Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%

    ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%

    27 มี.ค. 2569 – นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานในปัจจุบันกำลังกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม กลุ่มรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสาร รถทัวร์ รวมถึงขนส่งทางทะเล เช่น เรือนำเที่ยวและเรือสปีดโบ๊ท ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัด

    อ้างอิงผลการศึกษาของ รศ.ดร.ชยานนท์ ภู่เจริญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของภาคท่องเที่ยว โดยภาคขนส่งมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 39–48% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนประมาณ 24% ของต้นทุนรวม ส่งผลให้ทั้งสองภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ แม้ธุรกิจร้านอาหารจะมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานโดยตรงไม่สูงมาก แต่ยังคงได้รับผลกระทบผ่านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย และส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวมของนักท่องเที่ยว

    จากการจำลองสถานการณ์ในงานวิจัย หากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 10% จะส่งผลให้ต้นทุนโรงแรมเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และภาคขนส่งเพิ่มขึ้นกว่า 7% อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์รุนแรงที่ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 50% ต้นทุนโรงแรมอาจเพิ่มสูงถึง 25.7% ขณะที่ภาคขนส่งอาจเพิ่มขึ้นถึง 38.5% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกระแทกต่อทั้งระบบอุตสาหกรรม

    นายกสมาคมฯ ระบุว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวมีแนวโน้มจะถูกส่งต่อไปยังราคาห้องพัก ค่าอาหาร โปรแกรมท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงค่าเดินทางของนักท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลกในระยะยาว โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและไม่สามารถดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้เท่าผู้ประกอบการรายใหญ่

    พร้อมกันนี้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้เสนอ “ชุดมาตรการเร่งด่วนและเชิงโครงสร้าง” เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณา ตรึงราคาน้ำมันดีเซลในระดับเป้าหมายสำหรับภาคท่องเที่ยว ผ่านกลไกกองทุนน้ำมัน ควบคู่กับการกำหนด “Tourism Fuel Rate” หรือราคาน้ำมันเฉพาะสำหรับภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราราคาพิเศษให้กับผู้ประกอบการขนส่งนักท่องเที่ยว เช่น รถรับส่งโรงแรม รถทัวร์ และเรือท่องเที่ยว ผ่านระบบบัตรหรือการคืนเงินตามปริมาณการใช้งานจริง เพื่อลดต้นทุนในภาคขนส่งซึ่งเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบ และป้องกันการส่งผ่านต้นทุนไปยังนักท่องเที่ยว

    ในด้านภาษี เสนอให้มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว 6–12 เดือน และออกมาตรการ Energy Tax Credit ให้ผู้ประกอบการสามารถนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันไปหักภาษีได้โดยตรง ขณะเดียวกันควรมีมาตรการเฉพาะสำหรับ SMEs เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลชั่วคราว การพักชำระหนี้ หรือการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองสภาพคล่องในช่วงที่ต้นทุนผันผวน เพื่อรักษา demand ของตลาด เสนอให้ภาครัฐเร่งออกโครงการ “คนละครึ่งพลัสท่องเที่ยว” โดยขยายรูปแบบจากคนละครึ่งเดิมให้ครอบคลุมค่าที่พัก ค่าเดินทาง และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและช่วยดูดซับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบราคาขายมากเกินไป

    ขณะเดียวกัน สมาคมฯ เห็นว่าควรมีมาตรการช่วยเหลือสายการบินควบคู่กันไป เนื่องจากต้นทุนพลังงานเป็นต้นทุนหลักของสายการบินเช่นกัน โดยเสนอให้มีการลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ชั่วคราว และ ลดค่าธรรมเนียมสนามบิน เช่น landing fee และ passenger service charge รวมถึงการจัดทำแพ็กเกจส่งเสริมเส้นทางบิน (Route Incentive Package) สำหรับเส้นทางระยะไกล เพื่อรักษาและเพิ่มจำนวนเที่ยวบินเข้าสู่ประเทศไทย

    นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการแบ่งเบาความเสี่ยงร่วมกับสายการบิน (Load Factor Support) ในบางเส้นทางใหม่หรือเส้นทางยุทธศาสตร์ เพื่อจูงใจให้สายการบินเปิดหรือคงเส้นทางบินไว้ในช่วงที่ต้นทุนสูงและ demand ยังไม่ฟื้นเต็มที่ ในระยะกลาง เสนอให้จัดตั้งโครงการ “Solar for Tourism” โดยรัฐร่วมลงทุน 30–50% สำหรับการติดตั้ง Solar rooftop ในโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs

    นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิด “Green Transport Corridor” ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต โดยสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า เช่น EV shuttle และ EV boat พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปรับโครงสร้างต้นทุนพลังงานของระบบขนส่งทั้งเกาะในระยะยาว รวมทั้งเสนอให้มีการจัดตั้ง กองทุนพยุงต้นทุนพลังงานภาคท่องเที่ยว (Tourism Energy Stabilization Fund) เพื่อช่วยรองรับความผันผวนของราคาพลังงาน และให้การช่วยเหลืออย่างตรงจุด โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความเปราะบางสูง

    “มาตรการเหล่านี้ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบ ตั้งแต่สายการบิน ขนส่ง ไปจนถึงโรงแรม หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง จะส่งผลต่อทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม และสุดท้ายจะสะท้อนออกมาในราคาที่นักท่องเที่ยวต้องจ่าย” นายกสมาคมฯ กล่าว และยืนยันว่า ภาคเอกชนพร้อมในการร่วมมือกับภาครัฐในการยกระดับประสิทธิภาพด้านพลังงาน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/970262/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lUscVuGWo8TJN1KPITuPG

  • เปิดพิกัดใหม่! “ถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” ชูแหล่งผจญภัยกลางธรรมชาติประจวบฯ

    เปิดพิกัดใหม่! “ถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” ชูแหล่งผจญภัยกลางธรรมชาติประจวบฯ

    ภูมิภาค

    เปิดพิกัดใหม่! “ถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” ชูแหล่งผจญภัยกลางธรรมชาติประจวบฯ

    วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกมลแก้ว แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เทศบาลเดินหน้านโยบายเชิงรุกด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ โดยร่วมกับกองการท่องเที่ยวและกีฬา และวนอุทยานเขาตาม่องล่าย ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งใหม่ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำหัวใจตาม่องล่าย”

    การดำเนินงานครั้งนี้มีนายสุกฤษฎ์ แจ้งท้วม หัวหน้าวนอุทยานเขาตาม่องล่าย ร่วมบูรณาการความร่วมมือ เพื่อเตรียมความพร้อมพัฒนาเส้นทางดังกล่าว ซึ่งมีระยะทางประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาเดินราว 1 ชั่วโมง โดยจุดเด่นอยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เหมาะต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ควบคู่การเรียนรู้ระบบนิเวศ

    เบื้องต้น วนอุทยานเขาตาม่องล่ายได้กำหนดแนวทางบริหารจัดการนักท่องเที่ยว โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าใช้เส้นทางไม่เกินครั้งละ 6 คน เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกำหนดเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ ระหว่างเวลา 09.00–16.00 น.

    ทั้งนี้ คณะทำงานได้สำรวจสภาพเส้นทาง จุดเสี่ยง จุดพัก และพื้นที่ภายในถ้ำ เพื่อนำไปวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว เช่น การติดตั้งป้ายสื่อความหมาย การกำหนดมาตรการความปลอดภัย และการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่

    นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยว ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์เมืองประจวบฯ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและผจญภัยอย่างยั่งยืน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/470606&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GnyWS1wJVnnuZjeXtQd7j

  • เชียงใหม่สุขทันที… ฤดูนี้ฤดูเหนือ

    เชียงใหม่สุขทันที… ฤดูนี้ฤดูเหนือ

    เชียงใหม่สุขทันที… ฤดูนี้ฤดูเหนือ

          หากคุณกำลังมองหาทริปที่ทั้ง “ฮีลใจ” และ “สถานที่ท่องเที่ยว” ได้ในเวลาเดียวกัน เชียงใหม่ คือคำตอบของฤดูกาลนี้ เมืองเหนือที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตเรียบง่าย ที่ยิ่งสัมผัส ยิ่งหลงรัก

          ทริป 3 วัน 2 คืน นี้จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์แบบครบทุกมิติ ตั้งแต่การเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น จิบกาแฟกลางหุบเขา เดินป่ารับลมเย็น ไปจนถึงดื่มด่ำงานศิลป์และอาหารพื้นเมืองรสต้นตำรับ

    DAY 1 | เปิดโลกวัฒนธรรมไตลื้อ & ร้านกาแฟวิวเขา

    1.เริ่มวันขึ้นดอยไปสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมจิบกาแฟหอมกรุ่นที่ “ไร่กาแฟเทพเสด็จ”

    (เบอร์ติดต่อ 098-262-0709)

    เปิด 06.00 – 17.00 น.

    https://maps.app.goo.gl/UhxoM6FGMduB5bUz6?g_st=ic

    2.ช่วงบ่ายไปวิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ

    สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอย่างใกล้ชิด ก่อนต่อด้วยการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่

    ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไตลื้อ บ้านใบบุญ

    (โทรจองล่วงหน้า 086-919-1915, 081-951-9320)

    https://maps.app.goo.gl/1vZh8Rn8sELRxfHi9?g_st=ic

    3.มื้อเย็นร้านอาหารสไตล์อบอุ่นที่ ร้านฉวี

    เปิด 11.00–15.00  น. และ 17.00–21.00 น. (หยุดทุกวันอังคาร)

    https://maps.app.goo.gl/ZiEjXn3WB9WsV9jh7?g_st=ic

    DAY 2 | ธรรมชาติ ศรัทธา และศิลปะ

    1.เริ่มวันด้วยการเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุยสัมผัสความสงบและอากาศเย็นสบาย

    เปิด 24 ชั่วโมง

    https://maps.app.goo.gl/PiDbXNLhZvNJJNSYA?g_st=ic

    2. จากนั้นแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่

    วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดเก่าแก่คู่เมืองที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธา

    เปิดทุกวัน 05.00–22.30 น.

    https://maps.app.goo.gl/cekv5D48iSzj3Vie7?g_st=ic

    3. ปล่อยใจไปกับงานศิลป์และร้านแฮนด์เมดที่บ้านข้างวัด

    เปิด 10.00–18.00 น. (หยุดวันจันทร์)

    https://maps.app.goo.gl/hcEnNYXmYcj5JEGr8?g_st=ic

    4. ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยอาหารพื้นเมืองและบรรยากาศขันโตกที่ร้านก๋องคำ

    เปิดทุกวัน 09.00–21.00 น.

    https://maps.app.goo.gl/EbdbRQVFNhERxEQP8?g_st=ic

    DAY 3 | อิ่มอร่อยก่อนกลับ

    1.เช้าวันสุดท้าย ปิดทริปด้วยอาหารพื้นเมืองรสเข้มข้นที่ลาบต้นข่อยให้คุณได้ลิ้มรสความเป็น “เหนือแท้ๆ”

    เปิดทุกวัน 11.00–13.00 น.

    https://maps.app.goo.gl/JxkBgVxxmyFtC4Wp7?g_st=ic

          เชียงใหม่ในฤดูกาลนี้ ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของธรรมชาติ แต่ยังเต็มไปด้วย “ความรู้สึก” ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทั้งกลิ่นกาแฟยามเช้า หมอกบางบนยอดดอย และรอยยิ้มของผู้คน แล้วคุณจะรู้ว่า… ความสุขเกิดขึ้นได้ทันทีที่มาถึงเชียงใหม่

    #สุขทันทีที่เที่ยวไทย

    #สุขทันทีที่เมืองน่าเที่ยว

    #AmazingThailand

    #เชียงใหม่ #onthewayjs100

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160284&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IbknA35dQPFuYUhfhRK5t

  • สงกรานต์อวกาศ กทม.จัดเต็ม สงกรานต์สีลม 3 วันเต็ม

    สงกรานต์อวกาศ กทม.จัดเต็ม สงกรานต์สีลม 3 วันเต็ม

    วันที่ 26 มี.ค. 69 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยกล่าวว่า ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร มีการเตรียมจัดงานสงกรานต์ กว่า 80 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และศูนย์การค้า เพื่อกระจายความสุขให้ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างทั่วถึง

    โดยในส่วนของ กทม. มีลานคนเมือง เป็นศูนย์กลางกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม อาทิ การอัญเชิญพระพุทธรูปจำลองให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขณะที่ถนนสีลมเป็นพื้นที่หลักด้านความบันเทิงและการท่องเที่ยว โดยยึด 4 หลักสำคัญ ได้แก่ 1.ด้านวัฒนธรรม สืบสานประเพณีไทย 2.ด้านเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย 3.ด้านสิ่งแวดล้อม ดูแลความสะอาด ลดขยะ และรณรงค์การทิ้งขยะอย่างถูกวิธี 4.ด้านความปลอดภัย คุมเข้มมาตรการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกมิติ

    ในปีนี้ กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับภาคเอกชน ในการร่วมจัดกิจกรรมบนถนนสีลม ซึ่งมาในธีมสงกรานต์อวกาศ เพื่อเพิ่มสีสันและยกระดับการจัดงานให้มีความทันสมัยและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และการแสดงหลากหลายรูปแบบ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานด้านความปลอดภัย และภาคเอกชน เพื่อดูแลความเรียบร้อยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ถนนสีลม มีการจัดระเบียบอย่างเข้มงวด กำหนด จุดเข้า-ออก 9 จุด พร้อมระบบคัดกรอง และจัดเตรียม ช่องทางรถฉุกเฉิน รองรับสถานการณ์เร่งด่วน รวมทั้งการติดตั้งจุดบริการประชาชน จุดปฐมพยาบาล และการดูแลระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางและร่วมกิจกรรมได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

    ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชน งดเล่นแป้ง แต่งกายสุภาพ เคารพสิทธิผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรง และร่วมกันดูแลความสะอาดของพื้นที่ เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นไปอย่างเรียบร้อย สนุกสนาน และน่าประทับใจสำหรับทุกคน

    “ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมสนุกกับสงกรานต์ถนนสีลม และพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ อย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันสืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมช่วยกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กรุงเทพมหานครในสายตาชาวโลก” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

    :เพจ กรุงเทพมหานคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/69000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Lgu8iotniVsOp53J1u3Y0

  • “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    แรงกระแทกจากนโยบายพลังงานของรัฐกำลังสะเทือนกำลังซื้อและภาคท่องเที่ยวไทย ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกการตรึงราคาน้ำมันดีเซล และปล่อยให้ปรับตามกลไกตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร ในวันที่ 26 มี.ค. 2569 สร้างความกังวลต่อค่าครองชีพและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนอย่างรวดเร็ว

    ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ภาคธุรกิจท้องถิ่นในจังหวัดอุดรธานี อย่างกลุ่มธุรกิจยูดี ทาวน์ กำลังจับตาว่าเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์จะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด หลังเตรียมจัดงาน “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” อีเวนต์ใหญ่ประจำปี หวังดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในภูมิภาค

    อย่างไรก็ตาม สัญญาณเบื้องต้นจากยอดจองที่พักยังคง “ทรงตัวในระดับที่น่าพอใจ” แม้ผู้ประกอบการยอมรับว่าความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและราคาพลังงาน ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจเดินทางมากขึ้น สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ยังเปราะบางในช่วงเทศกาลนี้

    ธนกร วีรชาติยานุกูล กล่าวว่า จากสถานการณ์ครั้งนี้ คนไทยมักตกใจ เป็นเรื่องปกติ เมื่อมีข่าวเรื่องราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการใช้จ่ายโดยตรง จึงเริ่มเห็นพฤติกรรมการกักตุน ในช่วงแรกที่มีข่าววิกฤตน้ำมันและสงคราม ผู้คนเริ่มมีความกังวลถึงขั้นมีการกักตุนอาหารและของใช้เพราะความไม่แน่นอน

    ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นมองว่าทำให้คนระมัดระวังการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกที่มีข่าว จะเห็นได้ชัดว่าคนออกจากบ้านน้อยลงในช่วงเย็นเพื่อประหยัดน้ำมัน

    ผลกระทบต่อทราฟฟิกและกลุ่มธุรกิจใน ยูดี ทาวน์

    ธนกร มองว่า ช่วงเวลาที่เกิดผลกระทบ ทราฟฟิกของศูนย์การค้าเริ่มเห็นลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่มีข่าวราคาน้ำมันแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    กลุ่มธุรกิจที่กระทบหนักที่สุด คาดการณ์ว่ากลุ่ม แฟชั่น (Fashion) และความงาม (Beauty) จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากผู้บริโภคจะลดความถี่ในการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยเหล่านี้ลง แต่กลุ่มที่ยังประคองตัวได้ คือ กลุ่ม อาหาร ยังคงไปได้ดี เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนยังต้องรับประทาน และพฤติกรรมคนอุดรฯ ที่นิยมใช้รถจักรยานยนต์ซึ่งประหยัดน้ำมันมากกว่า ทำให้ยังมีการออกมาทานอาหารนอกบ้านอยู่

    อย่างไรก็ตาม ธนกร เชื่อมั่นว่าแม้คนไทยจะ “ตกใจเก่ง แต่ก็ปรับตัวเก่ง” เช่นกัน หากราคาน้ำมันเริ่มนิ่ง คาดว่าอารมณ์การจับจ่ายจะกลับมา เพียงแต่อาจจะมีการใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น ไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนเมื่อก่อน นอกจากนี้ยังมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่ากลัวเท่าช่วงโควิด-19 ซึ่งธุรกิจได้ผ่านมาได้แล้วจึงมั่นใจว่าจะสามารถผ่านวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไปได้ด้วยการปรับตัวตามฐานข้อมูลลูกค้า และการไม่หยุดพัฒนาอีเวนต์ใหม่ๆ

    “ยูดี ทาวน์” ลุ้นคนเที่ยวสงกรานต์ งัดอีเวนต์ดึงศิลปินไทย-เกาหลี กระตุ้นศก.อุดร

    จัดเทศกาลดนตรี กระตุ้นเศรษฐกิจอุดร ช่วงสงกรานต์ 

    ด้าน อภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด บริหารศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เปิดเผยว่า เตรียมจัดงาน  “UDON SONGKRAN FESTIVAL 2026” กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ ในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งงานนี้จัดมากแล้วกว่า 10 ปี ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม Neon Water: The Power of the Flow สะท้อนพลังของสายน้ำ ความสนุก ความสดใส และการไหลรวมของผู้คนจากหลากหลายที่ ให้มารับความสุขร่วมกันในช่วงสงกรานต์ 

    อีกทั้งยูดีทาวน์ยังคงตั้งใจยกระดับการ จัดงานให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ที่สำคัญของภาคอีสาน ด้วยการทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท ในการพัฒนาทั้งโปรดักชัน กิจกรรม ความปลอดภัย ระบบอำนวยความสะดวก 

    อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก ได้มีการปรับลดราคาการเข้างาน เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและสภาวะเศรษฐกิจ ยูดี ทาวน์ ได้ปรับช่วงเวลาให้เข้างานฟรีตั้งแต่ 17.30 – 18.00 น. รวมถึงปรับลดราคาโต๊ะให้ถูกลง โดยเริ่มต้นที่ 1,999 – 4,999 บาท (จากเดิมราคาเคยสูงถึงหลักหมื่น) และคงราคาบัตรโซนด้านหลังไว้ที่ 100 บาท

    ดึงศิลปินทุกเจน ไทย – สากล -เกาหลี 

    ทั้งนี้ ในงานงานจัดเต็ม 4 วัน 4 คืน มีทั้งศิลปินไทย และต่างประเทศ อาทิ ก้อง ห้วยไร่, Retrospect, อ๊อฟ ปองศักดิ์, Tilly Birds, MAIYARAP รวมถึงศิลปินและดีเจสายปาร์ตี้ระดับสากล อย่าง SUN B x MC JASON, BUDDHA, SHOCKKO และอีกมากมาย

    “ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มีการดึงศิลปินเกาหลีเข้ามา เนื่องจากว่าหากดูเทรนด์แล้ว เกาหลีน่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนในพื้นที่มากกว่า เมื่อเทียบกับศิลปินดนตรีแนวเทคโน อาจจะยังไม่ตรงกลุ่มเป้าหมายในอุดรฯ ขณะที่ดีเจศิลปินระดับสากลก็เทียบเท่ากับงาน Siam Songkran Music Festival”

    อภิชา คาดการณ์จำนวนคนเข้าร่วมงานตลอด 4 วัน ประมาณ 200,000 คน แบ่งเป็นสัดส่วนหลัก นักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 85% และนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 15 % โดยต่างชาติ อาจจะเป็นจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว และอาจมีจีน เกาหลี, และยุโรป ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ เพราะอุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก คาดว่าจะมีเงินสะพัดหมุนเวียนในช่วงงานสงกรานต์ 4 วัน ประมาณ 100 ล้านบาท

    ยอดจองโรงแรมยังขยับขึ้น มองคนชะลอเที่ยว

    ภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด ผู้บริหารโรงเเรมโมโค และศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ กล่าวเสริมว่า ในช่วงสงกรานต์มียอดจองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดจองมากกว่า 70% และแตะระดับเกือบ 80% แล้ว แม้ว่าขณะนี้ยังไม่เต็ม 100% แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ตัวเลขขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ

    หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ยอดจองในปีนี้อาจจะช้ากว่าเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ทำให้คนต้องใช้เวลาในการตัดสินใจเดินทางมากขึ้น แต่ยังถือว่าอยู่ในทิศทางที่ดี โดยลักษณะกลุ่มลูกค้าหลัก ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 80% ส่วนอีก 20% เป็นชาวต่างชาติและชาวลาว

    ภาสกร กล่าวต่อว่า โรงแรมโมโคมีห้องพักทั้งหมด 68 ห้อง แบ่งเป็น 4 ประเภท (Room Types) โดยราคาเริ่มต้นวันธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 2,856 บาท และห้องสูท (Sweet) ราคาสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 7,556 – 8,000 บาทในช่วงสงกรานต์ทางโรงแรมไม่ได้เน้นการปรับขึ้นราคา แต่ใช้กลยุทธ์ขายพ่วงแพ็กเกจ ร่วมกับงาน Udon Songkran Festival แทน เช่น มอบส่วนลดพิเศษสำหรับโต๊ะในงานสงกรานต์ (ประมาณ 10-20%) มีบริการรถรับ-ส่งระหว่างโรงแรมและพื้นที่จัดงานเพื่ออำนวยความสะดวก

    อย่างไรก็ตาม เทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 13-16 เมษายน 2569 ณ ลานเดอะแลนด์ (The Land) ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ อุดรธานี ประตูเปิดตั้งแต่เวลา  เวลา 17.30 – 00.00 น. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/739996&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VuPMOenzlYY8HJRCbtle4

  • อรรถกร อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ชื่นชมทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนภารกิจ

    อรรถกร อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ชื่นชมทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนภารกิจ

    อรรถกร อำลาตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ชื่นชมทุกฝ่ายร่วมขับเคลื่อนภารกิจ

    อรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวอำลาตำแหน่ง ขอบคุณ กกท. และ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ร่วมผลักดันภารกิจจนสำเร็จเป็นรูปธรรม

    เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ ห้องโถงชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดโอกาสให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าพบเพื่อแสดงความอำลาในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง

    ในการนี้ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) ได้เข้าร่วมแสดงความอำลาและขอบคุณในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันในช่วงที่ผ่านมา

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร กล่าวเปิดใจถึงความรู้สึกในโอกาสนี้ว่า “ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วนของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตนรู้สึกประทับใจและมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับบุคลากรทุกคน พร้อมขอขอบคุณในความทุ่มเทที่ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการท่องเที่ยวและกีฬา จนประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/101587/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cch_mUcFSOtcLU8FRkEbP

  • ประจวบฯ ปั้นแลนด์มาร์คใหม่! “ถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” เส้นทางสายลุยแอดเวนเจอร์-อนุรักษ์ธรรมชาติ

    ประจวบฯ ปั้นแลนด์มาร์คใหม่! “ถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” เส้นทางสายลุยแอดเวนเจอร์-อนุรักษ์ธรรมชาติ

    วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกมลแก้ว แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เดินหน้านโยบายเชิงรุก พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ ลงพื้นที่ร่วมกับนายณภัทร อุบลน้อย ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยวและกีฬา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือกับวนอุทยานเขาตาม่องล่าย นำโดยนายสุกฤษ์ฏ แจ้งท้วม หัวหน้าวนอุทยานฯ เพื่อสำรวจและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแห่งใหม่ของพื้นที่

    การลงพื้นที่ครั้งนี้ มุ่งเตรียมความพร้อม “เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” ระยะทางประมาณ 600 เมตร ใช้เวลาเดินราว 1 ชั่วโมง โดยมีจุดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) ควบคู่การเรียนรู้ระบบนิเวศ

    ทั้งนี้ วนอุทยานเขาตาม่องล่ายได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด จำกัดจำนวนผู้เข้าศึกษาเส้นทางไม่เกินครั้งละ 6 คน เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อธรรมชาติ พร้อมเตรียมเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเมษายน เวลา 09.00 – 16.00 น.

    คณะทำงานยังได้สำรวจเส้นทาง จุดเสี่ยง จุดพัก และพื้นที่ภายในถ้ำ เพื่อประเมินศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ป้ายสื่อความหมาย มาตรการความปลอดภัย และการออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ย้ำเป้าหมายยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย รองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะสายธรรมชาติและผจญภัย ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

    การพัฒนา “ถ้ำหัวใจตาม่องล่าย” ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายใหม่ของเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติคุณภาพในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/137445&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JwQVO4aTZ3hz3c5wQ_8gj

  • กรมการท่องเที่ยว ลุยตรวจ “ทัวร์นอมินี” รับไฮซีซั่น-สงกรานต์ เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    กรมการท่องเที่ยว ลุยตรวจ “ทัวร์นอมินี” รับไฮซีซั่น-สงกรานต์ เสริมแกร่งภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

    กรมการท่องเที่ยว เดินหน้ามาตรการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวอย่างเข้มงวด บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ลงพื้นที่ตรวจสอบและปราบปราม “ทัวร์นอมินี” ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ต้นปี 2569 กรมการท่องเที่ยวยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกในการกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (ศปต.) ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ

    ซึ่งดำเนินการแล้วใน 3 จังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต และล่าสุดชลบุรี ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวทั้งสิ้น 22 ราย พบการกระทำผิด 8 ราย โดยบางรายมีลักษณะเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทและมีจำนวนโครงสร้างกรรมการบริษัทไม่เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพฤติการณ์แอบอ้างใช้ข้อมูลบุคคลภายในบริษัท ซึ่งเข้าข่ายลักษณะนอมินี มีบทลงโทษตามกฎหมายธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สูงสุด ตั้งแต่สั่งเพิกถอนใบอนุญาตและแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป”

    อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมการท่องเที่ยวจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการของบริษัทนำเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และสนับสนุนให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โอกาสนี้ ขอให้บริษัทนำเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการบริษัทนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้รับบริการที่เป็นธรรม อันจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยโดยรวม”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/68991&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CAIdxo9k1kVMxJADv6fB1

  • ชุมพรเปิดงานโลกทะเลครั้งที่ 33 คึกคักริมชายหาดทุ่งวัวแล่น | TOPNEWS

    ชุมพรเปิดงานโลกทะเลครั้งที่ 33 คึกคักริมชายหาดทุ่งวัวแล่น | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 26/03/2026 17:13

    เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2569 จ.ชุมพรเปิดฉากงานยิ่งใหญ่ประจำปี งานโลกทะเลชุมพร ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดย เธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิด ณ หาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มี พณณกร ชูกิตติวิบูลย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร คณะผู้บริหารจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามของจังหวัด และส่งเสริมการสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

    ไฮไลต์วันแรกของงานได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะกิจกรรม “เปิดทะเลกินฟรี” ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงมือปรุงเมนูหอยทอดกระทะยักษ์ด้วยตนเอง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีซุ้มอาหารทะเลสดกว่า 27 ซุ้ม จากการสนับสนุนของสมาคมและผู้ประกอบการแพปลาในพื้นที่ ที่นำวัตถุดิบคุณภาพดีมากกว่า 1,000 กิโลกรัมมาให้บริการฟรี สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานตั้งแต่วันแรก

    สำหรับงานปีนี้ นอกจากอาหารทะเลแล้ว ยังรวบรวมร้านค้าอาหารทะเลและสินค้า OTOP ของดีเมืองชุมพรกว่า 240 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมความบันเทิงและกีฬาให้ร่วมสนุกตลอด 5 วัน ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การแข่งขันฟุตบอลชายหาด กิจกรรม SUP Boards และ Beach Run รวมถึงแคมเปญท่องเที่ยว “โลกทะเลชุมพรตามหาฉลามวาฬ และผองเพื่อน” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงดงามใต้ท้องทะเล โดยจังหวัดชุมพรเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมเที่ยวงานตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2569 ณ หาดทุ่งวัวแล่น เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

    เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชุมพร

    ปก web รุกฆาตอาชญากรรม

    SOCAIL 16-9

    หอการค้าน่านเตือนวิกฤตน้ำมันทำพิษ! ยอดขายวูบ 50% หวั่นเศรษฐกิจทรุดยาว

    “พล.ต.อ.ธัชชัยฯ” เปิดสัมมนายกระดับมาตรฐานการควบคุมตัวผู้ต้องหา มุ่งสร้างความเชื่อมั่น เทียบเท่าสากล

    กอ.รมน.ชุมพรลุยตรวจป่าถูกบุกรุก พบนายทุนใช้เครื่องจักรตัดถนนขึ้นเขากว่า 1.2 กม.

    ‘เรือด่วนเจ้าพระยา’ ประกาศขอปรับขึ้นค่าโดยสาร เรือทุกประเภท 2 บาท เหตุราคาดีเซลเพิ่มขึ้น เริ่ม 30 มี.ค.69 นี้

    น้ำมันขึ้นรวด 6 บาท ประชาชนแห่ต่อคิวยาวหน้าปั๊มตั้งแต่เช้า

    แม่สะเรียงเดินหน้า “หยุดเผา” เปลี่ยน “ภาระ” ให้เป็น “รายได้” ในงาน “Green Gain Day”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1528467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pKvO_gMkRRszmjNmCHfEW

  • ททท. ต่อยอดความสำเร็จงานตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน ส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่อย

    ททท. ต่อยอดความสำเร็จงานตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน ส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่อย

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยความสำเร็จจากการจัดงาน ตามรอยยูเอฟโอ รวมตัวคนเอเลี่ยน (Thailand UFO Days) เมื่อวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ซึ่งผลตอบรับได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการสร้างการตลาดจาก “วัฒนธรรมย่อย (Subculture)” อย่างชัดเจน โดยพบว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความมุ่งมั่นสูงและพร้อมจะเดินทางไกลเพื่อสิ่งที่ตนสนใจ เช่น กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยอมเปลี่ยนแผนการเดินทางจากเชียงใหม่มาที่นครนายกโดยตรง หรือนักท่องเที่ยวจากหลากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานเพื่อมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพบปะกับผู้ที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน

    นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. เปิดเผยว่า “สิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดของงานนี้คือ เป็นการจัดกิจกรรมที่ยังไม่เคยมีการจัดมาก่อนในประเทศไทย โดยเลือกมุ่งเน้นเจาะความสนใจเฉพาะกลุ่ม จึงมีกระแสตอบรับและมีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง มีการสร้างสรรค์เรื่องราวโดยกลุ่มผู้สนใจสร้างขึ้นเอง (Organic Content) เช่น การเชื่อมโยงสถานที่จัดงานกับเรื่องราวหรือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงได้กลุ่มคนที่เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในเรื่องของการพบเห็น UFO มาช่วยสร้างความน่าสนใจของงานให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเราเลือกการจัดกิจกรรมได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ก็จะเกิดการสื่อสารและชักชวนผู้ที่มีความชอบเหมือน ๆ กันมาเข้าร่วมกิจกรรมด้วยตัวเอง

    ความสำเร็จของโครงการนำร่องนี้ยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คือกลยุทธ์การตลาดต่อยอดความสนใจเฉพาะกลุ่ม เปิดมิติประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยอย่างแตกต่าง ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมาย (Meaningful Experience) และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยว เช่น:

    • การเพิ่มวันพักค้าง: เป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ยามค่ำคืนรูปแบบใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจพักค้างคืนในพื้นที่ ขยายวันเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น มากกว่าการมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือ One Day Trip

    • การกระจายรายได้สู่เมืองรอง: การใช้ Content ที่แข็งแรงและตรงจุด ทำให้การจัดกิจกรรมมีความน่าสนใจ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเลือกเดินทางท่องเที่ยวมายังเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

    จากผลลัพธ์ดังกล่าว ททท. จึงเตรียมเดินหน้ายกระดับการสร้างสรรค์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย โดยเปลี่ยนความหลงใหลเฉพาะกลุ่มให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น การนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มสายศรัทธาและความเชื่อ หรือ รูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นการพักผ่อนกายใจและเชื่อมต่อกับธรรมชาติ (Healing) ไปจนถึงกลุ่ม Pop Culture เช่น การตามรอยภาพยนตร์ Film Locations in Thailand หรืองานศิลปะในรูปแบบ Street Art หรือ Art Toys เป็นต้น โดยกลยุทธ์นี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถแข่งขันด้วย “คุณค่าและประสบการณ์ (Value Creation)” ลดผลกระทบจากช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (De-seasonality) และช่วยกระจายและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สำหรับก้าวต่อไป ททท. เตรียมเปิดเผย “Subculture Trends Compass: 2026-2027” เพื่อให้การบุกตลาดนี้เป็นไปอย่างแม่นยำและตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวมากที่สุด ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รอติดตามในเร็ว ๆ นี้ เพื่อนำไปใช้เป็นเข็มทิศกำหนดทิศทางในการสร้างสรรค์และส่งเสริมสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ที่ตอบรับกับอนาคตของการท่องเที่ยวไทยต่อไป

    ททท. อยากชวนให้ผู้ประกอบการมองหา ‘จุดเด่น’ ที่ตัวเองมีอยู่ และนำมาออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลเสมอไป เพราะการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่คือการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกและจิตวิญญาณของผู้คน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนของอุตสาหกรรม “เราเชื่อมั่นว่าพลังของวัฒนธรรมย่อย จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากมาสัมผัสด้วยตัวเอง” รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยวกล่าวทิ้งท้าย ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ได้ที่ https://www.tat.or.th/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/business/137386&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tFtidT6tVMrh77i3oI6iq