Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยวเหงา นักท่องเที่ยวหาย หวั่นไม่มีน้ำมันกลับบ้าน | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    ท่องเที่ยวเหงา นักท่องเที่ยวหาย หวั่นไม่มีน้ำมันกลับบ้าน | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ในหลายพื้นที่ก็ยังเจอปัญหาดังกล่าว ทำเอาที่เที่ยวหลายแห่ง เริ่มซบเซา เพราะกังวลว่าไปเที่ยวแล้วจะไม่มีน้ำมันเติมกลับบ้าน

    #ท่องเที่ยว #น้ำมัน #น้ำมันขาดแคลน #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันข่าวสุดสัปดาห์
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214550&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hNncF7uWmQ5la_4ul4ivk

  • โลกผวา! อิหร่าน ขู่ถล่มสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    โลกผวา! อิหร่าน ขู่ถล่มสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว สำหรับการสู้รบในตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะอิหร่านประกาศล้างแค้นให้ผู้นำระดับสูงที่โดนลอบสังหาร ส่วนนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็ประกาศว่าส่งกองกำลังภาคพื้นเข้าโจมตีเพิ่มเติม

    ล่าสุดอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีสวนสาธารณะหรือสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ถ้ายังโดนรุกรานอธิปไตย แน่นอนว่า อิหร่านไม่เคยขู่เฉยๆ ยังคงเดินหน้าปล่อยขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐฯ

    #สงครามตะวันออกกลาง #อิหร่าน #สู้รบตะวันออกกลาง #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันข่าวสุดสัปดาห์
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214547&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38jnFbyPZ0RMrUxw_fozbx

  • ดีบีดีสนธิกำลังลุยพัทยา ทลายเครือข่าย “นอมินี” พบพิรุธคนไทยคนเดียวถือหุ้น 100 บริษัท

    ดีบีดีสนธิกำลังลุยพัทยา ทลายเครือข่าย “นอมินี” พบพิรุธคนไทยคนเดียวถือหุ้น 100 บริษัท

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนธิกำลังหน่วยงานพันธมิตรบุกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ปูพรมตรวจเข้มธุรกิจ “นอมินี” ท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ พบพิรุธหนักคนไทยคนเดียวถือหุ้นแทนต่างชาติกว่า 100 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท สั่งเพิกถอนใบอนุญาต 4 บริษัทนำเที่ยวทันที พร้อมขู่โทษหนักคุก 3 ปี ปรับ 1 ล้านบาท

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18-20 มี.ค.69 ทีมปราบนอมินีของกรม และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ร่วมกันลงพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่ต้องสงสัยเป็นนอมินี หรือคนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือถือหุ้นแทน เพื่อให้คนต่างชาติทำธุรกิจในไทย ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

    ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย 4 แห่ง ที่ใช้ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวจดทะเบียนหลายบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้นคนไทยคนเดียวมีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัทมากกว่า 100 บริษัท ซึ่งต้องลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยกลุ่มนี้ คาดว่ามีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำแนะนำ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้ามหรือต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยกรมได้ให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงด่วน หากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

    นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบนิติบุคคล ซึ่งประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีพฤติกรรมนอมินี เบื้องต้นพบว่า มีนิติบุคคล 4 ราย ที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท ทำให้สัดส่วนของกรรมการ ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติตามมาตรา 17 (1) ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไว้ ณ สถานประกอบการ โดยนิติบุคคล 4 ราย คือ บริษัท อะลิเทีย ทัวร์ จำกัด, บริษัท ยอร์ อินโด-ไทย กรุ๊ป จำกัด, บริษัท วาย เจ เอซ จำกัด และบริษัท ดิ วี-เอ็กท์ จำกัด 

    ขณะที่การตรวจสอบธุรกิจต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย ทั้งที่เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการนั้น กรมจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายจริง จะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด รวมทั้งยังได้ตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งพบว่า จังหวัดชลบุรี มีธุรกิจต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจต้องห้าม 146 ราย 

    “กรมมุ่งป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เพราะบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทย หากตรวจพบการกระทำผิด จะประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ขอเตือนคนไทยที่สนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะจะมีความผิดเช่นเดียวกับคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย คือ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”.

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2921603&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Kdj5rVB7NBltiKSR4EnVT

  • บุรีรัมย์จัดใหญ่ ‘ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นส่อง 15 ช่องประตูปราสาท

    บุรีรัมย์จัดใหญ่ ‘ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นส่อง 15 ช่องประตูปราสาท

    จ.บุรีรัมย์เตรียมจัดงาน “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งประจำปี 2569” ยิ่งใหญ่ 3-5 เม.ย. นี้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมวิถีไทยตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเชิญชวนร่วมชมมหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาท หนึ่งเดียวในโลก

    22 มีนาคม 2569 จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2569 ที่มีกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมขอม และเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน แสดงถึงเอกลักษณ์ทรงคุณค่าของท้องถิ่นและศิลปะวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์และสืบสานสู่อนุชนรุ่นหลัง บอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกของจังหวัดบุรีรัมย์ และมรดกของชาติ อันทรงคุณค่าอย่างน่าภูมิใจ สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยตามนโยบายของรัฐบาล

    โดยในปีนี้ กิจกรรมประกอบด้วย พิธีบวงสรวงองค์พระศิวะมหาเทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ขบวนอัญเชิญ พระศิวะมหาเทพ, ขบวนสัตว์พาหนะเทพผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 และขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย เทพพาหนะผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ

    การรำถวายชุด “เหนือศรัทธาวนัมรุง” ขบวนแห่สักการะ จากนางรำกว่า 800 คน ที่บรรจงแต่งกายด้วยชุดที่สวยงามร่วมขบวน การแสดง ระบำอัปสราบุรีรัมย์

    นอกจากนั้นยังเที่ยวชม “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ให้ผู้ที่มาเที่ยวงานจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้ง ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้เลือกซื้อ เลือกชม และเลือกชิม พร้อมทั้งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้านตลอดงาน

    นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งปีนี้ จะมีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิต ณ เขาพนมรุ้ง ในเช้าวันที่ 4 เมษายน 2569 จากนั้น ในเวลาประมาณ 16.00 น. เป็นต้นไป จะเป็นขบวนอัญเชิญพระศิวะมหาเทพ ขบวนสัตว์พาหนะเทพผู้พิทักษ์ประจำทิศ 10 ทิศ ขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ขบวนแห่สักการะ นักท่องเที่ยวจะได้ชมริ้วขบวนหลวง ที่งดงามยิ่งใหญ่ ของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าชายนเรนทราทิตย์ ผู้สร้างปราสาทพนมรุ้ง เสด็จฯจากเมืองพระนครหลวง มายังเทวาลัยพนมรุ้ง พร้อมกับ นางจริยา นางสนองพระโอษฐ์ ข้าทาสบริวาร ขบวนเทพพาหนะ เพื่อถวายเป็นเทวาสักการะแด่เทพผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10 แห่งจักรวาล ได้แก่ หงส์ ช้าง โค ระมาด คชสีห์ นกยูง นาค ม้า รากษส กระบือ

    ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 5 เมษายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ขึ้น สาดแสงส่องตรง 15 ช่องประตู ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.50 ถึงเวลา 06.10 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตตามความเชื่ออีกด้วย

    ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ร่วมพิธีบวงสรวงองค์พระศิวะและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนปราสาทเขาพนมรุ้งแล้ว ผู้ที่มาเที่ยวชมงานจะได้ชมขบวนแห่ราชประเพณีขอมโบราณที่งดงาม ยังได้มีโอกาสขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตบนยอดเขาพนมรุ้งเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย

    จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายนนี้ และมาร่วมชม รับแสงพระอาทิตย์ขึ้นที่สาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตูปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตด้วย

    สำหรับปราสาทพนมรุ้ง เป็นเทวสถานในศิลปกรรมขอมแห่งเดียวในโลกที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ผสมผสานภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมการก่อสร้างปราสาทให้แสงอาทิตย์ส่องตรง 15 ช่องประตูผ่านศิวะลึงค์ที่เปรียบเสมือนองค์พระศิวะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในปรางค์ประธานของปราสาทพนมรุ้ง เปรียบเสมือนเขาไกรลาส บนสรวงสวรรค์.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/967405/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DB8Y4DhTCePFRfSzQob-W

  • ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ททท. จับมือ Japan and Friends พาสี่ขาเที่ยวไทยสายกรีน ในงาน “Amazing Furry Tales”

    วงการคนรักสัตว์ต้องละลาย! เมื่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยอนุสาร อ.ส.ท. รุกตลาด Pet Tourism เต็มสูบ จัดงานแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Amazing Furry Tales : เที่ยวไทยไปกับแก๊งค์ขนฟู” ณ Pumpkin Art Town จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา งานนี้คว้าตัวซุปตาร์สี่ขาขวัญใจมหาชน “จุ๊มเหม่ง และใจดี” มาส่งต่อพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก
     

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    โมเมนต์ฮีลใจกับแก๊งขนฟูและไลฟ์สไตล์ Pet-Friendly

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมี “แป้น” ณภัค ภักดีอิสรา และน้องๆ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางในฐานะ Pet Parent คุณภาพ ที่ไม่ใช่แค่พาสัตว์เลี้ยงเที่ยว แต่ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการค้นหาเสน่ห์ของ “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วไทย ภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรัก

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า กิจกรรม “Amazing Furry Tales : เที่ยวไทยไปกับแก๊งค์ขนฟู” เป็นการจัดกิจกรรม On Ground โดย อนุสาร อ.ส.ท. ชวนแฟนเพจ Japan and Friends และผู้ที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสช่วงเวลาแห่งการ “ฮีลใจ” ไปกับแก๊งขนฟู เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและเชื่อมโยงความรู้สึก แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของกลุ่ม Pet Parent เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง 

    โดยกิจกรรมนี้ต่อยอดจากการที่ ททท. และแฟนเพจ Japan and Friends ร่วมกันนำเสนอคอนเทนต์ออนไลน์ชวนผู้ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงออกเดินทางไปกับเรื่องราวสุดป่วนชวนอมยิ้มของ “จุ๊มเหม่ง เจได ใจดี” พร้อมสอดแทรกสาระและข้อคิดสำหรับพ่อแม่น้องหมาน้องแมวที่กำลังเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงแสนรักออกเดินทางทั่วไทย  

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

    เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบ Pet-Friendly Tourism ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Pet Parent ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งใน Sub-Culture Trend ที่มีศักยภาพสูง 
     

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    กิจกรรมสุดคิวท์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    งานนี้ไม่ได้มีแค่ความน่ารักของน้องหมา แต่ยังสอดแทรกแนวคิดความยั่งยืนผ่านเวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์:

    DIY ปลอกคอและกำไล: ประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิลและขยะจากทะเล สื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติแบบเข้าใจง่ายและน่ารัก

    แต่งหน้าคัพเค้กสำหรับสัตว์เลี้ยง: กิจกรรมสนุกๆ จาก Dogeky ที่เอาใจน้องหมาโดยเฉพาะ

    ของที่ระลึกสุด Limited: แฟนคลับผู้โชคดีได้รับทั้งโปสการ์ด 6 แบบ และสติกเกอร์แก๊งขนฟู พร้อมโอกาสบันทึกภาพร่วมกับ Japan and Friends อย่างใกล้ชิด

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ปักหมุดเที่ยวตามรอย “จุ๊มเหม่ง”

    ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนผ่านยอดการรับรู้คอนเทนต์ออนไลน์ที่ทะลุ 1 ล้านคน-ครั้ง โดย ททท. และ Japan and Friends ยังเตรียมปล่อยคอนเทนต์วิดีโอสั้นอีก 2 ตอนในวันที่ 21 และ 28 มีนาคมนี้ เพื่อพาแฟนๆ ไปสัมผัสความงามของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.นครศรีธรรมราช ในสไตล์รักษ์โลกอย่างต่อเนื่อง ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/739735&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bCZu8mcM7kP2m4Zwa5mCj

  • ท่องเที่ยว ‘เกาะมุก’ กำลังโต แต่สาธารณูปโภคไม่พร้อม หวั่น นทท.หนีหาย!

    ท่องเที่ยว ‘เกาะมุก’ กำลังโต แต่สาธารณูปโภคไม่พร้อม หวั่น นทท.หนีหาย!

    ละมัย ลาภศิริโสภา นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะมุก นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เพื่อไปดูปัญหาและอุปสรรคการท่องเที่ยวของเกาะมุก ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เกาะมุกเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม ยุโรปและกลุ่มสแกนดิเนียเวีย ที่เดินทางหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน ไม่ขาดสายในแต่ละปีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวเข้ามาพักที่นี้คนละ 1-2 สัปดาห์

    ในปีนี้ก็เช่นกัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่เกาะมุกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละคนแต่ละกลุ่มจองที่พัก สูงสุด 1 เดือนน้อยสุดคือ 1 สัปดาห์ เนื่องจากค่าของชีพบนเกาะไม่แพง อีกทั้งเป็นเกาะขนาดเล็กที่มีความเป็นธรรมชาติสวยงาม ที่นี่ไม่มีรถยนต์ ไม่มีมลภาวะอะไรมากมาย มีเพียงรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่เป็นยานพาหนะใช้บนเกาะ ไว้รองรับขนส่งนักท่องเที่ยว นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินเท้าเพื่อไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บนเกาะ จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคือ “หาดซันเซ็ท” หรือ “หาดฝรั่ง” ซึ่งเป็นชายหาดที่มีความกว้างประมาณเกือบ 500 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันตกออกสู่ทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo09-1.jpg

    “หาดซันเซ็ท” (หาดฝรั่ง) เป็นหาดสาธารณะนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนแบบอิสระเสรี ชายหาดที่เกาะแห่งนี้มีทรายสวยน้ำทะเลใส บรรยากาศสวยงามมีต้นมะพร้าว ต้นไม้ขนาบฝั่งซ้ายและขวาของหาด ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปจะนิยมมานอนอาบแดดกันที่ชายหาดซันเซ็ทหรือหาดฝรั่งตรงนี้เกือบ 100% ส่วนชายหาดสบาย และถ้ำมรกตก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ

    โห้องพักโรงแรมที่ติดระดับ 3-4 ดาว มีประมาณ 5-6 รายเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านที่สร้างมีขนาด 5-8 ห้อง ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว บนเกาะยังมีร้านอาหารที่เปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยว และห้องพักบนเกาะ ประมาณ 1,000 ห้องขึ้นไป

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ข้อมูลล่าสุดจากการสอบถามผู้ประกอบการ ว่าพบปัญหาที่เกิดขึ้นบนเกาะมุก จ.ตรัง ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อทั้งคุณภาพชีวิตชาวบ้านและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว คือ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ถนนหนทางที่ไม่ได้มาตรฐานเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ประกอบกับ ระบบไฟส่องสว่าง ที่เสียสะสมมานานกว่าครึ่งปี ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการเดินทางช่วงกลางคืนอย่างมาก

    นอกจากนี้ปัญหาขาดแคลนน้ำจืดสำหรับการอุปโภคและบริโภค เป็นปัญหาเรื้อรังที่หนักที่สุด เนื่องจากเกาะไม่มีแหล่งน้ำดิบเพียงพอ ต้องพึ่งพาน้ำบาดาล ซึ่งปัจจุบันมีสภาพเป็น น้ำกร่อย ไม่สามารถอุปโภคบริโภคได้ดีเท่าที่ควร รวมถึงปัญหา สุนัขจรจัด ที่มีจำนวนมากและมีพฤติกรรมไล่นักท่องเที่ยว กลายเป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ปลอดภัย

    สถานการณ์ปัจจุบัน ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง และผู้ประกอบการในพื้นที่กำลังเร่งจี้ให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นและจังหวัดเข้ามาตั้งงบประมาณซ่อมแซมไฟฟ้า และวางแผนจัดการระบบประปาบนเกาะอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวและฟื้นฟูความเชื่อมั่น

    “ผู้ประกอบการรีสอร์ท รวมถึงประชาชนบนเกาะประสบปัญหาขณะนี้ คือ ไฟส่องสว่างบนถนนดับเกือบ 100% มาเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนแล้ว เคยร้องขอความช่วยเหลือไปตามหน่วยงานราชการเป็นระดับขั้น เรื่องอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ยังไม่ได้มีการสั่งการให้มีการซ่อมแซม”

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo11-2.jpg

    สำหรับเกาะมุกนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มสแกนดิเนเวียและยุโรปเกือบ 90% ที่หลั่งไหลเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนอีก 10% นั้นจะเป็นคนไทย

    เกาะมุกมีการคมนาคมจากพื้นที่ภูเก็ตทางเรือวิ่งมายังเกาะพีพี เกาะลันตา เกาะไหง เกาะกระดาน เกาะมุก และไปยังเกาะหลีเป๊ะ โดยเส้นทางเดินเรือสายนี้เชื่อม อันดามัน 4 จังหวัด ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ท่าเรือชายฝั่งที่เชื่อมเกาะมุกคือ ท่าเรือวนตุ้งกู ต.บางสัก ท่าเรือปากเมง ต.ไม้ฝาด และท่าเรือหาดยาว ต.เกาะลิบง  

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo06.jpg

    นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะมุก กล่าวว่า ชาวเกาะมุกมีปัญหาอยู่ตอนนี้ 3 เรื่องหลัก คือ

    1.ถนนยังไม่มีความมาตรฐานในเรื่องของการจราจรที่ปลอดภัย ทั้งที่บนเกาะจะมีเพียงรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถจักรยานยนต์ในการสัญจรไปมา

    2.ปัญหาของเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างถนนในยามค่ำคืน ไฟดับมาเป็นระยะเวลาเกือบ 6 เดือนแล้วแต่หน่วยงานภาครัฐยังไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาทั้งที่ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งผู้ประกอบการได้ทำเรื่องนำเสนอผ่านขั้นตอนระบบราชการตั้งแต่ หมู่บ้าน ไป อบต. ส่งเรื่องไปยังอำเภอและส่งมายังจังหวัดตรัง “งานก่อสร้างแล้วเสร็จและมีปัญหาบางส่วนจังหวัดส่งมอบความรับผิดชอบงานดูแลไปให้ อบต. เกาะลิบงแต่ อบต. เกาะลิบง ไม่รับ เพราะการส่งมอบมันไม่สมบูรณ์ อันเนื่องมาจากความชำรุดบกพร่องคือ ไฟฟ้าดับ ใช้งานไม่ได้

    3.ปัญหาเรื่องของน้ำดิบหรือน้ำจืดสำหรับการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านที่เกาะมุกจะต้องใช้น้ำบาดาลและบ่อน้ำตื้นซึ่งยังไม่เพียงพอกับความต้องการในช่วงหน้าแล้งจะต้องอาศัยต้องใช้น้ำจำนวนมาก อ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีอยู่สร้างโดยกรมชลประทานน้ำก็ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของคนบนเกาะ

    4.ปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนหลายร้อยตัว ไล่กัดนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ

    ส่วนตัวเคยไปสำรวจกับชาวบ้านพบว่าบนเขาด้านหลังเกาะมุกจะมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติถ้ามีการเก็บกักก็สามารถนำมาใช้ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องให้หน่วยงานรับรับผิดชอบในพื้นที่ คือ กรมป่าไม้ซึ่งดูแลป่าบนภูเขาเกาะมุก ได้มาสำรวจและอนุญาตให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ หากสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณนี้ก็จะทำให้เกาะมุกไม่ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค”

    “ดังนั้นจึงอยากร้องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยดูแลเกาะมุกเพราะเป็นเกาะหนึ่งของจังหวัดตรังที่การท่องเที่ยวเจริญเติบโตเม็ดเงินไหลเข้ามาสามารถสร้างงานสร้างเงินให้คนในท้องถิ่นได้” ละมัย กล่าว

    ด้าน นวลศรี รายารัก ชาวบ้านบนเกาะมุก บอกว่า ไฟดับตั้งแต่ตอนเปิดทัวร์ และนี่กำลังจะปิดทัวร์ แต่ไฟก็ยังไม่มาเลย ถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานแต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆเลย ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องระมัดระวังกันเองเดินทางกับความมืด ไม่มีความปลอดภัยเลย

    “ในฐานะที่เป็นชาวบ้านเกาะมุก ไม่อยากให้หน่วยงานเกี่ยงกันเอง ปัดความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ อยากให้ทางหน่วยงานเข้ามาทำให้จริงจังมากกว่านี้ ปัญหาตรงนี้เกิดมาตั้งแต่ตอนทำแล้ว มีเข้ามาซ่อมแล้วพอไฟติด 3 วัน 7 วันไฟก็ดับ เสาไฟที่มีอยู่ใช้งานไม่ได้”

    “ทั้งนี้อยากฝากอีกเรื่องนึงว่าไฟที่บริเวณท่าเรือ เกิดไฟช็อตชาวบ้านแล้ว และขอวอนหน่วยงานทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบไฟข้างทาง ถ้าคุณเอาไฟข้างทางมาติดตั้งแล้วไม่มีแสงสว่างมีแต่เสาไฟ คุณกรุณาเอาเสาไฟคุณกลับไปเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์กับเราเนื่องจากใช้ไม่ได้นวลศรี กล่าว

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo02.jpg

    อำนวย สุเหร็น ชาวบ้านบนเกาะมุก กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วน หน่วยงานไหนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องไฟทางหลวงชนบท ที่ประสานงานโดย นายกอบจ.จังหวัดตรังหรือว่าผู้รับเหมา แต่ขณะนี้การบริหารจัดการยังไม่ดีพอ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินผ่านจากหลังเกาะมาและเดินเที่ยวเดินมาตลอดแต่มืดมาก ความปลอดภัยก็ไม่มี อยากให้หน่วยงานเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน

    ทวี สินไชย ชาวบ้านบนเกาะมุก กล่าวว่า โครงการไฟฟ้าแสงสว่างของชุมชนบ้านเกาะมุกมีมาประมาณ 4 ปีแล้วแต่ก็ติดๆ ดับๆ ซึ่งตนเองเคยช่วยแก้ปัญหาในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีปัญหาจนขยายวงกว้าง

    “เคยได้ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ยังทราบมาอีกว่าทางแขวงทางหลวงชนบท ได้คืนโครงการนี้ให้กับทางจังหวัด ส่วนจังหวัดไม่สามารถที่จะถ่ายโอนให้กับท้องถิ่นได้เพื่อมาซ่อมแซม และยังทราบมาอีกว่าผู้ว่าราชการจังหวัดตรังพยายามประสานมายังท้องถิ่น ให้ท้องถิ่นรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการมาซ่อมแซม แต่ ณ วันนี้ ทางท้องถิ่น ยังจัดการตั้งนายกอบต.ไม่เรียบร้อย”

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ทวี กล่าวอีกว่าไฟส่องสว่างริมถนนบนเกาะมุกจะมีปัญหาทั้งไฟติดๆ ดับๆ เป็นช่วงๆ อาจจะเกิดจากหลอดหมดอายุบ้าง ระบบสายไฟที่บอบช้ำ หลอดขาดทำให้ไฟดับเป็นวงกว้าง ซึ่งการเสียหาย ณ วันนี้ถึง 80% ทำให้ไฟส่องสว่างใช้ไม่ได้ โดยไฟส่องสว่างบนเกาะมุกมีทั้งหมด 140 กว่าต้น

    “ส่วนตัวคาดว่าการดำเนินการซ่อมไฟฟ้าตอนนี้ติดปัญหาอยู่ที่การถ่ายโอนของจังหวัด ที่ให้ท้องถิ่น อบต. มารับช่วง เพื่อให้ผู้รับเหมาเข้ามาซ่อมแซม แต่ในขณะนี้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามาก เมื่อเกิดปัญหาไฟส่องสว่างบนถนนดับ นักท่องเที่ยวสัญจรไปมาต้องระมัดระวังเพราะมืดมาก ทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน” ทวี กล่าว

    ด้าน อาภรณ์ เบ็ญจะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.เกาะลิบง (สวมหมวก) กล่าวว่า ในนามของผู้นำท้องถิ่น ยืนยันพื้นที่หมู่บ้านเกาะมุก เป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลางคืนลำบากมากสำหรับการสัญจรของนักท่องเที่ยว บริเวณที่เป็นจุดแลนด์มาร์กในเวลายามค่ำคืน บนสะพานไฟดับหมดนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินชมความสวยงามของเกาะมุกในเวลาค่ำคืนได้ ส่วนไฟที่ใช้ได้มีอยู่ประมาณแค่ 10-20% เท่านั้น

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo01.jpg

    “ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังทางจังหวัดตรังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังรับทราบเรื่องแล้วแต่ยังต้องรอการสำรวจและจัดตั้งงบประมาณในการซ่อมแซม แต่ทางเราและนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะเราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก อยากให้มีการซ่อมแซมโดยเร็วกว่านี้ ในส่วนปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่เกาะมุกยังไม่มี แต่ถ้ามีก็คือปัญหารถเชี่ยวชนในเวลายามค่ำคืน เพราะมืดมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ซึ่งไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางสัญจรไปมา”

    เกาะมุกมีพื้นที่ 7.7 ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ 4,812 ไร่ มีรีสอร์ทให้บริการแบบ 3-4 ดาวประมาณ 10 ราย นอกนั้นเป็นรีสอร์ทของชาวบ้านอีกจำนวนมาก ห้องพักประมาณ 1,000กว่าห้อง ห้องอยู่ระหว่างสำรวจ

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ขณะที่ ทรงกรด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับทั่วเกาะมุก โดยสรุปประเด็นที่มาว่า โครงการไฟฟ้าส่องสว่างดังกล่าวเป็นงบประมาณจากแผนพัฒนาจังหวัดปี 2565 โดยมี สำนักงานทางหลวงชนบทตรัง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในขณะนั้น ตัวระบบไฟฟ้ามีประกันผลงาน 1 ปี ซึ่งน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว

    “โครงการนี้เกิดติดขัดบางอย่างทำให้ไม่สามารถถ่ายโอนภารกิจ ไปยังหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องรับช่วงต่อได้ตามปกติ เมื่อโครงการยังไม่ถูกถ่ายโอนอย่างเป็นทางการ หน่วยงานท้องถิ่นจึงไม่มีอำนาจเบิกจ่ายงบประมาณมาซ่อมแซมได้ แม้จะเป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อยก็ตาม ประกอบกับปัจจุบันมีความเสียหายเกิดขึ้นมากจนทำให้การแก้ปัญหาทำได้ยากขึ้นในขณะนี้” ผู้ว่าฯ ตรัง กล่าว

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo08-2.jpg

    Trang-Koh Mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate-SPACEBAR-Photo10-1.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/trang-koh-mook-tourism-is-growing-but-the-infrastructure-is-inadequate&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aTIe46Shmfq9jxVPVNKEn

  • เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา

    เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา

    เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

    วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายธนกร สารบรรณ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายภาณุพงค์ วีรตันตยาภรณ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน วิถีถิ่น วิถีชาติพันธุ์ล้านนา “เสน่ห์ชาติพันธุ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์” ภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน มีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 20 – 24 มีนาคม 2569 ณ ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่.

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3902835/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26aVDb4miMk_3QaRfGYPr-

  • Test & Go ฮีโร่ช่วยท่องเที่ยว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ

    Test & Go ฮีโร่ช่วยท่องเที่ยว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ

    การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)ในวันที่ 20 ม.ค.65 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดลงทะเบียน Thailand Pass สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยทั้งคนไทยและต่างชาติในรูปแบบ test & Go เริ่ม 1 ก.พ. 2565

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/vido/511042&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JghE7f7n_CIUtmHoYCgxD

  • สงคราม-น้ำมันพุ่ง ‘สงกรานต์’ ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    สงคราม-น้ำมันพุ่ง ‘สงกรานต์’ ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    สงคราม-น้ำมันพุ่ง 'สงกรานต์' ซึม ร้านอาหารรายได้หาย 40%

    ธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน จากทั้งต้นทุนที่พุ่งสูงและรายได้ที่มีแนวโน้มหดตัว ท่ามกลางผลกระทบของสถานการณ์สงครามและราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณชัดต่อภาคท่องเที่ยวและกำลังซื้อผู้บริโภค

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และเจ้าของร้านสตีฟ คาเฟ่ เปิดเผยข้อมูลกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการประเมินความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกจะกระทบเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างน้อย 1–3 เดือน โดยเฉพาะช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคท่องเที่ยวควรจะคึกคัก “เรื่องสงครามคาดการณ์ยาก แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว กระทบต่อเนื่องในระยะสั้น และกดดันเศรษฐกิจทันที”

    คนไทยลดเที่ยว–ต่างชาติหาย ฉุดรายได้ร้านอาหาร

    ผลกระทบที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยคนไทยมีแนวโน้มลดการเดินทางโดยเฉพาะต่างประเทศ จากค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นและความกังวลด้านค่าใช้จ่าย ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศก็ชะลอลงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การเดินทางโดยเฉพาะด้วยรถยนต์ส่วนตัวลดลง “ปีนี้คนจะระวังการใช้เงินมากขึ้น เที่ยวก็น้อยลง โดยเฉพาะต่างจังหวัด”

    สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของไทย คาดว่าบรรยากาศจะซบเซากว่าปกติ โดยคนไทยจำนวนมากอาจเลือกอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น และลดการเดินทางระยะไกล

    นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

    ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบสัญญาณชะลอตัวชัดเจนโดยเฉพาะตลาดยุโรปและจีน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก ส่งผลให้ร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง “ร้านของผมลูกค้าต่างชาติประมาณ 50–60% ตอนนี้ลดลงแบบเห็นได้ชัด” ทั้งนี้ประเมินว่าในช่วงสงกรานต์ปีนี้

    • นักท่องเที่ยวยุโรปอาจลดลงถึง 60%
    • นักท่องเที่ยวเอเชียลดลงราว 10%
    • ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวอาจลดลงประมาณ 40%

    ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว รับรายได้หด–คุมต้นทุนเข้ม

    จากแรงกดดันดังกล่าว ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องเร่งปรับตัวทั้งด้านรายได้และต้นทุนควบคู่กัน โดยเฉพาะการบริหารแรงงานและค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง แนวทางที่เริ่มเห็นชัดในหลายร้าน ได้แก่

    • ชะลอการรับพนักงานใหม่เมื่อมีคนลาออก
    • ปรับตารางการทำงานตามยอดขายจริง
    • ลดชั่วโมงโอที และใช้พนักงานพาร์ทไทม์แทน
    • ควบคุมค่าใช้จ่ายทุกด้านอย่างเข้มงวด

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายเริ่มติดตามกระแสเงินสดแบบรายวัน เพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงรายได้ผันผวน

    ชี้ “พลังงาน” ปมหลัก กดเศรษฐกิจทั้งระบบ

    นายสรเทพมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ไข คือปัญหาราคาพลังงานและน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบเศรษฐกิจ และส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย “ถ้ารัฐบาลยังแก้ปัญหาน้ำมันไม่ได้ ทุกอย่างจะหยุดหมด ทั้งการท่องเที่ยว การเดินทาง และการใช้จ่าย”

    พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้หลายประเทศทั่วโลกจะเผชิญราคาน้ำมันปรับขึ้นเช่นกัน แต่ไม่ได้เกิดปัญหาการขาดแคลนในลักษณะเดียวกับประเทศไทย

    ทั้งนี้เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านพลังงานอย่างจริงจัง มากกว่าการชี้แจงสถานการณ์เพียงอย่างเดียว “รัฐบาลควรแก้ปัญหา ไม่ใช่แก้ตัว”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/654444&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1wOouS-kFTDIQMJRj6ma17

  • วธ.เปิดชุมชนยลวิถี “ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน” จ.พะเยา

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี “ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน” จ.พะเยา

    21 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อ เมืองมาง เมืองหย่วน พร้อมเปิดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI โดยมี พระครูสุนทรวุฒิสาร เจ้าอาวาสวัดแสนเมืองมา นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายนิรุตติ์ เตปันคำ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา นายสุชิน โนวิชัย ประธานคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อ เมืองมาง เมืองหย่วน วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ภาคีเครือข่าย และพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ เข้าร่วม ณ วัดแสนเมืองมา (วัดมาง) ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    นายประสพ เรียงเงิน กล่าวว่า วธ.ดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”  เพื่อส่งเสริมชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดให้เกิดพลังเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ภายใต้แนวคิด UNSEEN “ไท ไทย” 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    ปลัด วธ. กล่าวต่อว่า ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วนได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ตั้งอยู่ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาเป็นชุมชนชาวไทลื้อที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากแถบสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีนและยังคงสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มแข็ง ทั้งการแต่งกาย สถาปัตยกรรมบ้านเรือน งานหัตถกรรม และพิธีกรรมทางศาสนา
     

    “ชุมชนแห่งนี้โดดเด่นทั้งด้านอาหารพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม โดยเฉพาะ ผ้าทอไทลื้อเป็นอัตลักษณ์สำคัญของอำเภอเชียงคำ สามารถต่อยอดจากผืนผ้าสู่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างอาชีพ  สร้างรายได้ และกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ยั่งยืน” ปลัด วธ. กล่าว
     

    จุดเด่นสำคัญชุมชน ได้แก่ วัดแสนเมืองมา วัดเก่าแก่ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมไทลื้อผสมล้านนา, วัดพระธาตุสบแวน มีพระธาตุอายุกว่า 800 ปี, วัดนันตาราม วัดไม้สักทองสถาปัตยกรรมพม่าตอนล่างอันงดงาม, เฮินไตลื้อแม่แสงดา เรือนไทลื้อโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรม และศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อวัดหย่วน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ
     

    นอกจากนี้ ชุมชนยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ อาทิ ฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ ฟ้อนก๋ายลาย ฟ้อนนก ฟ้อนโต การขับลื้อและการตีกลองสะบัดชัย ตลอดจนประเพณีสำคัญที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น ประเพณีตานธรรม ตานตุงไทลื้อ และตานก๋วยสลาก ซึ่งสะท้อนความศรัทธา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง ภายในงานมีการจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลากหลาย อาทิ การทอผ้าไทลื้อ การทำมะกอน การปักผ้า การประดิษฐ์โคมแขวน และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไทลื้อ รวมถึงการนำเสนออาหารพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ข้าวบ่ายแซ่ง ขนมดอกซ้อ ข้าวเหลือง ข้าวส้ม ข้าวหนึกงา จิ้นซ่ำพริก และน้ำล้าไทลื้อ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของวิถีไทลื้ออย่างใกล้ชิด
     

    นายประสพ เรียงเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เป็นกลไกสำคัญในการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมเชื่อมั่นว่าชุมชนไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน จะก้าวสู่การเป็นอีกหนึ่ง หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของประเทศที่ช่วยสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378975093&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ac9ksqCzWraaZU0-bd8xb