Category: ท่องเที่ยว

  • รฟม. เติมความสุข ชมเสน่ห์วิถีไทยใน “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.” ปีที่ 4  มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวรถไฟฟ้ามหานครอย่างต่อเนื่อง

    รฟม. เติมความสุข ชมเสน่ห์วิถีไทยใน “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.” ปีที่ 4 มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวรถไฟฟ้ามหานครอย่างต่อเนื่อง


    การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดกิจกรรม “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.” ปีที่ 4 โดยมี นางสาวจิรฐา วัฒนประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทน รฟม. นำผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า มหานคร และผู้ใช้บริการอาคารจอดแล้วจร เข้าร่วมกิจกรรม ชมเสน่ห์คลองบางหลวง สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ ณ ตลาดคลองบางหลวง ซึ่งอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชคล (MRT สายสีน้ำเงิน) โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้สักการะขอพรหลวงพ่อบุษราคัม พระพุทธรูปปางมารวิชัย ณ วัดกำแพงบางจาก เดินชมวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ ตลาดคลองบางหลวง ชมงานศิลป์ ณ บ้านศิลปิน และทำกิจกรรม Workshop ร้อยลูกปัดตามสีประจำวันเกิดเสริมโชคชะตา


    ทั้งนี้ รฟม. ตั้งใจจัดกิจกรรม “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.” อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวสายทางรถไฟฟ้ามหานคร ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน โดยสร้างประสบการณ์เดินทางที่มากกว่าจุดหมายปลายทาง คือการได้เรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชน มรดกทางวัฒนธรรมที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเมืองใหญ่ ซึ่งทำให้เกิดความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ อันเป็นการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนกับวีถีชุมชน อีกทั้งกิจกรรมดังกล่าวช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง รฟม. และ ชุมชน ตามแนวสายทางรถไฟฟ้าของ รฟม. ติดตามข้อมูลข่าวสารของ รฟม. ได้ที่ www.mrta.co.th หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044 “องค์กรชั้นนําในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน”


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160198&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Akz37EeXjUNI4VK5UH9g2

  • เสร็จแล้ว!! ขยายถนนสาย ตง.1013 จังหวัดตรัง กรมทางหลวงชนบท มุ่งเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมขนส่งปาล์มน้ำมัน – ยางพารา

    เสร็จแล้ว!! ขยายถนนสาย ตง.1013 จังหวัดตรัง กรมทางหลวงชนบท มุ่งเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมขนส่งปาล์มน้ำมัน – ยางพารา

    เสร็จแล้ว!! ขยายถนนสาย ตง.1013 จังหวัดตรัง กรมทางหลวงชนบท มุ่งเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมขนส่งปาล์มน้ำมัน – ยางพารา พร้อมหนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยวและชุมชนอย่างยั่งยืน

    นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย ตง.1013 แยก ทล.4 – บ้านฉาง อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง ซึ่งปัจจุบันดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้ประชาชนสัญจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    เนื่องจากถนนทางหลวงชนบทสาย ตง.1013 เป็นเส้นทางสำคัญในการเชื่อมแยก ทล.4159 ตำบลเขาวิเศษ อำเภอวังวิเศษ เพื่อเข้าไปสู่จังหวัดตรัง อีกทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่ชุมชนและแหล่งเกษตรกรรมในพื้นที่ ดังนั้น ทช. จึงได้ดำเนินการขยายถนนทางหลวงชนบทสาย ตง.1013 เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานงานทาง รองรับการลำเลียงขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อาทิ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ ไปยังแหล่งรับซื้อหรือตลาดได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลา ลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า อีกทั้งยังเอื้อต่อการเดินทางไปยังสถานที่สำคัญของชุมชน ทั้งสถานศึกษาอย่างโรงเรียนรัษฎานุประดิษฐ์อนุสรณ์ โรงเรียนวัดเขาวิเศษ ไปจนถึงสถานที่ราชการ โรงพยาบาล ตลาด วัด รวมถึงยังเป็นเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดตรังอย่างน้ำตกอ่างทอง และสวนสาธารณะวังนกน้ำ อีกด้วย

    สำหรับโครงการดังกล่าว รวมระยะทางดำเนินการ 1.000 กิโลเมตร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ช่วง ประกอบด้วย ช่วงที่ 1 ระหว่าง กม.ที่ 4+000 – กม.ที่ 4+675 ระยะทางรวม 0.675 กิโลเมตร ขยายความกว้างจากเดิม 9 เมตร เป็น 12 เมตร ช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางข้างละ 2.50 เมตร พร้อมปรับปรุงโครงสร้างชั้นทางเดิมด้วยวิธี Pavement ln-Place Recycling ให้เป็นชั้นทางที่มีคุณภาพสูงขึ้น และก่อสร้างระบบระบายน้ำ ในส่วนของช่วงที่ 2 ระหว่าง กม.ที่ 4+675 – กม.ที่ 5+000 ระยะทางรวม 0.325 กิโลเมตร ซึ่งได้ทำการปรับปรุงผิวทางเพื่อยืดอายุการใช้งานด้วยการเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต กว้าง 9 เมตร พร้อมขยายความกว้างไหล่ทางข้างละ 1.50 เมตร รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องหมายจราจร อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และมีการตีเส้นจราจรต่าง ๆ บนผิวทาง เพื่อให้ผู้ใช้ทางขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 9.888 ล้านบาท


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/68776&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24UajK148_D_GpYcXPZWar

  • ปลัดฯ ท่องเที่ยว นำทัพบุกตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดึงนักลงทุนเข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 2.48 พันล้านบาท

    ปลัดฯ ท่องเที่ยว นำทัพบุกตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดึงนักลงทุนเข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 2.48 พันล้านบาท

    ปลัดฯ ท่องเที่ยว นำทัพบุกตลาดอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ดึงนักลงทุนเข้าไทย คาดเงินสะพัดกว่า 2.48 พันล้านบาท


    23/03/2569 | 65 |

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์นานาชาติฮ่องกง (FILMART 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2569 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เฝ้ารับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ณ คูหาประเทศไทย และกิจกรรม Thai Night Hong Kong 2026 ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จและศักยภาพของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยบนเวทีนานาชาติ เพื่อส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงไทยสู่ตลาดโลก พร้อมเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจและการผลิตคอนเทนต์กับพันธมิตรจากนานาประเทศ

    การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยภาคเอกชนจำนวนมาก โดยกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประชาสัมพันธ์แหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ พร้อมนำเสนอมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ (Incentive) ในรูปแบบ Cash Rebate ร้อยละ 15–30 เพื่อจูงใจผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติ โดยงานในครั้งนี้ พบว่ามีผู้ผลิตภาพยนตร์แสดงความสนใจอย่างชัดเจนและมีแผนจะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยภายในระยะเวลา 1–2 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 2,480 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/162495


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/487562&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eNLgowb0q8xdFBbcfaoJx

  • สงกรานต์ระส่ำ! วิกฤติน้ำมันขาดแคลนลามการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ซบเซากว่า 70% | เดลินิวส์

    สงกรานต์ระส่ำ! วิกฤติน้ำมันขาดแคลนลามการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ซบเซากว่า 70% | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาวะเกิดสงคราม ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอล และ อิหร่าน และขยายออกไปไม่ทราบว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศ นอกจากจะวิกฤติพลังงานเชื้อเพลิง น้ำมันขาดแคลนแล้ว ยังมีสินค้าต่างๆ เริ่มทยอยปรับขึ้นราคา

    ส่วนประชาชนที่จากบ้านออกมาหางานหรือประกอบธุรกิจต่างถิ่นรวมทั้งในกรุงเทพมหานคร และจะต้องเดินทางกลับไปรวมญาติยังภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทย การเดินทางต้องใช้รถโดยสารมวลชน หรือรถยนต์ส่วนตัวเดินทางไกลหลายร้อยกิโล และน่าเป็นห่วงจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่มีน้ำมันในปั๊มในระหว่างการเดินทาง

    น.ส.พันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สภาวะการขาดแคลนด้านพลังงานหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนวิตกกังวลด้านการเดินทาง คล้ายๆ ในช่วงการเกิดสภาวะการระบาดโรคติดต่อโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดวิกฤติสงคราม น้ำมันขาดแคลน ส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ที่พักโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ในพื้นที่ลดลงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ หรือในช่วงวันหยุด ลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่เป็นพื้นที่สร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของจังหวัดนครราชสีมา สถานบริการบางแห่งต้องปรับลดพนักงานลงเพื่อให้สอดคล้องกับรายได้เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด

    น.ส.พันชนะ ยังเปิดเผยอีกว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทุกปี ถือเป็นวันครอบครัว และเป็นเทศกาลที่คนไทยยึดถือติดต่อกันมายาวนาน ซึ่งในทุกๆ ปี ประชาชนที่อยู่กรุงเทพมหานคร เดินทางกลับยังภูมิลำเนาภาคอีสานและภาคเหนือเป็นจำนวนมาก การเดินทางต้องอาศัยด้วยขนส่งมวลชน รถยนต์และรถไฟ รวมทั้งรถส่วนตัว แต่ปัญหาคือเรื่องน้ำมันขาดแคลน บางปั๊มให้เติม 400-500 บาท ต้องเข้าคิวใช้เวลายาวนาน การเดินทางต้องบริหารต้นทุนเวลา ต้นทุนการเสี่ยงว่าหากน้ำมันรถหมดระหว่างทางจะทำอย่างไร ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลจะมีมาตรการแก้ไขอย่างไร เพื่อให้ฝ่าวิกฤตินี้ไปได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5712118/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QhKXsbsjd31myIOSaKuqC

  • รัฐบาลคุมเข้ม “นิโคตินถุง” ระบาดออนไลน์ แหล่งท่องเที่ยว ห้างฯ เตือนอันตรายเสี่ยงกระทบสมองระยะยาว

    รัฐบาลคุมเข้ม “นิโคตินถุง” ระบาดออนไลน์ แหล่งท่องเที่ยว ห้างฯ เตือนอันตรายเสี่ยงกระทบสมองระยะยาว


    รัฐบาลสั่งเข้มดำเนินคดีผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภท “นิโคตินถุง” ผ่านช่องทางออนไลน์ แหล่งท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้า เตือนภัยอันตรายกระทบสมองในระยะยาว

    น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  ปัจจุบันพบการโฆษณาและจำหน่ายนิโคตินถุงอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการวางจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยวและห้างสรรพสินค้า ทำให้เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ นิโคตินถุงมีนิโคตินความเข้มข้นสูง ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น แน่นหน้าอก และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงก่อให้เกิดการเสพติด และกระทบพัฒนาการสมองในระยะยาว รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเข้มพร้อมบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด

    น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า การโฆษณาและจำหน่ายนิโคตินถุงในสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นการกระทำเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ได้แก่ การขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (มาตรา 27 (2)) ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนขายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการวางจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยว และห้างสรรพสินค้าถือเป็นการกระทำเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ซึ่งห้ามแสดงผลิตภัณฑ์ยาสูบในสถานที่ขายปลีก มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท นอกจากนี้หากพบว่า การแสดงชื่อและราคาของผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ถือเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 36 วรรคสอง มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

    รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการโฆษณาและจำหน่ายนิโคตินถุงผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ โทร. 0 2590 3852 ขอย้ำเตือน ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยไม่จำหน่ายหรือแสดงผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการแสดงสินค้าและราคาอย่างถูกต้อง เพื่อร่วมกันปกป้องสุขภาพของประชาชน และลดปัญหาการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบของเยาวชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/41299&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0btAG3mjv3x82aHhjm81xy

  • “Bike for the dolphins 26” ระดมทุนเพื่ออนุรักษ์โลมา และทุนการศึกษานักเรียน

    “Bike for the dolphins 26” ระดมทุนเพื่ออนุรักษ์โลมา และทุนการศึกษานักเรียน

    วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคิรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดงานปั่นจักรยานการกุศลครั้งที่ 8 “Bike for the dolphins 2026 ปั่นด้วยรักษ์ พิทักษโลมา” ร่วมด้วย นายศรัณยู ชเนศร์ รองกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทและกล้วยน้ำไทมูลนิธิ นายสมบัติ เสียมทอง นายอำเภอสามร้อยยอด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ นายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานหอการค้า จ.ประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยตัวนักปั่นจักรยานเกือบ 400 คน เส้นทางธรรมชาติปากน้ำปราณ-สามร้อยยอด ไปกลับระยะทาง 60 กม.ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

    นายศรัณยู ชเนศร์ กล่าวว่า ด้วยโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และกล้วยน้ำไทมูลนิธิ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโลมาซึ่งเป็นสัตว์สงวน จึงได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศลครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/954106&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AIK6uwfIU3y3vTIB1YQHT

  • ปล่อยใจอิสระแบบ “ลิซ่า” ตามรอยเที่ยว “พังงา” | เดลินิวส์

    ปล่อยใจอิสระแบบ “ลิซ่า” ตามรอยเที่ยว “พังงา” | เดลินิวส์

    กลุ่มงานอำนวยการด้านสื่อสารการตลาด (ททท.) พาตามรอยแคมเปญ Feel All the Feelings” ณ สถานที่ที่อเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์ชวนไปเที่ยวเมืองไทยแห่งล่าสุด พร้อมกับสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยว Trusted Thailand”

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดพลังการสื่อสารของแคมเปญ Amazing Thailand Ambassador เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยประสบการณ์จริงในประเทศไทย

    “กระแส Amazing Thailand x LISA ซึ่งก่อให้เกิดปรากฏการณ์ LISA Effect “เที่ยวตามรอยลิซ่า” รวมถึงแนวทางการต่อยอดกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ของโครงการ กิจกรรมครั้งนี้มุ่งนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์”

    แหลมหาด เกาะยาวใหญ่ เป็นชายหาดที่มีความงดงามโดดเด่นระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดลำดับที่ 21 ของโลกจาก World Beach Guide ประเทศอังกฤษ แถมยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง The Mechanic: Resurrection ด้วยความโดดเด่นของสันทรายสีขาวทอดยาวโค้งเป็นรูปตัว Y (วาย) ยื่นออกไปกลางทะเลน้ำใส สะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัวของแหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นบนเกาะยาวใหญ่ โดยมี บังยา–ดุสิทธิ์ บังเกิด ประธานชุมชนเกาะยาวใหญ่ พาสัมผัสวิถีชุมชนอย่างใกล้ชิดด้วยการพึ้นสองแถวตระเวนเที่ยวรอบเกาะ

    ฟังเรื่องเล่าชาวเกาะยาวที่มีผืนนาร้างเก่าซึ่งกลายเป็นทุ่งน่าเลี้ยงวัวควายแทนในวันนี้ แม้เลิกทำนาแล้วแต่อาชีพประมงยังคงอยู่ หนึ่งในสินค้าขึ้นชื่อของเกาะก็คือ “ปลากระตัก” หรือปลาฉิ้งฉ้าง ที่สร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ แวะดูชาวประมงคัดปลากระตักแล้วแน่นอนว่าต้องลิ้มรสเมนูจัดจ้านอย่าง “ยำปลากระตัก” เพ่อพิสูจน์ว่าของที่นี่ดีจริง

    แล้วยังมีกิจกรรมต้อนรับผู้มาเยือนอย่างการทำผ้าบาติกโดยมีจุดเรียนรู้อยู่ที่ “บาติก เดอ เกาะยาว” มีเวิร์คช้อปให้ลงมือทำและมีแบบสำเร็จรูปหลากรูปแบบพร้อมให้ช้อป วนจนทั่วเกาะแล้วก็ได้เวลาไปแหลมหาด จุดไฮไลท์ที่ต้องรอเวลาช่วงน้ำลงจึงจะสามารถเห็นเนินทรายยาวกว่า 1 กิโลเมตรทอดตัวยาวออกไปกลางทะเล เพราะทรายขาวละเอียดจึงทำให้แหลมหาดมีอีกชื่อเรียกว่า “สันหลังมังกรขาว” ด้วย

    มาเที่ยวเกาะยาวใหญ่ยังมีกิจกรรมพายเรือคายัก หรือจะเที่ยวหมู่เกาะไข่ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เที่ยวอ่าวคลองสน อ่าวหินกอง อ่าวล้าน ชมพระอาทิตย์ตกที่สะพานโล๊ะจาก นั่งเรือหางยาวไปดูกระชังกุ้งมังกร 7 สี หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปูม้า และปลาในกระชัง เรียนรู้การทำประมงพื้นบ้าน วิธีจับกุ้งหอยปูปลาในรูปแบบพอกินพอใช้ ล่องเรือชมป่าโกงกางบริเวณหาดสน และชมอุโมงค์ต้นโกงกาง หรือไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณท่าเรือหินกอง ผ่านลำธาร แอ่งน้ำตกหินกองตามเส้นทางเดินป่าระยะทาง 4 กิโลเมตร และเดินเล่นริมหาดทรายขาว หรือขี่จักรยานศึกษาเส้นทางธรรมชาติบนเกาะ ชมการสาธิตทำผลิตภัณฑ์จากน้ำนมแพะ สาธิตทำขนมบ้าบิ่น ชมการแสดงมวยกาหยง โดยทั้งหมดนั้นแนะนำให้พักค้างคืนที่โฮมสเตย์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นได้แบบจัดเต็ม

    ไม่ใช่แค่ที่แหลมหาดเท่านั้น “เสม็ดนางชี” ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ในแคมเปญ Feel All the Feelings ของลิซ่าด้วย เพราะความงดงามของวิวป่าเกาะของอ่าวพังงาเบื้องหน้า ทำให้จุดชมวิวเสม็ดนางชีเป็นอีกแลนด์มาร์กของพังงา ว่ากันว่าที่มาของชื่อมาจากการที่มีภิกษุชรารูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดเฒ่า และภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งอาศัยอยู่ที่เขาพระอาดหนุ่ม และยังมีแม่ชีอาศัยอยู่ใกล้ ๆ ยามที่แม่ชีจะต้องเดินผ่านลำคลองที่กั้นอยู่จึงจำเป็นต้องพับชายผ้าหรือถลกขึ้นเพื่อไม่ให้เปียก ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เหม็ดผ้า” จึงเป็นที่มาของ “เหม็ดนางชี” ก่อนจะค่อย ๆ เพี้ยนมาเป็น “เสม็ดนางชี” อย่างที่เรียกขานกันในปัจจุบัน

    แต่เดิมการขึ้นมาชมวิวเสม็ดนางชีต้องขึ้นมาที่คาเฟ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แต่ปัจจุบันมีทางเดินพื้นกระจกใสของ “บียอนด์ สกายวอล์ก นางชี” ที่ว่ากันว่าเป็นทางเดินชมวิวลอยฟ้าริมทะเลที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของไทยวันนี้ โดยสูงจากระดับน้ำทะเล 80 เมตร ยาว 180 เมตร รับน้ำหนักได้ 500 กิโลกรัมต่อตารางเมตร รองรับนักท่องเที่ยวได้สูงสุด 1,500 คนต่อรอบ ดังนั้นหากมาถึงในช่วงเช้ามืดเพื่อมารอชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหมู่ภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ที่กระจายตัวอยู่อย่างลงตัว ท่ามกลางป่าชายเลนผืนใหญ่ที่โอบล้อม แล้วเจอผู้คนมากมายที่มารอชมภาพงดงามเช่นกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าพื้นกระจกใสนั้นจะรับน้ำหนักผู้คนไม่ไหว

    ใกล้ ๆ กันยังมี “จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี” จุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา 180 องศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ทั้งวัน ทั้งชมแสงอาทิตย์ยามเย็น ชมดาวตอนกลางคืน และชมแสงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า ที่มาของชื่อ “โต๊ะหลี” นั้น มาจากคำว่า “โต๊ะ” ในภาษาถิ่นที่หมายถึง “ตา” หรือ “ทวด” ส่วนคำว่า “หลี” ก็คือชื่อผู้สูงวัยที่เป็นที่เคารพของคนในพื้นที่ ผู้เป็นคนบุกเบิกจุดท่องเที่ยวนี้

    แม้จะห่างกันแค่ 2 กิโลเมตร แต่ให้ความรู้สึกต่างกันเพราะหิน 3 ก้อนบริเวณจุดชมวิวที่วางเรียงตัวสลับกัน และจุดพระอาทิตย์ขึ้นที่เหลื่อมกัน ที่สำคัญที่นี่สามารถชิลกับการกางเต็นท์ค้างแรมเพื่อจะได้นอนชมดาวยามค่ำคืนได้ด้วย เพราะที่นี่ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็น Dark Sky Properties เขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในพื้นที่ส่วนบุคคลแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ มีจุดเด่นทางด้านดาราศาสตร์ มีแลนด์มาร์ก สำหรับถ่ายรูปคู่วัตถุท้องฟ้าหลายที่ เช่น จุดชมวิวอ่าวโต๊ะหลี เสม็ดนางชี ชิงช้าคู่กลุ่มดาวทางทิศเหนือ หรือภาพดาวหมุน เป็นต้น เหมาะสำหรับกลุ่มนักดาราศาสตร์สมัครเล่นหรือนักท่องเที่ยวที่สนใจรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ หรือกลุ่มนักดูดาวและปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนท้องฟ้า จะขับรถเข้ามาได้เองหรือจะใช้บริการรถของชุมชนแทนหากไม่มั่นใจ เพราะเส้นทางค่อนข้างสูงชัน

    มาถึงพังงาแล้วต้องออกทะเลไปเที่ยว “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” อีกหนึ่งไฮไลท์ด้วย หมู่เกาะในทะเลอันดามันที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า แหล่งปะการังน้ำตื้นขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย การเรียงตัวของเกาะที่อยู่ในกลุ่มอ่าวขนาดใหญ่ สามารถกำบังคลื่นลมได้ดีทำให้เกิดแนวปะการังริมฝั่งรอบเกาะ โดยเฉพาะเกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ที่ตั้งอยู่ชิดกันคล้ายเกาะแฝด มีพื้นน้ำตื้น ๆ กว้างประมาณ 200 เมตรกั้นอยู่ ในช่วงน้ำลงสามารถข้ามไปมาระหว่างเกาะได้ ลักษณะเหมือนทะเลแหวก เรียกว่า “อ่าวช่องขาด” ลักษณะของน้ำขึ้นและน้ำลงวันละ 4 ครั้ง และระดับสูงสุดและต่ำสุดต่างกันถึง 3 เมตร ทำให้กระแสน้ำเลียบฝั่งหมุนเวียนรวดเร็วและแรง เกิดการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพใต้ท้องทะเลที่หลากหลาย นอกจากปลาเล็ก ๆ สวยงามในกลุ่มปะการังแล้ว ยังมีโอกาสพบสัตว์ขนาดใหญ่อย่างฉลามวาฬ และเต่าทะเลขนาดใหญ่ 4 สายพันธุ์

    นอกจากโลกใต้ทะเลอันอุดมสมบูรณ์แล้ว หมู่บ้านมอแกนคืออีกจุดที่ต้องแวะเยี่ยมเยือน หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางทะเลอันดามันแห่งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้มของผู้คนที่ใช้นามสกุลเดียวกันว่า “กล้าทะเล” เดินเล่นชมบ้านไม้ริมอ่าว แวะอุดหนุนของที่ระลึกทำมือสุดเก๋อย่างสร้อย กำไล กระเป๋า หรือพวงกุญแจจากวัสดุเหลือใช้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมระหว่าง 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคม เพราะเป็นฤดูที่อุทยานแห่งชาติเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม

    ส่วนบริเวณอ่าวแม่ยาย เป็นอ่าวที่ยังคงความสมบูรณ์เป็นแนวกว้าง ของปะการังหลากชนิด และฝูงปลานานาชนิด เป็นพื้นที่ที่สงบเงียบและสวยงามทั้งชายหาดและใต้ทะเลเช่นเดียวกับอ่าวไม้งามและอ่าวสุเทพ ส่วน “อ่าวเต่า” เป็นจุดที่ยังมีความสมบูรณ์ของแนวปะการังและกัลปังหา

    อีกไฮไลท์ของพังงาที่ห้ามพลาดและต้องรอช่วงเวลาสำคัญคือ กิจกรรมล่องแก่งสองแพรก” กิจกรรมผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ใกล้น้ำตกโตนปริวรรต ตลอดระยะทางราว 5 กิโลเมตร ตื่นเต้นเร้าใจกับโขดหิน กระแสน้ำเชี่ยว โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน โดยให้บริการทุกวันรอบเช้าและบ่ายตามเวลาการปล่อยน้ำจากฝาย บอกเลยว่าถ้ามีเวลาต้องมาเพราะสนุกตั้งแต่ต้องนั่งเรือยางคอยเวลาปล่อยน้ำจากฝากแล้งจึงค่อยปล่อยเรือยางไถลลงจากเนินลงน้ำ ยังไม่นับช่วงที่ต้องผ่านเกาะแก่งตลอดทางท่ามกลางน้ำเชี่ยว

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่เขาหลักอย่างการเยี่ยมชม The Board Factory” (เดอะ บอร์ด แฟคทอรี่) โรงงานผลิตกระดานโต้คลื่นแบบ Hand Craft (แฮนด์คราฟท์) งานทำมือที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ได้รับฉายาว่าเป็นโรงงานที่อยู่ใกล้ทะเลมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และกิจกรรมเรียนรู้กีฬาโต้คลื่น ณ หาดปะการังหรือเมโมรีบีช แหล่งโต้คลื่นยอดนิยมของพังงา รวมถึงการเยี่ยมชมบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติริมทะเล เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพในรูปแบบ Leisure & Wellness การพักผ่อนเชิงสุขภาพด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5709635/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FFOcjTWn0zX0weXr2QPtL

  • รฟม. จัด ‘ท่องเที่ยวสุขใจฯ’ สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ หวังรักษาอัตลักษณ์

    รฟม. จัด ‘ท่องเที่ยวสุขใจฯ’ สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ หวังรักษาอัตลักษณ์

    รฟม. จัด “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม. พาชมเสน่ห์คลองบางหลวง สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ” ปีที่ 4 หวังส่งเสริม-เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว แถมรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม

    ท่ามกลางวิถีชีวิตเมืองที่เร่งรีบ การเดินทางในแต่ละวันของผู้คนจำนวนมากอาจเป็นเพียงการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่โครงการ “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.” กลับพยายามเปลี่ยนมุมมองนั้น ให้การเดินทางกลายเป็น “ประสบการณ์” ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความสุข และการเรียนรู้

    กิจกรรม “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม. พาชมเสน่ห์คลองบางหลวง สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ” ซึ่งจัดโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในปี 2569 นี้ นับเป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เมืองที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม

    น.ส.จิรฐา วัฒนประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร รฟม. เปิดเผยว่า กิจกรรมในปีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมมากกว่า 1,800 คน สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ จึงมีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมเพียง 50 คน ผ่านกระบวนการสุ่มรายชื่อจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์

    “เราอยากให้การเดินทางของทุกคน ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่เป็นการเดินทางที่มีความสุข ได้เรียนรู้ และได้สัมผัสเสน่ห์ของชุมชนไทยอย่างแท้จริง” น.ส.จิรฐากล่าว

    รฟม. จัด 'ท่องเที่ยวสุขใจฯ' สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ หวังรักษาอัตลักษณ์

    กิจกรรมในครั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยผู้เข้าร่วมเดินทางมาถึงสถานีบางไผ่ มีบริการรถสองแถวคอยรับ-ส่งไปยังวัดกำแพงบางจาก จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ภายในวัด ผู้ร่วมกิจกรรมได้สักการะ “หลวงพ่อบุษราคัม” พระพุทธรูปปางมารวิชัย เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะออกเดินสำรวจชุมชนคลองบางหลวง และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของวัดเก่าแก่แห่งนี้ โดยเฉพาะภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ทรงคุณค่าของวัดแห่งนี้

    คลองบางหลวงถือเป็นชุมชนเก่าแก่ของฝั่งธนบุรี ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตริมน้ำเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจ บ้านเรือนไม้เก่าแก่เรียงรายตลอดสองฝั่งคลอง ผสมผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมได้เดินชมตลาดคลองบางหลวง ชม “บ้านศิลปิน” แหล่งรวมงานศิลป์และพื้นที่สร้างสรรค์ พร้อมฟังเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการบรรยายโดย นายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา หรือ “นัท” นักวิชาการอิสระด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ ผู้มีความโดดเด่นในการถ่ายทอดเรื่องราวอดีตให้เข้าใจง่ายและสนุกสนาน ด้วยสไตล์การเล่าที่เป็นกันเอง ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันได้อย่างมีชีวิตชีวา

    หลังจากการเดินชมชุมชนผ่านไป เข้าสู่กิจกรรม Workshop “ร้อยลูกปัดมงคลตามราศี” ณ บ้านพึ่งศิลป์ โดยมี “หมอนก-นภัสสร โชติกวณิชย์” หรือที่รู้จักในชื่อ Bird Eye View เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับความหมายของสีตามวันเกิด การสะท้อนบุคลิกภาพ และการใช้สีเพื่อเสริมพลังบวกในชีวิตประจำวัน กิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ในการดูแลจิตใจของตนเอง

    รฟม. จัด 'ท่องเที่ยวสุขใจฯ' สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ หวังรักษาอัตลักษณ์

    ช่วงเที่ยง ผู้เข้าร่วมได้ลิ้มลองอาหารไทยในบรรยากาศอบอุ่นของคาเฟ่บ้านพึ่งศิลป์ พร้อมเลือกซื้อสินค้าชุมชน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ตลอดทั้งกิจกรรม ผู้เข้าร่วมต่างสะท้อนความประทับใจ ทั้งในด้านความอบอุ่นของชุมชน ความสวยงามของวิถีชีวิตริมน้ำ และโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมที่หาได้ยากในชีวิตประจำวัน

    โครงการ “ท่องเที่ยวสุขใจไปกับ รฟม.” จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการเชื่อมโยง “ระบบขนส่ง” เข้ากับ “วิถีชุมชน” อย่างมีความหมาย ช่วยกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม
    สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสในครั้งนี้ รฟม. ยืนยันว่าจะยังคงจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้อย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ผ่านช่องทาง Facebook ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

    รฟม. จัด 'ท่องเที่ยวสุขใจฯ' สัมผัสวิถีชุมชนฝั่งธนฯ หวังรักษาอัตลักษณ์

    ท้ายที่สุด โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางไม่จำเป็นต้องไกล หรือหรูหราเสมอไป บางครั้ง “ความสุข” อาจอยู่ไม่ไกล เพียงแค่เราชะลอจังหวะชีวิต แล้วเปิดใจสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนเล็กๆ ที่ยังคงเต้นอยู่เคียงข้างเมืองใหญ่

    และนี่คืออีกหนึ่งก้าวของการเดินทาง…ที่เต็มไปด้วยความหมายมากกว่าที่เคยเป็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/1226258&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw30u4TFBA9zB_tCL7-5n5kx

  • จังหวัดราชบุรีจัดพิธีบวงสรวง งาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569

    จังหวัดราชบุรีจัดพิธีบวงสรวง งาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569

    วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๔๕ น.ที่ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าอาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีอำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นประธานในพิธีบวงสรวง งาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี ๒๕๖๙ มีนางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ ข้าราชการร่วมพิธี ด้วยจังหวัดราชบุรีได้กำหนดจัดงาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี ๒๕๖๙ ระหว่างวันที่ ๒๐ มีนาคม – ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ บริเวณโดยรอบศาลากลางจังหวัดราชบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล การนำเสนออัตลักษณ์และของดีในพื้นที่จังหวัดราชบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายกว้างขวางมากขึ้น โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมประกอบด้วย การแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นของจังหวัดราชบุรี การแสดง และจำหน่ายสินค้าภาคอุตสาหกรรม สินค้าพาณิชยกรรม และสินค้าภาคเกษตรกรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การประกวดธิดาโอ่ง การประกวดร้องเพลงและกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก รวมทั้งการออกร้านมัจฉากาชาดเพื่อการกุศลเพื่อให้การจัดงาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี ๒๕๖๙ สำหรับพิธีบวงสรวงดังกล่าวเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในการจัดงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/136431&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23a1BS_0DGP7hXU5IG6Rjr

  • สงครามอิหร่านสะเทือนการบินโลก   ‘ไทย-บาหลี’เสี่ยงสุด มาเลเซียได้ประโยชน์

    สงครามอิหร่านสะเทือนการบินโลก ‘ไทย-บาหลี’เสี่ยงสุด มาเลเซียได้ประโยชน์

    สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านกำลังสั่นสะเทือนตะวันออกกลาง ฉุดให้การเดินทางทางอากาศปั่นป่วนทั่วโลก สายการบินจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางและระงับบริการทั่วสนามบินสำคัญในภูมิภาคซึ่งเชื่อมต่อเอเชียและยุโรป

    เว็บไซต์แชนเนลนิวส์เอเชีย (ซีเอ็นเอ) รายงานว่า สายการบินจำเป็นต้องเลี่ยงน่านฟ้ารอบๆ อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงความขัดแย้งอื่นๆ ส่งผลให้ต้องบินในเส้นทางไกลขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น ต้นทุนปฏิบัติการเพิ่มสูง

    น่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลางยังคงเข้มงวดอย่างหนัก ขณะที่เที่ยวบินลดจำนวนลงซึ่งนับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. เที่ยวบินทั่วโลกยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางไปแล้วนับหมื่นๆ เที่ยว โดยเฉพาะที่ต้องทรานสิต ณ สนามบินหลักของตะวันออกกลาง

    ความโกลาหลในภาคการบินส่งผลสะเทือนไปถึงภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หลายประเทศพึ่งพานักเดินทางเที่ยวบินระยะไกลอย่างหนัก

    แต่แม้หลายประเทศได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินและราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มสูง แต่บางประเทศ เช่น มาเลเซีย อาจอยู่ในสถานะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว

    ไทย-บาหลี เสี่ยงสุด

    ผู้สังเกตการณ์อุตสาหกรรมกล่าวว่า ไทยและอินโดนีเซียโดยเฉพาะ เกาะบาหลี ติดกลุ่มปลายทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เสี่ยงที่สุดหากความปั่นป่วนยืดเยื้อ

    การท่องเที่ยวของบาหลีพึ่งพานักเดินทางจากยุโรปและตลาดระยะไกลอื่นๆ หนักมาก การใช้เวลาบินที่นานขึ้น จำนวนที่นั่งน้อยลง และราคาบัตรโดยสารสูงขึ้นอาจส่งผลต่อความต้องการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซัน

    ต้นทุนปฏิบัติการที่สูงขึ้นของสายการบินกำลังถูกส่งต่อไปให้ผู้โดยสารในรูปของค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าโดยสารที่ถูกปรับขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่า หากค่าโดยสารยังสูงต่อเนื่องอาจลดทอนการเดินทางที่ไม่จำเป็นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเดินทางที่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายเป็นหลัก

    มาเลเซียมีโอกาส

    ในมาเลเซียคาดว่าผลกระทบมีน้อยกว่า นักเดินทางชาวยุโรปมีไม่ถึง 15% ของนักท่องเที่ยวโดยรวม ความเสียหายโดยตรงจากความปั่นป่วนของเส้นทางยุโรปจึงมีจำกัด

    กระนั้น ผู้บริหารในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเตือนว่า แม้ตลาดยุโรปมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่า แต่จ่ายหนักกว่า

    “นักเดินทางชาวยุโรปมักพักนานกว่า และมีแนวโน้มเดินทางไกลกว่า คำถามสำคัญคือสงครามนี้จะยาวนานแค่ไหน ผลเสียมีอะไรบ้าง เมื่อไหร่จะสิ้นสุด” ไนเจล หว่อง ประธานสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและบริษัททัวร์มาเลเซียกล่าว

    นักท่องเที่ยวจากประเทศไกลๆ มักใช้จ่ายกับค่าที่พัก ทัวร์ และจับจ่ายซื้อของมากกว่า จึงมีคุณค่าที่แหล่งท่องเที่ยวจะหาเงินให้ได้มากกว่าการดูพื้นๆ แค่จำนวนนักท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม นับตั้งสงครามปะทุขึ้น เที่ยวบินขาออกจากสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ไปประเทศตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปแล้วอย่างน้อย 200 เที่ยว

    ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ หว่องยังมีความหวังว่า ปีนี้มาเลเซียจะมีนักท่องเที่ยว 45 ล้านคนได้ตามเป้าคาดว่าความต้องการที่แข็งแกร่งจากเอเชียตะวันออก อินเดีย และตลาดภายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยบรรเทาปัญหานักท่องเที่ยวยุโรปลดลงได้

    ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยังเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ Visit Malaysia 2026 ด้วย โดยริเริ่มโครงการส่งเสริมการตลาดและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างเสน่ห์ดึงดูดของประเทศ

    แม้ค่าเงินริงกิตจะแข็งค่าขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา แต่หว่องกล่าวว่า มาเลเซียยังคงมีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน

    “ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ดีมาก คล้ายกับสิงคโปร์ มาเลเซียมีตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่ดีมากในแง่ของการเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศ” หว่องกล่าวกับซีเอ็นเอ โดยชี้ถึงเส้นทางบินตรงที่เพิ่มมากขึ้นไม่ใช่แค่มายังกรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่ยังไปเมืองอื่นๆ เช่น ปีนังและโกตาคินาบาลูโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเชื่อมต่อที่ขยายตัวจากจีนกำลังช่วยขยายฐานการท่องเที่ยวของมาเลเซียให้กว้างขึ้น

    หว่องเสริมด้วยว่า การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกในเมืองอย่างต่อเนื่อง กำลังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เขาเตือนไม่ให้ประมาท

    “แม้แคมเปญ Visit Malaysia 2026 เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากแต่สิ่งที่เราอยากเห็น ไม่ว่าจะมีแรงกดดันอะไรเกิดขึ้นในขณะนี้ คือการเริ่มต้นวางแผนสำหรับอนาคต” หว่องกล่าว

    •  โอกาสสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ขณะที่ความขัดแย้งรบกวนปฏิบัติการของสายการบิน หน่วยงานการบินในภูมิภาคกลับมองเห็นโอกาสอยู่รำไร

     ในช่วงที่สายการบินกำลังทบทวนการทรานสิท ณ สนามบินในอ่าวเปอร์เซีย สนามบินในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็อาจวางสถานะตนเองเป็นจุดแวะพักทางเลือกสำหรับนักเดินทางที่มุ่งหน้ายุโรปแม้หลังความขัดแย้งสิ้นสุดลง

    “สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลางเป็นโอกาสดีสำหรับภูมิภาคเราที่จะกลายเป็นฮับการบินรายต่อไป ไปยุโรปปลอดภัยกว่ามีเสถียรภาพมากกว่าการแวะที่ตะวันออกกลาง”

    “(เที่ยวบิน) สามารถให้บริการได้จากศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคที่สำคัญ เช่น ไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซียเช่นกัน หากเราทำได้แบบนี้ก็คงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา”โนราซมัน มาห์มุด ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร กรมการบินพลเรือนมาเลเซียกล่าวและว่า

    มาเลเซียแอร์ไลน์วางแผนเพิ่มเที่ยวบินไปยุโรปแล้ว รวมถึงเที่ยวบินเพิ่มไปลอนดอนและปารีส ท่ามกลางความต้องการเส้นทางระยะไกลไม่ต้องแวะตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ด้วยการปรับลดจำนวนที่นั่งและระยะเวลาบินที่ยาวนานขึ้น คาดว่าค่าโดยสารเครื่องบินไปยุโรปในระยะสั้นจะยังคงอยู่ในระดับสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1226217&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ecKbaVwpjjAQnrg_8cciY