Category: ท่องเที่ยว

  • วังน้ำเขียวจัดใหญ่ เทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ต้อนรับวาเลนไทน์ ส่งท้ายไฮซีซั่น

    วังน้ำเขียวจัดใหญ่ เทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ต้อนรับวาเลนไทน์ ส่งท้ายไฮซีซั่น

    วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เตรียมส่งท้ายไฮซีซั่น จัดเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ครั้งที่ 24 ต้อนรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ หวังดึงดูดนักเที่ยวที่มีจำนวนลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี คาดจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

    วันที่ 1 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานข้างองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะใช้ในการจัดงานเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ซึ่งในปีนี้จะเป็นการจัดงานครั้งที่ 24 แล้ว 

    โดยล่าสุดตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมแปลงเบญจมาศ หลากหลายสายพันธุ์นับหมื่นต้นไว้รองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งได้เริ่มพากันผลิดอกอวดสีสันงดงามแล้ว ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่กำลังเย็นสบายตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอุณหภูมิต่ำกว่า 17 องศาฯ

    นอกจากไฮไลท์สำคัญอย่างดอกเบญจมาศแล้ว ตอนนี้ที่สระน้ำบริเวณด้านหน้างาน น้ำภายในสระยังเป็นสีเขียวมรกต ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณจัดงานเพิ่มขึ้นอีก  ซึ่งการจัดงานเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ครั้งที่ 24 นี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ไปจนถึงวันที่ 1 มี.ค. 69 นี้ 

    ทางด้านนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นหน้าหนาวที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่มีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งอาจจะมาจากผลพวงของความไม่มั่นคงทางการเมือง การสู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา และปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน

    อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทางภาครัฐ ที่ร่วมกันจัดงานเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกครั้งนี้ขึ้นมาต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในอำเภอวังน้ำเขียวได้มากกว่า 1 แสนคน ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน ประเมินว่าน่าจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท 

    ซึ่งตลอดช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ อำเภอวังน้ำเขียวมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวไปแล้วประมาณ 30 ล้านบาท จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียวในช่วงโค้งสุดท้ายของไฮซีซั่นนี้ เพื่อร่วมชมความสวยงามของเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกในครั้งนี้ด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2911467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33ozIZ8Ld1G-fBmdORnE96

  • ทริปจยย. “ทุเรียนนนท์ก้านยาว” บุกสัตหีบ เสียงดังทำชาวบ้านเดือดร้อน

    ทริปจยย. “ทุเรียนนนท์ก้านยาว” บุกสัตหีบ เสียงดังทำชาวบ้านเดือดร้อน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/126561&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t6SCYF74EwIEq3Ls0or0J

  • สกัด จยย. กลุ่มทุเรียนนนท์ก้านยาว บุกสัตหีบ เกือบพันคัน เสียงดัง-ขี่หวาดเสียว

    สกัด จยย. กลุ่มทุเรียนนนท์ก้านยาว บุกสัตหีบ เกือบพันคัน เสียงดัง-ขี่หวาดเสียว

    ชาวบ้านร้อง ทริปรถจักรยานยนต์ “ทุเรียนนนท์ก้านยาว” นับพันคัน บุกสัตหีบ เดือดร้อนเสียงดัง ตำรวจตั้งด่านกวดขันเข้ม อายัด 14 คัน ไว้ตรวจสอบ

    วันที่ 1 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีกลุ่มรถจักรยานยนต์จัดทริปชื่อ “ทริปทุเรียนนนท์ก้านยาว” รวมตัวเดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณหาดนางรำ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จำนวนประมาณ 700–1,000 คัน

    โดยพบว่ารถจักรยานยนต์บางส่วนขับขี่ด้วยความประมาทหวาดเสียว และส่งเสียงดัง สร้างความกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ชาวอำเภอสัตหีบจำนวนมากออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย ถึงความเดือดร้อนที่ได้รับจากกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

    ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผู้กำกับการ สภ.สัตหีบ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ชนะทัต นวคุณรังสี รอง ผกก.ป.สภ.สัตหีบ และ พ.ต.ต.พัฒนนันท์ สมนวล สว.จราจร ควบคุมการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สายตรวจจักรยานยนต์ และชุดปฏิบัติการพิเศษ รวมถึงชุดสืบสวน ตั้งด่านตรวจตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก และกวดขันอย่างเข้มงวด

    ภายหลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการแข่งรถและส่งเสียงดังบนถนนสาย 3126 บริเวณแยกทางเข้าแสมสาร ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดรถจักรยานยนต์มาตรวจสอบจำนวน 14 คัน และให้เจ้าของนำหลักฐานมาแสดงเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

    พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ เปิดเผยว่า กรณีการรวมกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการหาข่าวเชิงลึก และประสานกับหัวหน้ากลุ่มหรือคีย์แมนของแต่ละกลุ่ม

    ทั้งนี้ อำเภอสัตหีบยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน แต่ขอความร่วมมือให้เดินทางท่องเที่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ขับขี่แข่งรถหรือส่งเสียงดัง และไม่ขับขี่ด้วยความประมาทหวาดเสียว ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

    หากพบว่ารถจักรยานยนต์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการจับกุมกวดขัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/east/2911462&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gT57Y96V2xhOPD9faw7Zv

  • ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจบเวที “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69” มาดามหยก” น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และสส.บัญชีรายชื่อ เบอร์ 22 หนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง เปิดเผยว่า บรรยากาศการดีเบตเป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับกำลังใจจากประชาชนจำนวนมาก พร้อมขอบคุณผู้จัดงานและสื่อมวลชนทุกแขนงที่ร่วมกันสร้างพื้นที่สาธารณะให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    มาดามหยก กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาในเวทีคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยระบุว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยตัดสินใจยกเลิกการจองที่พักและการเดินทาง เนื่องจากกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวการหดหาย

    นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงปัญหา PM2.5 กับ ภาคการเกษตร โดยเสนอแนวทางลดการเผาในที่โล่ง ผ่านการส่งเสริมการไถกลบ การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีอย่าง ไบโอชาร์ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในระยะยาว

    มาดามหยก ยังกล่าวถึงประเด็น การเร่งรัดเงินเยียวยา ที่ยังคงค้างอยู่ โดยเฉพาะกรณีประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” ซึ่งแม้จะผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับเงินตามสิทธิ พร้อมย้ำว่าเงินเหล่านี้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาประกัน เพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบประกันภัยของประเทศ

    ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้รัฐบาลใช้งบกลางเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย แผ่นดินไหว และสถานการณ์ชายแดน รวมถึงดูแลทหารและเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ได้รับเงินเยียวยาอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

    มาดามหยกทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั้งระบบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474518&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EebI_yZ6d5M7CNuFQ9_Sl

  • ‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

    ‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

    วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

    ‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้ สนับสนุนโฮมสเตย์ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองหลัก พร้อมแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

    วันที่ 1 ก.พ.69 เวลา 13.00 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ตลาดนัดวินเทจ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1

    รวมถึงคณะพรรคเพื่อไทยที่มาช่วยหาเสียง ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2, นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1, นายคงกฤช หงษ์วิไล ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 เบอร์ 1, นายรัฐชานนท์ คาดหมายดี ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 เบอร์ 3, นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 2, นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 เบอร์ 1, นายพิเชษฐ์ โพธิสาร ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 เบอร์ 3, นายธนชัย วสุอนันต์กุล ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 5 เบอร์ 1, นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

    โดยก่อนการขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้พบกับชาวสวนมะพร้าว ที่มาร้องเรียนเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ และกลุ่มอาสาพิทักษ์ช้างป่า ขอให้ช่วยดูเรื่องการดูแลป้องกันช้างป่ารุกพื้นที่การเกษตร เสนอสานต่อการสร้างรั้วกั้นระหว่างป่าและพื้นที่การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวแบบซาฟารี 

    นายยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวแปดริ้วที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนได้รับพวงมาลัยลูกมะพร้าว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จากราคาที่ตกต่ำจากปกติขายลูกละ 10 บาท ตอนนี้เหลือลูกละ 3-4 บาท เพราะราคาไปอ้างอิงกับประเทศจีน รวมถึงมีปัญหาเรื่องชลประทาน และศัตรูพืชที่ระบาดหนัก เราต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พ่อแม่พี่น้อง ซึ่งหลายชิ้นส่วนของมะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำเป็นยาได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวได้ 1,000 เท่า โดยจะเสริมให้ฉะเชิงเทราเป็นหมุดหมายเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี 

    นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ในพื้นที่เขต 3 มีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกรุก ทำลายพืชสวนไร่นา รวมถึงทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต โดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้เข้าไปผลักดันในสภาฯ ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการสร้างรั้วกั้นช้างไปแล้วกว่า 40 กม. พร้อมเยียวยาเกษตรกรที่ถูกรุกที่ชุมชน โดยพรรคเพื่อไทยจะสร้างรั้วต่อให้ครบ รวมถึงเราจะรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช้างจะได้ไม่ออกมารุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน

    นายยศชนัน กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดว่า หลายคนมองว่าฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน เราจะทำให้นักท่องเที่ยวมาอยู่ที่นี่ทั้งอาทิตย์ หากเราเชื่อมโยง สวน หมู่บ้าน ตลาด วัด เข้าด้วยกัน เราสามารถทำเป็นโฮมสเตย์ได้ เพียงปรับปรุงเล็กน้อย โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรในโฮมสเตย์ได้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าสร้างความเจริญ พี่น้องจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

    นายยศชนัน กล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยยกระดับชีวิตของประชาชน เช่น นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% คูปองปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์, นโยบายล้างหนี้เพื่อคนไทย, นโยบายยิ่งกว่าพลัส รัฐออก 70% ประชาชนออก 30%, นโยบาย Smart City ด้วย AI For All, นโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

    “เราจะเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา วันที่ 8 กุมภา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นวันที่นำความหวัง ความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง“ นายยศชนันกล่าว

    ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน  ไม่มาถึงขนาดนี้ได้ เพราะหนู (นายอนุทิน) กินส้ม (พรรคประชาชน) หนูก็เลยเป็นราชสีห์ ส้มตกลงกับหนูว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา แต่ว่าอยู่ได้เพียง 2 กว่า รัฐธรรมนูญก็ไม่แก้ และยุบสภาหนี เรียกว่าเป็น“ หนูต้มส้ม”

    นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยช่วงนี้หาเสียงแปลก ว่าพรรคท่านรักชาติ พรรคอื่นไม่รักชาติ ตนบอกว่าท่านนายกฯ ใจเย็นๆ อย่าหาเสียงแบบนี้ ใจคอท่านจะวิ่งราวชาติไปรักคนเดียวหรือไง ตยไม่เชื่อว่าจะมีพรรคใดเกลียดชาติ หรือต้องรักชาติแบบท่าน ที่เอาชาติไปครอบครอง เช่น เป็นเจ้าของเขากระโดง เป็นเจ้าของ สว. 

    นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทราของเราพูดชัดเจนว่าอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนกับผู้สมัครอีกพรรคที่ไม่กล้าพูดชื่อพรรคของตัวเอง ฉะนั้นต้องกาให้พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นเหมือนสายน้ำบางปะกง ให้ชนะยกจังหวัดทั้ง 4 เขต

    จากนั้น เวลา 15.00 น. นายยศชนันและคณะ เดินทางไปยัง ตลาดโรงสี อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมีประชาชนรอพบปะเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนได้มอบพวงมาลัยมะม่วง ที่ติดหมายเลข 9 ไว้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/944422&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HcrEv8Uurjpo6T4YhVmtU

  • พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    ประการที่ 4 ประสบการณ์และวิถีชีวิต (Experience and Lifestyle) ในปี 2026 พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนจีนจะยังคงมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ อัตลักษณ์ส่วนบุคคล และการยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้นอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว การรับประทานอาหารนอกบ้าน และบริการสันทนาการ

    ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้บริโภคในเจน Z และ Millennials ที่มีอายุน้อยกว่า

    กลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าสำหรับสินค้าและบริการ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ (Authenticity) และค่านิยมที่บ่งบอกตัวตนของพวกเขา (Self-Expression) นั่นหมายความว่า คนรุ่นใหม่เหล่านี้แสวงหาความถูกต้อง ความเกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม และ อัตลักษณ์ในการจับจ่ายใช้สอย

    และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำไมเราเห็นคนรุ่นใหม่เหล่านี้ใส่ใจในเรื่องราวที่มีความหมายและความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน และงานฝีมือ ยกตัวอย่างเช่น ความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมเวิร์กช้อป ทัวร์สนามกีฬานำโดยเซเลปอย่าง Jay Chou และ Eason Chan และการใช้บริการเรือสำราญสุดหรูล่องแม่น้ำแยงซีเกียง

    นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่เหล่านี้ยังมีทัศนคติ ค่านิยม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความยืดหยุ่น และยั่งยืนในระดับที่สูง และมองว่า ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอก “สถานะ” ทางสังคมดังเช่นในอดีต จึงเลือก “การเข้าถึง” มากกว่า “การเป็นเจ้าของ” ในสินค้าที่มีมูลค่าสูง

    เมื่อผสมโรงกับสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะหลัง ที่เศรษฐกิจจีนไม่ได้เติบโตแรงเหมือนเมื่อทศวรรษก่อน และต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามการค้า 2.0 ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว และการส่งออกขยายตัวต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (แม้ว่าปี 2025 จะเกินดุลการค้ามากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ก็ตาม) และด้วยกำลังการผลิตมหาศาล ก็ทำให้จีนมีสินค้าค้างสต็อกอยู่ในระบบเหลืออยู่มาก

    การเติบโตของเศรษฐกิจการเช่าระยะสั้นขยายวงทั้งในด้านวิถีชีวิตและเชิงธุรกิจ ผู้บริโภคชื่นชอบ “การเช่า” ในสารพัดสินค้า อาทิ เครื่องใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป และ โปรเจ็กเตอร์ฉายภาพ รวมทั้งโดรน

    ยิ่งในช่วงหลัง คนจีนก็เริ่มเปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็น “การเช่า” สินค้าที่เหมาะสมกับไลฟสไตล์ และใช้เฉพาะในบางช่วงอายุ บางฤดูกาล และบางสถานการณ์กันมากขึ้น อาทิ อุปกรณ์กลางแจ้ง อาทิ เต็นท์น้ำหนักเบา และเตาแบบพกพา เพื่อไปตั้งแค้มป์ในพื้นที่นอกเมืองช่วงสุดสัปดาห์ หรือ หยุดยาวในเทศกาลสำคัญ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเด็กเล็ก เช่น รถยนต์ รถเข็น ของเด็กเล่น เครื่องปั่นอาหาร เครื่องฟอกอากาศ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่นั่งเด็กในรถยนต์ และ เปียโนดิจิตัลระดับเริ่มต้น

    ด้วยการแข่งขันที่มีอยู่สูงก็ทำให้ค่าเช่า มีความสมเหตุสมผล รถเข็นเด็ก หรือ ที่นั่งเด็กเล็กในรถยนต์ระดับพรีเมียม มีค่าเช่าเพียง 50-80 หยวนต่อวัน ขณะที่กล้องและโปรเจ็กเตอร์ก็อยู่ระหว่าง 70-150 หยวนต่อวัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและระดับคุณภาพ

    ยิ่งปี 2026 เป็น “ปีม้า” ที่คาดว่าครอบครัวคนจีนวางแผนจะมีลูกกันเพิ่มขึ้น ก็อาจเพิ่มอุปสงค์ในสินค้าส่วนหลังนี้ในอนาคต

    ทำนองเดียวกัน ก็เกิดขึ้นในวงการธุรกิจ หลายครั้งที่เราไปเยี่ยมชมบริษัทจีน ก็อาจพบว่า อุปกรณ์สำนักงานที่ใหม่และทันสมัย ล้วนมาจากการเช่าแทบทั้งสิ้น หรือเวลาเราว่าจ้างออกาไนเซอร์มาช่วยจัดงานคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี หรือ งานแสดงสินค้า ก็อย่านึกว่าผู้จัดงานต้องลงทุนซื้อหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และอื่นๆ ทั้งเบื้องหน้าและฉากหลังทั้งหมด

    เพราะในทางปฏิบัติ ผู้จัดงานนิยมเช่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นแทบทั้งหมดได้ในราคาไม่สูงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นกล้องระดับมืออาชีพ อุปกรณ์วิดีโอระดับไฮเอนด์ โดรนถ่ายภาพคุณภาพสูง และเวทีการแสดงพร้อมจอแอลอีดี หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับของนักแสดงและทีมงาน ที่มีอยู่อย่างหลากหลายด้วยความสะดวกผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ ที่มีมากกว่า 30,000 ร้าน ได้ในชั่วกระพริบตา

    ยกตัวอย่างเช่น กล้องระดับมืออาชีพมีค่าเช่าระหว่าง 200-400 หยวนต่อวัน หรือ การเช่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เข้ากับแนวคิดหลักของการจัดงาน และสามารถจัดส่งถึงมือผู้เช่าในจีนได้ภายใน 1-2 วันเท่านั้น

                                         พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    นอกจากนี้ วิถีชีวิตที่คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นผู้ประกอบการแนวใหม่ที่อยู่ในโลกสังคมออนไลน์ อาทิ การเขียนบล็อกท่องเที่ยว ก็นิยมเช่ากล้องและเครื่องมืออุปกรณ์มาใช้เป็นคราวๆ การเช่าเกมช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือ เข้าสู่โลกธุรกิจผ่านโมเดลธุรกิจ “การเช่าฝากขาย” ที่เจ้าของสามารถฝากขายอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มเพื่อปล่อยเช่าและแบ่งปันผลกำไรกับบริษัทได้

    บริการเช่าจึงไม่เพียงให้ประโยชน์ในแง่ของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และเปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้ข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้น โดยไม่มีภาระค่าเสื่อมราคาเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความยืดหยุ่น และความเป็นอิสระ รวมทั้งเพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษได้ โดยไม่ต้องเก็บอุปกรณ์เหล่านั้นที่บ้านในระยะยาว ซึ่งช่วยให้การจัดการพื้นที่บ้านเรียบร้อยและเป็นระเบียบมากขึ้น

    Analysys บริษัทที่ปรึกษาอินเทอร์เน็ตในปักกิ่งพบว่า ผู้ใช้ทั้งหมด 38.2% เช่าเพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ ในขณะที่ 33.7% เช่าเพื่อเพลิดเพลินกับความหลากหลายมากขึ้น เหตุผลหลักในการเช่าสิ่งของ ได้แก่ คอนเสิร์ต การเดินทาง ความบันเทิง และ การทํางาน โดยการดูแลรักษาสุขภาพและความงาม กําลังกลายเป็นพื้นที่การเติบโตใหม่

    ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจัดส่งที่รวดเร็วในเมืองเดียวกัน และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ด้วยการสร้างแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ ทำให้เศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ของจีนได้รับความนิยมมากขึ้น

    สิ่งนี้ทำให้ “เศรษฐกิจการเช่า” หรือแนวโน้ม “เศรษฐกิจแบ่งปัน” (Shared Economy) ในจีนเติบโต และมีศักยภาพที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคต ตามรายงานของ Analysys ประเมินว่า ตลาดเช่าของจีนในปี 2025 มีมูลค่าราว 71,600 ล้านหยวน และคาดว่าจะแตะหลัก 1 ล้านล้านหยวนในปี 2030

    ลองติดตามดูครับว่า พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนในปี 2026 จะเป็นอย่างที่ว่าไว้ไหม และเราจะเอาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรได้บ้าง …

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,171 วันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/650391&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16RdiTp2Ppq0JSVgXx-9c7

  • ตรังแตกอีก คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ตรังแตกอีก คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ก่อแก้ว พิกุลทอง เผยบรรยากาศเพื่อไทยปราศรัยตรังแตกอีก! คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ว่า ตรังแตกอีก แห่ฟังแน่นพื้นที่ที่เราจัดเตรียมไว้ครับ!

    เพื่อไทยเอาจริง (โกรัตน์) หรือคุณรัตน์ ภู่กลาง เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ตรัง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ซ้ำจุดเดิม หลังศาลากลางจังหวัด ที่เคยจัดมาแล้วเมื่อต้นเดือน มีพี่น้องประชาชนมาฟังจำนวนมากเป็นประวัติศาสตร์

    ครั้งนี้พี่น้องประชาชนมาฟังมากกว่าเดิม ตอกย้ำว่า นโยบายของเพื่อไทย โดนใจชาวตรัง โดยไม่ซื้อเสียง เราซื้อใจประชาชนด้วยนโยบายดีๆ ที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องดีขึ้นตลอดมา

    วันนี้อาจารย์เชน แม้จะอยู่ในช่วงตระเวนอีสานและเหนือ ยังส่งคลิปมาทักทายพี่น้องชาวตรังด้วยครับ ชูนโยบายล้างหนี้ ผู้สูงอายุ , ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% , 30 บาทรักษาทุกที่ , ยกระดับท่องเที่ยวตรัง

    ขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่เปิดใจให้กับเพื่อไทยครับ

    625287399_1481285030674453_7344323071464785510_n.jpg625477206_1481285040674452_2447917853175980351_n.jpg625081954_1481285037341119_4719623044362603414_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/hs4mvH0_R&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kEwpaTlhwhgQp8HPx-Qte

  • “ยศชนัน” อ้อนคนแปดริ้วเลือกเพื่อไทย ยกจังหวัด ชูยกระดับท่องเที่ยว

    “ยศชนัน” อ้อนคนแปดริ้วเลือกเพื่อไทย ยกจังหวัด ชูยกระดับท่องเที่ยว

    2 กุมภาพันธ์ 2569 นับถอยหลังอีก 7 วันจะถึงวันเลือกตั้ง2569 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยบรรยากาศการหาเสียงเข้มข้นขึ้นทุกขณะ

    ที่ จ.ฉะเชิงเทรา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ตลาดนัดวินเทจ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงให้ นายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร เขต 2 เบอร์ 3 และ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร เขต 3 เบอร์ 1 โดยมีคณะพรรคเพื่อไทยร่วมด้วย อาทิ นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร เขต 1 เบอร์ 2 , นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร เขต 4 เบอร์ 1 , นายคงกฤช หงษ์วิไล ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 เบอร์ 1 , นายรัฐชานนท์ คาดหมายดี ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 เบอร์ 3 , นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 2 , นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 เบอร์ 1, นายพิเชษฐ์ โพธิสาร ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 เบอร์ 3 , นายธนชัย วสุอนันต์กุล ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 5 เบอร์ 1, นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร , นายจาตุรนต์ ฉายแสง , นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

    “ยศชนัน” อ้อนคนแปดริ้วเลือกเพื่อไทย ยกจังหวัด ชูยกระดับท่องเที่ยว

    ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้พบกับชาวสวนมะพร้าว ที่มาร้องเรียนเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ และกลุ่มอาสาพิทักษ์ช้างป่า ขอให้ช่วยดูเรื่องการดูแลป้องกันช้างป่ารุกพื้นที่การเกษตร เสนอสานต่อการสร้างรั้วกั้นระหว่างป่าและพื้นที่การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวแบบซาฟารี

    “ยศชนัน” อ้อนคนแปดริ้วเลือกเพื่อไทย ยกจังหวัด ชูยกระดับท่องเที่ยว

    นายยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวแปดริ้วที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนได้รับพวงมาลัยลูกมะพร้าว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จากราคาที่ตกต่ำจากปกติขายลูกละ 10 บาท ตอนนี้เหลือลูกละ 3-4 บาท เพราะราคาไปอ้างอิงกับประเทศจีน รวมถึงมีปัญหาเรื่องชลประทาน และศัตรูพืชที่ระบาดหนัก เราต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ทุกคน ซึ่งหลายชิ้นส่วนของมะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำเป็นยาได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวได้ 1,000 เท่า โดยจะเสริมให้ฉะเชิงเทราเป็นหมุดหมายเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี

    สำหรับพื้นที่เขต 3 มีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกรุก ทำลายพืชสวนไร่นา รวมถึงทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต โดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้เข้าไปผลักดันในสภา ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการสร้างรั้วกั้นช้างไปแล้วกว่า 40 กม. พร้อมเยียวยาเกษตรกรที่ถูกรุกที่ชุมชน โดยพรรคเพื่อไทยจะสร้างรั้วต่อให้ครบ รวมถึงเราจะรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช้างจะได้ไม่ออกมารุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน

    “ยศชนัน” อ้อนคนแปดริ้วเลือกเพื่อไทย ยกจังหวัด ชูยกระดับท่องเที่ยว

    นายยศชนัน ยังกล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัด ว่า หลายคนมองฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน เราจะทำให้นักท่องเที่ยวมาอยู่ที่นี่ทั้งอาทิตย์ หากเราเชื่อมโยง สวน หมู่บ้าน ตลาด วัด เข้าด้วยกัน เราสามารถทำเป็นโฮมสเตย์ได้ เพียงปรับปรุงเล็กน้อย โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรในโฮมสเตย์ได้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าสร้างความเจริญ พี่น้องจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

    ทั้งนี้ นโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่จะช่วยยกระดับชีวิตของประชาชน เช่น นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% คูปองปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ นโยบายล้างหนี้เพื่อคนไทย นโยบายยิ่งกว่าพลัส รัฐออก 70% ประชาชนออก 30% นโยบาย Smart City ด้วย AI For All และนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

    “เราจะเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา วันที่ 8 กุมภา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นวันที่นำความหวัง ความฝันของประชาชนให้เป็นความจริง” นายยศชนัน กล่าว

    “ยศชนัน” อ้อนคนแปดริ้วเลือกเพื่อไทย ยกจังหวัด ชูยกระดับท่องเที่ยว

    ขณะที่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หนู กินส้ม หนูก็เลยเป็นราชสีห์ ส้มตกลงกับหนูว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา แต่ว่าอยู่ได้เพียง 2 กว่า รัฐธรรมนูญก็ไม่แก้ และยุบสภาหนี เรียกว่าเป็น “หนูต้มส้ม”

    นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยช่วงนี้หาเสียงแปลก ว่าพรรคท่านรักชาติ พรรคอื่นไม่รักชาติ ตนบอกว่าท่านนายกฯ ใจเย็นๆ อย่าหาเสียงแบบนี้ ใจคอท่าน***จะวิ่งราวชาติไปรักคนเดียวหรือไง ตนไม่เชื่อว่าจะมีพรรคใดเกลียดชาติ หรือต้องรักชาติแบบท่านที่เอาชาติไปครอบครอง เช่น เป็นเจ้าของเขากระโดง เป็นเจ้าของ สว.

    นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา ของเรา พูดชัดเจนว่าอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนกับผู้สมัครอีกพรรคที่ไม่กล้าพูดชื่อพรรคของตัวเอง ฉะนั้นต้องกาให้พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นเหมือนสายน้ำบางปะกง ให้ชนะยกจังหวัดทั้ง 4 เขต

    จากนั้น เวลา 15.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน และคณะ เดินทางไปยัง ตลาดโรงสี อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมีประชาชนรอพบปะเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนได้มอบพวงมาลัยมะม่วง ที่ติดหมายเลข 9 ไว้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378972953&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cFdSPI7PaSuJ36R7NjSY2

  • จตุพร ชูโมเดลพลิกเศรษฐกิจอีสาน “แก้น้ำแล้ง – ดันเหมืองโปแตช”

    จตุพร ชูโมเดลพลิกเศรษฐกิจอีสาน “แก้น้ำแล้ง – ดันเหมืองโปแตช”

    จตุพร ชูโมเดลพลิกเศรษฐกิจอีสาน “แก้น้ำแล้ง – ดันเหมืองโปแตช”

    เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2569 เนชั่นทีวี เปิดเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

    นายจตุพร บุรุษพัฒน์ จากพรรคโอกาสใหม่ ได้เสนอแนวนโยบายยกระดับภาคอีสาน มุ่งเน้นการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย

    จตุพร ชูโมเดลพลิกเศรษฐกิจอีสาน

    ชู 3 วาระเร่งด่วน: จัดการน้ำ-เหมืองโปแตช-ท่องเที่ยว

    นายจตุพร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาภาคอีสานโดยเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่

    1. การบริหารจัดการน้ำ: เนื่องจากพื้นที่ภาคอีสาน 101 ล้านไร่ ประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก จำเป็นต้องเร่งจัดการระบบแม่น้ำโขง ชี มูล ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร
    2. ขุดเจาะแร่โปแตช: ชี้ว่าอีสานมีแหล่งแร่โปแตชจำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งหากมีการศึกษาและพัฒนาอย่างเป็นระบบ จะสามารถนำมาผลิตปุ๋ย สร้างรายได้มหาศาลกลับคืนสู่ท้องถิ่น
    3. ยกระดับการท่องเที่ยว: ผลักดันแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมรดกโลก ทั้งเขาใหญ่ จีโอปาร์ค (Geopark) ที่โคราช และขอนแก่น พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง “กระเช้าขึ้นภูกระดึง” เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยต้องควบคู่ไปกับการกระจายความเจริญสู่เมืองรอง

    จตุพร ชูโมเดลพลิกเศรษฐกิจอีสาน

    ปั้น Soft Power จาก “ฟอสซิล-บ้านเชียง” 

    สำหรับนโยบาย Soft Power นายจตุพรเสนอให้ดึงจุดเด่นทางประวัติศาสตร์และธรณีวิทยามาใช้ประโยชน์ เช่น แหล่งขุดค้นซากไดโนเสาร์ในกาฬสินธุ์และขอนแก่น หรือแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี โดยนำวัฒนธรรมเหล่านี้มาต่อยอดเป็นสินค้าและของที่ระลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

    แก้กฎหมายช่วย SMEs – หนุนพลังงานสะอาด 

    สำหรับประเด็นการช่วยเหลือ SMEs นายจตุพรระบุว่า ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบน้ำและดิน รวมถึงการปฏิรูปกฎหมาย หรือ “กิโยตินกฎหมาย” เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ให้การขอใบอนุญาตครบจบในจุดเดียว (One Stop Service) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสได้ง่ายขึ้น 

    นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นศักยภาพของภาคอีสานที่มีแสงแดดจัดและกระแสลม เหมาะแก่การพัฒนาพลังงานทางเลือก ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ

    ในช่วงท้าย นายจตุพรย้ำถึงมาตรการปราบปรามธุรกิจสีเทาและทุนจีนสีเทา โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีและระบบตรวจสอบการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พร้อมกำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

    “จับแล้วต้องมีบทลงโทษชัดเจน ไม่ใช่จับแล้วปล่อย เพื่อให้เกิดความหลาบจำและปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศ” นายจตุพรกล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/737333&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IsXFZkX56p1anM_V8nbud

  • ญี่ปุ่นดันท่องเที่ยวเป็น “อุตสาหกรรมหลัก” ยกระดับแก้ปัญหา “ทัวริสต์ล้นเมือง” | เดลินิวส์

    ญี่ปุ่นดันท่องเที่ยวเป็น “อุตสาหกรรมหลัก” ยกระดับแก้ปัญหา “ทัวริสต์ล้นเมือง” | เดลินิวส์

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ( เจเอ็นทีโอ ) เปิดเผยร่างแผนการกำหนดทิศทางนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศจนถึงปี 2573 ซึ่งรวมถึงการเพิ่มจำนวนภูมิภาค สำหรับดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง จากปัจจุบัน 47 แห่ง เป็น 100 แห่ง

    ทั้งนี้ แผนงานใหม่จะครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2569-2573 โดยเจเอ็นทีโอตั้งเป้าจัดทำร่างสุดท้ายให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนมี.ค. นี้ เพื่อเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีต่อไป

    สำหรับสาระสำคัญของแผนการ รวมถึงการที่ญี่ปุ่นยังคงรักษาเป้าหมายเดิม ที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 60 ล้านคน และสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว อยู่ที่ 15 ล้านล้านเยนต่อปี ( ราว 3 ล้านล้านบาท ) ภายในปี 2573 และเพิ่มเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมาเที่ยวซ้ำ จาก 36 ล้านคน เป็น 40 ล้านคน

    ขณะเดียวกัน ร่างแผนดังกล่าวยังระบุถึงความจำเป็น ของการดำเนินมาตรการเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยการสร้างความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ระหว่างประเทศ

    ในปี 2568 รายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.5 ล้านล้านเยน ( ราว 1.94 ล้านล้านบาท ) ทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น รองจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีมูลค่า 17 ล้านล้านเยน ( ราว 3.47 ล้านล้านบาท ) ด้วยเหตุนี้ เจเอ็นทีโอจึงตัดสินใจยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้เป็น “อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์” ที่จะนำการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

    อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมานาน ลดลงอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่เลวร้ายลง จากวาทะของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิด “เหตุฉุกเฉินทางทหาร” กับไต้หวัน ร่างแผนงานจึงชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไปด้วย.

    เครดิตภาพ : AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5556741/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sSTL_yY3Og_178zTeY_DQ