Category: ท่องเที่ยว

  • น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    วันนี้(วันที่ 28 มีนาคม 2569) การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงต้องลุ้นว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ หรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน

    ทั้งยังต้องชั่งใจกับเงินในกระเป๋า หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร  ทำให้การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์นี้ คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์

    ประกอบกับปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินผ่านฮับตะวันออกกลางเข้าไทยหดตัว ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวสงกรานต์นี้ไม่คึกคักมากนักเหมือนทุกปี

    แอตต้า ประเมินเที่ยวสงกรานต์หด 2030%

    นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว ประมาณ 30% โดยเที่ยวบินเส้นทางระหว่าง ไทย – จีน ปัจจุบันเดือนเมษายน ลดลงเหลือ ประมาณ 35%

    อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์

    ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัว จากการขาดความเชื่อมั่น การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการเดินทาง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร จะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของชนชั้นกลางลงไป จากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น

    รวมถึงภาวะกดดันจากค่าครองชีพที่ต้องสูงขึ้นตามมา และการเลิกจ้างงานในอนาคตจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้มากขึ้น

    สงกรานต์ 2569

    ดังนั้นการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 การเดินทางทั้งคนไทย และต่างชาติลดลงประมาณ 20-30% จากการประเมินแบบข้อมูลทั่วไป และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของประเทศที่อาจหดตัว จากต้นทุนพลังงานที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วนเป็น โดมิโน เอฟเฟก

    แนะ 3 มิติ ฟื้นความเชื่อมั่นไทยเที่ยวไทย

    ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถ้าราคาน้ำมันยังสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังจำกัดการขายน้ำมันอยู่ จะกระทบการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นี้อย่างแน่นอน

    จากกระแสความกังวลเรื่องราคานํ้ามันและภาวะตึงตัวของพลังงาน ซึ่งกำลังลุกลามจนกลายเป็น “วิกฤตความเชื่อมั่น” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยลังเลที่จะเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก การดึงศักยภาพของ Domestic Tourism Buffer มาใช้ประคองอุตสาหกรรม ควรเร่งดำเนินการใน 3 มิติดังนี้

    1.ด้านนโยบาย ต้องเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงด้านพลังงานว่าภาพรวมประเทศไม่ได้ขาดแคลนนํ้ามัน เนื่องจากโรงกลั่นยังเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน แต่ภาวะตึงตัวตามสถานีบริการเกิดจากประชาชนตื่นตระหนกและแห่กักตุน จนความต้องการใช้พุ่งจาก 67 ล้านลิตร เป็นกว่า 84 ล้านลิตรต่อวัน

    ควรพิจารณามาตรการควบคุมต้นทุนค่าการกลั่นในช่วงวิกฤต รวมถึงออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ต้นทุนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวสูงขึ้นจนต้องผลักภาระไปให้นักท่องเที่ยว

    ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลในการขับรถยนต์ อาจพิจารณามาตรการสนับสนุนการเดินทางด้วยเครื่องบินในประเทศ เช่น การลดค่าธรรมเนียมสนามบิน หรือสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนการเดินทางทางรถยนต์สำหรับจุดหมายปลายทางระยะใกล้ถึงปานกลาง

    ยุทธศักดิ์ สุภสร

    2.ด้านการบริหารจัดการ โดยจัดสรรโควตานํ้ามันเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism Oil Quota) บริหารความเสี่ยงทางโลจิสติกส์ด้วย การจัดสรรโควตานํ้ามันเฉพาะสำหรับภาคการท่องเที่ยว หรือจัดตั้งช่องทางเติมนํ้ามันฉุกเฉินเฉพาะกิจ เพื่อการันตีว่ารถโดยสารสาธารณะและนักท่องเที่ยวจะไม่ติดค้างหรือหาที่เติมนํ้ามันไม่ได้ระหว่างการเดินทาง

    การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านเวลา โดยอนุญาตให้รถบรรทุกนํ้ามันสามารถวิ่งกระจายนํ้ามันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเติมเต็มสต็อกในพื้นที่ท่องเที่ยวให้ทันท่วงที

    3.ด้านการตลาดส่งเสริมท่องเที่ยว แคมเปญอุดหนุนแบบ Co-payment ที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด โดยผูกเงื่อนไขเพื่อกระจายรายได้สู่เมืองรอง เช่น การสนับสนุนเงินจำนวน 1,000 บาท สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ใน 1 จังหวัด หรือ 2,000 บาท สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ที่เดินทางเชื่อมโยง 2 จังหวัด

    แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน อาจกระทำไม่ได้ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำการตลาดโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีกำลังซื้อสูง (High-yield) ให้เดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้หรือพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อเยียวยาความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน

    การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เร่งทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าปริมาณนํ้ามันสำรองของไทยมีเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว และธุรกิจบริการยังเปิดรับนักท่องเที่ยวตามปกติ เพื่อดึงความเชื่อมั่นในการวางแผนท่องเที่ยวกลับคืนมา และไม่ซํ้ารอยกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนชาวมาเลเซียให้ชะลอการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ช่วงหยุดยาวรายอ เนื่องจากกังวลปัญหาวิกฤตขาดแคลนนํ้ามันในพื้นที่และการคุมเข้มจำกัดการซื้อนํ้ามันในประเทศไทย

    เตรียมน้ำมันรับเทศกาลสงกรานต์

    ต่อเรื่องนี้นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมัน รวมถึงเตรียมคลังน้ำมันเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก

    โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม ระบุว่า มีการผลิตน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 90.7 ล้านลิตร และมีปริมาณสำรองอีก 43 ล้านลิตร

    ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแดชบอร์ด เพื่อติดตามเส้นทางการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงสถานีบริการ เพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ โดยขอเวลาในการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบมากขึ้น จากการปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมัน เพื่อให้สามารถกระจายการขนส่งได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายระยะเวลาในการขนส่ง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศให้รวดเร็วขึ้น

    แม้บางสถานีบริการอาจยังประสบปัญหาอยู่บ้าง แต่ได้เร่งปรับแผนการขนส่งอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง หรือจ๊อบเบอร์ (Jobber) ไปแล้วกว่า 7 ล้านลิตร เพื่อช่วยกระจายไปยังผู้ใช้น้ำมัน และลดความแออัดในสถานีบริการ

    ททท.คาดท่องเที่ยวสงกรานต์ เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศในช่วงเทศกาล “Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569” ก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยรวมประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมา

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    ททท.คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านทำให้มีข้อจำกัดทางการบินจากการปิดน่านฟ้าภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และต้นทุนการบินสูงขึ้น

    ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเที่ยวบินเชื่อมโยงผ่านตะวันออกกลาง (Gulf Hub) โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไทยช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 7 %

    สำหรับตลาดการเดินท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ ไทยเที่ยวไทย ททท.คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และเริ่มขาดแคลน ทำให้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เน้นเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น หรือยกเลิกการเดินทาง โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 10 %

    การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569

    ททท.หนุนจัดงานสงกรานต์ ปัดหมุด Maha Songkran 2569 ทั่วไทย

    ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ททท.จัดงานสงกรานต์เองใน 2 พื้นที่หลัก ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 

    รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรม Maha Songkran World Event ในหลายพื้นที่ทั่วไทย เพื่อตอกย้ำอัตลักษณ์ประเพณีไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์และศิลปวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

    การจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ  ได้แก่การจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” วันที่ 11-15 เม.ย.นี้ บริเวณสวนเบญจกิติ และโรงงานยาสูบเดิม ภายในงานจะมีการผสมผสานแนวคิดย้อนยุคและร่วมสมัย มีกิจกรรมหลากหลาย

    งานสงกรานต์ 2569

    อาทิ ขบวนแห่สุดอลังการ การแสดงโดรนแปรอักษร โซนสงกรานต์ 5 ภูมิภาค การแสดงทางวัฒนธรรม และเวที EDM สำหรับสายปาร์ตี้

    งาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” วันที่ 10-30 เม.ย.นี้ ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่านงานศิลปะร่วมสมัย โดยมีการจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่จากศิลปินไทยชื่อดัง 6 ชิ้นงาน พร้อมกิจกรรมเสวนาศิลปะและ Workshop ต่างๆ

    ส่วนการจัดงานในพื้นที่อื่นๆในกรุงเทพที่ททท.สนับสนุน อาทิ “งานสงกรานต์ ไอคอนสยาม” แนวคิดรักษ์โลก วันที่ 10-15 เม.ย.นี้ สยามสแควร์ จัดงานสงกรานต์ปลอดภัย “สีขาว” ปราศจากแอลกอฮอล์และการแป้ง

    สงกรานต์ถนนสีลม ขบวนพาเหรด AMAZING BANGKOK SONGKRAN PARADE  14 เม.ย.นี้ นำเสนอความเป็น Thai Iconic สู่สากล สงกรานต์รางน้ำ ของคิงเพาเวอร์ คอนเสิร์ต SUPERFLUID 2026 ขนทัพศิลปิน T-Pop และญี่ปุ่นกว่า 60 ชีวิต ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน

    ส่วนภาคเหนือ อาทิ งาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จ.เชียงราย (13-18 เม.ย.) ที่มีทั้งอุโมงค์น้ำ แสง สี เสียง และงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ซึ่งจัดกระจายใน 6 พื้นที่ตลอดวันที่ 6-19 เมษายน โดยมีงานสำคัญคือประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน และงานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงสุโขทัย

    ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ งานม่วนซื่นบนถนนข้าวเหนียว และระบบน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จังหวัดขอนแก่นยังคงเป็นจุดหมายหลักด้วยงาน ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว (11-15 เม.ย.) พร้อมกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์

    ขณะที่จังหวัดอุดรธานีเตรียมจัดงาน Udon Songkran Festival (13-16 เม.ย.) โดยใช้ระบบน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานพร้อมเอเฟกต์ตื่นตาตื่นใจ และจังหวัดอุบลราชธานีจัดงานมหาสงกรานต์แก่งสะพือตลอดทั้งเดือนเมษายน

    ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ วันไหลสุดมันส์และประเพณีชาวรามัญ ประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่วันที่ 24-26 เม.ย.นี้ โดยมีขบวนแห่นางสงกรานต์ ขบวนรถบุปผชาติ และการเล่นสะบ้ารามัญ

    ส่วนสายปาร์ตี้ต้องไม่พลาด Pattaya Songkran Summer Festival (17-19 เม.ย.) ที่มีเวทีหลักริมหาดพัทยาและระบบ Water FX เต็มรูปแบบ รวมถึงงานวันไหลเกาะช้าง จ.ตราด (19-21 เม.ย.) ที่มีการประกวด Miss Rainbow และการแสดงแสงสีเสียงตํานานเกาะช้าง

    ขณะที่ภาคใต้ อาทิ สงกรานต์กลางเล และท่องเที่ยววิถีไทย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จัดงาน “สมุยสงกรานต์ กลางเล” (12-15 เม.ย.) เน้นการทำบุญเกาะและการแสดงฟ้อนรำร่วมกับตลาดนัดครัวชุมชน ขณะที่ จ.ภูเก็ต จัดงาน สงกรานต์โนแอล (13 เม.ย.) เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และงาน Phuket Water Festival (11-12 เม.ย.) เป็นต้น

    สำหรับสถานการณ์ของเที่ยวบินในช่วงสงกรานต์ปีนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ได้ประเมินสถานการณ์เที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569 (10 วัน) จะมีปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทย รวมประมาณ 25,620 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,562 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.8 % จากช่วงเดียวกันของปี 2568

    ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศและภูมิภาค อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ยังมีภาวะสงครามอยู่น้ำมันจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655128&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kVmF3W7lzc1vLXx2fENFq

  • ดุสิตธานีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชวนพักผ่อนอย่างสมดุลกับแคมเปญพิเศษ

    ดุสิตธานีกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชวนพักผ่อนอย่างสมดุลกับแคมเปญพิเศษ

    ตั้งแต่บรรยากาศสงกรานต์สุดคึกคักใจกลางกรุงเทพฯ ไปจนถึงการพักผ่อนสบาย ๆ ริมทะเล ขณะที่โรงแรมในเครือดุสิตธานีทั่วประเทศพร้อมตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่มองหาทั้งความสนุกของเทศกาลและช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย

    โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ โรงแรมระดับ กุญแจมิชลิน 1 ดอก ขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์พักผ่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยแพ็กเกจ Songkran Escape in Bangkok ข้อเสนอพิเศษช่วงเวลาจำกัด

    สำหรับการเข้าพัก 2 คืน พร้อมอาหารเช้าทุกวัน สำหรับสองท่าน และอาหารไทยชุดพิเศษ 1 มื้อ ณ ห้องอาหารพาวิลเลี่ยน  

    พร้อมกิจกรรมเฉลิมฉลองที่คัดสรรเป็นพิเศษ อาทิ สิทธิ์เข้าร่วมงาน Songkran Feast in the Park ณ สวนดุสิตอรุณ รูฟพาร์ก (จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 เมษายน)

    รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น บริการรับ–ส่งด้วยรถปอร์เช่ ที่เป็นลีมูซีนของโรงแรม, เครื่องดื่มค็อกเทล ณ 1970 Bar และชุดของต้อนรับธีมสงกรานต์ แพ็กเกจราคาเริ่มต้น 40,060 บาท++ สำหรับการเข้าพัก 2 คืน ในห้อง Premier Room พร้อมรับสิทธิพิเศษและส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก Dusit Gold เปิดให้จองถึงวันที่ 13 เมษายน 2569 และสามารถเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 11–19 เมษายน 2569

    โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน นำเสนอการเฉลิมฉลองสงกรานต์ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ด้วยรีสอร์ทริมทะเลที่กว้างขวาง เหมาะสำหรับการพักผ่อนระยะยาวและการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ด้วยบริการอาหารไทยแบบดั้งเดิม การเฉลิมฉลองกลางแจ้ง และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

    ภายใต้ข้อเสนอ The Long Escape – Stay Longer, Save More ผู้เข้าพักจะได้รับส่วนลดสูงสุด 15% สำหรับการเข้าพักตั้งแต่ 4 คืนขึ้นไป และสมาชิกดุสิตโกลด์รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 20% ราคาเริ่มต้น 2,601 บาท++ ต่อคืน เปิดให้จองถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 และเข้าพักได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

    และโรงแรมดุสิตธานี พัทยา มอบประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลที่ผสานการเข้าถึงชายหาดโดยตรงเข้ากับความสะดวกสบายใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมือง พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับการจองล่วงหน้าและการจองตรงกับโรงแรม อาทิ Breakfast On Us สำหรับระยะเวลาจำกัด มอบอาหารเช้าฟรีทุกวัน เมื่อจองภายในวันที่ 19 เมษายน 2569 สำหรับการเข้าพักจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

    นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ดุสิตโกลด์ รับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 25% สำหรับการจองภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 19 เมษายน ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมรับเครดิตโรงแรมมูลค่า 500 บาทต่อการเข้าพัก สำหรับการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ dusit.com อีกด้วย

    นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอและประสบการณ์พิเศษตามฤดูกาลอีกมากมาย ณ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือดุสิตทั่วประเทศไทยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ dusit.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/dusit-thani-promotes-tourism-during-the-songkran-festival/pr-news/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1r5B0rPQ8Bi66z1fGV-OHy

  • ชู “กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่” ท่องเที่ยววิถีใหม่ | เดลินิวส์

    ชู “กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่” ท่องเที่ยววิถีใหม่ | เดลินิวส์

    นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้ยกระดับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชู “กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่” ซึ่งเป็นกล้วยไม้ป่าหายากและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกระบี่ เพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์กล้วยไม้ป่าหายากให้คงอยู่ในระบบนิเวศของประเทศไทย พร้อมทั้งผสานองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยและการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว รวมทั้งเผยแพร่งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    โดยในปี 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกระบี่ มีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 8,000 คน สะท้อนถึงศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726101/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZhxayeKzCp9XyvzjvkFil

  • เช็กเลย ! ทางด่วน-มอเตอร์เวย์ช่วงสงกรานต์ 2569 เส้นไหนฟรี

    เช็กเลย ! ทางด่วน-มอเตอร์เวย์ช่วงสงกรานต์ 2569 เส้นไหนฟรี

    รวมทางด่วนฟรี-มอเตอร์เวย์ฟรี สงกรานต์ 2569 เปิดให้รถยนต์ใช้งานเพื่อเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา มีเส้นไหนบ้างพร้อมวางแผนก่อนออกเดินทางได้เลย

    ทางด่วนฟรี สงกรานต์ 2569

    ภาพจาก : shutterstock.com / SARIN KUNTHONG

    เทศกาลสงกรานต์ 2569 ใครกำลังวางแผนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวช่วงหยุดยาว ผู้ใช้รถยนต์สามารถใช้บริการทางด่วนฟรี มอเตอร์เวย์ฟรี โดยไม่ต้องเสียค่าผ่านทางในช่วงเทศกาลทั้งขาออกและขาเข้าได้ตามเส้นทางต่าง ๆ ดังนี้

    ทางด่วนฟรี สงกรานต์ 2569

    วันที่ 13 เม.ย. 69 ถึง 15 เม.ย. 69

    • ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1) จำนวน 21 ด่าน
    • ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) จำนวน 32 ด่าน
    • ทางด่วนอุดรรัถยา (บางปะอิน-ปากเกร็ด) จำนวน 10 ด่าน

    วันที่ 10 เม.ย. 69 ถึง 16 เม.ย. 69

    • ทางพิเศษบูรพาวิถี (สายบางนา-ชลบุรี) จำนวน 20 ด่าน 

    • ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (สายบางพลี-สุขสวัสดิ์) จำนวน 30 ด่าน

    มอเตอร์เวย์ฟรี สงกรานต์ 2569

    วันที่ 10 ถึง 16 เม.ย. 69

    • มอเตอร์เวย์ M7 กรุงเทพฯ-พัทยา
    • มอเตอร์เวย์ M9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน – บางพลี และตอนพระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดับบางขุนเทียน)
    • มอเตอร์เวย์ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี
    • มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-เอกชัย (เฟสแรก 10 กิโลเมตร)

    วันที่ 10 ถึง 19 เม.ย. 69 (แบ่งช่วงขาเข้า-ขาออก)

    • มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา

      • 10-13 เม.ย. 69 เปิดเฉพาะขาออก บางปะอิน-ปากช่อง (110 กิโลเมตร)

      • 14-19 เม.ย. 69 ช่วง “ปากช่อง-นครราชสีมา” เปิดทั้งขาออก-ขาเข้า (86 กม.) 

      • 14-19 เม.ย. 69 เปิดเฉพาะขาเข้า ปากช่อง-บางปะอิน (110 กิโลเมตร)

    บทความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน่ารู้รถยนต์

    ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://car.kapook.com/view299860.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nzhGDffonvQFbNYx-7ibv

  • นักท่องเที่ยวไทย-เทศเดินทางมาเกาะช้างหนาแน่น นายกฯท่องเที่ยวตราด เผยน้ำมันแพงยอดจองช่วงสงกรานต์ลด

    นักท่องเที่ยวไทย-เทศเดินทางมาเกาะช้างหนาแน่น นายกฯท่องเที่ยวตราด เผยน้ำมันแพงยอดจองช่วงสงกรานต์ลด

    ภูมิภาค

    นักท่องเที่ยวไทย-เทศเดินทางมาเกาะช้างหนาแน่น นายกฯท่องเที่ยวตราด เผยน้ำมันแพงยอดจองช่วงสงกรานต์ลด

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.49 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันแพงขึ้นทั้งเบนซินและดีเซล ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้ เนื่องจากการเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวมีค่าต้นทุนที่เป็นราคาน้ำมันจึงตัดสินใจเลื่อนการเดินทางหรือท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้ๆ ที่บริเวณท่าเทียบเรือเฟอร์รี่“เกาะช้างเฟอร์รี่”ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ตั้งช่วง 10.00 น.วันที่ 27 มีนาคม 2569 ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวยังอำเภอเกาะช้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มทัวร์ต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาลงเรือเฟอร์รี่จำนวนมาก และไม่ต้องต่อคิวนานเพียงต่อต้องรอลงเฟอร์รี่นานประมาณ 30 นาที เพื่อรอให้รถยนต์เต็มลำและเดินทางออก ซึ่งเที่ยวเวลา 11.00 น.ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

     นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจ.ตราด เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันแพง มีผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางท่องเที่ยว จะเห็นได้จากยอดจองห้องพักที่ลดลงในช่วงสงกรานต์ซึ่งแตกต่างจากปี 2568 อย่างเห็นได้ชัด แม้แต่แพลตฟอร์มการจองที่พักออนไลน์ชื่อดังที่มักจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดจองให้ขยับตัวขึ้นได้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การประหยัดและเฝ้าระวังสถานการณ์ หากสงครามยังไม่มีทีท่าจะยุติภายในเร็ววัน ความวิตกกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลนจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวที่เคยเป็นความหวังของผู้ประกอบการ

     “นอกจากปัญหาราคาและการขาดแคลนน้ำมันแล้ว ภาคการขนส่งข้ามฟากอย่างเรือเฟอร์รี่ก็ได้รับผลกระทบแบบลูกโซ่ 100% ทั้งจากกระแสข่าวเชิงลบเรื่องการรอคิวนานหลายชั่วโมงที่ทำให้นักท่องเที่ยวเข็ดขยับ และปัญหาทางเทคนิคที่เรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ตามปกติ ยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องการบริหารจัดการน้ำมันเพื่อสยบกระแสข่าวการกักตุนหรือการขาดแคลน เพื่อให้คนไทยคลายความกังวลและกล้าที่จะเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ในเชิงบวกว่าสถานการณ์ยังคงสามารถควบคุมได้ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้“นายวิชิต กล่าว

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/470743&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1d3X9plJxQ-_v39DfsW_m8

  • บสย.อัดช่วย ลูกหนี้ SMEs จ่ายเครม ลดต้นสูงสุด 50% พักหนี้ 3 เดือน สู้วิกฤตพลังงาน

    บสย.อัดช่วย ลูกหนี้ SMEs จ่ายเครม ลดต้นสูงสุด 50% พักหนี้ 3 เดือน สู้วิกฤตพลังงาน

    ต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นไม่ได้กระทบแค่ราคาน้ำมัน แต่กำลังกดทับสภาพคล่องของผู้ประกอบการรายเล็กอย่างต่อเนื่อง ในจังหวะที่หลายธุรกิจยังต้องประคองตัว บสย.จึงขยับมาตรการช่วยลูกหนี้รอบใหม่ หวังพยุง SMEs ให้อยู่รอดในช่วงต้นทุนขาขึ้น

    บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เดินหน้าขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ต่อเนื่อง รับแรงกดดันจากวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังซ้ำเติมต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มอาชีพอิสระที่เปราะบางต่อภาวะราคาน้ำมันและค่าครองชีพขาขึ้น

    ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า บสย.ได้ออกมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย.จ่ายเคลม ให้สามารถ ลด ปลดหนี้ และแก้หนี้ ได้ง่ายขึ้น ผ่านเงื่อนไขการชำระที่ผ่อนปรนขึ้น เพื่อลดภาระทางการเงินและประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงที่ต้นทุนพลังงานพุ่งต่อเนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    มาตรการดังกล่าวสอดรับกับแนวทางเร่งด่วนของภาครัฐที่ทยอยออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน ครอบคลุมทั้งกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร ผู้ประกอบการขนส่ง และ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าขนส่งที่เร่งตัวขึ้น

    สำหรับไฮไลต์ของมาตรการรอบนี้ บสย.เปิดทางให้ลูกหนี้ที่ต้องการ ปลดหนี้และปิดบัญชี ได้รับส่วนลดเงินต้นมากขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดย กลุ่มเปราะบาง ที่มีหนี้คงเหลือไม่เกิน 200,000 บาท จะได้รับ ส่วนลดเงินต้นสูงสุด 50% จากเดิมปีก่อนที่ลดได้ 30% ขณะที่ ลูกหนี้ SMEs ทั่วไป ที่มีหนี้คงเหลือมากกว่า 200,000 บาท จะได้รับ ส่วนลดเงินต้นสูงสุด 40% จากเดิมที่ลดได้ 15%

    การเพิ่มเพดานลดเงินต้นครั้งนี้สะท้อนว่า บสย.กำลังเร่งใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ลูกหนี้สามารถปิดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่ปัญหาสภาพคล่องจะลุกลามกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเดินหน้าธุรกิจในระยะยาว โดยในปีนี้ บสย.ตั้งเป้า ปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย และช่วยให้ลูกหนี้สามารถ ปลดหนี้ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ราย

    นอกจากการลดภาระเงินต้นแล้ว บสย.ยังออกมาตรการเสริมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาคธุรกิจที่เชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและการค้าโลก โดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว และ ธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงกดดันทั้งจากต้นทุนการเดินทาง ค่าขนส่ง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในหลายตลาด

    ลูกหนี้ในกลุ่มดังกล่าวที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และ ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ สามารถขอรับสิทธิ พักชำระค่างวดนาน 3 เดือน ได้ ทั้งในส่วนของ เงินต้นและดอกเบี้ย เพื่อช่วยบรรเทาภาระระยะสั้นและเพิ่มพื้นที่ให้ธุรกิจสามารถจัดการสภาพคล่องได้ดีขึ้นในช่วงต้นทุนผันผวน โดยเปิดให้ ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 14 เมษายน 2569
     

    สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกหนี้ บสย. และต้องการเข้าร่วมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ หรือผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยวและธุรกิจนำเข้า-ส่งออกที่เกี่ยวเนื่อง สามารถติดต่อ บสย.เพื่อขอรับรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ โดยสาระสำคัญของมาตรการรอบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการ “ยืดหนี้” แต่เป็นการเพิ่มเครื่องมือให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีโอกาสตั้งหลักใหม่ได้เร็วขึ้น ในจังหวะที่ต้นทุนพลังงานยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/740059&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AvTS-5VQrtLZ9y5QEnOmh

  • ไมเนอร์ รีโนเวตใหญ่ อนันตรา หัวหิน ชี้ต่างชาติยังไม่เลื่อนมาไทย

    ไมเนอร์ รีโนเวตใหญ่ อนันตรา หัวหิน ชี้ต่างชาติยังไม่เลื่อนมาไทย

    หากพูดถึง ‘หัวหิน’ นับเป็นเมืองยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ ที่ครองใจทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาต่อเนื่อง แต่ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ที่ล่าช้า กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระทบต่อการเดินทาง ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปหัวหิน ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาลงในบางช่วง

    โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการก่อสร้างถนนพระราม 2 กระทบท่องเที่ยวหัวหินระยะสั้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลังจากผู้ใช้รถสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เส้นทางเลี่ยงหรือวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ส่งผลให้การเข้าถึงหัวหินสะดวกขึ้นตามลำดับ ประเมินว่าหากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของหัวหินให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

    อีกทั้งหัวหินยังมีความได้เปรียบในฐานะที่เป็นเมืองใกล้กรุงเทพและไม่ได้มีแค่ทะเล แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญโรงแรมในหัวหินที่มีตัวเลือกหลากหลาย มีทุกเซกเมนต์ราคาให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะนักการเดินทางระยะสั้นจากกรุงเทพฯ

    ดังนั้น ในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้ทุ่มเงิน 400 ล้านบาท รีโนเวตโรงแรม ‘อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท’ นอกจากการดีไซน์บรรยากาศผสานเอกลักษณ์หมู่บ้านไทยซึ่งเป็นเสน่ห์ดั้งเดิมของรีสอร์ตเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยแล้ว ยังได้เปิดตัวห้องพักรูปแบบใหม่ Pool Access Room Two-Bedroom Family Suites และ Two-Bedroom Family Pool Suite รองรับคู่รัก ครอบครัว และนักเดินทางที่ต้องการความเป็นส่วนตัว นับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในโอกาสครบรอบ 25 ปีของอนันตรา

    ในช่วงเวลาเดียวกัน เจมส์ ซัตคลิฟฟ์ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท กล่าวต่อว่า ห้องพักแบบ 2 ห้องนอน ถือเป็นไฮไลต์ของโรงแรม หลังจากได้ทุบรวมห้องพักปกติ 3 ห้องให้กลายเป็นห้องสวีตแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ทำให้จำนวนห้องพักทั้งหมดของรีสอร์ตลดลงจาก 196 ห้อง เหลือ 171 ห้อง ซึ่งจำเป็นต้องทำเพราะห้องประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงมากและในตลาดไม่ค่อยมีใครทำ

    ส่วนโครงสร้างราคาหลังจากรีโนเวต ราคาห้องพักเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึงประมาณ 40% โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราว 7,000 บาทต่อคืน ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอนมีราคาเริ่มต้นประมาณ 18,000 บาท ขณะที่อัตราการเข้าพักของอนันตรา หัวหิน อยู่ที่ 70% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้า แต่หลังจากมีการรีโนเวตแล้วนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเข้าพักระยะสั้นในช่วงสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดยาว แต่ก็ยังถือว่าน้อยเพราะตั้งเป้าให้มีคนไทยเข้ามาพักถึง 50% ถือเป็นการบาลานซ์ความเสี่ยง เพราะหากเกิดวิกฤตนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ ก็จะมีนักท่องเที่ยวไทยทดแทนได้

    ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวระยะไกลจากตลาดยุโรปและอังกฤษยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 4 ซึ่งมีพฤติกรรมการจองและระยะเวลาเข้าพักเฉลี่ยค่อนข้างนาน อยู่ที่ประมาณ 6.5 คืนต่อครั้ง ขณะเดียวกันยังพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวมีแนวโน้มเข้าพักระยะยาวเพิ่มขึ้น เนื่องจากรีสอร์ตมีกิจกรรมหลากหลายรองรับทุกช่วงวัย และอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือพฤติกรรมการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวยุโรปที่สั้นลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านาน 12-18 เดือน ปัจจุบันลดลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน

    นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวโรงแรมภายใต้แบรนด์ NH Hotels & Resorts ในหัวหิน มีห้องพักและห้องสวีตรวม 152 ห้อง ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย, จีน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, สิงคโปร์ ตลอดจนตลาดยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร, เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ และในอนาคตอันใกล้มีแผนจะขยายไปในหัวเมืองหลักในไทย เช่น เชียงใหม่ พัทยา ระยอง เพราะเชื่อว่านักท่องเที่ยวยุโรปมั่นใจในแบรนด์ NH หลังจากที่มีการทำตลาดอย่างแข็งแกร่งจากโรงแรม NH ที่มีมากกว่า 200 แห่งใน 26 ประเทศ

    โอมาร์ กล่าวต่อว่า ไมเนอร์ โฮเทลส์ มีแบรนด์โรงแรมในเครือทั้งหมด 12 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Luxury ไปจนถึง Select ที่เน้นความคุ้มค่า ปัจจุบันแบ่งโรงแรมออกเป็น 3 เซกเมนต์หลัก ได้แก่

    1.กลุ่ม Luxury (ระดับหรูหรา) ได้แก่ อนันตรา ซึ่งแบรนด์หลักที่ผู้คนในตลาดรู้จักอย่างกว้างขวางและเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์โรงแรมของไมเนอร์ รวมไปถึง The Wolseley Hotels แบรนด์หรูที่ต่อยอดมาจากร้านอาหารไอคอนิกในลอนดอน โดยจะเปิดโรงแรมแห่งแรกที่นิวยอร์กปลายปีนี้ และมีแผนจะเปิดในกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน

    2.กลุ่มพรีเมียม ได้แก่ อวานี นับเป็นแบรนด์ที่มีการขยายตัวอย่างมากในไทย รวมถึง NH Collection แบรนด์ระดับ Upper-upscale และ 3. กลุ่มระดับอัปสเกลที่เน้นความคุ้มค่า ได้แก่ NH Hotels และ Oaks แบรนด์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าพักอาศัยระยะยาว

    พร้อมประเมินถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปัจจุบันผลกระทบยังถือว่าไม่มากนัก แม้จะมีแขกบางส่วนขอเลื่อนการเดินทาง เพื่อรอดูสถานการณ์เที่ยวบิน แต่ก็ถูกชดเชยจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หนีจากความขัดแย้งเข้ามาพักในไทยแทน

    ส่วน อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท แม้จะมีนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเลื่อนหรือยกเลิกการเข้าพักมาบ้าง แต่ยังถือว่าน้อย เพราะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ทั้งยุโรปและสหราชอาณาจักร เดินทางเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ แต่บริษัทยังไม่นิ่งนอนใจและมีการติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

    ภาพ: ต่างชาติยังไป ‘หัวหิน’

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/anantara-hua-hin-minor-renovation/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qYlwlsVeV4JixcVr2ZgZ-

  • เปิดไฮไลต์ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ยกของดีทั่วไทยไว้กลางกรุง พร้อมจุดแชะภาพตามรอยลิซ่า

    เปิดไฮไลต์ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ยกของดีทั่วไทยไว้กลางกรุง พร้อมจุดแชะภาพตามรอยลิซ่า

    สุดสัปดาห์นี้ห้ามพลาด งานเริ่มแล้วสำหรับ “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ยกของดีทั่วไทยมาไว้ใจกลางกรุง พร้อมจุดแชะภาพตามรอยลิซ่า

    เปิดฉากสาดความสนุกกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่มีแพลนไปไหนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ขอชวนมาเดินตากแอร์ฉ่ำๆ ใจกลางกรุงเทพฯ กับมหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44” ประจำปี 2569 

    งานนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดใหญ่จัดเต็ม ขนทั้งความสนุก ความอร่อย และศิลปวัฒนธรรมจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศมาย่อไว้ในงานเดียว ภายใต้คอนเซปต์ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” เรียกว่ามาเดินงานเดียวก็เหมือนได้จัดทริปเที่ยวคุ้มทั่วไทย

    ภายในงานอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ไม่ว่าจะเป็นการชื่นชมการสาธิตภูมิปัญญาและงานคราฟต์ที่หาดูได้ยาก ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม และสนุกสุดเหวี่ยงกับคอนเสิร์ตจากศิลปินไทยที่มาร่วมสร้างสีสันตลอด 5 วันเต็ม นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สายคอนเทนต์ต้องรีบพุ่งตัวไป คือโซน Amazing Thailand ที่จัดเตรียมฉากจำลองสถานที่ท่องเที่ยวตามรอย “ลิซ่า” จากแคมเปญ feel all the feelings เอาไว้ให้ทุกคนได้แต่งตัวจัดเต็มมาแชะภาพสวยๆ กลับไปอวดเพื่อนลงโซเชียลแบบปังๆ

    นอกจากมุมถ่ายรูปสวยๆ แล้ว ไฮไลต์ที่สายกินต้องร้องว้าว คือ การรวบรวมของอร่อยจาก 5 ภูมิภาค ที่ ททท. ยกทัพร้านดังทั่วไทยมาเสิร์ฟถึงกลางกรุง ให้อร่อยฟินแบบไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ว่าจะเดินเลี้ยวไปโซนไหนก็มีเมนูเด็ดรออยู่แบบจัดเต็ม ได้แก่

    • โซน 1 สุขทันทีที่เที่ยวภาคตะวันออก: สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จาก ร้านสวนแก้วคูณ, ร้านสาริกาฟาร์ม และ ร้านสวนเคพี การ์เด้น
    • โซน 2 สุขทันทีที่เที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: แซ่บถึงใจไปกับ ร้านเสือใหญ่ ไก่ย่างมะดัน, ร้านแม่เสงี่ยมแจ่วฮ้อน, ร้านฟาร์มฮัก และ ร้านข้าวเม่าแม่น้อย
    • โซน 3 สุขทันทีที่เที่ยวภาคใต้: หรอยแรงทะลุพิกัดกับ ร้านกุเลาแม่แป้นตากใบ, ร้านดรีม ผลไม้แปรรูป, ร้านสำรับโนราห์, ร้านอาหารลานข้าว และ ร้านเจริญข้าวมันไก่เบตงพันธ์แท้
    • โซน 4 สุขทันทีที่เที่ยวภาคกลาง: ชิมของอร่อยฟินๆ จาก ร้านแมวเป็นของเหลว และ ร้านข้าวนม
    • โซน 5 สุขทันทีที่เที่ยวภาคเหนือ: ลำแต๊ๆ กับเมนูชื่อดังจาก ร้านข้าวซอยลำดวนฟ้าฮ่าม เชียงใหม่, ร้านภูวนาถ กะหรี่ 2 ปั๊ป, ร้านโกโก้ วัลเลย์ และ ร้านซันนี่ แอนด์ เฟรนด์

    วิธีเดินทางไป เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44

    วิธีที่แนะนำที่สุดคือการใช้รถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยใช้ทางออก 3 แล้วเดินทะลุทางเชื่อมเข้างานได้ทันที หรือถ้าใครสะดวกนั่งรถไฟฟ้า BTS ก็สามารถนั่งมาลงที่สถานีอโศก

    สำหรับคนที่ชอบนั่งรถประจำทางชิลๆ สามารถใช้บริการสาย 71, 136, 185, 3-54 และ 3-55 มาลงหน้าศูนย์ฯ ได้เลย 

    ส่วนใครที่ซื้อของเยอะและจำเป็นต้องขับรถยนต์ส่วนตัวมาเอง ทางสถานที่ก็มีจุดจอดรถชั้นใต้ดินรองรับอย่างกว้างขวางได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง

    สำหรับใครที่เตรียมตัวลุย งานนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่วันนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 ไปจนถึง 21.00 น. ณ ชั้น G ฮอลล์ 1 – 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โค้งสุดท้ายช่วงสุดสัปดาห์แบบนี้บอกเลยว่าเตรียมชุดให้พร้อม เคลียร์ท้องให้ว่าง แล้วรีบมาเช็กอินด่วน

    ข้อมูล และภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2922751&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Lgr-8T-fOqObgM54L7Nce

  • เอกชนท่องเที่ยวภาคตะวันออก แนะรัฐปล่อย ‘น้ำมันสำรอง’ พยุงราคาช่วงเทศกาลสงกรานต์

    เอกชนท่องเที่ยวภาคตะวันออก แนะรัฐปล่อย ‘น้ำมันสำรอง’ พยุงราคาช่วงเทศกาลสงกรานต์

    เอกชนท่องเที่ยวภาคตะวันออกชี้ “น้ำมันแพง” ทุบกลุ่มทัวร์สัมมนาวูบ แต่เชื่อมั่นสงกรานต์ยังคึกคัก จี้รัฐงัด “น้ำมันสำรอง” ปล่อยก๊อกลดราคาเป็นของขวัญประชาชน

    27 มีนาคม 2569 – นายอนุชา เทียนชัย ผู้แทนประธานสภาอุสาหกรรมท่องเที่ยว เขต9 (จันทบุรี,ตราด,ระยอง) ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มภาคตะวันออก เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในในภาคตะวันออก โดยเริ่มจากพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรี ที่กำลังประสบวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าขณะนี้ผลกระทบได้เริ่มส่งผลชัดเจนในกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ (Group) โดยเฉพาะหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบริษัทเอกชน ที่ต้องปฏิบัติไปตามนโยบายภาครัฐให้ชะลอการเดินทางหรือหยุดกิจกรรมสัมมนา ทำให้มีการยกเลิกและเลื่อนการจองห้องพักโดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวหลักอย่างเกาะช้าง จังหวัดตราด รวมถึงหาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จ ในจังหวัดจันทบุรีไปเป็นจำนวนมาก

    อย่างไรก็ตามก็ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสระหรือกลุ่มครอบครัว (FIT) ที่นิยมเดินทางไปยังเกาะกูดและเกาะหมาก เดินทางมาชดเชย ซึ่งพบว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีการวางแผนการเดินทางในช่วงปิดเทอมไว้ล่วงหน้าแล้ว แม้ต้นทุนค่าน้ำมันจะเพิ่มขึ้นแต่กลุ่มนี้ยังคงตัดสินใจเดินทางตามเดิม

    “ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะถึงนี้ ภาคเอกชนประเมินว่านักท่องเที่ยวจะยังคงเดินทางเข้าสู่ภาคตะวันออกอย่างหนาตา เนื่องจากเป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยอมจ่ายเพื่อการพักผ่อน แม้จะมีปัจจัยเรื่องน้ำมันแพงมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจว่สจะเดินทางมาหรือไม่โดยคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มชนชั้นกลางและแรงงานจะยังคงเดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์และวันไหลตามประเพณีของภาคตะวันออก แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปท่องเที่ยวในจุดที่ใกล้กรุงเทพฯ มากขึ้น เช่น บางแสน หรือพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ในขณะที่พื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรีจะยังคงรักษาฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่เน้นความเป็นส่วนตัวและมีกำลังซื้อได้อยู่“นายอนุชากล่าว

    ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคตะวันออก เขต 9 กล่าวอีก ภาคเอกชนเตรียมยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขอความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเน้นการลดต้นทุนการเดินทางให้กับประชาชน เช่น การขยายเวลาเปิดใช้มอเตอร์เวย์ฟรีจากเดิม 3 วัน เป็น 5 วัน เพื่อช่วยย่นระยะเวลาเดินทางและลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงขอให้รัฐบาลพิจารณาบริหารจัดการ “น้ำมันสำรอง” ที่มีอยู่ในสต็อกออกมาใช้พยุงราคาในช่วงเทศกาลเพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชน

    นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐวิสาหกิจอย่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามาช่วยพยุงราคาค่าไฟเพื่อลดภาระซ้ำเติมแก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากไฟฟ้าเป็นต้นทุนที่รัฐบริหารจัดการได้ง่ายกว่าน้ำมันที่ต้องอิงราคาตลาดโลก พร้อมกันนี้ยังฝากถึงสื่อมวลชนให้ช่วยนำเสนอข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริงและเน้นเชิงบวก เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกในประเด็นน้ำมันขาดแคลนจนนักท่องเที่ยวไม่กล้าออกจากบ้าน“

    สำหรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่เกาะช้างขณะนี้ พบว่ายังมีจำนวนหนาตาเนื่องจากปัญหาตั๋วเครื่องบินขากลับมีราคาแพงและเที่ยวบินเต็ม ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเลือกที่จะพำนักต่อ (Stay over) อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้เริ่มมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ประหยัดขึ้น โดยหันไปเลือกใช้บริการร้านอาหารริมทางแทนร้านอาหารขนาดใหญ่ เนื่องจากไม่ได้เตรียมงบประมาณสำหรับการพำนักระยะยาวไว้ ซึ่งภาคเอกชนมองว่าวิกฤตน้ำมันครั้งนี้แม้จะเป็นความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมองเห็นทางออกที่ชัดเจนกว่ายุคโควิด-19 และเชื่อว่าหากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศคลี่คลาย ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/970695/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aXEWWxjcUTa_Y5oiUFxpM

  • สนามบินหัวหินปลุกท่องเที่ยว! จัด “สนามบินมีชีวิต” รับสงกรานต์

    สนามบินหัวหินปลุกท่องเที่ยว! จัด “สนามบินมีชีวิต” รับสงกรานต์

    ภูมิภาค

    สนามบินหัวหินปลุกท่องเที่ยว! จัด “สนามบินมีชีวิต” รับสงกรานต์

    วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 27 มีนาคม 2569 น.ส.ชนัตถา ศรีเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการให้บริการท่าอากาศยานหัวหิน ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับการให้บริการและเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว

    การประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยร่วมกันเสนอแนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

    ที่ประชุมได้หารือการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “สนามบินมีชีวิต” โดยเปิดพื้นที่ให้ชุมชนจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ OTOP ภายในสนามบิน รวมถึงการผลักดันเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ เสนอเที่ยวบินตรงจากสิงคโปร์สู่หัวหิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักกอล์ฟ

    นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางจัดระเบียบรถรับส่งผู้โดยสารทั้งระบบสาธารณะและรถรับจ้าง รวมถึงขอความร่วมมือในการควบคุมการจุดพลุและการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ภายในรัศมี 9 กิโลเมตรรอบสนามบิน เพื่อความปลอดภัยด้านการบิน

    ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหัวหิน กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการขยายรันเวย์และปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตรวจรับงาน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินเส้นทางเชียงใหม่–หัวหิน มีผู้โดยสารกว่า 5,800 คนในเดือนมกราคม และ 5,210 คนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ท่าอากาศยานหัวหินเตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรมไทยในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อสร้างภาพลักษณ์ “สนามบินมีชีวิต” และสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/470714&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tSjW0iu8qLgDljg8BOmBs