Category: ท่องเที่ยว

  • “ปลัดก.ท่องเที่ยว” แจงขั้นตอนใช้งบฯดูแลนักท่องเที่ยวติดค้างในไทย ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรงตะวันออกกลาง ย้ำ 2,000 บาท/ราย ไม่ได้จ่ายตรงแต่ผ่านผู้ประกอบการ | TOPNEWS

    “ปลัดก.ท่องเที่ยว” แจงขั้นตอนใช้งบฯดูแลนักท่องเที่ยวติดค้างในไทย ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรงตะวันออกกลาง ย้ำ 2,000 บาท/ราย ไม่ได้จ่ายตรงแต่ผ่านผู้ประกอบการ | TOPNEWS

    “ปลัดก.ท่องเที่ยว” แจงขั้นตอนใช้งบฯดูแลนักท่องเที่ยวติดค้างในไทย ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรงตะวันออกกลาง ย้ำ 2,000 บาท/ราย ไม่ได้จ่ายตรงแต่ผ่านผู้ประกอบการ

    • เผยแพร่ : 03/03/2026 18:10

    “ปลัดท่องเที่ยวฯ” แจงจ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท เมื่อสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางยืดเยื้อ ชี้จ่ายให้ผู้ประกอบการที่ดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง ไม่ได้จ่ายตรงให้นักท่องเที่ยว

    “ปลัดก.ท่องเที่ยว” แจงขั้นตอนใช้งบฯดูแลนักท่องเที่ยวติดค้างในไทย ได้รับผลกระทบเหตุรุนแรงตะวันออกกลาง ย้ำ 2,000 บาท/ราย ไม่ได้จ่ายตรงแต่ผ่านผู้ประกอบการ – Top News รายงาน

    ปลัดก.ท่องเที่ยว

    เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการเยียวยานักท่องเที่ยวตกค้าง จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ในขณะนี้ว่า กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ไปดูระเบียบการปฏิบัติที่ผ่านมาและหารือกับผู้ประกอบการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยว

    หากสถานการณ์ยืดเยื้อ กระทรวงฯ จะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการ เช่น โรงแรมที่นักท่องเที่ยวพำนักจะใช้เงินจากกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจ่ายเยียวยาให้กับผู้ประกอบการ เช่น โรงแรมที่นักท่องเที่ยวพำนักอยู่ ในอัตราเฉลี่ยวันละ 2,000 บาทต่อราย โดยจ่ายให้กับผู้ประกอบการ คือเหมาจ่ายค่าที่พักและอาหาร ไม่ใช่จ่ายนักท่องเที่ยว

    “จึงขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าการจ่ายเงินเยียวยารายละ 2,000 บาทนั้น จะจ่ายเมื่อสถานการณ์เกิดความรุนแรงยืดเยื้อ และผู้ประกอบการโรงแรมหรือภาคส่วนต่างๆ ไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามโรงแรมได้

    โดยกระทรวงฯ ได้ประเมินสถานการณ์รายวันว่าเหตุการณ์จะมีมีแนวโน้มไปทิศทางใด เพื่อเตรียมการรองรับการช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไป” นางสาวนัทรียา กล่าว

    asvadwawf

    6

    รอง ผบ.ตร. รับมอบบิ๊กไบค์ 9 คัน หนุนตำรวจพระราชดำริ ส่งต่อ “หัวใจ” ช่วยชีวิต

    พลังงานเชียงราย ตรวจปั๊มแม่สาย–แม่จัน พบหลายแห่งน้ำมันหมดชั่วคราว คาดเติมเพิ่มพรุ่งนี้เช้า

    “สมชัย” โดนแล้ว เจอโซเชียลขุด หลังเล่นงาน กกต.

    พิจิตร ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรแห่เข้าคิวซื้อน้ำมันผวาสงครามในอิหร่านจะบานปลาย

    ชาวพุทธนับหมื่นพร้อมใจ แห่ผ้าพระบฏพระราชทานบูชาพระบรมธาตุเจดีย์

    แม่สะเรียงผวาสงคราม! แห่ตุนน้ำมันหลังลือพุ่ง 4 บาท ปั๊มยันของไม่ขาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1504988&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw291JnDZVI5i631mhALYeFU

  • เที่ยวไทยแผ่ว!! ต่างชาติชะลอเดินทางทุกตลาด หลังจบตรุษจีน-ตอ.กลางฉุด : อินโฟเควสท์

    เที่ยวไทยแผ่ว!! ต่างชาติชะลอเดินทางทุกตลาด หลังจบตรุษจีน-ตอ.กลางฉุด : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 23 ก.พ. – 1 มี.ค. 69 ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทางในทุกกลุ่มตลาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออก อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์ ที่ชะลอตัวด้านการเดินทาง หลังสิ้นสุดวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลตรุษจีน แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่หนึ่งและสะสมแตะระดับ 1 ล้านคนแล้วในสัปดาห์นี้ และนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ที่เข้าสู่ช่วงท้ายของการท่องเที่ยวในช่วง Winter holiday

    สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดตะวันออกกลางและยุโรป โดยเฉพาะวันที่ 1 มี.ค. ตลาดตะวันออกกลางลดลงกว่า 60% เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า รวมถึงตลาดยุโรปที่ลดลงกว่า 25% แต่ในภาพรวมยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาสะสมแล้วกว่า 2.8 ล้านคน

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 676,963 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 202,624 คน หรือ 23.04% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 96,709 คน

    โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 122,169 คน รัสเซีย 54,794 คน มาเลเซีย 49,523 คน อินเดีย 47,391 คน และเกาหลีใต้ 33,060 คน โดยนักท่องเที่ยวอินเดียมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 10.49% ขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน รัสเซีย และเกาหลีใต้ มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 55.62% 38.63% และ 9.34% และ 3.67% ตามลำดับ

    ภาพรวมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 1 มี.ค. 69 มีจำนวนทั้งสิ้น 6,624,397 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 326,611 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,091,674 คน มาเลเซีย 622,846 คน รัสเซีย 512,044 คน อินเดีย 424,129 คน และเกาหลีใต้ 316,683 คน

    ส่วนในสัปดาห์นี้ (2-8 มี.ค.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวตลาดจีน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/573603&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3njf25UecoV54KqJDqLz3Y

  • ‘ท่องสวนทุเรียน-ชมสัตว์ป่า’  กลยุทธ์ปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026

    ‘ท่องสวนทุเรียน-ชมสัตว์ป่า’ กลยุทธ์ปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026

    มาเลเซียเดิมพันใช้การผจญภัยอย่างการท่องเที่ยวเชิงอาหารและการเดินป่าชมสัตว์ตามแคมเปญ “ปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026” เพิ่มจำนวนผู้มาเยือน

    สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ในปี 2025 มาเลเซียต้อนรับนักท่องเที่ยว 42.2 ล้านคน ปีนี้ตั้งเป้า 47 ล้านคน เน้นบริการเฉพาะกลุ่มเพื่อความโดดเด่นในภูมิภาค หลังจากการท่องเที่ยวทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมาเลเซียมากขึ้น  คิดเป็นราว 15.1% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2024 จ้างงาน 3.5 ล้านคน

     ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เช่น การขับรถไปยังสวนทุเรียนบลูปีที่รถธรรมดาไปไม่ได้กำลังเป็นที่นิยม นักท่องเที่ยวต้องฝ่าความร้อนและป่าทึบบนเส้นทางแคบคดเคี้ยว ไต่ขึ้นภูเขาห่างไกลทางภาคกลางของมาเลเซีย แต่เส้นทางทรหดแบบนี้มีเสน่ห์พอๆ กับจุดหมายปลายทาง นักท่องเที่ยวหลายคน เช่น ฮาร์เลียนดี ซาลิมจากอินโดนีเซีย เคยมาเที่ยวที่นี่หลายครั้งแล้ว

    “ที่อินโดนีเซียก็มีทุเรียนเหมือนกัน แต่รสชาติไม่เหมือน” ซาลิม วัย 43 ปี กล่าว เขาพาครอบครัวมาเที่ยวในเดือน ม.ค.เพื่อสัมผัสประสบการณ์

    มาเลเซียกำลังคาดหวังว่าการผจญภัยแบบนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น เมื่อทางการเปิดแคมเปญปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026 (Visit Malaysia 2026) หลังจากในปีที่ผ่านมาต้อนรับนักท่องเที่ยวทุบสถิติไปแล้ว ทางการหวังว่า การท่องเที่ยวรับประทานอาหาร เข้าพักในฟาร์ม และท่องเส้นทางเดินป่าจะดึงนักเดินทางเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

    ที่ผ่านมามาเลเซียเคยถูกเพื่อนบ้านอย่างไทยบดบังรัศมีมานานด้วยหาดทรายขาวและสีสันชีวิตกลางคืน ส่วนบาหลีในอินโดนีเซียก็โดดเด่นเรื่องการเล่นเซิร์ฟและสวรรค์ของเวลเนส สถานที่เหล่านั้นสร้างชื่อเสียงอันโดดเด่น ได้แรงหนุนจากวัฒนธรรมบริการอันแข็งแกร่งสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    แต่มาเลเซียก็ค่อยๆ เติบโต การให้วีซ่าฟรีแก่ชาวจีนและอินเดีย สองตลาดเอาท์บาวด์ใหญ่สุดของเอเชีย รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินช่วยหนุนให้ต่างชาติเข้ามาเลเซียมากขึ้น ประกอบกับความกังวลเรื่องความปลอดภัยในไทยชนวนเหตุจากการลักพาตัวดารายังมีอยู่ เหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้คนอยากไปมาเลเซียเพิ่มขึ้น

    ในปีที่ผ่านมา ประเทศที่มีประชากร 34 ล้านคน ต้อนรับนักท่องเที่ยวถึง 42.2 ล้านคน เพื่อรักษาแรงส่งนี้ไว้ มาเลเซียกำลังเน้นจับตลาดเฉพาะเพื่อสร้างความโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แข่งขันกันเรื่องการท่องเที่ยวสูงมาก ปีนี้มาเลเซียตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวมาเยือน 47 ล้านคน

    โมห์ด อมิรุล ริซัล อับดุล ราฮิม ผู้ว่าการการท่องเที่ยวมาเลเซียกล่าวว่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน “จากการเที่ยวชมสถานที่ไปสู่ประสบการณ์การเดินทางแบบมีเป้าหมายอย่างดื่มด่ำเข้มข้น” นั่นคือการพานักท่องเที่ยวไปในที่ที่คนรู้จักน้อย

    สถานที่อย่างแม่น้ำคินาบาตางันในรัฐซาบาห์ จุดที่พบช้างแคระและอุรังอุตังบ่อยๆและเมืองกูดัต ที่คนรุ่นใหม่ชอบไปดูดาวกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น อีกทั้งความต้องการประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ “คนท้องถิ่น” ที่เพิ่มขึ้น กำลังดึงดูดผู้คนจำนวนมากไปเที่ยวพื้นที่ชนบท ที่ซึ่งพวกเขาสามารถพักอาศัยกับชุมชนพื้นเมืองและเข้าร่วมงานเทศกาลท้องถิ่นได้

    •  ท่องเที่ยวโดดเด่น

    ในช่วงที่การส่งออกกำลังเผชิญมรสุมการค้าโลกหนักหน่วงขึ้น การท่องเที่ยวกำลังทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจมาเลเซียมากขึ้นทุกที ปีนี้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 700 ล้านริงกิต (179 ล้านดอลลาร์) ให้ภาคการท่องเที่ยว ขณะที่การท่องเที่ยวมาเลเซียคาดว่าปีนี้จะทำรายได้ 3.29 แสนล้านริงกิต จาก 2.91 แสนล้านริงกิตในปี 2025 ซึ่งรายได้จะเพิ่มขึ้นก็ต้องอาศัยความพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากจีน สิงคโปร์ และยุโรป การเสนอบริการสุดพิเศษยิ่งกว่าเดิม เช่น รีสอร์ตหรูและแผนการสร้างท่าเทียบเรือระดับพรีเมียมในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ อาจช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีฐานะเหล่านี้ได้

    โมห์ด อามิรุล กล่าวด้วยว่า ทุเรียนกำลังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีความสำคัญ เมื่อนักท่องเที่ยวบินมาที่สวนทุเรียน “พวกเขาก็ไปเที่ยวในเมืองและชอปปิงด้วย” สตีเฟน ลก ผู้ก่อตั้งสวนทุเรียนบลูปีกล่าวและว่าวันที่แขกมากที่สุดเขาเคยรับคนมาเรียนปลูกทุเรียนถึง 180 คน แน่นอนว่าหลายคนมาพักค้างคืนและรับประทานอาหารด้วย

    ทว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ร้อนแรงเช่นกัน เมื่อประเทศอื่นๆ ต่างหาทางหนุนการเติบโต ในเดือน ม.ค. ฟิลิปปินส์ยกเลิกวีซ่าสำหรับชาวจีนเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในไทยมีรายงานว่าทางการกำลังสำรวจช่องทางทำสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ขณะที่เวียดนาม แหล่งท่องเที่ยวโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเปิดชุดมาตรการดึงนักเดินทางจากประเทศพัฒนาแล้ว

     ฮันนาห์ เพียร์สัน ผู้อำนวยการแผนการท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทที่ปรึกษาเพียร์ แอนเดอร์สัน กล่าวว่ แม้มาเลเซียมี “ส่วนผสมทุกอย่าง” สำหรับการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เป้าหมายของปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026 นั้นยากจะบรรลุแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยว 42.2 ล้านคนของมาเลเซียจะมากกว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวแค่เดินทางมาระยะสั้นเช่น คนที่ข้ามพรมแดนมาจากสิงคโปร์ คิดเป็นเกือบ 40% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด

    เมื่อเทียบกับไทยยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคที่ปีก่อนต้อนรับนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน เวียดนาม 21.2 ล้านคนและอินโดนีเซียราว 15 ล้านคน ตัวเลขนี้รวมนักท่องเที่ยวไปเช้าเย็นกลับด้วย

     นอกจากนี้ช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับมาเลเซียโดยเฉพาะนอกเมืองใหญ่ ดังนั้นจำนวนที่เพิ่มขึ้นอาจถึงคราสิ้นสุด

    “ผลประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากการผ่อนปรนข้อกำหนดวีซ่าได้ถูกเก็บเกี่ยวไปแล้วในปี 2024 และ 2025”คณะนักวิเคราะห์จากโนมูระโฮลดิงส์เคยรายงานไว้ในเดือน ธ.ค. ดังนั้นการจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2026 ต้องใช้ความพยายามทำตลาดอย่างหนัก

    สกุลเงินแข็งค่าอาจเป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ตั้งแต่ต้นปี 2024 เงินริงกิตแข็งค่าขึ้นราว 18% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ สูงกว่าสกุลเงินเอเชียอื่นๆ

    อย่างไรก็ตาม มีความหวังว่าแคมเปญปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026 จะสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวมาเลเซียกล่าวว่า นักท่องเที่ยวเข้ามามากอย่างมีนัยสำคัญช่วงวันหยุดตรุษจีนกว่า 8,000 คนภายในสองชั่วโมงแรกของตรุษจีนวันแรก

    เคแอล ตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จัดพรีเมียมทัวร์ในซาบาห์ให้เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวแต่ละคน กล่าวว่า ปีการท่องมาเลเซียปีก่อนๆ นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพุ่งถึง 20% ความต้องการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเพิ่มรายได้ให้กับเขาถึงสี่เท่าในปีที่ผ่านมา และเขาคาดหวังอย่างมากว่าปีท่องเที่ยวมาเลเซีย 2026 จะดียิ่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะตั้งเป้าไว้สูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1223523&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Hxru5cXlhZ1M7G8VzlXE4

  • ท่องเที่ยวเชียงใหม่ย้ำปลอดภัย เที่ยวได้ตามปกติ แม้ตะวันออกกลางตึงเครียด

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่ย้ำปลอดภัย เที่ยวได้ตามปกติ แม้ตะวันออกกลางตึงเครียด

    ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ติดตามผลกระทบเหตุความไม่สงบตะวันออกกลาง ยืนยันสถานการณ์ในจังหวัดยังปกติ มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้ม นักท่องเที่ยวเที่ยวได้ตามปกติ

    วันที่ 3 มี.ค.69 นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบกรณีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้บูรณาการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ติดตามและสอบถามผู้ประกอบการภายในท่าอากาศยานและผู้โดยสาร ถึงผลกระทบต่างๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสถานการณ์ทั่วไปเป็นปกติ ขอให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่ายังสามารถท่องเที่ยวและดำเนินชีวิตในจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างปกติ

    ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากล อีกทั้งทุกหน่วยงานมีความพร้อมและจะมีการประเมินสถานการณ์รายวัน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่อไป

    อย่างไรก็ตาม อาจมีสายการบินที่ได้รับผลกระทบบางส่วนแต่ได้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132533&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0e2e75ImDhGSwwx3-ZRz_0

  • ญี่ปุ่นเตรียมจัดทำแนวทาง “สองราคา” ตามสถานที่ท่องเที่ยว มุ่งแก้ปัญหานทท.ล้น : อินโฟเควสท์

    ญี่ปุ่นเตรียมจัดทำแนวทาง “สองราคา” ตามสถานที่ท่องเที่ยว มุ่งแก้ปัญหานทท.ล้น : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมยกร่างแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งราคาแบบ Dual Pricing หรือระบบสองราคา ตามสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดูแลผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นกับการจัดการภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

    ยาซูชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น เปิดเผยในการแถลงข่าววันนี้ว่า แม้การกำหนดราคาควรเป็นหน้าที่หลักของผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะพิจารณาตามความต้องการของตลาดและปัจจัยอื่น ๆ แต่รัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้คำแนะนำเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

    “การกำหนดราคาในรูปแบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการและรักษามาตรฐานการให้บริการต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคตถือเป็นเรื่องสำคัญ” คาเนโกะกล่าวระหว่างการแถลงข่าว

    กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว เตรียมเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารือในรายละเอียดเชิงลึกสำหรับการจัดทำแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

    ในปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอย่างมากในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีจำนวนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 40 ล้านคนเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กลับนำมาซึ่งปัญหาหลายด้าน ทั้งความแออัดในพื้นที่สาธารณะ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปัจจุบัน กรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency: JTA) พบว่า เริ่มมีการใช้มาตรการด้านราคาที่หลากหลาย เช่น การมอบส่วนลดพิเศษแก่คนในท้องถิ่น หรือการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเด็ก

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นเมืองฮิเมจิ ทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ประกาศปรับเพิ่มค่าเข้าชมปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก สำหรับนักท่องเที่ยวอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จาก 1,000 เยน เป็น 2,500 เยน ขณะที่เมืองยอดนิยมอย่างเกียวโตกำลังพิจารณาปรับเพิ่มค่าโดยสารรถประจำทางสำหรับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมือง ควบคู่ไปกับการลดค่าโดยสารให้แก่คนในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2570

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขอให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิจารณานำระบบสองราคานี้มาใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2574

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/573584&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LOFddrUPUhK2SgM93M9D6

  • ‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 73.14 จุด เหตุจากแรงช้อนซื้อหลังร่วงหนัก

    ‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 73.14 จุด เหตุจากแรงช้อนซื้อหลังร่วงหนัก

    ‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 73.14 จุด เหตุจากแรงช้อนซื้อหลังร่วงหนัก

    ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันจันทร์ (2 มี.ค.) 

    ส่วนดัชนี S&P500 พลิกปิดแดนบวก เพราะนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ดิ่งลงอย่างหนักในช่วงต้นการซื้อขาย ขณะที่ยังคงประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง 

    หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ตามมาด้วยการตอบโต้อย่างหนักของอิหร่านทั่วภูมิภาค

    • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,904.78 จุด ลดลง 73.14 จุด หรือ -0.15%
    • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,881.62 จุด เพิ่มขึ้น 2.74 จุด หรือ +0.04% 
    • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,748.86 จุด เพิ่มขึ้น 80.65 จุด หรือ +0.36%

    ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นฉุดหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวลดลง โดยหุ้นกลุ่มสายการบินและเรือสำราญกอดคอกันร่วง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าต้นทุนค่าน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจะกลายเป็นภาระหนักของธุรกิจ 

    ‘ดาวโจนส์’ ปิดลบ 73.14 จุด เหตุจากแรงช้อนซื้อหลังร่วงหนัก

    โดยสายการบินหลักของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง Delta Air Lines, United Airlines และ American Airlines ปรับตัวลดลงระหว่าง 2-5% ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มพลังงานที่พุ่งขึ้น 1.95% และหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.98%

    นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้ตลาดเปิดมาด้วยการเทขายอย่างรุนแรง 

    ดัชนี S&P 500 ดิ่งลงไป 1.2% ส่วนดัชนี Nasdaq ที่ร่วงลงถึง 1.6% ในช่วงต้นเซสชัน แต่ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ สามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนประเมินว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในอดีตมักไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นในระยะยาว ทำให้มีแรงซื้อคืนกลับเข้ามาประคองตลาดไว้ได้ในที่สุด

    ข้อมูลสถิติจาก Wells Fargo ระบุว่า โดยปกติแล้วดัชนี S&P 500 มักจะกลับมาเป็นบวกได้ภายใน 2 สัปดาห์หลังเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ และโดยเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น 1% เมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน

    อย่างไรก็ดี อีกปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดฟื้นตัวคือ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดของวัน ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องผลกระทบของสงครามต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

    โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้คือ โอกาสสุดท้ายและดีที่สุด” ในการกำจัดภัยคุกคามจากระบบที่เรียกว่า น่ารังเกียจและชั่วร้าย พร้อมคาดการณ์ว่าความขัดแย้งอาจใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ แต่อาจยืดเยื้อกว่านั้น

    ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างดูไบและอาบูดาบี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลว่า อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปกจะหยุดชะงักการผลิต โดยราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 12% ในช่วงสูงสุดของวัน

    อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันจะลดระดับลงมาบ้าง แต่ราคาน้ำมันดิบยังคงซื้อขายในระดับสูงที่กว่า 70 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก หากมีการปิดช่องแคบเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกและกระตุ้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออีกครั้ง

    หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดไว้ โดย Northrop Grumman พุ่งขึ้น 6% และ Lockheed Martin บวกกว่า 3% ด้านหุ้น Exxon Mobil บวก 1.1% ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงภายหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

    แรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีส่วนช่วยหนุนตลาดเช่นกัน โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นผู้นำตลาดอย่าง Nvidia ซึ่งปรับตัวขึ้น 2.9% และ Microsoft บวก 1.5% เนื่องจากมองว่าเป็นบริษัทที่มีกระแสเงินสดสูงและมีความทนทานต่อผลกระทบจากสงคราม

    นอกจากประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์แล้ว เทรดเดอร์ยังคงจับตามองสัญญาณทางเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเพื่อประเมินสถานการณ์ตามความเป็นจริง โดยนักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์จะเพิ่มขึ้น 60,000 ตำแหน่ง ลดลงจากเดือนมกราคมที่ตัวเลขออกมาแข็งแกร่งเกินคาดที่ 130,000 ตำแหน่ง ซึ่งเคยช่วยคลายความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปได้ก่อนหน้านี้

    สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันจันทร์ ได้แก่ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 52.4 ในเดือนก.พ. จากระดับ 52.6 ในเดือนม.ค. แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.0

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/finance/652847&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2de0wMAYSySwvG-_xjbaqB

  • ยิ่งใหญ่ตระการตา!! นครพิษณุโลกเปิดเทศกาลง่วนเซียว สืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน

    ยิ่งใหญ่ตระการตา!! นครพิษณุโลกเปิดเทศกาลง่วนเซียว สืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน

    เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 มีนาคม 2569  เทศบาลนครพิษณุโลก ได้จัดงานประเพณีเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 2–6 มีนาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างสิริมงคลให้แก่ประชาชนในช่วงเริ่มต้นปีใหม่จีนขึ้น โดยก่อนมีพิธีเปิดงานได้มีการเดินขบวนแห่ง่วนเซียว ที่เริ่มต้นจากการศาลเจ้าปุนเถ่ากง-ม่า ศาลเจ้าพ่อเสือ แสดงเอ็งกอ เชิดสิงโต มังกรสวรรค์ มาตามเส้นทางถนนบรมไตรโลกนาถ ผ่านวงเวียนหอนาฬิกา วงเวียนรถไฟ มีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก ก่อนมาถึงสวนกลางเมือง

    จากนั้นเวลา 19.00 น. ในพิธีเปิดนาย ศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครพิษณุโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานประเพณีเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2569 ต่อ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการ จังหวัดพิษณุโลก ประธานในพิธีเปิด โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

    นายศิริชิน กล่าวว่า เทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก สหสมาคมไทย-จีนจังหวัดพิษณุโลก และภาคีเครือข่าย จัดงานประเพณีเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 2–6 มีนาคม 2569 เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมไทย-จีน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างสิริมงคลให้แก่ประชาชนในช่วงเริ่มต้นปีใหม่จีน โดยภายในงานมีการประดับโคมไฟสีแดงนับพันดวง สร้างบรรยากาศสวยงามตระการตา

    ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงาน (2–6 มีนาคม 2569 เวลา 17.00–23.00 น.) มีกิจกรรมออกร้านอาหารสไตล์ไทย-จีนและร้านของที่ระลึกกว่า 100 ร้านค้า กิจกรรม Chinese Lantern Workshop การตกแต่งโคมไฟและเขียนการ์ดคำมงคล กิจกรรมขอพรเทพเจ้าจากศาลเจ้าปุนเถ่ากง-ม่า ศาลเจ้าพ่อเสือ และศาลเจ้าจำลองภายในงาน พร้อมแจก “ฮู้แก้ชง” สำหรับผู้ที่เกิดปีชง ได้แก่ ปีเถาะ ปีระกา ปีชวด และปีมะเมีย

    นอกจากนี้ ยังมีจุดถ่ายภาพเช็กอินยอดนิยม อาทิ ซุ้มประตูทางเข้า โคมไฟศาลเจ้า โคมไฟนกยูง หุ่นโคมไฟ 12 นักษัตร รวมถึงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี

    สำหรับกิจกรรมไฮไลท์ตลอด 5 วัน ประกอบด้วย

    วันที่ 2 มีนาคม 2569 ขบวนแห่ง่วนเซียว พิธีเปิด การแสดงเอ็งกอ เชิดสิงโต มังกรสวรรค์ และคอนเสิร์ตจาก จ๊ะ นงผณี มหาดไทย

    วันที่ 3 มีนาคม 2569 การแสดงงิ้ว เปลี่ยนหน้ากาก และคอนเสิร์ตจาก ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช

    วันที่ 4 มีนาคม 2569 การประกวดหนูน้อยง่วนเซียว และการแสดงศิลปะไทย-จีน

    วันที่ 5 มีนาคม 2569 การประกวดอาซ้อง่วนเซียว และการแสดงศิลปะผสมผสานไทย-จีน

    วันที่ 6 มีนาคม 2569 การแสดงจินตลีลาเพลงจีนชุด “วิหคพลัดถิ่น แห่งสองแคว”

    แนวคิดการจัดงานในปีนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดพลังแห่งสิริมงคล ภายใต้แนวคิด “สิริมงคลผ่านประตูวงพระจันทร์ สู่เวทีบัลลังก์พระราชวังปักกิ่ง” จำลองบรรยากาศความยิ่งใหญ่จาก พระราชวังต้องห้าม ผสานหลักฮวงจุ้ยและดาราศาสตร์จีนอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมี 3 ไฮไลท์มงคลสำคัญ ได้แก่ ซุ้มประตูวงพระจันทร์ เวทีบัลลังก์จำลอง และศาลเจ้าจำลององค์ตั่วเหล่าเอี๊ยะ เพื่อเสริมพลังความเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ผู้ร่วมงาน

    ทั้งนี้ ผู้จัดงานเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกายด้วยชุดจีนหรือกี่เพ้า มาร่วมถ่ายภาพและสัมผัสบรรยากาศแห่งวัฒนธรรมและความศรัทธา ที่สืบทอดยาวนานกว่า 2,000 ปี ภายในงานประเพณีเทศกาลง่วนเซียว ประจำปี 2569

    /////////////

    แสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.phitsanulokhotnews.com/2026/03/02/193558&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NaRKPp_huTfoNTIwf1Xh0

  • ญี่ปุ่นเตรียมจัดทำแนวทาง “สองราคา” ตามสถานที่ท่องเที่ยว มุ่งแก้ปัญหานทท.ล้น : อินโฟเควสท์

    ญี่ปุ่นเตรียมจัดทำแนวทาง “สองราคา” ตามสถานที่ท่องเที่ยว มุ่งแก้ปัญหานทท.ล้น : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมยกร่างแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งราคาแบบ Dual Pricing หรือระบบสองราคา ตามสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดูแลผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นกับการจัดการภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

    ยาซูชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น เปิดเผยในการแถลงข่าววันนี้ว่า แม้การกำหนดราคาควรเป็นหน้าที่หลักของผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะพิจารณาตามความต้องการของตลาดและปัจจัยอื่น ๆ แต่รัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้คำแนะนำเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

    “การกำหนดราคาในรูปแบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการและรักษามาตรฐานการให้บริการต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคตถือเป็นเรื่องสำคัญ” คาเนโกะกล่าวระหว่างการแถลงข่าว

    กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว เตรียมเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารือในรายละเอียดเชิงลึกสำหรับการจัดทำแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

    ในปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอย่างมากในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีจำนวนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 40 ล้านคนเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กลับนำมาซึ่งปัญหาหลายด้าน ทั้งความแออัดในพื้นที่สาธารณะ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปัจจุบัน กรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency: JTA) พบว่า เริ่มมีการใช้มาตรการด้านราคาที่หลากหลาย เช่น การมอบส่วนลดพิเศษแก่คนในท้องถิ่น หรือการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเด็ก

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นเมืองฮิเมจิ ทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ประกาศปรับเพิ่มค่าเข้าชมปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก สำหรับนักท่องเที่ยวอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จาก 1,000 เยน เป็น 2,500 เยน ขณะที่เมืองยอดนิยมอย่างเกียวโตกำลังพิจารณาปรับเพิ่มค่าโดยสารรถประจำทางสำหรับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมือง ควบคู่ไปกับการลดค่าโดยสารให้แก่คนในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2570

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขอให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิจารณานำระบบสองราคานี้มาใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2574

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRE20IQ67JJCOL9WXJSPLL1QFZWRJIUF&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yXWo7O5gASpohf4oSH4ZN

  • ‘ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์2026’ ดึงนักหวดระดับโลกร่วม โปรโมต4เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    ‘ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์2026’ ดึงนักหวดระดับโลกร่วม โปรโมต4เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    เรด ทาเลนท์ กรุ๊ป ผนึกกำลัง สมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ จัดแข่งขันเทนนิส  “Jersey Launch:Thailand Tennis Masters 2026” (เจอร์ซีย์ ลันช์: ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026) ดึงนักหวดระดับโลกร่วมเปิดตัว ชูสปอร์ตทัวริซึ่ม โปรโมต 4 เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    นางสาวนันท์นภัส นันตะสุข ผู้แทนกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ และ นายซาชิน โทมาร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน บริษัท เรด ทาเลนต์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขันเทนนิสนานาชาติรายการใหญ่ “Jersey Launch: Thailand Tennis Masters 2026”  (เจอร์ซีย์ ลันช์: ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026) อย่างเป็นทางการ  ที่ โรงแรม เอ็นเอช กรุงเทพ สุขุมวิท

    ร่วมด้วย 2 นักเทนนิสหนุ่มดาวรุ่งของไทย นำโดย “เจได” เครดิต ไชยรินทร์ และ “วินเนอร์” ธีรภัทร ขันติวีรวัฒน์

    ไฮไลต์พิเศษมีการเปิดตัวชุดแข่งขัน Jersey (เจอร์ซีย์) โฉมใหม่ รวมทั้งดึงนักเทนนิสระดับโลกจาก ATP (เอทีพี) ร่วมเป็นตัวแทนโปรโมต 4 คลับจากเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ, พัทยา, ภูเก็ต และหัวหิน สู่สายตาแฟนกีฬาเทนนิสทั่วโลก 

    กิจกรรมครั้งนี้ ทาง สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (LTAT) ร่วมกับ บริษัท เรด ทาเลนท์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท อีลาน อีเวนท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด ร่วมจัดการแข่งขัน

    นายซาชิน โทมาร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน บริษัท เรด ทาเลนต์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “เป้าหมายหลักของเราคือการใช้กีฬาเทนนิสเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Sports Tourism) อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงตั้งใจใช้ชื่อ ‘Thailand’ (ไทยแลนด์) เป็นชื่อรายการแข่งขันหลัก” 

    โดยให้นักกีฬาแต่ละคลับเป็นตัวแทนในการโปรโมตมนต์เสน่ห์ของ 4 เมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย ซึ่งภาพความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันจะถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านเครือข่ายของ Thailand Tennis Masters ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ เพื่อผลักดันให้กีฬาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย” 

    นอกจากนี้ ไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการเปิดตัวชุดแข่งขันโดย 4 นักเทนนิสชายระดับโลก ประกอบด้วยนักกีฬาต่างชาติ อาทิ เกรกรอรี่ โลมาคิน (Grigoriy Lomakin) จากคาซัคสถาน 

    สำหรับการแข่งขัน Thailand Tennis Masters 2026 ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-20 เมษายน 2569 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ (Nonthaburi Tennis Centre) โดยมีนักเทนนิสระดับนานาชาติเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 16 คน แข่งขันรวม 31 แมตช์ ตลอดระยะเวลา 8 วัน

    นอกจากนี้ยัง ได้รับความร่วมมือ จากเครือข่าย EuRo sport (ยูโร สปอร์ต) สถานีเครือข่ายกีฬาที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในยุโรป รวมทั้งแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่จะถ่ายทอดการแข่งขันรายการนี้ไปทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/956822/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NMprRiopLjsHocJSy4UhL

  • รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    วันที่ 2 มีนาคม 2569 จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง

    สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระยะยาว พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจคุณภาพน้ำทะเล และประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะแนวปะการังและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต

    ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งและระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับทันที หากพบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันเพิ่มเติม

    ขณะที่ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งระดมเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ลงพื้นที่อ่าวปะตก (อ่าวพลับพลา) และอ่าวสยาม เพื่อเก็บรวบรวมก้อนน้ำมันที่ตกค้างบริเวณหาดทรายและโขดหิน ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยว โดยพบว่ายังมีคราบน้ำมันบางส่วนเกาะติดโขดหินในอ่าวสยาม เนื่องจากน้ำมันละลายปะปนกับพื้นผิวหินและทราย ทำให้การจัดเก็บเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จะติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับพื้นที่ชายหาดราไวย์ หาดยะนุ้ย และหาดในหาน จากการสำรวจล่าสุดไม่พบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันเพิ่มเติม เบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพยากรสำคัญ โดยเฉพาะแนวปะการังซึ่งส่วนใหญ่เป็นปะการังน้ำลึก ทั้งนี้ได้ประสานไลฟ์การ์ดและผู้ประกอบการในพื้นที่เฝ้าระวัง หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว

    อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/956706/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zX8pPdwW_2T8SeRmSTQHn