Category: วัฒนธรรม

  • เปิดว่าที่ 7 รัฐมนตรี ‘กล้าธรรม’ ร่วมครม. ‘นายกฯอนุทิน’ | เดลินิวส์

    เปิดว่าที่ 7 รัฐมนตรี ‘กล้าธรรม’ ร่วมครม. ‘นายกฯอนุทิน’ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5094138/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16AxnvUWGNhWKF6HL5z3A7

  • ชื่นชม ‘สามเณรธนากรณ์’ วัย 9 ขวบ สอบผ่าน ‘ผู้ทรงพระปาติโมกข์’ อายุน้อยที่สุดประจำปี 68 | เดลินิวส์

    ชื่นชม ‘สามเณรธนากรณ์’ วัย 9 ขวบ สอบผ่าน ‘ผู้ทรงพระปาติโมกข์’ อายุน้อยที่สุดประจำปี 68 | เดลินิวส์

    พระมหาใจ เขมจิตฺโต (ป.ธ.9) ประธานดำเนินโครงการสามเณรทรงพระปาติโมกข์ ปีที่ 5 (พ.ศ.2568) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก บันทึกสถิติสามเณรผู้สอบผ่านเป็นผู้ทรงพระปาติโมกข์อายุน้อยสุด 9 ขวบ “สามเณรธนากรณ์ โสดาจันทร์”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5092991/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3j41XpEPM7W-O5p4UHhgN0

  • กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มพริกไทยปะเหลียน พริกไทยอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง

    กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มพริกไทยปะเหลียน พริกไทยอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง

    กรมส่งเสริมการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มพริกไทยปะเหลียน พริกไทยอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง

    ชุมชนบ้านละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับการปลูกพริกไทยปะเหลียนมาอย่างยาวนาน เกษตรกรเกือบทุกหลังคาเรือนมีการเพาะปลูกพริกไทยปะเหลียนเพื่อนำมาใช้ในบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่เนื่องด้วยรสชาติของพริกไทยปะเหลียนในพื้นที่ อันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยพริกไทยผลสุกจะมีรสอมหวาน มีกลิ่นหอม และมีความเผ็ดในระดับปานกลาง เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยมา

    นายครองศักดิ์ สงรักษา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ จึงได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับสู่การเป็นแปลงใหญ่พริกไทย ในปี 2565 ซึ่งประกอบไปด้วยเกษตรกร จำนวน 30 ราย พื้นที่ปลูกประมาณ 12 ไร่ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรเพิ่มขีดความสามารถใน 5 ด้าน คือ 1. ลดต้นทุนการผลิต 2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3. พัฒนาคุณภาพ 4. เพิ่มช่องทางการตลาด และ 5. การบริหารจัดการ

    ในปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรยังคงยกระดับแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกพริกไทยพื้นบ้านละมอ ตำบลละมอ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ปี 2568 โดยได้มีการวิเคราะห์ Pain Point/Gain Point ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้ทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมถึงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมขับเคลื่อนให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 3 เท่าใน 4 ปี

    โดยประกอบไปด้วยกิจกรรม ดังนี้

    1. การจัดทำแปลงทดสอบกระบวนการปลูกพริกไทย โดยได้มีการศึกษาเปรียบเทียบการปลูกพริกไทยระหว่างเสาค้างจากต้นไม้ธรรมชาติกับการใช้เสาค้างปูนเพื่อให้ต้นพริกไทยยึดเกาะ มีการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์ ถ่านไบโอชาร์ พร้อมทั้งการวางระบบน้ำที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นพริกไทย เพื่อให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ ปรับปรุงวิธีการปลูก การดูแลรักษาต้นพริกไทย ร่วมกันภายในชุมชน

    2. สนับสนุนให้เกษตรกรอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นบ้าน และขยายพื้นที่ปลูกเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

    3. สนับสนุนการแปรรูปเป็นพริกไทยแห้งด้วยการสร้างจุดตากพริกไทย เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดระยะเวลาในการตาก/แปรรูปให้น้อยลง

    4. สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญ โลหะหนัก และคุณค่าทางโภชนาการ พบว่า ผลผลิตพริกไทยมีปริมาณสาร Pipeline อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบการปนเปื้อนของโลหะหนักในผลผลิต อีกทั้งยังพบกรดไลโนเลอิกที่มีส่วนช่วยในการป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด เพิ่มการเผาผลาญไขมันอิ่มตัว กระตุ้นการทำงานของต่อมต่าง ๆ ภายในร่างกาย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาพริกไทยเป็นผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต

    จากการดำเนินงานในปี 2568 กลุ่มเกษตรกรได้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการผลผลิตพริกไทยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่เดิมผลผลิตพริกไทย (แห้ง) มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 350 บาท เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท จึงได้มีการขยายพื้นที่ปลูกเพื่อให้มีปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายต้นพันธุ์พริกไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ยาดม น้ำมันนวด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ เกษตรกรยังคงพัฒนาต่อยอดด้วยการสร้างแบรนด์ ขยายพื้นที่การรับรองการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการคัดเกรดพริกไทย ดำ – ขาว – แดง ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955326&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14XOoz1jd_Zrhkmoh2fvcX

  • ส่องโปรไฟล์ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ ว่าที่ รมว.อุตสาหกรรม ใน ครม.อนุทิน1

    ส่องโปรไฟล์ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ ว่าที่ รมว.อุตสาหกรรม ใน ครม.อนุทิน1

    หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า “ธนกร วังบุญคงชนะ” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ มีชื่อติดโผการเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1

    ล่าสุด ปรากฏโผตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะที่ จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ตำแหน่ง ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

    สำหรับ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ เกิดวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 ชื่อเล่น ‘แด๊ก’

    จบการศึกษา

    • ปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ ปริญญาโท จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    • ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 20 และหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 2

    ธนกรเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อต้นปี 2568 เพิ่งเข้าพิธีมงคลสมรสกับ ‘แคทตี้’ ดร.แคทลีน มาลีนนท์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ประธานกรรมการ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (Thai Solar Energy PLC.) ไปช่วงต้นปี

    ธนกร เคยเป็นผู้สื่อข่าว ก่อนที่สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชักชวนเข้าสู่วงการการเมือง ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนที่จะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

    ประสบการณ์การทำงาน

    เคยเป็นอดีตอนุกรรมการ เลขานุการ รวมถึงที่ปรึกษาหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, และกระทรวงสาธารณสุข และในช่วงปี 2561 ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มีความสนิทสนมกับ อุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงได้นั่งตำแหน่งเลขานุการ

    เมื่ออุตตม ลาออกจากตำแหน่ง ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    ในช่วงการระบาดโควิด ยังเคยเป็นโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) รวมถึงเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    อีกทั้ง ในสมัยของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ธนกร ยังถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ

    ทั้งนี้ สำหรับภารกิจ ที่จะต้องมารับไม้ต่อจาก เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นั้น ถือเป็นความท้าทาย เศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ ซึ่งต้องเร่งการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 5.0 ความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย

    โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้วางนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรม ผ่าน “การปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส”

    พร้อมทั้ง การดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ และผู้ประกอบการไทยอยู่ในห่วงโซ่ การผลิตของผู้ประกอบการชั้นนำ ต้องไม่ใช่ “นักลงทุนศูนย์เหรียญ”

    ABOUT THE AUTHOR

    THE STANDARD WEALTH

    สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thanakorn-new-industry-minister/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yBe4M9LooGuXb05QHCoTS

  • วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วช. สนับสนุนความร่วมมือสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น เปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมในพื้นที่

    วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวต้อนรับ, นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่น, นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวรายงาน พร้อมนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. คณาจารย์ ผู้นำและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในท้องถิ่นเข้าร่วมในพิธี ณ วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช., สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ, วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา และอำเภอปักธงชัย ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการส่งเสริม และผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรน ในการยกระดับเกตรกรรมในระดับท้องถิ่น ครอบคลุมถึงการท่องเที่ยว วช. คาดหวังว่าศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และเข้าถึงการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีได้อย่างครอบคลุมในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

    ดร.สิริรัชนา เนาว์โสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงและเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วิทยาลัยฯ มีความพร้อมในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีโดรนอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและชุมชนในระยะยาว

    นายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปักธงชัย กล่าวถึงการที่วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัยได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีโดรน ที่จะมีบทบาทช่วยสนับสนุนการพัฒนาในภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของอำเภอปักธงชัยที่มีพื้นที่สำหรับประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ โดยเทคโนโลยีโดรนถือเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการยกระดับภาคการเกษตร ทั้งในด้านการลดต้นทุนการผลิต การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

    นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรและการเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ผ่านศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตร ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อภาคการเกษตรของไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ ได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทั้งในด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ตลอดจนประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติ โดยขับเน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง ในครั้งนี้ สมาคมฯ ได้นำอุปกรณ์มาสนับสนุนและประกอบการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร , แบตเตอรี่ พร้อมเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ , เครื่องปั่นไฟ , ระบบฝึกบินจำลอง (Flight Simulator) และหลักสูตรการเรียนการสอนด้านอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ กพท.

    ทั้งนี้ วช. มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนโครงการที่ส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีโดรนด้านการท่องเที่ยวและการเกษตรแห่งนี้ เป็นต้นแบบของการบูรณาการเทคโนโลยีกับภาคการศึกษา รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/955238&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yJRMLf2vAdi3wZoOo6lNp

  • ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ | เดลินิวส์

    ตื่นตา! มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ภราดา ดร.มณฑล ประทุมราช รักษาการประธานมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน “ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures” มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้ โดยมี ภราดา ดร.เดชาชัย ศรีพิจารณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ, ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียน/ประธานจัดงาน, ภราดามานิต สกนธวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด คุณสมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด คุณพิณรัตน์ กิติเวชกุล ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิร์ด (Central World) ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

    ภายหลังพิธีเปิด เป็นการเสวนาในวันแรกที่สนใจ คือ การเสวนา หัวข้อ “Sustain Your Dream : ฝันให้ไกล…และทำให้ยั่งยืน” โดย ดร. กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/กรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (อัสสัมชนิก รุ่น 97) คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (อัสสัมชนิก รุ่น 107) คุณไพรัช เอื้อผดุงเลิศ (อัสสัมชนิก รุ่น 112) CO-FOUNDER, EXECUTIVE CREATIVE DIRECTOR บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร, คุณศิริชัย จิระพงษ์พันธ์ Manager, PTTGC/Commercial Department Manager, Envicco (อัสสัมชนิก รุ่น 113), คุณชัย เทอดผดุงชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพย์อิทฟอร์เวิร์ด จำกัด (อัสสัมชนิก รุ่น 109) ร่วมเสวนา

    สำหรับงาน ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 “สร้างอนาคตยั่งยืนด้วยการเรียนรู้” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเสนอแนวคิดการศึกษาเพื่อความยั่งยืน (Education for Sustainable Futures) การศึกษาที่ดีไม่ใช่แค่การสร้าง “เด็กเก่ง” แต่ต้องสร้าง “คนเก่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลก” กาารแสดงศักยภาพของนักเรียนและหลักสูตรโรงเรียนอัสสัมชัญ ที่หลักสูตรไม่ได้สอนเพียงวิชาการ แต่ยังบ่มเพาะ Soft Skills และ Future Skills, สร้างพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Knowledge Sharing) จุดประกายแรงบันดาลใจสู่อนาคต

    ภายในงาน ASSUMPTION EXPO 2025 : Education for Sustainable Futures มหกรรมการศึกษาอัสสัมชัญ 2025 แบ่งออกเป็น

    โซน 1 เป็นโซนการเรียนรู้ที่ผสมผสานความรู้และคุณธรรม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Introduction & Sustainable Education Zone)
    โซน 2 เป็นโซนพลังความคิดสร้างสรรค์ (Impact Invest Zone) จากผลงานจริงของนักเรียน Dream Maker Space, Education Beyond Tomorrow การแสดงนวัตกรรม และ บริษัทจำลอง
    โซน 3 เป็นโซนเวิร์กช็อปและการแบ่งปันที่จะปลุก Future Skills ให้เด็ก ๆ และผู้ปกครองพร้อมรับอนาคต (Knowledge Sharing & Workshops)
    โซน Knowledge Sharing & Workshops ณ CraftStudio ชั้น 5

    กิจกรรมบนเวที ประกอบด้วย การเสวนา หัวข้อ “Sustain Your Dream: ฝันให้ไกล…และทำให้ยั่งยืน”, หัวข้อ “Global Citizenship & Youth Responsibility: จตุรมิตรสี่พี่น้องประครองรัก รักษ์โลกให้ยั่งยืน”, หัวข้อ “InnovationxSustainability”, หัวข้อ “InnovationxSustainability” การแสดงบนเวทีของนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย. 68 ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิร์ด (Central World) ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/AssumptionCollege1885

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5095714/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Acf3vw6WGZGfVND5KJ2J5

  • ดีลร้อน! ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ซีอีโอดุสิตธานี ตอบรับนั่ง ‘รมว.พาณิชย์’ ครม.อนุทิน 1

    ดีลร้อน! ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ซีอีโอดุสิตธานี ตอบรับนั่ง ‘รมว.พาณิชย์’ ครม.อนุทิน 1

    วันที่ 8 กันยายน 2568 มีรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ติดต่อทาบทาม “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” กรรมการผู้บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

    แทนที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่หลุดโผ ครม.ชุดนี้

    ดีลร้อน! ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ ซีอีโอดุสิตธานี ตอบรับนั่ง ‘รมว.พาณิชย์’ ครม.อนุทิน 1

    ประวัติการศึกษา

    การศึกษาระดับมัธยมที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา
    ปริญญาตรี: สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    ปริญญาโท : บริหารธุรกิจ (MBA) สาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ, มหาวิทยาลัย Northrop รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 

    ประสบการณ์การทำงาน

    • เคยร่วมนำทีมบริหารที่ IBM กว่า 20 ปี เป็นผู้หญิงคนแรกในไทยที่ได้รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป (General Manager) ก่อนจะบริหารงานระดับภูมิภาค (Asia-Pacific) 
    • เคยดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ไทยคม ในปี พ.ศ. 2554 
    • ปัจจุบันเป็น กรรมการบริหารกลุ่ม (Group CEO) และสมาชิกคณะกรรมการบริหารด้านต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยง การลงทุน และความยั่งยืน ของ บมจ.ดุสิตธานี (DUSIT)
    • ดำรงบทบาทสำคัญในวงการธุรกิจและการศึกษา รวมถึงตำแหน่งกรรมการในหลายองค์กร อาทิ SCG Packaging, ธนาคารกสิกรไทย สถาบันการศึกษา เป็นต้น

    คุณสมบัติพิเศษ

    • เป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงแถวหน้าของไทย มีผลงานโดดเด่นในการนำองค์กรแบรนด์ท้องถิ่นให้เข้าระบบธุรกิจระดับสากล
    • มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและบริการต่างประเทศ และมีเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

    ด้านชีวิตส่วนตัว

    “ศุภจี” มีบุตร 2 คน และเธอยังเป็นพี่สาวของ “ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์” กรรมการผู้จัดการไมโครซอฟท์ประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/financial/730069&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gT8CjIVBUMNHjM7v4FN83

  • ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่

    สภาผู้บริโภคเปิดบ้านต้อนรับผู้บริหาร สคบ. ร่วมหารือแนวทาง คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ยก 4 ประเด็นเร่งด่วนกระทบคุณภาพชีวิตประชาชน เตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่

    วันที่ 8 กันยายน 2568 คณะผู้บริหารสำนักงานสภาผู้บริโภค นำโดยสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำโดยรณรงค์ พูนพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในการคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะเสนอ 4 ประเด็นสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งการยืนยันตัวตนผู้ขายสินค้าออนไลน์ การพัฒนาขนส่งสาธารณะ ค่าน้ำค่าไฟหอพัก และการจัดการสายสื่อสาร พร้อมหารือการผลักดันกฎหมายสำคัญอย่าง “เลมอน ลอว์” เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่อง

    ชง 4 ประเด็น คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เสนอรัฐบาลใหม่ : สารี อ๋องสมหวัง

    สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคมีแผนผลักดันนโยบายเร่งด่วนในการคุ้มครองผู้บริโภค ใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การยืนยันตัวตนผู้ขาย และนโยบายเรื่องการขนส่งสาธารณะ และอีก 2 ประเด็นถูกเสนอจากองค์กรสมาชิกในพื้นที่ คือ ประเด็นเรื่องค่าน้ำค่าไฟหอพัก ห้องเช่า และประเด็นเรื่องสายสื่อสาร

    สำหรับเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขายที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น เป็นประเด็นสำคัญเรื่องจากปัจจุบันมีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ทุกวัน และยังคงมีผู้บริโภคที่ถูกหลอกลวงทุกวันเช่นกัน ทั้งกรณีซื้อของไม่ได้ของ สินค้าไม่ตรงปก โดยเฉพาะการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ก ดังนั้น การบืนยันตัวตนผู้ขายอาจจะช่วยป้องกันการปลอกลวง และทำให้สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ด้วย

    ส่วนประเด็นการขยายและพัฒนาการขนส่งสาธารณะ สภาผู้บริโภคมีเป้าหมายเรื่องการรับรองสิทธิของผู้บริโภคในการเข้าถึงบริการสาธารณะ ซึ่งนอกจากจะขับเคลื่อนในกรุงเทพฯ เช่น เรื่องบริการรถไฟฟ้า 20 บาทแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาขนส่งในต่างจังหวัด โดยปีนี้มีโครงการขยายความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใน 12 จังหวัด เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ และอาจจะขยายเพิ่มใน 20 จังหวัดที่มีหน่วยงานประจำจังหวัด

    “สำหรับนโยบายการเรื่องการขนส่งสาธารณะนั้น ในช่วงหาเสียงเมื่อปี 2566 ทุกพรรคมีนโยบายการผลักดันระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้ ของพรรคภูมิใจไทย เสนอให้ใช้บริการรถไฟฟ้าราคา 40 บาทตลอดทั้งวัน สะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่นโยบายดังกล่าวจะได้รับการสานต่อ เพราะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน” นางสารี กล่าว

    สำหรับเรื่องที่มีการเสนอจากองค์กรสมาชิกในต่างจังหวัด เรื่องการควบคุมสัญญาหอพัก ค่าน้ำค่าไฟห้องเช่าที่เป็นธรรม เป็นเรื่องที่มองว่าหากทำความร่วมมือกับ สคบ. จะเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน เพราะ สคบ. มีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องสัญญาอยู่แล้ว และอยากชวน สคบ. มาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับมหาวิทยาลัย เนื่องจากหอพักส่วนมากจะอยู่แถวมหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาได้มาก

    ในกรณีสายสื่อสาร ซึ่งรวมถึงทั้งสายไฟฟ้าและสายสื่อสารของบริษัทต่าง ๆ ที่ห้อยระโยงระยางและในหลาย ๆ ครั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภค อย่างกรณีผู้บริโภคในจังหวัดน่านและพะเยา ที่สภาผู้บริโภคเข้าไปช่วยเหลือผู้บริโภคจนได้รับเงินเยียวยา แต่ ยังไม่ใช่การจัดการอย่างเป็นระบบ มองว่าหากทำงานร่วมกับ สคบ. จะช่วยพัฒนาการทำงานให้เป็นรูปธรรมได้มากขึ้น

    “ประเด็นทั้งหมดนี้ สภาผู้บริโภคมองว่าหากทำงานร่วมกับ สคบ. หารือกับรัฐมนตรีและเห็นความสำคัญร่วมกัน น่าจะทำให้เกิดความสำเร็จได้ไม่ยาก” สารี ระบุ

    อิฐบูรณ์ อ้นวงษา

    อิฐบูรณ์ อ้นวงษา รองเลขาธิการสำนังานสภาผู้บริโภค ให้ข้อมูลเสริมว่า ประเด็นการยืนยันตัวตนผู้ขาย อยากทำงานร่วมกับ สคบ. ในแง่มุมของการแสดงฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอในการเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้สภาผู้บริโภคยังทำงานร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) ในเรื่องสัญลักษณ์มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ที่ผู้บริโภคจะใช้ประกอบในการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งเป็นประเด็นเรื่องความปลอดภัยของสินค้า

    นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังได้ผลักดันร่างพ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า หรือ พ.ร.บ. เลมอน ลอว์ ซึ่งปัจจุบันมีร่างกฎหมายฉบับสภาผู้บริโภคและฉบับสภาผู้แทนราษฎร อยากให้ สคบ. ช่วยผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีประเด็นเรื่องสินค้าชำรุดบกพร่องหลายกรณี ซึ่งเป็นกรณีใหญ่ ๆ เช่น เรื่องรถยนต์ไฟฟ้าเนต้า ปัญหาโทรศัพท์มือถือจอขึ้นเส้น เรื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน  

    รณรงค์ พูนพิพัฒน์

    ด้านรณรงค์ พูนพิพัฒน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า คณะผู้บริหาร สคบ. มีความตั้งใจที่จะเข้ามาเยี่ยมเยียน และขยายความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 หน่วยงาน ให้เกิดผลและตรงความคาดหมายอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย

    “อะไรที่กฎหมายให้ทำได้ก็ทำ อะไรที่กฎหมายให้ทำไม่ได้อาจจะนำไปสู่การเสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป เราคุยกันในช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐบาลพอดี เป็นช่วงที่ต้องเลือกทำสิ่งที่สามารถสร้างความสำเร็จได้ในระยะเวลาอันสั้น และแผนการดำเนินงานในระยะยาวเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค โดยสคบ. ยินดีให้ความร่วมมือกับสภาผู้บริโภคในการผลักดันการคุ้มครองผู้บริโภคให้ประสบความสำเร็จ” รณรงค์ กล่าว

    ทั้งนี้ สคบ. เห็นด้วยในหลักการกับ 4 ประเด็นที่สภาผู้บริโภคเสนอ โดยประเด็นเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขาย เลขาธิการ สคบ. กล่าวว่า ปัญหาการ คือยืนยันตัวตนผู้ขายในต่างประเทศ และแพลตฟอร์มที่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายไทย เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกับเพราะผู้ขายในประเทศที่สามารถกำกับดูแลได้ และต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีการกำกับดูแลเฉพาะ เช่น เอ็ตด้า (ETDA) กระทรวงดีอี ที่ยังตามทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลายประเทศก็ยังทำไม่ได้เพราะติดเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

    ส่วนเรื่องขนส่งสาธารณะ เป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะหากคุยกับรัฐบาลและรัฐบาลตอบรับ ก็อยากจะถูกนำไปพัฒนาเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อพัฒนาขนส่งทั่วประเทศได้ แต่ควรระวังเรื่องผู้ที่เสียผลประโยชน์จากข้อเสนอของสภาผู้บริโภค เพราะอาจจะทำให้เกิดเสียงคัดค้าน สำหรับ สคบ. ต้องดูว่าจะร่วมมือกับในลักษณะใด เนื่องจากสคบ. ทำงานเรื่องสินค้าและสัญญาเป็นหลัก แต่ยินดีให้ความร่วมมือ และช่วยใช้กฎหมายในมือเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภค

    สำหรับเรื่องค่าน้ำค่าไฟหอพัก เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สคบ.โดยตรง และมีกฎหมายในมือ แต่ปัญหาหลักคือมีผู้ให้บริการจำนวนมาก ทั้งนี้ เรื่องการทำความร่วมมือกับสภาผู้บริโภคและมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่น่าสนใจและสามารถทำได้ทันที

    เรื่องสายสื่อสารและสายไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ยกตัวอย่างกรณีที่น้ำท่วมแล้วมีคนถูกไฟดูด หรือเสียชีวิตจากช็อต อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น การไฟฟ้า คมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงภาคเอกชนด้วย แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องคุ้มครองผู้บริโภค เพราะการจ่ายเงินชดเชยการเยียวยาไม่คุ้มค่ากับการเสียชีวิต จึงต้องทำงานเชิงป้องกันด้วย

    สำหรับกฎหมายเลมอนลอว์ สคบ. ได้มีการเสนอกฎหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ต้องติดตามว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร

    “ผมมีความเข้าใจส่วนตัวว่ารัฐบาลใหม่ จะต้องอยากทำอะไรใหม่ ๆ ที่ดีกว่าของเดิม เพราะฉะนั้นเรื่อง 4 นโยบายเร่งด่วนของสภาผู้บริโภค สามารถเสนอได้เลย ถึงแม้ สภาผู้บริโภคจะผลักดันมาตลอด แต่เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น หากรัฐบาลใหม่ทำให้เกิดขึ้นได้ ก็จะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย” รณรงค์ กล่าว

    นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้แบ่งการทำงานระหว่างสภาผู้บริโภคและสคบ. ออกแบบนโยบายที่น่าจะเป็นรูปธรรมในระยะสั้น เพื่อเสนอต่อรัฐบาล นอกจากนี้ มีข้อเสนอระยะยาวเพื่อเป็นแนวทางให้การดำเนินงานต่อไป นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางการประสานงานในการช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย การเชื่อมโยงข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภค และการออกกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    การหารือระหว่าง สภาผู้บริโภคและ สคบ. ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการประสานความร่วมมือเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในประเด็นที่กระทบชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการซื้อขายออนไลน์ การเดินทางสาธารณะ ค่าครองชีพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากสามารถผลักดันร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้ผู้บริโภคไทยในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/08092568_tccxocpb_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JNZPlDQBx62e3yUwkDNlD

  • ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    ภูมิภาค

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ภูเก็ตมูลนิธิคุณพุ่ม มอบทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กพิการ ประจำปีการศึกษา 2568 รวม 119 ทุน เป็นเงิน 595,000 บาท

    วันนี้ (8 กันยายน 2568) ที่ห้องประชุมโรงเรียนพิบูลสวัสดี อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิคุณพุ่ม ทรงมีพระกรุณาธิคุณพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กออทิสติกและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในโครงการมูลนิธิคุณพุ่ม ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อให้ผู้ปกครองนำไปใช้พัฒนาศักยภาพและการศึกษาที่สอดคล้องกับความจำเป็นเฉพาะของเด็กโดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาฯ และมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนผู้ได้รับทุนเข้าร่วมในพิธี

    โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้อัญเชิญพระราชดำรัสของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ความตอนหนึ่งว่า“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ และขอให้ใช้เงินทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพบุตรหลานที่มีความต้องการพิเศษ ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข”
     

    การมอบทุนในครั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับพระราชทานทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 119 ทุนๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 595,000 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และสนับสนุนการพัฒนาเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445633&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1C0Bei7eXz-xiLKsGAJqHq

  • โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    การศึกษา

    โรงเรียนอนุบาลวังม่วงสระบุรี นำร่องงานวิจัย “มจร” เสริมสุขภาวะเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา

    วันจันทร์ ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.22 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โดยสาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะครุศาสตร์ เปิดตัวงานวิจัย “การบูรณาการพุทธจิตวิทยากับการแนะแนวเพื่อเสริมสร้างความสุขของนักเรียนมัธยมศึกษา” โดยเลือก โรงเรียนอนุบาลวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นพื้นที่นำร่อง

    งานวิจัยนำโดย พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ, ผศ.ดร. และ พระวชิรรัตนาภรณ์, ดร. มุ่งสำรวจระดับความสุขของนักเรียน พัฒนาชุดกิจกรรมแนะแนวเชิงพุทธ และประเมินผลทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม โครงการใช้เวลา 8 สัปดาห์ ๆ ละ 1 ชั่วโมง โดยเน้นการฝึกจัดการอารมณ์ การสื่อสารเชิงบวก การมีสติรู้เท่าทันความคิด และการนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

    พระปลัดสรวิชญ์ อภิปญฺโญ เปิดเผยว่า นักเรียนปัจจุบันต้องเผชิญแรงกดดันจากการเรียนและสังคม งานวิจัยนี้จึงมุ่งสร้างต้นแบบการแนะแนวที่บูรณาการพุทธจิตวิทยาเข้ากับระบบการศึกษาไทย เพื่อเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตเยาวชน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/445605&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-3Wp83hbYdUe3cCEigaA1