Category: ท่องเที่ยว

  • ปักหมุด “ซับสะเลเต” ที่เที่ยวรับปี 2569 เคาดาวน์กลางลมหนาว ชมทุ่งคอสมอส 55 ไร่ ใหญ่ที่สุดในอีสาน

    ปักหมุด “ซับสะเลเต” ที่เที่ยวรับปี 2569 เคาดาวน์กลางลมหนาว ชมทุ่งคอสมอส 55 ไร่ ใหญ่ที่สุดในอีสาน

    ปีใหม่นี้ใครยังไม่มีแพลนเตรียมเซฟโพสต์นี้ด่วน พาไปสัมผัสลมหนาวแบบฟินๆ ที่ “ซับสะเลเต” อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ แหล่งท่องเที่ยวสุด Unseen บนเทือกเขาพังเหย ที่ความสูง 854 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่หนาว (12-16 องศาฯ) แต่ยังมีไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดมากมาย

    ไม่ว่าจะเป็นทุ่งคอสมอสสีชมพูบานสะพรั่งกว่า 55 ไร่ เรียกได้ว่าเป็นทุ่งดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ยาวสุดลูกหูลูกตา ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง เตรียมชุดสวยๆ มาสะบัดกระโปรงแข่งกับดอกไม้ได้เลย ซึ่งดอกไม้ของที่นี่บานยาวไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 69

    ช่วงปีใหม่ 2569 นี้ “ซับสะเลเต” จัดเต็มกิจกรรมอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็นงาน Countdown หรือนอนดูดาวตกบนยอดเขา ส่งท้ายปีเก่าแบบโรแมนติก ทั้งนี้ที่นี่ยังมีบรรยากาศสุดชิล ลมดี บรรยากาศดี เหมาะกับทุกวัย พร้อมตื่นเช้ารับแสงแรกของปี 2569 เสริมสิริมงคลให้ชีวิต “สว่างไสว” เหมือนดั่งชื่ออำเภอเทพสถิต

    สัมผัสวัฒนธรรมหายาก “ชาวญัฮกุร” อีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่คือวิถีชีวิตชาว “ญัฮกุร” (ยะ-กุ้น) กลุ่มชาติพันธุ์มอญโบราณ ซึ่งตอนนี้เหลือผู้เฒ่าผู้แก่ที่พูดภาษานี้ได้เพียงไม่ถึง 20 คน! มาเที่ยวแล้วอย่าลืมแวะทักทาย ฟังภาษาโบราณ และอุดหนุนสินค้าชุมชน ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่หาดูยากแล้วจริงๆ

    “ซับสะเลเต” มีที่พักรีสอร์ทกว่า 65 แห่ง รองรับได้สบาย จะจัดทริป 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน ก็ฟินได้เต็มที่ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ทำการอำเภอเทพสถิต โทร 0-4485-7106 บ้านซับสะเลเต ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2901840&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mgM0ofASe8YM1vwrgMDS5

  • ประธานยอร์ดวิทยุการบินย้ำชัด! สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเส้นทางบิน

    ประธานยอร์ดวิทยุการบินย้ำชัด! สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่กระทบเส้นทางบิน

    วินทร์ กุมภเศรษฐ์ เผยแพร่เมื่อ : 14 ธ.ค. 2568, 15:06 1

    วันนี้ (14 ธ.ค. 68) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาบริเวณชายแดนสองประเทศว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินระหว่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทยแต่อย่างใด

    ”การสู้รบที่ชายแดนนั้น ไม่มีผลกระทบ อะไร กับเส้นทางการบิน ที่รองรับการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวในไทยเลย โดยเหตุการณ์การสู้รบนั้น ห่างไกลมากจากสนามบินหลัก และสนามบินในพื้นที่ท่องเที่ยว และไม่ได้เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแต่อย่างใด“ นายพิเชฐ กล่าว

    ทั้งนี้ขอยืนยันว่าแหล่งเศรษฐกิจ และท่องเที่ยวของประเทศยังคงเปิดตามปกติ และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยได้อย่างดี โดยขอให้มั่นใจว่าการเอื้อทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวยังคงสามารถดำเนินไปควบคู่กับการปกป้อง ความ มั่นคงของประเทศ

    นายพิเชฐ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การบินในประเทศไทยเป็นไปอย่างปกติ มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลพร้อมรองรับเที่ยวบินจากนานาชาติ รวมถึงเที่ยวบินจากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) อย่างเต็มศักยภาพ  โดยวิทยุการบินฯ มีความพร้อมในการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรการความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสายการบินและผู้โดยสารทุกเที่ยวบิน โดยไม่มีผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

    จากสถิติเที่ยวบินระหว่างประเทศไป – กลับ ประเทศไทย พบว่ามีเที่ยวบินรวมทั้งปี จำนวน 19,870 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย54 เที่ยวบินต่อวัน โดยสนามบินอินชอน (โซล) มีสัดส่วนสูงสุด เฉลี่ย 45 เที่ยวบินต่อวัน รองลงมาคือสนามบินกิมแฮ(ปูซาน) เฉลี่ย 7 เที่ยวบินต่อวัน และสนามบินแทกู เฉลี่ย 2 เที่ยวบินต่อวัน 

    ทั้งนี้ ปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศไทย–สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) อยู่ในอันดับที่ 8 ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดในปีงบประมาณ 2568 คิดเป็น ร้อยละ 4 ของเที่ยวบินระหว่างประเทศรวม โดยปัจจุบันปริมาณเที่ยวบินจากเกาหลีใต้มายังสนามบินในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    โดยวิทยุการบินฯ  ได้มีการคาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินประเทศไทย – เกาหลีใต้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 พบว่า ปริมาณเที่ยวบินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จาก 54 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มเป็น 60 เที่ยวบินต่อวันสะท้อนความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์โดยรวมยังเป็นปกติและเอื้อต่อการท่องเที่ยวของประเทศ

    นายพิเชฐ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีความหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และการบริการระดับสากล 

    โดยสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยประเทศไทยยังคงมีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองหลักในเกาหลีใต้สู่สนามบินนานาชาติสำคัญทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสายการบินและนักท่องเที่ยวต่อระบบการบินของไทย โดยวิทยุการบินฯ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว และขอให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้มั่นใจว่า การเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ejan.co/economics/ylccshrvsaf&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Pxp6CG_1LfcwHwMKii-tl

  • ฟื้นฟูสงขลาเสร็จตามเป้าหลังเก็บขยะทิ้งเกือบ 1.2 แสนตัน : อินโฟเควสท์

    ฟื้นฟูสงขลาเสร็จตามเป้าหลังเก็บขยะทิ้งเกือบ 1.2 แสนตัน : อินโฟเควสท์

    นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าการฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่จังหวัดสงขลาหลังประสบอุทกภัยรุนแรงว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ว่าสามารถดำเนินการลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยได้แบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 รับผิดชอบโดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย โซนที่ 2 โดยกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 4) โซนที่ 3 โดยกระทรวงมหาดไทย และโซนที่ 4 โดยกระทรวงคมนาคม รวมถึงได้รับความร่วมมือจากภาคประชาสังคมในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

    ทั้งนี้ นับถึงคืนวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมาสามารถขนย้ายขยะไปกำจัดได้แล้วกว่า 1.18 แสนตัน และดำเนินการทำความสะอาดถนนรวมระยะทางกว่า 394 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนทั่วพื้นที่สงขลากลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

    รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ กองทัพ ภาคประชาสังคม ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ที่ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูจังหวัดสงขลาอย่างเต็มที่ หลังจากนี้นอกจากการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการที่ ครม.เห็นชอบไปแล้ว จะมีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเข้ามาสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้ อ.หาดใหญ่ และ จ.สงขลา กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ธ.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/553465&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qkqrKlJRs4HJa5n_kEZIl

  • บลูพอร์ต หัวหิน ฉลอง 10 ปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

    บลูพอร์ต หัวหิน ฉลอง 10 ปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

    ภูมิภาค

    บลูพอร์ต หัวหิน ฉลอง 10 ปี เปิดไฟต้นคริสต์มาสสุดตระการตา

    วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.50 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    หัวหิน  ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน เปิดฤดูกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีด้วยงานเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส พร้อมพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส ประจำปี 2568 ซึ่งปีนี้มีความพิเศษในโอกาสครบรอบ 10 ปีของบลูพอร์ต หัวหิน ตอกย้ำบทบาทการเป็นแหล่งท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์เดสติเนชันสำคัญของเมืองหัวหิน

    บรรยากาศภายในงานถูกเนรมิตภายใต้ธีม “Christmas Village หมู่บ้านคริสต์มาสแสนอบอุ่นกลางหัวหิน” บริเวณลานเดอะสแควร์ ด้านหน้าศูนย์การค้า กลายเป็นจุดถ่ายภาพและเช็กอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยว พร้อมการแสดง Christmas Show สร้างสีสันและความคึกคักตลอดงาน

    ภายในพิธีเปิด นางสาววจี กลมเกลี้ยง กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ก่อนที่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จะให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและกล่าวอวยพรในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเปิดไฟต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ ประดับไฟหลากสีนับหมื่นดวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมการแสดงพิเศษจากศิลปินรับเชิญ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ ที่มาร่วมมอบความสุขผ่านเสียงเพลง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเสริมบรรยากาศเทศกาล ทั้งจุดถ่ายภาพ คณะคาร์นิวัล และหิมะจำลอง เปิดให้ร่วมชมและถ่ายภาพทุกวันศุกร์–อาทิตย์

    ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บลูพอร์ต หัวหิน ได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และในช่วงปี 2025–2026 ยังมีแผนเปิดตัวร้านค้าและแหล่งท่องเที่ยวใหม่หลายรูปแบบ อาทิ สวนสนุกในร่ม สวนพฤกษาศิลป์ และพิพิธภัณฑ์รถคลาสสิก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม และก้าวสู่การเป็น Lifestyle Destination อย่างสมบูรณ์

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/458503&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02zk_xuEpWR1dY4PsitCtw

  • อบจ.อุบลฯ ชวนร่วมกิจกรรมดู ฝนดาวตกเจมินิดส์ ลอดอุโมงค์ข้ามกาลเวลา สัมผัสมนต์เสน่ห์ท้องฟ้าผาแต้มยามค่ำคืน

    อบจ.อุบลฯ ชวนร่วมกิจกรรมดู ฝนดาวตกเจมินิดส์ ลอดอุโมงค์ข้ามกาลเวลา สัมผัสมนต์เสน่ห์ท้องฟ้าผาแต้มยามค่ำคืน

    ภูมิภาค

    อบจ.อุบลฯ ชวนร่วมกิจกรรมดู ฝนดาวตกเจมินิดส์ ลอดอุโมงค์ข้ามกาลเวลา สัมผัสมนต์เสน่ห์ท้องฟ้าผาแต้มยามค่ำคืน

    วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.18 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของ ปรากฏการณ์ “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ประจำปี 2568 ในวันที่ 14–15 ธันวาคม 2568 ณ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม หนึ่งในเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดของไทย จุดชมดูปรากฏการณ์ฝนดาวตกที่สวยที่สุด 
         
    นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า อบจ.อุบลราชธานี ร่วมกับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอุทยานธรณีอุบลราชธานี ได้ร่วมกันจัด โครงการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้กิจกรรม “ดูปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ประจำปี 2568” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ของจังหวัด สร้างการเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ที่เข้าถึงง่ายและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมในพื้นที่

    กิจกรรมภายในงานจัดเต็มทั้งความสนุกและความรู้ อาทิ ท้องฟ้าจำลอง  เพ้นท์หน้าสีเรืองแสง  วาดภาพด้วยแสง (Light Painting) การบรรยายเรื่องดาวและเทคนิคการถ่ายภาพท้องฟ้า  คาราวานกล้องโทรทัศน์  กิจกรรม “โต้ลมห่มหนาว ชมดาวเจมินิดส์” ลอดอุโมงค์ข้ามกาลเวลา ชมภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ยามค่ำคืนที่ผาแต้ม

    ถือเป็นโอกาสพิเศษที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมแสงระยิบระยับของฝนดาวตกพักผ่อนท่ามกลางอากาศหนาวเย็นและดื่มด่ำกับบรรยากาศริมผาแห่งหนึ่งในแลนด์มาร์กที่งดงามที่สุดของอีสานใต้
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/458470&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hI-4v9jQkiD1XyQcB-NE4

  • หมู่บ้านรักไทย ยังเป็นแม่เหล็กดึง นทท.ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    หมู่บ้านรักไทย ยังเป็นแม่เหล็กดึง นทท.ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    หมู่บ้านรักไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังเป็นแม่เหล็กใหญ่เนื้อหอมแน่น ไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    หมู่บ้านรักไทย หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังเนื้อหอมเป็นแม่เหล็กใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวชมสัมผัสบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก และดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามในรูปแบบของชนชาติพันธ์ุแบบจีนยูนนานในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเทศไทย

    เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หมู่บ้านรักไทย ยังเป็นแม่เหล็กใหญ่ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวได้เป็นอย่างดี และบางคณะก็นอนพักที่หมู่บ้านรักไทยนี้ถึงสองคืน ซึ่งทางสมาคม ได้มอบใบประกาศนียบัตรผู้พิชิต 4088 โค้งให้

    จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเรามีสถานที่ท่องเที่ยวทุกอำเภอ เช่น อำเภอสบเมยแหล่งท่องเที่ยวดังก็คือ ทะเลหมอกสองแผ่นดินหรือ กลอเซโล และทะเลหมอกดอยพุ่ยโค ที่ขึ้นชื่อและดังมา 3-4 ปีนี้ แม่สะเรียงสายใต้ก็มีที่พัก เกิดขึ้นเยอะใกล้แม่น้ำยวม และแหล่งบันเทิงนั่งชิวๆ อำเภอแม่ลาน้อย มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นถ้ำแก้วโกมล และชุมชนท่องเที่ยวบ้าน ละอุป หมู่บ้านเครื่องเงิน และกาแฟ ที่ขึ้นชื่อ อำเภอขุนยวม ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ทหารญี่ปุ่น อำเภปางมะผ้า มีชุมชนท่องเที่ยวเผ่ามูเซอร์หรือ ลาหู่ บ้านจ่าโบ่ และถ้ำ ลอด ถ้ำแม่ละนา หมู่บ้านห้วยเหี๊ยะ อำเภอปาย ก็มีทะเลหมอกหยุนไหลยามเช้า และ ปายแคนย่อนยามพระอาทิตย์ตกดิน ถนนคนเดินปาย

    ส่วนอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ก็มีแหล่งจุดชมทะเลหมอก บนวัดพระธาตุดอยกองมู และดอยสันฟ้า ถนนคนเดินที่บริเวณหนองจองคำ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร 089-262-8545

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/maehongson/3844630/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kYYi0eKjr-WItYt2ZLTMX

  • เทศบาลเมืองน่าน เมืองแห่งการอยู่อาศัย การท่อ

    เทศบาลเมืองน่าน เมืองแห่งการอยู่อาศัย การท่อ

    วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ฮอลล์ 101 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร
    นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นำคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองน่าน พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน และผู้นำชุมชน เข้าร่วมงาน มหกรรมอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 9 ภายในงาน Thailand Friendly Design & Tourism for All Expo 2025
    ในการนี้ เทศบาลเมืองน่านได้ร่วมกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์และเวทีเสวนา ร่วมกับผู้แทนจากเทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลเมืองยโสธร เทศบาลตำบลเชียงกลาง และ รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    โดยร่วมเสวนาในหัวข้อ
    “บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์ ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม รองรับสังคมผู้สูงวัย และส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล”
    การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลเมืองน่านในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี รองรับสังคมผู้สูงวัย และยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลอย่างแท้จริง

    #

    กัลยา สองเมืองแก่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.talknewsonline.com/15791/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_s4WSg-ZBMxPlEfi5dPH1

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ-เปิดงาน! ‘เทศกาลกินปลาทู’ ชูความอร่อยเมนูเด็ดเมืองแม่กลอง

    รมว.ท่องเที่ยวฯ-เปิดงาน! ‘เทศกาลกินปลาทู’ ชูความอร่อยเมนูเด็ดเมืองแม่กลอง

    รมว.ท่องเที่ยวฯ-เปิดงาน! ‘เทศกาลกินปลาทู’ ชูความอร่อยเมนูเด็ดเมืองแม่กลอง

    วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.29 น.

    ปลาทูแม่กลองครองเมือง!  รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดงาน ‘เทศกาลกินปลาทู ครั้งที่ 27’ ชูความอร่อยกว่า 50 เมนูเด็ด ภายใต้แนวคิด ‘กินปลาทูแล้วอายุยืนหมื่นปี’

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน ‘เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง’ ครั้งที่ 27 ที่จัดขึ้นโดยหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และ นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ให้การต้อนรับ

    งานเทศกาลปลาทูและของดีเมืองแม่กลองในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-21 ธันวาคม 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม โดยใช้ชื่อตอนที่น่าสนใจว่า ‘กินปลาทูแล้วอายุยืนหมื่นปี’

    ภายในงานได้รวบรวมแม่ครัวฝีมือดีจากร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสมุทรสงครามจำนวน 7 ร้าน มาปรุงเมนูจากปลาทูกว่า 50 เมนู ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองความอร่อย เช่น ปลาทูต้มมะดัน, ปลาทูนึ่งมะนาว, ผัดฉ่าปลาทู, ปลาทูฉู่ฉี่, ปลาทูตาเตี๊ยะ, ขนมจีบปลาทู, แฮ่กึ้นปลาทู, แหนมเนืองปลาทูแม่กลอง, เบอร์เกอร์ปลาทู, และเมนูที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง ห่อหมกปลาทูใส่ลูกมะพร้าวน้ำหอม จากวัดอินทาราม

    ทางหอการค้าฯ ได้คัดปลาทูตัวโตๆ คุณภาพดี ขนาด 10-12 ตัวต่อกิโลกรัม จำนวนประมาณ 8 หมื่นตัว มาจำหน่ายในราคาปรุงสำเร็จตัวละ 25 บาท โดยเปิดครัวให้บริการตั้งแต่ 07.00 ถึง 21.00 น.

    นอกจากปลาทูแล้ว ภายในงานยังมีการแสดงบนเวทีมากมาย และการจำหน่ายสินค้าของดีเมืองแม่กลอง ได้แก่ อาหารทะเลแปรรูป, มะพร้าวน้ำหอม, น้ำตาลมะพร้าว, ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่, และสินค้าโอทอปอื่นๆ อีกด้วย ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมงานได้ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม งานมีไปจนถึงวันที่ 21 ธันวาคมนี้

    //////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    เตรียมจัดใหญ่ ‘งานของดีเมืองแม่กลอง-ตะวันรอน-ที่ดอนหอยหลอด’

    เอาใจสายกินผลไม้! ‘บุพเฟต์ลิ้นจี่’ พร้อมอาหารคาวหวานเกือบ 10 เมนู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/934435&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gLHCHhfbp5mkw-JpYXHoY

  • BC ชี้ Q4/68 ทิศทางดี รับดีมานด์ท่องเที่ยวพุ่ง

    BC ชี้ Q4/68 ทิศทางดี รับดีมานด์ท่องเที่ยวพุ่ง

    วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.19 น.

    Tag :

    นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เผยถึงทิศทางการเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 4/2568 ยังคงสดใส มองเห็นการเติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์การท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยโรงแรมที่อยู่ในพอร์ตของ BC ยังคงมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) อยู่ในระดับแข็งแกร่ง สะท้อนความต้องการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวมาทุกเซกเมนต์

    ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ยังเคลื่อนไหวในเชิงบวก โดยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัว หนุนดีมานด์โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลัก 

    โดยเฉพาะโรงแรมโนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นี่ย์ฮับ และ โรงแรมไอบิส เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นี่ย์ฮับ ซึ่งมีรายได้ต่อห้องพัก (RevPAR) โดยรวมดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)  รับช่วงพีคไฮซีซั่นของภาคเหนือ โดยยอดจองห้องพักในไตรมาส 4 คึกคักยาวต่อเนื่องถึงปี 2569 

    สำหรับโครงสร้างธุรกิจ BC ยังคงขับเคลื่อนด้วยโมเดล “Build–Operate–Sale” (BOS) ซึ่งเป็นแกนสำคัญในการสร้างการเติบโตผ่านความเชี่ยวชาญของทีมบริหารตั้งแต่การวางแผนพัฒนาโครงการ การบริหารโรงแรมแบบมืออาชีพ ไปจนถึงการบริหารสินทรัพย์ ทำให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และโรงแรมได้ต่อเนื่อง

    ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้ายกระดับบทบาทในฐานะ TPO มากขึ้น ด้วยการรับบริหารโรงแรมจากพันธมิตรภายนอก ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้บริหารที่มีความสม่ำเสมอเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดความผันผวนของรายได้ตามฤดูกาล และสอดรับกลยุทธ์ Asset-Light 

    ไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงที่ผลลัพธ์จากการวางรากฐานธุรกิจตลอดปีเริ่มเห็นทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งในส่วนของการขยายบทบาทการเป็น TPO และความร่วมมือกับเครือโรงแรมระดับสากลที่ช่วยเสริมศักยภาพด้านการบริหารโรงแรมให้เติบโตตามโมเดล Asset-Light เรามั่นใจว่าพอร์ตโรงแรมที่อยู่ภายใต้การบริหาร รวมถึงโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีแข็งแกร่ง และเป็นฐานการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์กล่าวปิดท้าย

    -032

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/934433&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jatroyS5f-pbE4cIR_dJJ

  • ปี69ศก.โตต่ำสุดรอบ5ปี “ส่งออก-ลงทุน”หดตัว-ท่องเที่ยวแผ่ว

    ปี69ศก.โตต่ำสุดรอบ5ปี “ส่งออก-ลงทุน”หดตัว-ท่องเที่ยวแผ่ว

    วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

    ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics  ระบุว่า ttb analytics ประเมินเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัว 1.6% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากการชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จนถึงครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งแม้ว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจากการขึ้นภาษีนำเข้าศุลกากรของทรัมป์จะไม่รุนแรงอย่างที่เคยประเมินไว้ แต่ปัจจัยชั่วคราวที่เคยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเร่งส่งออกสินค้าซึ่งส่งผลบวกต่อกิจกรรมในภาคส่งออกและภาคอุตสาหกรรมจะทยอยหมดลง ขณะที่แรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่เคยผลักดันเศรษฐกิจในอดีตก็มีข้อจำกัดในการเติบโต และยังไม่มีตัวไหนเป็นเครื่องยนต์ของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

    ทั้งนี้ปัจจัยฉุดรั้งที่สำคัญในปี 2569   ประกอบด้วย 1.การชะลอตัวของภาคส่งออกจากหลายสาเหตุ ได้แก่  1. ผลของการเร่งตัวผิดปกติในช่วงต้น (Front-loading) ในการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จึงทำให้ปริมาณสต็อกสินค้าในต่างประเทศค่อนข้างสูง 2. การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและสหรัฐฯ จากผลกระทบของภาษีทรัมป์ที่จะเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2569 และความกังวลจากภาวะฟองสบู่ในการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)  3. ความเสี่ยงจากการถูกตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติมภายใต้ข้อกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะครอบคลุมกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงจะถูกสวมสิทธิ (Transshipment Risk) และสินค้าที่สำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Products) และ 4. การแข่งขันในสินค้าส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐฯ และตลาดหลักอื่นที่จะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากความเสียเปรียบด้านราคา

    ส่วนปัจจัยลบที่ 2  คือการใช้จ่ายภาครัฐมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้มีการส่งสัญญาณเลือกตั้งใหม่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองคาดว่าจะยังคงอยู่และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะต่อไป ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการภาครัฐจำนวนมากในปีงบประมาณ 2569 แล้ว ยังอาจส่งผลให้การจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีความเสี่ยงที่จะล่าช้าออกไปจากช่วงเวลาปกติ นอกจากนี้ ข้อจำกัดด้านงบประมาณและความพยายามลดการขาดดุลทางการคลัง จะทำให้พื้นที่ทางการคลังที่เหลืออยู่ถูกดึงไปใช้แก้ไขปัญหาแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อประคองภาพเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่

    ขณะที่ปัจจัยลบที่ 3. คือการบริโภคภาคเอกชนมีข้อจำกัดในการเติบโตมากขึ้น ส่วนหนึ่งจากเม็ดเงินกระตุ้นการจับจ่ายถูกดึงมาใช้ตั้งแต่ปลายปี 2568 มาจนถึงต้นปี 2569 และอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อประชาชนและเม็ดเงินที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี นอกจากนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงสูงเกินกว่า 80% ของจีดีพีมาเป็นระยะเวลายาวนานมากกว่า 10 ปี จะยังคงบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชนต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้แรงซื้อในหมวดสินค้าคงทน (เช่น รถยนต์และที่อยู่อาศัย) อาจยังไม่สามารถกลับสู่ระดับเดิมเหมือนในอดีต

    ส่วนเสถียรภาพทางการเงิน ttb analytics ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในรอบการประชุมเดือนธันวาคมสู่ระดับ 1.25% ณ สิ้นปี 2568 พร้อมกับการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อลงในปี 2568-2569 มองไปข้างหน้า ttb analytics ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอยู่ที่ 0.75-1% ณ สิ้นปี 2569 และสำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2569 คาดว่าเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่าขึ้นได้บ้างในช่วงครึ่งแรกของปี ตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงต่อเนื่องตลอดทั้งปี

    นอกจากนี้ภาคท่องเที่ยวจะยังคงเป็นตัวแปรที่สำคัญ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 34.5 ล้านคน หรือเติบโต 4.5% จากปีก่อน จากตลาดนักท่องเที่ยวในกลุ่มอินเดีย รัสเซีย และยุโรปที่คาดว่าจะยังขยายตัวได้ สวนทางกับตลาดนักท่องเที่ยวหลัก (อาทิ จีน อาเซียน และเกาหลีใต้) ที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ส่วนหนึ่งจากความสามารถในการดึงดูดการท่องเที่ยวของไทยลดลงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และใน มิติของรายได้จากการท่องเที่ยวคาดว่าจะเติบโตเพียง 4% โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปยังต่ำกว่าปี 2562  จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว

    สำหรับมิติของการลงทุนจากต่างชาติยังมีความท้าทายสูง โดยรูปแบบความต้องการลงทุนไม่ได้กระจายไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีห่วงโซ่การผลิตยาวหรืออุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ซึ่งสามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานในวงกว้างอย่างที่เคยเป็นมา (เช่น ปิโตรเคมี การผลิตยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน เครื่องใช้ไฟฟ้า) แต่กลับมุ่งเป้าลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมการให้บริการด้านเทคโนโลยีที่ยังมีห่วงโซ่การผลิตในประเทศค่อนข้างสั้น อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ (Cloud Infrastructure) และ AI เป็นต้น

    นอกจากนี้โจทย์ท้าทายที่สำคัญของประเทศไทยคือ การยกระดับห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรมดั้งเดิมให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมโลกผ่านการเพิ่มกฎเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิด (Local Content / RVC) เพื่อสร้างแรงจูงใจการสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งระบบห่วงโซ่การผลิต (System-level Incentive) รวมถึงการเปลี่ยน “มูลค่าการขอรับการสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่” ให้กลายเป็น “มูลค่าการลงทุนจริง” ภายในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการสร้างความพร้อมด้านทักษะแรงงาน ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความชัดเจนด้านนโยบายภาษีและกฎระเบียบในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/933982&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PxZwaCl9RLEvHmmIgJONF