Category: ท่องเที่ยว

  • มหัศจรรย์บ่อน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ทะเล 3 บ่อ ชาวบ้านเชื่อช่วยรักษาโรคได้ จุดท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดบนเกาะยาวน้อย

    มหัศจรรย์บ่อน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ทะเล 3 บ่อ ชาวบ้านเชื่อช่วยรักษาโรคได้ จุดท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดบนเกาะยาวน้อย

    ภูมิภาค

    มหัศจรรย์บ่อน้ำจืดศักดิ์สิทธิ์ทะเล 3 บ่อ ชาวบ้านเชื่อช่วยรักษาโรคได้ จุดท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดบนเกาะยาวน้อย

    วันเสาร์ ที่ 06 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.21 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านอันเป้า ม.7 ต.เกาะยาวน้อย อ.เกาะยาว จ.พังงา มีจุดท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและมีความมหัศจรรย์หาดูได้ยาก นั่นคือบ่อน้ำจืดจำนวน 3 บ่อที่อยู่ในทะเลริมป่าชายเลน ซึ่งเป็นบ่อน้ำจืดที่ผุดขึ้นมาให้เห็นในช่วงเวลาที่น้ำทะเลลดลงจนแห้ง ก็จะมีน้ำจืดขึ้นมาจากตาน้ำแทนน้ำเค็มซึ่งชาวบ้านได้น้ำก้อนหินมาเรียงไว้เป็นบ่อเล็กๆรวม3บ่อ เรียกว่าบ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก โดยแต่ละบ่อจะมีตาน้ำแร่ธรรมชาติผุดขึ้นมา เมื่อได้ทดลองชิมแล้วก็พบว่าน้ำจืดสนิทไม่มีความเค็มเจือปน แต่เดิมนั้นชาวบ้านที่ออกไปจับปลาในทะเลจะแวะตักน้ำมาใช้ดื่มกิน และมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาถึงความศักดิ์สิทธิ์ของบ่อน้ำจืดในทะเลแห่งนี้  ทำให้กลายเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่
       
    โดยมีเรื่องเล่าจากคนในพื้นที่ว่า ในอดีตมีผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเกิดอาการปวดเมื่อยไม่สบายและได้ฝันเห็นบ่อน้ำจืดในทะเล และในฝันนั้นมีคนแก่หลายคนยืนอ่านคัมภีร์อยู่รอบบ่อน้ำแล้วบอกว่า ให้ไปเอาน้ำที่บ่อมาดื่มแล้วจะหายปวดเมื่อย เมื่อตื่นขึ้นมาก็บอกให้ลูกหลานไปตักมาให้ดื่ม จากนั้นก็หายจากอาการปวดเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง จึงเกิดความเชื่อว่า น้ำในบ่อน้ำจืดในทะเลสามารถรักษาโรคให้หายได้ เมื่อข่าวแพร่กระจาย ชาวบ้านก็มาตักน้ำในบ่อน้ำจืดในทะเลไปดื่มกิน จนมีการบอกเล่าต่อๆกันไป ทำให้มีผู้คนเดินทางมาเอาน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้อยู่เป็นประจำ  ซึ่งส่วนใหญ่ก่อนดื่มก็จะอธิษฐานในสิ่งที่ต้องการและมักจะประสบผลสำเร็จ ปัจจุบันทางชุมชนได้พัฒนาเป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ใน อ.เกาะยาว จ.พังงา
         
    ขณะที่นักท่องเที่ยวบอกว่าอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ ให้ดีมากกว่านี้นี้เพราะปรากฎการทางธรรมชาติแบบนี้หาดูได้ยาก มีไม่กี่แห่งในประเทศไทย
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/457599&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fvFpiWASVtQmE5040IPDn

  • รัฐบาลคาดช่วงวันพ่อหยุดยาวคนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท เหตุอากาศเย็นสบาย-มาตรการรัฐหนุนท่องเที่ยวคึกคัก

    รัฐบาลคาดช่วงวันพ่อหยุดยาวคนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท เหตุอากาศเย็นสบาย-มาตรการรัฐหนุนท่องเที่ยวคึกคัก

    รัฐบาลคาดช่วงวันพ่อหยุดยาว คนไทยแห่เที่ยว เงินสะพัดกว่า 10,000 ล้านบาท เหตุอากาศเย็นสบาย-มาตรการรัฐหนุนท่องเที่ยวคึกคัก

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 5–7 ธ.ค. 2568 คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 2.52 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนประมาณ 10,320 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของสถานพักแรม 68 % สะท้อนแรงหนุนจากวันหยุดต่อเนื่อง จากสภาพอากาศที่เย็นสบาย และมาตรการกระตุ้นการท่องเทียวของรัฐบาล อย่างเช่น “เที่ยวดี มีคืน” และ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศให้ฟื้นตัวเด่นชัด ทำให้บรรยากาศการเดินทางในช่วงนี้มีความคึกคัก

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า ในเชิงพื้นที่ ภาคกลางยังเป็นปลายทางหลัก มีผู้เยี่ยมเยือนสูงสุดราว 612,700 คน-ครั้ง รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 526,800 คน-ครั้ง และภาคตะวันออก 516,500 คน-ครั้ง ขณะที่ด้านรายได้ ภาคตะวันออกขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง 2,720 ล้านบาท ตามด้วยภาคเหนือ 1,960 ล้านบาท และภาคกลาง 1,600 ล้านบาท สำหรับเมืองยอดนิยม เมืองหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี กาญจนบุรี เชียงใหม่ และนครราชสีมา ส่วนเมืองน่าเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี เชียงราย เลย และนครศรีธรรมราช

    ส่วนการท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงเดือน ธ.ค. ยังเป็นแรงดึงสำคัญ จากสถิติปี 2567 พบคนไทยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเฉลี่ยวันละ 48,400 คน และปี 2568 คาดว่าคนไทยจะเดินทางเพิ่มขึ้นจากเงินบาทแข็งค่า โดยปลายทางยอดนิยมอยู่ในเอเชียตะวันออก เช่น เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย ขณะเดียวกัน เหตุอุทกภัยปลายเดือน พ.ย. ในภาคใต้ยังส่งผลต่อบางพื้นที่ โดยเฉพาะอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลังน้ำลดของโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกเป็นช่วง ๆ ส่งผลให้การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้ชะลอตัวลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/62678&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2k6-21CMZmWafoY2zHvWVE

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า

    วันนี้ (6 ธันวาคม 2568) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมบียอนด์ กะตะ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 ประจำปี 2568

    ในการนี้ มี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายประมุขพิสิฐ และนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ตลอดจนคณะนักกีฬา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างพร้อมเพรียง

    ภายหลังพิธีพระราชทานรางวัล ทั้งสองพระองค์เสด็จไปยังห้องบรรยาย เพื่อทรงรับฟังการสรุปข้อมูลการแข่งขัน ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินไปยังชายหาดกะตะหน้าโรงแรม และประทับเรือพระที่นั่ง

    จากนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ขึ้นประทับยังเรือใบหมายเลข THA72 เพื่อทรงเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบนานาชาติในรายการ “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 ประจำปี 2568

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชทานรางวัล “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 1
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชทานรางวัล “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 2
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชทานรางวัล “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 3
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชทานรางวัล “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 4
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชทานรางวัล “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 37 5

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/king-award-phuket-regatta/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CGUdqxg8c5QlT_a8mQkqz

  • แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวระวัง “เสือโคร่ง” บนเขาสลัดได หลังพบเดินเล่นอยู่บนถนน

    แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวระวัง “เสือโคร่ง” บนเขาสลัดได หลังพบเดินเล่นอยู่บนถนน

    แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวระวังเสือโคร่งบนเขาสลัดได ใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง อุทยานแห่งชาติทับลานส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด

    วันที่ 6 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวาน (5 ธ.ค.) ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวพบเสือโคร่งตัวใหญ่ตัวหนึ่งเดินเล่นอยู่บนถนน บริเวณถนนทางขึ้นเขาสลัดได บ้านพุทธชาติ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

    อุทยานแห่งชาติทับลานได้ออกแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว และชาวบ้านบ้านพุทธชาติ โปรดใช้ความระมัดระวังสัตว์ป่าในช่วงนี้ โดยเฉพาะในห้วงเวลาค่ำคืน และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปท่องเที่ยวบนผารักษ์สลัดได ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอวังน้ำเขียว ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบก่อน เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เฝ้าดูแลความปลอดภัย

    ซึ่งขณะนี้อุทยานแห่งชาติทับลานได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวน และเฝ้าระวังบริเวณพื้นที่บ้านพุทธชาติ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของเสือโคร่งตัวดังกล่าว

    ทั้งนี้คาดว่าเสือโคร่งตัวดังกล่าวน่าจะออกมาจากเขตป่าเพื่อหาอาหาร เนื่องจากพื้นที่เขาสลัดไดอยู่ติดกับเขตป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด พร้อมย้ำเตือนนักท่องเที่ยวไม่ควรขึ้นไปบนผารักษ์สลัดไดในเวลาใกล้ค่ำ และเช้ามืด เพื่อความปลอดภัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 037-210340 หรือ 092-5500172.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2900178&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iNt_e9ma4fEy5T5zPYTCE

  • “ธรรมนัส” ตรวจความพร้อมเส้นทางเสด็จฯ พิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 กำชับมาตรการความปลอดภัยเข้ม มั่นใจ โชว์ศักยภาพเจ้าภาพไทยสู่สายตาอาเซียน

    “ธรรมนัส” ตรวจความพร้อมเส้นทางเสด็จฯ พิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 กำชับมาตรการความปลอดภัยเข้ม มั่นใจ โชว์ศักยภาพเจ้าภาพไทยสู่สายตาอาเซียน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/sports/115279&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Fw3uxdNVu-VUKHLlwgf2a

  • ททท.เปิดงาน

    ททท.เปิดงาน

    วันเสาร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.15 น.

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัด และเทศบาลตำบลทุ่งหลวง จัดงาน “Sanae Thung Luang” ระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม ณ โรงเรียนวัดสันติการามวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ (โรงเรียนที่พ่อสร้าง) จังหวัดราชบุรี พบหนูน้อยชอบเลี้ยงควายพาเดินโชว์ตัวน่ารัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 5 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 2 ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงาน “Sanae Thung Luang” “มนต์เสน่ห์ไทยทรงดำ ไทยยวน ที่แสนรัญจวนใจ” ณ โรงเรียนวัดสันติการามวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์ (โรงเรียนที่พ่อสร้าง) จังหวัดราชบุรี โดยมี นางสาวชลธิชา วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอปากท่อ, นางสาวจุไรรัตน์ ชัยทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี, นายพณวัฒน์ ตนายพงศ์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี, นายบุญธรรม ชูผล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี อำเภอปากท่อ เขต 2, นางธนพร เรืองพยุงศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลทุ่งหลวง, ส่วนราชการ, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนเข้าร่วมพิธี

    ภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านจากนักเรียนโรงเรียนวัดสันติการามวิทยา ในพระบรมราชานุเคราะห์, กิจกรรมการโชว์วัวสวยงาม, ชม VTR ส่งเสริมการท่องเที่ยว และร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การแสดง Opening Show โดยจังหวัดราชบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ผสมผสานเสน่ห์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตพื้นบ้านไว้อย่าง ลงตัว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวปลายปีด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ผ่านการจัดกิจกรรมที่สำคัญอย่าง “Sanae Thung Luang” เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่นแบบใกล้ชิด ไม่เพียงเติมความสุขให้ผู้มาเที่ยวงาน แต่ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในจังหวัดราชบุรีอย่างแท้จริง

    โดย “Sanae Thung Luang” มาเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต และสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เคยเลือนหาย พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกพื้นที่ ให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของวิถีไทยแท้ ท่ามกลางวิถีชุมชนที่ยังคงความงดงามในแบบดั้งเดิม งานที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยทรงดำ ไทยยวนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวให้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม รวมถึงได้ประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจโรงแรม และที่พัก, กิจการร้านค้า, ร้านอาหารพื้นถิ่น, สินค้าพื้นถิ่น และกิจกรรมที่หลากหลาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวภายในจังหวัดและจังหวัดรอบ ๆ ช่วงวันหยุดให้มาท่องเที่ยวที่จังหวัดราชบุรี ทั้งยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นที่จะสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ภายในงาน “Sanae Thung Luang” พบกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีรำถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, การแสดงวัฒนธรรมไทยพื้นบ้านที่มีรากเหง้าสำคัญในพื้นที่, กิจกรรมการโชว์วัวสวยงามคุณภาพเยี่ยม สะท้อนวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมของจังหวัดราชบุรี อิ่มอร่อยกับความแซ่บที่จัดเต็มทั้งรสชาติและเรื่องราวกับโซนอาหาร 3 แซ่บ และสินค้าที่ไม่ควรพลาด แซ่บที่ 1 แซ่บซึ้ง ไทยยวน ทรงดำ – ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นหาทานยาก สูตรดั้งเดิมที่ไม่ควรพลาด แซ่บที่ 2 แซ่บซี้ด เพื่อนบ้านมาเยือน – อิ่มอร่อยกับอาหารต่างถิ่นรสจัดจ้าน ที่มาเติมสีสันให้ทุ่งหลวงของเรา แซ่บที่ 3 แซ่บนาน ผลิตภัณฑ์ชุมชน – เลือกซื้อของฝากจากฝีมือชาวบ้าน ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น นอกจากนี้ยังสนุกไปกับการแสดงรำวงที่มีเอกลักษณ์สนุกครบรสทุกคืน

    สำหรับสีสันของการเปิดงานครั้งนี้ มีการแสดงโชว์วัวสวยงามราคาหลักแสนบาท ลักษณะรูปร่างรูปทรง ลักษณะเขาที่แหลมโค้งงอ ได้รูปทรงสวยงาม นำมาจัดแสดงโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงาม นอกจากนี้ยังมี “เจ้านำโชค” ลูกควายแสนรู้ตัวเล็กแคระ อายุ 1 ปีเศษ เป็นลูกควายแคระแสนเชื่องที่ดูน่ารัก โดยมี ด.ช. อดิศร ขุนสวัสด์ หรือ น้องธาม อายุ 5 ปี เป็นเจ้าของ อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 10 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เป็นเจ้าของคอยจูงเดินเล่น คอยเอาผ้ามาเช็ดน้ำปาก เช็ดน้ำลายไปด้วยความรักน่าเอ็นดู ยังมีการแต่งตัวเจ้านำโชคใส่มงกุฎสีแดง ใส่กระพรวนห้อยคอ ซึ่งเจ้านำโชคก็ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อ ไม่ว่าจะจูงพาเดินไปไหนก็ไปหมด ไม่ตื่นคน ชอบเล่นอีกด้วย โดยน้องธามก็จะชอบมาเล่นกับเจ้านำโชคอยู่เสมอ กลายเป็นความรัก ความผูกพัน เวลาพ่อกับแม่นำพาเจ้านำโชคมาแสดงโชว์ตามงาน ต่าง ๆ ก็มักจะมีน้องธามคอยพาเจ้านำโชคควายแคระออกเดินโชว์ตัวด้วยทุกครั้ง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/932869&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0am8YkR4U6LRXHetYB2ynz

  • พบขึ้นป้ายชเลียร์ ขอบคุณเป็นส่วนหนึ่งซีเกมส์ | 6 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    พบขึ้นป้ายชเลียร์ ขอบคุณเป็นส่วนหนึ่งซีเกมส์ | 6 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    Sustainability

    ความยั่งยืน

    ท่ามกลางกระแสดราม่าในเรื่องความไม่พร้อม ของการจัดมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพครัั้งนี้ // ล่าสุด ก็มีคนตาดี สังเกตเห็นว่า ในจังหวัดนครปฐม ที่เป็นจังหวัดร่วมจัดการแข่งขันกีฬาตะกร้อนั้น ตอนนี้ มีความพร้อมอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือ ป้ายโปรโมตกีฬาซีเกมส์ ที่โผล่อยู่ในหลายจุด ของเขตเทศบาลนครนครปฐม ซึ่งป้ายที่ว่านี้ เป็นป้ายไวนิล ที่มีภาพของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และมีข้อความระบุว่า “ขอแสดงความยินดี กับจังหวัดนครปฐม ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์” และบางป้าย ก็เขียนว่า “นครปฐม พร้อมแล้ว ในการเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์” เรียกได้ว่า แม้จะขาดความพร้อมอีกมากในเรื่องอื่นๆ แต่เรื่องป้ายเชียร์แบบนี้ พร้อมทันที #ซีเกมส์ #ซีเกมส์2025 #กกท #การกีฬาแห่งประเทศไทย #ซีเกมส์ครั้งที่33 #นครปฐม #TRC #ป๊อปปุ ————————————————- 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    นักมวยเก่าเสพยาวิ่งหนีถูกไล่จับ ตะคริวขึ้นขาร้องไห้ลั่น | 6 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    03:13

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/video/1173866&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ORB7g17K29IH8QUeEKPzU

  • ‘มัลลิกา’ ดันลพบุรีเมืองรองฮับท่องเที่ยวทางราง

    ‘มัลลิกา’ ดันลพบุรีเมืองรองฮับท่องเที่ยวทางราง

    ‘มัลลิกา’ นำทีมเปิดสถานีลพบุรี 2 พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ ไฮไลท์ทางคู่ยกระดับยาวที่สุดในไทย 19 กม. บูมเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยว เมืองรองยกระดับการเดินทางภาคกลาง–เหนือแบบไร้รอยต่อ

    6 ธ.ค.2568-นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี ว่าปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ดังนั้น การเปิดให้บริการสถานีรถไฟลพบุรี 2 ในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ อย่างเป็นทางการ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานระบบรางไทย หลังเจอปัญหาอุปสรรคทางโครงสร้างที่ค้างคามาอย่างยาวนาน ซึ่งไม่สามารถขยายเป็นทางคู่ผ่านตัวเมืองลพบุรีได้เนื่องจากหลบไม่ให้แนวเส้นทางกระทบต่อพระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ โบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี มีระยะห่างจากสถานีลพบุรีเดิม ประมาณ 12 กิโลเมตร 

    สำหรับสถานีรถไฟลพบุรี 2  ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือสามารถเดินหน้าต่อและทะลุผ่านจังหวัดลพบุรีขึ้นไปสู่ภาคเหนือได้ โดยได้ถูกพัฒนาขึ้นจากข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและโบราณสถานในเขตเมืองลพบุรี ซึ่งทำให้ไม่สามารถขยายเส้นทางรถไฟในแนวเดิมได้ ดังนั้นการสร้างเส้นทางเลี่ยงเมืองจึงเป็นทางออกเดียวที่เป็นไปได้ และถูกออกแบบให้เป็น ทางรถไฟยกระดับ เพื่อแก้ปัญหาทั้งในมิติของพื้นที่ ชุมชน และความปลอดภัยในระยะยาว

    “กรณีหลีกเลี่ยงการเวนคืนที่ดินนั้น หากก่อสร้างบนระดับพื้นดินตามแผนเดิม จะกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนในหลายชุมชน รวมถึงที่ดินของผู้นำชุมชนบางส่วน จนนำไปสู่การคัดค้านอย่างหนักในการทำประชาคม ดังนั้นการปรับแบบก่อสร้างให้เป็นทางยกระดับจึงกลายเป็นคำตอบที่สามารถลดผลกระทบทางสังคมได้อย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ไม่ให้ถูกรบกวนมากจนเกินไป”นางสาวมัลลิกา กล่าว

    นางสาวมัลลิกา กล่าวต่อว่าจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ จากเดิมพื้นที่บางช่วงของพื้นที่ก่อสร้างถูกน้ำท่วมสูงถึง 7–8 เมตร ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องต้องกันว่า การก่อสร้างแบบยกระดับสูงถึง 20–24 เมตร คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในระยะยาว สามารถรับมือกับสภาพอากาศที่รุนแรงและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมใหญ่ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถานีลพบุรี 2 โดยมีความยาวต่อเนื่องราว 19 กิโลเมตร (กม.)ซึ่งถือเป็นทางรถไฟยกระดับที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

    “สถานีลพบุรี2 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลพบุรีเติบโตด้านเศรษฐกิจและท่องเที่ยว จะช่วยยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวแบบไปเช้า–เย็นกลับ (One-day trip) สู่เมืองรองที่นักท่องเที่ยวพร้อมพักค้างคืน โดยเฉพาะเส้นทางยกระดับสวยงาม 19 กม.ที่กลายเป็นแหล่งถ่ายภาพแห่งใหม่ ขณะเดียวกันมีแผนร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เช่น ทุ่งทานตะวัน พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และแหล่งตลาดชุมชน โดยใช้สถานีลพบุรี 2 เป็น ฮับท่องเที่ยวทางราง แห่งใหม่ของจังหวัด สำหรับผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยระบบรางใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที“นางสาวมัลลิกา กล่าว

    ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไท (รฟท.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของระบบอาณัติสัญญาณและระบบควบคุมรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี–ปากน้ำโพ ติดตั้งแล้วและอยู่ระหว่างทดสอบรับบ คาดว่าจะสามารถเปิดใช้ได้กลางปีหน้า เมื่อระบบ Automatic Train Protection (ATP) ทำงานเต็มรูปแบบ จะเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการเดินรถอย่างมากโดยคาดว่าสถานีลพบุรี2 นี้จะมีผู้ใช้บริการคึกคักในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/909832/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2yK2mKATQy7aVxd6-6gPwz

  • ท่องเที่ยว ‘ชิลี’ ผ่านอาหารและไวน์ – ProChile จับมือแม็คโคร จัดโปรโมชั่นเชอร์รี่ แซลมอน เทราต์ หอยแมลงภู่ และไวน์ชั้นเลิศ ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    ท่องเที่ยว ‘ชิลี’ ผ่านอาหารและไวน์ – ProChile จับมือแม็คโคร จัดโปรโมชั่นเชอร์รี่ แซลมอน เทราต์ หอยแมลงภู่ และไวน์ชั้นเลิศ ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

    กระทรวงการต่างประเทศชิลี โดย ProChile ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุน ร่วมมือกับแม็คโคร นำเข้าสินค้าอาหารคุณภาพส่งตรงจากประเทศชิลีให้คนไทยได้ลิ้มลองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ในงาน ‘A Journey Through Chile – เสน่ห์รสชาติอาหารจากชิลี’ จัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมบูธจัดชิมอาหารและกิจกรรม Celebrity Chef Cooking Show โดยเชฟ Paope ระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    ความร่วมมือนี้ยังนับเป็น กิจกรรมต่อเนื่องจากงาน Chile-ASEAN Business Summit 2025 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานครเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ProChile ในการขยายการรับรู้ของผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ในภูมิภาคอาเซียน และเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

    การเปิดตัวแคมเปญได้จัดขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีเชฟ Jessica ‘Paope’ Wang มาร่วมงานในวันเปิดตัว พร้อมด้วยกิจกรรมบูธชิมผลิตภัณฑ์จากชิลีที่สาขาศรีนครินทร์ในช่วงเปิดตัวของแคมเปญ โดยที่โปรโมชั่นจัดต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2568

    ในปีที่ผ่านมา ProChile ได้ขยายความร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ Gourmet Market (เดอะมอลล์กรุ๊ป), GO Wholesale และ Tops (เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น) และล่าสุดกับแม็คโคร ภายใต้เครือ CP Group สะท้อนถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทยในฐานะตลาดศูนย์กลางสำหรับสินค้าอาหารจากชิลี และเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคในวงกว้าง

    ด้วยความหลากหลายทางภูมิประเทศของชิลีตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากเทือกเขาสู่ชายฝั่ง และด้วยสภาพภูมิอากาศ ระดับความสูง และลักษณะดินที่แตกต่างกัน ประกอบกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็ง ทำให้ชิลีสามารถผลิต สินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานระดับโลก มีความยั่งยืน และมีคุณภาพสูง สินค้าจากชิลีได้รับการรับรองมาตรฐานนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอาหาร

    จากข้อมูลของ ProChile ปัจจุบันชิลีเป็นผู้ส่งออกสินค้าภาคเกษตรอันดับ 1 ของโลกในหลายรายการ เช่น เชอร์รี่ พลัม และพรุน ภาคการเกษตรยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ คิดเป็นประมาณ 4.7% ของ GDP ของประเทศ โดยเฉพาะช่วงปลายปีถึงต้นปีซึ่งเป็นฤดูกาลเชอร์รี่ของชิลี ทำให้เชอร์รี่สดใหม่เข้าสู่ไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีน เหมาะอย่างยิ่งแก่การมอบเป็นของขวัญที่มีคุณค่า

    สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ชิลีเป็นแหล่งผลิตสำคัญของปลาแซลมอน ปลาทูม้า หอยแมลงภู่ และปลาเฮคใต้ โดยปลาแซลมอนชิลีถูกส่งออกไปยังกว่า 100 ตลาดทั่วโลก และกว่า 70% ของบริษัทเพาะเลี้ยงแซลมอนผ่านมาตรฐาน Best Aquaculture Practices (BAP) และ ISO 9001, 14001, 22000 ส่วนหอยแมลงภู่จากชิลียังได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความสดใหม่  โดยมาจากเขตปาตาโกเนียซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก หอยทุกตัว เติบโต ตามธรรมชาติด้วยสาหร่ายทะเล และผ่านมาตรฐาน HACCP อย่างครบถ้วน

    ส่วนไวน์ชิลีเป็นผลผลิตจากความหลากหลายของหุบเขายาวกว่า 1,500 กิโลเมตร ซึ่งแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อุตสาหกรรมไวน์ของชิลีมีโรงบ่มเพื่อการส่งออกกว่า 356 แห่ง และปัจจุบันชิลีเป็นผู้ส่งออกไวน์อันดับ 1 ของทวีปอเมริกา และอันดับ 4 ของโลก รองจากฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน

    คุณสมนึก ยอดดำเนิน Director Commercial Fresh Food, CP AXTRA กล่าวว่า แม็คโครมีความเชื่อมั่นต่อซัพพลายเออร์จากชิลีทั้งด้านคุณภาพและปริมาณสินค้า โดยปีนี้ตั้งเป้านำเข้าเชอร์รี่ชิลีมากกว่า 100 ตัน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าปีที่ ผ่านมา 5-8% เนื่องจากผลผลิตชิลีเพิ่มขึ้น ทำให้เชอร์รี่มีขนาดใหญ่ ราคาดี และมีคุณภาพสูง โดยต้นฤดูกาลเริ่มต้นที่ขนาด 28 มม. และผลิตผลขนาด 30 มม. จะออกสู่ตลาดในเดือนธันวาคม

    คุณ Eduardo Piccolo, Market Manager บริษัท St. Andrews S.A. ผู้ผลิตหอยแมลงภู่แช่แข็งรายใหญ่ของโลก กล่าวว่า บริษัทเริ่มส่งออกหอยแมลงภู่มายังไทยจากศูนย์ตู้คอนเทนเนอร์เมื่อปี 2558 ก่อนเติบโตเป็นกว่า 1,000 ตันต่อปี ในปัจจุบัน โดยไทยเป็นหนึ่งใน 5 ตลาดหลักของหอยแมลงภู่ชิลี และในปีหน้าเตรียมร่วมสำรวจสินค้าประเภทพร้อมรับประทานและประเภทเพิ่มมูลค่า ร่วมกับทีมจัดซื้อของแม็คโคร

    คุณจริยา เรืองคำพัฒน์ Sales Manager Asia, Caleta Bay ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าแซลมอนรมควันคุณภาพจากชิลีประมาณ 6 ตู้ต่อปี หรือกว่า 100 ตัน ไม่รวมแซลมอนสดที่นำเข้าราว 3 ตู้ต่อเดือน ผลิตภัณฑ์แซลมอนรมควัน เกิดจากนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าและให้ผู้บริโภคเข้าถึงคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ โดยวางจำหน่ายเฉพาะที่แม็คโครและโลตัส

    เชิญร่วมกิจกรรมและรับโปรโมชั่นในเทศกาล ‘A Journey Through Chile – เสน่ห์รสชาติอาหารจากชิลี’ ที่นำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาพิเศษ พร้อมไวน์ชิลีหลากหลายแบรนด์ ณ แม็คโครทุกสาขา และแอปพลิเคชันแม็คโครโปร ตั้งแต่วันนี้ถึง 9 ธันวาคม 2568.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/909822/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CvboLzAvWLuBunNWVZH9Z

  • เปิดแล้ว “สถานีลพบุรี 2” ชูฮับท่องเที่ยวใหม่ จัดรถสองแถวเชื่อมต่อเมืองฟรี 3 เดือน

    เปิดแล้ว “สถานีลพบุรี 2” ชูฮับท่องเที่ยวใหม่ จัดรถสองแถวเชื่อมต่อเมืองฟรี 3 เดือน

    “มัลลิกา” เปิดเดินรถสถานีลพบุรี 2 ยกระดับระบบรางไทยด้วยทางรถไฟยกระดับยาวที่สุด 19 กม. ชูเป็นฮับท่องเที่ยวใหม่ของลพบุรี – จัดรถสองแถวเชื่อมต่อเมืองฟรี 3 เดือน ลดผลกระทบประชาชน

    นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เปิดให้บริการสถานีรถไฟลพบุรี 2 อย่างเป็นทางการ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานระบบรางไทย หลังเร่งรื้อปัญหาที่ค้างคามานานกว่า 70 ปี ด้วยการสร้างเส้นทางรถไฟยกระดับเลี่ยงเมืองยาวที่สุดในประเทศกว่า 19 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบโบราณสถาน ลดเวนคืนที่ดิน และป้องกันน้ำท่วมในอนาคต

    สถานีลพบุรีเดิมตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า มีเขตทางแคบเพียง 8 เมตร และอยู่ใกล้กับโบราณสถานสำคัญอย่างพระปรางค์สามยอดและศาลพระกาฬ ทำมาหลายทศวรรษไม่สามารถขยายเป็นทางคู่ได้ แม้โครงการจะถูกผลักดันต่อเนื่องก็ตาม ทางเลือกสุดท้ายหลังการหารือทุกฝ่าย คือการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับบนแนวถนนเลี่ยงเมืองของกรมทางหลวง ทำให้ลดการเวนคืนบ้านเรือนจำนวนมาก และยังตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยเมื่อเทียบกับบทเรียนจากมหาอุทกภัยปี 2554 ที่น้ำท่วมพื้นที่ก่อสร้างสูงถึง 7–8 เมตร ส่งผลให้ต้องออกแบบเสายกระดับสูงถึง 20–24 เมตรเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในระยะยาว

    ทิวทัศน์ของเส้นทางยกระดับที่พาดผ่านทุ่งนากว้าง เริ่มกลายเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ ขบวนรถไฟที่ลดระดับจากทางยกระดับกลางผืนนาเริ่มได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ คาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์กประจำจังหวัดในอนาคต

    เพื่อให้การเดินรถมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อผู้โดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทยปรับระบบการใช้สถานีทั้งสองแห่งใหม่ โดยสถานีลพบุรี 1 ในตัวเมืองยังคงรองรับรถไฟท้องถิ่นและรถชานเมือง 18 ขบวน รองรับกลุ่มนักเรียนและประชาชนที่เดินทางประจำ ขณะที่สถานีลพบุรี 2 จะให้บริการรถด่วนและรถทางไกล 14 ขบวน เช่น ขบวนไปเชียงใหม่ ลำปาง และเด่นชัย ทั้งนี้ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าจะได้รับแจ้งโดยอัตโนมัติว่าต้องลงที่สถานีลพบุรี 2 พร้อมมีรถรับส่งรองรับทุกรอบ

    ด้านการเดินทางเชื่อมต่อ การรถไฟฯ จัด Shuttle Bus ฟรีนาน 3 เดือน เชื่อมระหว่างสถานีเก่าและสถานีใหม่ พร้อมประสานรถสองแถวเอกชนให้ขยายเส้นทางเข้ามารับผู้โดยสารถึงสถานีลพบุรี 2 ในอัตราค่าโดยสารเพียง 10 บาท เพื่อบรรเทาผลกระทบและช่วยประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่าน

    สถานีลพบุรี 2 แม้ยังไม่มีร้านค้าภายในสถานีเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ ทั้งไฟส่องสว่าง พื้นที่กว้างขวาง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยการรถไฟฯ ยืนยันว่าระบบความปลอดภัยชานชาลามีเจ้าหน้าที่ประจำทุกจุด แม้จะไม่มีประตูอัตโนมัติแบบรถไฟฟ้า เนื่องจากระบบรถไฟทางไกลยังไม่รองรับ

    รมช.คมนาคม ระบุว่า สถานีใหม่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลพบุรีเติบโตด้านเศรษฐกิจและท่องเที่ยว คาดว่าจะยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวแบบไปเช้า–เย็นกลับ สู่เมืองรองที่นักท่องเที่ยวพร้อมพักค้างคืน โดยเฉพาะเส้นทางยกระดับสวยงาม 19 กิโลเมตรที่กลายเป็นแหล่งถ่ายภาพแห่งใหม่ พร้อมแผนร่วมกับ ททท. พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวไปยังทุ่งทานตะวัน พระนารายณ์ราชนิเวศน์ และตลาดชุมชนต่าง ๆ ใช้สถานีลพบุรี 2 เป็นศูนย์กลางเดินทางรูปแบบใหม่ สำหรับผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที เร็วกว่ารถยนต์ที่ต้องใช้เวลา 2–2.5 ชั่วโมง

    ทั้งนี้ ระบบอาณัติสัญญาณและระบบควบคุมรถไฟใหม่ของทางคู่ช่วงลพบุรี–ปากน้ำโพ ติดตั้งแล้วและอยู่ระหว่างทดสอบ คาดเปิดใช้งานกลางปีหน้า เมื่อระบบ Automatic Train Protection (ATP) ทำงานเต็มรูปแบบ จะเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการเดินรถอย่างมาก

    โครงการทางคู่สายเหนือช่วงลพบุรี–ปากน้ำโพถือว่าแล้วเสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วนช่วงสุดท้าย ปากน้ำโพ–เชียงใหม่อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินงานและยังไม่เริ่มก่อสร้าง โดยกระทรวงคมนาคมคาดว่าสถานีใหม่จะช่วยเพิ่มความคึกคักให้ลพบุรีในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบรางไทยในระยะยาว

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2900090&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vNCdD6612RBIgraAjNF1g