Category: ท่องเที่ยว

  • ขอยืนยัน และสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีสถานที่ น่าท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศ พร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยวครับ

    ขอยืนยัน และสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีสถานที่ น่าท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศ พร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยวครับ

    Logo

    Loading

    Header หน้าใน - ข่าวประชาสัมพันธ์

    1. หน้าหลัก
    2. Recommend
    3. ขอยืนยัน และสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีสถานที่ น่าท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศ พร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยวครับ

    ขอยืนยัน และสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีสถานที่ น่าท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศ พร้อมต้อนรับ นักท่องเที่ยวครับ


    15/12/2568 | 42 |

    “ขอยืนยัน
    และสร้างความเชื่อมั่นว่า
    ประเทศไทยมีสถานที่
    น่าท่องเที่ยวอยู่ทั่วประเทศ
    พร้อมต้อนรับ
    นักท่องเที่ยวครับ”

    ชาคริต ปิตานุพงศ์
    ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/454568&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BRV_IAtw_sAVg0oeWT_O3

  • ตม.สั่งสกัดเข้ม กัมพูชาใช้ฟรีวีซ่าเข้าไทย พร้อมสกัดต่างชาติกลุ่มเสี่ยง เกรงว่าอาจเป็นนักรบรับจ้าง

    ตม.สั่งสกัดเข้ม กัมพูชาใช้ฟรีวีซ่าเข้าไทย พร้อมสกัดต่างชาติกลุ่มเสี่ยง เกรงว่าอาจเป็นนักรบรับจ้าง

    ตม.สั่งสกัดเข้ม กัมพูชาใช้ฟรีวีซ่าเข้าไทย พร้อมสกัดต่างชาติกลุ่มเสี่ยง เกรงว่าอาจเป็นนักรบรับจ้าง วอนท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ รอคิวไม่เกิน 40 นาที

    จากกรณีมีข้อห่วงใย โดยมีนักวิจารณ์ และนักวิชาการเปิดเผยผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ว่าอาจมีคนต่างชาติ ที่เป็นนักรบรับจ้าง บินเข้าไทยเพื่อปฎิบัติการเป็นอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของกำลังฝ่ายไทยทุกรูปแบบ

    ล่าสุด เมื่อวานนี้ 14 ธ.ค.2568 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ/โฆษก สตม. ได้เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้มีความห่วงใยในเรื่องนี้ นับแต่เริ่มมีการปะทะระหว่างไทยและเขมรอีกระลอกอย่างรุนแรง ในขณะที่ยังมีสายการบินพานิชย์บินระหว่างประเทศทั้งสองตามปกติ รวมถึงอาจมีกลุ่มนักรบรับจ้างอาศัยโอกาสฟรีวีซ่าเข้าไทย เพื่อปฎิบัติการใด ๆ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหลังแนวรบทั้งในเขตไทย และการลักลอบผ่านแดนเข้าทางเขมร

    เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา ทาง สตม. ได้มีการประชุมผู้บังคับบัญชา และหัวหน้าด่าน ตม.สนามบิน  5 สนามบินในสังกัด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดกับคนสัญชาติที่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อการเป็นภัยความมั่นคงหลังแนวรบ เช่น แอบผ่านช่องทางธรรมชาติเข้าช่วยเหลือเขมร หรือเป็นสายลับ หรือกระทำการอื่นใด  โดยพุ่งเป้าหมายไปที่คนต่างชาติ 2 กลุ่ม ที่ใช้ฟรีวีซ่าเดินทางเข้าไทย ได้แก่

    – กลุ่มนักรบรับจ้างในแถบยุโรปตะวันออก และเอเซียตอนบน
    – กลุ่มคนกัมพูชาที่บินมาเข้าไทย โดยใช้สิทธิฟรีวีซ่า ซึ่งช่วงเวลานี้ ทั้งสองฝ่ายยกระดับความขัดแย้งถึงขั้นการปะทะ จึงดูผิดวิสัยวิญญูชนปกติที่จะเข้ามาท่องเที่ยว ซึ่งหากมีธุรกิจตามกฏหมายในไทย ก็ให้กลับไปขอวีซ่าจากสถานทูตไทยมาให้ถูกต้องทุกราย เพื่อให้มีการคัดกรองจากต้นทางมาก่อน

    โดยนับตั้งแต่มีเหตุการปะทะรุนแรง มีการปฎิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.ถึง 13 ธ.ค.2568 รวม 185 ราย

    อย่างไรก็ดี ทาง สตม. จะประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานข่าวความมั่นคง เพื่อหาข้อมูลข่าวเพิ่มเติมว่า มีข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนต่างชาติที่เป็นนักรบรับจ้างหรือไม่ ซึ่งหากมีข้อมูลข่าวที่สามารถชี้เป็นตัวบุคคลได้ ก็จะช่วยโฟกัสกลุ่มต้องห้ามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไม่กระทบกับชาวต่างชาติอื่น ๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทยโดยภาพรวม โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไม่น้อยกว่าวันละ 75,000 ถึง 80,000 คน และเจ้าหน้าที่ ตม. หน้าด่าน มีเวลาตรวจหนังสือเดินทางไม่เกินรายละ 45 วินาทีเท่านั้น

    ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มความเข้มในการคัดกรองดังกล่าว อาจมีภาพความหนาแน่นของผู้โดยสารที่รอคิวเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทาง โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงชั่วโมงที่เที่ยวบินหนาแน่น แต่ทางเจ้าหน้าที่ ตม. ได้มีการจัดกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจ แม้มาตรการความมั่นคงดังกล่าวจะส่งผลให้การรอคิวนานกว่าปกติ จากเดิมที่ไม่เกิน 20 นาที ก็จะรอราว ๆ ไม่เกิน 40 นาทีเท่านั้น  โดยยืนยันว่าไม่กระทบกับการเดินทางเข้าออกของคนไทยแต่อย่างใด

    ที่มาภาพ/ข่าว :: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/63196&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27ugimv0wqe38H2Q_wFa9L

  • บวท. ยัน การบินไทยปลอดภัย 100% สถานการณ์ชายแดน ไม่กระทบท่องเที่ยว

    บวท. ยัน การบินไทยปลอดภัย 100% สถานการณ์ชายแดน ไม่กระทบท่องเที่ยว

    ทั่วไป

    14 ธ.ค. 2025 เวลา 20:27 น.

    บวท. ยัน การบินไทยปลอดภัย 100% สถานการณ์ชายแดน ไม่กระทบท่องเที่ยว

    บวท. ยืนยัน การบินไทยปลอดภัย 100% แม้มีสถานการณ์ชายแดน ไม่กระทบ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ที่แห่เที่ยวไทย เผยเที่ยวบินจากโซลพุ่งเป็น 60 ไฟลต์/วัน เตรียมรับเต็มที่!

    วันนี้ (14 ธ.ค. 68) นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า แม้จะมีความกังวลจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ปะทะกันอยู่ในขณะนี้ แต่ สถานการณ์การบินในประเทศไทย ยังคงเป็นไปอย่าง ปกติ มีความปลอดภัย และได้มาตรฐานสากล พร้อมรองรับเที่ยวบินจากนานาชาติ โดยเฉพาะจาก สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ได้อย่างเต็มศักยภาพ

    การันตีความปลอดภัย ไม่มีผลกระทบต่อการเดินทาง

    นายพิเชฐ ย้ำว่า บวท. มีความพร้อมอย่างยิ่งในการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรการความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสายการบินและผู้โดยสารทุกเที่ยวบิน โดยไม่มีผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด สร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวเกาหลีใต้ที่กำลังวางแผนเดินทางมา ท่องเที่ยวประเทศไทย

    เที่ยวบินไทย-เกาหลีใต้ เติบโตต่อเนื่อง คาดพุ่งสูงช่วงไฮซีซั่น

    ข้อมูลสถิติยืนยันว่า ปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศไทย–สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เป็นเส้นทางสำคัญ โดยอยู่ในอันดับที่ 8 ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดในปีงบประมาณ 2568 คิดเป็น 4% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศรวม

    สถิติรวมทั้งปี : เฉลี่ย 54 เที่ยวบินต่อวัน (รวม 19,870 เที่ยวบิน)

    เส้นทางหลัก :

    • สนามบินอินชอน (โซล): เฉลี่ย 45 เที่ยวบินต่อวัน
    • สนามบินกิมแฮ (ปูซาน): เฉลี่ย 7 เที่ยวบินต่อวัน
    • สนามบินแทกู: เฉลี่ย 2 เที่ยวบินต่อวัน

    วิทยุการบินฯ ยังได้คาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินประเทศไทย – เกาหลีใต้ ตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 ว่ามีแนวโน้มจะ เพิ่มสูงขึ้นจาก 54 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 60 เที่ยวบินต่อวัน สะท้อนถึง ความเชื่อมั่น และความต่อเนื่องของการเดินทางระหว่างสองประเทศ

    เชิญชวนนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ มั่นใจเดินทางมาไทยได้เลย

    นายพิเชฐ กล่าวเชิญชวน นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ ให้เดินทางมา ท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และการบริการระดับสากล

    “ประเทศไทยยังคงมี เที่ยวบินตรง จากหลายเมืองหลักในเกาหลีใต้สู่สนามบินนานาชาติสำคัญทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสายการบินและนักท่องเที่ยวต่อระบบการบินของไทย”

    บวท. ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว และขอให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้มั่นใจว่า การเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1212077&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_cOLrDu-FSvk25iOF-tKC

  • วิทยุการบินฯ ยืนยันเที่ยวบินมาไทยปลอดภัย ชวนเกาหลีเที่ยวไทย

    วิทยุการบินฯ ยืนยันเที่ยวบินมาไทยปลอดภัย ชวนเกาหลีเที่ยวไทย

    วิทยุการบินฯ ยืนยันเที่ยวบินมาไทยปลอดภัย ชวนเกาหลีเที่ยวไทย

    14 ธันวาคม 2568 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์การบินในประเทศไทยเป็นไปอย่างปกติมีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากลพร้อมรองรับเที่ยวบินจากนานาชาติ รวมถึงเที่ยวบินจากสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) อย่างเต็มศักยภาพ

    โดยวิทยุการบินฯ มีความพร้อมในการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศ ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และมาตรการความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสายการบินและผู้โดยสารทุกเที่ยวบิน โดยไม่มีผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด

    จากสถิติเที่ยวบินระหว่างประเทศไป – กลับ ประเทศไทย พบว่ามีเที่ยวบินรวมทั้งปี จำนวน 19,870 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 54 เที่ยวบินต่อวัน โดยสนามบินอินชอน (โซล) มีสัดส่วนสูงสุด เฉลี่ย 45 เที่ยวบินต่อวัน รองลงมาคือสนามบินกิมแฮ (ปูซาน) เฉลี่ย 7 เที่ยวบินต่อวัน และสนามบินแทกู เฉลี่ย 2 เที่ยวบินต่อวัน 

    ทั้งนี้ ปริมาณเที่ยวบินระหว่างประเทศไทย–สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) อยู่ในอันดับที่ 8 ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดในปีงบประมาณ 2568 คิดเป็น ร้อยละ 4 ของเที่ยวบินระหว่างประเทศรวม โดยปัจจุบันปริมาณเที่ยวบินจากเกาหลีใต้มายังสนามบินในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยวิทยุการบินฯ ได้มีการคาดการณ์ปริมาณเที่ยวบินประเทศไทย – เกาหลีใต้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 พบว่า ปริมาณเที่ยวบินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จาก 54 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มเป็น 60 เที่ยวบินต่อวัน

    วิทยุการบินฯ ยืนยันเที่ยวบินมาไทยปลอดภัย ชวนเกาหลีเที่ยวไทย

    สะท้อนความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของการเดินทางระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์โดยรวมยังเป็นปกติและเอื้อต่อการท่องเที่ยวของประเทศ

    นายพิเชฐ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่มีความหลากหลายทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และการบริการระดับสากล โดยสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยประเทศไทยยังคงมีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองหลักในเกาหลีใต้สู่สนามบินนานาชาติสำคัญทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ 

    วิทยุการบินฯ ยืนยันเที่ยวบินมาไทยปลอดภัย ชวนเกาหลีเที่ยวไทย

    สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสายการบินและนักท่องเที่ยวต่อระบบการบินของไทย โดยวิทยุการบินฯ ยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว และขอให้นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้มั่นใจว่า การเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/646541&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3caU3LIebbYmvq53yA87Qu

  • ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีตุลย์

    ดูดวงรายสัปดาห์ ราศีตุลย์

    สวัสดีค่ะ ชาวราศีตุลย์ ราศีธาตุลม ผู้มีดาวศุกร์ เทพีวีนัส เทพีแห่งความงามครองจิตวิญญาณ นั่นคือสำหรับชาวราศีตุลย์ ความสวยงามทำให้โลกหมุน ทุกอย่างที่จะกระทำต้องสวยหรู ดูดีไว้ก่อน

    การเงิน การติดต่อ สัมพันธ์ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะจากอารมณ์รัก ใคร่ เสน่หา หรือสนิทสนมกันเป็นส่วนตัว ก็อาจถูกลวงล่อ หลอกลวง ที่จะทำให้สูญเสียเงินจำนวนมาก ซึ่งวันที่ 16-18 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ

    การงาน ท่องเที่ยว การศึกษา รวมถึงเดินทางตามความเชื่อ ศรัทธา หรือจัดกลุ่มทำกิจกรรมสันทนาการใด ๆ ก็จะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะทำให้เงินทองไหลมาเทมา แต่ก็ควรระวังจะรั่วไหลหายไปจากคนใกล้ตัว ผู้ที่ร่วมงานด้วยเช่นกัน สำหรับมนุษย์เงินเดือน การเดินตามหลัง “ผู้ใหญ่” อย่างท่านว่าอย่างไรก็ทำตามนั้น ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ดีที่จะเจริญรุ่งเรือง!

    ความรัก ว่าอะไรว่าตามกัน และหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็นขัดแย้งคนรัก คู่ครอง โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลที่สาม เพราะอาจทำให้เขา/เธอ เสียหน้าจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท แตกหักกันไปเลย ซึ่งวันที่ 19-21 ควรระวังให้มากเป็นพิเศษ แต่สำหรับคนโสด ในระยะนี้ การเดินทางท่องเที่ยว หรือใช้สื่อออนไลน์ ก็อาจเป็นโอกาสให้พบรัก เจอเนื้อคู่ได้! –     

    สุขภาพ ยังอยู่ในระยะร่างกาย “อ่อนแอ” ที่ควรพักผ่อนให้มากขึ้น ควรระวังความเครียด หมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป ก็อาจทำให้เจ็บป่วย ไม่สบาย ทำร้ายตัวเองได้

    คำแนะนำ จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม ดาวศุกร์ ดาวแห่งความรัก ความสุข และที่เป็นดาวประจำตัวของชาวราศีตุล ได้โคจรมาสถิต ณ เขตราศีพิจิก จะมีคุณภาพเป็น “ประ” ไม่มีพลังมากพอ  และจากที่ ที่มีดาวอังคาร คู่ชื่นพิศวาทจะร่วมสถิตอยู่ด้วยถึงแค่วันที่  7 ธันวาคม ซึ่งนั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่า อารมณ์รัก ใคร่ หลงใหล หรือหวงหึง หวาดระแวง รวมถึงการต่อสู้ แย่งชิงเพื่อให้ได้ดังที่คาดหวัง ก็อาจทำให้ผิดหวัง หรือนำเหตุ/ภัย ร้ายมาให้กับตนเองได้!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/318859/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03G6GjZmNAKQMoQRQfrY76

  • อุบลฯ ชวนชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์ 2568” ที่ผาแต้ม ดันแหล่งท่องเที่ยวดาราศาสตร์

    อุบลฯ ชวนชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์ 2568” ที่ผาแต้ม ดันแหล่งท่องเที่ยวดาราศาสตร์

    องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จัดกิจกรรมดูปรากฏการณ์ ฝนดาวตกเจมินิดส์ ประจำปี ๒๕๖๘ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    วันที่ 14 ธ.ค.68 ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ร้อยตรี สรมงคล มงคละศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดกิจกรรมดูปรากฎการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ ประจำปี2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาอุบลราชธานี /องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในเขตอำเภอโขงเจียม เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

    นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี /สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี /การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อุทยานธรณีอุบลราชธานี จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี ” ภายใต้กิจกรรม ดูปรากฏการณ์ ฝนดาวตกเจมินิดส์ ประจำปี ๒๕๖๘” ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความตระหนักทางด้านดาราศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัด และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า บริการ และแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ผ่านกิจกรรมการ ท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างคุ้มค่าภายใต้หลักการอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของฝนดาวตกเจมินิดส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในฝนดาวตกที่มีอัตราการตกสูงและสวยงามที่สุดของปี ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติยามค่ำคืนของผาแต้ม

    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย ท้องฟ้าจำลอง เพ้นหน้าสีเรืองแสง วาดภาพด้วยแสง บรรยายดาวและการถ่ายภาพ คาราวานกล้องโทรทัศน์ โต้ลมห่มหนาวชมดาวเจมินิดส์ การเดินสำรวจธรรมชาติผาแต้มยามค่ำคืน และกิจกรรมอื่นๆมากมาย พร้อมกันนี้อบจ.อุบลฯ ได้จัดระเบียบพื้นที่ชมดาว ปรับปรุงเส้นทางเข้า–ออก จัดแสงสว่างที่เหมาะสม ระบบรักษาความปลอดภัย จุดบริการนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ และการจัดการขยะ รวมถึงประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความปลอดภัยและการจราจรอย่างเข้มงวด

    #ภูมิภาค-68

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/116970&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23c0LQW72ljd3lLQmW2gY7

  • เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์

    เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์

    ภาคธุรกิจท่องเที่ยวแสดงความกังวลสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาที่ยืดเยื้อ หลังมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ จ.ตราด

    ภาคท่องเที่ยวจับตา สถานการณ์ชายแดน หวั่นยืดเยื้อกระทบความเชื่อมั่นนักเดินทาง

    สถานการณ์ความตึงเครียดตาม แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มแสดงความกังวล โดยเฉพาะหลังมีการ ประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดตราด ผู้ประกอบการมองว่า แม้ขณะนี้การท่องเที่ยวยังไม่หยุดชะงัก แต่หากเหตุการณ์ยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรง อาจกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวในระยะต่อไป

    บรรยากาศการจำหน่ายแพ็กเกจทัวร์บริเวณ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร ซึ่งเป็นแหล่งรวมบริษัทท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างชาติ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยยังมีแพ็กเกจเดินทางไปยังจังหวัดตราด รวมถึง เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด วางขายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยอมรับว่านักท่องเที่ยวเริ่มสอบถามข้อมูลด้านความปลอดภัยมากขึ้น

    พนักงานฝ่ายขายของ บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด ผู้ให้บริการรถโดยสารและเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ในจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การเดินรถและเดินเรือยังดำเนินการตามปกติ โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวออกเดินทางมากกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป แต่ยอมรับว่ามีนักท่องเที่ยวบางส่วนขอเลื่อนกำหนดการเดินทางออกไป เนื่องจากกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน

    เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์  

    ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการจองตั๋วเดินทางอีกราย ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณการจองตั๋วไปจังหวัดตราดลดลงประมาณ ร้อยละ 50 โดยนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเลือกเปลี่ยนเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ เช่น เกาะสมุยและเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แทน สะท้อนความกังวลต่อภาพรวมความปลอดภัย

    ด้าน นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า เหตุปะทะตามแนวชายแดนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี ส่งผลให้ยอดจองที่พักในจังหวัดชายแดนลดลงเหลือเพียง 20–30% และยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติเมื่อใด ทำให้ยอดจองที่พักในพื้นที่ชายแดนแทบจะหายไปทั้งหมด

    นอกจากนี้ การประกาศกฎอัยการศึกในบางจังหวัด อาจนำไปสู่การออกประกาศเตือนการเดินทางจากหลายประเทศ รวมถึงกระทบต่อการทำประกันการเดินทางของนักท่องเที่ยว เนื่องจากบริษัทประกันบางแห่งอาจไม่ให้ความคุ้มครองในพื้นที่ที่มีเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจเดินทาง

    ภาคธุรกิจท่องเที่ยวประเมินว่า ภาพความขัดแย้งที่ดูยืดเยื้อและรุนแรงกว่าครั้งก่อน อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

    ด้าน นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เสนอให้รัฐบาลเร่งสื่อสารเชิงรุกกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อย้ำว่ายังมีหลายพื้นที่ของประเทศที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการใน 7 จังหวัดชายแดน และเร่งคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจให้อยู่ในวงแคบที่สุด

    เคอร์ฟิวตราดสะเทือนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการหวั่นสถานการณ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/640616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0txV1_gpfkSlCjCCzsz4wr

  • “ท่องเที่ยว” ห่วงปะทะชายแดนยืดเยื้อ ส่งผลกระทบธุรกิจ

    “ท่องเที่ยว” ห่วงปะทะชายแดนยืดเยื้อ ส่งผลกระทบธุรกิจ

    หลังประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 5 อำเภอ ของ จ.ตราด ผู้ประกอบการสะท้อนว่า แม้จะยังมีนักท่องเที่ยวซื้อแพคเกจทัวร์ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ และรุนแรงขึ้น อาจกระทบต่อความเชื่อมั่น ทำให้ตัดสินใจไม่เดินทางมาประเทศไทย

    ถ.ข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เป็นจุดหนึ่งที่มีบริการแพคเกจทัวร์ ไปยังจังหวัดต่าง ๆ รวมถึง เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด จ.ตราด ซึ่งขณะนี้ยังคงจำหน่ายตามปกติ

    พนักงานฝ่ายขาย บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด ซึ่งให้บริการรถโดยสารและเรือไปยังเกาะต่าง ๆ ใน จ.ตราด เปิดเผยว่า ขณะนี้รถโดยสารและเรือยังให้บริการตามปกติ ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาก็เพิ่งออกเดินทางไปกว่า 100 คน ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป แต่ยอมรับว่า มีนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่กังวลสถานการณ์ ขอเลื่อนวันเดินทาง

    ขณะที่ผู้ให้บริการจองตั๋วโดยสารอีกส่วนหนึ่ง ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจองตั๋วเดินทางไปยัง จ.ตราด น้อยลงไปราวครึ่งหนึ่ง แต่หันไปท่องเที่ยวในภาคใต้แทน เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมแสดงความกังวลว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจจะยิ่งซ้ำเติมการท่องเที่ยว ที่ปีนี้ซบเซาอยู่แล้ว

    นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา ยอดจองที่พัก ในจังหวัดชายแดนลดลง เหลือเพียงร้อยละ 20-30 และยังไม่ฟื้นกลับมา ผลกระทบจากการปะทะครั้งล่าสุด ที่สถานการณ์ยังไม่มีท่าทีจะยุติ ทำให้ยอดจองที่พักในจังหวัดชายแดนแทบจะเป็นศูนย์

    ขณะที่บางจังหวัดมีการประกาศกฎอัยการศึก อาจทำให้บางประเทศประกาศเตือนพลเมืองของตัวเอง ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย รวมทั้งกระทบต่อการทำประกันการเดินทางของนักท่องเที่ยว ที่บางบริษัทอาจจะไม่คุ้มครองในพื้นที่ที่มีการสู้รบหรือเกิดเหตุไม่สงบ ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางนักท่องเที่ยว

    ภาคธุรกิจท่องเที่ยว กังวลว่า ภาพการปะทะรอบนี้ ที่ดูยืดเยื้อและรุนแรงกว่าครั้งก่อน จะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนสุดท้ายของปี และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยในเดือนสุดท้ายชะลอลง

    ด้าน นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เสนอว่า รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารทำความเข้าใจนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า ยังมีพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ รวมถึงหาแนวทางฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน และแก้ปัญหาความขัดแย้งไม่ให้ยืดเยื้อ เพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียให้น้อยที่สุด

    อ่านข่าว : กองทัพภาคที่ 1 สรุปภาพรวมการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตย-ชายแดน จ.สระแก้ว

    กองทัพ ประณามกัมพูชาโจมตีไร้รูปแบบยิงจรวด BM-21พื้นที่ชุมชน

    สมาคมวิชาชีพห่วง “สื่อภาคสนาม” เตือนต้นสังกัดเน้นความปลอดภัยสูงสุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/359501&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xIEngbkJXVPTMPVCuYvfw

  • เปิดทุ่งคอสมอสซับสะเลเต รับลมหนาว ดึงนักท่องเที่ยวชัยภูมิปลายปี

    เปิดทุ่งคอสมอสซับสะเลเต รับลมหนาว ดึงนักท่องเที่ยวชัยภูมิปลายปี

    ภูมิภาค

    เปิดทุ่งคอสมอสซับสะเลเต รับลมหนาว ดึงนักท่องเที่ยวชัยภูมิปลายปี

    วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ชัยภูมิ ฤดูท่องเที่ยวปลายปีในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ คึกคักอีกครั้ง หลังเปิดแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ “ทุ่งดอกคอสมอสซับสะเลเต” บนขุนเขาสูง เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวเย็น ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงเทศกาลปีใหม่ 2569

    เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 นายวรวิทย์ นามมหานวล นายอำเภอเทพสถิต นำชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ พร้อมกลุ่มผู้สูงอายุชาวญัฮกุร ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มอญโบราณที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยว ณ สวนทุ่งดอกคอสมอสซับสะเลเต

    บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและจากพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาชมและถ่ายภาพกับทุ่งดอกคอสมอสที่กำลังเบ่งบาน บนพื้นที่กว่า 55 ไร่ บริเวณเทือกเขาพังเหย ซึ่งมีความสูงกว่า 854 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นับเป็นหนึ่งในทุ่งดอกคอสมอสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในช่วงนี้มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 12–16 องศาเซลเซียส สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวฤดูหนาวอย่างชัดเจน

    นอกจากการชมทุ่งดอกไม้แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูหนาว อาทิ การชมทะเลหมอกยามเช้า ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก โต้ลมหนาวบนสันเขา ตลอดจนกิจกรรมเคานต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 บริเวณขุนเขาซับสะเลเต

    นายวรวิทย์ นามมหานวล นายอำเภอเทพสถิต เปิดเผยว่า เทศกาลท่องเที่ยวฤดูหนาวซับสะเลเตได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ทุ่งดอกคอสมอสขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทุ่งดอกคอสมอสที่กว้างที่สุดในภาคอีสาน และอาจมีขนาดใหญ่ในระดับประเทศ พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2569

    ขณะเดียวกัน พื้นที่โดยรอบซับสะเลเตยังมีที่พัก รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศรองรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 65 แห่ง เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบค้างคืน ทั้งรูปแบบ 2 วัน 1 คืน และ 3 วัน 2 คืน รองรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/458556&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C94RhI4HEk9QzCSpN2gn9

  • ฟื้นฟูน้ำท่วมสงขลาลุล่วงตามเป้า เก็บขยะทิ้งกว่า 1.2 แสนตัน

    ฟื้นฟูน้ำท่วมสงขลาลุล่วงตามเป้า เก็บขยะทิ้งกว่า 1.2 แสนตัน

    14 ธันวาคม 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการฟื้นฟูและทำความสะอาดพื้นที่จังหวัดสงขลา หลังประสบอุทกภัยรุนแรงว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ว่า การดำเนินการลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยได้มีการแบ่งกำลังการปฏิบัติงานออกเป็น 4 โซน

    โซนที่ 1 รับผิดชอบโดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย

    โซนที่ 2 โดยกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 4)

    โซนที่ 3 โดยกระทรวงมหาดไทย

    โซนที่ 4 โดยกระทรวงคมนาคม รวมถึงได้รับความร่วมมือจากภาคประชาสังคมในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

    ทั้งนี้ นับถึงคืนวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา สามารถขนย้ายขยะไปกำจัดได้แล้วกว่า 1.18 แสนตัน และดำเนินการทำความสะอาดถนนรวมระยะทางกว่า 394 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนทั่วพื้นที่สงขลากลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

    นายภราดร กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ กองทัพ ภาคประชาสังคม ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูจังหวัดสงขลาอย่างเต็มที่

    พร้อมย้ำว่า หลังจากนี้นอกจากการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านมาตรการที่ครม.เห็นชอบไปแล้ว จะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเข้ามาสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้ อ.หาดใหญ่และจ.สงขลากลับมาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/646544&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qhnQqZjpC6M4TZ1xQT8Hd