Category: วัฒนธรรม

  • ประวัติ เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

    ประวัติ เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

               รู้จัก เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 ไฮโซหนุ่มหล่อ ดีกรีนักเรียนนอก ทายาทซิโน-ไทย ประวัติไม่ธรรมดา 

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล
    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี ลูกชายอนุทิน ชาญวีรกูล ประวัติฉบับย่อ

               อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 ของประเทศไทย กำลังเป็นที่จับตา รวมไปถึงสมาชิกครอบครัว เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตามาก่อนหน้านี้ ในฐานะไฮโซหนุ่มหล่อ ทายาทนักการเมืองชื่อดัง และยังเป็นคู่หมั้นของ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวของ ตู่ นันทิดา และเอ๋ ชนม์สวัสดิ์

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล

    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี สายเลือดตระกูลการเมือง 

               เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ปัจจุบันอายุ 29 ปี ถือเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลชาญวีรกูล เป็นลูกชายคนเล็กของ สนองนุช วัฒนวรางกูร (ภรรยาอนุทินคนแรก) กับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายกฯ คนที่ 32 ของประเทศไทย มีพี่สาว 1 คน ชื่อ นัยน์ภัค ชาญวีรกูล ที่เรียนจบการศึกษาด้านการโรงแรมจาก Les Roches ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารที่ Rancho Charnvee Resort Khaoyai & Country Club และร้านอาหาร Chez Sonia Khaoyai 

               ซึ่ง เป๊ก เศรณี เป็นหลานของ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ และยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล

    ภาพจาก Instagram pek_c

    การศึกษาของ เป๊ก เศรณี ดีกรีนักเรียนนอก

               เป๊ก เศรณี เรียนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ถึงระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนจะย้ายไปโรงเรียนนานาชาตินิสท์ จนถึงอายุ 13 ปี จากนั้นไปเรียนต่อที่ Millfield School ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 4 ปี  

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล

    ภาพจาก Instagram pek_c

               – ระดับปริญญาตรี เป๊ก เศรณี ศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นไปเรียนปริญญาโท หลักสูตรบริหารการเงินที่ Queen Mary University of London อังกฤษ 

               หลังจากเรียนจบได้กลับมาประเทศไทย เป๊ก เศรณี เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางการเงิน ก่อนจะเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจของครอบครัว โดยหลังรับใช้ชาติเป็นทหารเกณฑ์ ก็ได้ทำงานที่บริษัทซิโน-ไทยฯ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท 

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล

    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล
    ภาพจาก Instagram pek_c

    ไลฟ์สไตล์และชีวิตส่วนตัวของเป๊ก เศรณี

               เป๊ก เศรณี มีงานอดิเรกชื่นชอบการเล่นกีฬา เช่น ขี่ม้า และกีฬาทางน้ำ รวมไปถึงการขับเครื่องบิน นอกจากนี้ยังชอบการออกกำลังกาย เล่นฟิตเนสอย่างสม่ำเสมอ 

    เป๊ก เศรณี ลูกชาย อนุทิน ชาญวีรกูล
    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี อนุทิน ชาญวีรกูล

    ภาพจาก Instagram pek_c

               เป๊ก เศรณี เป็นหวานใจของ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนสวยของ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย อดีตนายก อบจ. สมุทรปราการ และเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ซึ่งหลังจากคบหาดูใจกันมานาน 6 ปี ทั้งสองก็ได้มีข่าวดี โดย เป๊ก เศรณี ได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอเพลง ชนม์ทิดา แต่งงานในบรรยากาศสุดโรแมนติก และจัดงานฉลองขอแต่งงานที่ปารีส เมื่อเดือนธันวาคม 2567 

    เป๊ก เศรณี อนุทิน ชาญวีรกูล
    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี อนุทิน ชาญวีรกูล
    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี อนุทิน ชาญวีรกูล
    ภาพจาก Instagram pek_c

    เป๊ก เศรณี อนุทิน ชาญวีรกูล

    ภาพจาก Instagram pek_c

    ข่าวที่เกี่ยวข้องกับเป๊ก เศรณี

    ขอบคุณข้อมูลจาก แพรว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/249324&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DtiA7dpTEvQV9_lQ1gn5g

  • ‘FutureEd Fest 2025’ จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    ‘FutureEd Fest 2025’ จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    การศึกษา

    07 ก.ย. 2025 เวลา 16:59 น.

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    งานเทศกาลมหกรรมการศึกษาระดับประเทศ รวมพลังเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และนานาชาติ’FutureEd Fest 2025′ จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

    งานเทศกาลมหกรรมการศึกษาระดับประเทศ รวมพลังเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และนานาชาติ  “FutureEd Fest 2025” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 6 กันยายน 2568 ณ อาคารไปรษณีย์กลาง กรุงเทพมหานคร งานนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งแบบ Onsite และ Online จำนวนทั้งหมด 2,447 คน โดยมีความร่วมมือจากเครือข่ายการศึกษาครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และองค์กรนานาชาติ ซึ่งปีนี้งานถูกออกแบบภายใต้ 4 Key Pillars ได้แก่

    • AI and Human Potential: Transforming Education
    • Innovation and Maker Education for Future-Ready Learners
    • Equity in Education: Local Solutions for Inclusive Learning
    • Shaping Future-Ready Schools & Lifelong Learners

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    ‘นั่งทำงานนานๆ’ไม่ขยับตัว เสี่ยงมะเร็ง อันตรายเทียบเท่าสูบบุหรี่

    กสศ.ชี้เป้าการลงทุน การศึกษาแก้ความยากจนข้ามรุ่น สร้างคนคุณภาพ

    สมดุลย์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีและทักษะการคิด

    นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ประธานเปิดงานกล่าวเน้นย้ำเรื่องการศึกษาว่า การพัฒนาการศึกษามีสองส่วน ทั้งในส่วนของการสอนเด็กให้ความรู้พื้นฐานในตัวเอง และความสามารถในการคิดต่อยอด สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความสมดุลย์ระหว่างการใช้เทคโนโลยีและการสร้างให้เด็กมีทักษะการคิด

    ทั้งนี้ กิจกรรมในปีนี้ ได้วิทยากรที่มีชื่อเสียง ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน Host of 8 Minutes History and Morning Wealth และ จารุณี สินชัยโรจน์กุล Education Lead, Google for Education, Thailand ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองที่น่าสนใจ ที่สร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองการเรียนรู้ให้กับผู้เข้าร่วมงาน

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    อีกทั้ง ภายในงานได้รับการตอบรับจากผู้ให้ความสนใจด้านการศึกษา เช่น ครู เด็กนักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา และ Lifelong Learners ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างกิจกรรม Workshop มีผู้เข้าร่วม Workshop Onsite 927 คน และ Worksop Online 1,041 คน ที่เน้นการจัด Workshop แบบให้ How to และ ไอเดียการจัดการเรียการสอนสมัยใหม่ที่นำไปใช้ได้จริง, กิจกรรม Keynote, Panel Discussion และ Meet Up Cafe จากผู้นำด้านการศึกษาทั้งจากประเทศไทยและต่างประเทศ, กิจกรรมส่งเสริมเครือข่าย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเจาะลึกแนวคิดนวัตกรรมการศึกษามีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วม 479 คน 

    ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starfish Education ซึ่งเป็นองค์กรริ่เริ่มการจัดกิจกรรม FutureEd Fest กล่าวว่า “FutureEd Fest 2025 ไม่ได้เป็นเพียงงานเฉลิมฉลองด้านการศึกษา แต่คือพื้นที่ของการร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ยั่งยืน และพร้อมสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลง

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    โดยกิจกรรมการแข่งขัน Pitching แบ่งเป็น 5 ระดับ 3 ประเภทรางวัล โดยมีผู้เข้ารอบ 15 ทีมจาก 

    ประเภทนักเรียน ประถมศึกษาตอนปลาย จาก TAMDAI LEARNING CENTER จ.เชียงใหม่, โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่, โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา จ.เชียงใหม่

    ประเภทนักเรียน มัธยมศึกษาตอนต้น จาก โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.นครศรีธรรมราช, โรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี, โรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฎร์บํารุง จ.กาญจนบุรี

    ประเภทนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลาย จาก โรงเรียนเเก้งคร้อวิทยา จ.ชัยภูมิ, โรงเรียนดรุณศาสน์วิทยา จ.ปัตตานี, โรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี

    ประเภทนักศึกษา จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย, วิทยาลัยการอาชีพกุมภวาปี จ.อุดรธานี, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร

    ประเภทครูผู้สอน จาก โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จ.ตราด, โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร และ โรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ จ.แพร่

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    กิจกรรม Award มี 2 ประเภทรางวัล คือ Innovative Teacher Awards และ  Innovative School Awards จำนวน 10 รางวัล รวมถึงการมอบรางวัลให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ Future Youth Thailand ในสังกัดกรุงเทพมหานคร และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 17 รางวัล และรางวัล Maker Fest ให้แก่ 5 โรงเรียนที่ได้เป็น Best Practice ของการนำนวัตกรรม Makerspace ไปจัดการศึกษาในโรงเรียน 

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    นอกจากนี้แล้ว กิจกรรมที่ได้ความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาอีกกิจกรรม คือ  Exhibition และ Maker Fest จัดขึ้นโดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน และพันธมิตรด้านการศึกษาชั้นนำจาก 23 องค์กร  และ 5 โรงเรียน ประกอบด้วย  โดยผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน ได้แก่ Google for Education  และ Starfish Labz พร้อมด้วยเครือข่าย กลุ่มพันธมิตรสำคัญ  อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) กรุงเทพมหานคร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย (TEP) Octava Foundation องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) มูลนิธิ Saturday School  I Am Kru – สังคมสร้างสรรค์ของคนสอน Teach For Thailand สถาบันอุทยานการเรียนรู้  TK Park บริษัท ไลค์ มี เอ็กซ์ จำกัด (FutureSkill) สมาคมดาราศาสตร์ไทย Canva Education สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) บอทน้อยกรุ๊ป (Botnoi) มูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต (Future Skills Foundation)  และ SEAMEO STEM-ED เป็นต้น 

    กิจกรรม Maker Fest 5 โรงเรียนที่นำเสนอนวัตกรรมการศึกษา 

    1. โรงเรียนอนุบาลหนองป่าครั่ง นวัตกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ คณิตศาตร์โดยใช้ Squid Game (เกมโกโกวา)
    2. โรงเรียนวัดวิมุตยาราม นวัตกรรม : “AI Tutor Buddy” กับการพัฒนาสมรรถนะของนักเรียน 
    3. โรงเรียนวัดรวก นวัตกรรม Waste to Art Innovation เปลี่ยนขยะให้เป็นศิลป์
    4. โรงเรียนดรุณสิกขาลัย โปรเจค Studying and Comparing AI Learning Methods, ‘Reinforcement Learning (RL)’ VS ‘Neuro-Evolution Augmenting Topology (NEAT)’, through the Chrome Dino Game
    5. โรงเรียนจินดามณี โปรเจค “Chindamanee Global Students Forum: พื้นที่พัฒนา Soft Skills สำหรับเยาวชนยุคใหม่”

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    สำหรับผู้ที่สนใจติดตามรายละเอียดที่น่าสนใจของ FutureEd Fest สามารถติดตามได้ที่ www.futureedfest.com และ Facebook FutureEd Fest

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    'FutureEd Fest 2025' จุดไฟการศึกษาไทย สู่อนาคตที่เท่าเทียม ยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1197738&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ycNHRo6EMpeouRH4pq-Dt

  • แค่ดูก็เหนื่อย! ไวรัลนักเรียนจีน “ในโรงอาหาร” ซูมรูปดูแล้วตกใจ สะท้อนวัฒนธรรมสุดโต่ง

    แค่ดูก็เหนื่อย! ไวรัลนักเรียนจีน “ในโรงอาหาร” ซูมรูปดูแล้วตกใจ สะท้อนวัฒนธรรมสุดโต่ง

    ไวรัลนักเรียนจีน “กินไปอ่านไป” กลางโรงอาหาร สะท้อนวัฒนธรรมเรียนสุดโต่ง

    โซเชียลจีนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีคลิปวิดีโอจากโรงอาหารของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองซานโจว มณฑลซานซี ปรากฏภาพนักเรียนหลายคน ถือถาดข้าวในมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกมือยังคงอ่านหนังสือ ไม่มีแม้แต่นาทีเดียวสำหรับการพักผ่อนหรือพูดคุยกับเพื่อน

    ภาพนี้ถูกแชร์ต่อกันเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ของจีนและต่างประเทศ

    ขยันหรือกดดันเกินไป? นาฬิกาชีวิตกับการเรียนแบบไม่มีพัก

    บางคนมองว่านี่คือความตั้งใจอันน่าชื่นชมที่สะท้อนวัฒนธรรม “ไม่ยอมเสียเวลาสักวินาที” ของนักเรียนจีน ซึ่งถูกยกเป็นต้นแบบของความมุมานะในด้านการศึกษา

    แต่เสียงวิจารณ์อีกด้านกลับมองว่า ภาพนี้สะท้อน แรงกดดันมหาศาลที่เด็กวัยเรียนต้องแบกรับ ทั้งที่เป็นช่วงชีวิตที่ควรได้พัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสมดุล

    ในวัฒนธรรมการศึกษาของจีน โดยเฉพาะในระดับมัธยม ความคาดหวังต่อผลการเรียนสูงมาก เด็กนักเรียนมักต้องเริ่มวันตั้งแต่เช้ามืด และเรียนยาวไปจนถึงค่ำ

    งานวิจัยของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับมหาวิทยาลัยปักกิ่งในปี 2022 ระบุว่า กว่า 24.6% ของวัยรุ่นจีนมีภาวะซึมเศร้า และในกลุ่มนักเรียนมัธยมตัวเลขนี้พุ่งเกือบ 30% สาเหตุหลักคือ ความเครียดจากการเรียนและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

    นอกจากนี้ หนังสือสีเขียวแห่งชาติว่าด้วยโรคซึมเศร้า ปี 2022 ยังเปิดเผยว่า 50% ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในจีนคือกลุ่มนักเรียน โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ แนวคิดที่ยกผลการเรียนเหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งสร้างแรงกดดันมหาศาลแก่เด็กและเยาวชน

    ผลเสียของการ “กินไปเรียนไป”

    แม้จะดูน่าชื่นชมในแง่ความพยายาม แต่การใช้เวลาระหว่างมื้ออาหารไปกับการอ่านหนังสือ อาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ

    • ระบบย่อยอาหาร: สมองที่ต้องโฟกัสกับการเรียนทำให้ระบบย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่ เสี่ยงต่ออาการแน่นท้องหรือท้องอืด
    • ดวงตา: การจ้องหนังสือตลอดเวลาโดยไม่พักผ่อน อาจนำไปสู่ภาวะสายตาสั้น แสบตา หรือแห้งตา
    • สมอง: สมองที่ไม่ได้รับช่วงเวลาพักผ่อนจะประมวลผลช้าลง และลดประสิทธิภาพในการจำ
    • จิตใจ: ความเครียดสะสมเรื้อรัง เสี่ยงต่อภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้า

    พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ คือการลงทุนเพื่อเรียนดีขึ้น

    ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองชี้ว่า หลังมื้ออาหาร ควรมีช่วงพัก 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายและสมองได้ฟื้นฟู สายตาได้ผ่อนคลาย สมองจะพร้อมรับข้อมูลใหม่ได้ดียิ่งขึ้น

    การพักผ่อนไม่ใช่การเสียเวลา แต่คือการ “เติมพลัง” เพื่อเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

    อย่าให้ “ความพยายาม” กลายเป็น “ความฝืน”

    จีนมีชื่อเสียงเรื่องนักเรียนขยัน แต่หลายกรณีสะท้อนว่า การขยันจนละเลยสุขภาพ อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรม เช่น กรณีนักเรียนที่เครียดจนเลือกจบชีวิตตนเองจากแรงกดดันด้านการเรียน

    แทนที่จะยกย่องพฤติกรรมแบบ “เรียนทุกที่ทุกเวลา” เราควรถามว่า เด็กๆ กำลังเรียนรู้ด้วยความกระตือรือร้นจริงๆ หรือเพียงแค่ถูกบีบให้ต้องแข่งขัน?

    เรียนรู้ให้มีคุณภาพ ต้องมีทั้ง “พลัง” และ “สมดุล”

    นักเรียนที่นอนหลับเพียงพอ (8–9 ชั่วโมง/วัน), รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม และมีเวลาออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน มักมีผลการเรียนดีมากกว่ากลุ่มที่ขาดสมดุลในชีวิต ไม่ใช่เพราะเรียนมากกว่า แต่เพราะสมองและร่างกายอยู่ในสภาวะที่พร้อมเรียนรู้

    “เวลาพัก” ไม่ได้แปลว่า “ขี้เกียจ” ทุกช่วงวัยมีความต้องการในการพัฒนาตามธรรมชาติ เด็กวัยเรียนควรได้เล่น พักผ่อน นอนหลับ และเข้าสังคมควบคู่กับการเรียน สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้เด็กขาดความมุมานะ แต่จะช่วยให้การเรียน มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ยิ่งกว่า

    “กินคือกิน เรียนคือเรียน” เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน การแบ่งเวลาชัดเจนว่าเมื่อไหร่ควรกิน เมื่อไหร่ควรพัก และเมื่อไหร่ควรเรียน คือหัวใจของการเรียนรู้ที่ดี

    อย่าลืมว่า การเรียนรู้เป็นการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9840522/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pF_97349KcM1f6CNJkQ8O

  • จันทรุปราคาเต็มดวง 7-8 กันยายน 2025: ปรากฏการณ์หายากในรอบ 3 ปี

    จันทรุปราคาเต็มดวง 7-8 กันยายน 2025: ปรากฏการณ์หายากในรอบ 3 ปี

    คืนวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน ถึงเช้ามืดวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2568 คนไทยจะได้เป็นสาธีของปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ครั้งแรกในรอบ 3 ปี เป็นปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่หายากและน่าตื่นเต้นที่สุดในปีนี้ ซึ่งสามารถชมได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ

    ทำไมปรากฏการณ์นี้ถึงหายากในรอบ 3 ปี

    จันทรุปราคาเต็มดวงไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เนื่องจากต้องการเงื่อนไขทางดาราศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจง ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ต้องเรียงตัวกันในแนวเส้นตรงพอดี โดยมีโลกอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ การที่เราได้เห็นปรากฏการณ์นี้อีกครั้งหลังจากรอคอยมา 3 ปี ทำให้เป็นโอกาสที่ไม่ควรพลาดสำหรับทุกคน

    การที่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหายากยิ่งทำให้มีคุณค่าและความพิเศษมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อาจไม่เคยได้เห็นปรากฏการณ์นี้มาก่อน

    ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับจันทรุปราคา

    ในอดีต ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงมักถูกมองว่าเป็นลางร้าย หรือสัญญาณของเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้น ในหลายวัฒนธรรมเชื่อว่าดวงจันทร์สีแดงเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง ความขัดแย้ง หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

    อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน เราเข้าใจแล้วว่าปรากฏการณ์นี้เป็นเพียงการเรียงตัวทางดาราศาสตร์ที่เป็นธรรมชาติ และกลับกลายเป็นโอกาสสำคัญในการศึกษาดาราศาสตร์และสร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั่วโลก

    กำหนดการเต็มรูปแบบของปรากฏการณ์

    ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้จะมีระยะเวลารวมกว่า 5 ชั่วโมง โดยเริ่มต้นในเวลา 22:29 น. ของวันที่ 7 กันยายน เมื่อดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก ทำให้ความสว่างลดลงเล็กน้อยแต่ยังมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนด้วยตาเปล่า

    ในเวลา 23:27 น. จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น เมื่อดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก ทำให้เห็นดวงจันทร์มีลักษณะเว้าแหว่ง เนื่องจากเงาสีดำเริ่มกินขอบจากด้านหนึ่งค่อยๆ เข้ามา

    ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือระหว่าง 00:31 น. ถึง 01:53 น. ของวันที่ 8 กันยายน เมื่อดวงจันทร์เต็มดวงจะถูกเงามืดของโลกบดบังทั้งหมด และเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐที่งดงาม หรือที่เรียกกันว่า “Blood Moon” นานกว่า 1 ชั่วโมง 22 นาที

    จุดสูงสุดของปรากฏการณ์จะเกิดขึ้นในเวลา 01:12 น. เมื่อดวงจันทร์อยู่ใจกลางเงาของโลกพอดี ทำให้เห็นสีแดงอิฐที่เข้มและสวยงามที่สุด หลังจากนั้นดวงจันทร์จะค่อยๆ เคลื่อนออกจากเงามืด และกลับสู่สภาพปกติในเวลา 03:55 น.

    ลำดับเหตุการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงเต็มรูปแบบ

    ความงดงามของ “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ”

    สิ่งที่ทำให้ปรากฏการณ์นี้พิเศษไม่ใช่แค่ความหายาก แต่ยังรวมถึงความงดงามของดวงจันทร์ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ ซึ่งเกิดจากการที่แสงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศโลก ทำให้แสงสีน้ำเงินและเขียวถูกกรองออกไป เหลือเพียงแสงสีแดงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่าส่องไปยังดวงจันทร์

    การเห็นดวงจันทร์เต็มดวงเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐแบบค่อยเป็นค่อยไป และกลับมาเป็นสีขาวปกติเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

    โอกาสสำคัญสำหรับการศึกษาและการถ่ายภาพ

    ปรากฏการณ์นี้เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่สนใจดาราศาสตร์ การถ่ายภาพ หรือการศึกษาธรรมชาติ เนื่องจากสามารถสังเกตและบันทึกการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมง

    สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพ สามารถใช้กล้องธรรมดาหรือโทรศัพท์มือถือในการบันทึก แต่หากต้องการภาพที่คมชัดและสวยงาม ควรใช้กล้อง DSLR พร้อมเลนส์เทเลโฟโต้ และขาตั้งกล้องเพื่อความคมชัด

    สถานที่ที่เหมาะสำหรับการชม

    แม้ว่าปรากฏการณ์นี้จะสามารถชมได้ทั่วประเทศ แต่สถานที่ที่มีท้องฟ้าเปิดโล่ง และมีมลพิษทางแสงน้อยจะให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด เช่น ชายหาด ยอดเขา หรือพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง

    พื้นที่ที่แนะนำ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติต่างๆ เขาใหญ่ ภูกระดึง หาดที่สะอาดตามชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน รวมถึงพื้นที่เปิดโล่งในชนบทที่ห่างจากแสงไฟเมือง

    การรับชมออนไลน์สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกออกไปชม

    สำหรับผู้ที่ไม่สามารถออกไปชมกลางแจ้งได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือติดภารกิจอื่น สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) จะจัดการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และช่องยูทูบ NARIT Thailand ตลอดช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์

    การถ่ายทอดสดนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 22:29 น. และดำเนินต่อไปจนสิ้นสุดปรากฏการณ์ในเวลา 03:55 น. ทำให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามชมได้แบบเรียลไทม์

    เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการชม

    การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากปรากฏการณ์นี้ ควรเลือกสถานที่ที่มองเห็นทิศตะวันออกได้ชัดเจน เนื่องจากดวงจันทร์จะขึ้นมาจากทิศนี้ เตรียมเสื้อผ้าอุ่นสำหรับการนั่งชมกลางคืน และเครื่องดื่มร้อนเพื่อความสะดวกสบาย

    หากมีกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องสองตา จะช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่แม้ไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ การชมด้วยตาเปล่าก็ให้ความประทับใจไม่แพ้กัน

    จันทรุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่หายากและมีความหมายพิเศษ หลังจากที่เราไม่ได้เห็นมาเป็นเวลา 3 ปี การที่จะต้องรออีก 3 ปีกว่าจึงจะได้เห็นอีกครั้ง ทำให้โอกาสนี้มีค่ายิ่งขึ้น

    ไม่ว่าจะเป็นการออกไปชมกลางแจ้งเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่แท้จริง หรือการติดตามชมผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ ปรากฏการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่สวยงามและน่าประทับใจ อย่าลืมแหงนหน้ามองฟ้าในคืนวันที่ 7-8 กันยายนนี้ เพื่อเป็นสาธีของ “ดวงจันทร์สีแดงอิฐ” ที่จะไม่มีอีกในอีก 3 ปีข้างหน้า

    ที่มา: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/638228&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dTjIIFMzJJ0THe_yRIn0P

  • ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. ว่าที่ รมว.พลังงาน “รัฐบาลอนุทิน”

    ประวัติ “โด่ง อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. ว่าที่ รมว.พลังงาน “รัฐบาลอนุทิน”

    เปิดประวัติ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีต CEO ปตท. เตรียมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ภายใต้ “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” หลังนายกฯ คนที่ 32 เปิดตัวกับสื่อแล้ว

    วันที่ 7 กันยายน 2568 ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 มีมติเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จากนั้นประธานสภาฯ นำชื่อนายอนุทิน ขึ้นทูลเกล้าฯ และวันนี้มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายอนุทิน ใช้เวลาในช่วงนี้เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำภายใต้ สส. 146 เสียง โดยล่าสุดก็ยืนยันเองว่าโผ ครม.อนุทิน นั้น 99% แล้ว รอเขย่าอีกเล็กน้อย และพรุ่งนี้ (8 กันยายน 2568) จะทำเรื่องเอกสาร ครม. ให้เรียบร้อย

    นายอนุทิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ที่ผ่านมาในเรื่อง ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะมีว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เหตุผลที่ทาบทามเพราะรัฐบาลนี้มีภารกิจที่แน่นอน ต้องได้คนที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องเรียนรู้งาน ทำให้อย่างน้อย 3 ท่านที่อยู่ตรงนี้ ก็เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่ท่านจะเข้าไปบริหาร จึงเป็นการสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างจะเดินหน้าได้เลย ไม่มีการรำมวยใดๆ ทั้งสิ้น ต่อมาวันนี้ยังได้เปิดตัวคนนอกที่จะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และอดีตประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวิชร)

    ประวัติ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์”

    ในจำนวน 4 ว่าที่รัฐมนตรีคนนอก จะขอพาไปรู้จัก ประวัติ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ มีชื่อเล่นว่า โด่ง เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2508 อายุ 60 ปี (ณ พ.ศ. 2568) ประวัติการศึกษา ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford University, UK โดยได้รับทุนการศึกษาจาก British Council

    ลูกหม้อ ปตท. คลุกคลีแวดวงพลังงานมายาวนาน

    • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท.
    • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์และต่างประเทศ ปตท.
    • ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก ปตท.
    • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ ปตท.
    • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท.
    • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย และรักษาการแทนรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย
    • ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.
    • ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.

    สำหรับ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ถือว่าเป็นผู้ที่คลุกคลีในแวดวงพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มี การเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน จะช่วยสางปัญหาที่คั่งค้างอยู่ในระยะเวลาที่จำกัดได้.

    อ่านเพิ่มเติมประวัติรัฐมนตรีโควตานอกนอก 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2881368&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bLLC-35NnjnylxLjqdMMe

  • “พระมหาต่อ” เกจิดังโคราช ปธ.ทอดผ้าป่าการศึกษา รร.บ้านจอหอ ยอดเงินกว่า 1.7 ล้าน

    “พระมหาต่อ” เกจิดังโคราช ปธ.ทอดผ้าป่าการศึกษา รร.บ้านจอหอ ยอดเงินกว่า 1.7 ล้าน

    7 กันยายน 2568 21:02 น.  เกษม  ชนาธินาถ ข่าวทั่วไทย

    วันที่ 7 ก.ย.68 พระครูวรนายกสิทธาคม (พระมหาต่อ ธรรมรังสี) รักษาการเจ้าอาวาสวัดแจ้งในโคราช เกจิอาจารย์เชี่ยวชาญด้านอักขระยันต์และอาคมขลังชื่อดังภาคอีสาน เป็นประธานอุปถัมภ์ทอดผ้าป่าการศึกษาครบรอบ 112 ปี โดยมี พล.ต.ต ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ประธานฝ่ายฆราวาส นายประพิศ นวมโคกสูง อดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รร.บ้านจอหอ นายเลิศ ปรุงโพธิ์ ผอ.รร.บ้านจอหอ ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นักเรียน ผู้ปกครอง ตัวแทนศิษย์เก่าและชาวจอหอจำนวนกว่า 1 พันคน ร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนบ้านจอหอ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา

    ทั้งนี้ ได้มีกิจกรรมทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี  และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ 9 รูป ด้วยความอิ่มบุญและชื่นมื่นกันถ้วนหน้า โดยบริจาคสมทบทุนเพื่อเทพื้นคอนกรีตโดมเอนกประสงค์ ตารางเมตรละ 499 บาท ล่าสุดรวมยอดเงินทั้งสิ้น 1,781,128 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/649667&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GYdUSLxWKybNSl3yE8L6T

  • เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่รัฐมนตรีคลัง รัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่รัฐมนตรีคลัง รัฐบาลอนุทิน

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จากโบรกเกอร์ ที่เปลี่ยนเส้นทางมารับราชการจนเป็นลูกหม้อคลัง สู่ว่าที่ขุนคลังคนใหม่ ในรัฐบาลอนุทิน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ถือเป็นคนที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเพราะเติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางวิชาการอันแข็งแกร่ง เคยเริ่มต้นชีวิตจากการทำงานด้วยการเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ภัทรธนกิจ ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางมารับราชการอย่างเต็มตัว และด้วยการวิเคราะห์ และพยากรณ์เศรษฐกิจได้แม่นยำ ประกอบกับบุคลิกที่อัธยาศัยดี มีความสามารถในการสื่อสารเรื่องเศรษฐกิจที่ซับซ้อนให้คนดูเข้าใจง่าย ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งของกระทรวงการคลัง และกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ Sanook Money จะพามาเปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

    • นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อายุ 54 ปี
    • บิดาชื่อ ดร.อิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ
    • มารดาชื่อ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปลัดสำนักนายกฯ และปลัดกระทรวงพัฒนาสังคม
    • คู่สมรสชื่อ นางร้อยแก้ว นิติทัณฑ์ประกาศ

    ประวัติการศึกษา

    • จบการศึกษาปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ จาก Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)
    • ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จาก University ofIllinois at Urbana-Champaign ประเทศสหรัฐอเมริกา (ทุนรัฐบาลไทย ก.พ.)
    • ปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • จบการศึกษามัธยมศึกษาจากวชิราวุธวิทยาลัย

    ประสบการณ์ทำงาน

    • อธิบดีกรมสรรพสามิต ในช่วงปี 2565-2567
    • อธิบดีกรมสรรพากร ในช่วงปี 2561-2565
    • ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในปี 2558-2561
    • ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด
    • ประธานกรรมการธนาคารกรุงไทย จำกัด
    • ประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
    • กรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด
    • ประธานกรรมการบริหารของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
    • ยังเคยดำรงตำแหน่งอัครราชทูต (ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง) ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป
    • ตำแหน่ง Senior Advisor ของธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

    ปัจจุบัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำรงตำแหน่งดังนี้

    • อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
    • ประธานกรรมการธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)
    • กรรมการและประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน บริษัทปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
    • ประธานกรรมการบริษัทธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
    • กรรมการวชิราวุธวิทยาลัย นอกจากนั้นยังได้รับเลือกให้เป็นกรรมการบริหารของ Tax Inspectors Without Borders (TIWB) ของ OECD & UNDP

    ผลงานโดดเด่น นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มีดังนี้

    นายเอกนิติ เป็นผู้นำระบบดิจิทัลมายกระดับกรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตในการบริการประชาชน เช่น การนำ ระบบ Blockchain มาคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวเป็นที่แรกของโลก จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ

    • Digital Government Award in Asia & Oceania จาก ASOCIO ในปี2565
    • รางวัล Thailand Digital Transformation Award ในปี 2564
    • รางวัลนวัตกรรมดีเด่นแห่งชาติ
    • รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่นจากรัฐบาล ประจำปี 2566

    นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งกองทุน Thailand Future Fund ซึ่งเป็นแหล่งระดมทุนใหม่ของภาครัฐ ช่วยลดภาระหนี้ของประเทศ เป็นผู้นำในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจโดยการนำระบบสรรหาและคัดเลือกกรรมการ โดยนำสมรรถนะ Skill Matrix มาใช้ รวมถึงยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและออกแบบระบบการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค และประมาณการเศรษฐกิจ ให้แก่ กระทรวงการคลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/942879/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aJQgSVFMfq2Vm4l3adCVR

  • เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คนเก็งเป็น รมว.คลัง คนใหม่ หนึ่งในรัฐมนตรีคนนอก

    เปิดประวัติ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คนเก็งเป็น รมว.คลัง คนใหม่ หนึ่งในรัฐมนตรีคนนอก

              เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประวัติคือใคร ? หลังมีข่าวเตรียมเป็น รมว.คลัง ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประวัติเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศเป็นลูกของอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมามีผลงานอะไรบ้าง มาอัปเดตกัน

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
    ภาพจาก ปตท.สผ.

    ประวัติเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

              ชื่อของ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กลายเป็นที่จับตาขึ้นมาทันทีหลังคาดว่าจะได้เป็น รมว.คลัง ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งประวัติเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ คือใคร จบการศึกษาที่ไหน มีผลงานอะไรบ้าง ทีมงานกระปุกดอทคอมรวมไว้ให้แล้ว

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลูกใคร อายุเท่าไหร่

              เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประวัติเป็นบุตรของ นายอิสสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ กับ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ปัจจุบันในปี 2568 อายุ 53 ปี

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จบการศึกษาที่ไหน

              – ปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

              – ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขา Policy Economics, University of Illinois at Urbana-Champaign สหรัฐอเมริกา

              – ปริญญาเอก เศรษฐศาสตรดุษฏีบัณฑิต สาขา Macroeconomics and International Finance, Claremont Graduate University สหรัฐอเมริกา

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

    ภาพจาก นิด้า

    ประสบการณ์การทำงานของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ 5 ปีล่าสุด

              มิ.ย. 2561 – ต.ค. 2562 : กรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

              ก.ค. 2561 – ต.ค. 2562 : ประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

              มิ.ย. 2561 – ม.ค. 2563 : ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

              ก.พ. 2563 – พ.ย. 2564 : ประธานกรรมการ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

              พ.ค. 2561 – พ.ค. 2565 : อธิบดีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง

              พ.ย. 2558 – เม.ย. 2566 : กรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

              พ.ค. 2565 – ก.ย. 2567 : อธิบดีกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

              ม.ค. 2566 – พ.ย. 2567 : กรรมการ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

    ภาพจาก เฟซบุ๊ก NNT- National News Bureau of Thailand

    ตำแหน่งปัจจุบันของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ก่อนเป็น รมว.คลัง)

              2563 – ปัจจุบัน : กรรมการบริหาร Tax Inspectors Without Borders, OECD & UNDP

              เม.ย. 2566 – ปัจจุบัน : กรรมการ บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

              ต.ค. 2567 – ปัจจุบัน : อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง

              ธ.ค. 2567 – ปัจจุบัน : ประธานกรรมการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/249321&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0k2zMuZhaCPF8gJ-UQudXc

  • รู้จัก “วรภัค” ว่าที่ รมช.คลัง ครม.อนุทิน 1 อดีต กก.ผจก.ใหญ่ กรุงไทย

    รู้จัก “วรภัค” ว่าที่ รมช.คลัง ครม.อนุทิน 1 อดีต กก.ผจก.ใหญ่ กรุงไทย

    นายกรัฐมนตรีป้ายแดง อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (รมช.คลัง) ในครม.อนุทิน 1 นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เรียกว่าลูกหม้อกระทรวงการคลัง ที่สำคัญคือ นายวรภัค เคยช่วยงาน นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(รมว.คลัง) ยุค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วย และมีความสนิทสนมส่วนตัวกับนายพิชัย มานานเกือบ 30 ปี

    นายวรภัค กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็เป็นลูกหม้อของกระทรวงการคลัง ผ่านงานมาหลายกรม รู้ความเป็นมาเป็นไปของกระทรวงการคลัง ว่ามีนโยบายอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้บริหารระดับสูง จึงคิดว่าทำงานต่อเนื่องได้เลย

    เปิดประวัติ วรภัค ธันยาวงษ์ คือใคร

    ประวัติส่วนตัวและครอบครัว

    • เกิดวันที่ 25 สิงหาคม 2507 ปัจจุบัน อายุ 61 ปี
    • สมรสกับ นางกนกพร ธันยาวงษ์ มีบุตรและธิดา 4 คน 

    วรภัค ธันยาวงษ์

    การศึกษา

    • ปริญญาตรี BS in Management Science & Computer System,Oklahoma State University, Stillwater, USA
    • ปริญญาโท จาก MBA in Finance University Missouri, Kansas City, USA
    • ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

    วรภัค ธันยาวงษ์

    การทำงาน

    • เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ในการบริการบริหารงานด้านการเงินและการธนาคารในหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านลิสซิ่ง บริษัท ไอ บี เอ็ม ประเทศไทย จำกัด
    • กรรมการผู้จัดการใหญ่ Bank of American (สาขาประเทศไทย)
    • กรรมการผู้จัดการ ธนาคารดอยช์แบงค์ สาขาประเทศไทย
    • กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มธนาคารเจพี มอร์แกน เชส และบริษัทหลักทรัพย์เจพีมอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด
    • รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    • ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ฟินันช่า จำกัด
    • 8 พ.ย. 2555 กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
    • ที่ปรึกษา นายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง ยุค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
    • 7 ก.ย.2568 ว่าที่ รมช.คลัง รัฐบาลอนุทิน 1

    รู้จัก “วรภัค” ว่าที่ รมช.คลัง ครม.อนุทิน 1 อดีต กก.ผจก.ใหญ่ กรุงไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/politic/378966537&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2s30od_62Ljs5Hm_CuKtVk

  • นพดล แจงเหตุลาออก สส. เพื่อไทย เหตุทำหน้าที่ในสภาฯ ครบแล้ว

    นพดล แจงเหตุลาออก สส. เพื่อไทย เหตุทำหน้าที่ในสภาฯ ครบแล้ว

    วันนี้ (7 กันยายน) นพดล ปัทมะ อดีต สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวชี้แจงถึงกรณีการลาออกจากตำแหน่ง สส. โดยระบุว่า เป็นไปตามแถลงการณ์ที่ได้แจ้งไปล่วงหน้านี้ ส่วนตัวมีความสนใจหลายด้าน ทั้งในด้านการต่างประเทศ กฎหมาย การศึกษา รวมถึงเรื่องการเกษตร 

    นพดลระบุด้วยว่า ถือว่าตนเองได้ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และได้สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยครบถ้วนแล้ว รวมถึง ชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งน้องชายของตนก็เป็น สส.ในพรรคเพื่อไทยอยู่

    อย่างไรก็ตาม จังหวะในการลาออกนั้น อาจตรงกับช่วงที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรี นพดลชี้แจงว่า เป็นจังหวะที่ตรงกันพอดี แต่อีก 4 เดือนก็จะมีการยุบสภาแล้ว รวมถึงตัวเองก็เป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ แม้ลาออกไป ก็จะมีคนเลื่อนขึ้นมาเป็นแทนอยู่แล้ว ซึ่งเข้าใจว่าผู้ที่จะมาแทน เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีความรู้ 

    นพดลย้ำว่า ตัวเองยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิก ตนเองลาออกจาก สส. โดยไม่กระทบเสียงของพรรค และยังคงเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ 

    “ผมก็อยู่กับการเมืองมาระยะหนึ่ง หลังจากทำหน้าที่ในสภาฯ อย่างครบถ้วนแล้ว ก็คิดว่าอยากจะไปทำอย่างอื่น There is more to life than politics. มันมีอะไรในชีวิตมากกว่าการเมือง ซึ่งก็ได้เรียนให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ทราบหมดแล้ว” นพดลกล่าว

    นพดลย้ำว่า ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในสถานะใดก็จะยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก โดยเวลานี้เป็นยุคโซเชียลมีเดีย การให้ข้อมูลความคิดที่ถูกต้องกับสังคม ทั้งเรื่องที่ตนเองถนัด คือการเมือง การต่างประเทศ กฎหมาย ก็น่าจะเป็นประโยชน์

    “หลักการของผมก็คือ เราต้องยึดมั่นข้อเท็จจริง และแจ้งหลักการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และผมก็คิดว่า การที่ไม่ได้พูดในนาม สส. คนอาจจะรับฟังมากขึ้น เพราะว่าจะไม่มีปลอกคอการเมือง เพราะบางทีเวลาเป็น สส. พูดอะไร คนก็มักจะนึกว่า ก็พูดอย่างนั้นแหละ เพราะว่าคุณเป็น สส. พรรคนั้นพรรคนี้ แต่ถ้าเป็นนักการเมืองที่ไม่ได้เป็น สส. หรือเป็นนักวิชาการอิสระ ผมว่าสังคมน่าจะรับฟังมากขึ้น” นพดลกล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ (6 กันยายน) ที่ผ่านมา นพดล ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ผมขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนับตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2568 เพื่อไปทำงานด้านกฎหมาย การพัฒนาคน และทำงานตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน 

    นพดลกล่าวแสดงความขอบคุณต่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

    ทั้งนี้ ผู้ที่จะเลื่อนมาเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แทนนพดล คือ รุ่งเรือง พิทยศิริ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 41

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/nopadon-resigns-pheu-thai-mp/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_ufbjKPyYVYnOCcMIp6_D