Category: ท่องเที่ยว

  • กำแพงเพชรฉลองปีใหม่ 2026 ททท.จัดเคาท์ดาวน์สุดอลังการ ดันเศรษฐกิจภาคเหนือ

    กำแพงเพชรฉลองปีใหม่ 2026 ททท.จัดเคาท์ดาวน์สุดอลังการ ดันเศรษฐกิจภาคเหนือ

    ททท. ผนึกกำลังจังหวัดกำแพงเพชร จัดงาน KAMPHAENGPHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026 ชูแนวคิดผ้าถุงแม่สุดซึ้ง พร้อมดึงคนกีฬาและนักท่องเที่ยวร่วมงานกว่าหมื่นคน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดกำแพงเพชร เนรมิตพื้นที่ ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สิริจิตอุทยาน จัดงานฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ในชื่อ “KAMPHAENGPHET GLOW NIGHT COUNTDOWN 2026” ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ถึง 1 มกราคม 2569

    งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Season of North สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชูเสน่ห์และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภาคเหนือ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธี

    นอกจากนี้ยังมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคนสำคัญในวงการกีฬาอย่าง นายไผ่ ลิกค์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกำแพงเพชร และนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด

    สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานคือการประดับไฟ Lighting ภายใต้คอนเซปต์ “ลายผ้าไทยทางเหนือ” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะเรื่องราวของ “ผ้าถุงแม่” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความผูกพัน และความเชื่อในฐานะเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย สะท้อนถึงความกตัญญูและพลังอันบริสุทธิ์

    ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานมากกว่า 10,000 คน ซึ่งจะเป็นการยกระดับให้ จังหวัดกำแพงเพชร กลายเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญและยั่งยืนในอนาคต

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/news/pr/97482/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UW9WIFcegLL0XtTHI-ebx

  • หาดท้ายเหมืองคึกคัก! นทท.พาครอบครัวนั่งพักผ่อนเล่นน้ำ ช่วงหยุดยาวปีใหม่

    หาดท้ายเหมืองคึกคัก! นทท.พาครอบครัวนั่งพักผ่อนเล่นน้ำ ช่วงหยุดยาวปีใหม่

    หาดท้ายเหมืองคึกคัก! นทท.พาครอบครัวนั่งพักผ่อนเล่นน้ำ ช่วงหยุดยาวปีใหม่

    วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.14 น.

    เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ที่บริเวณชายหาดท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชายหาดทอดยาวสวยงาม และมีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ลูกหลานเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด โดยหลายครอบครัวยังอาศัยช่วงเวลาที่ดีนี้ออกไปทานอาหารนอกบ้านร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าและแผงลอยต่างๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจับจ่ายซื้อสินค้า รวมทั้งอาหาร และน้ำดื่ม ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ยังคงปักหลักท่องเที่ยวพักผ่อนอยู่ในพื้นที่จังหวัดพังงาต่อไปอีก ทำให้โรงแรมที่พัก และรีสอร์ตจำนวนไม่น้อยยังมีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลดีต่อรายได้และเศรษฐกิจ

    อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดพังงา ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พร้อมนั่งเรือชมความสวยงามของอ่าพังงา เขาตะปู เกาะปันหยี และดำน้ำดูปะการังบริเวณเกาะสิมิลัน และสุรินทร์ ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวได้ดีในช่วงเทศกาลปีนี้

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/938571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PaS0QBKN-Ft1SPG1mm643

  • หนาวต่อเนื่อง! นักท่องเที่ยวยังคึกคัก ชมทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน สัมผัสหนาวดอยอินทนนท์ 5 องศา

    หนาวต่อเนื่อง! นักท่องเที่ยวยังคึกคัก ชมทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน สัมผัสหนาวดอยอินทนนท์ 5 องศา

    ภูมิภาค

    หนาวต่อเนื่อง! นักท่องเที่ยวยังคึกคัก ชมทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน สัมผัสหนาวดอยอินทนนท์ 5 องศา

    วันเสาร์ ที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อเวลา 08.30 น วันที่ 3 ม.ค 69 ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ จอมทองเชียงใหม่ โดย นายจีรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้รายงานว่า อุณหภูมิที่ดอยอินทนนท์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงหนาวอยู่ อุณหภูมิต่ำสุดที่ยอดดอยวัดได้ 5 องศา ที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 8 องศา ที่ทำการอุทยานฯ วัดได้ 9 องศา วันนี้ไม่มีเหมยขาบ  แต่นักท่องเที่ยวนอกจากจะได้สัมผัสอากาศหนาวแล้วยังได้ชมทะเลหมอกตัดกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน และในช่วงสายก็จะพบกับทะเลหมอกผสมกับหมอก ที่กิ่วแม่ปาน  ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อวันที่ 2 มค 69 คนไทย 5,212 คน ชาวต่างชาติ 1,976 คน รวม 7,188 คน ยานพาหนะ 1,865 คัน

    ในช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นั้น ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีน,เกาหลี,ญี่ปุ่น รวมทั้งชาวยุโรป ต่างยังคงมาเที่ยวเชียงใหม่ต่อเนื่อง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ 

    อย่างไรก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก 2026 U.S.News หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้เผยการจัดอันดับ สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก 2026 โดยใช้ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ การโหวตจากผู้อ่านและกระแสปัจจุบัน ประเมินด้านสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ความสวยงามของทิวทัศน์ อาหาร และอื่น ๆ

    โดย จ.เชียงใหม่ ก็ได้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก โดยระบุว่า “เชียงใหม่” เป็นเมืองที่เงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักของกกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นในการสัมผัสวัฒนธรรมเมืองของประเทศ ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงต้องได้ไปเยี่ยมชมวัดวาอารม เมืองเก่า และเดินเที่ยวเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมที่ตลาดกลางคืน และยิ่งไปกว่านั้นเชียงใหม่จุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสำรวจทิวทัศน์ หรือวางแผนไปตั้งแคมป์
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/460807&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UKF3dzsqYemqAw4TG7xHd

  • หยุดยาวปีใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่คึกคัก เปิดให้เข้าฟรีถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 | TOPNEWS

    หยุดยาวปีใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่คึกคัก เปิดให้เข้าฟรีถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 | TOPNEWS

    สวนสัตว์เชียงใหม่ ขานรับนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบของขวัญพิเศษส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2569 ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับคนไทย 5 วันเต็ม (31 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69) ภายใต้แนวคิด “เพราะความสุขของประชาชน คือพลังของการอนุรักษ์” พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษรองรับนักท่องเที่ยวทุกวัย

    เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2569 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ภายใต้แนวคิด “สร้างสุขคนไทย จากใจ ทส.” โดยเปิดเผยว่า กระทรวงฯ มีความตั้งใจที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและส่งมอบความสุขให้ประชาชนในช่วงเทศกาล

    จึงได้ประกาศ ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั่วประเทศ ในความดูแลของ ทส. ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ 133 แห่ง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 160 แห่ง, ป่านันทนาการ รวมถึงสวนสัตว์ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 รวมระยะเวลา 5 วัน

    นางสาวอุฬาริกา กองพรหม ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปีนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดเพื่อสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับครอบครัวไทย

    โดยมีไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย ขบวนพาเหรดมาสคอต : ตัวแทนเหล่าสัตว์ป่าสุดน่ารักที่จะออกมาสร้างสีสันและมอบความสุข พร้อมการแสดงพิเศษ ทุกวันเวลา 11.00 น. และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด

    สัตว์ขวัญใจมหาชน : พบกับ “น้องหญิงลี” เสือดำสุดเท่, “พี่โยโมฮอก” สิงโตหนุ่มเจ้าป่า, “พี่พลูโต” นกเงือกนักรัก และชมความน่ารักของครอบครัวคาปิบารา รวมถึงช้างเอเชีย “ไชโยและแสนดาว”

    แหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม : สัมผัส “ทะเลบนดอย” ที่รวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม, Snow Buddy Winter Land สัมผัสหิมะและอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส, Dino Island: ผจญภัยในโลกไดโนเสาร์เสมือนจริง และ ทัวร์หลังบ้านเปิดประสบการณ์เรียนรู้วิธีการดูแลน้องเพนกวินและริงเทลลีเมอร์อย่างใกล้ชิด

    กิจกรรมเสริมสร้างทักษะและเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม สอยดาว “มัจฉาพาโชค”, ซุ้มเกมมหาสนุก และกิจกรรมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ “Plearn to Play” สำหรับเด็กๆ และเยาวชน สำหรับสายบุญ สามารถร่วมสักการะ “พระนวพุทธมหาบารมี” และ “พระศรีสักกายมุนีสัตบุรีลวบูชา” ณ วัดกู่ดินขาว โบราณสถานสำคัญภายในสวนสัตว์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นศักราชใหม่

    สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทางสวนสัตว์ได้จัดเตรียมรถรางและรถกอล์ฟไว้คอยบริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยวทั่วบริเวณ พร้อมโซน Food Truck ที่รวมอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดไว้ให้บริการตลอดทั้งวัน

    สวนสัตว์เชียงใหม่จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านมาใช้เวลาช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ในการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างความทรงจำที่อบอุ่นร่วมกับครอบครัวในบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด

    โปรดวางแผนการเดินทางหรือเผื่อเวลาเพื่อความสะดวกในการใช้เส้นทาง สำหรับช่องทางซ้ายเข้าสวนสัตว์เขียงใหม่ ช่องทางด้านขวาจะใช้สำหรับให้รถที่จะขึ้นไปทางอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย หรือขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพเพื่อให้การจราจรคล่องตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1444168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16G_Ifcycz0cv4ceQuWnQv

  • ก.ท่องเที่ยวฯ เผยสถิติท่องเที่ยวปี 68 พบต่างชาติเข้าไทยกว่า 32 ล้านคน

    ก.ท่องเที่ยวฯ เผยสถิติท่องเที่ยวปี 68 พบต่างชาติเข้าไทยกว่า 32 ล้านคน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิติการท่องเที่ยวตลอดปี 2568 ว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยอยู่ที่ 32,974,321 ล้านคน คิดเป็นตัวเลขที่ติดลบ 7.23 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นรายได้ 1,536,574 ล้านบาท ติดลบ 4.71 เปอร์เซ็นต์

    ทั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวสะสม 10 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 4,520,856 คน, จีน 4,473,992 คน, อินเดีย 2,487,319 คน, รัสเซีย 1,898,837 คน, เกาหลีใต้ 1,555,227 คน, ญี่ปุ่น 1,091,227 คน, สหราชอาณาจักร 1,083,162 คน, สหรัฐ 1,081,929 คน, ไต้หวัน 987,633 คน และ สิงคโปร์ 967,341 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000000533&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01rQYJi5oQCsD7wEf70iV1

  • เปิดสถิติปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ  เดินทางเข้าไทย 33 ล้านคน ติดลบ 7%

    เปิดสถิติปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าไทย 33 ล้านคน ติดลบ 7%

    ธุรกิจ

    03 ม.ค. 2026 เวลา 9:39 น.

    กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดสถิติปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเฉียด 33 ล้านคน ติดลบ 7% ส่วนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางในประเทศ 202 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7% ทำรายได้รวม 2.7 ล้านล้านบาท

    รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จาก สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. มีจำนวนรวมทั้งหมด 32,974,321 คน ลดลง 7.23% เทียบกับปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1,536,574 ล้านบาท ลดลง 4.71%

    10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสูงสุดในปี 2568

    1. มาเลเซีย              4,520,856 คน

    2. จีน                       4,473,992 คน

    3. อินเดีย                 2,487,319 คน

    4. รัสเซีย                 1,898,837 คน

    5. เกาหลีใต้             1,555,227 คน

    6. ญี่ปุ่น                    1,091,227 คน

    7. สหราชอาณาจักร   1,083,162 คน

    8. สหรัฐ                   1,081,929 คน

    9. ไต้หวัน                    987,633 คน

    10. สิงคโปร์                967,341 คน

    ด้าน ตลาดนักท่องเที่ยวไทย มีจำนวนรวม 202.37 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7% รายได้ท่องเที่ยว 1,166,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.69%

    เมื่อรวมรายได้นักท่องเที่ยวจากทั้งตลาดในและต่างประเทศรวม 2,703,335 ล้านบาท ลดลง 1.26%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1214928&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yZorjGVwa9aeoh0_c8dsR

  • “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” เปิดโลกการท่องเที่ยวมุมใหม่ เปลี่ยนเวลารอต่อเครื่องเป็นประสบการณ์ประทับใจ

    “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” เปิดโลกการท่องเที่ยวมุมใหม่ เปลี่ยนเวลารอต่อเครื่องเป็นประสบการณ์ประทับใจ

    เป็นศูนย์กลางอารยธรรมสำคัญๆของโลกที่มีดินแดนอยู่ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป สำหรับ “ประเทศตุรกี” โดยมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานหลายพันปี และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงรุ่มรวยไปด้วยแหล่งอารยธรรมโบราณจากยุคต่างๆ ที่ปรากฏร่องรอยให้ชมได้จริง ทั้งจากยุคก่อนประวัติศาสตร์, กรีกโบราณ, โรมัน, ไบแซนไทน์ จนถึงยุคออตโตมัน ทำให้มีเสน่ห์ทั้งด้านวัฒนธรรม, สถาปัตยกรรม และโบราณสถานที่น่าศึกษามากมาย โดยตุรกีมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกถึง 22 แห่ง เฉพาะปี 2024 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนดินแดนแห่งนี้มากกว่า 60 ล้านคน ทำให้ตุรกีอยู่ในอันดับต้นๆของโลกในฐานะจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยว

    นอกจากจะบินตรงเพื่อมาเที่ยวตุรกีแบบเจาะลึกแล้ว อีกทางเลือกคือการแวะพักและเที่ยวชมเมืองอิสตันบูล ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายอื่นๆ โดย “สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ส” นำเสนอโปรแกรมพิเศษ “Stopover in Istanbul” เปิดโอกาสให้ผู้โดยสารของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ได้เปลี่ยนช่วงเวลารอต่อเครื่องที่อิสตันบูลให้กลายเป็นการค้นพบใหม่อันน่าประทับใจ สำหรับผู้โดยสารที่มีช่วงเวลาต่อเครื่องตั้งแต่ 20  ชั่วโมงขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.turkishairlines.com/th-th/flights/stopover/ เพื่อรับสิทธิ์เข้าพักฟรี ในโรงแรมระดับ 4  ดาว  1 คืน สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด และสูงสุด 2 คืน ในโรงแรมระดับ 5 ดาว สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พักเบรกจากการเดินทางอันเหนื่อยล้า ออกไปสัมผัสวัฒนธรรมเปี่ยมชีวิตชีวา, ประวัติศาสตร์อันงดงาม และรสชาติอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศตุรกี

    เพื่อถ่ายทอดปรัชญาสำคัญที่เชื่อว่า ทุกการเดินทางควรเป็นมากกว่าการเดินทางจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” จับมือ “กลุ่มเซ็นทรัล” นำคณะสื่อมวลชนไทย เดินทางไปเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของ “ห้างเซล ฟริดเจส” (Selfridges) ทั่วสหราชอาณาจักร พร้อมแวะพักและเที่ยวชมเมืองอิสตันบูล ระหว่างรอต่อเครื่องเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

    ภายใต้โปรแกรม “Stopover in Istanbul” ชาวคณะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งอารยธรรมโบราณอย่างตื่นตาตื่นใจ พลาดไม่ได้คือ “มัสยิดใหญ่ฮาเกีย โซเฟีย” หนึ่งในสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 6 ในฐานะมหาวิหารคริสต์ออร์ทอดอกซ์ และเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ต่อมาในปี 1453 ถูกเปลี่ยนเป็นมัสยิด โดยจักรวรรดิออตโตมัน ก่อนจะเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1934 และกลับมามีสถานะเป็นมัสยิดในปี 2020 อาคารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานทางประวัติศาสตร์และศิลปะระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตก โดมขนาดใหญ่ที่เป็นนวัตกรรมและงานโมเสกล้ำค่า แสดงถึงความรุ่งเรืองของอารยธรรมที่เคยปกครองพื้นที่แห่งนี้ ปัจจุบัน “ฮาเกีย โซเฟีย” เป็นมรดกโลกยูเนสโก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดให้เข้าชม โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ภาพโมเสกจากคริสต์ศตวรรษที่ 11 แสดงองค์พระเยซูประทับบนบัลลังก์อยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 9 โมโนมาคอส ทางซ้าย และจักรพรรดินี Zoe ทางขวา, ภาพโมเสกจากคริสต์ศตวรรษที่ 12 แสดงองค์พระแม่มารีอุ้มพระกุมารประทับตรงกลาง โดยมีจักรพรรดิจอห์นที่ 2 โคมเนนอส และจักรพรรดินี Eirene อยู่ด้านข้าง และภาพโมเสก Deesis อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 ผลงานศิลปะไบแซนไทน์อันทรงคุณค่า ปรากฏพระเยซูประทับตรงกลาง รายล้อมด้วยพระแม่มารีทางซ้าย และนักบุญยอห์น บัปติสต์ ทางขวา ทั้งสองกำลังวิงวอนเพื่อมนุษยชาติ

    อีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์อันน่าทึ่งยกให้ “เยเรบาตัน ซาร์นิจึ” (Basilica Cistern) สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 โดยจักรพรรดิจัสติเนียนที่ 1 เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่สำหรับพระราชวังและอาคารสำคัญในอดีต โดดเด่นด้วยเสาหินอ่อนโบราณจำนวน 336 ต้น ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเป็นระเบียบภายในโถงใต้ดินขนาดมหึมา จุดดึงดูดสำคัญคือฐานเสาแกะสลักเป็นรูปเศียรเมดูซากลับหัว เสริมความขลังด้วยชิ้นงานประติมากรรมศิลปะจัดวางต่างๆ ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงและเปิดให้เข้าชมในฐานะพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ทางวิศวกรรมของจักรวรรดิไบแซนไทน์

    น่าทึ่งในความยิ่งใหญ่ยังรวมถึง “พระราชวังโทพคาปึ” (Topkapı Palace) เป็นศูนย์กลางการปกครองหลักและเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันเกือบ 400 ปี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 19 การตกแต่งภายในมีการใช้สีน้ำเงิน, ทอง และสีแดงอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นสีหลักแบบออตโตมัน ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องอิซนิกและประดับด้วยเสาหินอ่อน

    การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ด้านธุรกิจและการท่องเที่ยว แต่ยังมอบโอกาสให้ผู้ร่วมเดินทางได้สัมผัสการบริการอันอบอุ่นและพิถีพิถันของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความหมายและคุณค่า โดยอีกหนึ่งบริการโดดเด่นน่าจับตามองคือ โปรแกรม “Boarding  Pass  Privileges” มอบสิทธิพิเศษให้ผู้โดยสารสามารถรับส่วนลดจากร้านอาหาร, แหล่งช็อปปิ้ง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆในประเทศตุรกี รวมทั้งศูนย์การค้าและห้างร้านในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ทั้งในยุโรปและประเทศไทย เพียงแสดงบัตรโดยสารของ “เตอร์กิช แอร์ไลน์ส” โดยสิทธิประโยชน์นี้สามารถใช้ได้ยาวถึง 15 วัน หลังจากเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าขอบเขตของเที่ยวบิน และเปลี่ยนทุกทริปให้กลายเป็นประตูสู่สิทธิพิเศษมากมาย

    โปรแกรม “Stopover in Istanbul” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้นักเดินทางจากทั่วโลกได้สัมผัสวัฒนธรรมและมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นของประเทศตุรกี ผ่านความร่วมมือกับโรงแรม, ร้านอาหาร และสถาบันวัฒนธรรมในพื้นที่ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง ตลอดจนกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมสู่ท้องถิ่นไปพร้อมกัน.

    ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2905443&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zfBu_jpHZA0tV9i5_KM3l

  • ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน – เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว – เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา

    ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน – เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว – เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา

    ลูกเรือประมงพลัดตกทะเล ระหว่าง เกาะสิมิลัน – เกาะบอน ขอเรือท่องเที่ยว – เรือประมง ช่วยสังเกตหาคนตกน้ำ จ.พังงา

    วันที่ 2 ม. ค. 69 เวลา 08.15 น. ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดพังงา (ศคท.จว.พง.ฯ) ได้รับเเจ้งจากศูนย์คุระบุรี ว่า เกิดเหตุลูกเรือทรัพย์ศรีสวัสดิ์ 19 พลัดตกน้ำ โดยเป็นผู้ชาย อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา

    โดยพลัดตกน้ำในช่วงเวลา 05.00 น.ที่ผ่านมา ระหว่างเกาะสิมิลัน – เกาะบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

    ปัจจุบันทางเรือประมงทรัพย์ศรีสวัสดิ์ 19 เเละเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่กำลังดำเนินการให้การช่วยเหลือเเละค้นหา ปัจจุบันยังไม่พบลูกเรือคนดังกล่าว

    หลังรับแจ้งจึง ประสานเครือข่ายเรือประมงในพื้นที่ใกล้เคียงช่วยดำเนินการตรวจสอบเเละให้การช่วยเหลือ รวมทั้งเเจ้งเครือข่ายเรือท่องเที่ยวในเส้นทางที่วิ่งผ่านหากพบให้เเจ้งให้หน่วยงานค้นหารับทราบ

    เครดิต Phuket Hotnews 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/64283&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw209Gtqnnqx4nqoPkU56BaQ

  • สถานที่ท่องเที่ยว สบายๆไกล้กรุงเทพฯ  | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    สถานที่ท่องเที่ยว สบายๆไกล้กรุงเทพฯ | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่

    3 ม.ค. 2569 03:56 น.

    สถานที่ท่องเที่ยว สบายๆไกล้กรุงเทพฯ | 2 ม.ค. 69 | ข่าวใส่ไข่ —————————————————- 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/news-with-egg/1176963&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OrWBPqWwNuCz04jGoaff0

  • ล่องแก่ง

    ล่องแก่ง

    ล่องแก่ง’วังสายทอง’สตูล นทท.สัมผัสธรรมชาติป่าต้นน้ำ ชูวิถีชาวมานิ

    วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

    2 มกราคม 2569 หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวช่วงปีใหม่แบบ “งบน้อยแต่ความสุขมาก” ต้องไม่พลาดที่นี่ค่ะ “ล่องแก่งวังสายทอง” จังหวัดสตูล บรรยากาศปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของครอบครัว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

    บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ในพื้นที่อำเภอละงู จังหวัดสตูล ทวีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ล่องแก่งวังสายทอง ตั้งอยู่ในพื้นที่คลองลำโลน ตำบลน้ำผุด ซึ่งกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ด้วยค่าใช้จ่ายที่สบายกระเป๋าแต่ได้สัมผัสธรรมชาติแบบจัดเต็ม

    กิจกรรมไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวไม่พลาด คือการลงเรือคายัค “ล่องแก่งวังสายทอง” สัมผัสสายน้ำที่ไหลเย็นจากป่าต้นน้ำเทือกเขาบรรทัด ในราคาที่เป็นมิตรเพียงท่านละ 250 บาทเท่านั้น ซึ่งราคานี้รวมทั้งเรือและคนพายที่พร้อมดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง ให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพสองฝั่งคลองที่เขียวขจี ทอดยาวโอบล้อมรอบหมู่บ้าน สร้างความสดชื่นและผ่อนคลายในช่วงวันหยุดอย่างแท้จริง

    นอกเหนือจากการเล่นน้ำและล่องแก่งแล้ว อีกหนึ่งจุดดึงดูดใจคือโอกาสในการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวมานิหรือเงาะป่าซาไก ชนกลุ่มน้อยที่ยังคงอาศัยอยู่ในป่าเขาบรรทัดใกล้กับลำธาร ซึ่งทางชุมชนได้จัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิถีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว

    ในส่วนของอาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยวชุมชนบ้านวังนาใน จัดเต็มเมนูพื้นถิ่นรสเด็ดไว้ต้อนรับ ไม่ว่าจะเป็น “แกงไก่ใส่หยวกกล้วย” รสชาติเข้มข้นสไตล์บ้านๆ หรือ ยำผักกูด สดใหม่จากริมธาร และเมนูพื้นเมืองอีกหลากหลายที่พร้อมเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับ

    จากการสำรวจพบว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะพี่น้องจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกลุ่ม นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางผ่านด่านชายแดนวังประจันเข้ามา เนื่องจากระยะทางไม่ไกลและมีความคุ้มค่า ทำให้ล่องแก่งวังสายทองกลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดสตูลให้สะพัดในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/938388&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_-oBvj6RhhGueLpTK97Bs