Category: เศรษฐกิจ

  • ‘คนละครึ่ง’ ยังตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ เเนะทำควบคู่นโยบายระยะยาว

    ‘คนละครึ่ง’ ยังตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ เเนะทำควบคู่นโยบายระยะยาว

    ‘คนละครึ่ง’ ยังตอบโจทย์กระตุ้นเศรษฐกิจ เเนะทำควบคู่นโยบายระยะยาว

    ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ภายหลังการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมือง ภายใต้รัฐบาลใหม่ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และการแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งสร้างทั้งความคาดหวังและคำถามในสังคม โดยเฉพาะการหยิบยกนโยบายยอดนิยมอย่างคนละครึ่ง’ กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนก่อนการยุบสภาเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    ดร.สมชัย กล่าวว่า เข้าใจว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายผลประโยชน์ถึงระดับรากหญ้า ซึ่งจากประสบการณ์ช่วงโควิดพบว่า สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้จริง โดยเงินลงสู่ระดับล่างจำนวนมาก ผู้ค้ารายเล็กได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน

    อีกทั้ง ‘คนละครึ่ง’ ยังมีจุดแข็งมากกว่า โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เนื่องจากผู้ใช้ต้องควักเงินออกครึ่งหนึ่งเอง ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้เท่ากัน

    อย่างไรก็ตาม ดร.สมชัย ชี้ว่าจุดอ่อนของมาตรการคือ การที่ประชาชนบางส่วนไม่ได้เพิ่มการใช้จ่ายจริง แต่เลือกเก็บเงินที่ประหยัดได้ไปออมแทน ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถบังคับได้และเกิดขึ้นกับทุกนโยบายแจกเงิน แต่หากรัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ เช่น วางแผนแก้ปัญหาภาษีทรัมป์ให้เป็นรูปธรรม ก็จะทำให้ประชาชนมั่นใจและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลให้ ‘คนละครึ่ง’ มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

    ในด้านมาตรการเสริมควบคู่ ‘คนละครึ่ง’ ดร.สมชัย เสนอให้พิจารณานโยบายที่ได้ผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้า ซึ่งจะใช้งบเพิ่มราว 2,000 ล้านบาท แต่ช่วยรับประกันคุณภาพชีวิตเด็กและอุดช่องโหว่ที่เด็กยากจนบางส่วนยังตกหล่นไม่ได้เงิน ถือเป็นการวางรากฐานระยะยาวควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบัน

    ก็จะมีนโยบายซึ่งถ้าจะหวังผลแบบว่าหลายหน้า เช่น กระตุ้นเศรษฐกิจก็ได้ผล อย่างอื่นก็ได้ เช่นผล ระยะยาวมีอีกหลายนโยบาย อย่างเช่น เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ทําให้เป็นถ้วนหน้า ก็ทําให้รัฐบาลจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นประมาณซัก 2,000 ล้านบาท แต่ว่าเงินก็คือเข้ามือประชาชน  แล้วก็เป็นการรับประกันเรื่องของคุณภาพของเด็ก เพราะว่าทุกวันนี้มันก็ยังมีการตกหล่นอยู่ เด็กที่ยากจนก็ยังไม่ได้เงิน ถ้าทําเป็นถ้วนหน้าก็จะปิดช่องโหว่ตรงนั้นได้ ตรงนั้นก็จะเป็นเรื่องที่เป็นทางวางรากฐานประกาศอนาคตในระยะยาวด้วย

    ทั้งนี้ แม้งบประมาณประจำปีผ่านการพิจารณาไปแล้ว แต่ ดร.สมชัย มองว่ายังสามารถจัดสรรจากงบกลางมารองรับได้ โดยไม่กระทบต่อสถานะการคลัง เพียงแต่รัฐบาลต้องเลือกใช้อย่างตรงจุด พร้อมย้ำว่าการนำ ‘คนละครึ่ง’ กลับมาในเวลานี้ แม้จะถูกมองในมิติความนิยมทางการเมือง แต่หากเศรษฐกิจซบเซาหนักก็จำเป็นต้องอัดฉีด เพราะมาตรการแจกเงินคือวิธีที่รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องทำควบคู่กับนโยบายโครงสร้างระยะยาว

    ดร.สมชัย กล่าวต่อว่า ปัญหาพลังงานเป็นอีกประเด็นที่ควรแก้จริงจัง เนื่องจากไทยมีโรงไฟฟ้าสำรองเกินจำเป็น ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟสูงเกินไปเพื่อรองรับ ‘ค่าพร้อมใช้’ ให้ผู้ประกอบการพลังงาน โดยเสนอให้เร่งผลักดันนโยบายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนและเพิ่มพลังงานเข้าสู่ระบบ รวมถึงพยายามเจรจาแก้ไขสัญญา ‘ค่าพร้อมใช้’ เพื่อบรรเทาภาระประชาชน หากทำได้สำเร็จจะได้ใจประชาชนจำนวนมากและเป็นผลดีทั้งระยะสั้นและระยะยาว

    จริงๆเชียร์ อยากให้ปรับโครงสร้างพลังงาน น่าทําเพราะว่าจะลดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ ซึ่งก็คล้ายกับเอาเงินเข้ากระเป๋าประชาชน เพราะรายจ่ายลดก็มีเงินหลายกระเป๋ามากขึ้น ปัญหาเรื่องพลังงานของบ้านเรา คือผลิตไฟฟ้าสํารองมากเกินไป ซึ่งก็เลยมีแล้วต้องเสียค่าพร้อมใช้ไปก่อน แต่รัฐบาลก็ต้องเอางบประมาณนี้ไปจ่ายให้กับเจ้าสัวพลังงาน  เราก็จ่ายค่าไฟแพงเกินไป

    สำหรับสิ่งเร่งด่วนในช่วง 4 เดือน ดร.สมชัย ย้ำว่าผลกระทบจาก ‘ภาษีทรัมป์’ เป็นประเด็นที่เลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการที่สินค้าสหรัฐฯ เข้าประเทศไทยได้ด้วยภาษี 0% ซึ่งกระทบผู้ผลิตไทยจำนวนมาก รัฐบาลต้องจัดงบเยียวยาที่มากเพียงพอและมองเชิงรุกหาทางสร้างธุรกิจใหม่หรือส่งเสริมให้แรงงานเปลี่ยนอาชีพ พร้อมผลักดันการอัพสกิลและรีสกิลแรงงาน ซึ่งสามารถเห็นผลในเวลาไม่นาน ตัวอย่างเช่น โครงการฝึกอบรมออนไลน์ 6 สัปดาห์ของอินโดนีเซียที่ช่วยเพิ่มทักษะและรายได้แรงงานได้จริง ถือเป็นมาตรการที่ช่วยทั้งระยะสั้นและยาว พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจไปในตัว

    ในด้านทีมเศรษฐกิจ ดร.สมชัย กล่าวถึง นายเอกนิติว่า เป็นผู้มีฝีมือ มุ่งมั่น และไม่ฝักใฝ่การเมือง มีศักยภาพในการนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่วนภาพรวมของทีมเศรษฐกิจ แม้หลายกระทรวงเศรษฐกิจยังอยู่ในมือของนักการเมือง แต่ก็หวังว่าการนำคนรุ่นใหม่เข้ามาจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ

    ดร.สมชัย ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศ โดยระบุว่าเป็นจุดบอดของไทยมากว่า 10 ปี และการมีรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่อาจช่วยยกระดับนโยบาย ซึ่งสำคัญต่อเศรษฐกิจในยุคที่ประเด็น Geo-economics ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างปัจจัยทางภูมิศาสตร์กับเศรษฐศาสตร์ โดยเน้นการ ใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) หรือในอีกมุมมองหนึ่ง คือ การใช้ อำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยขณะนี้ทวีความเข้มข้นมากขึ้น

    ท้ายที่สุด ดร.สมชัย ระบุว่า ไม่มีใครการันตีผลลัพธ์ได้ แต่โดยภาพรวมชื่อและพื้นหลังของรัฐมนตรีหลายคนก็ดูดี และสังคมควรรอดูการทำงานจริง 

    อย่าลืมว่ากระทรวงที่โยงเรื่องเศรษฐกิจโดยตรง ไม่ว่าจะ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม เเละอื่นๆโยงเศรษฐกิจได้หมดเลย ถึงจะเป็น ส.ส.จริง เป็นลูกหลาน ส.ส.จริง แต่ว่ามีฝีมือไหมก็ต้องหวังว่าจะเป็นเเบบนั้น เข้าใจว่าพยายามเอาคนรุ่นใหม่เข้ามามากขึ้น ก็คงต้องหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ก็ไม่มีใครการันตีได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/638299&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dMuWFJyXAdyuOgcnB8c4W

  • พ่อค้าแม่ค้า เห็นด้วยฟื้นคนละครึ่ง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ บางคนยังหวังเงินหมื่น

    พ่อค้าแม่ค้า เห็นด้วยฟื้นคนละครึ่ง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ บางคนยังหวังเงินหมื่น

    พ่อค้าแม่ค้าเห็นด้วยฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ จูงใจให้คนใช้จ่าย แต่กังวลกลัวว่าระยะเวลาแค่ 4 เดือนจะทำไม่ทัน ขณะที่บางคนยังหวังเงินหมื่น 

    วันที่ 8 ก.ย. 68 จากกรณีมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมหยิบนโยบายยอดนิยมอย่าง “คนละครึ่ง” มาปัดฝุ่น ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วงเวลาเพียง 4 เดือนก่อนการ “ยุบสภา” เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่

    ซึ่งบรรยากาศที่ตลาดสิริวัฒนา อ.เมืองเชียงใหม่ พ่อค้าแม่ค้าเริ่มมีรอยยิ้มจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น นางสาวผณินทรา จันทน้อย แม่ค้าร้านแหนมเนือง บอกว่า คนละครึ่งในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยกระตุ้นการค้าขายให้คึกคักอย่างเห็นได้ชัด หากนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง คาดว่าจะส่งผลดีช่วยเพิ่มยอดขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้มากขึ้น เนื่องจากช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี หากเป็นไปได้ก็อยากให้เพิ่มวงเงินมากขึ้นกว่าเดิม และอยากให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด

    นางพรรณี คูหะมณี แม่ค้าขนมหวาน บอกเหมือนกันว่าโครงการคนละครึ่งจะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น เพราะรัฐบาลช่วยจ่ายให้ครึ่งหนึ่ง พ่อค้าแม่ค้าก็ได้รับอานิสงส์ยอดขายเพิ่มขึ้น ซึ่งอยากให้รัฐบาลรีบทำ เพราะมั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และดีกว่านโยบายแจกเงินหมื่น

    ส่วนที่ตลาดสดเทศบาล 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางทิวารัตน์ สร้อยสุวรรณณ์ อายุ 43 ปี เจ้าของร้านสุวิมล ผลไม้ กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าโครงการคนละครึ่งไม่น่าจะทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 4 เดือน เหมือนการขายฝัน เพราะน่าจะอนุมัติไม่ทัน อีกทั้งเงินก้อนใหญ่จะเอางบฯ ที่ไหนมาทำ จึงอยากให้เอางบฯ ไปช่วยชายแดน และแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือ หรือแก้ปัญหาเร่งด่วนก่อน

    “อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ทำให้ดีสมกับที่ดีใจที่ได้เป็นนายกฯ เราเห็นตั้งแต่โหวตเสร็จ รับตำแหน่งมา ยิ้มดีใจหน้าบานมีความสุข ทำให้ดีสมกับที่ได้รับเลือกมา ถ้าทำดี ทำได้จริง เลือกตั้งครั้งหน้าคะแนนและความไว้วางใจน่าจะตามมา ฉะนั้นแล้วต้องทำให้ดีที่สุด อย่าให้เสียชื่อตัวเอง”

    ขณะที่นายพลวัฒน์ ดอนตระกลู อายุ 36 ปี พ่อค้า กล่าวว่า เป็นโครงการที่ดี มองว่าถ้าเอากลับมาทำอีก เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี ตอนมีโครงการรอบที่แล้วก็ขายดี แต่ 4 เดือนที่เข้ามา คิดว่าไม่น่าจะทำได้จริง เพราะว่าเวลามันสั้นไป และงบฯ ที่จะใช้ต้องเป็นงบฯ ที่เยอะ เพราะรอบที่แล้วแจกคนละหมื่นยังไม่ได้ตั้งหลายคน

    ด้านนางเพ็ชรัตน์ กองพลพรหม อายุ 58 ปี แม่ค้า กล่าวว่า ยังอยากได้เงิน 10,000 บาท ที่รัฐบาลชุดที่แล้วว่าจะให้ ก็อยากให้นายกฯ มาช่วยผลักดันให้ได้เงินหมื่นอีกครั้ง น่าจะกระตุ้นได้ดีกว่าคนละครึ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2881558&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cH-6B_kJtRwpeKE-Qvvgi

  • ไลน์แมน เตรียมควงสมาคมภัตตาคารไทยไปพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้ 9 ก.ย. หวังปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ ช่วยกระตุ้นร้านอาหาร  

    ไลน์แมน เตรียมควงสมาคมภัตตาคารไทยไปพรรคภูมิใจไทย พรุ่งนี้ 9 ก.ย. หวังปัดฝุ่น ‘คนละครึ่ง’ ช่วยกระตุ้นร้านอาหาร  

    LINE MAN Wongnai เผยเตรียมตัวเดินทางเข้าไปพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับสมาคมภัตตาคารไทย หวังฟื้น ‘โครงการคนละครึ่ง’ กระตุ้นเศรษฐกิจ มองว่าที่ขุนคลังคนใหม่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถในการเข้ามาดูเรื่องเศรษฐกิจ

    8 ก.ย. 2568 – นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ย. 2568) บริษัทและสมาคมภัตตาคารไทยจะเดินทางเข้าไปที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการนำ “โครงการคนละครึ่ง” กลับมา จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมากระแสในโลกโซเชียลส่วนมากก็ค่อนข้างเห็นด้วยและอยากให้มีการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยบริษัทเองก็เป็นหนึ่งในภาคเอกชนที่ต้องการสนับสนุนอยู่แล้ว เนื่องจากในแพลตฟอร์มมีร้านค้ารายย่อยค่อนข้างเยอะ หากมีโครงการดังกล่าวก็จะช่วยร้านค้าให้มีลูกค้ามากขึ้น

    “เราจะเข้าไปพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย และนำข้อมูลเกี่ยวกับการทำโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมาไปนำเสนอ ที่จะดูว่ามีจุดอ่อนและจุดแข็งด้านไหนบ้าง แต่ส่วนตัวเห็นว่าจุดอ่อนแทบไม่มี อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเรื่องการใช้คูปองบ้างเล็กน้อย และการใช้ Co-Payment เป็นหลักการที่ถูกต้อง และดีกว่าแจกเงินช่วยเหลือแบบ 100%  หากต้องการนำโครงการกลับมาก็สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีและข้อมูลเดิมได้เลย ซึ่งโครงการคนละครึ่งคราวก่อน สามารถทำให้ร้านค้ามียอดโต 1.7-4 เท่า และลูกค้าก็ยังใช้บริการร้านค้านั้นๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย  แม้ว่ารัฐบาลจะมีเวลาแค่ 4 เดือนก็เชื่อว่าทำทันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ก็น่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาช่วย”

    สำหรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ เท่าที่ทราบก็จะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งส่วนตัวมองว่าเหมาะสม เป็นคนมีความสามารถ มีความรู้ เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาดูในเรื่องของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี  

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/857973/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mgtu6odbHFIepMkibaRXm

  • นโยบายรัฐบาลใหม่-เลือกตั้งปี 69 หนุนหุ้นไทยคึกคัก

    นโยบายรัฐบาลใหม่-เลือกตั้งปี 69 หนุนหุ้นไทยคึกคัก

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/finance-32&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ja5w_0nPn9Q2his7ZK6BV

  • โฮมโปร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต

    โฮมโปร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต

    โฮมโปร ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งอนาคต

    วันจันทร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.23 น.

    โฮมโปร (HomePro) ร่วมเวทีเสวนา “KTC FIT Talk ครั้งที่ 19” ภายใต้หัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” จัดโดยความร่วมมือระหว่างเคทีซี กระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยพันธมิตรชั้นนำอย่าง SCG และ GULF เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือนและการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ที่มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม

    นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ใช่กิจกรรมเสริม แต่เป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสินค้าและบริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร โฮมโปรได้นำแนวคิด ESG และ SD บูรณาการไว้ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” เชื่อมโยงผู้ผลิต คู่ค้า และผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนไปในทิศทางเดียวกัน

    อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคที่มีความชัดเจน ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญให้โฮมโปรมุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทางความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและนำเสนอสินค้ารักษ์โลก พฤติกรรมนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนจาก “การรับรู้” สู่ “การเลือกซื้ออย่างมีจิตสำนึก” ที่ไม่เพียงให้ความสนใจในเรื่องราคา แต่ยังคำนึงถึงคุณค่า ความคุ้มค่า และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น

    นายรักพงศ์ กล่าวเสริมว่า โฮมโปรมีสมาชิกกว่า 7 ล้านราย และมียอดซื้อกว่า 20 ล้านครั้งต่อปี ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จนนำไปสู่การพัฒนากลยุทธ์ที่ผสาน ESG และ SD เข้ากับธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงง่าย ผ่านกิจกรรมยืดอายุสินค้า เช่น กิจกรรมซ่อมฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า ใน ‘วันช่างโฮมโปร’ เพื่อสร้างระบบนิเวศเรื่องบ้านที่ยั่งยืนครบวงจร ตั้งแต่การเลือกซื้อ การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้

    อีกหนึ่งกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่โฮมโปรใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง คือ โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ (Trade-In)” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้านำของเก่าหรือสินค้าที่ไม่ใช้แล้ว มาแลกรับส่วนลดในการซื้อสินค้าใหม่ โดยที่โฮมโปรทำหน้าที่เป็น ‘สะพาน’ เชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่ และผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนของเก่าอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โฮมโปรจะช่วยนำของเก่าไปจัดการให้อย่างถูกวิธี สินค้าที่รับคืนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก รีไซเคิล และผลิตเป็นสินค้าใหม่ ที่เราเรียกว่า “สินค้ารักษ์โลก หรือ Circular Products” ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าที่สามารถเข้าร่วมโครงการมากกว่า 70 ประเภท พร้อมขยายรายการที่สามารถนำมาแลกได้เพิ่มมากกว่า 8,000 รายการในปีนี้

    ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ได้รับการตอบรับอย่างดี มีสินค้านำมาแลกมากกว่า 300,000 ชิ้น หรือคิดเป็นน้ำหนักกว่า 3,000 ตัน โดยมากกว่า 80% เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธีผ่านผู้ดำเนินการที่มีใบรับรองมาตรฐานตามกฎหมาย ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของผู้บริโภคที่ต้องการมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับโฮมโปร

    นายรักพงศ์ กล่าวว่า Circular Products ไม่ได้หมายถึง ‘สินค้ารักษ์โลก’ แค่เพราะ ‘มาจากการรีไซเคิล’ เท่านั้น แต่สินค้าทุกชิ้นต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และมีความทนทานเทียบเท่าวัสดุใหม่ “เราอยากให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าวัสดุรีไซเคิลที่มาจากโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” มีคุณภาพดีไม่แพ้วัสดุใหม่ เพราะหลายครั้ง ผู้บริโภคเองก็กำลังใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลที่มีคุณภาพดีมากๆ จนแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

    ในอนาคต โฮมโปรตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้ารักษ์โลกจากวัสดุหมุนเวียนให้ถึง 20% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านการขับเคลื่อน Lifetime Eco-System ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกซื้อ ออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมแซม รีโนเวท จนถึงบริการหลังการขาย โดยร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
    สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และจัดการขยะอย่างถูกวิธี

    -031

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/912698&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Hv42yQ5M7rvbsiKAcUBPu

  • “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

    “ภราดร” เผย​ “ครม.อนุทิน” เร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ไม่ทัน เหตุต้องแก้กฎหมายควบคุม​ หวังปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา​ดีขึ้น

    วันนี้ (8 ก.ย.2568) นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองดังกล่าวเป็นเอกสารประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบใช่หรือไม่ ซึ่งนายภราดร ตอบว่า​ ไม่ใช่ ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการส่งประวัติ ส่วนกรณีที่มีการทาบทามให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นายภราดร ระบุว่า ยังไม่ทราบ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย

    นายภราดร ยังเปิดเผยว่า ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการ เช่น โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทัน เนื่องจากต้องแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชาเสรี รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย มองว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนเองหวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    อ่านข่าว : “สุชาติ-ธนกร” ไขก๊อก สส.รวมไทยสร้างชาติ 

    ร้อง “วันนอร์” สอบคุณสมบัติ “อนุทิน” ปมที่ดินเขากระโดง-คดีฮั้ว สว. 

    “ภูมิใจไทย” เร่งทาบทามคนนอก ปรากฏชื่อ “บวรศักดิ์” นั่งรองนายกฯ ฝ่าย กม. 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/356295&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yPuSISDdWrAajTpJaWriw

  • พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    พริกไทยปะเหลียน จ.ตรัง ยกระดับสู่พืชเศรษฐกิจ GI

    ชุมชนบ้านละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับการปลูกพริกไทยปะเหลียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรเกือบทุกหลังคาเรือนมีการเพาะปลูกพริกไทยปะเหลียนเพื่อนำมาใช้ในบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วยรสชาติของพริกไทยปะเหลียนในพื้นที่ อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยพริกไทย ผลสุกจะมีรสอมหวาน มีกลิ่นหอม และมีความเผ็ดในระดับปานกลาง เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยมา

    ครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับสู่การเป็นแปลงใหญ่พริกไทย ในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกร จำนวน 30 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถใน 5 ด้าน

    ·     ลดต้นทุนการผลิต

    ·     เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

    ·     พัฒนาคุณภาพ

    ·     เพิ่มช่องทางการตลาด

    ·     การบริหารจัดการ

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงยกระดับแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นบ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ปี 2568 โดยได้มีการวิเคราะห์ Pain Point/Gain Point ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 3 เท่าใน 4 ปี

    โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม

     1. การจัดทำแปลงทดสอบกระบวนการปลูกพริกไทย โดยได้มีการศึกษาเปรียบเทียบการปลูกพริกไทยระหว่างเสาค้างจากต้นไม้ธรรมชาติกับการใช้เสาค้างปูนเพื่อให้ต้นพริกไทยยึดเกาะ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ ถ่านไบโอชาร์ พร้อมทั้งการวางระบบน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นพริกไทย เพื่อให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ ปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษาต้นพริกไทย ร่วมกันภายในชุมชน  

    2. สนับสนุนให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นบ้าน และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo01.jpg

    3. สนับสนุนการแปรรูปเป็นพริกไทยแห้งด้วยการสร้างจุดตากพริกไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดระยะเวลาในการตาก/แปรรูปให้น้อยลง

    4. สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ โลหะหนัก และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลผลิตพริกไทยมีปริมาณสาร Pipeline อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในผลผลิต อีกทั้งยังพบกรดไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว กระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาพริกไทยเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต 

    economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi-SPACEBAR-Photo02.jpg

    จากการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการผลผลิตพริกไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมผลผลิตพริกไทย (แห้ง) มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ยาดม น้ำมันนวด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ เกษตรกรยังคงพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ ขยายพื้นที่การรับรองการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการคัดเกรดพริกไทย ดำ – ขาว – แดง ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/economic-business-thai-pepper-palian-trang-gi&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LF-ij7fg8rL5iOkQebmY5

  • เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    จับตาแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ “ครม. อนุทิน” ลุ้นปัดฝุ่นโครงการเก่า-เดินหน้าและยกเลิกโครงการปัจจุบัน ส่องหุ้นไหนได้และเสียประโยชน์?

    โผรายชื่อ ครม.ใหม่ ก็มีออกมาให้เห็นกันหลายคนแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย.2568 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

    ไม่ว่าจะเป็น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น 

    ทั้งนี้ “โพสต์ทูเดย์” ได้หยิบยกบทวิเคราะห์ของ บล.บัวหลวง ซึ่งได้มีการประเมินแนวนโยบายเศรษฐกิจจากโผ ครม. ที่ออกมา รวมไปถึงหุ้นที่ได้และเสียประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ ดังนี้ 

    รมว.คลัง : 

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ
    1.สานต่อโครงการแบงก์ชาติ เช่น หน่วยงานกลางจัดเรตติ้งและค้ำประกันแห่งชาติ 

    • หุ้นได้ประโยชน์ : KTB, TTB, SAWAD, MTC 

    2.กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่ง เงินกู้ฉุกเฉิน

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CPALL, CPAXT, BJC, COM7, SYNEX, HMPRO, DOHOME, CPF, M, MAGURO, MINT, CENTEL, ERW, CRC

    3.ไม่ขัดนโยบายการเงินผ่อนคลาย (ดอกเบี้ยขาลง)

    • หุ้นเสียประโยชน์ : กลุ่มธนาคาร

    4.G-Token อาจไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นเสียประโยชน์ : SCB, XPG 

    รมว.พาณิชย์ :

    • นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (โควต้าคนนอก)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาค่าครองชีพ / ดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค / ราคาสินค้าเกษตร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    2.ขับเคลื่อนการขยายตลาดใหม่ (FTA)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : นิคม, WHA, AMATA

    รมว.ต่างประเทศ :

    • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนผ่านการทูต

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BDMS, BCH, SAV

    รมว.พลังงาน : 

    • นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (โควต้าคนนอก) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.หากกฎหมายน้ำมันฉบับใหม่ไม่ได้ไปต่อ

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTG, OR, TOP, PTTGC

    2.การปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ถ้าได้เดินหน้าต่อ–>ต้นทุนก๊าซโรงไฟฟ้าถูกลง ผลักดันแผน PDP สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด

    • หุ้นได้ประโยชน์ : PTT, GPSC, BGRIM,GULF, GUNKUL

    รมว.มหาดไทย :

    • นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย)

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.ประสาน “คลัง” ช่วยแก้หนี้ เพิ่มกำลังซื้อเศรษฐกิจ ฐานราก นโยบายเงินกู้เร่งด่วน (เติมสภาพคล่อง)

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, CPALL, BJC

    2.โครงการ Entertainment complex ไม่ได้เกิด

    • หุ้นเสียประโยชน์ : VGI, BTS

    รมว.คมนาคม :

    • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ (ภูมิใจไทย) 

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.สานต่อโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท

    • หุ้นได้ประโยชน์ : BTS, BEM, PLANB

    2.ปรับขึ้นค่าภาษีสนามบิน (PSC) เดินหน้าต่อ / ฟื้นโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการบิน : รถไฟ เชื่อมสนามบิน – เมืองการบิน – Aviation Hub

    • หุ้นได้ประโยชน์ : AOT, THAI, SKY, BA, BTS, STECON

    รมว.เกษตรฯ :

    • ตัวแทนพรรคกล้าธรรม

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.งบฯ สนับสนุน-ช่วยเหลือเกษตรกร

    • หุ้นได้ประโยชน์ : MTC, SAWAD, JMT, CPALL, CPAXT, BJC

    รมว.กลาโหม :

    • ตัวแทนพรรค พปชร.

    นโยบายหลัก/ผลกระทบ :
    1.แก้ปัญหาชายแดน การค้าชายแดน เดินทางเข้าออก

    • หุ้นได้ประโยชน์ : CBG, BCH, SAV, STECON, CK, อสังหาฯ

    เก็งนโยบายเศรษฐกิจ “ครม.อนุทิน” หุ้นไหนได้-เสียประโยชน์?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/730061&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m3bAJVRQQksotpnOPAqsI

  • “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น

    “ภราดร” ยิ้มเขิน สื่อแซวไปทำหน้าเด็ก รอนั่งรัฐมนตรีป้ายแดง แย้มเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ หวังปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชาดีขึ้น หลัง “ฮุนมาเนต” แสดงความยินดี “นายกฯอนุทิน”

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ชื่อติดโผรัฐมนตรีป้ายแดง เตรียมนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรค พร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล    โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ซองเอกสารดังกล่าวใช้ประวัติที่เตรียมยื่นให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบ นายภราดร ปฏิเสธว่าไม่ใช่

    เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้ออร่ารัฐมนตรีเริ่มออก นายภราดร ถามกลับว่า “จริงป่ะ” ผู้สื่อข่าวแซวว่า หน้าเด็กลง เพราะไปทำเบบี้เฟสมา จนนายภราดรหลุดหัวเราะ

    อุบไต๋ได้นั่งรัฐมนตรี

    นายภราดร ระบุด้วยว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้นั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจริงหรือไม่ ต้องแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค พร้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการส่งประวัติไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเมื่อถามต่อว่า พร้อมทำงานหน้าที่หรือไม่หากมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี นายภราดร ระบุสั้นๆว่า ก็คงแล้วแต่กรรมการบริหาร

    เร่งทำนโยบายกระตุ้นศก.

    นายภราดร ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้ได้เริ่มจัดทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 120 วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ซึ่งมีหลายโครงการอาทิ โครงการพักหนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอก โครงการลดราคาปุ๋ย โครงการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนพื้นที่แนวชายแดน 7 จังหวัด

    คาดรถไฟฟ้า 20 บาทอาจไม่ทัน

    ส่วนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ ที่หลายฝ่ายจับตา นายภราดร ยอมรับว่า ไม่สามารถผลักดันได้ทันเนื่องจากต้องมีการแก้ไขกฎหมายออกมาควบคุมการจำหน่ายกัญชา รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ยังไม่แน่ใจว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่เนื่องจากกฎหมายยังค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

    หวัง “ไทย-กัมพูชา”คลี่คลาย

    นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แสดงความยินดีต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล มองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนก็หวังว่าจะมีการเจรจาที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันแล้วว่าจะใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881489&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2c49SO7xCK0qnRubeiEZfw

  • เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    เศรษฐกิจ

    เปิดชื่อ ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน เร่งแก้หนี้ – สร้างรายได้

    08 ก.ย. 2025 เวลา 12:02 น.

    “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” เปิดตัวทีมเศรษฐกิจที่ผสมผสานทั้งข้าราชการระดับสูง นักการเมืองมากประสบการณ์ และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ

    • เปิดชื่อ “ครม.เศรษฐกิจ รัฐบาลอนุทิน 1 ” 8 กระทรวง
    • ผสมผสานทั้งอดีตข้าราชการระดับสูง นักการเมืองบิ๊กเนม และผู้บริหารเอกชนชื่อดัง
    • เตรียมเดินหน้าลดค่าครองชีพ–แก้หนี้เกษตรกร–เพิ่มรายได้ฐานราก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยฝ่าความท้าทายโลก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้จัดโผ ครม.ชุดใหม่(รัฐบาลอนุทิน) โฟกัสหลักอยู่ที่ทีมเศรษฐกิจ(ครม.เศรษฐกิจ) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยมีรายชื่อสำคัญดังนี้

    กระทรวงการคลัง

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง อธิบดีกรมธนารักษ์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และอดีตอธิบดีกรมศุลกากร ข้าราชการการเงินการคลังมืออาชีพ เชี่ยวชาญด้านนโยบายภาษี

    วรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่ รมช.คลัง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด  (มหาชน)  มีประสบการณ์ด้านการเงิน-ธนาคาร และตลาดทุน และการเจรจาภาษีกับสหรัฐ

    กระทรวงพาณิชย์

    ในตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนี้ยังไม่ได้คนที่จะมาดำรงตำแหน่งโดยนายอนุทิน อยู่ระหว่างทาบทาม ซึ่งจะเป็นรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ใช่นักการเมือง 

    นิธิยา บุญญามณี ลูกสาวของนิพนธ์ บุญญามณี ที่มีฐานการเมืองเข้มแข็งในภาคใต้ โดย นิธิยาเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด

    กระทรวงพลังงาน

    อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่ รมว.พลังงาน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในวงการพลังงาน และปิโตรเคมี

    กระทรวงคมนาคม

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ ว่าที่ รมว.คมนาคม อดีต รมว.แรงงาน รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    นภินทร ศรีสรรพางค์ ว่าที่ รมช.คมนาคม อดีต รมช.พาณิชย์ 

    กระทรวงอุตสาหกรรม

    ธนกร หวังบุญคงชนะ

    กระทรวงแรงงาน

    ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.แรงงาน ในอดีตเคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ มาก่อน

    กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

     ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ อดีต รมว.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม 

    ไผ่ ลิกค์ ว่าที่ รมช.เกษตรฯ ปัจจุบันเป็น สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ว่าที่ รมช.เกษตรฯ 

    สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ  ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม 

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    อรรถกร ศิริลัทธยากร ว่าที่ รมว.การท่องเที่ยวฯ อดีต รมว.เกษตรฯ

    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    ไชยชนก ชิดชอบ ว่าที่ รมว.ดีอี ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ 

    เร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ

    นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอนุทิน ได้ประกาศมุ่งเดินหน้าโรดแมปเศรษฐกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่

    1. ลดรายจ่าย ค่าครองชีพ พลังงาน เดินทาง และค่าขนส่ง

    2. แก้หนี้สิน เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

    3. เพิ่มรายได้ฐานราก ผ่านการพัฒนาชุมชน การท่องเที่ยว และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1197819&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03aq4Us-YuICgTUNJQd4Mc