Category: วัฒนธรรม

  • เมืองพัทยามอบเกียรติบัตรเยาวชนดีเด่น เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

    เมืองพัทยามอบเกียรติบัตรเยาวชนดีเด่น เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

    ภูมิภาค

    เมืองพัทยามอบเกียรติบัตรเยาวชนดีเด่น เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

    วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.25 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานกล่าวให้โอวาท พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่เยาวชนดีเด่นเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมีนายบรรลือ กุลละวณิชย์ ประธานสภาเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา เลขานุการประธานสภาเมืองพัทยา รองปลัดเมืองพัทยา ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่สำนักการศึกษา คณะครูและน้องๆ สภานักเรียนจากโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา ทั้ง 11 โรงเรียน เข้าร่วม ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี 

    ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2528 กำหนดให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ในการนี้ เมืองพัทยา โดยสำนักการศึกษา จึงกําหนดจัดโครงการจัดกิจกรรมเยาวชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ประกอบด้วย กิจกรรมอบรมให้ความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างน้องๆ สภานักเรียนโรงเรียนในสังกัดเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา และพิธีมอบเกียรติบัตรแก่เยาวชนดีเด่นเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนของเมืองพัทยา ได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง รู้จักเสียสละ บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อีกทั้งส่งเสริมให้สภานักเรียนรู้จักความมีวินัย มีความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ของตน เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีการทำงานอย่างเป็นระบบ และมีทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อพัฒนาศักยภาพสภานักเรียนให้มีความเป็นผู้นำ สร้างการมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อส่วนรวม และเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไป

    นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้กล่าวให้โอวาทแก่น้องๆ นักเรียนที่ได้รับเกียรติบัตรในวันเยาวชนแห่งชาติ 2568 ในครั้งนี้ ว่าการพัฒนาเด็กและเยาวชนถือเป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งที่เมืองพัทยาต้องตระหนัก เห็นคุณค่า ด้วยเด็กและเยาวชนคือทรัพยากรบุคคลสำคัญที่จะมีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่น และประเทศในอนาคต ซึ่งเมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนึ่งที่มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน จึงได้มีการตั้งงบประมาณไว้เพื่อสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมเด็ก และเยาวชนเป็นประจำทุกปี ประกอบกับคณะผู้บริหารได้ตระหนักและเห็นคุณค่าในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ได้รับการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการพัฒนาชุมชน-สังคม จึงได้จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนเมืองพัทยาขึ้น และได้ดำเนินการคัดเลือกผู้แทน เพื่อแต่งตั้งเป็นสภาเด็กและเยาวชน เมืองพัทยาในครั้งนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนจงประสบความสำเร็จในการศึกษา ประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/447266&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AiyrH4NKfhxZShwfjgjqg

  • ทั้งห้องมีแต่ลูกคุณตอบผิด! ผปค.ถึงกับไม่พอใจ แต่ฟังเฉลยจากครูแล้วหน้าชา

    ทั้งห้องมีแต่ลูกคุณตอบผิด! ผปค.ถึงกับไม่พอใจ แต่ฟังเฉลยจากครูแล้วหน้าชา

    “ทั้งห้องมีแต่ลูกคุณที่ทำโจทย์ข้อนี้ผิด” ผู้ปกครองถึงกับไม่พอใจ แต่พอได้ฟังเหตุผลจากคุณครูก็หน้าแตกทันที!

    เมื่ออ่านโจทย์คณิตศาสตร์ลักษณะนี้เป็นครั้งแรก หลายคนอาจเผลอตอบผิดได้ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีระดับการศึกษาสูง ซึ่งมักมั่นใจว่าความรู้เดิมของตนเพียงพอในการช่วยลูกทำการบ้านระดับประถมศึกษา

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยและแนวโน้มการเรียนการสอนในปัจจุบันชี้ว่า คณิตศาสตร์ในระดับประถมมิได้เน้นเพียงการหาคำตอบที่ถูกต้อง แต่มุ่งพัฒนาทักษะการคิดเชิงคณิตศาสตร์ ผ่านโจทย์ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง และให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดมากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย

    ด้วยเหตุนี้ ความมั่นใจใน “ความรู้ที่เคยเรียนมาก่อน” ของผู้ปกครองจึงอาจกลายเป็นอุปสรรค เพราะแนวทางการสอนและการประเมินได้เปลี่ยนไป ผู้ปกครองที่ยึดติดกับวิธีการเดิมจึงมีโอกาสเข้าใจโจทย์ผิด หรือชี้นำลูกอย่างคลาดเคลื่อนได้ง่าย

    โจทย์คณิตศาสตร์ระดับประถมที่ดูเหมือนง่าย แต่กลับซ่อนความท้าทายไว้ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ปกครองคนหนึ่งในจีนเจอสถานการณ์ปวดหัวกับลูกวัยประถมศึกษาปีที่ 3

    โจทย์ถามว่า “ในห้องมีหลอดไฟ 11 ดวง หากปิดไป 4 ดวง จะเหลือกี่ดวง?” เด็กเขียนคำตอบว่า 11 − 4 = 7 แต่ผลลัพธ์กลับถูกคุณครูกากบาทสีแดง ผู้เป็นแม่เห็นเช่นนั้นจึงงงมาก และมั่นใจว่าคำตอบ 7 ถูกต้องแน่นอน จึงถือโอกาสไปสอบถามคุณครูพร้อมความสงสัยและความไม่พอใจเล็กน้อย

    สิ่งที่คุณครูตอบกลับทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับอึ้ง “ทั้งห้องมีแต่ลูกคุณที่ตอบผิดนะครับ” ก่อนจะถามต่อว่า “หลอดไฟลดลงจริงไหมเมื่อปิดไปแล้ว?” คำถามนี้ทำให้แม่ถึงกับสะดุ้งและตระหนัก

    เธอจึงเข้าใจว่าข้อสอบนี้ไม่ได้ทดสอบเพียงการลบเลข แต่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับชีวิตประจำวัน เพราะไม่ว่าหลอดไฟจะเปิดหรือปิด จำนวนหลอดไฟทั้งหมดในห้องก็ยังคง 11 ดวง สภาพการเปิดปิดไม่ได้ทำให้จำนวนเปลี่ยนไป

    ผู้ปกครองมักมุ่งแต่ไปที่การคำนวณแบบพื้นฐาน จึงมองข้ามความหมายและโจทย์ใหม่ที่ซ่อนอยู่ จนตกเป็น “กับดัก” ที่ผู้ตั้งโจทย์ตั้งใจวางไว้ ความจริงแล้ว การที่ผู้ปกครองตอบผิดข้อสอบประถมเพราะเผลอไม่ใส่ใจเล็กน้อยขณะสอนลูกไม่ได้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

    ปัจจุบันการเรียนคณิตศาสตร์ระดับประถมไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำเลขพื้นฐาน แต่เน้นพัฒนาทักษะการคิดเชิงตรรกะและการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง หลายโจทย์ดูเหมือนง่ายแต่แท้จริงซ่อนการประเมินทั้งความสามารถในการสังเกต ความเข้าใจ และความยืดหยุ่นในการคิดของเด็ก

    ดังนั้นในการสอนลูกทำการบ้าน ผู้ปกครองจึงควรใส่ใจและพิจารณาโจทย์ให้รอบด้านมากขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9846182/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cc4WUSUal_Ojs8so-rY0z

  • นิด้าโพล คนหนุน “อภิสิทธิ์” เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

    นิด้าโพล คนหนุน “อภิสิทธิ์” เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

    นิด้าโพล เผยผลสำรวจ 1,310 หน่วยตัวอย่าง เสียงส่วนใหญ่หนุน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” รองลงมา “ชวน หลีกภัย” เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังไม่แน่ใจจะเลือก ปชป. หรือไม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

    วันที่ 21 กันยายน 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ประชาธิปัตย์ ผลัดใบอีกแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชาชนต้องการในการเลือกตั้งครั้งหน้า

    เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนต้องการให้เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า

    • ร้อยละ 32.90 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
    • ร้อยละ 18.09 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย
    • ร้อยละ 16.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
    • ร้อยละ 9.24 ระบุว่า ใครก็ได้ในพรรคประชาธิปัตย์
    • ร้อยละ 8.17 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้)
    • ร้อยละ 4.20 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช
    • ร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็น นางวทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์)
    • ร้อยละ 2.21 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
    • ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
    • ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
    • ร้อยละ 1.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
    • ร้อยละ 0.84 ระบุว่าเป็น นายเดชอิศม์ ขาวทอง
    • ร้อยละ 0.53 ระบุว่าเป็น นายชัยชนะ เดชเดโช

     ทางด้านคำถามถึงแนวโน้มที่ประชาชนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคประชาธิปัตย์เลือกผู้นำตามที่ประชาชนแนะนำ พบว่า

    • ร้อยละ 37.58 ระบุว่า ไม่แน่ใจ
    • ร้อยละ 35.75 ระบุว่า เลือกแน่นอน
    • ร้อยละ 26.67 ระบุว่า ไม่เลือกแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2884111&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fgjdeDvBHHRKs75wOsu7u

  • สว.นัดถกรายงาน ‘กมธ.กาสิโน’ เปิดผลศึกษาฝังกลบฉบับเพื่อไทย

    สว.นัดถกรายงาน ‘กมธ.กาสิโน’ เปิดผลศึกษาฝังกลบฉบับเพื่อไทย

    ‘วุฒิสภา’ นัดถก ‘รายงาน กมธ.กาสิโน’ 23 ก.ย. นี้ เปิดสาระสำคัญ ผลศึกษา ฉบับรัฐบาล-แพทองธาร เหตุขัด รธน. มีผลกระทบหลายมิติ หากเดินหน้า ต้องประเมินผลกระทบรอบด้าน-ทำประชามติด้วย

    21 ก.ย.2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอนเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์) ที่มี นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. เป็นประธาน กมธ. ในวันที่ 23 ก.ย.นี้

    โดยสำหรับเนื้อหาของรายงานการศึกษาดังกล่าว มีสาระสำคัญ ซึ่งระบุถึงการศึกษารายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตรร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันโครงการเอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซ่ึงมีกาสิโนเป็นองค์ประกอบหลักเป็นนโยบายที่ตั้งอยู่บนสมมติฐาน ที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงความเหมาะสมในบริบทของประเทศไทย อีกทั้งแฝงไว้ด้วยความเสียหายหลายมิติ 

    อาทิ ทางเศรษฐกิจ ไม่มีความชัดเจนด้านความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะเป็นกิจการที่ไม่เกิดรายได้ที่แท้จริง คือ ก่อให้เกิดการผลิตสินค้า และบริกา แต่เป็นกิจการที่โอนเงินจากผู้เล่นที่เสียไปให้ผู้เล่นที่ได้ และยิ่งไม่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและภาระของรัฐที่แบกรับ

    มิติทางสังคมและสุขภาพ จะเกิดผลกระทบจากการเสพติดพนัน เกิดความรุแนรงในครอบครัว เพิ่มขึ้นของอาชญากรรมและกระทบต่อระบบสุขภาพระยะยาว

    มิติกฎหมายและความมั่นคง มีความเสี่ยงเป็นแหล่งฟอกเงิน องค์กรอาชญากรรม และเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายหลายฉบับ และอาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ที่กำหนดให้รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้การตราากฎหมายต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม 

    รายงาน กมธ. ระบุอีกว่า กรณีรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภา แม้ชื่อร่างไม่ได้ชี้ชัดว่า มุ่งเน้นให้มีกาสิโนเป็นหล้ก แต่ด้วยเหตุผลที่ระบุชัดว่า เพื่อสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน และกำหนดให้มีประเภทธุรกิจสถาบันเทิง ตามบัญชีแนบท้ายอย่างน้อย 4 ประเภท และต้องร่วมกับ กาสิโนอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้น ร่างกฎหมายจึงเปิดให้มีธุรกิจบ่อนการพนันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งย้อนแย้งต่อสำนึกในศีลธรรม และมาตรฐานศีลธรรมของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ

    รายงาน กมธ. ระบุต่อว่า ในร่าง พ.ร.บ.ที่กำหนดในส่วนคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ที่มี นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน และรัฐมนตรีอื่นๆ 8 กระทรวง และให้อำนาจเสนอ ครม.สั่งการหน่วยงานปรับปรุง เพิ่มเติม ยกเลิกกฎหมาย เพื่อเอื้อให้กับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร และมีอำนาจอื่นๆ ที่มีลักษณะกว้างขวางและรวมศูนย์อำนาจ โดยไม่มีการถ่วงดุลตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก ถือเป็นลักษณะให้เกิดการใช้อำนาจบริหารซ้อนฝ่ายบริหาร ไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เพราะไม่ถือเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3

    มิติด้านศีลธรรมและวัฒนธรรม ไม่สอดคล้องกับคุณค่าและหลักศีลธรรมของสังคมไทย

    มิติด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความเป็นไปได้ในการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมระหว่างปรระเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยง ไม่พัฒนาแต่ทำลายทรัพยากรมนุษย์และเป็นการเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ระยะสั้น ไม่ยั่งยืน

    “ประเทศไทยยังมีทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องพึ่งอุตสาหกรรมการพนัน โดยเฉพาะรูปแบบโครงการ wellness complex และสามารถพัฒนาเป็นรูปแบบสถานบริการที่ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรม ไม่ส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยง และสร้างรายได้จากเงินสีขาวที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดเสี่ยงด้านอาชญากรรม และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในระยะยาว” รายงานกมธ. ระบุ

    กมธ.วิสามัญจึงเห็นว่า การส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศไทย ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่เร่งรัดผลักดันนโยบายที่ขาาดหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ อีกทั้งควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพิจารณานโยบายสาธารณะ กมธ.จึงไม่เห็นชอบด้วยกับเนื้อหา หลักการ และกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … 

    ทั้งนี้ ท้ายรายงานการศึกษา กมธ.มีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนโครงการตาม พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ใน 3 ฉากทัศน์ คือ 1.ฉากทัศน์เชิงอุดมคติ แนวทางนี้ไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนและเห็นควรให้ส่งเสริมการพัฒนารูปแบบอื่น เช่น welless complex 2.ฉากทัศน์ทางเลือก ในกรณีที่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าควรศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคมสุขภาพ และความมั่นคงให้รอบด้าน พร้อมเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการทำประชามติว่าเห็นควรอนุญาตให้มีธุรกิจกาสิโนหรือไม่

    และ 3.ฉากทัศน์เชิงป้องกันความเสี่ยง กรณีที่โครงการดำเนินการได้ แต่ไม่สำเร็จตามสมมติฐานของรัฐบาล หรือไม่สามารถจัดการ ควบคุมผลกระทบทางลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทันที ต้องชดเชย เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพียงพอ

    “ข้อเสนอแนะต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เอนเทอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ของวุฒิสภาเห็นว่าควรให้รัฐบาลทบทวนร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และตรวจสอบความเหมาะสมต่อการให้อำนาจกรรมการนโยบายอย่างสมดุล หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะ วุฒิสภาควรแสดงท่าทีไม่เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศในอนาคต” รายงาน กมธ.ระบุ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/865544/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ufOT1B_vRr3eJ0pwrq-CA

  • หนุ่มใหญ่หนักใจ สุขภาพไม่มีปัญหา แต่..นกเขาไม่ขัน | เดลินิวส์

    หนุ่มใหญ่หนักใจ สุขภาพไม่มีปัญหา แต่..นกเขาไม่ขัน | เดลินิวส์

    เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

    ผมอยู่ในกลุ่มชายสูงวัยเป็นอีกคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องเพศศึกษา อยากขอคำแนะนำจากคุณหมอ ตอนนี้อายุ 67 ปี  ช่วงตอนอายุ 60 ปี ไปตรวจร่างกายกับแพทย์พบเป็นโรคความดันและเบาหวาน ออกกำลังกายด้วยการเดิน-วิ่งทุกเช้านาน 30 นาที เรื่องสุขภาพไม่มีปัญหา แต่เรื่องเพศหนักใจมากจนเบื่อโลกก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ปี 2566 จนมาถึงวันนี้ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว อ่อนจนไม่รู้สึกเลย สังเกตว่าตั้งแต่กินยาเบาหวานและความดันเป็นต้นมา เรื่องเพศไม่ได้เรื่องเลย อ่อนตัวจนไม่รู้สึก อยากมีความสุขบ้างกับภรรยาเธอเพิ่งจะอายุเพียง 51 ปี ขอแค่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งจะพอมีวิธีไหมทุกวันนี้นอนหันหลังให้กันทุกวัน เหมือนคนอื่นคนไกลขึ้นทุกวัน จึงขอคำแนะนำจากคุณหมอโอ ด้วยครับ

    ด้วยความนับถือ

    ประกอบ 67

    ตอบ ประกอบ 67

    ชีวิตในวัยเกษียณมักจะได้รับการเตรียมพร้อมมาเสมอ คือสะสมเงินทองไว้ใช้ยามแก่ด้านสุขภาพกลุ่มรับราชการก็สบายใจไปเพราะมีรัฐคอยรักษาอยู่อย่างเต็มที่ ด้านหลักฐานบ้านช่องก็มีครบพอฐานะแต่ละคน ที่มักจะขาดในวัยสูงอายุก็คือสุขภาพทางกายและใจ ทางกายที่มักจะสะสมโรคเรื้อรังตามวัย เช่น เบาหวาน ไขมันสูง ความดันสูง สะสมมาทีละเล็กทีละน้อย จนมีจุดอ่อนทำให้อ่อนตัวมากมาย โรคเรื้อรังที่เพิ่มตามอายุจึงเป็นตัวการให้เกิดทุกข์ทางใจตามมา กลายเป็นทุกข์ทั้งกายและใจ ปัจจุบันอายุเป็นเพียงตัวเลขคือ 63 ปี นี่คือว่าอยู่ในระดับน้องใหม่ด้านสุขภาพทางเพศกำลังตามรุ่นพี่ที่มักจะอยู่ในวัยสูงอายุ คืออายุระหว่าง 70-80-90 ปีเพราะสุขภาพทางเพศยังเป็นของคู่กับกายและใจตลอดเวลา บ่งถึงสุขภาพที่ดีก็ต้องมีสุขภาพทางเพศที่ดีด้วย จึงต้องเรียนรู้ไม่รู้จักจบ

    นิสิตกลุ่มนี้ต้องฟิตตัวฟิตทางกายให้โรคเรื้อรังติดตัวคงที่คงตัวโดยไม่ให้เพิ่มมากขึ้น เช่น เบาหวาน ความดันสูง ก็ต้องระมัดระวังของหวานทางปากอย่างเต็มที่ งดเหลือ 1 ใน 10 ของความหวานที่กินในวัยหนุ่ม น้ำหนักตัวที่เกินก็ต้องลดน้ำหนักลงให้ได้ โดยเส้นรอบวงเอวต้องน้อยกว่า 90 ซม. ที่ไม่เคยออกกำลังก็ต้องเริ่มออกกำลังสม่ำเสมอ โดยหาเพื่อนรุ่นพี่เป็นพี่เลี้ยง ชักจูงให้เข้ากลุ่มเป็นกำลังใจให้กันและกัน ลดละเลิกเรื่องเหล้าบุหรี่ เรื่องฮอร์โมนชายที่บกพร่องก็ต้องเติมให้สู่ระดับปลอดภัย หากไม่มีข้อห้าม เช่น ตรวจเลือดดูว่าค่าพีเอสเอต้องควบคุม ตรวจบ่อย ๆ ไม่ให้สูงเกินค่าปกติ เช่น ไม่ให้เกิน 4 หน่วย เป็นต้น หมั่นให้แพทย์ตรวจต่อมลูกหมากดู  ถ้าไม่มีปัญหามะเร็งก็ถือว่าไม่มีข้อห้ามที่จะให้ฮอร์โมนเสริม ถ้าฮอร์โมนชายขาดมากก็จำเป็น ต้องรักษาหลักสูตรแรกของวัยเกษียณ คือฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ เรียนเร็ว จบเร็ว ไม่มีใครแก่เกินเรียน ยิ่งเรียนก็ยิ่งหนุ่ม ใช้เวลา 2 เดือนก็จะเข้าที่เข้าทาง คือตรวจร่างกายละเอียด หาสาเหตุและฟื้นฟูรักษาก็เป็นหลักการรักษาที่มั่นใจได้

    กลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนมากจะถูกรีไทร์จากหลักสูตรนี้ก็เพราะไม่เข้าเรียนกับแพทย์ โดดร่มบ่อย โดยไม่ยอมตรวจรักษากับแพทย์ เลยไม่จบการศึกษา สรุปรักษากับแพทย์แล้วก็จะจบหลักสูตรอย่างปลอดภัย สบายใจ อยู่คู่กันอย่างตายายที่มีความสุขทั้งกายและใจ คือสามารถมีความสุขทางเพศสัมพันธ์เช่นหนุ่มสาวได้แม้วัยจะถึง 80 ปีแล้วก็ตาม.

    ดร.โอ สุขุมวิท 51

    คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5130112/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yteoBzndG7al95jxsiWUH

  • ‘ขสมก.’ โต้ปมลดสเปคทีโออาร์เช่า ‘รถเมล์อีวี’ 1.5 พันคัน

    ‘ขสมก.’ โต้ปมลดสเปคทีโออาร์เช่า ‘รถเมล์อีวี’ 1.5 พันคัน

    นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าโครงการจัดหาเพื่อเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (รถเมล์ EV) 1,520 คัน วงเงิน 15,355 ล้านบาท ระยะเวลาการเช่า 7 ปี ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาและอนุมัติหลักเกณฑ์การประกวดราคา (TOR) ของโครงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยรายละเอียดได้มีการประกาศบนเว็บไซต์ของหน่วยงานเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568

    “หลังจากประกาศขึ้นเว็บไซต์แล้ว จะมีระยะเวลา 5 วัน เพื่อให้ผู้สนใจได้แสดงความคิดเห็นหรือข้อวิจารณ์หากไม่มีการคัดค้านใด ๆ คาดว่าจะสามารถหาตัวผู้รับจ้างได้ในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้” นายกิตติกานต์ กล่าว  
     

    ทั้งนี้ตามขั้นตอนหลังการประกาศ TOR หากไม่มีการวิจารณ์จากผู้ที่สนใจ จะสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการสรรหาผู้รับจ้างได้ทันที แต่หากมีผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อวิจารณ์ ทางคณะกรรมการฯ จะต้องกลับมาประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปเป็นเดือนได้

    อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ในช่วงนี้ไม่มีผลกระทบต่อการประมูลของโครงการฯครั้งนี้ เนื่องจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดเดิม มีมติอนุมัติโครงการไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของ ขสมก. ที่สามารถเดินหน้าต่อได้

    นายกิตติกานต์ กล่าวต่อว่า ส่วนรายละเอียดใน TOR ระบุสเปคความยาวของรถเมล์ EV อยู่ที่ 10.5 เมตร ซึ่งแตกต่างจากรถเมล์ที่ ขสมก. ใช้ในปัจจุบัน ซึ่งมีความยาว 12 เมตร นั้น มองว่ารถเมล์ขนาด 10.5 เมตร มีความเหมาะสมกับสภาพการจราจรในเมืองที่ขยายตัวมากขึ้น ทำให้มีความคล่องตัวสูงขึ้น  
     

    “ขสมก.ยืนยันว่าถึงแม้ขนาดรถสั้นลง แต่ปริมาณความจุผู้โดยสารจะไม่ลดลง โดยตามหลักเกณฑ์กำหนดจำนวนที่นั่งไม่ต่ำกว่า 35 ที่นั่ง ซึ่งเทียบเท่ากับขนาดรถเมล์ความยาว 12 เมตร ซึ่งมี 35 ที่นั่งเท่าเดิม โดยพื้นที่รถโดยสารใหม่สำหรับผู้โดยสารจะมากขึ้น เนื่องจากรถเมล์ไฟฟ้าไม่มีห้องเครื่องด้านหน้าเหมือนรถโดยสารที่ใช้น้ำมัน” นายกิตติกานต์ กล่าว 

    นายกิตติกานต์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคุ้มค่าของการจัดซื้อรถเมล์อีวีตามผลการศึกษาไม่ได้มีการระบุว่าต้องใช้ความยาวรถโดยสาร 12 เมตร

    “ผลการศึกษาความคุ้มค่าของโครงการได้ระบุว่า การจัดหารถเมล์อีวีมีความคุ้มค่าสูง โดยเฉพาะการใช้ในรูปแบบในการเช่าคิดตามระยะทางมากกว่า ทำให้สามารถตัดปัญหาเรื่องค่าซ่อมบำรุงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตออกไปได้ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการเดินรถได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนด้านเชื้อเพลิง” นายกิตติกานต์ กล่าว 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบริษัทเอกชนขสมก.ได้สอบถามความสนใจเข้าร่วมประมูลโครงการนี้ จำนวน 11 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท รถไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ไทย สบายล์ บัส จำกัด 3.บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด 4.บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด 5.บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด 

    6.บริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด 7.บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด 9.บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)10.บริษัท อรุณ พลัส จำกัด และ 11.บริษัท เฟิร์ส ทรานสปอร์ต จำกัด
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/639215&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oiwB4m4nuhoxrOCz7eeoP

  • พบปะ หารือเพื่อความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการศึกษาและวิจัยฯ

    พบปะ หารือเพื่อความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการศึกษาและวิจัยฯ

    พบปะ หารือเพื่อความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการศึกษาและวิจัยฯ

    21 Sep 68

    เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน 2568 ดร.กรวรรณ สังขกร หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยนักวิจัยของศูนย์ฯ และให้การต้อนรับบุคลากรจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ (สอวช.)

    ในโอกาสนี้ ได้พบปะ หารือเพื่อเป็นการนำไปสู่ความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการศึกษาและวิจัยด้านการท่องเที่ยวระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศในอนาคต

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3774296/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TU_FSjOgd1_OaxnLOOC21

  • ‘โสภณ’งงถูกตั้งฉายา‘โสภณ เขากระโดง’ คอนเฟิร์มไม่มีชื่อเคยถูก‘ป.ป.ช.’ชี้มูล

    ‘โสภณ’งงถูกตั้งฉายา‘โสภณ เขากระโดง’ คอนเฟิร์มไม่มีชื่อเคยถูก‘ป.ป.ช.’ชี้มูล

    ‘โสภณ’งงถูกตั้งฉายา‘โสภณ เขากระโดง’ คอนเฟิร์มไม่มีชื่อเคยถูก‘ป.ป.ช.’ชี้มูล

    วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.42 น.

    ‘โสภณ’งง! ยังไม่ทันทำอะไร แต่ถูกตั้งฉายา‘โสภณ เขากระโดง’ เมินคนโจมตี‘ครม.ปราสาทสายฟ้าคอนเนคชั่น’ ลั่นเลือกเกิดไม่ได้ แต่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าคิดผิด แล้วจะเป็นพระเอก ชี้‘ภูมิใจไทย’ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ต้องยึดทำตามกฎหมาย มั่นใจยุบสภาใน 4 เดือน คู่แก้ปัญหาให้ประชาชน คอนเฟิร์มไม่มีชื่อเคยถูก‘ป.ป.ช.’ชี้มูลแน่นอน ชี้‘ครม.’ชุดนี้ต้องพิสูจน์ด้วยกฎหมาย เผยถนัดงาน‘สังคม-การศึกษา’ พร้อมทุ่มแก้ปัญหายาเสพติด

    21 กันยายน 2568 ที่ จ.ศรีสะเกษ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกต คณะรัฐมนตรี(ครม.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นปราสาทสายฟ้าคอนเนคชั่นว่า ก็มีการหมายถึงว่าเป็นคนบุรีรัมย์ ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย วันนี้พอพูดถึงบุรีรัมย์ จะมีคนอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอคติก็จะพูดว่า คนบุรีรัมย์จะเข้าไปทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่กลุ่มที่รู้ความจริง เหมือนที่คนบุรีรัมย์รู้ว่า อะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้นต้องดูที่การกระทำเหมือนตนที่วันนี้ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย แต่กลับถูกตั้งฉายาว่าโสภณ เขากระโดง

    นายโสภณ กล่าวอีกว่า ตนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เพราะอยู่บุรีรัมย์ ขอถามว่า ที่ตนมีชื่ออยู่ในครม.ชุดนี้ ก็ต้องไปดูว่า สิ่งที่จะทำในอนาคตนั้นจะเหมือนกับคำปรามาสหรือไม่ ต้องมาพิสูจน์กัน ในสังคมนี้พอพูดเรื่องดีก็ไม่เชื่อ แต่พอพูดเรื่องไม่ดีก็เชื่อไว้ก่อนว่าจะทำแบบนั้น จะทำแบบนี้ จึงเป็นจุดอ่อนของสังคมไทย และการใช้โซเชียลมีเดียที่จริงบ้าง เท็จบ้างมาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของคนที่ไม่รู้ความจริง

    “วันนี้ผมก็ต้องพิสูจน์ตัวเอง และไม่ใช่แค่ผมนะ แต่สส.บุรีรัมย์ นักการเมืองของคนบุรีรัมย์ หรือมีชื่อคนบุรีรัมย์เข้าไปเป็นครม. ต้องพิสูจน์ว่า เราไม่ได้เป็นแบบที่พวกเขาคิด ตรงนี้สำคัญเพราะอนาคตของภูมิใจไทย มันไม่ได้อยู่ที่วันนี้อนาคตของภูมิใจไทยอยู่ที่ว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่ทุกคนคาดผิดหมด พวกผมก็เป็นพระเอก” นายโสภณ กล่าว

    นายโสภณ กล่าวต่อว่า เราไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ และภูมิใจไทยไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ จึงต้องเดินตามครรลองของกฎหมาย เพราะเราหวังว่าจะเป็นพรรคการเมือง ที่เป็นสถาบันการเมือง หากพรรคใดไร้อุดมการณ์ ไม่ยึดในสิ่งที่ถูกต้องก็จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา และสส.ทุ่มเทมา สิ่งที่ทำมาก็เป็นประโยชน์กับประชาชน

    เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยเตรียม 4 ขุนพล ที่จะชำแหละนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา นายโสภณ กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร ตนไม่ห่วงเรื่องชำแหละ แต่ห่วงว่า เราจะมีเวลาพอที่จะได้พิสูจน์การทำงานบนพื้นฐานความเป็นจริงหรือไม่เพราะเวลา 4 เดือนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีการทำ MOA และรับปากกับพรรคที่พรรคที่สนับสนุนว่า จะยุบสภาใน 4 เดือน เชื่อว่าทำได้ แต่ในขณะเดียวกันวิกฤตของประเทศบางอย่างรอไม่ได้ และความเป็นรัฐบาลทุกวินาทีต้องทำเพื่อประเทศชาติ ต้องคู่กันไปกับการเดินหน้ายุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม

    นายโสภณ กล่าวถึงภารกิจที่จะรับผิดชอบว่า ตนไม่ถนัดเรื่องเศรษฐกิจ แต่ในเรื่องสังคม การศึกษา และยาเสพติดนั้นถือว่าเป็นงานที่สำคัญ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาของประเทศจริง ๆ ปัญหาเศรษฐกิจทุกวันนี้ หากมองให้ดี ก็เพราะคนเราไม่มีคุณภาพ ติดยา เด็กติดยาไม่เรียนหนังสือ ปัญหานี้ต้องแก้ไขเร่งด่วน ซึ่งตนสามารถทำได้แล้ว ในระยะ2ปีที่ตนเป็น สส.บุรีรัมย์ ได้เร่งแก้ปัญหายาเสพติดใน 6 อำเภอ ร่วมกับพระและภาคเอกชน และเห็นผลสำเร็จ โดยขอท้าสื่อมวลชนและหน่วยงานราชการไปดูที่อำเภอลำปลายมาศ อำเภอคูเมือง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ฯลฯ ซึ่งมีศูนย์บำบัด ติดตาม แยกผู้ป่วย และตนจะพาสื่อไปชม สิ่งที่ตนอยากเห็นคือการพัฒนาด้านการศึกษาและการแก้ปัญหายาเสพติด

    นายโสภณ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 3 ปี เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ครั้งและในตอนนั้นต้องยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สอบ แต่สุดท้ายผลการสอบก็ยกหมด ยืนยันว่าตนไม่มีเรื่องถูกชี้มูลใน ป.ป.ช. ส่วนใน ครม.นี้ จะมีใครถูก ป.ป.ช. ตรวจสอบหรือไม่นั้น ทางนายกฯ ได้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพราะท่านมีอนาคตทางการเมืองอยู่ ตนเชื่อว่านายกฯ มีกำแพงพิงที่จะไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า แม้จะเป็นรัฐบาลแค่ 4 เดือน แต่ก็ไม่ควรนำชีวิตการเมืองไปผูกไว้

    เมื่อถามว่าภาพลักษณ์ของ ครม.จะกระทบรัฐบาลหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ก็ต้องพิสูจน์กันในทางการเมือง นักการเมืองที่อยู่วังวนเคยร่วมงานกัน แต่ในส่วนตัว ความผิดต้องตัดสินด้วยกฎหมาย วันนี้ใครถูกกล่าวหาก็ต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ แม้แต่นายกฯ เอง หากไม่เชื่อกฎหมายแล้ว เราจะอยู่กันอย่างไร และเชื่อว่าใครทำไว้สมัยนี้ไม่สามารถปิดได้ ใครทำอะไรรู้หมด ส่วนฝ่ายค้านจะทำอะไรก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของเขา และหวังว่าสังคมจะให้ความยุติธรรม

    -005

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/915728&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yME9DLiy6DRJf87-cZjQe

  • วาทะเด็ด : 21 กันยายน 2568

    วาทะเด็ด : 21 กันยายน 2568

    วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    “ข้าพเจ้ายังคงมีความเชื่อมั่นว่า “การศึกษา คือรากฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาคนและชาติ” จึงตั้งใจจะอุทิศเวลาและความรู้ความสามารถทั้งหมดต่อจากนี้ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทย สร้างโอกาสที่เท่าเทียม และขับเคลื่อนการเรียนรู้สู่ความยั่งยืนต่อไป”

    คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

    อดีตรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    อดีตรมช.ศึกษาธิการ

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/915671&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wBE-qVdnLnsho27j7GjlW

  • 23 ปีแห่งความต่อเนื่อง SPRC รวมพลังพนักงานและครอบครัว เก็บขยะชายหาดระยองวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล | TOPNEWS

    23 ปีแห่งความต่อเนื่อง SPRC รวมพลังพนักงานและครอบครัว เก็บขยะชายหาดระยองวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 21/09/2025 13:33

    ต้นไม้เก่าแก่

    จีนนำบัลเลต์ A dream of red mansions

    ซีพีตอกย้ำพลังองค์กรแห่งนวัตกรรม วันที่สามงาน “CP Innovation Exposition & Symposium 2025” สุดคึกคัก ไฮไลต์เสวนา “Where Are the Women in Innovation – Why It Matters” ปลุกพลังผู้นำหญิง จุดประกายอนาคตแห่งความเท่าเทียม

    ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ปล่อยปลานักล่า เพิ่มสมดุลให้ระบบนิเวศของแหล่งน้ำ

    กิจกรรมการประกวด TO BE NUMBER ONE DANCERCISE ระดับจังหวัด “TO BE NUMBER ONE DANCERCISE NSN 2025 ครั้งที่ 2”

    จับแล้ว!!! สภ.เมืองเชียงใหม่ ติดตามตามวัยรุ่นพ่นสีสเปรย์ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และ ให้ผู้ก่อเหตุทาสีปรับสภาพดังเดิม

    เปิดโครงการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย “บุญทอดเทียนโฮม” ประจำปี 2568 ที่แม่เปิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1323804&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21XNmR78aI7TRvkjWN5_b3