Category: ท่องเที่ยว

  • จีนเผยยอดใช้จ่าย “หยุดตรุษจีน” โตต่อเนื่อง อานิสงส์มาตรการรัฐ

    จีนเผยยอดใช้จ่าย “หยุดตรุษจีน” โตต่อเนื่อง อานิสงส์มาตรการรัฐ

    ปักกิ่ง, 20 ก.พ. (ซินหัว) — กระทรวงพาณิชย์ของจีนรายงานว่าธุรกิจค้าปลีกและการจัดเลี้ยงรายใหญ่ของจีนมียอดจำหน่ายเฉลี่ยต่อวันในระยะ 4 วันแรกของช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน (15-23 ก.พ.) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับช่วงหยุดยาวเดียวกันของปีก่อน ขณะปริมาณผู้ใช้บริการและรายได้ของถนนสายการค้าและย่านการค้าหลัก 78 แห่งในระยะ 3 วันแรกของช่วงหยุดยาวนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 และร้อยละ 4.8 ซึ่งทั้งหมดสะท้อนพลังความคึกคักของการจับจ่ายใช้สอยตามร้านอาหารและห้างสรรพสินค้า รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหยุดยาวนี้

    รายงานระบุว่ากระแสการจับจ่ายใช้สอยนี้เป็นการผสมผสานพฤติกรรมแบบเดิมกับแบบใหม่ โดยแพลตฟอร์มออนไลน์มีอุปสงค์ความต้องการอุปกรณ์อัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ยอดจำหน่ายอุปกรณ์สวมใส่บนแพลตฟอร์มหลักในระยะ 3 วันแรกของช่วงหยุดยาวนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.7 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเฉพาะแว่นตาอัจฉริยะที่มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบอัจฉริยะเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50

    การใช้จ่ายด้านการบริการเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นการบริโภคช่วงต้นปีนี้ โดยยอดการบริโภคด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศบนแพลตฟอร์มหลักในระยะ 3 วันแรกของช่วงหยุดยาวนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งรวมถึงการจองรถเช่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 26 ด้านมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) เกาะทางตอนใต้ของจีน มียอดจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีในระยะ 4 วันแรกของช่วงหยุดยาวนี้สูงถึง 970 ล้านหยวน (ราว 4.38 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8 จากปีก่อน

    โครงการซื้อขายแลกเปลี่ยน (trade-in) สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วประเทศจีนยังคงขับเคลื่อนอุปสงค์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้บริโภคได้รับเงินอุดหนุนเพื่อเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เก่าเป็นของใหม่ในปีนี้เกือบ 28.44 ล้านคน เมื่อนับถึงวันพุธ (18 ก.พ.) สร้างยอดจำหน่ายเกือบ 1.96 แสนล้านหยวน (ราว 8.86 แสนล้านบาท) โดยการซื้อขายแลกเปลี่ยนยานยนต์ครองส่วนแบ่งขนาดใหญ่ด้วยยอดจำหน่ายสูงกว่า 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.52 แสนล้านบาท)

    ทั้งนี้ รัฐบาลจีนออกชุดมาตรการสนับสนุนก่อนช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ระยะ 9 วัน ซึ่งกระตุ้นหน่วยงานทางการและภาคธุรกิจในท้องถิ่นจัดงานส่งเสริมการขายควบคู่กับมาตรการจูงใจเชิงนโยบาย ซึ่งรวมถึงการแจกบัตรกำนัลเพื่อการจับจ่ายซื้อของและการยกระดับการบริการชำระเงินสำหรับนักท่องเที่ยวที่ดียิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/chinanews/470/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J3N9Lk4REy2pjGtL1OXxo

  • “อนุทิน” ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

    “อนุทิน” ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

    การเมือง

    “อนุทิน” ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

    วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.48 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่  21 กุมภาพันธ์  2569  เวลา 18.00 น. ที่วัดพัฒนาราม  พระอารามหลวง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ โดยมี นายบันดาล สถิรชวาล นายวิทศักด์ จำเริญนุสิต นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโสภา กาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
     
    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เข้าสักการะรูปเหมือน “หลวงพ่อพัฒน์ นารโท” อดีตเจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองปักษ์ใต้ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนชาวเมืองสุราษฎร์ธานี และภาคใต้มาอย่างยาวนาน จากนั้น เข้ากราบสักการะพระประธานประจำพระอุโบสถ และเข้ากราบนมัสการพระวชิรปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม (พระอารามหลวง) และเดินทางต่อไปยังมูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เข้าสักการะรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตขาว แลนด์มาร์คที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในพื้นที่เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าสักการะเพื่อขอพร
     
    รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ให้ได้มีความอยู่ดีมีสุข มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนทั้งภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม  การศึกษา และสังคม เพื่อทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/466833&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R43goW4b6-EX9g1SCLlQt

  • รองพ่อเมืองศรีสะเกษ ลั่นฆ้องเปิดงานเทศกาลดอกจานบาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน | เดลินิวส์

    รองพ่อเมืองศรีสะเกษ ลั่นฆ้องเปิดงานเทศกาลดอกจานบาน ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้สู่ชุมชน | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลตำบลโคกจาน อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลดอกจานบาน ครั้งที่ 19 ประจำปี 2569 และโครงการตลาดนัดท้องถิ่นสีเขียว โดยมี นายพศิน ทาสิริ นายอำเภออุทุมพรพิสัย พร้อมด้วย นายนิรุตย์ เกษกุล นายกเทศมนตรีตำบลโคกจาน นำหัวหน้าส่วนราชการ อ.อุทุมพรพิสัย สมาชิกสภาเทศบาลตำบลโคกจาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม

    นายนิรุตย์ เกษกุล นายกเทศมนตรีตำบลโคกจาน กล่าวว่า เทศบาลตำบลโคกจาน และทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญ กับการจัดงานเทศกาลดอกจานบาน และโครงการตลาดนัดท้องถิ่นสีเขียว เพื่อประชาสัมพันธ์ สัญลักษณ์ตำบล และจำหน่ายสินค้า ของดีพื้นบ้านตำบลโคกจาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาเผยแพร่จำหน่าย รวมทั้งการบริหารจัดการตลาดประชารัฐ นับเป็นสิ่งที่ดี ที่จะให้พี่น้องประชาชนจากถิ่นอื่น รู้จักว่า ต.โคกจาน เรามีสัญลักษณ์อย่างไร มีสินค้าอะไรสำคัญบ้างเป็นต้น

    โดยพื้นที่ ต.โคกจาน เป็นพื้นที่เหมาะสมทั้งทางด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพื้นบ้าน ที่ชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาสินค้า OTOP ให้มีคุณภาพ พร้อมเดินหน้าพัฒนาการเกษตรโดยเฉพาะข้าว ต้องเป็นแหล่งผลิตข้าวที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ และเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตลอดจนเป็นการสร้างสัญลักษณ์และอัตลักษณ์ของ ต.โคกจาน ให้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป  และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้ให้พี่น้องประชาชนเราได้อยู่ดีมีสุขแบบยั่งยืนต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5620531/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xj5BxpVYBuSL19o-dbw2P

  • &

    &

    บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ พริวิเลจ” ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเอกสิทธิ์การใช้ชีวิตระดับพรีเมียม ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Pacificlinks Thailand (PLT) แพลตฟอร์มสมาชิกกอล์ฟพรีเมียมระดับโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์ Global Golf Lifestyle ให้กับกลุ่มสมาชิกระดับพรีเมียม พร้อมเชื่อมต่อประเทศไทยเข้าสู่เครือข่ายกอล์ฟระดับสากล

    ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Thailand Privilege ในการขยายพันธมิตรที่ให้บริการสนามกอล์ฟในระดับสากล เสริมแกร่งสิทธิประโยชน์ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ Stay, Travel, Leisure, Health & Wellbeing และ Wealth ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้าน Leisure ที่เป็นหัวใจของการใช้ชีวิตในประเทศไทยตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ รวมถึงความสำคัญของกีฬากอล์ฟ ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์ยอดนิยมของกลุ่มสมาชิก การผนึกกำลังกับ Pacificlinks Thailand ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสมาชิกกอล์ฟระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบประสบการณ์และกอล์ฟไลฟ์สไตล์ในระดับนานาชาติ โดยความร่วมมือครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านกอล์ฟให้กับสมาชิกเท่านั้น แต่เป็นการนำศักยภาพของทั้งสององค์กรผนึกกำลังในการยกระดับการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง

    นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด กล่าวว่า “การจับมือกับ Pacificlinks Thailand ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวที่สำคัญในการขยายพันธมิตรด้านสนามกอล์ฟพร้อมยกระดับบริการไปสู่ระดับสากล สอดคล้องกับแนวคิด “Freedom of Choices” ซึ่งสมาชิกสามารถใช้บริการได้ครอบคลุมทั้งในไทยและต่างประเทศในสนามกอล์ฟที่มีมาตรฐานระดับโลก ความร่วมมือในครั้งนี้ยังตอบสนองความต้องการของกลุ่มสมาชิกที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง สามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมที่ชื่นชอบได้อย่างไร้ขีดจำกัด”

    ด้าน นางสาวโคโค จาง, CEO Pacificlinks Group กล่าวเสริมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Thailand Privilege Card ด้วยเครือข่ายสนามกอล์ฟระดับโลกและความพร้อมในการให้บริการระดับพรีเมียมของเรา เรามั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่ดีที่สุด และดูแลสมาชิกของ Thailand Privilege Card ให้ได้รับความประทับใจในทุกการออกรอบ ซึ่ง Pacificlinks Thailand (PLT) นำเสนอประสบการณ์เหนือระดับแก่สมาชิกกอล์ฟระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของนักกอล์ฟในแต่ละกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงเครือข่ายสนามกอล์ฟระดับเวิลด์คลาส การวางแผนการออกรอบแบบครบวงจร และประสบการณ์ Global Golf Lifestyle ที่เชื่อมต่ออย่างไร้พรมแดน

    ภายใต้ความร่วมมือนี้ สมาชิก Thailand Privilege Card จะได้สัมผัสประสบการณ์กอล์ฟระดับโลกจาก Pacificlinks Thailand (PLT) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสมาชิกแห่งเดียวที่สามารถเข้าถึงสนามกอล์ฟที่หลากหลายรูปแบบ การเล่นกอล์ฟแบบใหม่และยังสามารถวางแผนการออกรอบได้อย่างครบวงจร ภายใต้คอนเซปต์ “One Membership More Golf.” โดยมีไฮไลต์ สิทธิประโยชน์ อาทิ สิทธิพิเศษในการเข้าจองสนามกอล์ฟพันธมิตรกว่า 1,200 สนาม ในไทยและต่างประเทศทั่วโลก ผ่าน Member Contact Center (ให้บริการ 24 ชั่วโมง) โทร 66 (0) 2352 3000 หรืออีเมล [email protected] อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

    ทั้งยังสามารถเข้าถึงสนามกอล์ฟได้มากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก อาทิ สนาม LE GOLF NATIONAL FRANCE / JUMEIRAH GOLF ESTATES, DUBAI / THE ROYAL ST. GEORGE’S GOLF CLUB, ENGLAND / NISEKO VILLAGE GOLF COURSE, JAPAN / THE FARM AT CAPE KIDNAPPERS, NEWZELAND / LAGUNA NATIONAL, SINGAPORE รวมถึงการเข้าถึงสนามกอล์ฟชั้นนำในประเทศไทยมากกว่า 90 สนาม, บริการจองสนาม และวางแผนการเดินทางแบบ One-stop Service โดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้ทุกทริปกอล์ฟราบรื่นและและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของสมาชิกแต่ละราย อีกทั้งสมาชิกยังมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาได้ยาก อาทิ การเข้าร่วมชมการแข่งขันกอล์ฟรายการระดับโลกอย่าง The Masters, The Open, US Open และ PGA Championship แบบชิดขอบสนามอีกด้วย

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์กอล์ฟไลฟสไตล์ระดับนานาชาติ พร้อมเปิดประตูสู่เครือข่ายสนามกอล์ฟชั้นนำกับ Pacificlinks Thailand เพื่อให้สมาชิกได้สัมผัสโลกแห่งกีฬากอล์ฟอย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าที่เคย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง website : www.pacificlinksthailand.com โทร 66 (0) 2-266-6449

    สำหรับบัตรสมาชิกโครงการ Thailand Privilege ประกอบด้วยสิทธิพิเศษที่แตกต่าง คือ สิทธิในการพำนักระยะยาวในประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 20 ปี+ พร้อมการบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ สนามบิน (Airport Signature Services) บริการผู้ช่วยส่วนตัว (EPA), ห้องรับรองพิเศษ (VIP Lounge), รถกอล์ฟไฟฟ้า (Electro Carts) และสิทธิประโยชน์ Lifestyle Privileges ที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งสุขภาพ, โรงแรม, , สนามกอล์ฟ ทั้งในและต่างประเทศกว่า 1,200 แห่ง และร้านอาหารชั้นนำทั่วประเทศ

    ปัจจุบัน Thailand Privilege Card ให้บริการบัตรสมาชิกทั้งหมด 5 ประเภท ประกอบด้วยสิทธิพิเศษที่แตกต่าง คือ สิทธิในการพำนักระยะยาวในประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 20 ปี+ ได้แก่

    • BRONZE อัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 650,000 บาท สำหรับอายุการเป็นสมาชิก 5 ปี
    • GOLD อัตราค่าธรรมเนียม 900,000 บาท อายุการเป็นสมาชิก 5 ปี พร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 20 คะแนน
    • PLATINUM อัตราค่าธรรมเนียม 1.5 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิก 10 ปี พร้อมรับคะแนนสะสม ปีละ 35 คะแนน
    • DIAMOND อัตราค่าธรรมเนียม 2.5 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิก 15 ปี พร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 55 คะแนน
    • – RESERVE อัตราค่าธรรมเนียม 5 ล้านบาท อายุการเป็นสมาชิก 20 ปี+ และสามารถต่ออายุได้ครั้งละ 5 ปี พร้อมรับคะแนนสะสมปีละ 120 คะแนน บัตรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับกลุ่ม Ultra High Net Worth ที่จะได้รับการดูแลสูงสุดและบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieuldxack6lr0swmc07cusk2ic9jhtzu&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iYp6gYpex5WXMZavB28gq

  • ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดแคมเปญ

    ททท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดแคมเปญ

    วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.54 น.

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับ บริษัท ทรี เดย์ ทู ไนท์ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว 3D2N (3 Days 2 Nights) และ utu (ยูทู) แพลตฟอร์ม มอบสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่ายผ่านการท่องเที่ยว เปิดตัวโครงการ “ลัดเลาะอีสาน เมืองน่าเที่ยว 2026” Traveling through Isan…The Worth Visiting Cities 2026 เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรองใน 18 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 มิถุนายน 2569 ได้แก่ หนองคาย, สกลนคร, หนองบัวลำภู, บึงกาฬ, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ, ยโสธร, บุรีรัมย์, มหาสารคาม, เลย, นครพนม, ร้อยเอ็ด, อุดรธานี, กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ และ สุรินทร์

     โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จากแรงบันดาลใจ สู่การเดินทางจริง” มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยว การใช้จ่าย และการมีส่วนร่วมกับคนพื้นที่ ผ่านรูปแบบการเดินทางระยะสั้น 2–3 วัน ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งครอบครัว กลุ่มวัยทำงาน รวมไปถึงคนรุ่นใหม่

    นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่าย ซื้อสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก คาเฟ่ สปา ร้านค้าในชุมชน รวมถึงกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ Outdoor Sport, Travelling Spa, Road Trip และ Airplane Trip ตลอดระยะเวลาโครงการ

    นายบุณส่ง คุ้มบุญ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการลัดเลาะอีสาน เมืองน่าเที่ยว 2026 เป็นกิจกรรมที่ ททท. ต้องการชวนให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางไปสัมผัสเมืองน่าเที่ยว หรือเมืองรองของภาคอีสาน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และกระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวอีสานที่มีความหลากหลายและน่าค้นหา”

    ไฮไลต์สำคัญคือรางวัลสำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดประจำเดือนในแต่ละเดือน ซึ่งจะได้รับ ที่พักโรงแรม 2 วัน 1 คืน รวมทั้งสิ้น 12 รางวัลตลอดโครงการ พร้อมร่วมกิจกรรม Snap & Share ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดโครงการ สิทธิพิเศษ ร้านค้าพันธมิตร และกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Page “ลัดเลาะอีสาน เมืองน่าเที่ยว 2026”  พร้อมร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางผ่านแฮชแท็ก #ลัดเลาะอีสาน #IsanWorthVisiting #3Days2Nights #เที่ยวอีสาน2026 #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #amazingthailand #ประเพณีสีอีสานวิถีแห่งศรัทธา

    -(016)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/948275&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15rc3fclyPqetaSqnw8k5y

  • แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    กรุงเทพฯ (20 กุมภาพันธ์ 2569) — สายการบินแอร์เอเชีย ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต่อยอดแคมเปญแห่งปี “Feel All the Feelings เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก” เปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษและกิจกรรมสุดพิเศษ ชวนนักท่องเที่ยวบินตามรอย “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ตอกย้ำผู้นำตลาดสายการบินในประเทศที่มีเครือข่ายบินที่ครอบคลุมพร้อมส่วนเเบ่งการตลาดมากที่สุดในประเทศ

    แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    ไฮไลต์แคมเปญ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด..ทุกความรู้สึกทั่วไทย”จากแอร์เอเชีย มอบส่วนลดพิเศษเพียงระบุโค้ด “TATXLISA” เพื่อรับสิทธิ์

    ลด 15% สำหรับ 8 เส้นทางบินตามรอยสื่อโฆษณาลิซ่า ได้เเก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานี และพังงา (บินลงภูเก็ต) และลด 10% สำหรับเส้นทางบินในประเทศอื่นๆ

    ระยะเวลาจอง: 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569

    ระยะเวลาเดินทาง: 15 มีนาคม – 30 กันยายน 2569

    ผ่านแอปพลิเคชัน AirAsia MOVE

    สำหรับผู้โดยสารแอร์เอเชีย เเสดง Boarding pass  เช่ารถกับ AVIS เริ่มต้นเพียง 599 บาท/วัน

    แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับสายการบินไทยแอร์เอเชียครั้งนี้ ดำเนินภายใต้โครงการ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด..ทุกความรู้สึกทั่วไทย” ซึ่งเป็นการต่อยอดแคมเปญโฆษณาของ ททท. “Feel all the Feelings” ที่ได้เปิดตัวร่วมกับ ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador  ไปเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริง ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่เดินทางได้ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด และเข้าถึงได้มากที่สุดในมุมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  

    แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    ไทยแอร์เอเชียจึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความสะดวกและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไทยให้คล่องตัวยิ่งขึ้น ด้วยเครือข่ายบินภายในประเทศ 42 เส้นทาง ครอบคลุม 25 จุดหมายทั่วทุกภูมิภาค

    ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาท 4 มิติหลัก ได้แก่ การเป็น Enabler เพิ่มการเข้าถึงในราคาจับต้องได้, Connector เชื่อมสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว, Amplifier ขยายพลังแคมเปญ Amazing Thailand x LISA ในทุกช่วงการเดินทาง และ Confidence Builder เสริมความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเดินทางง่าย ปลอดภัย และพร้อมต้อนรับเสมอ ถือเป็นก้าวสำคัญของการผนึกพลังภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

    แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ททท. ได้จุดกระแสการท่องเที่ยวไทยจาก “คุณลิซ่า”ในแคมเปญนี้ได้อย่างดี ทำให้ทั้งคนไทยและต่างชาติได้เห็นไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดต่างๆ ทุกภูมิภาค เเละอยากบินไปสัมผัสจริง

    แอร์เอเชียจึงต่อยอดแคมเปญด้วยศักยภาพของเรา ทั้งความคุ้มค่าและเครือข่ายบินที่ครอบคลุมมากที่สุด รวม 42 เส้นทาง พร้อมให้บริการ 2 สนามบินที่กรุงเทพ จากดอนเมือง (DMK) เเละสุวรรณภูมิ(BKK) โดยเพิ่มสีสันกับกิจกรรมพิเศษบินเที่ยวตามรอยลิซ่า หวังกระตุ้นการเดินทางเที่ยวไทยที่ต่อเนื่อง

    แอร์เอเชีย ผนึก ททท. ปลุกกระแสเที่ยวไทยตามรอยลิซ่า ลุ้นบินฟรีตลอดปี

    “ไทยแอร์เอเชียพร้อมให้สิทธิ์บินฟรีเส้นทางภายในประเทศ 1 ปีเต็ม สำหรับนักท่องเที่ยว 3 คนเเรกที่บินกับแอร์เอเชีย ครบ 8 จังหวัดที่เราให้บริการและอยู่ในสื่อประชาสัมพันธ์ Feel All the Feelings ของคุณลิซ่า  ได้เเก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อุบลราชธานี พังงา (ลงภูเก็ต) เราเชื่อมั่นว่าจะสร้างประสบการณ์และมุมมองเที่ยวในประเทศใหม่สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม สอดคล้องกับแนวคิดของ ททท. ” นายไพรัชล์กล่าว

    สำหรับกิจกรรมบินตามรอยลิซ่า ลุ้นตั๋วเครื่องบินเที่ยวไทยฟรีตลอดปี ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 30 กันยายน 2569 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FlyAirAsia

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/pr-news/862112&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Op6Q_l7Xrw0dHzMMgbNT8

  • ขอทานกัมพูชาอุ้มลูก นั่งขอเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติเมืองพัทยา ถูกจับ – ผลักดันกลับหลายครั้งแต่ยังลอบกลับมาซ้ำ จ.ชลบุรี

    ขอทานกัมพูชาอุ้มลูก นั่งขอเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติเมืองพัทยา ถูกจับ – ผลักดันกลับหลายครั้งแต่ยังลอบกลับมาซ้ำ จ.ชลบุรี

    ขอทานกัมพูชาอุ้มลูก นั่งขอเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติเมืองพัทยา ถูกจับ – ผลักดันกลับหลายครั้งแต่ยังลอบกลับมาซ้ำ จ.ชลบุรี

    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา ว่าพบบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาอุ้มเด็กเล็กออกนั่งขอทานและจำหน่ายลูกอมให้กับนักท่องเที่ยว บริเวณถนนเลียบชายหาดพัทยา และถนนพัทยาสายสอง ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวสำคัญที่มีชาวต่างชาติเดินสัญจรจำนวนมากในช่วงเวลากลางคืน

    หลังรับแจ้ง ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบหญิงต่างด้าวสัญชาติกัมพูชารายหนึ่ง อุ้มทารกแรกเกิดอายุประมาณ 2–3 เดือน พร้อมเด็กเล็กอีก 1 คน อายุราว 5–7 ขวบ นั่งอยู่ริมทางเท้าในจุดที่นักท่องเที่ยวพลุกพล่าน โดยมีการนำลูกอมวางจำหน่ายควบคู่กับการขอรับเงินจากผู้สัญจรไปมา ลักษณะเป็นการใช้เด็กเล็กสร้างความสงสารจากผู้พบเห็น

    จากการสอบถามหญิงรายดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ตนเคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและผลักดันกลับประเทศกัมพูชามาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ยังลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีก โดยอาศัยช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน และนั่งรถตู้เข้ามาในพื้นที่เมืองพัทยาในช่วงจังหวะที่มีการเปิดด่าน อ้างว่ามีบุตรทั้งหมด 3 คน จำเป็นต้องหาเงินเพื่อใช้จ่ายในครอบครัว

    ขณะเดียวกัน พบว่าบุคคลต่างด้าวบางรายเมื่อเห็นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ได้รีบอุ้มเด็กและจูงลูกวิ่งหลบหนีออกจากจุดดังกล่าวทันที สะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

    ทั้งนี้ แหล่งข่าวในพื้นที่ระบุว่า ปัญหาการลักลอบเข้ามานั่งขอทานของกลุ่มบุคคลต่างด้าวลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำซาก แม้เจ้าหน้าที่จะมีการลงพื้นที่กวดขัน จับกุม และผลักดันกลับประเทศต้นทางเป็นระยะ แต่กลุ่มบุคคลเหล่านี้มักหวนกลับเข้ามาในพื้นที่เดิมอีก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ ประชาชนในพื้นที่จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งในด้านการควบคุมการลักลอบเข้าเมือง การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่ถูกนำมาใช้ในการขอทาน รวมถึงการจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

    ที่นี่ พัทยา 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66922&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw28L6T3q8gd2ZM81PZ5PMdj

  • นายกฯ เตรียมเยือนเพชรบุรี เปิดงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร 21 ก.พ.นี้

    นายกฯ เตรียมเยือนเพชรบุรี เปิดงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร 21 ก.พ.นี้

    วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.39 น.

    นายกฯ เตรียมเยือนเพชรบุรี เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ชู Soft Power “อัญมณีที่มีชีวิต” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหารระดับโลก

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เตรียมนำทีมลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี และเวทีกลาง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐและเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงาน

    สำหรับการจัดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพื้นที่โดยรอบ ด้วยแนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” เพื่อเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด โดยไฮไลท์สำคัญของปีนี้ เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกาย “นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย เที่ยวงานพระนครคีรี” ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา จะร่วมย้อนรำลึกอดีตด้วยการแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สัมผัสได้จริง พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป

    โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการโครงการพระราชดำริฯ เพื่อนำเสนอพระมหากรุณาธิคุณและผลสำเร็จของโครงการสำคัญในพื้นที่ การแสดงพลุ กว่า 5,000 นัดทุกคืน ขบวนแห่เทิดพระเกียรติและส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก 8 อำเภอ รวมถึงโซนผลิตภัณฑ์ OTOP และอาหารเมืองเพชร เพื่อชูอัตลักษณ์ “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” (UNESCO City of Gastronomy) ส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาไทยและนวัตกรรมอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชนอย่างยั่งยืน

    “การจัดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชรครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม แต่เพื่อตอกย้ำว่า ‘เพชรบุรี’ คือเมืองที่มีศักยภาพสูงในการเป็น Soft Power ทั้งด้านอาหาร ศิลปะ และประวัติศาสตร์ ซึ่งสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล”

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/948350&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Vjh84gkSHasy3jtRwc5Ew

  • ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน – Wellness และ Pride

    ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน – Wellness และ Pride

    เทรนด์โลกในทุกวันนี้มีกระแสหลักที่ชัดเจนอยู่ไม่กี่แบบ และ 3 สิ่งสำคัญคือ ความยั่งยืน Wellness หรือ Longevity และ ความเท่าเทียมหรือหลากหลาย ในงานสกุล Pride ต่างๆ

    ปีนี้ ภูเก็ตสำเร็จไปอีกขั้น ด้วยว่าสามารถดึงเอางานจัดประชุมระดับยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก , InterPride General Meeting & World Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล และ Global Wellness Summit 2026 ของสถาบันเวลเนสโลก เข้ามาจัดในภูเก็ตได้ภายในปีนี้

    ดังที่ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ได้กล่าวว่า

    “ เราได้ดึงเอาอนาคตโลก เข้ามาอยู่ในเมืองภูเก็ตทั้ง 3 ด้าน”

    ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน - Wellness และ Pride

    สำหรับรายละเอียดทั้ง 3 งาน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์เมืองภูเก็ตที่มองไปในระยะ 5 ปีข้างหน้า คือในปี 2566-2570 ที่ผลักดันให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว นวัตกรรมและการบริการ รวมไปถึงการสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง

    ด้าน นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความสำเร็จของการได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมนี้ ไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าภาพเท่านั้น แต่ความสำเร็จจะวัดจากการที่ผู้ประกอบการ นักลงทุนและนักธุรกิจทั้งในภูเก็ตและในประเทศไทย ได้ใช้โอกาสนี้ในการปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกับกระแสโลกด้วยหรือไม่ เนื่องจากทั้ง 3 การประชุมเป็นโอกาสที่ผู้นำในด้านต่างๆ ได้เข้ามาหารือและร่วมประชุมกันในประเทศไทย

    นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม

    ทั้งนี้ รายละเอียดของงานสำคัญทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย

    1. Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก

    หรือ การประชุมระดับนานาชาติด้าน “การท่องเที่ยวยั่งยืน” ซึ่ง GSTC เป็นองค์กรไม่แสวงกำไรระดับโลก ทำหน้าที่กำหนด มาตรฐานการท่องเที่ยวยั่งยืน (Global Standards for Sustainable Tourism)

    ทั้งนี้ ภาพรวมมูลค่าทางเศรษฐกิจจากรายงานของ The Business Research Company ระบุว่ามูลค่าของการท่องเที่ยวยั่งยืนนั้น มีมูลค่าหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นกลุ่มท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดในโลก

    สำหรับปีนี้ซึ่งจัดขึ้นที่ภูเก็ต จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนเป็นเจ้าภาพจัดงานและทีเส็บร่วมสนับสนุน

    ภูเก็ตดึง “ผู้กำหนดเทรนด์โลก” จัดงานในไทยสำเร็จ! ทั้ง ท่องเที่ยวยั่งยืน - Wellness และ Pride

    2. InterPride General Meeting & World Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล

    เป็น การประชุมใหญ่ระดับโลกของเครือข่ายผู้จัดงาน Pride (องค์กรปกป้องสิทธิและความหลากหลายทางเพศ) ที่จะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานนี้จะจัดขึ้นในเอเชียด้วย

    สาเหตุและปัจจัยที่ส่งเสริมให้คว้าการจัดงานมาได้สำเร็จนั้น ผู้อำนวยการทีเส็บกล่าวว่า มาจากปัจจัยส่งเสริมเรื่องความสำเร็จของการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย และกำลังเดินหน้าสู่กฎหมายรับรองเพศ รวมถึงสิทธิแรงงานบริการทางเพศ นอกจากนี้ภูเก็ตยังเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรมที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศด้วย

    อีกทั้งยังมีการเปิดเผยว่า การคว้าการจัดงาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 มาได้นั้น หากสามารถเป็นผู้จัดงานที่ดีได้ ก็จะแสดงให้สมาชิกที่มาเข้าร่วมประชุม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคณะกรรมการตัดสิน WorldPride 2030 เทศกาลใหญ่ระดับโลกของชุมชน LGBTQIA+ ได้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยอีกทางหนึ่ง

    3. Global Wellness Summit 2026

    คือ งานประชุมระดับโลกเกี่ยวกับ ธุรกิจและอนาคตของอุตสาหกรรมเวลเนส ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่สุดที่รวมผู้นำ นักลงทุน ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิจัยระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดและกำหนดทิศทางอนาคตของธุรกิจสุขภาพและเวลเนสที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก 

    โดยงานประชุมระดับโลกครั้งที่ผ่านมา มีการเชิญผู้นำโลกหลายท่าน อาทิ ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณชาวทิเบต, ดร.ริชาร์ด คาร์โมนา (Dr. Richard H. Carmona)  อดีตหัวหน้าแพทย์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีบทบาทด้านนโยบายสุขภาพระดับชาติในสหรัฐฯ, อดอล์ฟ โอกี (Adolf Ogi) อดีตประธานาธิบดีของสวิตเซอร์แลนด์ และที่ปรึกษาพิเศษของสหประชาชาติ ฯลฯ

    ทั้งนี้ นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม ได้เผยว่า การจัดประชุม Global Wellness Summit 2026 ในภูเก็ต จะต้องมองในภาพใหญ่ขึ้นกว่าเดิม  เพราะแต่ก่อนภูเก็ตเน้นแค่ Wellness Tourism อย่างเดียวมานานกว่า 20 ปี แต่จะทำอย่างไรให้ภูเก็ตเป็นเมืองของ Longevity (เมืองที่คนอายุยืนและสุขภาพดี) นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางและเข้ามาพำนักได้ยาวขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญคือ ประชาชนในภูเก็ตเองก็มีสุขภาพ และชีวิตที่ดีในเมืองของตนเอง

    สำหรับงาน Global Wellness Summit 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 โดยมีหน่วยงานขับเคลื่อนได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ทีเส็บ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ….

    ทั้งนี้ ผู้อำนวยการทีเส็บกล่าวว่า แม้การประชุมทั้งสามงานจะดึงดูดคนให้เข้ามายังภูเก็ตได้ราว 2,100 คน และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจราว 351.40 ล้านบาทจากการคาดการณ์ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ

    สาระสำคัญ คือ การจัดงานในครั้งนี้ประเทศไทยได้ “ยกวาระโลกเข้ามาไว้ที่ภูเก็ต” ซึ่งจะเป็นโอกาสอันดีให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคธุรกิจและนักลงทุน ได้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์และสร้างเครือข่ายก่อเกิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/738291&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xe8XUAHKElG7XRrmvUEkP

  • โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว | TOPNEWS

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว

    • เผยแพร่ : 20/02/2026 20:13

    โคราชเปิดเวทีใหญ่ผ่านนิทรรศการจิตรกรรม “โคราช ฟิน ศิลป์” ตอกย้ำนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ ผสานศิลปวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยว พร้อมมอบรางวัลรวมกว่า 3 แสนบาท

    วันที่ 20 ก.พ. 2569 จังหวัดนครราชสีมา โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ จัดนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมสร้างสรรค์ “โคราช ฟิน ศิลป์” ด้วยสีอะคริลิก ภายใต้นโยบาย “โคราชเมืองศิลปะ” ระหว่างวันที่ 18–22 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

    การจัดงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนและประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 100 ผลงาน แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษา อายุ 13–18 ปี และระดับอุดมศึกษาหรือประชาชนทั่วไป อายุ 19 ปีขึ้นไป สะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนโคราชอย่างคึกคัก

    ผลการประกวด ระดับมัธยมศึกษา ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวพรไพลิน เจ้าฉาย จากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา กับผลงาน “ณ นครราชสีมา” ขณะที่ระดับอุดมศึกษาหรือประชาชนทั่วไป ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวชนิกานต์ หลวงกลาง จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กับผลงาน “อุ๊ปุ๊ อุ้ยปุ้ย”

    นอกจากเงินรางวัลรวมกว่า 36,000 บาท ผู้ชนะการประกวดยังได้รับรางวัลพิเศษ Exclusive Trip เดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะ ณ จังหวัดภูเก็ต ในงาน Thailand Biennale Phuket เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน รวมมูลค่ารางวัลทั้งหมดกว่า 300,000 บาท เปิดประสบการณ์เวทีศิลปะระดับประเทศให้กับศิลปินรุ่นใหม่

    การจัดนิทรรศการครั้งนี้มีเป้าหมายผลักดันนโยบาย “โคราชเมืองศิลปะ” ผ่านมิติศิลปะสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม พร้อมสร้างพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และศิลปินท้องถิ่น ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงศักยภาพ และต่อยอดผลงานอย่างเป็นรูปธรรม

    ภาพ/ข่าว ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    511

    19

    บุกทลายโกดังบุหรี่หนีภาษี

    SCG ลำปาง ผนึกกำลังชุมชนบ้านหาดปู่ด้าย คิกออฟสร้างฝาย-ทำแนวกันไฟ มุ่งลดฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน

    “คีรี กาญจนพาสน์” เผยยอดจองสิทธิ “บ้านชาวไทย” ศรีนครินทร์ ทะลุเป้า ปิดลงทะเบียน D:CODE SRI NAKARIN เป็นทางการ ย้ำ “บีทีเอส กรุ๊ปฯ” มุ่งมั่นสานฝันคนอยากมีบ้านด้วยโอกาสสุดพิเศษ

    บุกรวบหนุ่มคลั่งอาละวาด ยึดยาเสพติดพร้อมอาวุธ คอตกส่งตัวเข้าซังเต

    อุตรดิตถ์จัดพิธีเปลี่ยนศาลพระภูมิชัยมงคล ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์เสริมสิริมงคล

    สมุทรสาคร///ปิดโครงการฝึกอบรมทักษะพลแม่นปืน(Marksman) ขั้นพื้นฐาน และการปฏิบัติการภายในอาคาร(CQB)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1494121&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQJTbjJZbLmuiqScbeabg