เสียหายวันละ 1,500 ล้าน
อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ที่เกิดขึ้นและต่อเนื่องถึงเวลานี้ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าประเมินผลกระทบสร้างความเสียหายประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาทต่อวัน เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ทั้งนี้หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อเนื่องใน 1 เดือน ประเมินว่าจะมีความเสียหายประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาท
ทุบไฮซีชันนักท่องเที่ยวต่างชาติวูบ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 21-24 พฤศจิกายนว่า พบว่ามี 4 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของสงขลา
อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวประมาณ 8,000 คนติดค้างอยู่ในโรงแรมต่าง ๆในหาดใหญ่ ในจำนวนนี้ เป็นชาวต่างชาติ 7,300 คน โดย 90% เป็นนักท่องเที่ยวมาเลเซีย และอีก 10% เป็นนักท่องเที่ยวสิงคโปร์และอินโดนีเซีย
ประกอบกับเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ยังส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวโดยรวม โดยรัฐบาลมาเลเซีย และสถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ได้ประกาศเตือนพลเมืองให้ เลื่อนการเดินทางท่องเที่ยวมายังภาคใต้ของไทย ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.2568 และสื่อกระแสหลักของมาเลเซีย มีการรายงาน โดยเฉพาะกรณีที่นักท่องเที่ยวมาเลเซียติดค้าง
ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเลเซียเกิดความวิตกกังวล และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นในการเดินทางมายังภาคใต้โดยรวม ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อนักท่องเที่ยวตลาดมาเลเซีย ให้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นแทน หรือมีการยกเลิก/ชะลอการเดินทางออกไปก่อน
อีกทั้งยังทำให้เกิดการเสียโอกาสในการดึงนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางไปชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวงที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีการยกเลิกงานเปิดไฟต้นคริสต์มาส Christmas Tree Light Up Celebration ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ และเลื่อนกิจกรรม THAI FIGHT พัทลุง
นอกจากนี้ททท.ยังคาดการณ์ผลกระทบการจากการชลอการเดินทางท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม คาดว่าพฤศจิกายน จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย ไปเที่ยวสงขลา 243,150 คน-ครั้ง ติดลบ 6.9 % และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 1,920 ล้านบาท หดตัว 8.5 % ส่งผลให้แนวโน้มภาคใต้ มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2,490,370 คน-ครั้ง เติบโตเล็กน้อยอยู่ที่ 0.92 % และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 16,140 ล้านบาท ติดลบ 1.82 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567
ขณะที่แนวโน้มในเดือนธันวาคมคาดว่ามีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 306,400 คน-ครั้ง หดตัวประมาณ 2% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 2,410 ล้านบาท หดตัวประมาณ 4% ส่งผลให้แนวโน้มภาคใต้ มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2,792,200 คน-ครั้ง เติบโต 1.28% และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 17,680 ล้านบาท หดตัว 1.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศตลาดมาเลเซียถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักอันดับ 1 ของไทย โดยมีสัดส่วน 14 % ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด และส่วนใหญ่กว่า 73% เดินทางเข้าไทยผ่านด่านชายแดนทางบกภาคใต้ ซึ่งททท. คาดการณ์ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2568 จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของตลาดมาเลเซียในระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคมโดยแบ่งได้เป็น 2 กรณี ดังนี้
กรณีที่ 1 (กระทบระยะสั้น 1 สัปดาห์) คาดการณ์นักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าไทยทั้งปี 2568 ประมาณ 4.60 ล้านคน ลดลง 7 % จากปี 2567 กรณี 2 (กระทบมากกว่า 1 สัปดาห์) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ คาดการณ์นักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้าไทยทั้งปี 2568 ประมาณ 4.55 ล้านคน ลดลง 8 % จากปี 2567อย่างไรก็ตามทั้งนี้หากเป็นในกรณีที่ 2 จะทำให้ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งปี 2568 คาดว่าจะต่ำกว่า 33 ล้านคน ลดลง 8 % จากปี 2567
นอกจากนี้ททท.อยู่ระหว่างการเตรียมแผนในการเยียวผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ และส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรมในช่วงปลายปี อาทิ เทศกาล Countdown หาดใหญ่ เทศกาลตรุษจีน และอีเวนต์อื่นๆ อื่นๆ รวมถึงชงมาตรการส่งเสริมการขายหรือ มาตรการฟื้นฟูด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหนัก ที่จะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ และช่วยเหลือผู้ประกอบการและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่
ด้านดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา กล่าวว่าปัจจุบันโรงแรมในหาดใหญ่กว่า 300 แห่ง รวมจำนวนห้องพักกว่า 3 หมื่นห้อง ต้องปิดกิจการจากผลกระทบน้ำท่วม เหลือที่เปิดให้บริการได้ราว 10 แห่งเท่านั้นที่ไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้า
โดยในช่วงแรกมีรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวติดค้างที่ได้รับข้อมูลเข้ามาประมาณ 7,000-8,000 คน แต่เมื่อรวมกับผู้ที่อยู่นอกบริเวณหรือยังไม่ได้แจ้งข้อมูลเข้ามา คาดการณ์ว่าอาจมีนักท่องเที่ยวรวมเป็นหมื่นคนก
สิ่งเร่งด่วนที่สุดคือการนำนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ให้ได้ก่อน เพราะหากไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ การจะเรียกนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวมาเลเซีย ซึ่งหาดใหญ่พึ่งพาอย่างมาก ให้กลับมาเที่ยวอีกครั้งจะไม่ใช่เรื่องง่ายโดยได้ทยอยช่วยเหลือ ทำให้ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 1,000 กว่าคน แต่ก็มีปัญหาระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาอีก โดยผู้ประกอบการเห็นว่าการรับมือและดูแลนักท่องเที่ยวของภาครัฐในวิกฤตนี้ “ทำได้ล้มเหลว” มีความล่าช้า ไม่ทั่วถึง และขาดศูนย์กลางในการบัญชาการ
ทั้งคาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เพราะกว่าน้ำจะลด ก็ต้องมีการซ่อมแซมสถานประกอบการ และสิ่งที่กังวล คือ การเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลับคืนมา เนื่องจากย่านใจกลางเมืองหาดใหญ่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นหลัก เพราะได้มีการยกเลิกการเดินทางทั้งหมดแล้ว และในระยะยาว คาดการณ์ว่าการฟื้นฟูธุรกิจให้กลับมาเป็นปกติอาจใช้เวลาเป็นเดือน
ปิดนิคมฯใต้ เส้นทางคมนาคมตัดขาด
เช่นเดียวกับ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่ามีนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้เคียง 2 แห่ง คือ นิคมฯภาคใต้ และ นิคมอุตสาหกรรมสงขลา (สะเดา)ปัจจุบันยังไม่มีน้ำท่วมเข้าไปภายในพื้นที่นิคมฯ แต่โรงงานภายในนิคมฯ ได้รับผลกระทบ 1. โรงงานไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ 2. พนักงานไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ เนื่องจากน้ำท่วมหนักรอบๆ นิคมฯ และในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ 3. โรงงานหยุดประกอบการ 100 %
สวนยางพารา เสียหายหนัก
ส่วนพื้นที่สวนยางได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 13 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิตกว่า 2 หมื่นตัน ซึ่งภาคใต้เป็นแหล่งพื้นที่ปลูกและผลิตยางพาราที่มากที่สุดในประเทศ และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก ทั้งนี้ ดร.เพิก เลิศวังพง ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อราคายางในตลาดโลก เนื่องจากฝนตกต่อเนื่อง
อสังหาฯอ่วมทุบซ้ำกำลังซื้อ
สำหรับมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงไม่เพียงแต่ สร้างความเสียหายให้ กับธุรกิจภาคอื่นแต่ยังกระทบโดยตรง ต่อ ตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยแล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขาย ซึ่งจะเห็นภาพชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เสี่ยงและอาจมีผลต่อการขายโครงการในพื้นที่ นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้เปลี่ยน สถานการณ์เป็นขาลงทันที
เพราะโครงการที่ตั้งบนทำเลลุ่มต่ำ ทั้งบ้านพรุ หาดใหญ่ใน และใจกลางเมือง ต่างเผชิญความเสียหายหนักที่สำคัญหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัยของผู้ซื้อจาก ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ที่มองหาบ้านหลังที่สองกันมากที่ผู้ประกอบการทั้งในพื้นที่และส่วนกลางเข้ามาพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่าหาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพแต่เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้ประเมินว่าต้องพิจารณากันใหม่