Category: วัฒนธรรม

  • โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ‘แม่ทัพกุ้ง’ เชิญชวนชายไทยสมัคร ‘พลทหาร’ ผ่านระบบออนไลน์

    โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ‘แม่ทัพกุ้ง’ เชิญชวนชายไทยสมัคร ‘พลทหาร’ ผ่านระบบออนไลน์

    แม่ทัพกุ้ง เชิญชวนชายไทยสมัครพลทหารออนไลน์ 1 ก.ย. 2568 – 25 ม.ค. 2569 โดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ย้ำ วันนี้แผ่นดินไทยต้องการคนจริงใจ-กล้าหาญ-เสียสละ

    12 กันยายน 2568 – กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่คลิปพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เชิญชวนชายไทยสมัครพลทหารออนไลน์ โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า การเป็นทหารกองประจำการ หรือ พลทหาร ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ชีวิตน้องๆ เปลี่ยนไปตลอดกาล เช่น ก้าวเข้าสู่ความเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ผ่านการฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง

    เรียนรู้ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และความรักความสามัคคี ที่หาไม่ได้จากที่ใด สร้างโอกาสใหม่ในชีวิต ทั้งด้านการทำงาน การศึกษา และสวัสดิการที่มั่นคง ได้ทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินเกิด คือเกียรติสูงสุดของชายไทยทุกคน

    ในวันนี้ แผ่นดินไทย ต้องการคนจริงใจ คนกล้าหาญ และคนเสียสละ ซึ่งการสมัครเป็นทหารกองประจำการ นั้น น้องๆ จะได้ค้นพบคำว่าภาคภูมิใจที่แท้จริง

    “โอกาสมาถึงแล้ว แม่ทัพขอให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก เชิญชวนน้องๆ สมัครเป็นพลทหารออนไลน์ร่วมกัน”

    แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ยินดีต้อนรับน้องๆ ทุกคน เข้ามาสู่เส้นทางของชายไทยที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศของความเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว

    ทั้งนี้กองทัพบกเปิดรับสมัคร พลทหารออนไลน์ ประจำปี 2569 ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2568 – 25 ม.ค. 2569 ผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัคร คือ ทหารกองเกิน อายุ 18–20 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2549–2551) และทหารกองเกิน อายุ 22–29 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2540–2547) และยังไม่เคยรับราชการทหารกองประจำการ โดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สามารถสมัครง่าย ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านเว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/860610/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31K6VuP9vXKGFgKKPbuK5F

  • 3 สาขาเรียนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจีน ม.ชั้นนำแต่ไร้คนสมัคร บางปีมีบัณฑิตแค่ 1 คน

    3 สาขาเรียนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจีน ม.ชั้นนำแต่ไร้คนสมัคร บางปีมีบัณฑิตแค่ 1 คน

    3 สาขาเรียนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจีน มหาวิทยาลัยชั้นนำแต่ไร้คนสมัคร บางปีมีบัณฑิตจบเพียง 1 คนเท่านั้น

    แม้จะต่างกันไปตามสายวิชา แต่สิ่งที่ 3 สาขานี้มีเหมือนกันคือ “ความโดดเดี่ยว” ตั้งแต่วันแรกบนรั้วมหาวิทยาลัย

    ในระบบการศึกษาขนาดใหญ่ของจีน ยังมีบางสาขาที่หายากจนทั้งรุ่นมีนักศึกษาเพียงคนเดียวที่เลือกเรียน บนห้องเรียน ความเหงากลายเป็นเสมือนเพื่อนร่วมทาง แต่จากความเงียบนั้นกลับก่อเกิดเรื่องราวพิเศษขึ้นมา

    3 สาขาต่อไปนี้เคยสร้างกระแสบนโซเชียลจีน เพราะในวันรับปริญญามีเพียงนักศึกษาเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ก้าวขึ้นเวทีไปรับปริญญาบัตร

    สาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง

    เดือนมิถุนายน ปี 2019 ภาพของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ยืนอย่างเงียบงามเพียงลำพังในพิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ เธอคือ โหว เฉียน นักศึกษาคนเดียวที่จบการศึกษาจากสาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เธอไม่มีเพื่อนร่วมชั้น ไม่มีใครเรียนในสาขาเดียวกันเลย

    สาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ถือเป็นสาขาที่ค่อนข้างใหม่ในจีน เพิ่งเริ่มเปิดในปี 2009 และกลายเป็นหลักสูตรเต็มรูปแบบที่มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงในปี 2015 ภายใต้คณะศิลปกรรมศาสตร์ เนื้อหาหลักมุ่งพัฒนาทักษะการเขียนทั้งบทกวี เรื่องสั้น นวนิยาย และบทละคร สำหรับรุ่นแรกที่เปิดสอน มหาวิทยาลัยรับเพียง 1 คนเท่านั้นหลังผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มงวด และโหว เฉียนก็คือ “ผู้บุกเบิก” คนแรกของสาขานี้

    ระหว่างการเรียน เธอมักต้องไปเรียนรวมกับนักศึกษาต่างสาขา และจัดการตารางเรียนด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ด้วยความหลงใหลในบทกวีตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ทำให้ โหว เฉียน ยังคงมุ่งมั่นไม่หวั่นไหว

    เมื่อสำเร็จการศึกษา เธอมีผลงานบทกวีที่แต่งเองกว่า 100 ชิ้น และยังจัดนิทรรศการผสมผสานบทกวีกับงานประติมากรรมเพื่อเฉลิมฉลองวันรับปริญญา ปริญญาจากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงและโอกาสไปศึกษาวิจัยต่อที่ฝรั่งเศส ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้ง “ความโดดเดี่ยว” ก็อาจเป็นเส้นทางที่พาไปสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน

    สาขาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

    หากสาขาการเขียนเชิงสร้างสรรค์น่าสนใจเพราะความแปลกใหม่ สาขาบรรพชีวินวิทยากลับโดดเดี่ยวเพราะความเป็นวิชาการเฉพาะทางอย่างยิ่ง ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง หนึ่งในสถาบันการศึกษาชั้นนำของจีนและเอเชีย เคยมีช่วงเวลานานถึง 9 ปีที่สาขานี้ผลิตบัณฑิตได้เพียง 6 คนเท่านั้น เฉลี่ยแล้วแต่ละปีแทบไม่มีผู้จบการศึกษา และบางรุ่นก็มีเพียงนักศึกษาเพียงคนเดียวที่ปรากฏในพิธีรับปริญญา

    บรรพชีวินวิทยาเป็นศาสตร์ที่มุ่งศึกษาซากดึกดำบรรพ์ วิวัฒนาการ และประวัติศาสตร์อันยาวนานนับร้อยล้านปีของโลก ผู้เรียนต้องผ่านการลงพื้นที่สำรวจภาคสนามที่โหดหิน พร้อมทั้งสะสมองค์ความรู้ลึกซึ้งด้านธรณีวิทยา ชีววิทยา และโบราณคดี งานด้านนี้ต้องการทั้งความหลงใหลและความอดทนสูง แต่เส้นทางอาชีพกลับมีจำกัด ส่วนใหญ่ผูกพันอยู่กับสถาบันวิจัยหรือพิพิธภัณฑ์เท่านั้น

    เซี่ย ต้าฝาน และ อัน หย่งจุย เคยกลายเป็นภาพแทนของความโดดเดี่ยวในสาขานี้ เมื่อทั้งคู่ต้องขึ้นเวทีรับปริญญาเพียงลำพังในวันสำเร็จการศึกษา ภาพที่พวกเขาสวมชุดครุย เดินอย่างเงียบงามบนเวทีท่ามกลางหอประชุมกว้างใหญ่ ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ และสะท้อนให้เห็นว่า การเรียนเพียงลำพังตลอดเส้นทางนั้น ต้องอาศัยทั้งความกล้าและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง

    สาขาการศึกษาปฐมวัยระยะต้น มหาวิทยาลัยซานตง

    แตกต่างจาก 2 สาขาก่อนหน้านี้ การศึกษาปฐมวัยระยะต้นซึ่งมุ่งเน้นเด็กอายุ 0–3 ปี ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นสาขาใกล้ตัว แต่กลับเต็มไปด้วยความ “โดดเดี่ยว” ไม่น้อย หลายพิธีรับปริญญาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยท้องถิ่นของจีนมีภาพนักศึกษาเพียงคนเดียวในชุดครุย ยืนถ่ายภาพร่วมกับอาจารย์

    การศึกษาปฐมวัยระยะต้นไม่เหมือนการเรียนอนุบาลทั่วไป เพราะนี่คือช่วงที่ทารกต้องการการดูแลครบทุกด้าน ทั้งจิตใจ การเคลื่อนไหว การใช้ภาษา และโภชนาการ การทำงานกับเด็กเล็กเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวัยแรกเกิดถึงสามปี ความท้าทายยิ่งทวีคูณ นักศึกษาที่เลือกสาขานี้จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบสูง เรียนรู้วิธีเลี้ยงดูและกระตุ้นศักยภาพของเด็กตั้งแต่ช่วงชีวิตแรก ๆ อย่างจริงจัง

    หลายคนลังเลที่จะเลือกเรียนสาขานี้ เพราะมองว่าเมื่อต้องทำงานจริง ภาระหนัก รายได้ไม่สอดคล้องกับความเหน็ดเหนื่อย แถมยังต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้ปกครองและสังคม กรณีของนักศึกษาชายคนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยซานตงเคยกลายเป็นกระแสร้อน เมื่อภาพถ่ายวันรับปริญญามีอาจารย์ถึง 9 คน แต่มีบัณฑิตเพียงคนเดียวในเฟรม

    อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มที่ครอบครัวจีนให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กเล็กมากขึ้น สาขาการศึกษาปฐมวัยระยะต้นซึ่งเคยถูกมองว่า “โดดเดี่ยว” กำลังได้รับการคาดหวังว่าจะมีศักยภาพและโอกาสเติบโตในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/campus/1430832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FWVxevfUqbVuU_ERy7ZG-

  • อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์

    อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์

    12 ก.ย. 2568

    90 views

    ขนาดตัวอักษร

    12 ก.ย.68 – กระทรวง อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” จับมือมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) สหรัฐฯ ยกระดับอุตสาหกรรม “เซมิคอนดักเตอร์ – ไมโครอิเล็กทรอนิกส์”

    ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมพร้อมด้วยรศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร(MUT) และผู้แทนอาวุโสจากภาครัฐ ผู้นำสถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม อาทิ นายนฤตม์ เทอดสถีรกุล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดร. สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. และ ดร.ปรอง กองทรัพย์โต Chief of Staff, Lumentum International (Thailand) ได้เดินทางไปหารือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ภายใต้กรอบนโยบาย CHIPS and Science Act พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) เพื่อขยายความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนากำลังคนในสาขาเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ กับ Dr. Michael M. Crow, President of Arizona State University (ASU) ที่เมืองเทมปี รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

    ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร(MUT) และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) จะครอบคลุมในหลายมิติ ได้แก่ 1.โครงการวิจัยและการศึกษาแบบร่วมมือด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ และการผลิต 2.การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทวิภาคีด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ 3.โปรแกรมเส้นทางปริญญาร่วม ภายใต้เครือข่ายพันธมิตร ASU-Cintana และ 4.โปรแกรมพัฒนากำลังคนและวิชาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และนวัตกรรมในสาขาที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายของไทยในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์เข้ากับศักยภาพด้านการศึกษาและการวิจัยของ ASU ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเรียนรู้ แบ่งปัน และเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในฐานะหนึ่งในศูนย์พัฒนากําลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของไทย ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษา การวิจัย และอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ

    “นี่คือความร่วมมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากร การฝึกอบรมและการจัดอบรมระยะสั้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน และการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในภาคการอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนและความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ในภาพรวม”

    นอกจากการลงความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ศ.ดร.ศุภชัยและคณะยังได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารของ ASU การประชุมโต๊ะกลมกับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำ เช่น Intel, Microchip, Siemens, Deca, Benchmark รวมทั้งหน่วยงาน Arizona Commerce Authority และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจเมือง Chandler เข้าร่วม เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของความร่วมมือสนับสนุนยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมพบปะกับผู้นำระดับโลก คณาจารย์ และนักวิจัยของ ASU จากหลายส่วนงาน อาทิ สถาบัน Biodesign, โรงเรียนการจัดการระดับโลก Thunderbird, MacroTechnology Works, ASU Health, Dreamscape Learn สำนักงานวิจัย นวัตกรรม และผู้ประกอบการของ Fulton Schools โดยได้หารือความร่วมมือในด้านหลักสูตร การฝึกอบรมคณาจารย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ วิศวกรรมชีวการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพ การผลิตขั้นสูง และเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงเยี่ยมชมอาคาร Interdisciplinary Science and Technology Building 12 (ISTB12) ซึ่งเพิ่งเปิดใช้งาน และเป็นที่ตั้งของ School of Manufacturing Systems and Networks ในวิทยาเขตโพลีเทคนิค

    โดย รศ.ดร.ภานวีย์ เปิดเผยหลังการเยี่ยมชม ISTB12 และโรงเรียน Manufacturing Systems and Networks ของ ASU ว่า ถือเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง งานวิจัยล้ำสมัยด้านการผลิตขั้นสูงและหุ่นยนต์เชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัยมหานครและของประเทศไทย อีกทั้งยังมอบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเรา ขอขอบคุณโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่  ASU มอบให้เราในครั้งนี้ด้วย “ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ และรู้สึกซาบซึ้งที่ได้มี ASU เป็นพันธมิตรสำคัญ”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mcot.net/view/tocmNeFg&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Pyko-ICrKO3Deh-CZf1BN

  • ‘สภา’ รับหลักการ โละคำสั่งคสช.13ฉบับ คืนอิสระ ครู บริหารงานบุคคล

    ‘สภา’ รับหลักการ โละคำสั่งคสช.13ฉบับ คืนอิสระ ครู บริหารงานบุคคล

    การเมือง

    11 ก.ย. 2025 เวลา 14:45 น.

    “มติสภาฯ” รับหลักการ ร่างกม.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. 13 ฉบับ ปลดล็อกงานบริหารบุคลากรทางการศึกษา ตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณา

    ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลงวันที่ 21 มี.ค.2560 พ.ศ… ซึ่งเสนอโดย นายสุรวาท ทองบุ  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับคณะ เป็นผู้เสนอและร่างพ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกัน ในประเด็นเกี่ยวกับการศึกษา บุคลากร และสภาครู รวม 13 ฉบับ

    ทั้งนี้ในวาระการอภิปราย สส.สนับสนุนร่างกฎหมายที่เสนอต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจต่อการบริหารงานบุคคลของข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการบริหารงานบุคคล โดยกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการรผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีความเหมาะสมหลากหลายและสอดคล้องกับภารกิจปัจจุบันและอนาคต 

    อย่างไรก็ดีในช่วงหนึ่งของการอภิปรายโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านต่อร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากทางการศึกษา ซึ่งเสนอโดย นายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม เนื่องจากมองว่าได้นำเนื้อหาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติบัญญัติไว้มาใส่ไว้ในร่างกฎหมาย

    ทำให้ก่อนการลงมตินายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ได้หารือต่อที่ประชุมว่า จะให้พักการประชุม 20 นาที เพื่อให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) หารือถึงทางออกของการลงมติในชั้นรับหลักการ หลังจากที่มีความเห็นต่างกัน และหลังจากพักการประชุมแล้ววิปได้แจ้งว่าจะแยกการลงมติออกเป็น 2 กลุ่ม

    โดยร่างพ.ร.บ.กลุ่มแรก จำนวน 8 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ….

    จำนวน 2 ฉบับที่เสนอโดยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยกับคณะ และฉบับที่เสนอโดยนายปรีดากับคณะ ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 7/2558 จำนวน 3 ฉบับ ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง หัวหน้าคสช. ที่ 11/2561 จำนวน 3 ฉบับ  ซึ่งมติที่เห็นประชุมเห็นด้วย 298 เสียง งดออกเสียง  1  จากนั้นได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา

    ขณะที่ร่างพ.ร.บ.กลุ่มสอง จำนวน 5 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ…  2 ฉบับ เสนอโดยนายกรวีร์ กับคณะ และนายปรีดา กับคณะ  ร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2560  3 ฉบับ ซึ่งมติของที่ประชุมเห็นชอบ 274 เสียง และงดออกเสียง 3  และใช้กมธ.ชุดเดียวกันกับร่างพ.ร.บ.กลุ่มแรก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1198395&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cYWmk1iHxbeTgvUKqWjbp

  • สพม.เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี

    สพม.เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี

    สพม.เชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนแผนพัฒนาการศึกษา 5 ปี และจัดทำแผนปฏิบัติการ ปีงบประมาณ 2569
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566–2570) และจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ระหว่างวันที่ 11–12 กันยายน 2568 ณ โรงแรมทัช สตาร์ รีสอร์ท อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

    การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ แนวคิดการทำงานในปีงบประมาณ 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายใน และบุคลากรในสังกัด สพม.เชียงใหม่ รวมทั้งสิ้นจำนวน 72 คน

    นางจีรฉัตร ศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า การประชุมจัดขึ้นเพื่อทบทวนแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนระดับต่าง ๆ รวมถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อเป็นกรอบทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

    กิจกรรมสำคัญในการประชุม ได้แก่ การบรรยายพิเศษเรื่อง “การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สพม.เชียงใหม่ ปีงบประมาณ 2568” โดย ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ทั้งนี้ กลุ่มภารกิจได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ รวมถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการและโครงการประจำปีงบประมาณ 2569 ผ่านกระบวนการ PLC (Professional Learning Community)
    การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางและแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของจังหวัดเชียงใหม่ให้ก้าวหน้าตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3767193/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PEMrZjsgLXynKxqdCgxOh

  • “นายกอนุทิน” รับรางวัลชัยนาทนเรนทร นักสาธารณสุขดีเด่น ประเภทบริหาร – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “นายกอนุทิน” รับรางวัลชัยนาทนเรนทร นักสาธารณสุขดีเด่น ประเภทบริหาร – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109266&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DIt73XqXVMXnpAQGgD-24

  • ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ส่วนอื่นๆก็มีทำการเกษตร เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ซึ่งก็ไม่สามารถทำรายได้ได้มากน้อยให้กับประชาชนในประเทศ จึงทำให้คนเนปาลนิยมออกไปทำงานหาเงินยังต่างประเทศมากขึ้น พามาดูในส่วนของความสำคัญของประเทศเนปาลต่อเศรษฐกิจไทย โดยข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มูลค่าการค้ารวมไทย และเนปาลยังไม่สูงมากเฉลี่ยไม่ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่ไทยมักเกินดุลการค้าต่อเนปาล ส่วนสินค้าส่งออกหลักจากไทยไปเนปาล คือ ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภค

    ด้านสินค้านำเข้าที่ไทยนำเข้าจากเนปาลมาก็ คือ  พรม ผ้าทอ หัตถกรรม และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ โดยเนปาลเป็นตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีโอกาสทางธุรกิจ เช่น การก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง พลังงานทดแทน และสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้นนักลงทุนจากต่างชาติที่สนใจในธุรกิจดังกล่าวก็นับได้ว่าเป็นโอกาสทองในการลงทุน ส่วนด้านการท่องเที่ยว พบว่า นักท่องเที่ยวเนปาลเดินทางมาไทยปีละหลายหมื่นคน โดยเฉพาะเพื่อการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนและการแพทย์ ถือได้ว่าไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวเนปาล ทั้งในด้าน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) และการศึกษา

    ‘เนปาล’ สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อย่างไร? แต่..เรายังเกินดุลการค้า

    ขณะที่คนไทยเองก็มีคนไทยจำนวนหนึ่งที่เดินทางไปเนปาลเพื่อท่องเที่ยวภูเขาปีนเขาฮิมาลัย และ เอเวอเรสต์ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวสองทางระหว่างกันและกัน ส่วนด้านการศึกษา และแรงงานชาวเนปาลนิยมมาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไทย โดยเฉพาะด้านการแพทย์ วิศวกรรม และบริหารธุรกิจ อีกทั้งไทยยังมีแรงงานเชื้อสายเนปาลอยู่ในบางภาคอุตสาหกรรม เช่น งานบริการ การรักษาความปลอดภัย และการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยเสริมตลาดแรงงานไทย

    นอกจากนี้จะพามาดูยุทธศาสตร์เชื่อมโยงภูมิภาคเนปาลตั้งอยู่ระหว่างจีนกับอินเดีย ถือเป็น Land-linked Country ที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ หากไทยผลักดันยุทธศาสตร์เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในเอเชียใต้ (BIMSTEC, IMT–GT, BCG) จะช่วยขยายการค้าของไทยเข้าสู่เอเชียใต้ได้มากขึ้น โดยไทยกับเนปาลต่างก็มีบทบาทในกรอบความร่วมมือ BIMSTEC ซึ่งช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย

    แม้เนปาลจะไม่ใช่คู่ค้าใหญ่ของไทย แต่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจในด้าน การค้า การท่องเที่ยว การศึกษา แรงงาน และการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยไทยสามารถใช้เนปาลเป็นประตูสู่อินเดีย และจีนได้ในอนาคต อีกทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการศึกษายังเป็นจุดแข็งที่ไทยสามารถดึงดูดชาวเนปาลได้ต่อเนื่อง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/859724&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06R-5XKVbWhREjXLIUtRi4

  • หมูเด้ง ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจสู่ชายแดนไทย จ.อุบลราชธานี | TOPNEWS

    หมูเด้ง ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจสู่ชายแดนไทย จ.อุบลราชธานี | TOPNEWS

    หมูเด้ง ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจสู่ชายแดนไทย จ.อุบลราชธานี

    • เผยแพร่ : 12/09/2025 14:31

    สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ภายใต้การกำกับขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดโครงการ “หมูเด้ง ปันน้ำใจ” มอบสิ่งของเครื่องใช้และสนับสนุนการซ่อมแซมอาคารเรียน โรงเรียนบ้านโนนยาง จ.อุบลราชธานี รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

    website

    ปก web เท้ง ขอคะแนนเลือกตั้งซ่อม

    ชาวบ้านยโสธร พลิกวิกฤตช่วงน้ำท่วม จับปลาขายสร้างรายได้วันละ 1,000 บาท

    “อยุธยาซิตี้พาร์ค จัดอบรมวิธีการดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ประจำปี 2568”

    เมืองคอนเปิดศูนย์ AI & Metaverse

    “ภูเก็ต” ประกาศจัดงาน “Kebaya Festival 2025” อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมบาบ๋า เพอรานากัน สู่เวทีโลก

    TCAS’69 ม.วลัยลักษณ์ รอบ Portfolio เปิด 5 รอบย่อย รวม 3,499 ที่นั่ง

    ชาวสุพรรณบุรี แห่ชมละครเพลงคีตอัศจรรย์สุพรรณบุรีคึกคัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1311908&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OC7Y7ZHnjRWe2-MTbX9Jf

  • ผอ.สพม.เชียงใหม่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

    ผอ.สพม.เชียงใหม่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

    ผอ.สพม.เชียงใหม่ พร้อมคณะ ลงพื้นที่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

    วันที่ 12 กันยายน 2568 นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางนพมาศ ทองวิทยาพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ และคณะศึกษานิเทศก์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการจัดการศึกษา

    ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ยังได้พบปะ พูดคุย และให้ข้อคิดกับนักเรียน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

    ทั้งนี้ นายธนพล กมลหัตถ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครู ให้การต้อนรับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3767503/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1esuTrByhIpd4qnqn3DHcf

  • จุฬาฯ จัดเวทีนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน

    จุฬาฯ จัดเวทีนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทาน

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน “Thailand Dramatic Festival 2025” การแข่งขันนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประกอบด้วยนาฏศิลป์สร้างสรรค์ 2 รุ่น และลีลาศนานาชาติ 64 รุ่น เปิดให้เยาวชนและคนทุกวัย รวมทั้งผู้สูงอายุเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมกิจกรรม Workshop โดยครูผู้สอนลีลาศระดับโลก

    การแข่งขันนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติ “Thailand Dramatic Festival” จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาคมนาฏกรรม ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 13–14 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมดวงเดือน พิศาลบุตร คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ พระราม 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะศิลปะการเต้นลีลาศที่กำลังได้รับความนิยมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชน คนทุกวัย รวมถึงผู้สูงอายุ ได้ร่วมเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการเต้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิต ตลอดจนร่วมชมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ที่ผสมผสานความงดงามของนาฏศิลป์ไทยดั้งเดิมเข้ากับนาฏศิลป์ร่วมสมัย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทยสู่เวทีโลก สำหรับผู้ชนะเลิศการแข่งขันลีลาศจะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันลีลาศระดับโลก “Dutch Open” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–9 พฤศจิกายน 2568 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์

    รศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ รองอธิการบดี จุฬาฯ กล่าวว่า “นาฏศิลป์และลีลาศ” เป็นศิลปะที่ช่วยเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สร้างบุคลิกภาพและการทรงตัว และสร้างสุนทรียภาพทางจิตใจ การเต้นสามารถเริ่มได้ในทุกช่วงวัยโดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถือเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัย จุฬาฯ ไม่เพียงมุ่งมั่นสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังมุ่งขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมและกิจกรรมสร้างสรรค์สู่ระดับนานาชาติ เพื่อเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้คนทุกวัยได้พัฒนาศักยภาพอย่างรอบด้าน การจัดแข่งขันนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติ “Thailand Dramatic Festival 2025” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการจัดงานที่ยิ่งใหญ่ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดสำหรับทุกคน

    คุณกฤติยา หาญแกล้วกล้า นายกสมาคมนาฏกรรม ประเทศไทย กล่าวว่า นาฏศิลป์และลีลาศยังเป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์และความงดงามทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม สะท้อนพลังสร้างสรรค์ที่สร้างความสุขและแรงบันดาลใจ ซึ่งการแข่งขันนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติ “Thailand Dramatic Festival” เป็นการจัดอย่างต่อเนื่องในปีที่ 5 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ   ในการส่งเสริม Soft Power สืบสานและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลกในรูปแบบที่ร่วมสมัย เป็นกิจกรรมที่สมาคมนาฏกรรม ประเทศไทย และจุฬาฯ มุ่งพัฒนาและส่งเสริมให้เยาวชนและผู้สูงอายุได้มีโอกาสแสดงความสามารถเพื่อสร้างพลังทางวัฒนธรรมให้แก่ประเทศไทยและสามารถขยายผลสู่การแข่งขันในระดับโลก เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน

    Mr. Sammy Stopford MBE ผู้แทนจาก World Dance Council (WDC) กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand Dramatic Festival 2025” ในประเทศไทย เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่ช่วยส่งเสริมศิลปะการเต้นให้กับผู้เข้าร่วมทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งการเต้นลีลาศถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่าความบันเทิง เพราะช่วยปลูกฝังวินัยให้กับเด็ก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจว่าการฝึกฝนสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งส่งผลดีต่อการเรียนรู้ด้านวิชาการอื่น ๆ ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ การเต้นลีลาศยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย การทรงตัว และการประสานงานของร่างกาย จึงลดความเสี่ยงจากการหกล้มและปัญหาสุขภาพที่ตามมาได้ ดังนั้นการเต้นลีลาศจึงสามารถพัฒนาชีวิตได้อย่างรอบด้าน ทั้งสุขภาพ การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตประจำวัน ขอแสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้ริเริ่มการจัดเวทีการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นการโอกาสที่จะขยายวงการเต้นลีลาศออกสู่สังคมในวงกว้าง ซึ่ง WDC ยินดีให้การสนับสนุนกิจกรรมลีลาศในประเทศไทย และมีแนวทางเข้ามาร่วมจัดการแข่งขันในระดับนานานาชาติที่ประเทศไทยในอนาคตต่อไป

    Barbara Mc Coll Stopford MEB กล่าวว่า การจัดงาน “Thailand Dramatic Festival”  ในประเทศไทยมีความยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงพลังและความสำคัญของการเต้นลีลาศต่อสังคมทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ การเต้นเป็นกิจกรรมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งเพื่อความสนุกสนานและเพื่อการแข่งขัน สำหรับ WDC ถือเป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันวงการเต้นระดับโลก ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะครบ 100 ปี ในปี  2026 นี้ มีประเทศที่เป็นภาคีเครือข่ายจำนวน 60 – 70 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเพียรพยายาม และการเติบโตของชุมชนนักเต้นทั่วโลก ซึ่ง WDC พร้อมจะสนับสนุนการเต้นในประเทศไทย จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมแรงสนับสนุนเพื่อพัฒนางานแข่งขันเต้นลีลาศในประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติในอนาคต

    ผศ.ดร.อุไรวรรณ ขมวัฒนา อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ เลขาธิการสมาคมนาฏกรรม ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า งาน Thailand Dramatic Festival 2025 เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 6–25 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และประชาชนทั่วไปที่สนใจในศิลปะการเต้นทั้งไทยและสากล รวมถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมและเรียนรู้ศิลปะแห่งการเคลื่อนไหวที่เป็นมากกว่าการแสดง    แต่เป็นพลังขับเคลื่อนสังคม โดยจะมีการแข่งขันในรูปแบบนาฏศิลป์สร้างสรรค์ 2 รุ่น และการแข่งขันลีลาศนานาชาติ 64 รุ่น มีคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ นำโดย Barbara Mc Coll Stopford MEB และ Sammy Stopford MBE ผู้แทนจาก WFC ผู้ชนะเลิศจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก รายการ Dutch Open ระหว่างวันที่ 3 – 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งมีการจัด Workshop โดยครูผู้สอนการเต้นที่มีชื่อเสียงของโลก ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการเต้นสู่เยาวชนและผู้สนใจ พร้อมทั้งมีกิจกรรมการแสดงโชว์ลีลาศโดยนักลีลาศระดับโลก

    “ปัจจุบันลีลาศอาจจะได้รับความนิยมลดน้อยลง เนื่องจากมีการเต้นรูปแบบอื่น ๆ ที่ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนมากกว่า แต่แท้จริงแล้ว ลีลาศถือเป็นการเต้นที่เป็นพื้นฐานด้านการถ่ายน้ำหนัก ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการเต้นทุกประเภท นอกเหนือจากความสนุกสนานแล้ว ลีลาศยังช่วยพัฒนาบุคลิกภาพ เสริมสร้างสุขภาพจิตและทักษะการเข้าสังคมให้กับผู้เต้น รวมทั้งยังเหมาะสมกับคนทุกวัย การจัดการแข่งขันนาฏศิลป์และลีลาศนานาชาติในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการเต้นลีลาศและนาฏศิลป์สร้างสรรค์ให้บุคคลทุกกลุ่มหันกลับมาสนใจศิลปะการเต้นดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนลีลาศของประเทศไทยไปสู่เวทีในระดับโลก” ผศ.ดร.อุไรวรรณ กล่าว

    ผู้สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: สมาคมนาฏกรรม ประเทศไทย https://www.facebook.com/Dramaticworksassociation/

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/260065/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nfFiPkPFuXylb_fBZBRWW