Category: วัฒนธรรม

  • ผวฯ สุรินทร์ เป็นประธาน เปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 สพม.สุรินทร์

    ผวฯ สุรินทร์ เป็นประธาน เปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 สพม.สุรินทร์

    ผวฯ สุรินทร์ เป็นประธาน เปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 สพม.สุรินทร์


    10/04/2569 | 5 |

    วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ จัดกิจกรรม “สืบสานประเพณีรดน้ำสงกรานต์เบิกบานวิถีไทย (สงกรานต์วิถีไทย ใจหนึ่งเดียว สพม.สุรินทร์)” โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี

    ในการนี้ นายชวลิต เจนเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย บุคลากรในสังกัด และผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ตลอดจนส่งเสริมความสามัคคี และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด

    ทั้งนี้ กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณโดมอเนกประสงค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น เรียบง่าย และสะท้อนถึงวิถีไทยได้อย่างงดงาม


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/493464&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DUPP-qleGGMYStMfMaLRd

  • งามหน้า! โซเชียลจวก ‘คู่รักต่างชาติ’ โชว์หนังสดริมหาดดังแบบไม่สนโลก | เดลินิวส์

    งามหน้า! โซเชียลจวก ‘คู่รักต่างชาติ’ โชว์หนังสดริมหาดดังแบบไม่สนโลก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 เพจ “Phuket Times ภูเก็ตไทม์” ได้เผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ชายและหญิง อยู่ในลักษณะไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ บริเวณโขดหิน หาดลายิ ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยเหตุเกิดในช่วงเช้าที่ผ่านมา

    จากภาพดังกล่าวปรากฏภาพทั้งสองอยู่ในสภาพเปลือยกาย และมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวโดยไม่คำนึงถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง สร้างความไม่เหมาะสมต่อสถานที่ท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของพื้นที่ โดยเพจระบุข้อความว่า “โจ่งครึ่ม! คู่รักนทท.ต่างชาติ เล่นจ้ำจี้ขย่มกันยามเช้า เสียงร้องครางสนั่น เหตุเกิด บริเวณหาดลายิ กมลา #ภูเก็ต”

    ภายหลังจากการเผยแพร่ ได้มีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ แล้วหาดนี้สวยด้วย 55555, ดีงามค่ะ จัดไปโลดคะเพราะบ้านเราไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย งามหน้า ทำไรก็ได้ กฎหมายไม่แรง, ไม่ต้องดูผ่านแอปแบบนี้ก็ฟินเลยคนถ่ายคลิป, โชคดีได้ดูหนังกลางแปลง คนดูว่าพรือ, ธรรมชาติของมนุษย์ ผิดที่ประเพณีไม่เหมือนกัน เป็นต้น

    ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการติดตามตัวบุคคลในคลิปมาดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดกระแสให้สังคมกลับมาตั้งคำถามถึงมาตรการดูแลความเรียบร้อยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5768277/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bIRPJMOeFNnxzAhppaUjj

  • ไม่ตรงปก เปรียบเทียบข้อเสนอนโยบายสภาผู้บริโภคกับรัฐบาล – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ไม่ตรงปก เปรียบเทียบข้อเสนอนโยบายสภาผู้บริโภคกับรัฐบาล – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    เปรียบเทียบข้อเสนอนโยบายสภาผู้บริโภคในการคุ้มครองผู้บริโภค กับนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศกับรัฐสภา ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึกประเด็นการคุ้มครองผู้บริโภค

    สภาผู้บริโภค ในฐานะองค์กรตัวแทนผู้บริโภคตามกฎหมาย ได้จัดทำนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ครอบคลุมปัญหาสำคัญของผู้บริโภค ทั้งภัยมิจฉาชีพออนไลน์ ค่าครองชีพสูง ระบบขนส่ง พลังงาน การศึกษา อาหาร และสุขภาพ เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้เป็นแนวทางดำเนินนโยบาย ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่ประกาศต่อรัฐสภามีความแตกต่างกัน

    สำหรับข้อเสนอนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค มีทั้งด้านลดภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ โดยสภาผู้บริโภคเสนอให้จัดตั้ง “กองทุนเยียวยาผู้เสียหายจากมิจฉาชีพ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีแนวทางเยียวยาผู้เสียหายอย่างชัดเจน ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากไม่สามารถติดตามเงินคืนได้ทันเวลา และบางรายสูญเงินจนกระทบต่อการดำรงชีวิต นำไปสู่ข่าวเศร้าสลดที่มีความสูญเสียตามมา แต่นโยบายของรัฐบาลมุ่งปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังไม่มีมาตรการจัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหายขึ้นมาปกป้องประชาชน

    ทางด้านข้อเสนอ “อวสานแพ็กเกจแพง” สภาผู้บริโภคพบว่า ภายหลังการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ทำให้ผู้ให้บริการมีจำนวนเหลือเพียง 2 ราย กระทบต่อการแข่งขันในตลาดลดลง และราคาแพ็กเกจมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงเสนอให้มีแพ็กเกจพื้นฐานในราคา 100 บาท ที่ทุกคนเข้าถึงได้ และยังเป็นการลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนที่เผชิญปัญหาค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงขึ้น ทั้งราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงค่าน้ำมันและค่าไฟ พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ที่เป็นองค์กรอิสระ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ ทางด้านนโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบเอไอ แต่ไม่มีแนวทางในการกำกับดูแลราคา หรือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดโทรคมนาคมที่เข้าข่ายตลาดผูกขาดและแทบไม่มีการแข่งขันแล้ว

    ขณะที่ข้อเสนอ “ช็อปชัวร์ทุกแพลตฟอร์ม” จากปัญหาเรื่องการซื้อของออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ เกิดปัญหามากมาย ทั้งได้ของไม่ตรงปก สินค้าไม่มีมาตรฐานและบางครั้งเจอมิจฉาชีพทำให้สูญเสียเงิน จึงผลักดันนโยบายยืนยันตัวตนผู้ขาย (e-KYM) เพื่อมีการตรวจสอบและวางระบบป้องกันปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ทั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศแนวทางผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลและเอไอ การพัฒนาแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลของประเทศ แต่ยังไม่มีการลงรายละเอียดในแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค

    ทางด้านนโยบายสร้างเมืองที่เป็นธรรม สภาผู้บริโภคมีข้อเสนอ “ตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะทุกจังหวัด” จากปัญหาระบบขนส่งสาธารณะของไทย โดยเฉพาะต่างจังหวัดที่เกิดปัญหาเรื่องรถโดยสารสาธารณะมีไม่ทั่วถึง มีการยกเลิกเส้นทางขนส่งที่ขาดทุน ปัญหารถน้อยและคอยนาน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพารถยนต์และรถมอเตอร์ไซต์ส่วนบุคคล รวมถึงเสนอให้กำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นต่ำ 10% ของค่าแรง ทางด้านรัฐบาลมีนโยบายเรื่องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่มีการลงรายละเอียดในเรื่องการจัดตั้งกองทุนขนส่งสาธารณะ

    รวมถึง “ข้อเสนอเปลี่ยนที่ว่าง เป็นที่พึ่ง” จากปัญหาผู้บริโภคหลายแสนคนประสบอุทกภัยทุกภูมิภาคและขาดที่พักพิงชั่วคราวในการอพยพ ทำให้เสนอนำที่ดินรกร้างของภาครัฐมาเป็นที่พักอาศัย ขณะที่รัฐบาลมีการระบุเรื่องแจ้งเตือนและบริหารภัยพิบัติ รวมถึงการจัดจัดสรรที่ดินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ไม่มีการนำเสนอเรื่องบริหารพื้นที่พักพิงในช่วงภัยพิบัติ

    ทางด้านข้อเสนอ “หยุดสร้างโรงไฟฟ้า เปิดฟรีโซลาร์เซลล์” เสนอให้ส่งเสริมประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาโดยไม่จำกัดและเปิดขายไฟฟ้าคืนสู่ระบบได้ง่าย รวมถึงมีนโยบายให้กลุ่มรายได้น้อยติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ฟรี รวมถึงหยุดสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เพื่อลดต้นทุนแฝงและทำให้ค่าไฟฟ้าคิดตามจริง พร้อมด้วยนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ทั้งค่าการกลั่นและราคาอ้างอิงและต้นทุนที่ไม่จริง เพื่อให้ราคาน้ำมันถูกลง มุ่งเป้าหมายระยะยาวทำให้ประเทศลดการใช้ฟอสซิลและเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน แต่รัฐบาลสนับสนุนพลังงานสะอาดพร้อมวางรากฐานการปรับโครงสร้างตลาดพลังงานไปสู่การเปิดตลาดไฟฟ้าเสรี ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้รองรับสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน (Direct PPA) สนับสนุนให้มีการผลิตไฟฟ้าโดยผู้บริโภค (Prosumer) พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ(Smart Grid) และดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน

    ทางด้านนโยบายคุณภาพชีวิต มีข้อเสนอ “เรียนฟรี ต้องฟรีจริง” จากปัญหานักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาขั้นพื้นฐาน แม้มีการรับรองสิทธิการเรียนตามรัฐธรรมนูญ และบางรายไม่ได้รับวุฒิการศึกษา เนื่องจากไม่ได้จ่ายค่าเทอมจึงอาจต้องเป็นหนี้ตลอดชีพ ขณะที่ภาครัฐบาลมีนโยบายพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เรียนรู้ฟรีและให้ทุนบุคลากรที่มีศักยภาพสูง

    ข้อเสนอเรื่อง “ปรับแก้ พ.ร.บ. อาหารฉบับไดโนเสาร์” ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2522 ยาวนานถึง 40 ปีแล้ว ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงอาหารไม่ปลอดภัย ขาดการตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ต้นทางการผลิตจนถึงผู้บริโภค ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหาอาหารปนเปื้อนหรือไม่ได้มาตรฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ขณะที่รัฐบาลมุ่งจัดทำเรื่องมาตรฐานอาหารที่มีความปลอดภัย แต่ไม่มีการกำหนดนโยบายปฏิรูปกฎหมายของอาหารที่ล้าสมัย

    สำหรับ “ข้อเสนอให้รัฐจ่ายเงิน 3 กองทุนสุขภาพอย่างเท่าเทียม” จากปัญหาความเหลื่อมล้ำของมาตรฐานและสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ และค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่สูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่นโยบายรัฐบาลมุ่งเสนอเรื่องพัฒนาระบบสุขภาพและการเชื่อมโยงระบบข้อมูลของสุขภาพทำให้ทุกคนได้รับการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งไม่ได้ลงไปแก้ปัญหาเรื่อง 3 กองทุนสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ในระดับสูง

    นอกจากนี้มีประเด็นเรื่องประกันสังคม สภาผู้บริโภคมีข้อเสนอให้มีการ “ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม” ทั้งเลือกคณะกรรมการที่ต้องมีตัวแทนจากประชาชน การใช้สิทธิรักษาพยาบาลผู้ประกันตนต้องเท่าเทียมกับบัตรอื่นๆ และผู้ประกันตนควรได้รับบำนาญชราภาพอัตรา 9,000 บาทต่อเดือน แต่รัฐบาลกำหนดนโยบายปรับปรุงกฎหมายประกันสังคม และยกระดับความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุน ขยายสิทธิประโยชน์สู่แรงงานนอกระบบ 

    ขณะเดียวกันสภาผู้บริโภคมีข้อเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคทั้งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับสภาผู้บริโภค กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเดิมที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2522 ฉบับสอง ร่างพระราชบัญญัติอาหาร ฉบับสภาผู้บริโภค และร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือที่รู้จักกันในชื่อกฎหมายเลมอน ลอว์ (Lemon Law) จะช่วยยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่ประชาชน เท่าเทียมกับประเทศกลุ่มสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ( Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) จึงช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าสู่ประเทศสมาชิกในอนาคต

    นอกจากนี้รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จและเป็นองค์รวม ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง เพื่อลดปัญหาหนี้สินของคนไทย แต่สภาผู้บริโภคมีข้อเสนอเรื่องแก้หนี้ให้แก่ประชาชน ด้วยข้อเสนอแนวทางแก้ “หนี้ไม่เป็นธรรม” โดยเฉพาะหนี้ไม่มีหลักประกัน ซึ่งกำลังศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป

    อย่างไรก็ตาม การนำเสนอนโยบายคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้บริโภค เป็นตามภาระกิจของสภาผู้บริโภคตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 ในการนำเสนอนโยบายต่อรัฐบาลนำไปดำเนินการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/tcc_media/comparative-government-policy/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21r3z2ttgAooMj5C0AbbN1

  • เช็กเลย ‘ทักษะที่คนทำงานด้านความยั่งยืน-สิ่งแวดล้อม’ พึงมี เพื่อตอบโจทย์ภาครัฐและตลาดแรงงาน ตามประกาศล่าสุดของ กระทรวง อว.  | SDG Move

    เช็กเลย ‘ทักษะที่คนทำงานด้านความยั่งยืน-สิ่งแวดล้อม’ พึงมี เพื่อตอบโจทย์ภาครัฐและตลาดแรงงาน ตามประกาศล่าสุดของ กระทรวง อว.  | SDG Move

    กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยแพร่ประกาศกำหนด “ทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาอาหารแห่งอนาคต กลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และกลุ่มสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. 2569  เพื่อเป็นแนวทางแก่สถาบันการศึกษาในการจัดทำหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการฝึกอบรม ให้สามารถสร้างกำลังคนที่สอดคล้องความต้องการของภาครัฐและตลาดแรงงานตามบริบทโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง

    ประกาศข้างต้น แบ่งกลุ่มสาขาของทักษะเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

    กลุ่มสาขาอาหารแห่งอนาคต (future food) ประกอบด้วยอาชีพ ดังนี้

    • ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสร้างสรรค์อาหาร (food innovator)
    • นักกำหนดอาหาร (dietitian)
    • นักโภชนาการเพื่อการออกแบบนวัตกรรมอาหาร (nutrinovator)

    กลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (environment and sustainability) ประกอบด้วยอาชีพ ดังนี้

    • ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน (sustainability development specialist) 
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (carbon footprint specialist)

    กลุ่มสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (digital and artificial intelligence) ประกอบด้วยอาชีพ ดังนี้

    • นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (data scientist) ระดับแรกเข้าและระดับเชี่ยววชาญ
    • วิศวกรข้อมูลขนาดใหญ่ (big data engineer) ระดับแรกเข้าและระดับเชี่ยววชาญ
    • วิศวกรปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence engineer) ระดับแรกเข้าและระดับเชี่ยววชาญ
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence specialist) 

    สำหรับ กลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) พบว่าทักษะที่พึงประสงค์เน้นไปที่การพัฒนาคนและองค์กรให้สามารถวิเคราะห์ ตรวจสอบ และติดตามแนวโน้มประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance) หรือ ESG อย่างมีประสิทธิภาพ และเน้นให้มีความสามารถในการประมวลผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และให้ข้อเสนอแนะ กำหนดกลยุทธ์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย

    ทั้งนี้ หากพิจารณาทักษะทึ่พึงประสงค์ของ 2 อาชีพที่ระบุภายใต้สาขานี้ พบว่าทักษะและสมรรถนะทางเทคนิค ที่ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ควรมี ทั้งสิ้น 3 ทักษะ ได้แก่ 

    • ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล เช่น สามารถเข้าใจและประเมินผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร และประเมินความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพได้
    • ทักษาะด้านการเสนอแนวทางดำเนินการเพื่อเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร เช่น สามารถนำเสนอองค์ความรู้หรือเทคนิคใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อดำเนินการตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
    • ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ เช่น สามารถพัฒนาโครงการด้านความยั่งยืนที่เหมาะสมกับองค์กร

    ส่วนทักษะและสมรรถนะทางเทคนิค ที่ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์’ ควรมี ทั้งสิ้น 3 ทักษะ ได้แก่

    • ทักษะด้านการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล เช่น สามารถเข้าใจการดำเนินงานขององค์กร และเงื่อนไขทาง อุตสาหกรรมที่ส่งผลต่อการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
    • ทักษาะด้านการเสนอแนวทางดำเนินการเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน เช่น สามารถให้ข้อคิดเห็นต่อปริมาณการปล่อยคาร์บอนขององค์กร ดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในการเสนอนโยบายและ ออกแบบกลยุทธ์ ข้อกำหนด แนวปฏิบัติ หรือวิธีการจัดการ การปล่อยคาร์บอน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน กฎหมาย หรือ ข้อบังคับ
    • ทักษะด้านการบริหารจัดการโครงการ เช่น สามารถคำนวณต้นทุนและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปล่อย คาร์บอนขององค์กร รวมถึงสามารถวิเคราะห์ความคุ้มค่า ในตลาดการซื้อขายคาร์บอน (Carbon Market)

    นอกจากนี้ ทั้งสองอาชีพยังต้องมีทักษะและสมรรถนะทั่วไป เช่น สามารถคิดอย่างเป็นระบบ สามารถคิดเชิงวิพากษ์โดยใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ประเด็นต่าง ๆ ได้ รวมถึงสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์และมีความเป็นผู้นำ

    ● อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง
    – มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จากหลากวิธี และ ‘ระบบอาหาร’ ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ทำให้โลกร้อนมากขึ้น
    – บริโภคผักนำเข้ายังยั่งยืนกว่าเนื้อสัตว์ผลิตในท้องถิ่น เพราะการขนส่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์ 
    – การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำฟาร์มทั่วโลก คุกคามความพยายามลดโลกร้อนตามความตกลงปารีส 
    – Carbon Footprint มหาศาลจากการขุด Bitcoin ทั่วโลก นำมาสู่การยกเลิกการชำระเงินซื้อ Tesla ด้วย Bitcoin 
    – SDG Updates | Plant-Based Diet กุญแจสำคัญเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของโลก 
    – SDG Updates | การเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศเยอรมนี และการถอดบทเรียนเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (EP.13) 

    ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ
    #SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
    – (4.4) เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องจำเป็น รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ ภายในปี พ.ศ. 2573
    – (4.7) สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จาเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึง การศึกษาสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและการไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี พ.ศ. 2573
    #SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    – (13.3) พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า

    แหล่งที่มา : ประกาศกระทรวงการอุดมศึกษาฯ “ทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาอาหารแห่งอนาคต กลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และกลุ่มสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ พ.ศ. 2569” (ราชกิจจานุเบกษา)

    • Knowledge Communication | สนใจประเด็นสันติภาพ ความมั่นคงมนุษย์ เเละสิ่งเเวดล้อมทางทะเล ใช้ชีวิตโดยเชื่อในสมดุลมากกว่าความสมบูรณ์เเบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sdgmove.com/2026/04/10/sustainability-skill-esg/amp/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35dypT__Kya2QjjX7K98j4

  • “ลามิน่า” ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด – บ้านเมือง

    “ลามิน่า” ฟิล์มกรองแสงที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นสูงสุด – บ้านเมือง

    “ลามิน่าฟิล์ม” ประกาศศักดาเบอร์ 1 ครองแชมป์ Thailand’s Most Admired Brand รางวัลแบรนด์ฟิล์มฟิล์มชนิดพิเศษ เช่น ฟิล์มนิรภัยภายนอกอาคาร และฟิล์มเพื่อสัตว์เลี้ยง. ลา …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/auto/472499&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LVUeZdyqRWUkZHvnKWUMi

  • พิธีรำลึกครบรอบ 40 วันแห่งการถึงแก่อสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ภายใต้หัวข้อ “รำลึกอัรบะอีน

    พิธีรำลึกครบรอบ 40 วันแห่งการถึงแก่อสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ภายใต้หัวข้อ “รำลึกอัรบะอีน

    และการเน้นย้ำเอกภาพของประชาชาติอิสลามในประเทศไทย” ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 14.00–15.30 น. ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านศาสนา การเมือง และวัฒนธรรม จากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมในพิธี ได้แก่ ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีแห่งประเทศไทย   ฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ท่านอิหม่ามชาฟิอี  นภากร อิหม่ามประจำมัสยิดศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คุณอรรถ นานา รองประธานมูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย ผศ.มนัส เกียรติธารัย อดีตประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ตลอดจนนักวิชาการและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    สาระสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกย่องบทบาทความเป็นผู้นำของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี พร้อมทั้งพิจารณามิติด้านบุคลิกภาพ แนวคิด และบทบาททางการเมืองของท่าน ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นเอกภาพของประชาชาติอิสลาม ท่ามกลางบริบทของโลกมุสลิมที่กำลังเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายมิติ

    ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้กล่าวถึงบทบาทอันทรงอิทธิพลของผู้นำผู้ล่วงลับ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสืบสานแนวทางและอุดมการณ์ของท่าน เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ศักดิ์ศรีแห่งอิสลาม และความเป็นเอกภาพของประชาคมมุสลิม โดยเห็นว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชาติมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและราชอาณาจักรไทย

    ดร.เมห์ดี ซาเร ทูตวัฒนธรรมสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวเปิดงานโดยแสดงความยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมทั้งระบุว่าพิธีในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาเชิงลึกถึงมิติทางบุคลิกภาพของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรจำกัดการวิเคราะห์ท่านไว้เพียงในกรอบของผู้นำทางการเมือง หากแต่ควรพิจารณาในฐานะสัญลักษณ์ของการบูรณาการระหว่างจริยธรรม จิตวิญญาณ และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแบบอย่างของภาวะผู้นำที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่ามนุษย์อย่างเด่นชัด

    ในลำดับถัดมา วิทยากรได้กล่าวถึงเส้นทางชีวิตของผู้นำท่านดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าการเติบโตในครอบครัวที่ยึดมั่นในหลักศาสนาและอยู่ในสภาพแวดล้อมทางวิชาการ ได้มีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมบุคลิกภาพที่เปี่ยมด้วยความตระหนักรู้และความมุ่งมั่นตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิต อีกทั้งประสบการณ์ชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงการต่อสู้ทางการเมือง ยังได้เสริมสร้างความอดทน ความเข้มแข็ง และวิสัยทัศน์เชิงอนาคต ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้นำ

    ฯพณฯ อรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรีแห่งประเทศไทยได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยระบุว่าการสูญเสียในครั้งนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงในระดับชาติ หากแต่เป็นความสูญเสียของประชาชาติอิสลามโดยรวม พร้อมทั้งกล่าวว่าบุคลิกและบทบาทของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในโลกมุสลิม และได้รับการยอมรับในฐานะสัญลักษณ์ของผู้นำทั้งในมิติทางศาสนาและสังคม

    นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของผู้นำท่านดังกล่าวในการพิทักษ์คุณค่าของอิสลาม โดยเฉพาะการยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกดขี่ อาทิ ประเด็นปาเลสไตน์ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในหลักความยุติธรรมและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าหนึ่งในบทเรียนสำคัญจากชีวิตของท่าน คือความจำเป็นของการธำรงไว้ซึ่งความสามัคคีในหมู่มุสลิม เนื่องจากความแตกแยกภายในย่อมนำไปสู่ความอ่อนแอ และมีเพียงความเป็นเอกภาพเท่านั้นที่จะทำให้สามารถเผชิญกับความท้าทายในระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ฯพณฯ ดร. นัสเซอร์รุดดีน ไฮดารี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้กล่าวในเชิงวิเคราะห์ภาพรวม โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของอิหร่านในบริบทของภูมิภาคและเวทีโลก โดยระบุว่าในฐานะที่เป็นอารยธรรมที่มีรากฐานยาวนาน อิหร่านได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางทางวัฒนธรรมและการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง และบทบาทดังกล่าวยังคงปรากฏอย่างเด่นชัดในยุคปัจจุบัน

    ทั้งนี้ วิทยากรได้เน้นย้ำว่าภาวะผู้นำของท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าว โดยด้วยวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์และมุมมองระยะยาว ท่านสามารถเสริมสร้างศักยภาพภายในประเทศ และยกระดับอิหร่านให้เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในเวทีภูมิภาคและนานาชาติ ซึ่งเป็นผลจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างมิติทางวัฒนธรรม ความคิด และยุทธศาสตร์

    ด้านฯพณฯ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภาไทย ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและประชาชาติอิสลาม โดยระบุว่าการสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นความโศกเศร้าร่วมกันของโลกมุสลิม มิใช่เพียงในระดับชาติเท่านั้น

    พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวว่าท่านอายะตุลลอฮ์ คาเมเนอี มิได้เป็นเพียงผู้นำทางการเมือง หากแต่ยังเป็นบุคคลสำคัญในด้านศาสนา จริยธรรม และความคิด ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการกำหนดแนวคิดร่วมสมัยของโลกอิสลาม โดยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบภาวะผู้นำที่ผสานระหว่างศาสนาและการเมืองบนพื้นฐานของคุณธรรมและค่านิยมทางศาสนา สามารถเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับความซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ท่านได้กล่าวเสริมว่า ผู้นำผู้ล่วงลับท่านนี้สามารถเป็นแบบอย่างของความแน่วแน่และความมุ่งมั่น ในการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมและเผชิญกับความท้าทายได้อย่างโดดเด่น

  • ใบเตย อาร์สยาม ตอบปม ฟิล์ม รัฐภูมิ บอกช่วยค่าเทอมลูก แต่ ดีเจแมน โต้กลับ – ไทยรัฐออนไลน์

    ใบเตย อาร์สยาม ตอบปม ฟิล์ม รัฐภูมิ บอกช่วยค่าเทอมลูก แต่ ดีเจแมน โต้กลับ – ไทยรัฐออนไลน์

    หลังจากที่นักร้องนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ให้สัมภาษณ์ว่าช่วยเหลือนักร้องลูกทุ่งสาว ใบเตย สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม เพราะตอนที่ออกจากเรือนจำใหม่ๆ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2925995&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OxdTY8X9EUYFP5h2CqfEV

  • จัดสัมมนาสานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    จัดสัมมนาสานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจัดสัมมนาสานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่อยู่ในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยมี นายธวัช นกแสง รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางนิธิมณี ศังขมณี ยงเกียรติกานต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นายกมลศักดิ์ ชัยชนะวิชชกิจ เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางสาวบุรณิมา คูนิอาจ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางอิง ภาสกรนที ประธานผู้พิพากษาสมทบ คณะกรรมการบริหาร ผู้พิพากษาสมทบ นักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเข้าร่วม ที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีนางเบญจวรรณ สิทธิสาท เป็นหัวหน้าโครงการฯ โดยโครงการฯ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรนักบริหารโอกาสการเรียนรู้เพื่อความยุติธรรม Module 1 อ่านเด็ก อ่านระบบ อ่านความเป็นไปได้ สู่การสานฝันให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาแบบยืดหยุ่นไม่จำเป็นต้องเรียนในสถานศึกษาเท่านั้น และสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและเหมาะสม โดยที่เด็กและเยาวชนมีงานทำ มีรายได้ ได้รับการศึกษาและนำกระบวนการศึกษาเรียนรู้จากการทำงานมาเทียบเป็นหน่วยกิตได้ เมื่อสอบผ่านจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามช่วงชั้นเรียน นำไปต่อยอดขั้นสูงต่อไป สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตสู่สังคมดีและเข้มแข็ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2925926&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Z-XMsUy2z3e2NvyMbBn-b

  • ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษา สำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่อยู่ในความดูแลของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยมีนายธวัช นกแสง รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางนิธิมณี ศังขมณี ยงเกียรติกานต์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

                           นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

    นายกมลศักดิ์ ชัยชนะวิชชกิจเลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางสาวบุรณิมา คูนิอาจ ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง นางอิง ภาสกรนที ประธานผู้พิพากษาสมทบ คณะกรรมการบริหาร ผู้พิพากษาสมทบ นักจิตวิทยาและเจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เข้าร่วมงาน

    โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัวกลางกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีนางเบญจวรรณ สิทธิสาท เป็นหัวหน้าโครงการฯ 

                     ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น   ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น การสัมมนาครั้งนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรนักบริหารโอกาสการเรียนรู้เพื่อความยุติธรรม Module1: อ่านเด็ก อ่านระบบ อ่านความเป็นไปได้ สู่การสานฝันให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาแบบยืดหยุ่นไม่จำเป็นต้องเรียนในสถานศึกษาเท่านั้น และสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและเหมาะสม 

    ศาลเยาวชนฯ สานฝัน ปั้นดาวเยาวชนสู่ระบบการศึกษาแบบยืดหยุ่น

    โดยที่เด็ก และเยาวชนมีงานทำ มีรายได้ ได้รับการศึกษาและนำกระบวนการศึกษาเรียนรู้จากการทำงานมาเทียบเป็นหน่วยกิตได้ เมื่อสอบผ่านจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามช่วงชั้นเรียน นำไปต่อยอดขั้นสูงต่อไป สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตสู่สังคมดีและเข้มแข็ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/656289&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nfvGuYTPTwEUOg2qxATw6

  • บางจากฯ แจงทำไมเรือขนส่งน้ำมันต้องแวะสิงคโปร์ก่อนมาไทย | เดลินิวส์

    บางจากฯ แจงทำไมเรือขนส่งน้ำมันต้องแวะสิงคโปร์ก่อนมาไทย | เดลินิวส์

    หลังจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเดินทางถึงท่าเรือโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา ด้วยความปลอดภัย และกำลังนำส่งน้ำมันดิบเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่กระบวนการกลั่น ส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้การจัดหาน้ำมันดิบสามารถดำเนินไปได้อย่างเหมาะสม ซึ่งน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลางที่บรรทุกมาในเรือลำนี้ มีปริมาณประมาณ 700,000 บาร์เรล ซึ่งการตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมการขนส่งน้ำมันในลำดังกล่าว ต้องมีการแวะที่สิงคโปร์ด้วย  

    ล่าสุดบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงกรณีการขนส่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่มีการกล่าวถึงในสื่อว่า การขนส่งน้ำมันดิบเที่ยวดังกล่าว เป็นการขนส่งในลักษณะ co-loading หรือมีลูกค้าร่วมใช้บริการขนส่ง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติในอุตสาหกรรม โดยมีการบรรทุกน้ำมันดิบสำหรับลูกค้ามากกว่าหนึ่งรายในเรือลำเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการขนส่ง

    สำหรับเที่ยวเรือนี้ มีลูกค้าอีกรายหนึ่งที่มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ จึงมีการนำส่งตามลำดับปลายทางตามแผนการขนส่ง ก่อนที่เรือจะเดินทางต่อมายังประเทศไทยเพื่อนำส่งน้ำมันดิบที่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก ศรีราชา

    ทั้งนี้ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้ารายอื่นเป็นข้อมูลทางการค้า ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เริ่มประสานงานขอความอนุเคราะห์จากรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อวานนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5768693/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02ejJZB_xwIB4wTkJDiwJk