Category: ท่องเที่ยว

  • เน็กซ์โทเปียหนุนท่องเที่ยวสู่เดสติเนชันโลก

    เน็กซ์โทเปียหนุนท่องเที่ยวสู่เดสติเนชันโลก

    ปี 2568 คืออีกปีที่สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน จากกำลังซื้อที่อ่อนตัวในตลาดหลักอย่างจีนและยุโรป ขณะที่ประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ตั้งแต่ญี่ปุ่น, จีน, เวียดนาม, เกาหลีใต้ ไปจนถึงมาเลเซียเร่งเดินเกมท่องเที่ยวเชิงมูลค่าเพิ่มอย่างดุเดือด

    จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงต่อเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจภายในและพฤติกรรมเดินทางที่เปลี่ยนไปสู่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ แต่ความตึงเครียดระหว่างจีน-ญี่ปุ่นปลายปี กลับทำให้เส้นทางอาเซียนโดดเด่นขึ้นอีกครั้ง โดยไทยยังคงได้เปรียบด้านวัฒนธรรม การบริการ ความคุ้นเคยและการก้าวสู่ช่วงไฮซีซัน ทำให้มีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาสท้ายของปี

    ขณะที่สู่เดือนตุลาคม ปริมาณผู้โดยสารขาเข้าจากเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ตกลับมาคึกคักอย่างเห็นได้ชัด ส่วนโรงแรมในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวสำคัญเริ่มรายงานยอดเข้าพักที่ดีขึ้น

    ข้อมูลจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวระบุว่า แนวโน้มการใช้จ่ายของนักเดินทางปีนี้แตกต่างจากช่วงก่อนโควิด-19 โดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มุ่งหา “ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร” มากกว่าการซื้อสินค้าราคาแพงเพียงอย่างเดียว และให้ความสำคัญกับกิจกรรมเชิงเรียนรู้ การถ่ายภาพ เชิงไลฟ์สไตล์ และเนื้อหาที่สามารถแบ่งปันในโลก ออนไลน์

    แนวโน้มดังกล่าวกดดันให้ไทยต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีเนื้อหามากกว่า “ช็อปปิ้ง-กิน-พัก” และต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่เพียงแข่งขันด้านจำนวนผู้เดินทาง

    ในช่วงการฟื้นตัวนี้ ภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก-ศูนย์การค้า เริ่มมองว่า “การรอคอยนักท่องเที่ยว” ไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนนักเดินทางให้เป็น “ผู้มีส่วนร่วมในประสบการณ์”

    สยามพารากอน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านศูนย์การค้าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เยี่ยมชมมากที่สุด ปีละมากกว่า 100 ล้านคน และ 30% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกาศเปิดตัว “เน็กซ์โทเปีย” (NEXTOPIA) โครงการเมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต บนพื้นที่ชั้น 5 ของศูนย์การค้า ครอบคลุมกว่า 15,000 ตารางเมตร ด้วยงบลงทุน 850 ล้านบาท

    ตั้งเป้าพลิกจากการเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญของการช็อปปิ้งเป็น Creative Experience Destination ที่เน้นการคิดร่วมทำร่วมผ่านนวัตกรรม ความยั่งยืน และกิจกรรมสำหรับนักเดินทางยุคใหม่

    โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญของการทรานส์ฟอร์มสยามพารากอนในโอกาสครบรอบ 20 ปี เพื่อยกระดับบทบาทสู่ World-Class Destination ระดับโลกที่ไม่เพียงดึงนักเดินทางให้มาจับจ่าย แต่เข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์อนาคตของเมือง

    ความโดดเด่นของ NEXTOPIA คือการเป็น Prototype City หรือ “เมืองทดลอง” ที่ใช้ความร่วมมือระหว่างองค์กรนวัตกรรมกว่า 50 แห่ง และชุมชนอีก 30 กลุ่ม ร่วมนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดรับทุกคนร่วมสร้างโลกที่ดีกว่า “Join us in the Making of a Better World” สร้างคุณค่าให้กับทุกการมาเยือนควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและยั่งยืน

    โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักออกแบบ และนักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการคิดค้นเทคโนโลยีและแนวคิดเพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

    พื้นที่ภายในถูกออกแบบให้เป็นระบบนิเวศเรียนรู้ ประกอบด้วยโซนเทคโนโลยีทดลอง พื้นที่นำเสนอนวัตกรรม เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ และสินค้า/บริการเชิงยั่งยืนที่สามารถทดลองใช้งานได้จริง ถือเป็นโมเดลการท่องเที่ยวรูปแบบ “Immersive Education” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในเมืองท่องเที่ยวยุคใหม่ทั่วโลก เช่น มหานครโตเกียว, โซล และสิงคโปร์

    โครงการนี้ยังตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง (High–Spending Traveler) ที่ต้องการซื้อประสบการณ์มากกว่าสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะนักเดินทางจีนเกรดพรีเมียม กลุ่มมิลเลนเนียล–เจเนอเรชัน Z จากมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

    NEXTOPIA เปิดให้ทุกคน “สร้างสรรค์ได้จริง” เช่น การออกแบบต้นแบบสินค้า การทดลองบริการต้นแบบ และการเรียนรู้คอนเซปต์การอยู่อาศัยในเมืองยั่งยืน ซึ่งกลายเป็นประสบการณ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและสามารถแบ่งปันผ่านโซเชียลมีเดีย กระตุ้นปริมาณนักเดินทางแบบปากต่อปากได้รวดเร็ว

    ไฮซีซันปีนี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องช่วยพยุงรายได้จากนักท่องเที่ยว แต่เป็นบททดสอบสำคัญว่า ไทยสามารถเปลี่ยนแนวคิดการท่องเที่ยวจาก “ปริมาณผู้เดินทาง” ไปสู่ “มูลค่าประสบการณ์” ได้มากแค่ไหน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเป้าหมายระยะยาวของประเทศด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    หาก NEXTOPIA ประสบความสำเร็จ กรุงเทพฯจะมีจุดขายใหม่ที่แข่งขันได้กับมหานครสำคัญระดับโลก และช่วยเปลี่ยนสถานะจาก “เมืองช็อปปิ้ง” ไปสู่ “เมืองแห่งนวัตกรรมสำหรับทุกคน”.

    ธวัชชัย ขจรวานิชไพบูลย์

    คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/marketing_trends/2899200&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cMSz3HQmYs5lm73GrhHG7

  • บุญเก่าอ่อนแรง! KKP มอง GDP ปี 69 โตชะลอเหลือ 1.6-1.8% ชี้เป็นปีแห่งทางแยกศก.ไทย : อินโฟเควสท์

    บุญเก่าอ่อนแรง! KKP มอง GDP ปี 69 โตชะลอเหลือ 1.6-1.8% ชี้เป็นปีแห่งทางแยกศก.ไทย : อินโฟเควสท์

    นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร (KKP) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวได้ราว 1.6-1.8% ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตช้า โดยเติบโตลดลงจากปีนี้ ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2% ซึ่งมองว่าในปีหน้า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาความท้าทายที่ต่อเนื่องจากปีนี้

    โดยมองว่าการที่เศรษฐกิจไทยเติบโตแผ่วลงนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงเมื่อต้นปี 2568 โดย GDP ไตรมาส 1/68 ขยายตัว 3.2% เพราะยังไม่มีปัญหาการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่ในไตรมาส 2/68 ขยายตัว 2.8% ส่วนไตรมาส 3 เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจเริ่มอ่อนกำลังลง อีกทั้งยังมีผลกระทบจากภัยธรรมชาติเข้ามากดดันด้วย

    “ปีหน้าเศรษฐกิจไทยโตช้า เพราะบุญเก่าอ่อนแรง และบุญใหม่ยังไม่มี คำถามคือ อะไรจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัว หลังจากที่เครื่องยนต์หลักอย่างการท่องเที่ยว และความสามารถในการผลิตภาคอุตสาหกรรมเริ่มอ่อนกำลังลงเรื่อย ๆ คำตอบคือ ตอนนี้ ไทยยังไม่เจอว่าจะมีอะไรเป็นเครื่องยนต์ในการดึงให้เศรษฐกิจให้กลับขึ้นไป” นายพิพัฒน์ กล่าวในหัวข้อ “วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยปีม้าไฟ จะ “ปัง” หรือต้อง “ระวัง” ในงานปาฐกถาพิเศษ “คู่หูเศรษฐกิจฝ่าวิกฤติสู่ความยั่งยืน” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์

    นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 เศรษฐกิจไทยกลับไปโตยากมาก การจะกลับไปขยายตัวที่ 2% ทำได้ลำบาก แต่ปัจจัยที่น่ากังวลนั้น ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าเมื่อเทียบกับอดีต แต่ไทยกำลังเติบโตช้าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ประเทศไทยกำลังถูกขนานนามและถูกพูดถึงมากขึ้นว่าเป็น “คนป่วยคนใหม่ของเอเชีย” จีดีพีต่อหัว (GDP per capita) โตตามหลังสิงคโปร์ถึง 11 เท่า

    “เศรษฐกิจไทยกำลังถูกบีบ ปัจจุบันตัวเลข GDP ของไทยอยู่อันดับที่ 2 ของอาเซียน แต่คาดว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า มีโอกาสที่จะหล่นไปอยู่อันดับที่ 5 ซึ่งเหล่านี้เป็นความเสี่ยง และเป็นคำถามว่า จะทำอย่างไรที่สามารถดันให้เศรษฐกิจกลับมาได้” นายพิพัฒน์ ระบุ

    สำหรับปัญหาที่เศรษฐกิจไทยเผชิญอยู่ในขณะนี้ คือ ภาคการผลิต จากความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าการส่งออกจากขยายตัว แต่การผลิตจริงกลับติดลบ ขณะที่การท่องเที่ยวเริ่มชนเพดาน นักท่องเที่ยวน่าจะฟื้นตัว แต่แรงส่งไม่เหมือนเดิม การท่องเที่ยวในปัจจุบันกลายเป็นแค่ฐานค้ำยันเศรษฐกิจ ไม่ใช่เครื่องยนต์ติดเทอร์โบที่จะดันให้เติบโตแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป

    อีกทั้งประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องกับดักหนี้ และการปล่อยกู้ภาคธนาคาร ขณะเดียวกันยังมีกำแพงปัญหาที่มองไม่เห็น เหมือนคลื่นสึนามิที่กำลังพาเศรษฐกิจไทยไปสู่ปัญหาการเติบโตช้า นั่นคือ โครงสร้างประชากร ซึ่งไทยเป็นไม่กี่ประเทศในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ ที่มีปัญหาโครงสร้างประชากร ประชากรวัยทำงานของไทยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ด้วยการแจกเงินไม่ได้

    นายพิพัฒน์ มองว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และเม็ดเงินลงทุนใหม่จากต่างประเทศ (FDI) ที่เริ่มไหลเข้ามาจากการย้ายฐานการผลิตในอุตสาหกรรม Data Center, การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ เพื่อรองรับ AI, อุตสาหกรรม EV และแบตเตอรี่ ซึ่งไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค รวมถึงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

    “ปี 2569 ยังเป็นปีแห่งทางแยกของเศรษฐกิจไทย ที่มีความท้าทายจากปัจจัยภายใน และภายนอก ดังนั้นไทยต้องเร่งสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาการเลือกตั้ง และแนวนโยบายการเงินการคลัง นอกเหนือจากการท่องเที่ยว และการลงทุน” นายพิพัฒน์ กล่าว

    พร้อมระบุว่า สำหรับการเลือกตั้งนั้น ยังมองว่าอาจจะเป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะวันนี้ปัญหาหลายอย่าง เรารู้ว่าคืออะไร ต้นเหตุคืออะไร จะแก้อะไร แต่จะแก้อย่างไรยังคงเป็นปัญหาสำคัญ การเลือกตั้งจึงอาจจะเป็นข้อดี คือ อาจจะมีคนนำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไรจากแนวนโยบาย แนวมาตรการที่จะช่วยคลายปัญหาหลายสิ่งที่เศรษฐกิจไทยกำลังเจอ ซึ่งยืนยันว่า เราต้องการนโยบายปฏิรูปที่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การแจกเงิน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550334&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nn8NvQ–6Ycr0LuvD8mcw

  • ครม. เศรษฐกิจ เคาะเยียวยา-ฟื้นฟู น้ำท่วมใต้ คลอดมาตรการพักหนี้ 1 ปี

    ครม. เศรษฐกิจ เคาะเยียวยา-ฟื้นฟู น้ำท่วมใต้ คลอดมาตรการพักหนี้ 1 ปี

    วินทร์ กุมภเศรษฐ์ เผยแพร่เมื่อ : 1 ธ.ค. 2568, 17:56 1

    วันนี้ (1 ธ.ค. 68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) โดยที่ประชุมได้เห็นชอบ 4 มาตรการ ได้แก่ มาตรการแรกลดภาระหนี้ โดยพักเงินต้นและดอกเบี้ยแบ 1 ล้าน ต่อราย นาน 12 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องมาผวงที่จะต้องมาจ่ายหนี้ พร้อมอนุมัติสินเชื่อเยียวยาโดยเพิ่มวงเงินกู้จากลูกค้าเดิมของธนาคาร ให้สามารถสินเชื่อเพิ่มไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และอนุมัติสินเชื่อฟื้นฟู (ซอฟต์โลน) อัตราดอกเบี้ย 0% ไม่เกิน 1 ล้าน เพื่อฟื้นฟูอาชีพ  โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยจะไปหารือกับธนาครพาณิชย์เพื่อออกมาตรการให้คล้ายกันกับมาตรการของธนาคารรัฐ ส่วนมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี จะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มาค้ำประกัน โดยจะนำโมเดลสินเชื่อในสามจังหวัดชายแดนใต้

    มาตรการในส่วนที่ 2 เป็นเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 9,000 บาท  โดยในการประชุมคณะคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค. 68) จะมีการพิจารณางบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2569 ซึ่งวันนี้ (1 ธ.ค. 68) ได้พิจารณาจ่ายล็อตแรกไปแล้ว 26,000 ครัวเรือน  ขณะที่มาตรการประกันภัยได้ลดขั้นตอนการเคลมประกันให้มีความรวดเร็วขึ้น ส่วนด้านแรงงานได้ขยายเงินนำส่งประกันสังคม พร้อมจ่ายประโยชน์ทดแทนสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถทำงานได้ 50% ของค่าแรงต่อวัน ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงานยังเตรียมสินเชื่อเพื่อการจ้างงานเพื่อที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถจ้างแรงงานได้

    ขณะที่มาตรการที่ 3 คือลดค่าใช้จ่าย โดยจะขยายลดค่าภาษีทั้งหมด อาทิ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับซ่อมแซมบ้าน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีลดเกิน 30,000 บาท สำหรับซ่อมแซมรถ ส่วนผู้ประกอบการสามารถลดหย่อนภาษีได้สองเท่าเพื่อซ่อมแซมธุรกิจ  นอกจากนี้ยังลดหย่อนภาษีสำหรับผุ้บริจาคช่วยผู้ประสบภัย องค์การกุศลต่างๆ สามารถลดหย่อนภาษีได้

    ขณะเดียวนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงท่องเที่ยวกันเตรียมฟื้นฟูการท่องเที่ยวโดยจัดแคมเปญท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงเตรียมให้หน่วยงานรัฐไปจัดประชุมสัมมนาหลังพื้นที่

    ด้าน น.ส.ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มาตรการที่ 4 กระทรวงพาณิชย์เตรียมออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีสินค้าไม่คาดแคลนเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกจะส่งสินค้าที่จำเป็นไปทันที ทั้ง ไข่ไก่ ข้าวสาร ร่วมกับพันธมิตร ส่วนระยะที่สองคือการเยียวยา โดยได้ร่วมมือกับร้านวัสดุก่อสร้างไม่ให้ขาดแคลนและให้จำหน่ายในราคาย่อมเยา ขณะเดียวกันเตรียมขายธงฟ้าราคาประหยัดเพื่อจำหน่ายให้ประชาชน พร้อมควบคุมไม่ให้มีการกักตันสินค้า และเตรียมนำรถโมบายเพื่อนำไปจัดหน่ายในพื้นที่ไม่สะดวกจะตั้งร้านสนามได้  นอกจากนี้ได้มีการประสานกันห้างร้าต่างๆ เพื่อลดราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างในอัตราสูงสุด 80% และดูแลไม่ให้ขาดแคลน ขณะเดียวกันจะนำร้านแฟรนไชส์ไปให้ความรู้ผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจ นอกเหนือจากลดราคาอุปโภคบริโภค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/4xpl94riqq1r&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2un7cgAVyEDhjni-o7t2mi

  • วันพ่อแห่งชาติ 2568 ท่องเที่ยวเงินสะพัด 1 หมื่นล้าน เปิด 5 จังหวัดคนเที่ยวสูงสุด

    วันพ่อแห่งชาติ 2568 ท่องเที่ยวเงินสะพัด 1 หมื่นล้าน เปิด 5 จังหวัดคนเที่ยวสูงสุด

    วันนี้ (วันที่ 2 ธันวาคม 2568) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ได้คาดการณ์การเดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันพ่อแห่งชาติ 2568” ระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2568

    โดยคาดว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.52 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,320 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรมทั่วประเทศอยู่ที่ 68 % ซึ่งเป็นแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวที่ดี

    เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่องและสภาพอากาศที่เย็นลง ซึ่งปีนี้มาไวกว่าปีที่ผ่านมา ผนวกกับได้รับแรงหนุนจากมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ “เที่ยวดี มีคืน” และ “คนละครึ่ง พลัส” ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางภายในประเทศและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แบ่งเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เกิดจากนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 42 % ดังนี้

    ภูมิภาคที่มีจานวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้ามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ภาคกลาง 612,700 คน-ครั้ง รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 526,800 คน-ครั้ง และภาคตะวันออก 516,500 คน-ครั้ง

    ภูมิภาคที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ภาคตะวันออก 2,720 ล้านบาท รองลงมาคือ ภาคเหนือ 1,960 ล้านบาท และภาคกลาง 1,600 ล้านบาท

    จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุดนี้

    5 อันดับเมืองหลักที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด

    • อันดับ 1 กรุงเทพมหานคร
    • อันดับ 2 ชลบุรี
    • อันดับ 3 กาญจนบุรี
    • อันดับ 4  เชียงใหม่
    • อันดับ 5 นครราชสีมา

    5 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่มากที่สุด

    • อันดับ 1 สุพรรณบุรี
    • อันดับ 2 อุดรธานี
    • อันดับ 3 เชียงราย
    • อันดับ 4 เลย
    • อันดับ 5 นครศรีธรรมราช

    พฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุด จะเป็นการเดินทางระยะใกล้ เพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อน รับประทานอาหาร และไหว้พระทำบุญเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

    สอดคล้องกับ ข้อมูลผลการสำรวจแผนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในไตรมาส 4/2568 ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า คนไทย 56 % มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ปี 2568 ส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตัวเองและจังหวัดใกล้เคียงมากกว่าการเดินทางข้ามภูมิภาค

    โดยเป็นการเที่ยวจังหวัดตัวเอง 23 % ไปจังหวัดใกล้เคียงแต่ไม่พักค้าง 25 % และมีการพักค้างคืน 5 % ขณะที่เดินทางข้ามภาคมีเพียง 3 % ขณะที่ทางด้านผู้ประกอบการคาดว่าธุรกิจร้านอาหารและที่พัก มีแนวโน้มได้รับผลดีที่สุด

    ปัจจัยสนับสนุน

    1.มาตรการส่งเสริมจากภาครัฐ: รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุน อาทิ มาตรการภาษี “เที่ยวดี มีคืน” ซึ่งอนุญาตให้นำค่าที่พักและค่าอาหารสำหรับบุคคลธรรมดา หรือค่าใช้จ่ายในการอบรมสัมมนาสำหรับนิติบุคคล มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งคาดว่าเป็นอีกแรงหนุนที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในแหล่งท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้น มาตรการเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศการเดินทางกลับมาคึกคัก ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว

    2.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว: มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายโดย ททท. และพันธมิตร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจ ตัวอย่างงานที่น่าสนใจ ได้แก่ Vijit Chao Phraya 2025 (9 พ.ย.-23 ธ.ค.68), Night At The Museum Festival 2025 (4-28 ธ.ค.68), งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว (27 พ.ย.- 7 ธ.ค.68) และงาน BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 15 ที่จังหวัดนครราชสีมา (6-7 ธ.ค.68)

    3.สภาพอากาศเย็นลง: คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เพื่อสัมผัสลมหนาว ชื่นชมธรรมชาติ และทะเลหมอกตามยอดดอยหรือยอดภู ข้อมูลจาก Google Trends (ช่วงวันที่ 15-27 พ.ย.68) สะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการค้นหาสถานที่เที่ยวหน้าหนาว เช่น แม่กำปอง ภูเรือ ดอยช้าง ดอยอินทนนท์ และเชียงคาน

    4.การท่องเที่ยวทางรถไฟ: มีการจัดขบวนรถนำเที่ยวพิเศษในช่วงวันหยุด เช่น ขบวนรถ Royal Blossom ไปยังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (6 และ 7 ธ.ค.68), ขบวนรถ KIHA 183 เที่ยวงานสะพานข้ามแม่น้ำแคว (6-7 ธ.ค.68) และขบวนหัวรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ ในเส้นทาง กรุงเทพ–ชุมทางฉะเชิงเทรา–กรุงเทพ(5 ธ.ค.68)

    ปัจจัยอุปสรรค

    1.ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนสูง: ค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและความไม่มั่นคงทางรายได้ ทำให้คนไทยยังคงระมัดระวังและใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวยังอยู่ในระดับต่ำ (73.0 % ในเดือน ต.ค. 2568)

    2.การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ: เดือนธันวาคมเป็นช่วงที่คนไทยนิยมเดินทางไปต่างประเทศเพื่อใช้วันลาพักร้อนที่ใกล้สิ้นปี โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน การแข็งค่าของเงินบาทในปีนี้คาดว่าจะกระตุ้นให้คนไทยเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่นิยมไปเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในปี 2567 สถิติพบว่ามีคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในช่วงวันหยุดนี้เฉลี่ยวันละ 48,400 คน และคาดว่าในปีนี้น่าจะมีคนไทยเดินทางออกเพิ่มขึ้น

    เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยส่วนใหญ่นิยมท่องเที่ยวในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่น เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย (แผนการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ไตรมาส 4/2568, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)

    3.ผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ ทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ตอนล่างหลายจังหวัดได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูหลังน้ำลดของโรงแรมที่พักและแหล่งท่องเที่ยว ผนวกกับสภาพอากาศยังมีความแปรปรวน มีฝนตกเป็นช่วงๆ ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวภาคใต้ในช่วงวันหยุดนี้ชะลอตัวลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/645491&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xjjI7h6olZFQruLoMqX8Y

  • ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการค้นหา

    ไม่พบข้อมูลที่คุณต้องการค้นหา

    404 ไม่พบหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการค้นหา

    ทุกชีวิตมีคุณค่ามาช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้สังคม

    รู้หรือไม่? มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เผยว่าโดยเฉลี่ยในทุกๆ 20 นาที มีเด็กและสตรีกำลังถูกทำร้ายอย่างน้อย 1 คน และคุณสามารถหยุดมันได้

    ช่วยกันหยุดปัญหาทารุณเด็กและสตรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/258/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ADGfyfqS-PF9EEN9Y7A8Z

  • วิ่ง เดิน ปั่น ปีนเขา ท่ามกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่นิวซีแลนด์

    วิ่ง เดิน ปั่น ปีนเขา ท่ามกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่นิวซีแลนด์

    การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ (Tourism New Zealand) เชิญชวนนักเดินทางมาสัมผัสพลังใหม่ ความหมายใหม่ และความเชื่อมโยงในรูปแบบใหม่ผ่านภูมิประเทศอันน่าทึ่งและประสบการณ์ผจญภัยเชิงแอคทีฟระดับเวิลด์คลาส ตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวในยุคผู้คนมองหาพลังจากธรรมชาติและสุขภาพมากเป็นพิเศษ โดยนำเสนอความโดดเด่นของนิวซีแลนด์ในฐานะจุดหมายปลายทางในแบบ “ Active Escapes” เติมพลังชีวิตด้วยทริปกิจกรรมแนวแอคทีฟที่ทุกการเดินทางจุดประกายการค้นพบ และทุกเส้นทางนำพาสู่ตัวตนที่สมบูรณ์แบบ

    ทั่วประเทศนิวซีแลนด์ มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ และเส้นทางเดินป่าให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจกว่า 1,555 เส้นทาง รวมถึง 11 เส้นทางเดินป่า Great Walks อันโด่งดัง และ 23 เส้นทางปั่นจักรยาน Great Rides ที่พาดผ่านชายฝั่งธรรมชาติ ป่าดึกดำบรรพ์ หุบเขาไฟโบราณ และเทือกเขาอันสูงตระหง่าน ไม่ว่าจะร่วมงานวิ่งระดับโลก ปั่นจักรยานชมไร่องุ่น หรือเดินเล่นในยามเช้า นักท่องเที่ยวสามารถเลือกจังหวะการเดินทางของตนเอง ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมและความงดงามของธรรมชาติ

    ในปัจจุบัน นักเดินทางมองหาจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์ที่มีความหมาย แอคทีฟมีชีวิตชีวา และดีต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นการปลุกพลังความท้าทายและเติมพลังให้กับชีวิต โดยพบว่า 94% ของนักเดินทางในปัจจุบันเติมเต็มทริปด้วยกิจกรรมและการดูแลตัวเอง (ที่มา: Virtuoso Luxe Report 2024) 77% ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ใช่มากกว่าค่าใช้จ่าย โดมองหาการผจญภัยในแบบที่ “เปลี่ยนแปลงตัวเอง และเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต” (ที่มา: Amex 2024) 60% วางแผนทริปโดยการตั้งโจทย์จากกิจกรรมบันเทิงและกีฬา เช่นการวิ่ง ปั่นจักรยาน และเดิน (ที่มา: Amex 2025) 70% ของคนรุ่นมิลเลนเนียลและเจน Z มองว่าการเดินทางนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า การปั่นจักรยาน หรือการเดิน มีความสำคัญพอๆ กับจุดหมายปลายทาง (ที่มา: Travel Weekly 2025)

    ทั้งนี้ ด้วยเส้นทางอันหลากหลาย เรื่องราววัฒนธรรมทรงคุณค่า และทิวทัศน์งดงามตระการตา นิวซีแลนด์จึงเป็นจุดหมายที่มอบความลงตัวระหว่างพลังกาย ธรรมชาติ และความหมายที่เติมเต็มชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบสัมผัสประสบการณ์งานวิ่งระดับเวิลด์คลาส ที่มีให้เลือกเข้าร่วมได้ทั้งปี

    เส้นทางเทรลต่าง ๆ ในนิวซีแลนด์ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ ครอบครัว ไปจนถึงนักผจญภัยมากประสบการณ์ มีทั้งเส้นทางเดินเลียบชายฝั่ง วงรอบทะเลสาบ และเส้นทางปั่นจักรยานสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งล้วนเข้าถึงง่ายและเหมาะสำหรับทุกวัย โดยสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายในระดับปานกลาง สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมเดินป่าแบบครึ่งวัน เส้นทางเทรลผ่านไร่องุ่น และเส้นทางป่าไม้ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่นักวิ่งและนักเดินป่าที่มีประสบการณ์ ยังสามารถเลือกออกผจญภัยกับเส้นทางเดินป่าแบบหลายวัน รวมถึงการแข่งขันเทรลที่มีความยากและท้าทาย ซึ่งพร้อมมอบประสบการณ์และความสำเร็จอันน่าจดจำท่ามกลางภูมิทัศน์อันงดงามตระการตา

    ทุกเส้นทางในนิวซีแลนด์จะมีป้ายบอกทางชัดเจนและได้รับการดูแลอย่างดี เหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวหลายช่วงวัย นักเดินทางสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์แบบมีไกด์เพื่อเรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมและธรรมชาติ หรือเลือกเดินทางอิสระตามจังหวะของตนเอง ทริปท่องเที่ยวพร้อมประสบการณ์แบบ Active Escapes ในนิวซีแลนด์จึงตอบโจทย์ทุกคน ตั้งแต่ครอบครัวที่อยากเดินเล่นเพลิน ๆ ผู้เริ่มต้นที่ตั้งเป้าหมายวิ่ง 10 กม. ครั้งแรก ไปจนถึงนักกีฬาที่มุ่งคว้าสถิติใหม่ให้กับตัวเอง

    สำหรับปฏิทินงานวิ่งของนิวซีแลนด์นั้นดึงดูดทั้งนักกีฬาชั้นนำ นักวิ่งหน้าใหม่ และผู้สนใจเข้าร่วมครั้งแรกจากทั่วโลก โดยไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ Hawke’s Bay Marathon16 พฤษภาคม 2569 การแข่งขัน ASICS Hawke’s Bay Marathon ซึ่งจัดขึ้นในภูมิภาคอาหารและไวน์ที่มีชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ นักวิ่งจะได้สัมผัสเส้นทางผ่านไร่องุ่น สวนผลไม้ ชายฝั่ง และถนนชนบทที่เงียบสงบ โดยเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ และมีทิวทัศน์ที่สวยงามตลอดเส้นทาง มีระยะให้เลือกตั้งแต่มาราธอนเต็มรูปแบบจนถึงการวิ่งสำหรับเด็ก เหมาะกับทุกช่วงอายุและทุกระดับความสามารถ โดยการแข่งขันปิดท้ายที่ Elephant Hill Estate & Winery อันโด่งดัง พร้อมการฉลองเส้นชัยแบบเฟสติวัลที่มีทั้งกิจกรรมบันเทิง อาหารท้องถิ่น และไวน์ที่ชนะรางวัล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เฉลิมฉลองวันสุดพิเศษอย่างสมบูรณ์แบบ โดย Hawke’s Bay Marathon เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อสัมผัสประสบการณ์วิ่งท่ามกลางแหล่งอาหารและไวน์ชื่อดังของนิวซีแลนด์แล้ววันนี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่นี่

    Race Tekapo  19 กันยายน 2569 ท่ามกลางความงดงามของทะเลสาบเทคาโป งานวิ่งในจุดหมายปลายทางแห่งนี้จะนำนักท่องเที่ยวสัมผัสวิวทะเลสาบและเทือกเขาอันโดดเด่น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สัมผัสพื้นที่ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ความมืดของท้องฟ้า (International Dark Sky Reserve) ที่ขึ้นชื่อระดับโลก ด้วยตัวเลือกสำหรับกิจกรรมวิ่งถึงเจ็ดระยะทาง ผู้หลงใหลการวิ่งเทรลทุกระดับสามารถเลือกความท้าทายที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างลงตัว ร่วมสัมผัสบรรยากาศวันแข่งขันสุดคึกคัก ก่อนผ่อนคลายในบ่อน้ำแร่ หรือออกสำรวจยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เพื่อปิดท้ายทริปสายแอคทีฟอย่างสมบูรณ์แบบ โดยงานนี้กำลังเปิดรับสมัครนักวิ่งอยู่เช่นกัน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่นี่

    First Light Marathon Tairāwhiti Gisborne  มกราคม 2570 ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ทักทายแสงแรกของโลกกับมาราธอนริมชายฝั่งสุดพิเศษรายการนี้ จัดขึ้นที่กิสบอร์น เมืองแรกของโลกที่ได้ทักทายพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร เส้นทางวิ่งพาดผ่านผืนดินเมารี แหล่งประวัติศาสตร์ เนินเขา ไร่องุ่นชาร์โดเนย์ชื่อดัง และทิวทัศน์อันงดงามของชายฝั่งแปซิฟิก ที่ซึ่งมรดกและเรื่องราวเมารีถักทออยู่ในทุกช่วงของประสบการณ์ เคียงคู่กับการต้อนรับแสนอบอุ่นในแบบ Tairāwhiti ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ยามอรุณที่ไม่อาจลืมเลือน

    กิจกรรมการแข่งวิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินกิจกรรมแนวแอคทีฟที่คึกคักตลอดทั้งปีโดยมีทั้งเส้นทาง Great Walks, Great Rides และเส้นทางเดินระยะสั้นนับร้อยเส้นทางที่เหมาะกับทุกระดับความพร้อมของร่างกาย ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ทั้งการเดินทางแบบมีไกด์ที่เติมเต็มประสบการณ์ด้วยเรื่องเล่าวัฒนธรรม ไปจนถึงการผจญภัยแบบอิสระสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและจังหวะการเดินทางในแบบของตัวเอง ค้นพบรายการกิจกรรมและประสบการณ์การวิ่ง เดินชมธรรมชาติ เดินป่า และปั่นจักรยานระดับเวิลด์คลาสทั่วนิวซีแลนด์ได้ที่ www.newzealand.com/int/campaign/active-escapes/

    ทุกการผจญภัยแบบแอคทีฟในนิวซีแลนด์ล้วนผสานกิจกรรมผ่อนคลายที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟูไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการแช่น้ำพุร้อน การดูดาวใต้ท้องฟ้าที่มืดที่สุดในโลก การลิ้มลองอาหารท้องถิ่นอัน การเยี่ยมชมไร่องุ่นระดับโลก หรือการสัมผัสประสบการณ์ทางวัฒนธรรมเมารีที่มอบความเข้าใจในรากฐานแห่งชีวิต โดยผู้ที่ต้องการช่วงเวลาแห่งความสงบ สามารถเติมเต็มวันของการวิ่ง เดินป่า หรือปั่นจักรยาน ด้วยกิจกรรมฟื้นฟูที่ช่วยสร้างสมดุลได้อย่างพอดี

    นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนทริปเดินทางที่เติมเต็มทั้งพลังกายและพลังใจด้วยกิจกรรมแนวแอคทีฟได้ที่ www.newzealand.com/int/campaign/plan-your-100/

    ที่นิวซีแลนด์ ทุกการเดินทางคือโอกาสในการเชื่อมโยงกับประสาทสัมผัส ตัวตนภายใน และโลกโดยรอบ เป็นจุดหมายที่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความหมาย และที่ซึ่งธรรมชาติจะค่อย ๆ นำผู้มาเยือนไปสู่ความกระจ่างชัดภายในใจ ความสงบ และโอกาสใหม่ ๆ ช่วยเติมเต็มศักยภาพตนเองได้อย่างเต็มที่ 100% การผจญภัยรออยู่ที่นิวซีแลนด์ ออกค้นหาเส้นทางที่เติมพลังและขับเคลื่อนทุกก้าวให้ไปข้างหน้า

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/tac/906705/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zotXOgM8rmYn9VhaMEkPE

  • GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

    GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

    GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 สุดคุ้ม!

    สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เชิญชวนผู้รักอัญมณีและเครื่องประดับ วางแผนท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ในงาน “เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025″ ระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลลี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์ พร้อมเผยไฮไลต์กิจกรรม ช้อป-ชิม-ชิล เที่ยวจันทบุรีให้คุ้มครบทุกมิติ

    แพกเกจเที่ยวจันท์ 2 วัน 1 คืน แบงค์พันมีทอน!

    GIT แนะแผนเที่ยวงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 สุดคุ้ม!

    GIT จับมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดจันทบุรี เปิดแพ็กเกจท่องเที่ยวพิเศษ คุ้มเกินคาด! พาย้อนรอย “เส้นทางอัญมณีจันท์” ที่เขาพลอยแหวน พร้อมเข้าชมงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 ช้อปอัญมณีและเครื่องประดับคุณภาพสูงในราคาผู้ผลิต เที่ยวแลนด์มาร์คสำคัญ ชมอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ขอพรองค์แม่พระที่ประดับตกแต่งด้วยพลอยกว่า 200,000 เม็ด หรือกว่า 2 หมื่นกะรัต 1 เดียวในโลก เดินเล่นชุมชนริมน้ำจันทบูร ช้อปปิ้งของฝาก สินค้าท้องถิ่น ชมโบสถ์สีน้ำเงิน วัดปากน้ำแขมหนู ถ่ายรูปกับวิวโค้งถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ที่เนินนางพญา ปิดท้ายลิ้มรสอาหารท้องถิ่นร้านดังที่คัดสรรโดยคนจันท์ตัวจริง

    สัมผัสเสน่ห์เมืองจันท์แบบครบรส ในราคาเพียง 1,799 บาทต่อคน พิเศษ! มาเป็นคู่ เหลือเพียงคนละ 999 บาท เดินทางวันที่ 5-6 และ 9-10 ธันวาคม 2568 สำรองแพ็กเกจได้ที่ “เสน่ห์จันท์ ทราเวล” โทร. 098-249-4149

    เคล็ดลับช้อปคุ้ม! ในงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025

    สนุกกับกิจกรรม Passport Challenge เพียงเช็คอินครบ 3 จุดจัดงาน รับฟรี! กระเป๋าที่ระลึกสุดพรีเมียมทันที หรือร่วมโปร “Gems Day Get Gift” ช้อปครบ 5,000 บาท นำใบเสร็จแลกรับของที่ระลึกได้เลย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิ์ “คนละครึ่งพลัส” ช้อปอัญมณีและเครื่องประดับกับร้านค้าที่ร่วมรายการภายในงานได้อีกด้วย

    ลุ้นของรางวัลสุดว้าวจาก ‘ตู้กล่องสุ่มพลอยเมืองจันท์’

    พิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น! กับ “ตู้กล่องสุ่มพลอยเมืองจันท์” ที่นำพลอยแท้และเครื่องประดับดีไซน์เก๋ มูลค่า 300-3,000 บาท มาให้ร่วมลุ้นในราคาเพียง 300 บาท ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี

    พบกันที่ งานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 (International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2025) ระหว่างวันที่ 5-10 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี เคพี จิวเวลลี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.changemsfest.org


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12770458&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UeHu3UAqwxbGYxRRdAocR

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) แท็กซี่บินได้ไร้คนขับจีนเตรียมให้บริการเชิงพาณิชย์ในไทย | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) แท็กซี่บินได้ไร้คนขับจีนเตรียมให้บริการเชิงพาณิชย์ในไทย | TOPNEWS

    กว่างโจว, 30 พ.ย. (ซินหัว) — อี้หาง อินเทลลิเจนต์ (EHang Intelligent) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำด้านการคมนาคมทางอากาศขั้นสูง ที่เมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และพันธมิตรท้องถิ่น ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวการขนส่งทางอากาศขั้นสูง (AAM) ในพื้นที่ทดลองในกรุงเทพฯ เมื่อไม่นานมานี้

    โดยพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ขึ้นทดสอบการบินด้วยตนเองบนยานพาหนะขึ้นบินและลงจอดแนวดิ่ง (eVTOL) หรือ “แท็กซี่บินได้” ไร้คนขับ รุ่นอีเอช216-เอส (EH216-S) ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำระบบการจราจรทางอากาศขั้นสูงมาใช้เชิงพาณิชย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    อี้หาง อินเทลลิเจนต์ ดำเนินการพัฒนาในตลาดไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การบินโดยสารครั้งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยการบินในพื้นที่ทดลองครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความก้าวหน้าในฉากทัศน์การบินภายในเมือง แต่ยังเน้นย้ำถึงจุดเด่นเฉพาะของแท็กซี่บินได้รุ่นนี้ซึ่งเหมาะสมต่อการเดินทางในเมืองและการท่องเที่ยวเพื่อการชมวิวในไทย

    ในอนาคต อี้หาง อินเทลลิเจนต์จะร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ขยายพื้นที่ทดลองบินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างพัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย เพื่อสร้างเครือข่ายเส้นทางการบินระดับต่ำที่หลากหลาย

    มนัทเปิดเผยว่าแท็กซี่บินได้ไร้คนขับสามารถรับผู้โดยสารจากท่าอากาศยานเข้าสู่ตัวเมือง และยังสามารถให้บริการแบบจุดต่อจุดได้ และยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการท่องเที่ยวหรือการเดินทางแม้ในพื้นที่ท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ ในภาคใต้ของไทย เพิ่มตัวเลือกที่สะดวก ปลอดภัย แก่นักท่องเที่ยว

    แอเรียล ซี เวนเจอร์ส (Aerial Sea Ventures) ผู้ให้บริการแท็กซี่บินได้ในไทย กล่าวว่าบริษัทมีแผนจะส่งอากาศยานไร้คนขับของอี้หาง อินเทลลิเจนต์มากกว่า 100 ลำในพื้นที่ทดลองบินกว่า 20 แห่งทั่วไทยภายในสิ้นปี 2569

    เครดิต: สำนักข่าวซินหัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1409950&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_MZsHSv4m1qSzsScI4WD0

  • CONSENSUS: SHR ฟอร์มดี ห้องพักจองแน่นรับไฮซีซั่นทั้งในไทย-ต่างประเทศ ราคาหุ้น

    CONSENSUS: SHR ฟอร์มดี ห้องพักจองแน่นรับไฮซีซั่นทั้งในไทย-ต่างประเทศ ราคาหุ้น

    CONSENSUS: SHR ฟอร์มดี ห้องพักจองแน่นรับไฮซีซั่นทั้งในไทย-ต่างประเทศ ราคาหุ้น Laggard

    โบรกเกอร์ต่างนะนำ “ซื้อ” บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท [SHR] จากทิศทางไตรมาส 4/68 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 1/69 มีความโดดเด่นในช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวทั้งโรงแรมในไทยและฟิจิ รวมถึงโรงแรมในอังกฤษกลับมาเปิดให้บริการเต็มที่หลังจากรีโนเวทเสร็จสิ้น ช่วยดัน RevPar และอัตราการเข้าพักสูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น ส่วนโรงแรมในมัลดีฟส์ยังคงมีอัตตราการเข้าพักที่สูงต่อเนื่องด้วยเช่นกัน ทำให้ภาพรวมของ SHR ยังเห็นผลการดำเนินงานที่ยังดีต่อเนื่อง ประกอบกับทิศทางต้นทุนการเงินที่ลดลงช่วยหนุนผลการดำเนินงาน และยังเป็นหุ้นที่มีราคา laggard กว่ากลุ่มโรงแรม ทำให้ยังมีอัพไซด์ของราคาหุ้น

    ราคาหุ้น SHR ปิดตลาดวันนี้ 1.55 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท (+2.65%)

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    โบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)

    หยวนต้า ซื้อ 2.80

    ซีจีเอสฯ ซื้อ 2.30

    กสิกรไทย ซื้อ 2.13

    กรุงศรี ซื้อ 2.10

    เคจีไอ ซื้อ 1.90

    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    นักวิเคระห์ฯ บล.กสิกรไทย มองแนวโน้มผลงานของ SHR จะดีขึ้นต่อเนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซั่นในไตรมาส 4/68 ซึ่งเป็นช่วงการที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมในประเทศไทยที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในหัวเมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งป็นปัจจัยที่หนุนต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของ SHR ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งช่วยผลักดันทั้งรายได้จากห้องพัก (RevPar) และอัตราการเข้าพัก (OCC) ที่สูงขึ้น

    ขณะเดียวกันไตรมาสแรกของปี 69 ยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีนคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มโรงแรมในมัลดีฟส์ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเข้ามาช่วยหนุนภาพรวมของ SHR ให้มีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท/หุ้น

    นักวิเคราะห์ฯ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ทิศทางของผลการดำเนินงานของ SHR ยังมีมุมมองเชิงบวก โดยเฉพาะในไตรมาส 4/68 ต่อเนื่องไปจนถึงไตร 1/69 มาจากแรงหนุนของโรงแรมในประเทศ และโรงแรมในฟิจิเข้าสูช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับโรงแรมส่วนใหญ่ในอังกฤษของ SHR เสร็จสิ้นการรีโนเวท สามารถเปิดให้บริการได้เต็มที่ ทำให้เป็นปัจจัหนุนต่อ SHR โดยเฉพาะในแง่ของ RevPar ที่จะเห็นการปรับตัวขึ้น

    นอกจากนี้ SHR ยังได้ปัจจัยหนุนจากทิศทางของต้นทุนการเงินที่ลดลงหลังรีไฟแนนซ์เงินกู้ในอังกฤษ ซึ่งจะเริ่มเห็นผลค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงมาตั้งแต่ไตรมาส 3/68 อีกทั้งราคาหุ้นยัง laggard หุ้นในกลุ่มโรงแรม และยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายที่ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท/หุ้น

    ด้านบทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่าในไตรมาส 4/68 ผลการดำเนินงาของ SHR จะมีการปรับตัวดีขึ้น จากแรงสนับสนุนของโรงแรมในประเทศไทย และฟิจิที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ประกอบกับโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ยังเห็นอัตราการเข้าพักสูงกว่า 80% มาต่อเนื่องหนุน อีกทั้งการกลับมาเปิดให้บริการเต็มที่ของโรงแรมในอังกฤษหลังสร็จสิ้นการรีโนเวท ทำให้ RevPar จะเพิ่มขึ้นได้อีก 10% จากการที่มีการปรับปรุงและรีแบรนด์โรงแรม

    ขณะเดียวกัน ยอดจองห้องพักยังคงมีความแข็งแกร่ง จากยอดจองล่วงหน้าสูงทั้งโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ ซึ่งมีความต้องการเข้ามาพักในโรงแรมที่อยู่ในพอร์ตของ SHR สูงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1/69 ทำให้ทิศทางของผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 จะมีทิศทางดีต่อเนื่อง และ SHR ยังมีความน่าสนใจที่ราคาหุ้นค่อนข้าง Laggard กว่ากลุ่ม และมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมาย 1.90 บาท/หุ้น


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq05/12770423&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03GdBVemJT1jDtomORW1Bs

  • P

    P

    15 49.0138 8.38624 arrow 0 none 0 4000 1 0 horizontal https://maya-channel.com 300 0 1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://maya-channel.com/2025/12/01/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A5/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ohy5tRmllWQPU9BTjXSxM