กลุ่มงานอำนวยการด้านสื่อสารการตลาด (ททท.) พาตามรอยแคมเปญ “ Feel All the Feelings” ณ สถานที่ที่อเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ชวนไปเที่ยวเมืองไทยแห่งล่าสุด พร้อมกับสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว “ Trusted Thailand”
นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดพลังการสื่อสารของแคมเปญ Amazing Thailand Ambassador เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยประสบการณ์จริงในประเทศไทย
“กระแส Amazing Thailand x LISA ซึ่งก่อให้เกิดปรากฏการณ์ LISA Effect “เที่ยวตามรอยลิซ่า” รวมถึงแนวทางการต่อยอดกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ของโครงการ กิจกรรมครั้งนี้มุ่งนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์”
แหลมหาด เกาะยาวใหญ่ เป็นชายหาดที่มีความงดงามโดดเด่นระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดลำดับที่ 21 ของโลกจาก World Beach Guide ประเทศอังกฤษ แถมยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Mechanic: Resurrection ด้วยความโดดเด่นของสันทรายสีขาวทอดยาวโค้งเป็นรูปตัว Y (วาย) ยื่นออกไปกลางทะเลน้ำใส สะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวของแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นบนเกาะยาวใหญ่ โดยมี บังยา–ดุสิทธิ์ บังเกิด ประธานชุมชนเกาะยาวใหญ่ พาสัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิดด้วยการพึ้นสองแถวตระเวนเที่ยวรอบเกาะ
ฟังเรื่องเล่าชาวเกาะยาวที่มีผืนนาร้างเก่าซึ่งกลายเป็นทุ่งน่าเลี้ยงวัวควายแทนในวันนี้ แม้เลิกทำนาแล้วแต่อาชีพประมงยังคงอยู่ หนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อของเกาะก็คือ “ปลากระตัก” หรือปลาฉิ้งฉ้าง ที่สร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ แวะดูชาวประมงคัดปลากระตักแล้วแน่นอนว่าต้องลิ้มรสเมนูจัดจ้านอย่าง “ยำปลากระตัก” เพ่อพิสูจน์ว่าของที่นี่ดีจริง
แล้วยังมีกิจกรรมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างการทำผ้าบาติกโดยมีจุดเรียนรู้อยู่ที่ “บาติก เดอ เกาะยาว” มีเวิร์คช้อปให้ลงมือทำและมีแบบสำเร็จรูปหลากรูปแบบพร้อมให้ช้อป วนจนทั่วเกาะแล้วก็ได้เวลาไปแหลมหาด จุดไฮไลท์ที่ต้องรอเวลาช่วงน้ำลงจึงจะสามารถเห็นเนินทรายยาวกว่า 1 กิโลเมตรทอดตัวยาวออกไปกลางทะเล เพราะทรายขาวละเอียดจึงทำให้แหลมหาดมีอีกชื่อเรียกว่า “สันหลังมังกรขาว” ด้วย
มาเที่ยวเกาะยาวใหญ่ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัก หรือจะเที่ยวหมู่เกาะไข่ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เที่ยวอ่าวคลองสน อ่าวหินกอง อ่าวล้าน ชมพระอาทิตย์ตกที่สะพานโล๊ะจาก นั่งเรือหางยาวไปดูกระชังกุ้งมังกร 7 สี หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปูม้า และปลาในกระชัง เรียนรู้การทำประมงพื้นบ้าน วิธีจับกุ้งหอยปูปลาในรูปแบบพอกินพอใช้ ล่องเรือชมป่าโกงกางบริเวณหาดสน และชมอุโมงค์ต้นโกงกาง หรือไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณท่าเรือหินกอง ผ่านลำธาร แอ่งน้ำตกหินกองตามเส้นทางเดินป่าระยะทาง 4 กิโลเมตร และเดินเล่นริมหาดทรายขาว หรือขี่จักรยานศึกษาเส้นทางธรรมชาติบนเกาะ ชมการสาธิตทำผลิตภัณฑ์จากน้ำนมแพะ สาธิตทำขนมบ้าบิ่น ชมการแสดงมวยกาหยง โดยทั้งหมดนั้นแนะนำให้พักค้างคืนที่โฮมสเตย์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นได้แบบจัดเต็ม
ไม่ใช่แค่ที่แหลมหาดเท่านั้น “เสม็ดนางชี” ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในแคมเปญ Feel All the Feelings ของลิซ่าด้วย เพราะความงดงามของวิวป่าเกาะของอ่าวพังงาเบื้องหน้า ทำให้จุดชมวิวเสม็ดนางชีเป็นอีกแลนด์มาร์กของพังงา ว่ากันว่าที่มาของชื่อมาจากการที่มีภิกษุชรารูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดเฒ่า และภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดหนุ่ม และยังมีแม่ชีอาศัยอยู่ใกล้ ๆ ยามที่แม่ชีจะต้องเดินผ่านลำคลองที่กั้นอยู่จึงจำเป็นต้องพับชายผ้าหรือถลกขึ้นเพื่อไม่ให้เปียก ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เหม็ดผ้า” จึงเป็นที่มาของ “เหม็ดนางชี” ก่อนจะค่อย ๆ เพี้ยนมาเป็น “เสม็ดนางชี” อย่างที่เรียกขานกันในปัจจุบัน
แต่เดิมการขึ้นมาชมวิวเสม็ดนางชีต้องขึ้นมาที่คาเฟ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แต่ปัจจุบันมีทางเดินพื้นกระจกใสของ “บียอนด์ สกายวอล์ก นางชี” ที่ว่ากันว่าเป็นทางเดินชมวิวลอยฟ้าริมทะเลที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของไทยวันนี้ โดยสูงจากระดับน้ำทะเล 80 เมตร ยาว 180 เมตร รับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 1,500 คนต่อรอบ ดังนั้นหากมาถึงในช่วงเช้ามืดเพื่อมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหมู่ภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ที่กระจายตัวอยู่อย่างลงตัว ท่ามกลางป่าชายเลนผืนใหญ่ที่โอบล้อม แล้วเจอผู้คนมากมายที่มารอชมภาพงดงามเช่นกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าพื้นกระจกใสนั้นจะรับน้ำหนักผู้คนไม่ไหว
ใกล้ ๆ กันยังมี “จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี” จุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา 180 องศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ทั้งวัน ทั้งชมแสงอาทิตย์ยามเย็น ชมดาวตอนกลางคืน และชมแสงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ที่มาของชื่อ “โต๊ะหลี” นั้น มาจากคำว่า “โต๊ะ” ในภาษาถิ่นที่หมายถึง “ตา” หรือ “ทวด” ส่วนคำว่า “หลี” ก็คือชื่อผู้สูงวัยที่เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ ผู้เป็นคนบุกเบิกจุดท่องเที่ยวนี้
แม้จะห่างกันแค่ 2 กิโลเมตร แต่ให้ความรู้สึกต่างกันเพราะหิน 3 ก้อนบริเวณจุดชมวิวที่วางเรียงตัวสลับกัน และจุดพระอาทิตย์ขึ้นที่เหลื่อมกัน ที่สำคัญที่นี่สามารถชิลกับการกางเต็นท์ค้างแรมเพื่อจะได้นอนชมดาวยามค่ำคืนได้ด้วย เพราะที่นี่ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็น Dark Sky Properties เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคลแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ มีจุดเด่นทางด้านดาราศาสตร์ มีแลนด์มาร์ก สำหรับถ่ายรูปคู่วัตถุท้องฟ้าหลายที่ เช่น จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี เสม็ดนางชี ชิงช้าคู่กลุ่มดาวทางทิศเหนือ หรือภาพดาวหมุน เป็นต้น เหมาะสำหรับกลุ่มนักดาราศาสตร์สมัครเล่นหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ หรือกลุ่มนักดูดาวและปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้า จะขับรถเข้ามาได้เองหรือจะใช้บริการรถของชุมชนแทนหากไม่มั่นใจ เพราะเส้นทางค่อนข้างสูงชัน
มาถึงพังงาแล้วต้องออกทะเลไปเที่ยว “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” อีกหนึ่งไฮไลท์ด้วย หมู่เกาะในทะเลอันดามันที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า แหล่งปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย การเรียงตัวของเกาะที่อยู่ในกลุ่มอ่าวขนาดใหญ่ สามารถกำบังคลื่นลมได้ดีทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งรอบเกาะ โดยเฉพาะเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ที่ตั้งอยู่ชิดกันคล้ายเกาะแฝด มีพื้นน้ำตื้น ๆ กว้างประมาณ 200 เมตรกั้นอยู่ ในช่วงน้ำลงสามารถข้ามไปมาระหว่างเกาะได้ ลักษณะเหมือนทะเลแหวก เรียกว่า “อ่าวช่องขาด” ลักษณะของน้ำขึ้นและน้ำลงวันละ 4 ครั้ง และระดับสูงสุดและต่ำสุดต่างกันถึง 3 เมตร ทำให้กระแสน้ำเลียบฝั่งหมุนเวียนรวดเร็วและแรง เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพใต้ท้องทะเลที่หลากหลาย นอกจากปลาเล็ก ๆ สวยงามในกลุ่มปะการังแล้ว ยังมีโอกาสพบสัตว์ขนาดใหญ่อย่างฉลามวาฬ และเต่าทะเลขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์
นอกจากโลกใต้ทะเลอันอุดมสมบูรณ์แล้ว หมู่บ้านมอแกนคืออีกจุดที่ต้องแวะเยี่ยมเยือน หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางทะเลอันดามันแห่งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มของผู้คนที่ใช้นามสกุลเดียวกันว่า “กล้าทะเล” เดินเล่นชมบ้านไม้ริมอ่าว แวะอุดหนุนของที่ระลึกทำมือสุดเก๋อย่างสร้อย กำไล กระเป๋า หรือพวงกุญแจจากวัสดุเหลือใช้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่าง 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคม เพราะเป็นฤดูที่อุทยานแห่งชาติเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม
ส่วนบริเวณอ่าวแม่ยาย เป็นอ่าวที่ยังคงความสมบูรณ์เป็นแนวกว้าง ของปะการังหลากชนิด และฝูงปลานานาชนิด เป็นพื้นที่ที่สงบเงียบและสวยงามทั้งชายหาดและใต้ทะเลเช่นเดียวกับอ่าวไม้งามและอ่าวสุเทพ ส่วน “อ่าวเต่า” เป็นจุดที่ยังมีความสมบูรณ์ของแนวปะการังและกัลปังหา
อีกไฮไลท์ของพังงาที่ห้ามพลาดและต้องรอช่วงเวลาสำคัญคือ “ กิจกรรมล่องแก่งสองแพรก” กิจกรรมผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ใกล้น้ำตกโตนปริวรรต ตลอดระยะทางราว 5 กิโลเมตร ตื่นเต้นเร้าใจกับโขดหิน กระแสน้ำเชี่ยว โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยให้บริการทุกวันรอบเช้าและบ่ายตามเวลาการปล่อยน้ำจากฝาย บอกเลยว่าถ้ามีเวลาต้องมาเพราะสนุกตั้งแต่ต้องนั่งเรือยางคอยเวลาปล่อยน้ำจากฝากแล้งจึงค่อยปล่อยเรือยางไถลลงจากเนินลงน้ำ ยังไม่นับช่วงที่ต้องผ่านเกาะแก่งตลอดทางท่ามกลางน้ำเชี่ยว
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่เขาหลักอย่างการเยี่ยมชม “ The Board Factory” (เดอะ บอร์ด แฟคทอรี่) โรงงานผลิตกระดานโต้คลื่นแบบ Hand Craft (แฮนด์คราฟท์) งานทำมือที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้รับฉายาว่าเป็นโรงงานที่อยู่ใกล้ทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และกิจกรรมเรียนรู้กีฬาโต้คลื่น ณ หาดปะการังหรือเมโมรีบีช แหล่งโต้คลื่นยอดนิยมของพังงา รวมถึงการเยี่ยมชมบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติริมทะเล เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพในรูปแบบ Leisure & Wellness การพักผ่อนเชิงสุขภาพด้วย