Category: ท่องเที่ยว

  • โบรกแนะซื้อ MINT รับ “ตะวันออกกลาง” คลี่คลาย เคาะเป้า 22.60 บาท

    โบรกแนะซื้อ MINT รับ “ตะวันออกกลาง” คลี่คลาย เคาะเป้า 22.60 บาท

    บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เปิดเผยบทวิเคราะห์ แนะนำการลงทุนในหุ้น บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT โดยประเมินว่าในระยะสั้น หุ้น MINT จะได้รับปัจจัยเชิงบวก (Sentiment) จากความคาดหวังที่ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเข้ามาช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืน (Short Covering) ในตลาด

    นอกจากนี้ ภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังคงส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยทางฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าทิศทางผลกำไรของบริษัทจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 และจะสามารถทำสถิติจุดสูงสุดได้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2569

    พร้อมกันนี้ MINT ยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวที่น่าสนใจจากการเตรียมจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) รวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อช่วยพยุงราคาหุ้น ทั้งนี้ได้ประเมินราคาเป้าหมายระยะสั้นของหุ้น MINT เอาไว้ที่ระดับ 22.60 บาท

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/stockanalysis/821571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lXWk4RJtaVRWAZr-lITLu

  • “ปิยะศิริ” สั่งเร่งบูรณะ “ศาลเจ้าแม่กวนอิมยะลา” หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ปี 68 ทำโทรม หวังชูเป็นแหล่งท่องเที่ยว

    “ปิยะศิริ” สั่งเร่งบูรณะ “ศาลเจ้าแม่กวนอิมยะลา” หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ปี 68 ทำโทรม หวังชูเป็นแหล่งท่องเที่ยว

    ยะลา, วันที่ 25 มีนาคม – หลังจากได้รับการประสานงานจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา ว่ามีศาลเจ้าที่เหมือนจะถูกลืม ไม่ได้รับการทำนุบำรุง อยู่ในสภาพทรุดโทรม ในซอยลึกลับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จึงเดินทางไปยัง ศาลเจ้าแม่กวนอิมหรือที่ชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกขานว่า “ศาลเจ้าหลังโรงเรียนจีน” เลขที่ 3 ถนน 5 ธันวา ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิมและองค์เทพทั้งหลาย ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่

    ในเบื้องต้นตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่า หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 68 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาได้รวบรวมเงินกันปรับปรุงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังพบว่าหลายจุดยังคงทรุดโทรม โดยเฉพาะบริเวณหลังคาที่ถูกปลวกกัดกิน พร้อมที่จะถล่มลงมาทุกเมื่อ

    ทั้งนี้ เลขาธิการศอ.บต. ได้สั่งบูรณะเป็นการด่วน โดยเฉพาะหลังคาที่ต้องทำการปรับปรุงเป็นอันดับแรก ซึ่งให้ช่างผู้รับเหมาทำการรื้อสร้างหลังคาใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 วัน และทยอยบูรณะศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในอนาคต

    ด้านนางจิรดา กิจบวรธรรม รองประธานคณะกรรมการศาลเจ้าฯ เป็นตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวขอบคุณ และทิ้งท้ายไว้ว่า วันนี้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะไม่ใช่ศาลเจ้าที่ถูกลืมอีกแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/285903&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CvP9dQG3KFwUlWDRDrMVE

  • เริ่มแล้ว!! กับงานใหญ่แห่งปี “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ประจำปี 2569

    เริ่มแล้ว!! กับงานใหญ่แห่งปี “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ประจำปี 2569

    25 มีนาคม 2569, 14:58น.

    เริ่มแล้ว!! กับงานใหญ่แห่งปี “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ประจำปี 2569

    รวมเสน่ห์ไทยจาก 5 ภูมิภาค มาไว้ในงานเดียว ภายใต้แนวคิด “สุขทันทีที่เที่ยวไทย”

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนทุกคนมา ชิม ช้อป ชม ครบทุกมิติ พร้อมแลนด์มาร์ก จุดถ่ายรูป วัฒนธรรม อาหาร และดีลท่องเที่ยวสุดคุ้มแบบจัดเต็ม!

    พบกับไฮไลต์ 9 โซนห้ามพลาด:

    โซนภาคตะวันออก – สีสันบูรพา คาเฟ่ลับ อาหารทะเลจัดเต็ม

    โซนอีสาน – ม่วนซื่นวิถีศรัทธา 5 Senses + ของแซ่บห้ามพลาด

    โซนภาคใต้ – GO SOUTH เสน่ห์ทะเลใต้ Immersive + สายกินต้องโดน

    โซนภาคกลาง – อู่ข้าวอู่น้ำ วัฒนธรรม + เมืองสร้างสรรค์ UNESCO

    โซนภาคเหนือ – Season of North แอ่วล้านนา มูเตลู กาดนวด

    โซนAmazing Thailand – นิทรรศการ แคมเปญดัง AI Photo Booth & Fan Meet

    โซน Sustainability – เที่ยวอย่างใส่ใจ โลกยั่งยืน Zero Waste

    โซนพันธมิตร & ห้าง ททท. – ดีลท่องเที่ยว แพ็กเกจสุดคุ้ม

    โซนเวทีกลาง – คอนเสิร์ต ศิลปินดัง การแสดงวัฒนธรรมจัดเต็ม

    เข้าชมงานฟรี

    วันที่ 25 – 29 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น.

    ชั้น G ฮอลล์ 1 – 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

    #AmazingThailand #สุขทันทีที่เที่ยวไทย #เทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งที่44 #เทศกาลเที่ยวเมืองไทย2569 #TTF2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160250&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ndI0fDrl4pBJgZv-QBphG

  • จังหวัดราชบุรีจัดประกวด

    จังหวัดราชบุรีจัดประกวด

    จังหวัดราชบุรีจัดประกวด “ธิดาเมืองโอ่ง 2569” ชูเอกลักษณ์ผ้าไทยและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม มุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยว


    25/03/2569 | 7 |

    จังหวัดราชบุรีจัดประกวด “ธิดาเมืองโอ่ง 2569” ชูเอกลักษณ์ผ้าไทยและผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม มุ่งกระตุ้นการท่องเที่ยว

    วันที่ 24 มีนาคม 2569 ณ เวทีกลาง บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นางสาวปิยะฉัตร ไพชนม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประกวดธิดาเมืองโอ่ง ประจำปี 2569 ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงาน “ท่องเที่ยวราชบุรี ของดีเมืองโอ่ง และงานกาชาด ประจำปี 2569”

    การประกวดในครั้งนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรีได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการจัดกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี ซึ่งงานเทศกาลหลักนั้นมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มีนาคม 2569 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดราชบุรีและบริเวณโดยรอบ

    ไฮไลต์ของการประกวดในการประกวดครั้งนี้ ผู้เข้าประกวดได้ร่วมกันนำเสนอความงดงามผ่าน ชุดผ้าไทยร่วมสมัย จำนวน 1 ชุด สำหรับใช้ร่วมกิจกรรมตลอดการประกวด โดยเป็นชุดที่ประดิษฐ์และตัดเย็บขึ้นด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นถิ่นในจังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ การประชันความงามและความสามารถถูกแบ่งออกเป็น 3 รอบสำคัญ ได้แก่:รอบที่ 1 รอบแนะนำตัว: ผู้เข้าประกวดทุกคนเดินบนเวทีเพื่อแนะนำตัวทีละหมายเลข ภายในเวลา 1นาที รอบที่ 2 รอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม: ผู้เข้าประกวดแต่ละคนมีเวลา 3 นาที ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม รอบที่ 3 รอบสัมภาษณ์และตอบคำถาม: ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะได้เดินโชว์ตัวบนเวที และทำการเลือกคำถามจากพิธีกรเพื่อตอบคำถามแสดงทัศนคติ

    ผลรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่งและรางวัลต่างๆ จากเวทีการประกวดธิดาเมืองโอ่ง ประจำปี 2569 ประกอบไปด้วย:รางวัลธิดาเมืองโอ่ง: รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และสายสะพาย ได้แก่ หมายเลข ๓ นางสาวธนนันท์ ธวิทย์ชัยพร รางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 1: รับเงินรางวัล 7,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และสายสะพาย ได้แก่หมายเลข 9 นางสาวศิริรัตน์ บุณฮู้ รางวัลรองชนะเลิศลำดับที่ 2: รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และสายสะพาย ได้แก่ หมายเลข 12 นางสาววรินทร แก้วคำ

    นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษอื่นๆ: ได้แก่ รางวัลผ้าไทยพื้นถิ่นร่วมสมัย, รางวัลทูตวัฒนธรรม และรางวัลขวัญใจมหาชน ได้แก่หมายเลข 3 นางสาวธนนันท์ ธวิทย์ชัยพร หมายเลข 12 นางสาววรินทร แก้วคำ และหมายเลข 5 นางสาวปริญวีณ์ วรรณโกมลศิลป์ ตามลำดับ ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมสายสะพายในทุกๆ รางวัล หลังจากนี้ สาวงามที่ได้รับรางวัลจะร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดราชบุรีต่อไป .


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/488280&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DvQGX_E60Q1aJvwiC5Lw9

  • ขอนแก่นวิกฤติหนัก! พิษ ‘น้ำมัน-สงคราม’ ท่องเที่ยวกร่อย ‘สงกรานต์’ ส่อเงียบเหงา | เดลินิวส์

    ขอนแก่นวิกฤติหนัก! พิษ ‘น้ำมัน-สงคราม’ ท่องเที่ยวกร่อย ‘สงกรานต์’ ส่อเงียบเหงา | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 มี.ค. 69 น.ส.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น และรักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำมันที่กำลังเกิดขึ้น ควบคู่กับความตึงเครียดจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมประชุมสัมมนาหรือไมซ์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านต้นทุนและความเชื่อมั่นของนักเดินทาง ซึ่งขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไมซ์ได้รับผลกระทบในเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางส่วนต้องชะลอการลงทุนหรือปรับลดขนาดงาน อย่างเช่นน้ำดื่มที่มีการปรับราคาขึ้นแพ็กละ 3-5 บาท โรงแรมก็ปรับตัวจากเดิมให้ 3-4 ขวดต่อห้องก็เหลือ 2 ขวดต่อห้อง การปิดแอร์ หรือปิดไฟ แบบกำหนดเวลา หรือการพิจารณาปรับลดกำลังพนักงานในรูปแบบเดิมที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์สงครามยังซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดต่างชาติ

    “สมาคมท่องเที่ยวฯ ได้มุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิด Low-Carbon Tourism & MICE และการยกระดับคุณค่าการท่องเที่ยวผ่านอัตลักษณ์และคุณภาพบริการ จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะด้านนโยบายการเงินและการเพิ่มสภาพคล่อง ผ่านการสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) การผ่อนปรนเงื่อนไขทางการเงิน และการเสริมเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาสภาพคล่องและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในช่วงวิกฤติ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญคือการจัดลำดับความสำคัญของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รถเช่า ร้านอาหาร หรือสถานบริการต่างๆ ที่สถาบันการเงินจัดกลุ่มท่องเที่ยวเป็นกลุ่มซี จากภาวะความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งหากปลดล็อกตัวนี้ได้หรือการคลายล็อกเงื่อนไขในวงเงินสำรองหรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการกลุ่มนี้ก็จะสามารถที่จะพยุงไปได้แต่ตอนนี้ไม่มีเลย” น.ส.ณัฏฐิญา กล่าว

    น.ส.ณัฏฐิญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันรัฐต้องกำหนดมาตรการพยุงต้นทุนด้านพลังงาน และกระตุ้นการจัดกิจกรรมไมซ์ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาการจ้างงานและเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยมาตรการต่างๆ ควรดำเนินการอย่างรวดเร็วและเข้าถึงผู้ประกอบการได้จริง เพราะหากไม่มีมาตรการด้านการเงินที่ทันท่วงที อาจกระทบต่อความสามารถในการดำรงธุรกิจและการแข่งขันในระยะยาว แต่เชื่อมั่นว่าหากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จะสามารถประคับประคองและฟื้นฟูอุตสาหกรรมให้กลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคง

    น.ส.ณัฏฐิญา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จากการประสานข้อมูลร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ พบว่ามีการเลื่อนและยกเลิกการจองที่พักไปแล้วล แบบดลงแบบครึ่งต่อครึ่ง หรือร้อยละ 50 รวมทั้งการจัดการประชุมสัมมนาหรืองานสังสรรค์ต่างๆ ก็ยกเลิกและเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเป็นสถานการณ์ที่หนักกว่าโควิดที่ผ่านมาเพราะไม่สามารถที่จะประเมินเหตุการณ์ใดๆ ได้เลย และที่สำคัญเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง โรงแรมทุกแห่งล้วนถูกยกเลิกการจอง ซึ่งก็จะส่งผลต่อบรรยากาศที่เงียบเหงาจากการที่ทุกคนไม่กล้าเดินทางหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันและมาก็อาจจะไม่มีที่เติมอีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5718907/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DvQV0umhXGIPLCOV9rFxQ

  • เที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้าทะลุ 4 หมื่น จับตาสงกรานต์ไทยต่างชาติหด

    เที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้าทะลุ 4 หมื่น จับตาสงกรานต์ไทยต่างชาติหด

    วิกฤตตะวันออกกลางป่วนการบินโลก เที่ยวบินยกเลิก-ล่าช้ามากกว่า 4 หมื่นเที่ยว ต้นทุนน้ำมันพุ่งกดดัน อุตสาหกรรม ค่าตั๋วขึ้น 70% ลามถึงไทย จับตาสงกรานต์ต่างชาติหด

    สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางบินที่เชื่อมผ่านตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินสำคัญของโลก ส่งผลให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูงซ้ำเติมภาคธุรกิจการบินอย่างหนัก

    ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์วิจัยกสิกร ชี้ว่าในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม 2569 เที่ยวบินทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการยกเลิกและล่าช้าแล้วมากกว่า 40,000 เที่ยวบิน สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

    ภูมิภาคตะวันออกกลางถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการบินระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินที่เชื่อมต่อผ่านภูมิภาคนี้คิดเป็นประมาณ 8% ของเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก ทำให้เมื่อเกิดความตึงเครียด ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบการเดินทางทางอากาศ

    นอกจากนี้ จำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงจาก 564,779 เที่ยว เหลือ 524,779 เที่ยว สะท้อนการชะลอตัวของการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ 

    ขณะที่ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านสนามบินในตะวันออกกลางมีจำนวนเฉลี่ยสูงถึง 700,000 คนต่อวัน ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความแออัดและความล่าช้า

    สำหรับประเทศไทย ในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 18 มีนาคม 2569 มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบยกเลิกและล่าช้ารวมกว่า 1,000 เที่ยวบิน

    อีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญคือราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569 ราคาปรับเพิ่มขึ้นกว่า 76% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ส่งผลให้ต้นทุนการบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มดันราคาตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 70%

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินในหลายมิติ ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดของสายการบินที่ตึงตัว และความต้องการเดินทางที่อาจชะลอลง

    ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเส้นทางบินที่ต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่ความขัดแย้ง อาจทำให้ระยะเวลาการบินยาวนานขึ้นและต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก

    สำหรับภาคการท่องเที่ยวไทย อาจได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งต้องพึ่งพาเส้นทางบินผ่านภูมิภาคดังกล่าว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่กำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากดีมานด์ที่ลดลงและต้นทุนที่พุ่งสูง พร้อมความไม่แน่นอนที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

    จับตาสงกรานต์ ต่างชาติหาย 

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อัปเดทสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 22 มี.ค. 69 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 8,544,484  คน ลดลง 2.97 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 417,216 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1 จีน 1,377,750 คน
    • อันดับ 2 มาเลเซีย 854,438 คน
    • อันดับ 3 รัสเซีย 668,479 คน
    • อันดับ 4  อินเดีย 566,337 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 391,040 คน

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 22 มี.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ทะลุ 8 ล้านคนแล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 8.5 ล้านคน

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมากกว่า 15 % จากการออกเดินทางท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังสิ้นสุดเทศกาลถือศีลอด (วันอีดิ้ลฟิตริ)

    โดยตลาดมาเลเซียขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอันดับที่ 1 ในสัปดาห์นี้ และเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 74 % จากสัปดาห์ก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 675,407 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 46,956 คน หรือ 7.47 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 96,487 คน

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ด้านปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O S2O Songkran Music Festival เคยกล่าวว่า งาน S2O จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน ซึ่ง จำนวนผู้เข้าชมงาน S2O จะสะท้อนตามตัวเลขการท่องเที่ยวภาพรวมของประเทศไทย หากปีไหนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยน้อยลง (เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้) สัดส่วนชาวต่างชาติในงานก็จะลดลงตามไปด้วยจากเดิมกลุ่มคนจีน

    แม้จะมีสถานการณ์สงครามแต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและอินเดียในไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยมองว่าพวกเขาอาจจะเลือกมาเพื่อพักผ่อนหรือ “หลบ” จากความตึงเครียดในพื้นที่มาหาความสุขในงานเทศกาลแทน รวมถึงกลุ่ม อาเซียน (มาเลเซีย, เวียดนาม, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย) คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่เข้า S2O ที่เป็นกลุ่มตัดสินใจเร็ว (Short planning) บินมาเที่ยวได้ทันทีโดยไม่ต้องวางแผนนาน สอดคล้องกับอินไซต์ พฤติกรรมชอบตัดสินใจซื้อบัตรใกล้ช่วงวันงาน (Wait and see) มากกว่าการซื้อล่วงหน้านานๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/739890&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Qq3H-4ogZdkAaYQJnSNum

  • อุทัยธานีคึกคัก เปิดท่องเที่ยวทะเลน้ำจืด แห่งใหม่ ปชช.แห่เล่นน้ำคลายร้อน | เดลินิวส์

    อุทัยธานีคึกคัก เปิดท่องเที่ยวทะเลน้ำจืด แห่งใหม่ ปชช.แห่เล่นน้ำคลายร้อน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ จ.อุทัยธานี สภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเวลากลางวัน ทำให้ประชาชน  พาครอบครัวมาท่องเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง (หรืออ่างหุบชฎา) ตั้งอยู่ที่ ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ยอดนิยม ที่ได้รับการพัฒนาเป็น “ทะเลน้ำจืด” และกลายเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวที่สำคัญของ จ.อุทัยธานี ในช่วงแดดร่มลมตกหรือยามเย็น โดยมีประชาชนมาท่องเที่ยวสัมผัสกับบรรยากาศลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานและนั่งรับกระแสลมเย็นที่พัดผ่านช่องเขามาอย่างต่อเนื่อง  บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักและมีร้านค้า ร้านอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชน มาจำหน่ายกว่า 100 ร้าน แต่ละร้านขายดิบขายดี

    โดยประชาชนชนที่พาครอบครัวมาท่องเที่ยว บางรายนำวัตถุดิบมาประกอบอาหารกันอย่างมีความสุด โดยเฉพาะเมนู ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียวและผลไม้ ส่วนเด็กๆ จะพากันลงเล่นน้ำกันอย่างมีความสุข เด็กๆ บางคนขึ้นบนโขดหินแล้วตีลังกาลงน้ำ กันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางผู้ปกครองที่นั่งดูแลกันอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางกระแสลมเย็นที่พัดมาอย่างต่อเนื่อง สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง

    นายวันชนะ ภูมิเรศ อายุ 32 ปี นักท่องเที่ยว ชาว อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า พาครอบครัวมาท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการมาเป็นครั้งแรก ส่วนลูกๆ จะลงเล่นน้ำกัน สุดประทับใจมาก ลมเย็น มีลมพัดตลอด น้ำใสสะอาดและเย็น บรรยากาศดี เหมือนทะเล  ร้านค้าของกินเยอะ ห้องน้ำสะอาด

    ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งพาครอบครัวมาท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกเช่นกัน เปิดเผยว่า มานั่งที่นี่เหมือนกับนั่งที่ชายทะเลหรือชายหาดเลย อากาศดี ลมเย็น มีคลื่นเล็กๆ น่าเที่ยวไม่ผิดชายทะเล อยากให้มาเที่ยวกัน ไม่ต้องเดินทางไปไกลที่ไหนเลย มาเที่ยวที่หุบอีเก้ง ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

    ด้านแม่ค้ารายหนึ่ง เปิดเผยว่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ทะเลอุทัยธานี เขื่อนหุบอีเก้ง มีสินค้าร้านอาหารมาร่วมจำหน่าย 100 กว่าร้านด้วยกัน หลัง 16.00 น.เป็นต้นไป บรรยากาศกำลังดี สามารถลงเล่นน้ำได้ สำหรับตนหากเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะขายได้ 4-5 พันบาทด้วยกันเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ต้องขอบคุณเทศบาลตลุกดู่ ที่มาปรับปรุงพัฒนา  ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ สุดยอดนิยมในขณะนี้

    สำหรับอ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง แห่งนี้ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีเทือกเขาขนาดเล็กรายล้อมและเทือกเขาอยู่กลางอ่างเก็บน้ำ มีพื้นที่ 590 ไร่  ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม มีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการก่อสร้าง ตามโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหุบอีเก้ง พร้อมด้วยระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ มีความกว้าง 120 ม. ความยาว 770 เมตร  ปัจจุบันมีความจุ 2  ล้าน ลบ.ม. ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และ โดยได้มอบให้กับ ต.ตลกดู่ เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์และช่วยกันบำรุงรักษา

    นอกจากนี้นายวีรชน รัศมี นายกเทศบาล ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า  เทศบาลฯ ได้เข้าไปดำเนินการพัฒนาปรับปรุงอ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง เพื่อส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ รวมทั้งให้ชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ได้รับการตอบรับที่ดี

    ทั้งนี้เทศบาลฯ ได้ดำเนินการพัฒนาไปแล้วบางส่วน ได้แก่ ห้องสุขาและไฟฟ้าส่องสว่าง ซึ่งเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ส่วนแผนที่จะดำเนินการต่อไปคือ

    1 โครงการก่อสร้างถนนลาดยาง ทางเข้าอ่างเก็บน้ำหุบอีเก้งโดยกรมทางหลวงชนบทอุทัยธานี ในปีงบประมาณ 2570-2571

    2 โครงการขยายอ่างเก็บน้ำหุบอีเก้ง เพิ่มจากเดิม 3,200,000 ลบ.ม.เพิ่มเป็น 5,000,000 ลบ.ม.โดยการก่อสร้างถนนรอบอ่าง พร้อมกระจายน้ำด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์  โดยกรมทรัพยากรน้ำที่ 2 สระบุรี ในปีงบประมาณ 2571

    3 โครงการปรับภูมิทัศน์ รอบอ่างน้ำหุบอีเก้ง  ดำเนินการก่อสร้างอาคารอำนวยการ ลานจอดรถ ห้องน้ำ สวนสาธารณและลานกิจกรรม พร้อมไฟส่งสว่าง โดยโยธาธิการและผังเมืองอุทัยธานี  ในปีงบประมาณ 2570-2571

    4 โครงการระบบประปาภูมิภาค ภายในเขตเทศบาลต.ตลุกดู่ โดยประปาภูมิภาค อุทัยธานี อยู่ระหว่างดำเนินการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5718604/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1twKKSftLZtFUmiWUEyHsY

  • วิกฤติน้ำมันฉุดเชื่อมั่นเดินทาง ‘ททท.’ แก้เกมปลุก ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ ปั๊มเศรษฐกิจ

    วิกฤติน้ำมันฉุดเชื่อมั่นเดินทาง ‘ททท.’ แก้เกมปลุก ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ ปั๊มเศรษฐกิจ

    “วิกฤติน้ำมัน” ฉุดเชื่อมั่นภาคการเดินทางท่องเที่ยว “ททท.” แก้เกมเน้นโปรโมตคนไทย “เที่ยวใกล้บ้าน” รับมือผลกระทบ “สงครามตะวันออกกลาง” ทำน้ำมันแพงและขาดแคลน ล่าสุด 20 มี.ค. ประชุมร่วมกับภาคเอกชน 10 หน่วยงาน ย้ำสร้างสมดุลตลาดและการออกมาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ด้าน “สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก” เผยยอดจองห้องพัก “พัทยา-บางแสน” ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน มี.ค.-เม.ย. ยังหนาแน่น 70-80% สวนทางตลาดหน่วยงานรัฐและเอกชน ชะลอการจัดงานประชุมสัมมนาใหม่ออกไปก่อน เพื่อลดการใช้น้ำมันและการเดินทาง

    ภาคการท่องเที่ยวไทยเผชิญความท้าทายสำคัญจากวิกฤติความเชื่อมั่นด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น การขาดแคลนน้ำมัน เอกชนกังวลว่าหากมีน้ำมันไม่เพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยนิยมเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก สะเทือนต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบ

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยปรับสูงขึ้น เกิดเหตุติดขัดในการเติมน้ำมันหน้าปั๊ม หากจะพูดว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้ เพราะประชาชนก็ได้รับผลกระทบจากการหาปั๊มเติมน้ำมันได้แบบไม่ปกติ และน้ำมันมีราคาแพงขึ้นจริงๆ เมื่อการใช้รถเดินทางประจำวันต้องคิดมากขึ้น ย่อมมีผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวแน่นอน

    “เรื่องการเดินทางการท่องเที่ยวถือเป็นวงล้อหนึ่งที่ตอนนี้อาจไม่ใช่ช่วงเวลาในการเคลื่อนไหวมากนัก แต่ก็ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดย ททท.วางแผนรับมือสถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ผ่านแคมเปญ Healing is The New Luxury มุ่งโปรโมตการท่องเที่ยวเพื่อเยียวยาจิตใจ โดยเฉพาะตลาดไทยเที่ยวไทย เน้นเที่ยวระยะใกล้ ค้นหาแหล่งท่องเที่ยว Hidden Gem หรือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ใกล้ตัว และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พร้อมให้เดินทางไปสัมผัส”

    ส่งเสริมท่องเที่ยวเยียวยาเศรษฐกิจไทย

    นางสาวฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในตอนนี้ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันในการพยุงเศรษฐกิจ แต่ต้องลดการใช้พลังงานลงด้วย โดย ททท.มุ่งดำเนินการ 3 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่ 1.เที่ยวเพื่อเยียวยาตัวเอง 2.เที่ยวเพื่อเยียวยาผู้ประกอบการทุกธุรกิจ เพราะเมื่อมีการท่องเที่ยว ก็จะเกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งอาหารการกิน ที่พัก ของฝาก และ 3.เที่ยวเพื่อเยียวยาเศรษฐกิจในประเทศ เน้นสนับสนุนให้คนไทยออกเที่ยวใกล้บ้าน หรือหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในชุมชนมากขึ้น

    “จากสถานการณ์แบบนี้ การเที่ยวใกล้บ้านถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะเยียวยาธุรกิจและสภาวะจิตใจตัวเองได้”

    การดำเนินแคมเปญใช้ประเทศไทยเป็นที่พักท่องเที่ยวเพื่อเยียวยาตัวเองจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญทั้งโลกความจริงและโลกออนไลน์ โดยภาคการท่องเที่ยวยังสามารถขับเคลื่อนต่อได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนมีฐานะกำลังซื้อที่สามารถเที่ยวได้ หากหาเที่ยวบินได้ก็จะออกไปเที่ยวต่างประเทศอยู่ดี ทำให้ตอนนี้ต้องเน้นดึงดูดใจให้กลับมาเที่ยวในประเทศ เที่ยวเป็นกลุ่มเพื่อนหรือพร้อมหน้าครอบครัว ใช้เวลาอยู่กับสิ่งใหม่ แต่อยู่ในระยะใกล้ตัวเองมากขึ้น และใช้เวลานี้แชร์เรื่องราวดีๆ ออกไปให้คนอื่นเห็นด้วย

    “แคมเปญกระตุ้นนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มตลาดระดับบน จะเน้นเที่ยวแบบมีคุณค่า ทั้งการสร้างคุณค่าให้กับผู้ประกอบการทั่วไป สร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจ และชีวิตตัวเอง”

    วิกฤติน้ำมันฉุดเชื่อมั่นเดินทาง ‘ททท.’ แก้เกมปลุก ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ ปั๊มเศรษฐกิจ

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ททท.ประชุมร่วมเอกชน เน้นออกมาตรการเหมาะสม

    และเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 นางสาวฐาปนีย์ ผู้ว่าการ ททท. เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ร่วมกับผู้แทนจาก 10 หน่วยงานภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมโรงแรมไทย (THA) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

    ที่ประชุมฯ ได้ประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์ผลกระทบจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยอย่างรอบด้าน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง ข้อเสนอและแนวทางมาตรการเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัว ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดย ททท.ได้ชี้แจงเน้นย้ำการสร้างสมดุล และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับสถานการณ์ อาทิ การเที่ยวในประเทศ ประชุมในประเทศ เที่ยวใกล้บ้าน ค้นหาแหล่งท่องเที่ยว Hidden Gem มาเจียระไน และเที่ยวเป็นหมู่คณะ เพื่อลดการใช้พลังงาน เป็นต้น

    ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ เห็นพ้องกันว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยทั้งทางตรงจากค่าโดยสารเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น และทางอ้อมจากกำลังซื้อและต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลและกลุ่มรายได้สูง จึงมีความจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที ทั้งการบริหารจัดการเที่ยวบิน การส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคและในประเทศ การบริหารต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

    “บางแสน” ตลาดจัดประชุมสัมมนาชะลอตัว

    นายวัชรพงศ์ คุณปลื้ม นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำมันในประเทศล่าสุด ด้วยฐานลูกค้าโรงแรมในบางแสนส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นคนไทย ถ้าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป พบว่ายังมีการเดินทาง ยอดจองห้องพักหนาแน่น เพราะคนไทยนิยมเดินทางเดือน มี.ค.-พ.ค. ช่วงปิดภาคเรียน พาลูกหลานมาเที่ยวอยู่แล้ว ประกอบกับโลเคชันของบางแสนอยู่ใกล้กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของภาคท่องเที่ยวบางแสนด้วย

    แต่สำหรับโรงแรมที่มีห้องประชุมสัมมนา เริ่มได้รับฟีดแบ็กจากฝ่ายขายแล้วว่าหลายๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีคำสั่งให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ทำให้ต้องชะลอหรือยกเลิกการจัดงานประชุมสัมมนาที่ยังไม่ได้ยืนยันจัดไปก่อน เพื่อลดการใช้น้ำมันและการเดินทาง

    “ในงานไทยเที่ยวไทย เมื่อวันที่ 5-8 มี.ค.ที่ผ่านมา โรงแรมในบางแสนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยในการซื้อวอยเชอร์ห้องพัก โดยเฉพาะที่จะมาใช้ในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. ถือว่าใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ตลาดที่เห็นชัดว่ามียอดจองน้อยลงคือตลาดประชุมสัมมนาจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะงานที่ยังไม่คอนเฟิร์ม ก็จะขอเวลาในการคิดก่อน ยังลังเลว่าจะจัดหรือไม่ โดยมองว่าสัปดาห์นี้น่าจะเห็นความชัดเจนเรื่องสถานการณ์น้ำมันมากขึ้นว่ามีผลต่อการท่องเที่ยวของคนไทยมากน้อยแค่ไหน”

    แนวโน้ม มี.ค.-เม.ย. ยอดเข้าพัก “บางแสน” 70-80%

    นายวัชรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอัตราการเข้าพักเดือน มี.ค. ของโรงแรมในบางแสนมีแนวโน้มอยู่ที่ 70% ส่วนเดือน เม.ย. มียอดจองเข้ามาแล้ว 60% คาดว่าตลอดเดือน เม.ย. จะเพิ่มเป็น 80% เพราะมีวันหยุดยาว 2 ช่วงคือวันจักรีและวันสงกรานต์ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยววันไหลบางแสน มีกิจกรรมมากมายดึงดูดนักท่องเที่ยว ทำให้ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ยอดจองโรงแรมล่วงหน้าในบางแสนยังดีอยู่ มีเข้ามาเรื่อยๆ โดยระดับราคาห้องพักยังใกล้เคียงกับช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว

    ด้านผลกระทบจากน้ำมันที่มีต่อต้นทุนประกอบการโรงแรม เริ่มได้รับแจ้งจากซัพพลายเออร์บางรายแล้วว่าจะยืนราคาสินค้าเดิมถึงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ และจะขอขึ้นราคาบางรายการในเดือน เม.ย. ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมได้ให้นโยบายแต่ละแผนกเพื่อรับมือกับความเสี่ยงการขึ้นราคาต้นทุนสินค้า ซึ่งไม่อยากไปผลักภาระให้ลูกค้าด้วยการปรับราคาขึ้น ถ้าบางอย่างสามารถลดการใช้ลงได้ เช่น แก้วพลาสติก ถ้าลูกค้ามีแก้วนำมาเอง ก็จะได้ส่วนลดไป

    คนไทยฮึดฝ่าน้ำมันแพง ยังจองโรงแรมเที่ยว “พัทยา”

    นางสาวมรกต กุลดิลก เลขาธิการสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก กล่าวเสริมว่า ด้านสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาพัทยา แม้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นกระทบต่อค่าครองชีพและปั๊มน้ำมันในบางพื้นที่จำกัดปริมาณการเติม แต่จากการติดตามแนวโน้มตลาดพบว่ายังไม่กระทบมากนัก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน คนไทยวางแผนจองมาเที่ยวแล้ว ไม่พบการยกเลิกจองห้องพัก และด้วยระยะทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล มาพัทยาอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลเมตรเท่านั้น สัดส่วนค่าน้ำมันไม่ได้เพิ่มสูงมากเมื่อเทียบกับเดินทางไปเชียงใหม่หรือจังหวัดอื่นๆ ที่ไกลกว่านี้ จึงยังไม่กระทบมาก

    สำหรับการประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน สมาคมฯ คาดการณ์ว่าเดือน มี.ค. โรงแรมในพัทยาจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70% ส่วนเดือน เม.ย. น่าจะประคองอัตราการเข้าพักได้ราว 60-70% เฉพาะวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์น่าจะมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 90% โดยโรงแรมบางแห่งมียอดจองเต็มแล้ว

    “แต่ถ้ามีผลกระทบจากสงครามเข้ามาเพิ่มเติม ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติก็น่าจะลดลง แต่ยังเชื่อว่าตลาดนักท่องเที่ยวไทยน่าจะมาทดแทนได้ เพราะบางส่วนก็เลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะ ขณะที่รถแท็กซี่ EV ก็มีให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่มากขึ้น สถานีชาร์จรถไฟฟ้ามีรถจองคิวชาร์จเต็มตลอด ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมในพัทยาพูดคุยกันถึงการยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มจุดชาร์จรถ EV มากขึ้นอีกด้วย”

    วิกฤติน้ำมันฉุดเชื่อมั่นเดินทาง ‘ททท.’ แก้เกมปลุก ‘เที่ยวใกล้บ้าน’ ปั๊มเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1226560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KtNvdBcaf_RAUoy4HeEqc

  • วิกฤตน้ำมันทำพิษ ท่าเรือข้ามฟากไทยลาวซบเซา หวั่นสงกรานต์ไม่คึกคัก

    วิกฤตน้ำมันทำพิษ ท่าเรือข้ามฟากไทยลาวซบเซา หวั่นสงกรานต์ไม่คึกคัก

    วิกฤตน้ำมันทำพิษ ท่าเรือข้ามฟากไทยลาวซบเซา ผู้โดยสารน้อยลง หวั่นกระทบหนักไปถึงช่วงสงกรานต์

    วันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง ขาดแคลนน้ำมัน นอกจากจะเกิดปัญหาแย่งกันเติมน้ำมัน ยังพบว่าประชาชน นักท่องเที่ยวเบาบางลง

    โดยเฉพาะตัวเลขประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาว ที่เดินทางผ่านเรือโดยสาร ด่านเข้าออก เทศบาลเมืองนครพนม ช่วงนี้มียอดลดลงเกินครึ่ง คาดว่าเกิดจากวิกฤตน้ำมัน ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เกิดความกังวลในการเดินทางบวกกับสินค้าหลายชนิด รวมถึงค่าครองชีพปรับตัวขึ้น ทำให้เกิดการรัดเข็มขัดประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่เดินทางไปท่องเที่ยว จับจ่ายซื้อของ

    จากปกติยอดผู้โดยสารวันละ 300-500 คน ช่วงนี้บางวันมีไม่ถึง 100 คน ส่วนปัญหาน้ำมันเรือโดยสารข้ามฟากไทยลาวไม่ขาด ยังมีเพียงพอ รวมถึงบรรดาสามล้อรับจ้าง ยังมีน้ำมันเพียงพอ แต่ประสบปัญหาลูกค้าลดลง ขาดรายได้ กังวลหากวิกฤตไปถึงสงกรานต์จะกระทบหนัก ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ไม่ออกมาท่องเที่ยว จับจ่ายซื้อของ

    สอบถาม นายปกาศิต น้อยสา อายุ 56 ปี ตัวแทนผู้ประกอบการเดินเรือข้ามฟากไทยลาว เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ไม่กระทบการเดินเรือ ยังเดินเรือปกติ ยังพอหาซื้อน้ำมันได้ แต่พบว่าบรรดาประชาชน นักท่องเที่ยว ลดลงประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าเกิดจากความกังวลเรื่องน้ำมัน ทำให้ลดการเดินทางมาจับจ่ายซื้อของ ไม่มาท่องเที่ยว ยอมรับว่ากังวลในช่วงสงกรานต์ อาจจะได้รับผลกระทบหนัก หากปัญหาน้ำมันยังวิกฤต.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2922275&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3drdCE4hhaRs5TOthU9BdH

  • น้ำมันพุ่ง-ขาดแคลนทะเลตรังยังสู้ ตรึงราคาไม่ทิ้งนักท่องเที่ยว

    น้ำมันพุ่ง-ขาดแคลนทะเลตรังยังสู้ ตรึงราคาไม่ทิ้งนักท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    น้ำมันพุ่ง-ขาดแคลนทะเลตรังยังสู้ ตรึงราคาไม่ทิ้งนักท่องเที่ยว

    วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.29 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    น้ำมันพุ่ง-ขาดแคลนทะเลตรังยังสู้ ตรึงราคาไม่ทิ้งนักท่องเที่ยว ประธานหอภาคใต้เผยท่องเที่ยวชะลอตัวเศรษฐกิจใต้เริ่มสะเทือน
     
    เมื่อวันที่ 24 มี.ค.69 บรรยากาศที่เกาะเหลาเหลียง จ.ตรัง หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของทะเลอันดามัน ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ยังคงสวยงาม เงียบสงบ น้ำทะเลสีเขียวใส และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจำนวนมากแม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นลิตรละ 2 บาท และเกิดภาวะขาดแคลน แต่ผู้ประกอบการยังคงให้บริการตามปกติ โดยนักท่องเที่ยวที่จองแพ็กเกจล่วงหน้าในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ยังคงเดินทางตามแผน ไม่มีการยกเลิก

     อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการยกเลิกการเดินทางเล็กน้อย จากสถานการณ์สงคราม ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปลดลง เนื่องจากกังวลเรื่องการเดินทาง การหาปั๊มน้ำมัน และจุดชาร์จพลังงานที่ยังมีจำกัด ผู้ประกอบการยอมรับว่าต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น และยังประสบปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอ แต่ยังคงพยายามจัดหาน้ำมันเพื่อให้สามารถนำเรือออกให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทุกวัน เส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งเกาะลิบง เกาะเหลาเหลียง เกาะสุกร เกาะกระดาน และเกาะตะเกียง ยังคงให้บริการครบตามโปรแกรม โดยไม่มีการปรับขึ้นราคา หรือยกเลิกรายการท่องเที่ยว

     
    นายอานนท์ กิ่งเกาะยาว หรือ “บังดาษ” ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทะเลตรัง ยืนยันว่า แม้น้ำมันจะมีราคาสูงและขาดแคลน ผู้ประกอบการยังคงตรึงราคาทัวร์ ใน 1 ทริป เรือหางยาวที่ใช้นำเที่ยวจะใช้น้ำมันดีเซลประมาณ 30-40 ลิตร ตอนนี้การหาน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ที่จะมาเติมเรือก็ได้มาทีละเล็กละน้อย แต่สบายใจได้เลยว่าแม้นำมันจะสูงขึ้นแต่ไม่เพิ่มค่าทัวร์ และพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นทั้งที่เกาะลิบง เกาะสุกร เกาะเหลาเหลียง ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าทัวร์เช่นกัน ยังพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกท่านให้มาเที่ยวทะเลตรังกันเยอะ พร้อมแนะนำให้จองล่วงหน้า เพื่อให้สามารถวางแผนการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     
    ขณะที่ภาพรวมในระดับภูมิภาค นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าภาคใต้ ระบุว่า สถานการณ์น้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในภาคขนส่งและการเกษตร ขณะนี้มีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมัน และเกิดความไม่มั่นใจในการเดินทาง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังทำให้ประชาชนจำนวนมากชะลอการเดินทาง และอาจกระทบต่อการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งโดยปกติจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวจำนวนมาก

     
    นอกจากนี้ ราคาตั๋วเครื่องบิน โดยเฉพาะเส้นทางสู่ภาคใต้ ยังปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวชะลอตัวปัญหาน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อภาคขนส่ง ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น และเริ่มมีการปรับราคาสินค้าบางประเภทแล้ว ส่งผลให้ประชาชนมีภาระค่าครองชีพสูงขึ้นรวมถึงยังฉุดเศรษฐกิจภาคใต้ให้เติบโตต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่หากไม่มีปัญหาด้านพลังงาน เศรษฐกิจในพื้นที่มีโอกาสขยายตัวได้มากกว่านี้
     
    ทั้งนี้ ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูกำลังซื้อในช่วงที่ประชาชนมีรายจ่ายสูงกว่ารายรับ และต้นทุนสินค้า วัสดุ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/470280&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OGz-wpJKbW025rfzcwzPn