© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5109530/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vKyvo5x8W43HqZAY00cJR

© 2025 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5109530/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vKyvo5x8W43HqZAY00cJR

ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผอ.สพท. สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2568
ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
[ซื้อ 1 แถม 1] ไฟโซล่าเซลล์ ไฟสปอร์ตไลท์ LED โซล่าเซลล์สปอตไลท์ solar light กันน้ำและกันฟ้าผ่ เปิดปิดอัตโนมัติ฿74 – ฿1,153https://s.shopee.co.th/801HUF4aRi?share_channel_code=6ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผอ.สพท. สังกัด สพฐ. ปี พ.ศ. 2568ประกาศผลสอบ รองผอ.เขตผลสอบ รอง ผอ.สพทผลสอบ รอง ผอ.เขต≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡
|
:: เรื่องปักหมุด :: Advertisement ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ |
|
|||||||||||||||||||||||
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/92933&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MVuW5gwONYpCjl5jRFmUG

นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก.ดอนเมืองในฐานะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาของโครงการรถไฟ้าสายสีเขียว (บางส่วน) รายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บางส่วน) โดยผลการศึกษาพบว่า กทม. มีภาระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวรวมกว่า 31,522.8 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย โดยเป็นหนี้ในช่วงที่มีการฟ้องร้องระหว่างปี 2564-2565 จำนวน 12,245 ล้านบาท และในช่วง พ.ย. 2565 – ธ.ค. 2567 อีก 17,121 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 คาดว่าจะต้องชำระเพิ่มเติมอีก 8,361 ล้านบาท
ทั้งนี้ กทม. ได้มอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เจรจากับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ถึง 4 ครั้ง โดยมีสาระสำคัญว่า กทม. จะชำระหนี้ในช่วงที่มีการฟ้องร้องครั้งที่ 2 หาก BTSC ยินยอมถอนฟ้องคดีโดยไม่มีเงื่อนไข แต่หากไม่ยินยอม คดีจะต้องหาข้อยุติที่ศาลปกครองกลาง
ในกรณีที่ BTSC ไม่เห็นด้วยตามข้อเสนอ กทม. จะชำระเฉพาะต้นทุนก่อน และยอดหนี้ที่เหลือจะต้องเจรจาเพื่อหาข้อยุติในภายหลัง
ขณะที่ BTSC เสนอให้ กทม. ชำระหนี้ทั้งหมดภายในเดือนตุลาคม 2568 หากเงินสะสมไม่เพียงพอ ให้ชำระดอกเบี้ยก่อน โดยระบุว่าหากผิดนัดชำระ จะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ MLR+1%
คณะกรรมการฯ เตือนว่าหากยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ อาจส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจเกิดความเสียหายทางการคลัง พร้อมแนะให้ กทม. เร่งรัดเจรจาอย่างโปร่งใส ภายใต้กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังรับรายงานว่า กทม. อยู่ระหว่างตรวจสอบเงินสะสมจ่ายขาด ว่ามีเพียงพอหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งพิจารณาเงื่อนไขและรายละเอียดข้อเสนอทั้งหมด และหาข้อยุติภายใน 30 วัน
ขณะเดียวกัน นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ ได้กล่าวขอบคุณสภาที่ให้ความไว้วางใจ พร้อมย้ำว่า คณะกรรมการฯ จะดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดของกรุงเทพมหานครและประชาชน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/730334&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1N7Rw6aDV_BUpz9Xn_Napr

13 ก.ย. 2025 เวลา 6:00 น.
รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเร่งสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาจากสังคม ด้วยการเปิดพื้นที่ให้ “คนนอก” ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเข้ามาช่วยขับเคลื่อนประเทศ หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตาอย่างมากคือ “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” อดีตซีอีโอใหญ่แห่ง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ถูกวางตัวเป็นว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
และสิ่งที่น่าสนใจคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้บริหารระดับสูงจากเครือ ปตท. ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมือง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีถึง 4 อดีตซีอีโอในเครือ ปตท. ที่เคยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต CEO ปตท. คนที่ 10 ตั้งแต่ปี 2563-2567 ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32
ปัจจุุบัน ดำรงตำแหน่ง กรรมการ กรรมการสินเชื่อและการลงทุน กรรมการกำกับดูแลกิจการและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน กรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทน กรรมการอิสระ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK แต่งตั้ง เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2568 และดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT แต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2567
ด้านการศึกษาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจากจุฬาฯ และปริญญาโทเศรษฐศาสตรมหาบัณฑิตจากนิด้า รวมถึง Diploma of Petroleum Management จาก Oxford University
ประสบการณ์ทำงาน
เคยได้รับการอบรมในหลักสูตร
ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต CEO ปตท. คนที่ 7 ตั้งแต่ปี 2554-2558 และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดำรงตำแหน่ง 23 พฤศจิกายน 2560-10 กรกฎาคม 2562 และดำรงตำแหน่งคณะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2563-2566 ในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระ ประธานกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ประธานกรรมการเทคโนโลยี กรรมการกำกับควบคุมกลุ่มเอสซีบี เอกซ์ และกรรมการบริหาร ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2564 ขณะเดียวกัน ยังเป็นนายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี กรรมการอิสระ กรรมการบริหาร และกรรมการเทคโนโลยี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ยังเป็น ประธานกรรมการ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW ซึ่งเป็นบริษัทและบริษัทย่อยเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและเป็นผู้ให้บริการด้านสาธารณูปโภคทางอุตสาหกรรมในภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทคือผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
สำหรับการศึกษาของ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร จบระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต Tokyo Institute of Technology และปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต Tokyo Institute of Technology
ส่วนประสบการณ์ทำงาน
นอกจากนี้เคยอบรบม
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน
วิเศษ จูภิบาล อดีต CEO ปตท.คนที่ 5 ตั้งแต่ปี 2544-2546 และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2548-2549 ในสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี
ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง 2 บริษัท บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ และกรรมการอิสระ ตั้งแต่ 1 เม.ย.2568
และ บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL ดำรงตำแหน่ง กรรมการอิสระ แต่งตั้งเมื่อ 29 เม.ย.2554 และกรรมการตรวจสอบ แต่งตั้งเมื่อ 13 ก.ย.2554
สำหรับการศึกษาระดับ ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมไฟฟ้า) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ (วิศวกรรมไฟฟ้า) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วิศวกรรมศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เข้ารับการการอบรม
ประวัติการทำงานตำแหน่งที่สำคัญ
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ตั้งแต่2557-2562 รวมถึงยังเป็นอดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และอดีตประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และ อดีตประธานกรรมการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)
และในอดีตยังเคยดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่ ปี 2563 – 2566 ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ด้านการศึกษาจบการศึกษาปริญญาตรี จาก ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทจาก ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรต่างๆมากมาย อาทิเช่น ปริญญาบัตร วปอ. 50 และปริญญาบัตร ปรอ. 20 จาก วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน รุ่นที่ 4 (วพน. 4) จาก สถาบันวิทยาการพลังงาน หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.) รุ่นที่ 23/2559 จาก สถาบันวิทยาการตลาดทุน หลักสูตร Oxford Energy Seminar 2013, สหราชอาณาจักร และ Advance Management Program, INSEAD University, ประเทศฝรั่งเศส
นอกจากนี้ในอดีตยังเคยดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อดีตอุปนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย อดีตรองประธานมูลนิธิพลังแห่งการเรียนรู้ อดีตกรรมการอำนวยการ สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย อดีตกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันวิทยสิริเมธี
สำหรับผลงานของ PTT ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มาร์เก็ตแคป ณ 10 ก.ย.2568 อยู่ที่ 921,157 ล้านบาท ขณะที่ มาร์เก็ตแคปสิ้นปี 2567 อยู่ที่ 906,875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,282 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.57% ราคา ณ วันที่ 10 ก.ย.2568 อยู่ที่ 32.25 บาท เทียบกับช่วงสิ้นปี 2567 ที่ 31.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วน 1.57% ขณะที่ผลตอบแทน 4 เดือน +14.16%
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1198494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zFQdHPaI2YnDXHUTcZQCW

เปิดประวัติ ไทเลอร์ โรบินสัน ผู้ต้องหาวัย 22 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุสะเทือนขวัญปลิดชีพ ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวสายอนุรักษ์นิยมหนุนทรัมป์
คดีสะเทือนขวัญ เหตุยิงสังหาร ชาร์ลี เคิร์กอินฟลูเอนเซอร์สายอนุรักษ์นิยมชื่อดัง ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์ เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว คือ ไทเลอร์ โรบินสัน เด็กหนุ่มวัย 22 ปี ซึ่งสนใจในดนตรี และน่าจะมีอนาคตที่สดใส
โรบินสันเคยสอบได้คะแนนสูงสุดติด 1% ของประเทศในการสอบ ACT และได้รับทุนการศึกษาสี่ปีจากมหาวิทยาลัยยูทาห์สเตต ขณะเรียนมัธยม แม่ของเขามักโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความภูมิใจในความสำเร็จของลูกชาย พร้อมคลิปขณะเขาอ่านข้อความตอบรับทุนการศึกษา
แต่เส้นทางชีวิตกลับพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง เมื่อโรบินสันกลายเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่เคิร์ก ขณะเขามาร่วมงานที่มหาวิทยาลัยยูทาห์วัลเลย์
แม้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจที่แน่ชัด แต่ ผู้ว่าการรัฐยูทาห์ สเปนเซอร์ ค็อกซ์ เปิดเผยว่า ครอบครัวของโรบินสันให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหามีท่าทีไม่พอใจกับแนวคิดของเคิร์ก และก่อนวันเกิดเหตุยังพูดถึงการปรากฏตัวของเคิร์กในงานดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนที่ถูกแกะสลักข้อความต่อต้านฟาสซิสต์ ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับมุมมองทางการเมืองที่โรบินสันมีในช่วงหลัง
ตามบันทึกของรัฐ โรบินสันไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม เขาเคยลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด และยังถูกระบุว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่เคลื่อนไหว เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุด
เดิมทีโรบินสันเคยเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยยูทาห์สเตตหนึ่งภาคเรียน ก่อนย้ายไปเรียนต่อในหลักสูตรช่างไฟฟ้าที่วิทยาลัยเทคนิคดิกซี ซึ่งอยู่ในระบบการศึกษาของรัฐยูทาห์
ผู้ต้องหามีบ้านอยู่กับพ่อแม่ในเมืองวอชิงตัน รัฐยูทาห์ ครอบครัวประกอบด้วยพ่อ แม่ และน้องชายอีก 2 คน พ่อของเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับหินแกรนิต ส่วนแม่ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ ข้อมูลจากเพื่อนบ้านยืนยันว่า ครอบครัวนี้เป็น ครอบครัวที่น่ารัก และเคยไปโบสถ์มอร์มอนด้วยกัน
ขณะที่อดีตเพื่อนร่วมโรงเรียนเล่าว่า โรบินสันเป็นคนเงียบ ๆ สนใจดนตรี และมักอยู่กับเพื่อนในวงดุริยางค์โรงเรียน เหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่ง
ทั้งนี้ หลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 33 ชั่วโมงเพื่อตามล่าตัวผู้ก่อเหตุ โดยในตอนแรกมีการควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยอีก 2 ราย แต่ถูกปล่อยตัวภายหลัง จนกระทั่งมีเพื่อนครอบครัวโทรแจ้งตำรวจว่า โรบินสันได้พูดหรือแสดงท่าทีคล้ายยอมรับว่าเขาเป็นผู้ลงมือยิง
เจ้าหน้าที่บุกจับกุมโรบินสันได้ในคืนวันพฤหัสบดี โดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน เขาถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำยูทาห์เคาน์ตี เมืองสแปนิชฟอร์ก ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 19 กิโลเมตร
ขณะนี้ โรบินสันถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาอื่น ๆ แต่ยังไม่ถูกฟ้องอย่างเป็นทางการ.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ชาร์ลี เคิร์ก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2882507&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VTsZd1okhDP3z86OE2Ewt

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่หอประชุมพุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาโปรดให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติพระศาสนกิจแทนพระองค์ในการเป็นประธานเปิดโครงการประชุมสัมนาพระปริยัตินิเทศก์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องระดับประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้เชิญพระโอวาทสมเด็จพระสังฆราช เปิดการประชุมว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดให้เชิญพระโอวาทมาในการเปิดประชุมสัมมนาพระปริยัตินิเทศก์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องระดับประเทศ ประจำปี 2568 ดังต่อไปนี้ ขออนุโมทนาสาธุการที่ท่านทั้งหลายมาร่วมประชุมสัมมนาพระปริยัตินิเทศก์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องระดับประเทศ ด้วยสามัคคีธรรม และอปริหานิยธรรม ซึ่งนับเป็นผู้ยังประโยชน์แก่คณะสงฆ์อย่างยิ่ง ท่านทั้งหลายในฐานะพระสังฆาธิการในฐานะพระปริยัตินิเทศก์ และในฐานะบรรพชิตในพระพุทธศาสนา ย่อมเห็นตระหนักอยู่แล้วว่า สถานการณ์คณะสงฆ์และกิจการพระพุทธศาสนาในปัจจุบันนี้กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ ผู้คนจำนวนมากพากันเพ่งโทษ ติเตียน และตั้งคำถามต่อการมีอยู่ของพระสงฆ์ เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และหลายต่อหลายครั้งก็เป็นไปอย่างรุนแรงเกินจริง เพราะคนคะนองมักมุ่งมองแต่พฤติกรรมของชนหมู่น้อยที่เป็นรอยด่างดำ จนตีตราบาปอย่างเหมารวม จึงว่าร้ายชนหมู่ใหญ่ที่มิได้กระทำความผิดไปด้วย เกิดภาวะบั่นทอนกำลังใจของบรรดาพระภิกษุสามเณร และบุคลากรในกิจการพระพุทธศาสนา ที่สู้อุตส่าห์ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และปฏิบัติซื่อตรงตลอดมา

ในนามคณะสงฆ์จึงขอถวายกำลังใจให้ทุกท่านจงอดทน และพากเพียรบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม และการปริยัตินิเทศก์ต่อไป อย่าได้ย่อหย่อนหรือหยุดยั้ง เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น และประโยชน์ทั้งสองสถานจักได้สำเร็จ สมดั่งพระพุทธาณัติที่สมเด็จพระบรมศาสดาทรงมอบหมายให้พระสงฆ์ต้องทำหน้าที่เผยแผ่พระสัทธรรม เพื่อเกื้อกูลมหาชนชาวโลกให้ได้อย่างกว้างขวางที่สุด ตราบใดที่ท่านยังคงเพียรหมั่น และมีใจมั่นคงต่อหน้าที่ของพุทธบริษัทต่อไปโดยไม่หวั่นไหว รวนเร หรือท้อถอย ตราบนั้นท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นสมณะที่ดี เป็นอุบาสกอุบาสิกาตัวอย่าง เป็นผู้กระทำสักการบูชาพระรัตนตรัยด้วยการกระทำ นับเป็น “ปฏิบัติบูชา” ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญและขอให้แน่ใจเถิดว่า การบูชาพระรัตนตรัย ที่ท่านกระทำแล้วด้วยศรัทธาย่อมมีผลและจักเป็นอิฏฐผลอันพึงปรารถนาด้วยสมด้วยพระพุทธานุศาสนีที่ว่า “ทานที่ให้แล้ว มีผล ยัญที่บูชาแล้ว มีผล” เมื่อท่านเป็นสัมมาทิฐิ จนมั่นใจแน่วแน่แล้วว่าผลวิบากของกรรมดี หรือกรรมชั่ว ย่อมมีอยู่จริง จึงอดทนและเพียรพยายามปฏิบัติหน้าที่ของท่านทั้งหลายด้วยการคิดดี การพูดดี และการกระทำดีอย่างสม่ำเสมอ ท่านย่อมทำหน้าที่พระปริยัตินิเทศก์ได้อย่างอิ่มเอิบเบิกบาน สมฐานะ “บัณฑิต” ผู้เฉลียวฉลาด มีความสามารถสมควรแก่การงานตามบทบาทหน้าที่ของตน ทำประโยชน์ให้สำเร็จได้ในที่ทุกสถานและในกาลทุกเมื่อ

จากนั้น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กล่าวว่า จากพระโอวาทดังกล่าว เป็นพระโอวาทที่ทรงห่วงใยคณะสงฆ์ เพราะเราเป็นด่านแรกที่ต้องรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ หากไม่ปรับปรุงให้ดีขึ้น เชื่อว่าเราจะอยู่กันได้ยาก สิ่งที่กระทบคณะสงฆ์ทุกท่านรู้ดีอยู่แล้ว ที่ผ่านมาตนพยายามพูดกับคณะทำงานต่างๆ ว่า เรายึดอะไรเป็นหลัก ซึ่งก็คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และหากเราทุกรูปรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับตามตำแหน่งต่างๆ โดยเคร่งครัด เชื่อว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบในปัจจุบันจะเรียบร้อยดีงาม แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับปรุง แก้ไข พัฒนา พระพุทธศาสนานั้นยังคงอยู่ แต่หากคณะสงฆ์ไม่ปรับปรุงแก้ไขจากเหตุที่เกิดขึ้น คณะสงฆ์จะเสื่อมลงอย่างแน่นอน

ด้านนายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พระปริยัตินิเทศก์ เป็นบุคลากรทางการศึกษาของคณะสงฆ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีหน้าที่หลัก คือการนิเทศการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่งเสริมสนับสนุน และเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการศึกษาพระปริยัติธรรมแก่สถานศึกษาพระปริยัติธรรม พระปริยัตินิเทศก์จึงมีความเกี่ยวข้องในฐานะผู้มีหน้าที่นิเทศ ติดตาม ประเมินผล การจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม แผนกบาลี และแผนกสามัญศึกษา ดังนั้นหากพระปริยัตินิเทศก์ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยส่งเสริมสถานศึกษาพระปริยัติธรรมในการจัดการศึกษา และส่งเสริมพระภิกษุ สามเณร ให้มีความรู้ ความสามารถ และมีความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ดำรงตนเป็นศาสนทายาทสืบไป โดยในการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 800 รูป/คน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5106963/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AE3B3zdzn8aAjG_SgDPBE

วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.47 น.
กระทรวง อว.เชื่อม “ไทยสู่โลกอนาคต” จับมือมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) สหรัฐฯ ยกระดับอุตสาหกรรม “เซมิคอนดักเตอร์ – ไมโครอิเล็กทรอนิกส์” พร้อมสร้างระบบนิเวศ 2 ประเทศหุ้นส่วนไทย – สหรัฐฯ พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทวิภาคีด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมเส้นทางปริญญาร่วมภายใต้เครือข่ายพันธมิตร ASU-Cintana และโปรแกรมพัฒนากำลังคน/วิชาชีพเพื่อยกระดับทักษะแรงงาน
12 กันยายน 2568 ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมพร้อมด้วยรศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร(MUT) และผู้แทนอาวุโสจากภาครัฐ ผู้นำสถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม อาทิ นายนฤตม์ เทอดสถีรกุล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ดร. สุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ศ.ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. และ ดร.ปรอง กองทรัพย์โต Chief of Staff, Lumentum International (Thailand) ได้เดินทางไปหารือความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เป็นศูนย์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ภายใต้กรอบนโยบาย CHIPS and Science Act พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) เพื่อขยายความร่วมมือด้านวิชาการ การวิจัย และการพัฒนากำลังคนในสาขาเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ กับ Dr. Michael M. Crow, President of Arizona State University (ASU) ที่เมืองเทมปี รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร(MUT) และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) จะครอบคลุมในหลายมิติ ได้แก่ 1.โครงการวิจัยและการศึกษาแบบร่วมมือด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ และการผลิต 2.การพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทวิภาคีด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ 3.โปรแกรมเส้นทางปริญญาร่วม ภายใต้เครือข่ายพันธมิตร ASU-Cintana และ 4.โปรแกรมพัฒนากำลังคนและวิชาชีพ เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และนวัตกรรมในสาขาที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายของไทยในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ด้านเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์เข้ากับศักยภาพด้านการศึกษาและการวิจัยของ ASU ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเรียนรู้ แบ่งปัน และเติบโตร่วมกันได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในฐานะหนึ่งในศูนย์พัฒนากําลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของไทย ยังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการศึกษา การวิจัย และอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลลัพธ์ของความร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่การพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ
“นี่คือความร่วมมือที่จะนำไปสู่การพัฒนาทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมร่วมกันในสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรผ่านการแลกเปลี่ยนบุคลากร การฝึกอบรมและการจัดอบรมระยะสั้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูล การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน และการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งหมดนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในภาคการอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนและความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ในภาพรวม” ปลัดกระทรวง อว. กล่าว
นอกจากการลงความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ศ.ดร.ศุภชัยและคณะยังได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารของ ASU การประชุมโต๊ะกลมกับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำ เช่น Intel, Microchip, Siemens, Deca, Benchmark รวมทั้งหน่วยงาน Arizona Commerce Authority และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจเมือง Chandler เข้าร่วม เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของความร่วมมือสนับสนุนยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมพบปะกับผู้นำระดับโลก คณาจารย์ และนักวิจัยของ ASU จากหลายส่วนงาน อาทิ สถาบัน Biodesign, โรงเรียนการจัดการระดับโลก Thunderbird, MacroTechnology Works, ASU Health, Dreamscape Learn สำนักงานวิจัย นวัตกรรม และผู้ประกอบการของ Fulton Schools โดยได้หารือความร่วมมือในด้านหลักสูตร การฝึกอบรมคณาจารย์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ วิศวกรรมชีวการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพ การผลิตขั้นสูง และเทคโนโลยีอวกาศ รวมถึงเยี่ยมชมอาคาร Interdisciplinary Science and Technology Building 12 (ISTB12) ซึ่งเพิ่งเปิดใช้งาน และเป็นที่ตั้งของ School of Manufacturing Systems and Networks ในวิทยาเขตโพลีเทคนิค

โดย รศ.ดร.ภานวีย์ เปิดเผยหลังการเยี่ยมชม ISTB12 และโรงเรียน Manufacturing Systems and Networks ของ ASU ว่า ถือเป็นแรงบันดาลใจอย่างแท้จริง งานวิจัยล้ำสมัยด้านการผลิตขั้นสูงและหุ่นยนต์เชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัยมหานครและของประเทศไทย อีกทั้งยังมอบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานของเรา ขอขอบคุณโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ ASU มอบให้เราในครั้งนี้ด้วย
“ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การสร้างความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ และรู้สึกซาบซึ้งที่ได้มี ASU เป็นพันธมิตรสำคัญ” ศ.ดร.ศุภชัย ได้กล่าวย้ำถึงทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย.
-(016)
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/913827&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1N2pjXgX-0IDc-Xbt_C2ZK

แม้จะอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศ แต่สาขาวิชาบางแห่งในจีนกลับมีนักศึกษาเรียนน้อยจนน่าตกใจ บางปีมีเพียงคนเดียวที่ได้ขึ้นรับปริญญา กลายเป็นภาพน่าประทับใจและสะเทือนใจในเวลาเดียวกัน
ทั้ง 3 สาขาวิชาต่อไปนี้เคยเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียจีน ด้วยความโดดเดี่ยวที่ต้องเผชิญตลอดเส้นทางการศึกษา แต่ในความเหงานั้นกลับแฝงด้วยความพิเศษบางอย่างที่หาไม่ได้ในเส้นทางทั่วไป
ในเดือนมิถุนายน ปี 2019 ภาพของ โหว เฉียน นักศึกษาหญิงยืนอยู่คนเดียวในพิธีรับปริญญาของ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ของจีน เพราะเธอคือผู้สำเร็จการศึกษาคนเดียวในสาขา การเขียนเชิงสร้างสรรค์
สาขานี้เพิ่งเริ่มเปิดสอนในจีนเมื่อปี 2009 และถูกรวมอยู่ในคณะศิลปกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงตั้งแต่ปี 2015 มุ่งเน้นการเขียนบทกวี เรื่องสั้น นวนิยาย และบทละคร โดยในปีแรกที่เปิดรับสมัคร มีเพียงโหว เฉียนที่สอบผ่านเข้ามาได้เพียงคนเดียว
ตลอด 4 ปี เธอต้องเรียนรวมกับนักศึกษาคณะอื่น ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นโดยตรง แต่ด้วยความหลงใหลในบทกวีมาตั้งแต่มัธยม เธอจึงไม่ย่อท้อ จนสามารถเขียนผลงานบทกวีได้กว่า 100 ชิ้น และยังจัดนิทรรศการศิลปะเชิงบทกวีร่วมกับประติมากรรมในวันจบการศึกษาอีกด้วย
หลังจากจบการศึกษา โหว เฉียนยังได้โอกาสศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นบทพิสูจน์ว่า ความโดดเดี่ยวก็สามารถนำทางไปสู่ความสำเร็จได้
แม้จะไม่ได้เป็นสาขาใหม่ แต่ บรรพชีวินวิทยา กลับเป็นอีกหนึ่งสาขาที่มีนักเรียนน้อยมาก โดยเฉพาะที่ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง สถาบันระดับแนวหน้าของจีนและเอเชีย สาขานี้เคยมีช่วงเวลาที่ 9 ปีมีบัณฑิตเพียง 6 คนเท่านั้น
สาขานี้เน้นการศึกษาซากฟอสซิล วิวัฒนาการ และประวัติศาสตร์ของโลกในช่วงหลายร้อยล้านปี นักศึกษาต้องมีความรู้ลึกด้านธรณีวิทยา ชีววิทยา และโบราณคดี รวมถึงต้องลงพื้นที่สำรวจธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
แม้จะเป็นงานวิชาการที่มีความสำคัญ แต่โอกาสในการทำงานหลังเรียนจบกลับมีจำกัด ส่วนใหญ่ต้องทำงานในสถาบันวิจัยหรือพิพิธภัณฑ์เท่านั้น
ภาพของ เซี่ย ตี้ฝาน และ อัน หย่งจวี๋ นักศึกษาชายหญิงที่ขึ้นรับปริญญาเพียงลำพังในห้องโถงกว้างใหญ่ กลายเป็นภาพไวรัลสะท้อนถึง “ความกล้าหาญทางวิชาการ” ของผู้ที่เลือกเดินทางสายนี้
แตกต่างจากสองสาขาข้างต้นตรงที่ การศึกษาช่วงปฐมวัยตอนต้น ดูเหมือนจะเป็นสายงานที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริง กลับเป็นหนึ่งในสาขาที่ “เงียบเหงา” ที่สุด
สาขานี้เน้นการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 3 ปี ซึ่งแตกต่างจากการศึกษาระดับอนุบาลทั่วไป ผู้เรียนต้องมีความรู้ด้านจิตวิทยา โภชนาการ การเคลื่อนไหว และพัฒนาการทางภาษาอย่างลึกซึ้ง
แม้จะมีความสำคัญ แต่หลายคนเลือกไม่เรียนต่อในสาขานี้ เนื่องจากงานหนัก รายได้ไม่สูง และต้องรับแรงกดดันจากผู้ปกครองและสังคม
ครั้งหนึ่งเคยมีภาพ นักศึกษาชายเพียงคนเดียว ของมหาวิทยาลัยซานตงที่ถ่ายรูปรับปริญญาท่ามกลางอาจารย์ 9 คน ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนความ “เดียวดาย” ในเส้นทางสายครูปฐมวัย
อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสของพ่อแม่รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับพัฒนาการลูกตั้งแต่ช่วงวัยแรกเริ่ม สาขานี้จึงยังคงมีแนวโน้มเติบโตและมีโอกาสในอนาคต

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9842762/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h4pHOz1kUIUhfXaKLeAAA


นายวิจิตร เตชะเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC ร่วมด้วย นางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ให้การต้อนรับคณะครูโรงเรียนพระดาบส ที่เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของบริษัทฯ เพื่อส่งนักศึกษาเข้าร่วมฝึกงานและปฏิบัติงาน กับ FVC และ KTMS สอดรับกับนโยบายเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านบุคลากร ภายใต้วัตถุประสงค์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและสรรหาบุคลากรที่มีศักยภาพ สู่แผนรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/pr/782067&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MGC-mwxDfU1oCfBoeYT2Z





งบประมาณโครงการอาหารกลางวั
นในปี 2568 ถูกกำหนดไว้ที่ 2,955.57 ล้านบาท โดยการอุดหนุนจะคำนวณตามจำนวนนั กเรียนในแต่ละโรงเรียน เพื่อให้เหมาะสมกั บขนาดของสถานศึกษา โรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 40 คน จะได้รับอัตราอุดหนุนสูงสุดที่ 36 บาทต่อคนต่อวัน โรงเรียนที่มีนักเรียนระหว่าง 41–100 คน จะได้รับ 27 บาทต่อคนต่อวัน ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียนระหว่ าง 101–120 คน จะได้รับ 24 บาทต่อคนต่อวัน และโรงเรียนที่มีนักเรียนเกิ นกว่า 120 คนขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนในอัตรา 22 บาทต่อคนต่อวัน งบประมาณทั้งหมดนี้มาจากงบรายจ่ ายประจำปีของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถูกจัดสรรให้องค์กรปกครองส่ วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ ยวข้อง เพื่อเป็นหลักประกันว่าเด็กนั กเรียนทุกคนจะได้รับอาหารกลางวั นที่เพียงพอและมีคุณภาพอย่างต่ อเนื่องในแต่ละวันของการเรียน จำนวน 200 วันต่อปีการศึกษา


ที่มา :
Post Views: 186
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/09/12/school-lunch-global-strategy-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10JS7A9479pObuebuZofYP