลำ มาให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นการยกกิจกรรมทางน้ำรูปแบบเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวทะเล มาไว้ให้ประชาชนได้สัมผัสโดยไม่ต้องเดินทางไกลถึงจังหวัดชลบุรีหรือระยอง

    ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 16.00 น. เฉพาะวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

    ด้านนักท่องเที่ยวชาวเชียงใหม่รายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่มีการเพิ่มกิจกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะเจ็ทสกีและบานาน่าโบ๊ท ทำให้การท่องเที่ยวมีความหลากหลายและสนุกมากขึ้น พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมสัมผัสบรรยากาศที่ห้วยตึงเฒ่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว สร้างความคึกคักและรายได้ให้กับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

    อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ทะเลน้ำจืดของชาวเชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เขตทหาร ภายใต้การบริหารและดำเนินงานของ มณฑลทหารบกที่ 33 สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตามนโยบายของกองทัพบก เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30- 18.00 น. โดยเก็บค่าบริการนักท่องเที่ยวคนไทยที่เข้าชมเพียงคนละ 20 บาท  เด็กต่ำกว่า 7 ขวบและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปแสดงบัตร ไม่เก็บค่าบริการ 

    สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานโครงการส่งเสริม อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่าตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์  053 -121 -119 ,กองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่  33  โทรศัพท์ 053 -241-644 ต่อ 75026 
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474707&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fiA9QVUfgMzjAUnS-81Vx

  • เดินทางทั่วไทยไปกับ ‘ลิซ่า’ | เดลินิวส์

    เดินทางทั่วไทยไปกับ ‘ลิซ่า’ | เดลินิวส์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จุดพลังการเดินทางทั่วไทยกับ “ลิซ่า” Amazing Thailand Ambassador เชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์และเรื่องราวอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศ ภายใต้กิจกรรม “Feel All the Feelings, Seeking Thailand’s Wonders” ที่มุ่งเติมเต็มทุกการพักผ่อนให้เป็นช่วงเวลาแห่งการฮีลใจ ครอบคลุมการท่องเที่ยวทั่วไทย

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า กิจกรรม ‘Feel All the Feelings, Seeking Thailand’s Wonders’ เป็นการต่อยอดแนวคิดการถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านมิติของอารมณ์และความรู้สึกที่หลากหลายของการเดินทาง เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง Green Season ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติของไทยงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    “ททท. มุ่งหวังให้กิจกรรมนี้เป็นแรงกระตุ้นสำคัญในการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ นำไปสู่การกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ผ่านความร่วมมือกับสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น โครงการ Trusted Thailand โครงการ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยหรือรางวัลกินรี ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความพร้อมด้านมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความยั่งยืน”

    สำหรับสถานที่เช็คอินตามรอย “ลิซ่า” อีก 24 แห่ง ได้แก่ น้ำตกทีลอซู จ.ตาก น้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ที่สุดในไทยและอันดับ 6 ของเอเชีย วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่ วัดเก่าแก่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เกาะทะลุ จ.ระยอง เกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใส หาดทรายขาว และแนวปะการังที่สวยงาม เสม็ดนางชี จ.พังงา  จุดชมวิวอ่าวพังงาที่มีชื่อเสียงระดับโลก เจดีย์ลอยฟ้า วัดพุทธบาทสุทธาวาส จ.ลำปาง เจดีย์สีขาวและเจดีย์สีทองขนาดเล็กตั้งเรียงรายตามยอดผา วัดภูมินทร์ จ.น่าน กับกระซิบรักบันลือโลก วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ แลนด์มาร์คสำคัญของเขาค้อ ทะเลสาบบัวแดง จ.อุดรธานี บึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่จะมีบัวแดงบานสะพรั่ง ภูลังกา จ.พะเยา วิวทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามติดอันดับต้น ๆ ของไทย ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย จุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยอดฮิต

    นอกจากนี้ยังมี วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ไร่ชา จ.เชียงราย ได้แก่ ไร่บุญรอด, ไร่ชาฉุยฟง, ไร่ชา 101, ไร่ชาวังพุดตาล, ไร่ชาวาวี, ไร่ชาเลาลี รีสอร์ต, ร้านสุวิรุฬห์ชาไทย และไร่ชาสวรรค์บนดิน บ้านรักไทย จ.แม่ฮ่องสอน น้ำตกห้วยขมิ้น จ.กาญจนบุรี แหลมหาด เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา สามพันโบก จ.อุบลราชธานี และอุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 

    ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางท่องเที่ยว และเข้าร่วมกิจกรรมได้ 2 รูปแบบ ได้แก่

    กิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึกจากการสะสม Buddy Rewards เพื่อกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ รับสิทธิ์เป็นเจ้าของ Photobox Photobox ดีไซน์พิเศษที่บรรจุ Photocard ของ ‘ลิซ่า’ ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ผ่านการบันทึกทิวทัศน์อันโดดเด่นของ 8 แหล่งท่องเที่ยว พร้อมสติกเกอร์โฮโลแกรมเคลือบรุ้งกันน้ำที่สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างร่วมสมัยกับเรื่องราวของหลากหลายสิ่งที่สะท้อนเสน่ห์และกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไทย

    ผู้ร่วมกิจกรรมต้องมีหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ลงทะเบียนในประเทศไทย เพื่อใช้ยืนยันตัวตนขณะลงทะเบียน (OTP Verification Code) โดยลงทะเบียนผ่าน Line OA @buddyrewardsby1672  และเช็คอินในแหล่งท่องเที่ยวที่กำหนดใน Buddy Reward จุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ รับ 50 คะแนนต่อสถานที่ หรือเช็คอินตามรอย Amazing Thailand Ambassador เพื่อรับแต้มพิเศษ 100 คะแนนต่อสถานที่ โดยต้องมีประวัติเช็คอินตามรอยอย่างน้อย 2 แห่งสะสมครบ 2,000 คะแนน มีสิทธิ์กดแลกรับ Photobox จำนวน 100 รางวัล 

    อีกกิจกรรมคือ ลุ้นรับของที่ระลึกจากการสะสมใบเสร็จท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถเข้าร่วมสนุกและลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้อีก 4 แบบ 4 สไตล์ ได้แก่ เสื้อยืดสีดำ 55 เมืองน่าเที่ยว สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสื้อยืดสีขาว 55 เมืองน่าเที่ยว สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือ ผ้าสารพัดประโยชน์ สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในภาคกลางและภาคตะวันออก และพวงกุญแจโลหะสีเงิน สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในภาคใต้

    โดยเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน ใช้บริการสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก ททท. ประเภทใดก็ได้จากทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ Trusted Thailand ตรวจสอบรายชื่อที่ https://trustedthailand.tourismthailand.org/en/establishments/detail รางวัลกินรี ปี 2568 ตรวจสอบรายชื่อที่ https://tourismawards.tourismthailand.org/awards-winner  และ STAR ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ https://www.tatstar.org/companies 

    สะสมใบเสร็จที่มีชื่อสถานประกอบการและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีชัดเจน หรือเอกสารที่ออกโดยโรงแรม จำนวนขั้นต่ำ 2,000 บาท มีสิทธิร่วมลงทะเบียนผ่าน ลิงค์ https://amzth.org/SeekingThailandWonders  เพื่อลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับของที่ระลึกตามภูมิภาคที่ออกเดินทางท่องเที่ยว

    ทั้งสองกิจกรรมสามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: Amazing Thailand

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5829700/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fPNHrAyvM3Bhvfs5NyeTy

  • “ซาบีดา” หนุนยกระดับ “แหล่งโบราณคดีนาหนองจอก” หลังพบโบราณวัตถุ อายุ 3,000 ปี

    “ซาบีดา” หนุนยกระดับ “แหล่งโบราณคดีนาหนองจอก” หลังพบโบราณวัตถุ อายุ 3,000 ปี

    “รมว.ซาบีดา” ลงพื้นที่ จ.นครพนม รับมอบโบราณวัตถุ อายุ 3,000 ปี ที่ค้นพบจากแหล่งโบราณคดีกุดฉิม หนุนยกระดับ ”แหล่งโบราณคดีนาหนองจอก“ สู่แหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม

    วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลกุดฉิม บ้านกุดฉิม ตำบลกุดฉิม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 

    นางสาวซาบีดา ยังเป็นประธานในพิธีรับมอบโบราณวัตถุอายุ  3,000 – 2,300 ปี ซึ่งขุดค้นเมื่อปี 2553 จากแหล่งโบราณคดีกุดฉิม อาทิ ภาชนะดินเผาก้นกลม ภาชนะดินเผาเนื้อดินและเศษภาชนะดินเผา ตราประทับดินเผา ชิ้นส่วนเครื่องมือเหล็ก เครื่องประดับสำริด ลูกปัดแก้ว ก่อนส่งมอบโบราณวัตถุดังกล่าวให้องค์การบริหารส่วนตำบลกุดฉิม เพื่อเก็บรักษาและพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนม 

    นอกจากนี้ นางสาวซาบีดา ได้มอบเกียรติบัตรให้กับผู้ส่งมอบโบราณวัตถุ จำนวน 18 ราย ซึ่งมอบโบราณวัตถุให้เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑ์บ้านกุดฉิม เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมต่อไป

    นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศาสนา วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างประเทศไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าสูง

    การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมงานด้านโบราณคดี ซึ่งเป็นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนรากฐานประวัติศาสตร์ของชาติ และเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญ ในการต่อยอดสู่ความมั่นคงของชุมชนและประเทศ แนวทางดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งสร้างสังคมเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยวัฒนธรรม พร้อมสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกวัฒนธรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ อย่างยั่งยืน 

    วธ. และจังหวัดนครพนม พร้อมจะร่วมมือพัฒนาแหล่งโบราณคดีนาหนองจอก ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย ส่วนการรับมอบโบราณวัตถุอายุ 3,000 – 2,300 ปีจากแหล่งโบราณคดีกุดฉิมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชนให้ประชาชน เยาวชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของพื้นที่

    “ขอชื่นชมพี่น้องชาวตำบลกุดฉิม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่ร่วมกันอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีนาหนองจอกและมุ่งพัฒนายกระดับ

    ในระดับสากล และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันเผยแพร่ “UNSEEN ไท ไทย” ให้สังคม ได้เห็นคุณค่า ตลอดจนการรวบรวมโบราณวัตถุ อันเป็นสมบัติของชาติ มอบเก็บรักษา ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เพื่อให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาและชื่นชมต่อไป” รมว.วธ. กล่าว

    นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมยังได้ตรวจเยี่ยมและติดตามแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ วัดพระธาตุเรณู ลานวัฒนธรรม และโรงละครเมืองเรณูนคร อำเภอเรณูนคร ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมเยี่ยมชมถนนสายวัฒนธรรมเมืองพนม อำเภอธาตุพนม เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าไทย ผลิตภัณฑ์ชุมชน และเศรษฐกิจฐานราก

    นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะเดินหน้าต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเน้นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ เชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ ศาสนสถาน ถนนสายวัฒนธรรม สินค้าชุมชน และวิถีชีวิตท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้นครพนมเป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ที่สร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2930157&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zAYA_43RFWlIrM-2KHei8

  • หยุดยาว 4 วัน นักท่องเที่ยวทะลักเกาะช้าง รถติดยาว 7 กม.

    หยุดยาว 4 วัน นักท่องเที่ยวทะลักเกาะช้าง รถติดยาว 7 กม.

    หยุดยาว 4 วัน นักท่องเที่ยวทะลักเข้าเกาะช้าง รถติดยาวทะลุถึงถนนสายหลักยาว ถึง 7 กม. ผจก.ท่าเรือยืนยันลงได้ทุกคัน คาด 3-4 ชม. ต่ำสุด ระบุไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้ นทท.บ่นและเปลี่ยนใจไม่ไปเกาะช้าง ขณะจราจรจัดระเบียบวุ่น

    1 พฤษภาคม 2569 – อ.แหลมงอบ จ.ตราดบรรยากาศการท่องเที่ยวที่จ.ตราดช่วงวันหยุดยาว 4 วัน เนื่องในวันแรงงาน (วันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569) ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะช้างจังหวัดตราดเนื่องแน่น โดยในเวลา 10.00 น.ที่บริเวณท่าเรือเฟอร์รี่“เกาะช้างเฟอร์รี่”บ้านธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ปรากฏว่า มีรถยนต์ของนักท่องเที่ยวจอดรอลงเรือเฟอร์รี่เต็มทั้งหมดในลานจอดกว่า 350 คัน แต่ไม่เพียงพอเนื่องจากเรือเฟอร์รี่ 4 ลำสามารถระบายรถยนต์ได้เพียง 150-200 คัน/ชม.เท่านั้น แม้จะใช้การตีเรือเปล่าจากฝั่งอ.เกาะช้างมารับที่ฝั่ง อ.แหลมงอบ ก็ตาม ทำให้รถยนต์จอดติดสะสมเลยออกมานอกลาน และออกมาถึงนอกถนนทางเข้าท่าเรือ และเพียง 1 ชม.รถยนต์ทะลักออกมาถึงถนนสายแหลมงอบ-แสนตุ้ง มีระยะทางยาวกว่า 4 กม.

    นายภาณุพงศ์ เมตตา ผู้จัดการท่าเรือเฟอร์รี่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือทุกคนรวมทั้งช่างเครื่องออกจากท่าเรือมาอำนวยความสะดวกและประชาสัมพันธ์ให่กับนักท่องเที่ยวให้เกิดความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมทั้งนายภานุวัฒน์ เมตตา ก็ต้องออกมาโบกรถยนต์ด้วยตัวเอง พร้อมประสานของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ.แหลมงอบมาช่วยเนื่องจากรถยนต์ทะลักออกมานอกถนนและติดต่อเนื่องยาวไปทางอำเภอแหลมงอบกว่า 1 กม.และยังต้องเลี้ยวกลับมาต่อคิว และสวนกับรถยนต์ทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางไปยังเกาะช้างทำให้เกิดติดขัดขึ้นมาอีก

    นายภานุวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เคยทีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และไม่ได้คาดคิดว่าช่วงวันหยุดแรงงานจะมีนักท่องเที่ยวมากเช่นนี้ เพราะทุกครั้งจะเป็นช่วงวันหยุดปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์มากกว่า อย่างไรก็ตาม ระยะทางที่ติดรวมกันมีมากถึง 4-5 กม.แต่ทางบริษัทฯมีเรือเฟอร์รี่ที่ใช้ได้ทั้งหมด 4 ลำมาวิ่งรับตามรถยนต์ และไม่มีปัญหาเรื่องน้ำลง รวมทั้งได้ตีเรือเปล่าจากฝั่งเกาะช้างมารับทันทีที่ส่งรถยนต์ไปถึงเกาะช้าง น่าจะระบายรถยนต์ได้รวดเร็วขึ้นและขอยืนยันว่ารถยนต์ทุกคันที่มาที่ท่าเรือเฟอร์รี่จะได้ลงเรือไปเกาะช้างทุกคัน แม้จะเป็นเวลาค่ำคืนก็ตาม

    พ.ต.ท.สมชาย อมรอรช รองผกก.ป.สภ.แหลมงอบ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแหลมงอบได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจทุกคนเข้ามาอำนววความสะดวกและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังอำเภอเกาะช้างได้อย่างปลอดภัย และไม่ให้ปัญหาแย่งคิวกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเข้าห้องน้ำและหิวน้ำ หรือเจ็บป่วยสามารถแจ้งมาให้ช่วยเหลือได้ โดยจะมีรถยนต์สายตรวจช่วยเหลือทันที

    ด้านนายประวัชธนพล สอนเวช นักท่องเที่ยวจากจ.นครนายกที่มีพร้อมภรรยา กล่าวว่า ตกใจที่เห็นรถยนต์ต่อคิวยาวออกมาถึงนอกถนน ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งเดินทางมาถึงในช่วงสาย แต่มาถึงก็รถยนต์ต่อคิว ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่นได้แล้วเพราะได้จองห้องพักมาด้วย และวางแผนการเดินทางมา 1 เดือน และรู้ว่า การเดินทางมาเกาะช้างจะมีปัญหาช่วงลงเรือเฟอร์รี่ที่ต้องรอนาน แต่ก็คิดว่าคงไม่เท่าไร แต่พอมาถึงก็เห็นยาว จึงต้องยอมรับสภาพดังนั้นจึงต้องเดินทางลงเรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้าง แม้อาจจะต้องรอนานหลายชั่วโมง

    ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่เดินทางมาพร้อมเพื่อนที่มาส่ง ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ต้องไปส่งถึงท่าเรือเฟอร์รี่แต่ทางตำรวจได้นำส่งไปให้ที่ท่าเรือเนื่องจากหากเข้าไปเองจะต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งเพื่อนสาวที่พามาส่งกล่าวว่า เพื่อนชาวต่างชาติและญาติมาเที่ยวเกาะช้างอีกครั้ง และมาส่งให้ที่ท่าเรือ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ยาวมาก จึงยังไม่เข้าไปที่ท่าเรือ และรออยู่ข้างถนนทางเข้าและได้รับการอำนวยความสะดวกจากตำรวจแหลมงอบ ต้องขอบคุณมาก สำหรับการดูแลและช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้

    ส่วนกู้ภัยอาสาชุดแหลมงอบที่อำนวยความสะดวกการจราจรที่หน้าซอยบ้านธรรมชาติบอกว่า ไม่เคยเห็นรถยนต์ติดสะสมยาวมาถึงหน้าบ้านแบบนี้มาก่อน จึงออกมาช่วยตำรวจระบายรถยนต์ เพื่อให้สามารถเดินทางไปเกาะช้างได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

    บรรยากาศล่าสุดในเวลา 14.00 น.พบว่ารถยนต์ได้ติดติดสะสมยาวไปทางถนนสายแหลมงอบ-แสนตุ้งมีระยะทางยาวกว่า 7 กม.แล้วขณะนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการระบายรถยนต์เพื่อลงเกาะช้างได้ในเวลา 4-5 ชม. ซึ่งเที่ยวสุดท้ายน่าจะสามารถเดินทางได้ไม่เกิน 20.00 น. วันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/989123/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2X_7Lsxc5RSU4NHim33d76

  • ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว


    1/05/2569 | 3 |

    ราชบุรีจัดใหญ่! ผู้ว่าฯ เปิดงานประกวดบอนไซเขาแร้ง ปี 69 ดันภูมิปัญญาท้องถิ่น 30 ปี สู่ตลาดยั่งยืน กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ราชบุรี – วันที่ 1 พ.ค. 2569 นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด “งานประกวดบอนไซ ประจำปี 2569” และ “โครงการส่งเสริมอาชีพไม้ดัดบอนไซ ตำบลเขาแร้ง” ที่บริเวณวัดเขาถ้ำกรวย ต.เขาแร้ง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ซึ่งชมรมบอนไซตำบลเขาแร้ง ร่วมกับส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งส่งเสริมอาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกระตุ้นการท่องเที่ยวระดับชุมชน โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาแร้ง ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

    นายสุชาติ อ่อนคำ รองประธานชมรมบอนไซตำบลเขาแร้ง เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพการทำบอนไซและไม้ดัดให้อยู่คู่ชุมชน เนื่องจากประชาชนในตำบลเขาแร้งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจัดสวน เพาะเลี้ยงต้นไม้ ทำไม้ดัดบอนไซ และจัดทำภูเขาน้ำตกจำลองเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมมานานกว่า 30 ปี จนเกิดเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญ การจัดงานนี้ยังมุ่งหวังให้เป็นช่องทางส่งเสริมการตลาด ให้ผู้ผลิตและผู้ซื้อได้พบปะกันโดยตรง รวมถึงผลักดันให้ตำบลเขาแร้งและจังหวัดราชบุรีเป็นที่รู้จักแพร่หลายในด้านการท่องเที่ยว

    ด้าน นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้กล่าวชื่นชมการจัดงานพร้อมเน้นย้ำว่า “บอนไซ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรกหรือศิลปะเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นอาชีพที่มั่นคงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการและชุมชนได้จริง ปัจจุบันบอนไซได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ การที่ตำบลเขาแร้งสามารถสืบทอดองค์ความรู้และทักษะเหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนาน ถือเป็นการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ บอนไซ ไม้ดัด และน้ำตกจำลองรูปแบบต่างๆ รวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และเทคนิคการเพาะเลี้ยงระหว่างกลุ่มผู้ผลิตและผู้ที่สนใจ ซึ่งถือเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ฐานราก และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดราชบุรีให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00kIhpvYO3dUGAAHfzDTlZ

  • รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


    1/05/2569 | 3 |

    รมต.ประจำสำนักนายกฯ เปิดงานใหญ่ “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” ชูผลผลิตการเกษตร กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    ราชบุรี- วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดอมรญาติสมาคม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้มีพิธีเปิดงาน “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางการต้อนรับจากหัวหน้าส่วนราชการและบุคคลสำคัญในพื้นที่ อาทิ นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, ดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 5, นายสุทธิพงษ์ พุทธจันทรา ปลัดจังหวัดราชบุรี ตลอดจนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

    การจัดงาน “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก ประจำปี 2569” เกิดขึ้นเนื่องจากพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวกมีความอุดมสมบูรณ์และประกอบไปด้วยลำคลองเป็นจำนวนมาก จึงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้หลักและเป็นที่ยอมรับในด้านรสชาติและคุณภาพ โดยเฉพาะ “มะพร้าวน้ำหอม และองุ่น”

    สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ วัดอมรญาติสมาคม โดยมีเป้าหมายสำคัญ ดังนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์คุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรของชาวอำเภอดำเนินสะดวกให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแก่บุคคลทั่วไป และเพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอ โดยเฉพาะ “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

    งานเทศกาลนี้ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญและได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 37 แล้ว ทั้งนี้ เดิมทีงานดังกล่าวใช้ชื่อว่า “งานเทศกาลองุ่นหวาน” แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปรับเปลี่ยนจากการปลูกองุ่นมาเป็นมะพร้าวน้ำหอมมากขึ้น ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “เทศกาลผลไม้และของดีอำเภอดำเนินสะดวก” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อนี้เป็นปีที่ 4

    ทางด้าน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ประธานในพิธี ได้กล่าวชื่นชมถึงความร่วมมือและการบูรณาการของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นพัฒนาความอยู่ดีกินดีของประชาชนชาวดำเนินสะดวก และกล่าวเสริมว่า พื้นที่นี้มีผลไม้คุณภาพที่สร้างชื่อเสียงอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าวน้ำหอม องุ่น ฝรั่งกิมจู ชมพู่ และมะม่วง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามะพร้าวน้ำหอมของที่นี่สามารถสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับทั้งจังหวัดราชบุรีและในระดับประเทศได้เป็นอย่างมาก

    ในช่วงท้าย ประธานในพิธีได้แสดงความมั่นใจว่าการจัดงานจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยส่งผลให้ผลิตผลทางการเกษตรและตลาดน้ำดำเนินสะดวกเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำท้องถิ่น และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

    สำหรับกิจกรรมภายในงาน ยังได้จัดประกวดธิดาดำเนิน และการออกร้านจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลไม้สดๆ จากสวน สินค้าโอทอป คาราวานสินค้า และทุกคืนบนเวทีกลางจัดการแสดงตลอดการจัดงาน ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค. 69 นี้ ที่ วัดอมรญาติสมาคม อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/499614&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Xko_83Z9YjFipCPMAa3np

  • ​สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ดันดินเผา 700 ปี สู่เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม ​

    ​สิงห์บุรีเปิดยิ่งใหญ่ “ตำนานเตาเผาแม่น้ำน้อย” ดันดินเผา 700 ปี สู่เส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรม ​

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/145032&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vRLNCxI_MKuKHtJ9Lmkhp