Category: วัฒนธรรม

  • เช็กดวงประจำวันที่ 21 ก.ย. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต-กันย์ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์ | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 21 ก.ย. 68 ราศีที่ดาวศรีสถิต-กันย์ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์ | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568 ค.ศ. 2025 จันทรคติกาล ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 14 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.07 น.เที่ยงจริง เวลา 12.12 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.15 น. จันทร์ขึ้น เวลา 18.09 น.

    วันนี้ เวลา 00.00-09.30 น. ดาวจันทร์เสวยปุรพผลคุณีนักษัตรฤกษ์ที่ 11 ประกอบด้วยมหัทธโนแห่งฤกษ์ มหัทธโน แปลว่า คหบดี เศรษฐี ผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง เวลา 09.31-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยอุตรผลคุณีนักษัตรฤกษ์ที่ 12 ประกอบด้วยโจโรแห่งฤกษ์ โจโร แปลว่า โจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย วันอาทิตย์-โลกาวินาศตามกาลโยค เวลา 00.00-09.30 น.-ทำการมงคลได้สารพัดตามฤกษ์บนหมวดมหัทธโนฤกษ์ เวลา 09.31-24.00 น.-ห้ามทำการมงคล ทิศที่เป็นมงคล-ทักษิณ (ใต้) ทิศอัปมงคล-อุดร (เหนือ) สีประจำวัน-แดง สีสิริมงคล-เขียวสด สีอัปมงคล-ฟ้า น้ำเงิน ราศีที่ดาวศรีสถิต-กันย์ ราศีที่ดาวกาลีสถิต-สิงห์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย เป็นคนซื่อตรงรักความยุติธรรม สร้างหลักฐานได้เร็ว จะมั่งคั่งด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีความก้าวหน้าทางสังคม มีมิตรสหายมาก มีการศึกษาดี รับผิดชอบสูง รักษาคำพูด คารมคมคาย เจรจาเป็นเลิศ เฉลียวฉลาด ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ ชอบต่อสู้ มักจากถิ่นที่อยู่ไปอยู่ที่อื่น เด็กหญิง จะเป็นคนเจ้าระเบียบ มีความรับผิดชอบสูง ชอบการสมาคมเพื่อนฝูงมาก ติดต่อเจรจาทางการค้าดี คู่ครองช่วยเสริมเรื่องฐานะความเป็นอยู่พูดจริงทำจริง จิตใจสูง มีผู้อุปถัมภ์ ชอบการศึกษา รักศิลปะการตกแต่ง วัยเด็กจะต่อสู้แต่อนาคตจะดี เป็นคนมีเหตุผล

    เกิดวันอาทิตย์ จะได้ร่วมงานในองค์กรการกุศล ได้พบปะสังสรรค์กับผู้คนมากมาย งานที่ทำต้องใช้จินตนาการและการวิเคราะห์เป็นสำคัญ ส่วนท่านที่ยังไม่ได้งานทำก็จะได้งานที่พึงพอใจ ระวังการใช้สมองมากจนเกินไป ควรจะได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ การเจ็บไข้ได้ป่วยทั่วไปจะมีบ้างไม่นานก็จะหาย ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนด้วยดี ปัญหาและอุปสรรคจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคได้

    เกิดวันจันทร์ จะมีงานเร่งด่วนเข้ามาและต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ใหญ่จะได้มอบหมายหน้าที่สำคัญให้ทำ ท่านจะปฏิเสธก็ไม่ได้ จึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ผลงานที่ทำจะเป็นที่นิยมชมชอบของประชาชน มีโอกาสได้ศึกษาวิชาการที่แปลกใหม่ร่วมกับเพศตรงข้าม จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานที่ดี ความรักควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีคนต่างถิ่นเข้ามาคบหาสมาคมด้วย

    เกิดวันอังคาร ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน บริวารจะเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน แต่ควรระมัดระวังเรื่องการคบเพื่อนและคนแปลกหน้า เพราะอาจถูกหลอกลวงทำให้เกิดความเสียหายได้ ท่านจะมีความรับผิดชอบเกี่ยวกับการงานมากขึ้น ด้วยเหตุที่เป็นคนมีสติปัญญา มีความรู้ความสามารถ จึงทำให้ประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงานที่ทำอยู่ได้ไม่ยาก

    เกิดวันพุธ คนที่ยังไม่มีงานทำก็จะได้ทำงานที่ชอบและเหมาะสมกับวุฒิภาวะ เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถพิเศษเฉพาะตัว จะทุ่มเทให้เวลากับการทำงานมากขึ้น จะได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานด้วยดี มีโอกาสเดินทางไกลได้พบปะคนต่างถิ่นต่างแดน ควรนำคนรักไปเปิดเผยในสังคม คนที่มีครอบครัวแล้วก็สามารถครองรักกันได้ด้วยดี เอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย

    เกิดวันพฤหัสบดี จะได้เพื่อนหรือหุ้นส่วนที่ดีไว้คอยให้คำปรึกษาหารือ หากมีรายได้ก็ควรเก็บออมเป็นเงินสดไว้ใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการงานดีกว่าที่จะนำไปลงทุนในห้วงเวลาที่มีการปั่นป่วนทางธุรกิจซึ่งไม่แน่นอน ควรปรับปรุงการงานเดิมให้ดีขึ้นจะดีกว่า ท่านที่ยังไม่มีงานทำจะได้ทำงานที่เหมาะสมกับวุฒิภาวะและความถนัด ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ ลงตัว ความรักสดชื่นแจ่มใส

    เกิดวันศุกร์ จะได้สิ่งของมีค่าจากเพศตรงข้าม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บริวารทำให้ชื่นใจ เป็นโอกาสดีที่ควรพาคนรักเดินทางไปเที่ยวต่างถิ่นต่างแดนพักผ่อนหย่อนใจบ้างก็จะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เงินทองที่มีอยู่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานด้วยดี จะได้ลาภเป็นสิ่งของถูกใจ ได้รับของมีค่าโดยไม่คาดฝัน 

    เกิดวันเสาร์ มีโอกาสได้ร่วมงานสังคมหลายครั้ง ผู้ใหญ่ให้ความเมตตาช่วยเหลืออุปการะ เพื่อนร่วมงานจะให้ความร่วมมือช่วยเหลือชนิดที่ทำทุกอย่างแทนโดยไม่บิดพลิ้วหรือต้องการสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งการเจรจาติดต่อทางธุรกิจก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี ระวังจะเกิดศัตรูจากสาเหตุเล็กน้อย มีรายได้เข้ามาหลายทาง ทำให้มีกำลังทางการเงินสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5129878/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zCR4OGCGJ6lPFh3JI4ofM

  • นิด้าโพล หนุน “อภิสิทธิ์” เป็น หัวหน้าปชป. ตามด้วย “ชวน”  

    นิด้าโพล หนุน “อภิสิทธิ์” เป็น หัวหน้าปชป. ตามด้วย “ชวน”  


    “นิด้าโพล” เผย 32.90% หนุน “อภิสิทธิ์”เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป ตามด้วย “ชวน”  แต่ 37.58% ยังไม่แน่ใจ จะเลือก ปชป.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ประชาธิปัตย์ ผลัดใบอีกแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเลือกผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ที่ประชาชนต้องการในการเลือกตั้งครั้งหน้า การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนต้องการให้เป็นผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 32.90 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองลงมา ร้อยละ 18.09 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 16.72 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ ร้อยละ 9.24 ระบุว่า ใครก็ได้ในพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.17 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (ดร.เอ้) ร้อยละ 4.20 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช ร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็น นางวทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) ร้อยละ 2.21 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ร้อยละ 1.45 ระบุว่าเป็น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ร้อยละ 1.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชร้อยละ 0.84 ระบุว่าเป็น นายเดชอิศม์ ขาวทอง และร้อยละ 0.53 ระบุว่าเป็น นายชัยชนะ เดชเดโช

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวโน้มที่ประชาชนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากพรรคประชาธิปัตย์เลือกผู้นำตามที่ประชาชนแนะนำ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.58 ระบุว่า ไม่แน่ใจ รองลงมา ร้อยละ 35.75 ระบุว่า เลือกแน่นอน และร้อยละ 26.67 ระบุว่า ไม่เลือกแน่นอน

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.95 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.21 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.84 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 33.59 สถานภาพโสด ร้อยละ 64.96 สมรส และร้อยละ 1.45 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.38 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 15.73 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 34.96 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.14 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 32.52 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.27 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 10.69 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.86 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.15 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 10.07 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.19 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.08 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.96 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 19.93 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 14.50 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 33.05 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 11.91 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.04 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท และร้อยละ 6.34 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/35631&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bdD4yeTFzzGJkSFjsnEmZ

  • โรงเรียนอินเตอร์ฯดีมานด์พุ่ง “เวลล์ส” เล็งทุ่มพันล้าน ปักหมุดเมืองใหญ่

    โรงเรียนอินเตอร์ฯดีมานด์พุ่ง “เวลล์ส” เล็งทุ่มพันล้าน ปักหมุดเมืองใหญ่

    โรงเรียนอินเตอร์ฯดีมานด์พุ่ง “เวลล์ส” เล็งทุ่มพันล้าน ปักหมุดเมืองใหญ่

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดโรงเรียนนานาชาติมีมูลค่ารวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 13% จากจำนวนนักเรียนและโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเล่าเรียนที่มีการปรับตัวสูงขึ้น และยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปสู่พื้นที่ภายนอกกรุงเทพฯ มากขึ้น

    เนื่องจากข้อจำกัดในด้านพื้นที่ของเมืองหลวง และความหนาแน่นของจำนวนโรงเรียนนานาชาติในปัจจุบันส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้น

    สอดรับกับข้อมูลของ ดร.เย่าล่างจาง ประธานกรรมการ โรงเรียนนานาชาติเวลล์ส เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับความนิยมจากผู้ปกครองที่มองหาการศึกษาคุณภาพสูงและสามารถแข่งขันในระดับโลกได้ ส่งผลโรงเรียนในประเทศไทยที่นำเสนอหลักสูตรนานาชาติได้รับความสนใจจากครอบครัวที่มีรายได้สูง รวมถึงนักเรียนต่างชาติที่ต้องการการศึกษาภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่

    อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากจำนวนโรงเรียนที่เปิดใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากหลักสูตรอเมริกัน อังกฤษ และหลักสูตรนานาชาติอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองมีทางเลือกมากขึ้น หลายโรงเรียนในปัจจุบันมองหาโอกาสในการขยายสาขาไปยังจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการเติบโตของกลุ่มครอบครัวชั้นกลางที่สนใจศึกษาในรร.นานาชาติ เช่น ชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่

    นอกจากนี้การรับรองมาตรฐานจากองค์กรการศึกษานานาชาติและกระทรวงศึกษาธิการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองเพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด โรงเรียนต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีการเรียนการสอนที่ทันสมัยมาใช้ และต้องมีหลักสูตรที่สามารถดึงดูดผู้ปกครองและนักเรียนในยุคดิจิทัล

    ดร.เย่าล่างจาง

    โรงเรียนนานาชาติเวลล์ส จึงมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยพิจารณาพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น เชียงใหม่และภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตของกลุ่มครอบครัวชั้นกลางที่สนใจการศึกษานานาชาติ โดยเบื้องต้นจะใช้งบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดินและการก่อสร้างด้วย

    ดร.เย่า ล่างจาง เล่าว่า โรงเรียนนานาชาติเวลล์สก่อตั้งมา 27 ปี ปัจจุบันมี 4 สาขาในประเทศไทย ได้แก่ 1.สาขาทองหล่อ สอนระดับก่อนประถมศึกษา 2.สาขาอ่อนนุช สอนระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย 3.สาขาบางนา สอนระดับก่อนประถมศึกษาถึงประถมศึกษา และ 4. สาขาชลบุรี ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด สอนระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย มีนักเรียนเกือบ 2,000 คน

    โรงเรียนอินเตอร์ฯดีมานด์พุ่ง “เวลล์ส” เล็งทุ่มพันล้าน ปักหมุดเมืองใหญ่

    โดยมีนักเรียนไทย 30% และนักเรียนต่างชาติประมาณ 70% ซึ่งรวมมากกว่า 30 สัญชาติ ส่วนบุคลากรของโรงเรียนมีจำนวนราว 300 คน โดยครูส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน รวมถึงออสเตรเลียและอังกฤษโดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรนานาชาติ

    ทั้งนี้การเรียนการสอนในโรงเรียนนานาชาติเวลส์ เป็นการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Pathway) โดยใช้หลักสูตรอเมริกันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลร่วมกับหลักสูตร Advanced Placement Program (AP) และ IB Diploma ให้นักเรียนได้เลือกเรียน

    โรงเรียนอินเตอร์ฯดีมานด์พุ่ง “เวลล์ส” เล็งทุ่มพันล้าน ปักหมุดเมืองใหญ่

    และเตรียมความพร้อมนักเรียนสำหรับการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก อย่าง UC Berkeley, Caltech, Cornell และ King’s College London ฯลฯ เน้นเสริมสร้างการคิดเชิงวิพากษ์ การรับรู้ระดับสากล และทักษะเชิงปฏิบัติ เสริมด้วยการฝึกงาน การบริการชุมชน และโอกาสการศึกษาระหว่างประเทศ

    “โรงเรียนนานาชาติเวลส์ มุ่งเน้นการพัฒนาแบบองค์รวม โดยไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับวิชาการ แต่ยังเสริมสร้างทักษะชีวิต ความรับผิดชอบ และคุณธรรม ผ่านการใช้หลักสูตรอเมริกันผสานกับวัฒนธรรมไทย เช่น กิจกรรมลอยกระทงและสงกรานต์ เพื่อให้นักเรียนต่างชาติได้เรียนรู้และเคารพวัฒนธรรมไทย พร้อมการเคารพธงชาติไทยในทุกเช้าด้วย” 

    หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,132 วันที่ 18 – 20 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/marketing/639290&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zDH4-4S1cRpzrqMG8H2Aa

  • ด่วน!คุรุสภาชวนศึกษากฏหมายมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย 2568

    ด่วน!คุรุสภาชวนศึกษากฏหมายมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย 2568

    การศึกษา

    19 ก.ย. 2025 เวลา 11:40 น.

    “อมลวรรณ” เผยข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว ชวนสถาบันการศึกษา ครู และผู้เกี่ยวข้องศึกษากฏหมายฉบับนี้อย่างละเอียด เพื่อนำไปปฎิบัติได้ถูกต้อง

    ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่องข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. 2568 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งการจัดทำข้อบังคับคุรุสภาฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูในระดับปฐมวัย มีสมรรถนะทางวิชาชีพที่ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบัน โดยกำหนดให้ครูปฐมวัยต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาหรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง และมีมาตรฐาน 3 ด้าน คือ 1.มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ 2.มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ 3.มาตรฐานการปฏิบัติตน  

    ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวอีกว่า ในส่วนแรกด้านมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ กำหนดให้ครูปฐมวัยต้องมีความรอบรู้และเข้าใจ ธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองเด็ก การเจริญเติบโต พัฒนาการด้านตัวตนและแบบองค์รวมตามช่วงวัย มีความรู้ด้านศาสตร์การสอน พัฒนาหลักสูตรสอดคล้องกับบริบทของครอบครัว ชุมชน และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย มีการประเมินเพื่อวางแผน ส่งเสริม พัฒนาการและการเรียนรู้ มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สร้างความสัมพันธ์ของระบบนิเวศรอบตัวที่เกี่ยวข้อง ทั้งครอบครัว โรงเรียน หน่วยงานสาธารณสุข ชุมชน สื่อ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม และกฎหมาย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    แกะกล่อง 3 หลักสูตรใหม่ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปั้นแพทย์ยุคใหม่

    ‘อมลวรรณ’ กำชับใช้ข้อบังคับคุรุสภาสะสางคดีผู้ประกอบวิชาชีพให้รวดเร็ว

    แนะศึกษากฎหมายมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

    รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย และจะต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ได้แก่ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียน และการปฏิบัติการสอนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ 

    ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรฐานการปฏิบัติงานนั้นกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยต้องปฏิบัติหน้าที่ครู จัดประสบการณ์การเรียนรู้ และมีความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน ประกอบด้วย การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องด้านความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีจิตวิญญาณและคุณลักษณะที่ดีของความเป็นครูปฐมวัย สร้างสัมพันธภาพที่ดี ปฏิบัติต่อเด็กปฐมวัยอย่างให้เกียรติ ใช้ความรู้ในการวางแผน พัฒนาและประเมินอย่างเหมาะสม

    ออกแบบ วางแผนอย่างสร้างสรรค์ บูรณาการที่สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย จัดสื่อ สภาพแวดล้อมทางกายภาพและทางสังคม ทั้งในและนอกห้องเรียนที่เหมาะสม รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ปัญหาด้านพัฒนาการโดยใช้วิธีการสื่อสารเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ส่วนสุดท้ายคือมาตรฐานการปฏิบัติตนที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยจะต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ 

    ด่วน!คุรุสภาชวนศึกษากฏหมายมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย 2568

    ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. 2568 

    เลขาธิการคุรุสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายฉบับนี้ได้รับการผลักดันจากคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพให้มีผลใช้บังคับ ซึ่งได้มีการกำหนดบทเฉพาะกาลที่สำคัญ เช่น ข้อบังคับนี้จะไม่กระทบสิทธิและหน้าที่ของผู้ได้รับและผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่ใช้มาตรฐานวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ส่วนผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาหรือเทียบเท่าที่คุรุสภารับรองตามมาตรฐานวิชาชีพ ตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพฯ สามารถใช้คุณวุฒิดังกล่าวในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ตามที่กำหนดในข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ฯ

    นอกจากนี้ให้สถาบันที่ยังปรับปรุงหลักสูตรไม่แล้วเสร็จตามข้อบังคับนี้ยังคงใช้หลักสูตรตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปพลางก่อน แต่ต้องไม่เกิน 3 ปี หลังจากวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ(ภายในวันที่ 21 ส.ค. 2571) เป็นต้น สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงขอเชิญชวนสถาบันการศึกษา ครูและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมาศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ของกฎหมายฉบับนี้ และเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครูสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง หากมีข้อสงสัยสามารถขอคำแนะนำได้ที่สำนักมาตรฐานวิชาชีพ กลุ่มมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ โทร.0-2280 -0048 เพื่อร่วมกันพัฒนาให้ครูปฐมวัยมีมาตรฐานที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของสังคมต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/education/1199503&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xDvTPFm6UsOIdIm2KGNFI

  • ‘รมว.นฤมล’ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

    ‘รมว.นฤมล’ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ

    เมื่อวันที่ 20 ก.ย.68 ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระกุศลแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ และถวายผ้าป่าเพื่อการศึกษาพระภิกษุสามเณรวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม จำนวน 21 ทุน ได้แก่ พระเปรียญธรรม จำนวน 6 ทุน โรงเรียนมัยมวัดเบญจมบพิตร จำนวน 5 ทุน โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร จำนวน 5 ทุน และโรงเรียนพญาไท จำนวน 5 ทุน.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/864999/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sgWC-1WlJpAsHP0JLfV5h

  • มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทำบุญสืบชะตา เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัย

    มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ทำบุญสืบชะตา เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัย

    เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จัดพิธีทำบุญสืบชะตา เนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 25 ปี ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี โดยมี อาจารย์ณรงค์ ชวสินธุ์ อธิการบดี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย อาจารย์ชฎิลรัตน์ อัศววิวัฒน์พงศ์ รองอธิการบดี คณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    พิธีในครั้งนี้สะท้อนถึงความภาคภูมิใจและเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัย “การให้เป็นความสุขที่แท้จริง การสร้างและการพัฒนาใด เสมอด้วยการให้การศึกษาไม่มี”

    ในโอกาสเดียวกัน มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ขอขอบคุณ คุณสวัสดิ์ เจริญสุข ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิส่งเสริมปุงเถ่ากง เชียงใหม่ และ บริษัท เชียงใหม่สุขสวัสดิ์ จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 200,000 บาท เพื่อสนับสนุนการศึกษา

    พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยยังได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษา จำนวน 99 ทุน รวมมูลค่า 2,397,871.50 บาท เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัย

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมีซุ้มอาหารและเครื่องดื่มบริการฟรีจากบุคลากรของมหาวิทยาลัย ชมรม NCU Healthy Club และ ชมรม NCU Camping and Volunteer Club

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3773243/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dMB7oSMzmjrVdkg6IIQC0

  • Longevity สุขภาพยั่งยืน ความท้าทายสังคมสูงวัย

    Longevity สุขภาพยั่งยืน ความท้าทายสังคมสูงวัย

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-187&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QklKz0PoW-6hePQUu8M-w

  • เขย่าวงการเทค! ทรัมป์จ่อเซ็นคำสั่ง ‘รีดค่าธรรมเนียม’ วีซ่า H-1B หัวละ 1 แสนเหรียญ

    เขย่าวงการเทค! ทรัมป์จ่อเซ็นคำสั่ง ‘รีดค่าธรรมเนียม’ วีซ่า H-1B หัวละ 1 แสนเหรียญ

    By

    กันยายน 20, 2025

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เตรียมที่จะลงนามในประกาศสำคัญในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะกำหนดให้มีการเก็บค่าธรรมเนียมใหม่สำหรับผู้สมัครวีซ่า H-1B สูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องโครงการวีซ่าที่เป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง

    วีซ่า H-1B คืออะไร?

    วีซ่า H-1B คือวีซ่าทำงานชั่วคราวประเภทหนึ่งของสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้นายจ้างในอเมริกาสามารถจ้างแรงงานต่างชาติที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงเข้ามาทำงานได้ โดยตำแหน่งงานเหล่านี้มักจะต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปเป็นอย่างน้อย

    วีซ่าประเภทนี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี, การเงิน, วิศวกรรม และการแพทย์ ซึ่งบริษัทต่างๆ มักจะใช้เป็นช่องทางในการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลกเข้ามาทำงาน ในแต่ละปี รัฐบาลสหรัฐฯ จะกำหนดโควต้าจำนวนวีซ่า H-1B ที่จะออกให้ ซึ่งจำนวนผู้สมัครมักจะสูงกว่าโควต้าหลายเท่าตัว ทำให้ต้องมีการ “จับสลาก” (Lottery) เพื่อคัดเลือกผู้โชคดีที่จะได้รับสิทธิ์ในการยื่นขอวีซ่าต่อไป

    มาตรการสุดโหด จ่ายแสนเหรียญ หรืออดเข้าประเทศ

    รายงานจาก Bloomberg ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ระบุว่า ประกาศดังกล่าวจะจำกัดการเข้าประเทศภายใต้ระบบ H-1B เว้นแต่นายจ้างจะยอมจ่ายค่าธรรมเนียมใหม่นี้ โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าวีซ่าประเภทนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการผลักดันให้ชาวอเมริกันต้องตกงาน

    นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังจะสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเริ่มแก้ไขกฎเกณฑ์เกี่ยวกับค่าจ้าง (Prevailing Wage) เพื่อทำให้บริษัทต่างๆ ใช้แรงงานต่างชาติเพื่อกดค่าจ้างของคนในประเทศได้ยากขึ้น

    เบื้องหลังคำสั่ง ‘ความมั่นคงของชาติ’ และการปกป้องอาชีพ

    ทำเนียบขาวอ้างว่า พนักงานชาวอเมริกันกำลังถูกแทนที่ด้วยแรงงานต่างชาติที่มีค่าจ้างต่ำกว่า และเรียกแนวโน้มดังกล่าวว่าเป็น “ข้อกังวลด้านความมั่นคงของชาติ”

    รัฐบาลให้เหตุผลว่า แนวโน้มนี้กำลังกดค่าจ้างและทำให้ชาวอเมริกันหมดกำลังใจที่จะประกอบอาชีพในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

    ที่มา: times

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2025/09/20/trump-to-impose-100k-fee-on-h1b-visa-applications/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jTzrc2vwO6bszoRKm9pLn