Category: ท่องเที่ยว

  • “อนุทิน” ชวนร่วมตรุษจีน บอกม้ามาแล้ว ความสำเร็จเริ่มต้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง เสริมสิริมงคล

    “อนุทิน” ชวนร่วมตรุษจีน บอกม้ามาแล้ว ความสำเร็จเริ่มต้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง เสริมสิริมงคล

    “อนุทิน” ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอกม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

    เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมมอบตุ๊กตาม้า และขนมมงคลจีนให้นายกฯ อย่างไรก็ตาม ปีม้าปีนี้หรือปีนักษัตรมะเมีย ยังตรงกับปีเกิดของนายอนุทินด้วย

    ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ นายอนุทิน พานายจาง เจี้ยนเว่ย์ ไปถ่ายรูปให้เห็นฉากหลังตึกไทยคู่ฟ้า และเดินไปส่งนายจาง เจี้ยนเว่ย์ขึ้นรถ

    จากนั้นนายอนุทิน เดินมาถ่ายภาพบริเวณบูธจัดกิจกรรมหน้าตึกบัญชาการ 1 โดยนายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งว่า ม้า มังกร มาแล้วมีพลัง ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น พร้อมชี้ไปที่ตัวเองและกล่าวว่า “นี่ปีม้า” เมื่อถามว่าแสดงว่าปีม้าปีเกิดของตัวเองก็ฉลองความสำเร็จไปด้วยเลยใช่หรือไม่ นายกฯหัวเราะ จากนั้นเป็นประธานการประชุมครม. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1

    ผู้สื่อข่าวรายงาน วันเดียวกันนี้มี ครม.แจ้งลาการประชุม 5 คน ได้แก่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม

    #อนุทิน #ตรุษจีน #ปีม้า #เสริมสิริมงคล #ภูมิใจไทย #เทศกาลตรุษจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/128426&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2opsHpq4sJhH9cYiSo94Rc

  • นายก อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่ปั้น “เชียงแสนเมืองเดินได้” ยกระดับสงกรานต์ 3 แผ่นดิน สู่เทศกาลระดับโลก

    นายก อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่ปั้น “เชียงแสนเมืองเดินได้” ยกระดับสงกรานต์ 3 แผ่นดิน สู่เทศกาลระดับโลก

    อบจ.เชียงรายลงพื้นที่เชียงแสน สำรวจเส้นทางรถรางปักหมุด “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน” ดันเมืองเก่าสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ 13–18 เม.ย. 2569

    เชียงราย,10 กุมภาพันธ์ 2569 – เวลา 15.00 น. บ่ายแก่ของเชียงแสนในฤดูหนาวปลายทาง ความเงียบสงบของเมืองเก่าริมโขงยังคงมีอยู่เหมือนทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “จังหวะ” ของเมืองที่กำลังถูกตั้งใจให้เดินหน้าอีกครั้ง ผ่านการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบยกระดับทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการจัดงานรื่นเริงตามฤดูกาล

    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่อำเภอเชียงแสน นั่งรถรางสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และตรวจความพร้อมการจัดงาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 13–18 เมษายน 2569 โดยมีนางเกศสุดา สังขกร นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงแสนให้การต้อนรับตามกำหนดการที่ระบุในข้อมูลแนบ

    การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่หลายจังหวัดแข่งขันกันสร้างปฏิทินท่องเที่ยวใหม่ แต่เชียงแสนมีต้นทุนพิเศษกว่าเมืองอื่น เพราะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่ผู้คนยังใช้ชีวิตอยู่จริง ขณะที่โบราณสถานยังคงยืนอยู่เป็นฉากหลังของวันธรรมดา ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่ดึงนักท่องเที่ยวให้มา แต่ต้องทำให้การท่องเที่ยวเดินไปพร้อมการอนุรักษ์ และทำให้รายได้ลงถึงชุมชนโดยไม่ทำลายเสน่ห์เดิม

    ลงพื้นที่แบบสำรวจจริง เพื่อวางเส้นทางท่องเที่ยวเมืองเดินได้

    ไฮไลต์ที่ระบุในข้อมูลแนบคือการนั่งรถรางท่องเที่ยว สัมผัสบรรยากาศวัดวาอารามโบราณและย่านเมืองเก่า เพื่อวางเส้นทางท่องเที่ยวที่จะใช้รองรับนักท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ แนวคิดสำคัญคือ “เดินได้ทั้งเมือง” ลดการพึ่งพารถส่วนตัว และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่มากขึ้น

    ในเชิงนโยบาย การทำให้เมืองเก่า “เดินได้จริง” ไม่ใช่แค่การปิดถนนเป็นครั้งคราว แต่ต้องมีองค์ประกอบครบ ตั้งแต่ระบบขนส่งภายในเมือง การจัดการคน การดูแลความปลอดภัย ไปจนถึงการจัดวางกิจกรรมที่ไม่กระทบโบราณสถาน หากทำได้ เมืองจะไม่เป็นเพียงสถานที่เช็กอิน แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่คนอยากใช้เวลาอยู่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการท่องเที่ยวคุณภาพที่หลายพื้นที่พยายามขับเคลื่อน

    มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน ขยายสงกรานต์จากงานสาดน้ำสู่เวทีวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง

    งาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” ที่กำหนดจัด 13–18 เมษายน 2569 ถูกวางภาพให้เป็นเทศกาลที่เชื่อมโยง “รากเหง้าล้านนา” กับวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง โดยเนื้อหาในข้อมูลแนบระบุชุดกิจกรรมหลักไว้หลายส่วน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการดึงวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    กิจกรรมที่ระบุเป็นแกนของงานประกอบด้วย

    • ขบวนแห่สงกรานต์ 3 แผ่นดิน ที่รวมการแสดงและอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์จากพื้นที่ลุ่มน้ำโขง
    • การประกวดนางสงกรานต์ 3 ประเทศ เพื่อสะท้อนสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมข้ามพรมแดน
    • การจัดถนนสายน้ำและอุโมงค์น้ำความยาวกว่า 250 เมตรในบรรยากาศเมืองเก่า เพื่อเพิ่มมิติความร่วมสมัยให้เทศกาล

    เมื่ออ่านรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ภาพรวมของงานไม่ได้ตั้งใจขาย “ความยิ่งใหญ่” เพียงอย่างเดียว แต่พยายามทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นพื้นที่กิจกรรม ซึ่งหากบริหารจัดการดี จะช่วยกระจายคนและรายได้ไปยังหลายจุด ลดความแออัด และเพิ่มโอกาสให้ร้านค้า ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงประโยชน์จากนักท่องเที่ยวได้จริง

    เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงรายโตขึ้นจริง แต่โจทย์ใหม่คือทำให้เงินถึงชุมชนมากขึ้น

    การขยับเมืองรองให้เป็นหมุดหมายหลัก มักถูกตั้งคำถามเสมอว่า “คุ้มไหม” และ “เงินถึงใคร” คำตอบต้องใช้ตัวเลขพูด

    ข้อมูลสื่อท้องถิ่นและสำนักข่าวรายงานว่าเชียงรายมีรายได้จากการท่องเที่ยวทะลุหลักห้าหมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรกในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลเชิงนโยบายในการผลักดันเทศกาลให้ใหญ่ขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับงานข่าวเชิงลึก สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขรวมคือโครงสร้างรายได้ ว่านักท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ที่จุดใด ใช้จ่ายกับใคร และธุรกิจฐานรากได้รับสัดส่วนมากน้อยเพียงใด

    อีกด้านหนึ่ง สื่อกระแสหลักรายงานสถิตินักท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายในปี 2568 ว่ามีผู้เยี่ยมเยือนรวมกว่า 5.1 ล้านคน โดยอ้างอิงหน่วยงานด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนระดับนี้สะท้อนว่าศักยภาพการรองรับมีอยู่ แต่การเพิ่มคุณค่าเชิงประสบการณ์คือสิ่งที่จะทำให้ “จำนวนคน” แปลงเป็น “รายได้ที่คุณภาพกว่า” และช่วยลดปัญหาท่องเที่ยวแบบเร่งรีบที่คนมาถ่ายรูปแล้วไปต่อ

    ดังนั้น การจัดงานที่วางให้เดินได้ทั้งเมือง โดยมีรถรางเป็นเครื่องมือหนึ่ง จึงเป็นเหมือนการทดลองเชิงนโยบายว่าเชียงแสนจะเปลี่ยนจากเมืองที่ผู้คนแวะผ่าน ไปสู่เมืองที่คนตั้งใจอยู่ได้หรือไม่

    ประเด็นความร่วมมือในพื้นที่ ทำงานร่วมหลายหน่วย ลดเสี่ยงกระทบโบราณสถาน

    ข้อมูลแนบระบุรายชื่อผู้เกี่ยวข้องในการลงพื้นที่ ได้แก่ ปลัด อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน ซึ่งชี้ว่าการจัดงานไม่ได้เป็นภารกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการระดับพื้นที่

    ในทางปฏิบัติ เมืองเก่ามีข้อจำกัดมากกว่าเมืองจัดงานทั่วไป ตั้งแต่ระบบการจราจร พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงข้อควรระวังด้านโบราณสถาน หากการจัดงานทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน การกระทบโครงสร้างเก่า หรือเกิดความแออัดจนเกินขีดความสามารถ เมืองจะเสียมากกว่าได้

    การที่คณะผู้บริหารลงพื้นที่สำรวจเส้นทางจริง จึงเป็นสัญญาณว่าผู้จัดต้องการเห็นปัญหาหน้างานก่อน และวางระบบรองรับล่วงหน้า มากกว่าคิดกิจกรรมจากห้องประชุมแล้วค่อยแก้ปัญหาภายหลัง

    ความคาดหวังของชุมชนและคำถามที่ต้องตอบให้ได้

    เทศกาลขนาดใหญ่ทำให้ความหวังของชุมชนสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ร้านค้าอยากขายได้เพิ่ม โฮมสเตย์อยากเต็ม ช่างฝีมืออยากมีพื้นที่โชว์ ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ย่อมห่วงเรื่องขยะ เสียงดัง ความปลอดภัย และความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่วัดวาอาราม

    คำถามที่ต้องถามต่อเพื่อการเฝ้าระวัง

    • ระบบคัดกรองและดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจะทำอย่างไรในเมืองที่มีตรอกซอกซอยจำนวนมาก
    • การจัดโซนกิจกรรมจะคุมเสียงและความหนาแน่นอย่างไรไม่ให้กระทบชุมชนและโบราณสถาน
    • มาตรการจัดการขยะ น้ำเสีย และการใช้ทรัพยากรในช่วงคนหนาแน่นจะเป็นแบบใด
    • การสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้เคารพพื้นที่ทางวัฒนธรรมจะถูกออกแบบอย่างไร

    ข้อมูลแนบยังไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงมาตรการเหล่านี้ครบถ้วน จึงควรวางเป็น “ประเด็นติดตาม” หลังจากนี้ เพื่อทำให้ข่าวไม่จบแค่ความคึกคัก แต่มีความรับผิดชอบต่อผลกระทบจริงที่คนในพื้นที่ต้องเผชิญ

    เมื่อเมืองเก่ามีชีวิตได้ เศรษฐกิจฐานรากจะเดินต่ออย่างไรหลังจบเทศกาล

    คำถามสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ หลังวันที่ 18 เมษายน 2569 เมืองเชียงแสนจะเหลืออะไรไว้มากกว่าความทรงจำและภาพถ่าย

    หากเส้นทางรถรางและแนวคิดเมืองเดินได้ถูกทำให้เป็นระบบถาวร เมืองจะสามารถต่อยอดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตลอดปี และพาธุรกิจรายย่อยเข้าสู่ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าการจัดงานเป็นเพียงจุดพีกปีละครั้ง เมืองอาจได้รายได้ระยะสั้นโดยไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

    นี่คือเหตุผลที่การลงพื้นที่สำรวจเส้นทางและวางหมุดความพร้อมล่วงหน้า มีความหมายมากกว่าพิธีการ เพราะสะท้อนว่างานเทศกาลถูกใช้เป็น “คันโยก” เพื่อขยับเมืองทั้งระบบ ไม่ใช่แค่การจัดกิจกรรมให้มีสีสัน

    สรุปภาพรวม

    การลงพื้นที่ของ อบจ.เชียงราย วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการส่งสัญญาณว่าเชียงแสนกำลังถูกยกขึ้นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวคุณภาพ ผ่านงาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” ที่จะจัด 13–18 เมษายน 2569

    ประเด็นที่ควรจับตาต่อจากนี้คือรายละเอียดมาตรการดูแลโบราณสถาน ความปลอดภัย การจราจร การจัดการขยะ และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ว่างานจะพาเชียงแสนไปได้ไกลแค่ไหนในฐานะเมืองเก่าที่มีชีวิต ไม่ใช่เมืองเก่าที่มีไว้ให้มอง

    สถิติและข้อมูลสำคัญประกอบข่าว

    • สถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568 รายงานว่ามีผู้เยี่ยมเยือนรวมกว่า 5.1 ล้านคน อ้างอิงหน่วยงานด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตามรายงานข่าวเผยแพร่วันที่ 2 มกราคม 2569
    • ข้อมูลรายได้ท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายที่ถูกสื่อรายงานว่าทะลุหลักห้าหมื่นล้านบาทเป็นครั้งแรก ถูกเผยแพร่ในสื่อท้องถิ่นออนไลน์และถูกใช้เป็นบริบทประกอบการผลักดันกิจกรรมท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-saen-songkran-3-lands-2026/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bAv7Dx22jNw6UGbpgB2dY

  • “อนุทิน” ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอกม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง

    “อนุทิน” ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอกม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง


    “อนุทิน” ประชาสัมพันธ์เทศกาลตรุษจีน บอกม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ชี้ตรงปีเกิดตัวเอง วันนี้รัฐมนตรี แจ้งลาประชุม ครม. 5 ราย 

    ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมมอบตุ๊กตาม้า และขนมมงคลจีนให้นายกฯ 

    ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ นายอนุทิน พานายจาง เจี้ยนเว่ย์ ไปถ่ายรูปให้เห็นฉากหลังตึกไทยคู่ฟ้า และเดินไปส่งนายจาง เจี้ยนเว่ย์ขึ้นรถ

    จากนั้นนายอนุทิน เดินมาถ่ายภาพบริเวณบูธจัดกิจกรรมหน้าตึกบัญชาการ 1 โดยนายอนุทิน กล่าวช่วงหนึ่งว่า ม้า มังกร มาแล้วมีพลัง ม้ามาแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น พร้อมชี้ไปที่ตัวเองและกล่าวว่า “นี่ปีม้า” เมื่อถามว่าแสดงว่าปีม้าปีเกิดของตัวเองก็ฉลองความสำเร็จไปด้วยเลยใช่หรือไม่ นายกฯหัวเราะ จากนั้นเป็นประธานการประชุมครม. ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 

    ผู้สื่อข่าวรายงาน วันเดียวกันนี้มี ครม.แจ้งลาการประชุม 5 คน ได้แก่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และจ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/40154&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DbvCWhQyNcCv_PBcvKKIJ

  • โคราช ลงนาม ระหว่างธุรกิจด้านการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    โคราช ลงนาม ระหว่างธุรกิจด้านการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    ที่โรงแรม The Piano Resort เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อดีตอธิบดีกรมควบคุมโรค ดร.วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอ็มดี สัปปายะ จำกัด ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างภาคธุรกิจด้านการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และภาคการท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาก้าวสู่พื้นที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีศักยภาพในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาโครงการด้านสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ งานวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นระบบ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งเศรษฐกิจืและคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างยั่งยืน เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมา สู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในอนาคต

    สำหรับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ภาคการท่องเที่ยวได้เชื่อมโยงกับภาคการแพทย์ และนวัตกรรมสุขภาพ ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลกในปัจจุบัน นำไปสู่การพัฒนาโครงการเชิงรูปธรรมทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัด นครราชสีมาให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เป็นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดนครราชสีมา ให้ก้าวสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวชั้นนำในระดับโลกต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5587786/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XgCc2cRauNVBRFK4-KrMg

  • นายกฯ พบเอกอัครราชทูตจีนฯ ยกระดับความสัมพันธ์ครบรอบ 51 ปี ไทย – จีน พร้อมเดินหน้าจัดเทศกาลตรุษจีน 2569 หนุนท่องเที่ยวไทย

    นายกฯ พบเอกอัครราชทูตจีนฯ ยกระดับความสัมพันธ์ครบรอบ 51 ปี ไทย – จีน พร้อมเดินหน้าจัดเทศกาลตรุษจีน 2569 หนุนท่องเที่ยวไทย

    นายกฯ พบเอกอัครราชทูตจีนฯ ยกระดับความสัมพันธ์ครบรอบ 51 ปี ไทย – จีน พร้อมเดินหน้าจัดเทศกาลตรุษจีน 2569 หนุนท่องเที่ยวไทย

    (10 ก.พ. 69) นายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

    นายกฯ กล่าวว่า ปี 2569 เป็นวาระครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และความเชื่อมโยงประชาชนและวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนมายังประเทศไทย ทั้งในช่วงเทศกาลตรุษจีนและตลอดทั้งปี

    งานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 จัดกิจกรรมหลักในกรุงเทพมหานคร 2 พื้นที่ ได้แก่ เยาวราช 7 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 และศูนย์การค้าสยามพารากอน 4 – 18 ก.พ. 69 รวมถึงที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 17–20 ก.พ. 69 และจังหวัดอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66340&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S2e9kqyROlkyZZ3GW7BkM

  • รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ หารือหลายภาคส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ หารือหลายภาคส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ หารือหลายภาคส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับฐานรากสู่สากล

    วันนี้ ( 9 กุมภาพันธ์ 2569) ที่ห้องทำงานรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด โดยมี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมหารือ

    โอกาสนี้ ทุกภาคส่วนได้ระดมความคิดเห็นและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการส่งเสริมศักยภาพด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน ตลอดจนหาแนวทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคของผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการทำงานเชิงรุกร่วมกับหน่วยงานเศรษฐกิจหลัก (ท่องเที่ยวฯ, พาณิชย์ฯ, อุตสาหกรรมฯ) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเชื่อมโยงสู่ระดับสากล

    สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
    ภาพ : หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่
    9 กุมภาพันธ์ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3879810/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09E_UYB181deGby7X9RRsw

  • ครม.รับทราบมาตรการ และแนวทางตรวจลงตราวีซ่า 93 ประเทศ หนุนการท่องเที่ยวไทย

    ครม.รับทราบมาตรการ และแนวทางตรวจลงตราวีซ่า 93 ประเทศ หนุนการท่องเที่ยวไทย

    ครม.รับทราบมาตรการและแนวทางตรวจลงตราวีซ่า 93 ประเทศ หนุนการท่องเที่ยวไทย พร้อมเดินหน้ามาตรการระยะที่ 2 ครอบคลุมวีซ่าอีกหลายประเภท เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว

    นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (10 ก.พ.)รับทราบมาตรการและแนวทางการตรวจลงตราเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ สรุปได้ดังนี้

    โดยมาตรการที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่ มาตรการระยะสั้น 

    1.กำหนดรายชื่อประเทศและดินแดนที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงานหรือการติดต่อธุรกิจ ระยะสั้น ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 60 วัน เป็นกรณีพิเศษ (ผ.60)
    จำนวน 93 ประเทศ/ดินแดน 

    2.กำหนดรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VoA) ระยะแรก จำนวน 31 ประเทศ/ดินแดน     
    3.อนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อท่องเที่ยวและทำงานทางไกล เป็นกรณีพิเศษ โดยเพิ่มการตรวจลงตราประเภท Destination Thailand Visa (DTV) 

    4.อนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อศึกษา หรือศึกษาและทำงาน เป็นกรณีพิเศษ โดยเพิ่มการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) รหัส ED Plus

    5.แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา (ชุดเดิม) โดยในปี 2568 ได้จัดการประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นใหม่แล้ว 
    ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะได้จัดการประชุมคณะกรรมการฯ ต่อไป

    2.มาตรการระยะกลาง ได้แก่ จัดกลุ่มและปรับลดรหัสกำกับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว  (Non-Immigrant) จากเดิม 17 รหัส เหลือ 7 รหัส มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2568  เป็นต้นมา

    โดยกระทรวงการต่างประเทศได้แก้ไขข้อมูลในระบบตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศแล้ว
     

    ขยายการเปิดให้บริการการตรวจลงตราอิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา กระทรวงการต่างประเทศได้ขยายการเปิดให้บริการฯ ครอบคลุมสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทั้งหมด 94 แห่งทั่วโลก ผ่านเว็บไซต์ https://www.thaievisa.go.th/

    3.มาตรการระยะยาว ได้แก่ การพัฒนาระบบ Electronic Travel Authorization (ETA) โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้พัฒนาระบบ ตม.6 ออนไลน์ (Thailand Digital Arrival Card: TDAC) ขึ้นแทน ETA และได้เริ่มใช้งานระบบ TDAC ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา

    สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ 

    1.มาตรการระยะสั้น ได้แก่ กำหนดรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจะขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival: VoA) ระยะที่สอง จำนวน 8 ประเทศ
     

    2.มาตรการระยะกลาง ได้แก่ ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทยมาตรการระยะกลาง ได้แก่ ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราวพำนักระยะยาว (Long Stay) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสงค์ใช้ชีวิตนั้นปลายในประเทศไทย

    ทั้งนี้ รัฐบาลเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางส่งสริมการท่องเที่ยว และสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1220612&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JrtEMB1ZKmXJXJnTJUvZD

  • เอกอัครราชทูตจีนฯ เข้าพบนายกฯ ยินดีต่อผลการเลือกตั้ง เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-จีน ในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ขณะที่ ททท. จัดงานเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    เอกอัครราชทูตจีนฯ เข้าพบนายกฯ ยินดีต่อผลการเลือกตั้ง เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-จีน ในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ขณะที่ ททท. จัดงานเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ส่งเสริมการท่องเที่ยว

    เอกอัครราชทูตจีนฯ เข้าพบนายกฯ ยินดีต่อผลการเลือกตั้ง เดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-จีน ในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ขณะที่ ททท. จัดงานเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 ส่งเสริมการท่องเที่ยว


    10/02/2569 | 115 |

    วันนี้ (วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายจาง เจี้ยนเว่ย์ (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

    เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนฯ แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชน พร้อมทั้งขอบคุณ
    นายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดเข้าร่วมงานวันตรุษจีน ณ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยและจีน

    ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปี 2569 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ถือเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างกันในทุกระดับ โดยรัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับฝ่ายจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และเชื่อมโยงประชาชนรวมถึงวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน
    มายังประเทศไทย ทั้งในช่วงเทศกาลตรุษจีนและตลอดทั้งปี พร้อมสานต่อและยกระดับความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ อันจะเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว

    จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมถ่ายภาพที่ระลึกเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 พร้อมกับคณะสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน
    ประจำประเทศไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมรับมอบม้ามงคลให้กับนายกรัฐมนตรีในโอกาสดังกล่าว

    ทั้งนี้ ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงาน เทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 (Amazing Thailand Happy Chinese New Year 2026)
    เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน โดยจัดกิจกรรมหลักในกรุงเทพมหานคร 2 พื้นที่ ได้แก่ การประดับไฟถนนเยาวราช
    ระหว่างวันที่ 7 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 และงานเทศกาล ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 14 – 18 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีน
    กิจกรรมสาธิตไทย–จีน และการแสดงจากศิลปินชื่อดังทั้งไทยและจีน

    นอกจากนี้ ททท. ยังจัดงาน Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai ระหว่างวันที่ 17–20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำเสนอศิลปวัฒนธรรมจีนในรูปแบบร่วมสมัย ควบคู่การแสดง เสริมสิริมงคล กิจกรรมเวิร์กชอป และร้านค้ากว่า 100 ร้าน พร้อมสนับสนุนการจัดงานตรุษจีนในจังหวัดสำคัญที่มีการสืบทอดประเพณีมาอย่างยาวนาน
    รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับศูนย์การค้าและภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161448


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/474997&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3O41QyVP6mXAV3GnNs1E8X

  • กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 2) จ.มุกดาหาร-พระธาตุพนม จ.นครพนม คืบหน้า 44% คาดแล้วเสร็จปี 70

    กรมทางหลวงชนบท เดินหน้าสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 2) จ.มุกดาหาร-พระธาตุพนม จ.นครพนม คืบหน้า 44% คาดแล้วเสร็จปี 70

    กรมทางหลวงชนบท ส่งเสริมเศรษฐกิจการค้า-ขนส่ง-ท่องเที่ยวชายแดน เดินหน้าสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 2) จ.มุกดาหาร-พระธาตุพนม จ.นครพนม คืบหน้า 44% คาดแล้วเสร็จปี 70

    นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยความคืบหน้าโครงการถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 2) จังหวัดมุกดาหาร- พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 44% โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม 2570

    โครงการก่อสร้างถนนเลียบแม่น้ำโขงนาคาวิถี ช่วงสะพานมิตรภาพไทย – ลาว (แห่งที่ 2) จ.มุกดาหาร – พระธาตุพนม อำเภอเมือง ธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยจะดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบนถนน ทางหลวงชนบทสาย มห.3015 และถนนทางหลวงชนบทสาย นพ.3015 ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีผิวจราจรกว้าง 6 เมตร ไหล่ทางกว้าง ข้างละ 0 – 2 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำในเขตชุมชนและมีการขยายสะพานในสายทาง จำนวน 11 แห่ง รวมถึง สร้างจุดพักรถและชมทิวทัศน์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 615 ล้านบาท โดยมีจุดเริ่มต้นโครงการ กม.ที่ 0+000 ตั้งแต่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และมีจุดสิ้นสุดโครงการ กม.ที่ 43+485 บริเวณพระธาตุพนม รวมระยะทางดำเนินการ 43.485 กิโลเมตร โดยระหว่างทางจะผ่านสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) หาดมโนภิรมย์ วัดสองคอน แก่งกะเบา นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้มีการนำเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาประกอบในการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยววิถีไทย และหนุนการค้าการขนส่งระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มีการออกแบบป้ายถนนท่องเที่ยว “นาคาวิถี” เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และนำเสนอวัฒนธรรมผ่านถนนสายดังกล่าว โดยมีการนำรูปพญานาค ที่ให้ความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ความศรัทธา และตัวแทนลำน้ำโขง รวมถึง แนวความคิดในการใช้โทนสีธรรมชาติในการออกแบบการใส่รายละเอียดของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำแห่งวิถีชีวิตของชาวอีสาน ตลอดจนได้นำเสนอโดยการใส่องค์ประกอบที่แสดงถึงบั้งไฟพญานาค, พระจันทร์เต็มดวง อันแสดงถึงความเชื่อและวัฒนธรรมของชาวอีสานซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย

    ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายถนนทางหลวงชนบทให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รองรับการขยายตัวในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง การค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยให้ประชาชน/นักท่องเที่ยว สัญจรได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัย ทั้งยังเป็นการยกระดับให้เป็นถนนท่องเที่ยว เส้นทาง (Scenic Route) เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/66320&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hFFW4Zosxbnxbou16mfW5

  • ทำเพื่ออะไร? ‘สรวงศ์’ เล็งฟ้องสื่อเสนอข้อมูลเท็จ ยันลาประชุมสภาฯ 12 ครั้ง ไปทำหน้าที่รัฐมนตรี

    ทำเพื่ออะไร? ‘สรวงศ์’ เล็งฟ้องสื่อเสนอข้อมูลเท็จ ยันลาประชุมสภาฯ 12 ครั้ง ไปทำหน้าที่รัฐมนตรี

    ทำเพื่ออะไร? ‘สรวงศ์’ เล็งฟ้องสื่อเสนอข้อมูลบิดเบือนสถิติเข้าประชุมสภาฯของตนเอง ยืนยันลาประชุม 12 ครั้ง เพื่อไปทำหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    สรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า คุณทำเพื่ออะไร? เอาข้อมูลมาจากไหน? ที่สำคัญที่สุดคือคุณทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าผมไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายมา เตรียมตัวนะครับและขอเรียกร้องให้ สส. ทุกท่านที่ถูกนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จนี้ออกมาดำเนินคดีกับสื่อช่องนี้ให้ถึงที่สุดครับ

    จากการประชุมทั้งหมด 183 ครั้ง

    เข้าร่วมประชุม 171 ครั้ง

    ลาประชุม 12 ครั้ง (ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

    #epigram #สรวงศ์เทียนทอง

    631577933_1246137490973350_8489814664359954360_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/miQthF9Tq&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SyfNvrWgXIXXSFljOdnLm