Category: ท่องเที่ยว

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผนึกชุมชนพุนพิน วางโมเดลพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เขาศรีวิชัย”

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผนึกชุมชนพุนพิน วางโมเดลพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เขาศรีวิชัย”

    การศึกษา

    มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผนึกชุมชนพุนพิน วางโมเดลพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม “เขาศรีวิชัย”

    วันจันทร์ ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.38 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาย บุญคงมาก รองคณบดีคณะนิติศาสตร์, รองศาสตราจารย์สิทธิกร ศักดิ์แสง, อาจารย์ทศพร จินดาวรรณ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์จุไรพร ชีพประสพ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรอุมา วงศ์เจริญ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูภณัช รัตนชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ และนายเทพพร ฉิมพิมล นักวิชาการโสตทัศนศึกษา จัดทำโครงการห้องเรียนวิศวกรสังคม (ห้องเรียนชุมชน) ภาคเรียนที่ 2/2568 ภายใต้กิจกรรม “มาตรการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม : กรณีศึกษาเขาศรีวิชัย ณ บ้านหัวเขา หมู่ 1 ตำบลศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการสร้างบันไดขึ้นไปยังโบราณสถานเขาศรีวิชัย และจัดทำพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุจำลองให้กับวัดเขาศรีวิชัย เพื่อให้ชุมชนต่อยอดพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมต่อไป โดยเชิญวิทยากรจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) นายจารุวัฒ เต็มไพโรจน์ นิติกรชำนาญการ เพื่อให้ข้อมูลในด้านข้อกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ รวมถึงนายไกรสิทธิ์ ประกอบพร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 และนายธนวัฒน์ ทองคลองไทร ปราชญ์ชาวบ้านด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ข้อมูลในเชิงพื้นที่ โดยมีพระสามารถ ฐานิสสโร รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเขาศรีวิชัย และพี่น้องชาวบ้านเข้าร่วมรับฟังได้เกิดความเข้าใจและทุกท่านพร้อมที่จะร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามเป้าประสงค์ต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/457832&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PY2qWcBkII3ig-u2CrI6G

  • จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

    จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

    จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น


    8/12/2568 | 67 |

    จังหวัดพะเยา จัดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

         นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาย่านการท่องเที่ยวด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ บริเวณถนนท่ากว๊าน (บริเวณหน้าโรงแรมชายกว๊าน) เพื่อยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนให้กลายเป็นย่านสร้างสรรค์ ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ภายใต้แนวคิด “Walk and Wonder – เปิดเฮือน เตวย่าน เล่าขานความภักดี พระพันปีหลวง” มุ่งเน้นการนำเสนอเอกลักษณ์ของย่านท่ากว๊าน วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง
         ภายในงานดังกล่าว มีการจัดนิทรรศการสร้างสรรค์ การสาธิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง กิจกรรมเดินชมย่านสร้างสรรค์ (Creative Street Walk) รวมถึงโซนสินค้าผู้ประกอบการชุมชน และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้เหมาะกับทุกช่วงวัย จังหวัดพะเยามุ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และต่อยอดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศในอนาคต


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/452164&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uB2TitbUd-obgieqXReC8

  • ชวนสัมผัสหมอกเหนือสายน้ำสาละวิน ล่องเรือชมแม่น้ำสองสี พักใจที่หาดทรายขาว Unseen แห่งแม่ฮ่องสอน

    ชวนสัมผัสหมอกเหนือสายน้ำสาละวิน ล่องเรือชมแม่น้ำสองสี พักใจที่หาดทรายขาว Unseen แห่งแม่ฮ่องสอน

    ลมหนาวพัดมา สายน้ำสาละวินเรียกหา ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวธรรมชาติแบบดิบๆ สวยสงบ และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ต้องลองมาปักหมุดที่นี่

    “บ้านแม่สามแลบ” อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 กลุ่มเรือนำเที่ยวในพื้นที่ได้ประกาศเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทางน้ำอย่างเป็นทางการ พร้อมพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสความงามของ “สาละวิน…สายน้ำแห่งชีวิต”

    ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดของ สาละวิน…สายน้ำแห่งชีวิต คือ ความงาม 2 ฤดู ที่แม่น้ำสาละวิน ด้วยความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เช่น ในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวสามารถฟินไปกับ “สายหมอก” ที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือผิวน้ำ ท่ามกลางป่าไม้เปลี่ยนสีสองฝั่งไทย-เมียนมา

    รวมถึงช่วงฤดูร้อน หรือหน้าแล้ง นักท่องเที่ยวสามารถ ตื่นตากับน้ำใสไหลเย็น เพราะต้นน้ำคือน้ำแข็งละลายจากทิเบต ระดับน้ำที่ลดลงจะเผยให้เห็น “หาดทรายขาวละเอียดและโขดหินใหญ่” สวยงามแปลกตา เหมาะแก่การกางเต็นท์นอนดูดาวริมหาดสุดๆ

    โดยเส้นทางท่องเที่ยว & ราคาเหมาลำ สามารถนั่งได้ 12-13 คน/ลำ ทางกลุ่มเรือฯ มีเรือบริการ 10 ลำ พร้อมพาเที่ยว 2 เส้นทาง

    • เส้นทางที่ 1: ล่องเหนือ…ย้อนรอยประวัติศาสตร์ มุ่งหน้าสู่ “บ้านท่าตาฝั่ง” เส้นทางนี้คุณจะได้ชมหาดหิน หาดทราย และไฮไลท์สำคัญคือ “โรงพักเก่าอายุกว่า 100 ปี” อาคารไม้สักทรงปั้นหยาที่ยังคงมนต์ขลังตั้งตระหง่านริมน้ำ
    • เส้นทางที่ 2: ล่องใต้…ชมแม่น้ำสองสี มุ่งหน้าสู่ “บ้านสบเมย” จุดบรรจบของแม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวิน เกิดเป็นปรากฏการณ์ “แม่น้ำสองสี” ที่หาชมยาก

    รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย ก็สามารถจัดทริปสั้นๆ ระยะใกล้ ได้เหมือนกัน โดยราคาค่าเรือนั้นจะเป็นเหมาจ่ายเริ่มต้น 1,000 – 2,500 บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางของเส้นทาง โดยนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือได้ทุกวัน เวลาให้บริการตั้งแต่ 06.00 น. – 18.00 น.

    จองทริป ที่พัก และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 062-093-2531 แนะนำให้โทรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2900602&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tQ8lodat7HG-ITmAjhrEG

  • TNP รับลมหนาวเที่ยวเหนือคึก รัฐเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TNP รับลมหนาวเที่ยวเหนือคึก รัฐเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TNP หรือ บมจ. ธนพิริยะ โดย “เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ” กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า Q4/68 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี และทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส รับผลบวกจากฤดูหนาวปีนี้อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวภาคเหนือจำนวน ส่งผลดีต่อยอดขายของTNP ซึ่งกระจายในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่และพะเยา

    Q4ผลงานท็อปฟอร์ม

    นอกจากนี้ ยังรับอานิสงส์นโยบายของรัฐบาลเพิ่มวงเงินสวัสดิการในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับเดือนพ.ย.-ธ.ค. 68  อีก 850 บาทต่อคนต่อเดือน รวมสิทธิเพิ่มเป็น 1,150 บาทต่อคนต่อเดือน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ของรัฐบาล ทำให้เชื่อมั่นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

    รายได้ทะลุ 3 พันล้าน

    สำหรับรายได้ปี 68 คาดว่าจะทะลุ 3 พันลบ. พร้อมกับตั้งเป้าหมายปี 69 คาดว่าจะเติบโตอีก 10% ขยายสาขาไม่ต่ำกว่าปี 68 ที่เปิดสาขาเพิ่มอีก 6 สาขา

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/12/08/601208/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F8PYrx0foNorSAjJMLqN5

  • พลาญหินแปดก้อน จุดยุทธศาสตร์กัมพูชาโจมตีไทย ทำไมถึงสำคัญ?

    พลาญหินแปดก้อน จุดยุทธศาสตร์กัมพูชาโจมตีไทย ทำไมถึงสำคัญ?

    พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ กัมพูชาบุกโจมตีไทยรอบใหม่ เผยลานหินกว้างที่ผ่านมามีการวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ก่อนที่ทหารไทยจะเข้ามาเก็บกู้ ไทยมีแผนตัดถนนทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ต้องพับแผนจากการโจมตีครั้งใหม่

    การปะทะกันรอบใหม่ของทหารไทย-กัมพูชา บริเวณภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ วันนี้ (7ธ.ค.68) ตั้งแต่เวลาบ่ายสองโมง กินเวลาเกือบชั่วโมง ก่อนเหตุการณ์สงบ ตรวจสอบทหารไทยบาดเจ็บ 2นาย โดยถูกยิงที่ขา และถูกยิงใส่เสื้อเกราะจนมีรอยช้ำ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งอพยพประชาชนริมชายแดน 4จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เพื่อความปลอดภัย

    พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ เป็นลานหินกว้าง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยธรรมชาติ และมีแผนที่จะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของไทย

    พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะพาทีมข่าวลงพื้นที่ พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้เล่าว่า พื้นที่พลาญหินแปดก้อน ตามภาษาชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ของไทย โดยแต่เดิมกัมพูชา มีการวางระเบิดในพื้นที่นี้จำนวนมาก ซึ่งช่วงแรกที่ได้มาทำงานในพื้นที่สมัยยังเป็นทหารชั้นผู้น้อย ยังต้องมาร่วมเก็บกู้ระเบิดอยู่เป็นปี และมีการวางกำลังเพื่อควบคุมพื้นที่ตรงนี้

    โดยปีที่แล้วได้พูดคุยกับท่านผู้บังคับบัญชากองกำลัง ว่าเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสวยงาม มีลานหินที่สามารถกางเต็นท์ และจอดรถได้ มีแผนที่จะคุยกับทางจังหวัดและกรมอุทยาน ในการจะพัฒนาจุดนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเตรียมที่จะตัดถนนเข้ามา และมีทหารมาประจำการที่จะทำให้เป็นการใช้ประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย

    พลาญหินแปดก้อน ยุทธศาสตร์ชายแดน

    พลาญหินแปดก้อน ถือเป็น จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยเหตุผลหลักที่เกี่ยวข้องกับลักษณะทางภูมิประเทศและความสามารถในการมองเห็นพื้นที่โดยรอบ

    ลักษณะทางภูมิประเทศและเหตุผลทางยุทธศาสตร์

    • ที่ตั้งบนที่สูง: พลาญหินแปดก้อนตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่สูง ทำให้ผู้ที่ควบคุมพื้นที่นี้สามารถ มองเห็นทัศนียภาพและควบคุมพื้นที่ ได้ไกลในวงกว้าง ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบทางทหารอย่างยิ่งในการเฝ้าระวัง การสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และการวางแผนทางยุทธวิธี

    • เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก: พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวเขตแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ทำให้พื้นที่นี้มีความสำคัญในการอ้างสิทธิ์และเป็นจุดปะทะ/พิพาทระหว่างทั้งสองประเทศอยู่บ่อยครั้ง

    จุดเด่นของพลาญหินแปดก้อนคือ การเป็นเนินสูงที่มีลักษณะเป็นหินก้อนใหญ่เรียงกันคล้าย 8 ก้อน (ตามชื่อ) ทำให้เป็น จุดตรวจการณ์ และ ฐานที่มั่น ที่มีประสิทธิภาพสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2900560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sV4t4vnilA8A4EyjQtcw8

  • ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    ไทยพาณิชย์ปลุกพลังโรงแรมภาคใต้บนเส้นทางความยั่งยืนต่อเนื่อง จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus รับท่องเที่ยวยั่งยืน

    ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    ธนาคารไทยพาณิชย์ตอกย้ำความมุ่งมั่นผู้นำการเงินยั่งยืน พร้อมสนับสนุนธุรกิจโรงแรมยกระดับมาตรฐานรองรับท่องเที่ยวยั่งยืน ผนึกกำลังกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “เตรียมความพร้อมสู่การรับรอง Green Hotel Plus กับ SCB” เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมไทยตามเกณฑ์ Green Hotel Plus (GHP) ซึ่งได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) แก่กลุ่มโรงแรมภาคใต้ ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP กับการคว้าโอกาสเติบโตบนกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอสิทธิประโยชน์จากธนาคารเพื่อสนับสนุนการขอรับมาตรฐาน GHP อย่างเป็นระบบ ปลุกพลังโรงแรมไทยร่วมกัน

    ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมไทย และเตรียมความพร้อมภูเก็ตสู่การเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026) โดยมีผู้แทนจากโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 47 แห่ง เข้าร่วมอบรมรวมมากกว่า 100 คน สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคธุรกิจโรงแรม ภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานสนับสนุนด้านความยั่งยืนที่ต้องการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากลอย่างจริงจัง

    ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ธนาคารฯ นำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการวางยุทธศาสตร์และการดำเนินงานในทุกหน่วยธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่กำลังเผชิญทั้งความท้าทายจาก Climate Change ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ธนาคารฯ มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญต่อการผลักดันความยั่งยืนของประเทศให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดำเนินธุรกิจอยู่เดิมและเริ่มปรับตัว (Less Brown) ไปสู่ Green ให้ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยโซลูชันการเงินยั่งยืนของธนาคาร และการนำพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG เข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจ เพื่อผลักดันพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมและบริการให้สามารถปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” 

    ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อธุรกิจโรงแรมมากกว่า 130,000 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนสำคัญอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน ด้วยความรับผิดชอบธนาคารจึงตั้งเป้าปรับ “พอร์ตโรงแรม” ทั้งหมดให้เป็นพอร์ตที่ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนอย่างชัดเจน ซึ่งครอบคลุมในหลายมิติ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน การจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบ การดูแลชุมชนและสังคม การรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล

    ไทยพาณิชย์จัดอบรม Green Hotel ปลุกพลังโรงแรมใต้ มุ่งสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน

    สำหรับโรงแรมขนาดใหญ่หรือเครือโรงแรมที่มีความพร้อมลงทุน ธนาคารส่งเสริมให้ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคารสู่ระดับสากล เช่น มาตรฐานอาคารเขียว LEED, Edge และ TREES ซึ่งช่วยทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านภาพลักษณ์และการดึงดูดลูกค้าต่างชาติ ขณะที่โรงแรมดั้งเดิมที่ยังไม่ถึงจังหวะลงทุนขนาดใหญ่ ธนาคารพัฒนาสินเชื่อและแพ็กเกจสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำและขยะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละแห่ง

    ดร.ยรรยง กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดการเริ่มปรับตัวก่อน ว่า “เราเชื่อว่าการลงมือปรับตัวด้านความยั่งยืนอย่างรวดเร็วและจริงจัง จะทำให้เราเป็นผู้ขับเคลื่อนทิศทางการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงรอรับผลกระทบ เราจะสามารถกำหนดเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของโลก และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคง นี่คือหัวใจของธนาคารไทยพาณิชย์ในการขับเคลื่อนบนเส้นทางความยั่งยืน พร้อมย้ำบทบาทของธนาคารในฐานะพันธมิตรที่เดินเคียงข้างลูกค้าธุรกิจโรงแรมในฐานะ Trusted partner บนเส้นทางสู่ความยั่งยืน” 

    การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวโลก จากรายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนของ Booking.com ปี 2025 พบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023 ขณะเดียวกัน SCB EIC ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC และ Green Hotel Plus ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น GSTC-Recognized Standard 

    ภายในงานอบรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในการเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP พร้อมกิจกรรม Workshop เพื่อให้เข้าใจเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานจริง รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ได้รับการรับรองแล้วว่ามีผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านต้นทุน ภาพลักษณ์ และการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมเป็นวิทยากร และให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), กองทุน ThaiCI โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน, สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้, กลุ่มโรงแรมดีวาน่า, โรงแรมมันดาราวา รีสอร์ท แอนด์ สปา, บริษัท เอเบิล คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท แอดแวนเทจ คอนซัลติ้ง จำกัด และ บริษัท อินเตอร์เอ็นจิเนียริ่ง มาเนจเม้น จำกัด” นอกจากนี้ ไทยพาณิชย์ยังมอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับผู้เข้าร่วม เช่น ส่วนลดค่าอบรมจากหน่วยงานพันธมิตร กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมความเข้าใจสำหรับลูกค้า SCB ผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านความยั่งยืน และบริการ One Stop Service ในการประสานงานกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การเข้าสู่มาตรฐาน GHP เป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น

    มาตรฐาน Green Hotel Plus (GHP) จัดทำโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมเสาความยั่งยืน 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการความยั่งยืนและธรรมาภิบาล ความยั่งยืนด้านสังคมและเศรษฐกิจ ความยั่งยืนด้านวัฒนธรรม และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม  GHP เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจาก GSTC (Global Sustainable Tourism Council Criteria) ว่าเทียบเท่ามาตรฐานสากลด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน (GSTC Recognized) จึงเป็นการยกระดับโรงแรมไทยสู่มาตรฐานระดับโลก รองรับนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและโอกาสทางการตลาด ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนผ่านแนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย และของธนาคาร

    “การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของไทยพาณิชย์ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยดูแลลูกค้าให้อยู่ในเส้นทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมศักยภาพให้โรงแรมไทยก้าวสู่การเป็นโรงแรมสีเขียว (Green Hotel) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษ์โลกและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก (Global Sustainable Tourism Conference 2026) ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2569 นี้” ดร.ยรรยง กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/pr-news/734703&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rIDPh-zTifOBqXwUYKRkU

  • งานกาชาด 2568 สวนลุมพินี ร้านเด็ดทั่วไทย 11 วันเต็ม วิธีเดินทาง เที่ยวเพลิน

    งานกาชาด 2568 สวนลุมพินี ร้านเด็ดทั่วไทย 11 วันเต็ม วิธีเดินทาง เที่ยวเพลิน

    งานกาชาด 2568 สวนลุมพินีจัดเต็มดารา-ร้านดัง 11-20 ธ.ค.นี้

    คู่มือเที่ยวงานกาชาด 2568 สวนลุมพินี จัดเต็ม 11 วัน พบดารา-ร้านดัง-กิจกรรมเพียบ 11-21 ธ.ค.นี้ วิธีซื้อสลากกาชาดออนไลน์ ลุ้นทองแท่ง 40 บาท แถมดูดวงแม่น ๆ ได้กุศลส่งท้ายปี เช็กวิธีการเดินทาง จุดจอดรถที่นี่

    ลมหนาวมาเยือนพร้อมกับสัญญาณแห่งความสุขที่คนไทยรอคอย งานกาชาดประจำปี 2568 กลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ณ สวนลุมพินี ภายใต้แนวคิด ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกา สภากาชาดไทย ปีนี้ สภากาชาดไทยจัดเต็มกิจกรรมความสนุกทั้งแบบ On-ground ที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 11 – 21 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00–23.00 น.

    พร้อมช่องทางออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ทางเว็บไซต์ www.iredcross.org และแพลตฟอร์ม iRedcross มีกิจกรรมออนไลน์ เกมเสมือนจริง และช่องทางทำบุญให้เลือกครบในที่เดียว

    โซนนี้เป็นหนึ่งในจุดที่คาดว่าจะคึกคักที่สุดของงาน เพราะรวมร้านค้าของเหล่าศิลปินและคนในวงการบันเทิงมาร่วมออกบูธ โดยมีรายชื่อบางส่วนที่เตรียมมาพบปะแฟน ๆ เช่น ภณ, จีน่า, เรนเดียร์ , แน๊ตตี้ ในโซนรวมใจดารา แฟน ๆ สามารถมาซื้อสินค้าและร่วมทำบุญไปพร้อมกัน รายได้เข้าสภากาชาดไทย ถือเป็นโอกาสได้ใกล้ชิดคนดัง พร้อมช่วยเหลือสังคมในเวลาเดียวกัน

    สายกินมีพื้นที่เฉพาะในโซน รสชาติแห่งสยาม by ลิ้นติดโปร เมนูติดดาว คัดสรรเมนูเด็ดจากหลายภูมิภาคทั่วประเทศมาไว้ในงานเดียว ให้ลองชิมอาหารจานดังและเมนูแนะนำจากร้านยอดนิยมแบบจัดเต็มตลอดทั้ง 11 วันของการจัดงาน

    กิจกรรมออนไลน์งานกาชาด เล่นเพลิน ได้บุญ แถมลุ้นโชค

    สำหรับคนที่ชอบความสะดวกสบายหรืออยู่ต่างจังหวัด สามารถร่วมสนุกผ่านงานกาชาดออนไลน์บน iRedcross ได้ โดยมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลาย ประกอบด้วย

    • ตักไข่ ได้บุญ ลุ้นรางวัล รูปแบบเกมเสี่ยงโชคแนวงานวัด แต่ยกมาไว้บนจอ
    • 9 มินิเกมงานกาชาดเสมือนจริง ทั้งปาโป่ง โยนห่วง บิงโก และอื่น ๆ อีกมากมาย
    • สลากบำรุงสภากาชาดไทยออนไลน์ ซื้อสลากการกุศลผ่านระบบดิจิทัล เลือกร้าน เลือกเลขได้เอง
    • ดูดวงออนไลน์ จากหมอดูชื่อดังใน 4 สมาคม
    • ชอปปิงออนไลน์ e-Commerce ร่วมกับร้านค้าชั้นนำ
    • แคมเปญและกิจกรรมการบริจาคเพื่อสังคม ของสภากาชาดไทยในหลายรูปแบบ

    ทั้งหมดนี้ออกแบบมาให้เล่นเพลินแถมยังได้บุญเหมาะทั้งคนที่ชอบบรรยากาศงานวัด และคนที่อยากทำบุญพร้อมลุ้นโชคไปด้วย

    กิจกรรมในงานกาชาด 2568
    ภาพจาก Facebook : IRedcross

    วิธีซื้อสลากบำรุงสภากาชาดไทย ลุ้นทองรวมกว่า 4 ล้านบาท

    อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานกาชาด คือ สลากบำรุงสภากาชาดไทย ประจำปี 2568 ปีนี้เปิดขายผ่านแพลตฟอร์ม iRedcross ทำให้การทำบุญรูปแบบนี้ง่ายขึ้นมาก เริ่มซื้อสลากได้แล้ววันนี้ – 21 ธันวาคม 2568 สลากใบเดี่ยว เริ่มต้นฉบับละ 100 บาท โดยสลากออกรางวัลวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ทำตามขั้นตอนนี้ลุ้นโชคใหม่ได้เลย

    1. เข้าเว็บไซต์ https://www.iredcross.org/raffle/ และล็อกอินระบบ

    2. เลือกร้านค้าสลากของหน่วยงานที่ต้องการ โดยหน่วยงานที่ร่วมจำหน่ายสลาก อาทิ

    • สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย
    • สมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทา ในพระบรมราชินูปถัมภ์
    • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • มูลนิธิอินเตอร์ลิ้งค์ให้ใจ
    • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
    • สโมสรโรตารีกรุงเทพ-รัชดาภิเษก
    • กองทัพอากาศ
    • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
    • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

    ในวันเปิดขายของแต่ละหน่วยงานสามารถติดตามได้บนแพลตฟอร์ม iRedcross

    3. เลือกประเภทสลาก แบบใบเดียว แบบชุด หรือค้นหาเลขที่ชอบ

    • สลากแบบใบเดี่ยว ฉบับละ 100 บาท
    • สลากแบบชุด 10 ฉบับ ราคา 1,000 บาท

    4. กด ‘ซื้อใบนี้’ หรือ ‘เพิ่มลงตะกร้า’ หากต้องการซื้อหลายเลข

    5. กรอกข้อมูลตามบัตรประชาชนให้ครบ เพื่อใช้ยืนยันตัวตนหากถูกรางวัล

    6. เลือกช่องทางการชำระเงิน และชำระภายใน 15 นาที

    7. ตรวจสอบคำสั่งซื้อได้ที่เมนู ประวัติคำสั่งซื้อสลาก หรือ คำสั่งซื้อล่าสุด

    ทุกท่านสามารถตรวจรางวัลที่เว็บไซต์ www.iredcross.org ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

    วิธีซื้อสลากบำรุงสภากาชาดไทยผ่าน iRedcross
    ภาพจาก Facebook : IRedcross

    ลุ้นของรางวัลมากมาย มูลค่ารวมกว่า 4,000,000 บาท

    • รางวัลที่ 1 : ทองคำแท่ง หนัก 40 บาท จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 2 : ทองคำแท่ง หนัก 10 บาท จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 3 : ทองคำแท่ง หนัก 5 บาท จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 4 : สร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 5 : สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท จำนวน 2 รางวัล
    • รางวัลเลขท้าย 3 ตัว : e-Voucher ใช้ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป มูลค่า 3,000 บาท จำนวน 200 รางวัล
    ของรางวัลการซื้อสลากกาชาด 2568
    ภาพจาก Facebook : IRedcross

    สายมูต้องมา จองคิวดูดวงออนไลน์งานกาชาด

    อีกกิจกรรมที่ได้รับความสนใจทุกปี คือ การดูดวงออนไลน์ ปีนี้มีหมอดูจาก 4 สมาคมเข้าร่วม ได้แก่

    • สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ
    • สมาคมสหพันธ์โหร-แพทย์แผนไทย
    • สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
    • มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์

    ผู้สนใจสามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ www.iredcross.org ได้แล้ววันนี้ โดยจะเริ่มเปิดให้ดูดวงออนไลน์ในช่วงงานกาชาด ตั้งแต่วันที่ 11–22 ธันวาคม 2568

    สำหรับใครที่เชื่อเรื่องโชคชะตา การดูดวงควบคู่กับการซื้อสลากการกุศลก็อาจเป็นอีกสีสันหนึ่งของการมาเที่ยวงานปีนี้

    จองคิวดูดวงออนไลน์งานกาชาด 2568
    ภาพจาก Facebook : IRedcross

    วิธีเดินทางมางานกาชาด 2568 ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ พร้อมพิกัดที่จอดรถ

    ผู้จัดงานแนะนำให้ใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมาก แต่สำหรับผู้ใช้รถส่วนตัวก็มีจุดจอดรองรับเช่นกัน

    รถไฟฟ้า MRT และ BTS

    • รถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริ (ทางออก 4) และสถานีศาลาแดง (ทางออก 6)
    • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีสีลม (ทางออก 1) และสถานีสวนลุมพินี (ทางออก 3)

    Shuttle Bus

    มีรถ shuttle รับ–ส่งจากสนามกีฬาแห่งชาติและสวนป่าเบญจกิติไปยังสวนลุมพินี

    รถประจำทาง

    • ผ่านถนนสารสิน : สาย 50, 505, A3
    • ผ่านถนนราชดำริ : สาย 15, 50, 76, 77, 505, 514, A3
    • ผ่านถนนวิทยุ : สาย 13, 50, 62, 76, 505, A3
    • ผ่านถนนพระรามที่ 4 : สาย 4, 45, 47, 50, 67, 76, 141, 505, A3

    จุดรับ–ส่งแท็กซี่

    • หน้าอาคารอื้อจือเหลียง (ถนนพระราม 4)
    • ป้ายรถโดยสารตรงข้าม สน.ลุมพินี (ถนนวิทยุ)

    จุดจอดรถ (รถยนต์ส่วนตัว)

    • ลานจอดรถประตูถนนราชดำริ : จอดได้ประมาณ 150 คัน (มีค่าจอด)
    • ลานจอดรถสวนลุมพินี ทางเข้าประตู 1 ถนนวิทยุ : ประมาณ 200 คัน
    • จุดจอดรถสวนป่าเบญจกิติ : จอดรถยนต์ได้ประมาณ 300 คัน และมอเตอร์ไซค์ประมาณ 400 คัน (สามารถเดินทางต่อด้วย Skywalk มางานได้)
    • จุดจอดรถในสนามกีฬาแห่งชาติ : ประมาณ 100 คัน

    ภาพรวมของงานกาชาด 2568 ที่สวนลุมพินีปีนี้ ถือว่าเป็นงานเทศกาลที่ผสมผสานหลายมิติ ทั้งมิติของการเฉลิมพระเกียรติ การทำบุญช่วยเหลือผู้เดือดร้อน กิจกรรมบันเทิงจากเหล่าดารา ศิลปิน อาหารอร่อยจากทั่วประเทศ ไปจนถึงกิจกรรมออนไลน์ที่เข้าถึงได้ทุกคน

    ไม่ว่าจะเลือกเดินเที่ยวจริงที่สวนลุมพินี หรือร่วมสนุกผ่าน iRedcross จากที่บ้าน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของสภากาชาดไทยได้เช่นกัน

    ใครกำลังมองหาที่เที่ยวช่วงปลายปีที่ได้ทั้งความสนุกและความอิ่มใจ งานกาชาดประจำปี 2568 เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่ไม่ควรพลาด

    ข้อมูลจาก : การไฟฟ้านครหลวง และ งานกาชาด Red Cross Fair

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of sukanlaya s.

    sukanlaya s.

    นักเขียนบทความ SEO ประจำเว็บไซต์ The Thaiger จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญงานเขียนประเภท ข่าวกระแสสังคม และบทความไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น รีวิวที่เที่ยว เทรนด์แฟชั่นและความงาม พร้อมแนะนำกระแสมาแรง ทันเหตุการณ์ ช่องทางติดต่อ ying@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1498547/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3i4gEIqhsGNtP2Df2hVpIa

  • เวียดนามดึงดูด

    เวียดนามดึงดูด

    ฮานอย, 7 ธ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันเสาร์ (6 ธ.ค.) สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามรายงานว่าเวียดนามได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จำนวน 19.15 ล้านคนในช่วงเดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.9 เมื่อเทียบปีต่อปี

    สำนักงานฯ ระบุว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางทางอากาศคิดเป็นสัดส่วนมากที่สุด ที่ 16.2 ล้านคน ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางถนน 2.7 ล้านคน โดยภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนมากกว่า 15 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 เมื่อเทียบปีต่อปี

    นโยบายวีซ่าที่เอื้อต่อการเข้าประเทศ โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น และงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ล้วนช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากให้มาเยือนเวียดนาม

    ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นของเวียดนามรายงานว่าภาคการท่องเที่ยวของเวียดนามตั้งเป้าต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 22-23 ล้านคนในปี 2025

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/62770&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13XTnYQMh36id_tK7keQJ1

  • แอร์เอเชียเสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายอาเซียนเปิดบินตรง ภูเก็ต-ปีนัง ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

    แอร์เอเชียเสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายอาเซียนเปิดบินตรง ภูเก็ต-ปีนัง ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

    แอร์เอเชียเสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายอาเซียนเปิดบินตรง ภูเก็ต-ปีนัง ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ พร้อมราคาเริ่มต้น 1690 บาทต่อเที่ยวบิน

    แอร์เอเชีย มาเลเซีย (รหัสเที่ยวบิน AK) เปิดเส้นทางเชื่อมโยงอาเซียนเส้นทางบินใหม่ล่าสุด ภูเก็ต-ปีนัง พร้อมให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์-พุธ-ศุกร์-อาทิตย์) เริ่มเที่ยวบินแรกตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2569

    เพื่อฉลองการเปิดเส้นทางบินใหม่นี้ แอร์เอเชียมอบโปรโมชันราคาพิเศษรวมทุกอย่าง เริ่มต้นที่ 1,690 บาทต่อเที่ยว* จองได้แล้วตั้งแต่วันที่ 8-21 ธันวาคม 2568 เพื่อใช้เดินทางระหว่างวันที่ 13 มีนาคม ถึง 24 ตุลาคม 2569 จองเลยที่ AirAsia MOVE และ airasia.com

    ดาโต๊ะ กัปตัน ฟาเรห์ มัซปุตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของแอร์เอเชีย มาเลเซีย กล่าวว่า แอร์เอเชียยังคงส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคอาเซียน โดยการเชื่อมต่อจุดหมายปลายทางสำคัญเข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งประเทศไทยจัดอยู่ในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของแหล่งนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันชาวไทยยังเดินทางมาท่องเที่ยวปีนังเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2568 แอร์เอเชียได้ขนส่งผู้โดยสารระหว่างปีนัง-กรุงเทพ มากถึง 2 แสนคน จึงทำให้เราพิจารณาเปิดเส้นทางปีนัง-ภูเก็ต ใหม่นี้ โดยเชื่อว่าจะยิ่งส่งเสริมให้การเดินทางระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น โดยมีแอร์เอเชียเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตดังกล่าว

    “ปีนังเป็นถือเป็น 1 ใน 5 ฐานปฏิบัติการหลักของแอร์เอเชียในมาเลเซีย มีบริการเส้นทางบินตรงไปยัง 12 เมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ และด้วยเส้นทางปีนัง-ภูเก็ตใหม่นี้จะยิ่งเพิ่มความหลากหลายให้กับปีนัง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางสะดวก ในราคาคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติทั่วอาเซียน”

    ทั้งนี้ ปีนังถือเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคที่สำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกทั้งยังมีชื่อเสียงในเรื่อง Street food ที่เป็นเอกลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการแพทย์ และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา ขณะที่ภูเก็ตเป็นที่รู้จักทั่วโลกในเรื่องชายหาด ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และเสน่ห์ของไลฟ์สไตล์ที่มีสีสัน การให้บริการเที่ยวบินตรงปีนัง-ภูเก็ตจะเชื่อมโยงจุดแข็งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันเหล่านี้เพื่อสร้างเส้นทางแห่งการเดินทางเพื่อพักผ่อนและการแพทย์ที่น่าสนใจ มอบความสะดวกสบาย ความยืดหยุ่น และทางเลือกที่มากขึ้นให้กับนักท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนความต้องการตลอดทั้งปีและกิจกรรมทางเศรษฐกิจสองทาง

    ปัจจุบันแอร์เอเชีย ให้บริการเส้นทางบินตรงจาก กรุงเทพ (ดอนเมือง) สู่ ปีนัง จำนวน 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมเส้นทางบินใหม่ล่าสุด ภูเก็ต-ปีนัง(รหัสเที่ยวบิน AK) จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมเส้นทางบินไปสู่ปีนังทั้งสิ้น 18 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

    *ราคาเริ่มต้นทั้งหมดสำหรับการเดินทางเที่ยวเดียวเท่านั้น รวมถึงค่าบริการผู้โดยสาร ค่าบริการตามกฎระเบียบ ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12772025&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3x3Fv-LNXxGf_wINnVq7Tc

  • ไฟไหม้ไนต์คลับในอินเดีย คร่าชีวิตผู้คนไป 25 ราย

    ไฟไหม้ไนต์คลับในอินเดีย คร่าชีวิตผู้คนไป 25 ราย

    เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 กล่าวว่า เกิดเหตุไฟไหม้ไนต์คลับแห่งหนึ่งในย่านรีสอร์ทท่องเที่ยวยอดนิยมของรัฐกัว ประเทศอินเดีย คร่าชีวิตผู้คนไป 25 ราย

    ผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวบางส่วนเป็นนักท่องเที่ยว โดยไฟเริ่มลุกลามประมาณเที่ยงคืนที่คลับแห่งหนึ่งในเมืองอาร์โปรา ทางตอนเหนือของรัฐชายฝั่ง

    นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กล่าวในแถลงการณ์แสดงความเศร้าใจต่อการสูญเสียครั้งนี้

    รัฐกัวซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมของโปรตุเกสบนชายฝั่งทะเลอาหรับ ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทุกปีด้วยสถานบันเทิงยามค่ำคืน, หาดทราย และบรรยากาศชายฝั่งที่ผ่อนคลาย

    “วันนี้เป็นวันที่เจ็บปวดอย่างยิ่งสำหรับเราทุกคน” ปราโมท ซาวันต์ มุขมนตรีรัฐกัว กล่าวในแถลงการณ์ โดยระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 25 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน

    ซาวันต์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 3 ถึง 4 ราย โดยไม่ได้ระบุสัญชาติ

    “ผมได้สั่งการให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุและหาผู้รับผิดชอบ” เขากล่าวเสริม

    ภาพวิดีโอจากสำนักข่าวเพรสทรัสต์ออฟอินเดีย แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังหามผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตบนเปลลงบันไดหินแคบๆ ของไนต์คลับ “เบิร์ช”

    “ผู้ประสบเหตุส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจในห้องใต้ดินและห้องครัว ผมได้รับข่าวว่ามีงานปาร์ตี้ในคลับและมีการแสดงควงไฟในนั้น ทำให้ชิ้นส่วนที่ทำจากไม้เกิดติดไฟและมีควันฟุ้งกระจายไปทั่วอาคาร” นิติน วี. ไรเกอร์ หัวหน้าหน่วยดับเพลิงท้องถิ่น กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ CNN News18 ของอินเดีย

    ทั้งนี้ เหตุไฟไหม้เป็นเรื่องปกติในอินเดีย เนื่องจากการก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม, ความแออัด และการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัย

    ในเดือนพฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย จากเหตุไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นในเมืองไฮเดอราบัด

    หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น เกิดไฟไหม้ในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองโกลกาตา คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 15 ราย

    และเมื่อปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย จากเหตุไฟไหม้ที่อาเขตสวนสนุกที่เต็มไปด้วยผู้คนในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของประเทศ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/abroad-news/910499/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08xJ9PES8WJO7DKy3KwgRc