Category: วัฒนธรรม

  • 3 นักวิทย์คว้าโนเบลเคมี 2025 จากการศึกษา โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์

    3 นักวิทย์คว้าโนเบลเคมี 2025 จากการศึกษา โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์

    3 นักวิทยาศาสตร์คว้ารางวัลโนเบลสาขาเคมี 2025 จากการศึกษาและพัฒนา โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์ ซึ่งอาจนำไปสู่การดูดก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศโลกในอนาคตได้

    เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2568 คณะกรรมการโนเบล ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2025 ให้แก่ ดร.ซูซูมุ คิตางาวะ, ดร.ริชาร์ด ร็อบสัน และ ดร. โอมาร์ เอ็ม. ยากี จากการพัฒนาโครงสร้างโมเลกุลใหม่ที่สามารถดักจับก๊าซในปริมาณมหาศาลไว้ภายใน ซึ่งอาจเป็นการปูทางไปสู่การดูดซับก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศ หรือเก็บเกี่ยวความชื้นจากสภาพแวดล้อมที่เป็นทะเลทรายได้

    ไฮเนอร์ ลิงค์เค ประธานคณะกรรมการผู้มอบรางวัล ได้เปรียบเทียบโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งเรียกกันว่า “โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์” (metal-organic framework – MOF) ว่าเปรียบเหมือนกระเป๋าถือวิเศษไร้ก้นในภาพยนตร์ซีรีส์ “แฮร์รี่ พอตเตอร์” หรือกระเป๋าพรมวิเศษของแมรี่ ป๊อปปิ้นส์ ที่ภายนอกดูเล็ก แต่จุสิ่งของได้มากอย่างน่าประหลาดใจ

    อนึ่ง ดร.ร็อบสัน วัย 88 ปี สังกัดอยู่กับมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นในออสเตรเลีย ส่วน ดร.คิตางาวะ วัย 74 ปี อยู่กับมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ ดร.ยากี วัย 60 ปี สังกัดอยู่กับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

    นักวิทยาศาสตร์ทั้ง 3 คนทำงานแยกกัน แต่ก็ต่อยอดความก้าวหน้าของกันและกันมาตลอดหลายทศวรรษ โดยเริ่มจากผลงานของร็อบสันในช่วงทศวรรษ 1980

    พวกเขาสามารถออกแบบโครงสร้างอะตอมที่เสถียรซึ่งคงไว้ซึ่ง “ช่องว่าง” ที่มีขนาดเฉพาะเจาะจง ทำให้ก๊าซหรือของเหลวสามารถไหลเข้าและออกได้ โดยโครงสร้างเหล่านี้เปรียบเสมือนฟองน้ำประสิทธิภาพสูงซึ่งสามารถกักเก็บน้ำได้เป็นจำนวนมาก

    คณะกรรมการโนเบลเผยโมเดลโครงข่ายโลหะ-อินทรีย์จำลอง
    คณะกรรมการโนเบลเผยโมเดลโครงข่ายโลหะ-อินทรีย์จำลอง

    ช่องว่างดังกล่าวสามารถปรับแต่งให้เข้ากับขนาดของโมเลกุลจำเพาะที่นักวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรต้องการกักเก็บไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็น น้ำ, คาร์บอนไดออกไซด์ หรือมีเทน

    นายคิม เจลฟ์ส นักเคมีเชิงคำนวณจาก ราชวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า “การควบคุมในระดับนั้นค่อนข้างหาได้ยากในทางเคมี” และ “มันมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงสำหรับการกักเก็บก๊าซ”

    โครงสร้างในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยนี้ ซึ่งเป็นการรวมจุดโลหะ (metal nodes) และแท่งอินทรีย์ (organic rods) เข้าด้วยกัน คล้ายกับชิ้นส่วนตัวต่อที่สามารถสับเปลี่ยนกันได้ในของเล่นอย่าง Tinker Toys จะสร้างช่องว่างที่มีการจัดระเบียบจำนวนมากและมีพื้นที่ผิวภายในที่มหาศาล

    นายเจลฟ์ส ยกตัวอย่างว่า โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์เพียงไม่กี่กรัมอาจมีพื้นที่ผิวมากเท่ากับสนามฟุตบอล ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาใช้เพื่อขังโมเลกุลของก๊าซไว้กับที่ได้

    ขณะที่นาง โดโรธี ฟิลลิปส์ ประธานสมาคมเคมีอเมริกันกล่าวว่า “หากคุณสามารถกักเก็บก๊าซพิษได้ ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลกได้”

    ทั้งนี้ ในปัจจุบัน นักวิจัยทั่วโลกกำลังสำรวจความเป็นไปได้ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการใช้โครงข่ายโลหะ-อินทรีย์เพื่อกำจัดก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศและมลพิษจากแหล่งอุตสาหกรรม ตลอดจนการเก็บเกี่ยวความชื้นจากอากาศในทะเลทราย ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดหาน้ำดื่มสะอาดในพื้นที่แห้งแล้งได้

    นักวิทยาศาสตร์ยังกำลังสำรวจการใช้วัสดุเหล่านี้สำหรับการนำส่งยาเข้าสู่ร่างกายแบบเจาะจงเป้าหมาย (targeted drug delivery) อีกด้วย

    คณะกรรมการโนเบลยังระบุถึงศักยภาพในการใช้โครงข่ายนี้เพื่อแยกสารเคมีที่คงอยู่ตลอดไป (forever chemicals) ออกจากน้ำ เช่น สารเพอร์ฟลูออโรอัลคิลและโพลีฟลูออโรอัลคิล หรือ PFAS เป็นกลุ่มสารเคมีที่มีมานานหลายทศวรรษและได้แพร่กระจายไปในอากาศ น้ำ และดินแล้ว

    ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

    ที่มา : apnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2887970&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NUY00GzijbrrTd_qMRIKm

  • ผู้นำสหราชอาณาจักรเยือนอินเดีย สร้างความสัมพันธ์การค้า-ธุรกิจ

    ผู้นำสหราชอาณาจักรเยือนอินเดีย สร้างความสัมพันธ์การค้า-ธุรกิจ

    ผู้นำสหราชอาณาจักรเยือนอินเดีย สร้างความสัมพันธ์การค้า-ธุรกิจ

    08 ตุลาคม 2568, 14:30น.

              กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของสหราชอาณาจักรอยู่ระหว่างการเยือนอินเดียเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำประเทศ ระหว่าง 8-9 ต.ค.นี้ โดยนำคณะผู้แทนทางการค้ากว่า 125 คน รวมผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทโทรคมนาคม  บีพี, บริษัทผลิตเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ และสายการบินบริติช แอร์เวย์ พร้อมผู้นำด้านการศึกษาและวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีในช่วงที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียเยือนสหราชอาณาจักรในเดือนก.ค.

              ข้อตกลงดังกล่าว จะช่วยลดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าหลักๆเช่น สิ่งทอ วิสกี้และรถยนต์ สร้างโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ๆ คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอีก 25,500 ล้านปอนด์ภายในปี 2583 จากปัจจุบันอยู่ที่ 42,600 ล้านปอนด์ ทั้งนี้ นายสตาร์เมอร์จะประชุมทวิภาคีกับนายโมดีในวันพรุ่งนี้(9 ต.ค.) โดยผู้นำทั้งสองให้คำมั่นจะเสนอให้รัฐสภาลงมติรับรองข้อตกลง ก่อนประกาศใช้บังคับในปีหน้า(2569)

             การเยือนครั้งนี้ เน้นการสร้าง Vision 2035 ซึ่งเป็นแผน 10 ปี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านเทคโนโลยี เงินดิจิทัล(ฟินเทค) การศึกษา สุขภาพ พลังงานสะอาดและความมั่นคง โดยนายสตาร์เมอร์และนายโมดีจะร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Global Fintech Fest ครั้งที่ 6 ที่นครมุมไบ และหารือกับผู้นำธุรกิจ เพื่อเร่งรัดการลงทุน เช่น การตั้งศูนย์ AI และความร่วมมือในด้านการสำรวจแร่หายาก

    #ผู้นำสหราชอาณาจักร

    #เยือนอินเดีย

    #ความสัมพันธ์การค้า

    ที่มา: reuters

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/155328&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sctYlD197gJB-b-FGTHDR

  • ลุยฟ้องคดีแพ่ง ศรีสวัสดิ์คิดดอกเบี้ยโหด ปกป้องสิทธิผู้กู้ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ลุยฟ้องคดีแพ่ง ศรีสวัสดิ์คิดดอกเบี้ยโหด ปกป้องสิทธิผู้กู้ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    สภาผู้บริโภค เดินหน้าฟ้องร้อง ศรีสวัสดิ์คิดดอกเบี้ยโหด ทำนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเพื่อเลี่ยงดอกเบี้ยที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เอาเปรียบผู้บริโภคทำสัญญาเงินกู้ ให้เซ็นเอกสารในกระดาษเปล่า เร่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย จัดทำสัญญาที่เป็นธรรม

    วันที่ 8 ตุลาคม 2568 สภาผู้บริโภคได้ร่วมเป็นตัวแทนของผู้บริโภค ในการดำเนินการยื่นฟ้อง บริษัท ศรีสวัสดิ์ และบริษัทในเครือ ต่อศาลแพ่ง รัชดา เนื่องจากมีการทำนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเพื่อเลี่ยงดอกเบี้ยที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จัดทำสัญญาขึ้นใหม่ขัดกับเจตนาเดิมของผู้บริโภคเพื่ออำพรางสัญญากู้ยืม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากว่าผู้บริโภคได้รับผลกระทบและถูกเอาเปรียบในการทำสัญญาหลายด้าน

    นันณภัชสรณ์ เตชปัญญาพิพัฒน์ ทนายความซึ่งรับผิดชอบคดีเกี่ยวกับเงินกู้ศรีสวัสดิ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของสภาผู้บริโภค พบว่าบริษัท ศรีสวัสดิ์คิดดอกเบี้ยโหด และบริษัทในเครือ มีการทำนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเงิน มุ่งจุดประสงค์ให้ได้ดอกเบี้ยหรือค่าบริการอื่น ๆ ให้ได้มากที่สุด ทั้งคิดดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด รวมถึงการให้ลงลายมือชื่อบนกระดาษเปล่าโดยไม่แจ้งรายละเอียดแห่งสัญญากู้ ทำให้ถูกเก็บเงินค่าธรรมเนียมค่าบริการและอื่น ๆ โดยไม่แจ้งให้ผู้บริโภคทราบขณะทำสัญญา พร้อมส่งมอบเงินกู้ไม่ครบถ้วนโดยไม่แจ้งรายละเอียด อีกทั้งยังไม่ส่งมอบสัญญากู้ฉบับตัวจริง ตารางแสดงภาระหนี้สิน และใบเสร็จหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นหลักฐานและเพื่อการตรวจสอบ สำหรับพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิและได้รับผลกระทบทางการเงินที่ต้องรับภาระมากขึ้น มีผลเสียทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถชำระหนี้ต่อไป จึงเกิดผิดสัญญาเงินกู้ตามมา

    ทั้งนี้ภายหลังการตรวจสอบของสภาผู้บริโภคจึงได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับบริษัทศรีสวัสดิ์และบริษัทในเครือรวม 6 บริษัทประกอบด้วย บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2022 จํากัด และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหไทย โดยการฟ้องร้องครั้งนี้มีสาระสำคัญใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การละเมิดสิทธิผู้บริโภค การผิดสัญญาการให้บริการ และการเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ

    ขณะเดียวกันสภาผู้บริโภคได้ขอให้ศาลมีแนวทางปกป้องและคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคหลายด้าน ทั้งการขอให้เพิกถอนสิทธิในการรับหลักประกันทางธุรกิจและสิทธิในการบังคับหลักประกันของบริษัทในเครือศรีสวัสดิ์จำนวน 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) และบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2022 จํากัด เพื่อให้มีหลักฐานส่งต่อเรื่องให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าดำเนินการเพิกถอนสิทธิดังกล่าวต่อไป มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้บริษัทศรีสวัสดิ์และบริษัทในเครือทั้ง 4 แห่ง สามารถรับหลักประกันทางธุรกิจเพิ่มเติมจากผู้บริโภคในการทำสัญญาเงินกู้ต่อไปอีกในอนาคต

    ประการต่อมาได้เรียกร้องให้มีการคืนเงินดอกเบี้ยที่เกินกว่ากฎหมายกำหนดให้กับผู้บริโภคที่ได้ชำระเงินไปแล้ว พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำวินิจฉัยกำหนดแนวทางการชำระหนี้ที่เป็นธรรม โดยให้คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับผู้บริโภคที่ยังคงค้างชำระ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานในการคุ้มครองประชาชนทั่วประเทศ และให้เป็นกรณีตัวอย่างไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจลักษณะเดียวกันดำเนินการเอาเปรียบผู้บริโภคในรูปแบบเดิมอีกต่อไป

    นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้บริษัทศรีสวัสดิ์และในเครือทั้ง 6 บริษัท ชำระค่าเสียหายแก่ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท พร้อมทั้งขอให้ศาลกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษเพื่อยับยั้งมิให้เกิดการกระทำเช่นนี้ซ้ำขึ้นในอนาคต รวมถึงได้ยื่นฟ้องในข้อหาละเมิดสิทธิสำหรับผู้บริโภคที่เคยถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม โดยเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 20,000 บาท

    นันณภัชสรณ์ กล่าวต่อว่า พฤติกรรมของศรีสวัสดิ์เข้าข่ายละเมิดกฎหมายหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562  พระราชบัญญัติว่าด้วยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติทวงถามหนี้ พ.ศ.2548 พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ ตลอดจนบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประกาศคณะปฏิวัติ ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศกระทรวงการคลัง ประกาศว่าด้วยคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา พ.ศ.2565 และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเพื่อผู้บริโภคของสถาบันการเงินเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา (ฉบับที่2) และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2565 เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงความผิดซ้ำซ้อนและการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในหลายด้าน

    สำหรับวัตถุประสงค์ในการฟ้องร้องครั้งนี้ จึงไม่ได้ต้องการช่วยเหลือผู้กู้บางรายเท่านั้น แต่เป็นการปกป้องสิทธิของคนไทยทุกคนในการเข้าถึงสัญญาที่เป็นธรรม และทำให้ประชาชนทุกคนต้องไม่ถูกเอาเปรียบจากธุรกิจการเงินที่ไม่โปร่งใส รวมถึงการใช้กรณีนี้เป็นต้นแบบสำคัญในการปกป้องสิทธิของประชาชนที่ทำสัญญากับบริษัทศรีสวัสดิ์และบริษัทในเครือด้วยเช่นกัน

    อีกทั้งการดำเนินคดีครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมที่ผู้บริโภคต้องเผชิญในระบบสินเชื่อเงินกู้ของไทย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่จำเป็นต้องพึ่งพาการกู้ยืม ซึ่งหากปล่อยให้บริษัทเอกชนใช้อำนาจโดยไม่มีกลไกควบคุมจะยิ่งสร้างผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง

    ทั้งนี้สภาผู้บริโภคจะเดินหน้าทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานให้ได้รับความเป็นธรรม และสร้างมาตรฐานใหม่ในระบบการเงินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ต่อไป อย่างไรก็ตามการฟ้องร้องศรีสวัสดิ์ในครั้งนี้ มาจากการที่สภาผู้บริโภคได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค ที่ได้รับความเสียหายจากการทำสัญญาเงินกู้ จึงนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีตามมา

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/srisawad-high-interest/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nFUjaz0CHTTflcdmbRhGS

  • “ปลาอายุยืน” คนญี่ปุ่นนิยมกิน เสี่ยงตายต่ำลง ทะเลไทยหาง่าย ราคาถูก แต่ยังโดนมองข้าม!

    “ปลาอายุยืน” คนญี่ปุ่นนิยมกิน เสี่ยงตายต่ำลง ทะเลไทยหาง่าย ราคาถูก แต่ยังโดนมองข้าม!

    “ปลาขนาดเล็ก” เคล็ดลับอายุยืนของคนญี่ปุ่น ที่คนไทยมองข้าม ทะเลบ้านเราก็มี!

    หลายคนอาจไม่คาดคิดว่า “ปลาขนาดเล็ก” ซึ่งพบได้ทั่วไปในทะเลไทย จะเป็นหนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยเสริมอายุยืน และยังเป็นเมนูโปรดของชาวญี่ปุ่นมายาวนาน

    นิสัยการกินปลาตั้งแต่เด็ก จุดเริ่มต้นของการวิจัยอายุยืน

    ศาสตราจารย์ร่วม ชินัตสึ คาสาฮาระ (Chinatsu Kasahara) จากมหาวิทยาลัยนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Health ว่าชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานปลาขนาดเล็กเป็นอย่างมาก และเธอเองก็กินปลาประเภทนี้มาตั้งแต่เด็ก โดยยังคงส่งต่อพฤติกรรมการกินนี้ให้กับลูกๆ ของเธอด้วย

    พฤติกรรมที่ดูเรียบง่ายนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการศึกษาขนาดใหญ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคปลาขนาดเล็กกับอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

    กินปลาขนาดเล็กเป็นประจำ เสี่ยงตายต่ำลง

    ในการวิจัยร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์คาสาฮาระได้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชาวญี่ปุ่นจำนวน 80,802 คน อายุระหว่าง 35–69 ปี แบ่งเป็นชาย 34,555 คน และหญิง 46,247 คน โดยใช้แบบสอบถามความถี่ในการบริโภคอาหาร เน้นที่ปลาขนาดเล็ก เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาอินทรีย์เล็ก ปลาแคปเปลิน และปลากะตัก

    ตลอดระยะเวลา 9 ปี มีผู้เสียชีวิตรวม 2,482 คน โดย 1,495 คนเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่กินปลาขนาดเล็กเป็นประจำมีความเสี่ยงเสียชีวิตน้อยลง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง

    ผู้หญิงที่กินปลาเล็ก มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า

    เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่แทบไม่กินปลาเล็กเลย พบว่า

    • ผู้หญิงที่กินปลาเล็ก 1–3 ครั้งต่อเดือน ลดความเสี่ยงเสียชีวิตลง 32%
    • ผู้ที่กิน 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดลง 28%
    • และผู้ที่กินมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดลงถึง 31%

    นอกจากนี้ ความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งก็ลดลงเช่นกัน โดยอยู่ในช่วง 28%–36% ตามความถี่ของการบริโภค

    แนวโน้มเดียวกันในผู้ชาย แต่ผลน้อยกว่า

    ผลการศึกษาในกลุ่มผู้ชายแสดงแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน แต่ความชัดเจนน้อยกว่า นักวิจัยให้เหตุผลว่าอาจเกิดจากจำนวนผู้ชายในกลุ่มทดลองที่น้อยกว่า รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น พฤติกรรมการกิน หรือชนิดของโรคมะเร็งที่ยังไม่ได้แยกวิเคราะห์โดยละเอียด

    ปลาขนาดเล็ก: เล็กแต่คุณค่ามหาศาล

    ในประเทศไทย ปลาขนาดเล็กอย่างปลาซาร์ดีนหรือปลากะตักมีวางขายทั่วไปในราคาย่อมเยา จุดเด่นของปลาประเภทนี้คือให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากสามารถบริโภคได้ทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นหัว กระดูก หรือเครื่องใน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นแหล่งของแคลเซียม วิตามินดี และวิตามินเอ

    ปลากะตักและปลาซาร์ดีนยังอุดมไปด้วยโอเมกา-3 โปรตีน และแร่ธาตุที่สำคัญ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูก เสริมภูมิคุ้มกัน ดูแลระบบหัวใจ กล้ามเนื้อ และกระบวนการเผาผลาญพลังงาน

    ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่อสุขภาพ

    นอกจากประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ปลาขนาดเล็กยังเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเติบโตเร็ว มีอายุสั้น และอยู่ล่างสุดในห่วงโซ่อาหาร ทำให้สะสมสารพิษจากสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าปลาขนาดใหญ่

    ร็อกซานา เอห์ซานี (Roxana Ehsani) นักโภชนาการจากสหรัฐอเมริกา แนะนำว่า หากต้องการได้รับประโยชน์สูงสุดจากปลาขนาดเล็ก ควรบริโภคอย่างน้อย 2 มื้อต่อสัปดาห์

    ท้ายที่สุด ปลาขนาดเล็กไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางอาหารสูง แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตและเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว ชาวไทยสามารถนำแนวทางนี้มาปรับใช้ได้ง่าย เพราะปลาประเภทนี้มีจำหน่ายทั่วไปในตลาดและราคาประหยัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9850002/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Wiw0FxNiJ0pQxFZZ4QdvZ

  • ย้อนรอยอาคมเดือด ! “ขุนพันธ์ 1-3” ฉายใหม่ก่อนถึงคิว “4 เสือ” ศึกมหาโจรห้ามพลาด – หนังใหม่

    ย้อนรอยอาคมเดือด ! “ขุนพันธ์ 1-3” ฉายใหม่ก่อนถึงคิว “4 เสือ” ศึกมหาโจรห้ามพลาด – หนังใหม่

    ฟิล์มพาเราย้อนรอยความมันส์แบบจัดเต็มกับไตรภาคตำนาน ขุนพันธ์ 1-3 ที่จะกลับมาฉายใหม่ในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมเป็นต้นไป นี่คือโอกาสทองที่จะ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://movie.kapook.com/view295589.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wcbjlkbJtlYqOI5_WC14W

  • เลขาธิการ ICESCO หารือความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมโลกอิสลามกับประธานรัฐสภา 

    เลขาธิการ ICESCO หารือความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมโลกอิสลามกับประธานรัฐสภา 

    การเมือง

    เลขาธิการ ICESCO หารือความร่วมมือด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมโลกอิสลามกับประธานรัฐสภา 

    วันพุธ ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.17 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 8 ตุลาคม 2568  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง ดร. ซาลิม บิน มูฮัมหมัด อัล-มาลิก (H.E. Dr. Salim bin Mohammed Al-malik) เลขาธิการองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งโลกอิสลาม (ICESCO) ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย โดยมี นายวรวีร์ มะกูดี ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นายดำรง พุฒตาล ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (กิตติมศักดิ์) นายธงชาติ รัตนวิชา ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร นางจงเดือน สุทธิรัตน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้การรับรอง ณ ห้องรับรองพิเศษ อาคารรัฐสภา
            
    เลขาธิการ ICESCO กล่าวว่า ขอขอบคุณประธานรัฐสภาที่ให้โอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ และเป็นเกียรติที่ได้มาเยี่ยมชมรัฐสภาสถานที่ทรงเกียรติของประเทศไทย ขอบคุณประธานรัฐสภาที่กล่าวถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ซาอุดิอาระเบียได้ทำและให้ความร่วมมือกันมาอย่างหลากหลาย ซึ่งประเทศไทยในอีกความหมายหนึ่งคือการผูกมัดเข้าด้วยกัน การได้มาเยือนประเทศไทยเหมือนกันสร้างสายสัมพันธ์ที่จะดึงให้กลับมาประเทศนี้อีก การมาครั้งนี้แม้จะเป็นครั้งแรกแต่เชื่อว่าจะได้กลับมาอีกหลายครั้งในอนาคตอย่างแน่นอน เพื่อมาขยายความร่วมมือในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาหรือเรื่องอื่น ๆ หวังว่าครั้งหน้าที่ได้มาประเทศไทยจะได้มีโอกาสไปเยือนภาคใต้ของประเทศไทยและพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่น่าสนใจและประทับใจอย่างยิ่ง จากการได้ศึกษาเรื่องประเทศไทย พบว่ามีความโดดเด่นเรื่องของการเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีความหลากหลาย การอยู่ร่วมกันของคนที่แตกต่าง การเคารพศาสนาซึ่งกันและกัน และเอกลักษณ์หนึ่งคือคนไทยเป็นผู้ที่มีความโอบอ้อมอารี
            
    ICESCO ก่อตั้งในปี 1982 หรือปี 2525 มี 53 ประเทศสมาชิก ทั้งในเอเชียเอเชียกลางตะวันออกกลางรวมไปถึงทางอเมริกาใต้ด้วย เป็นองค์กรที่ครอบคลุมหลากหลาย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิกในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ มีการทำการศึกษาวิจัยเรื่องวิทยาศาสตร์ การศึกษา วัฒนธรรม ซึ่งประเด็นสำคัญที่องค์กรให้ความสำคัญในขณะนี้ คือ เรื่องอิสลามในอนาคต รวมถึงสังคมเอเชียในอนาคต ประเทศไทยเป็นดินแดนในอุดมคติที่ผู้คนหลากหลายศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้
            
    ICESCO ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศ มีผู้เชี่ยวชาญในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นมุสลิมศึกษา ภาษาอารบิก หากรัฐสภาไทยมีโครงการจัดสัมมนาที่เกี่ยวข้อง ICESCO พร้อมให้ความร่วมมือส่งผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับรัฐสภาไทยได้
           
    ด้านประธานรัฐสภา กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดเสรีในการนับถือศาสนา และจะเห็นว่าเรื่องของศาสนา การศึกษา เสรีอย่างเต็มที่ ไม่มีการกีดกัน ที่สำคัญพระมหากษัตริย์ไทยในฐานะประมุขของประเทศ ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ทุกศาสนาในประเทศไทย ซึ่งกิจกรรมสำคัญของศาสนาอิสลาม เช่น งานอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน พระมหากษัตริย์เสด็จด้วยพระองค์เอง แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อศาสนาอิสลามและชาวไทยมุสลิม
              
    เลขาธิการ ICESCO กล่าวด้วยว่า เป็นโอกาสดีที่นานาประเทศจะได้ศึกษาประวัติของพระมหากษัตริย์ไทยและตนได้มีโอกาสศึกษาประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีพระมหากษัตริย์ไม่มากนักในโลกนี้ที่จะมีบทบาทในเรื่องของการทำนุบำรุงศาสนาอิสาลาม ตัวอย่างเช่น พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจุฬาราชมนตรี การเสด็จงานอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ซึ่งหาไม่ได้ในกษัตริย์ประเทศอื่น
          
    ทั้งนี้ เลขาธิการ ICESCO ยังได้ขอมอบตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ ICESCO ซึ่งมอบให้กับบรรดาผู้นำประเทศที่มีบทบาทสำคัญและให้ความสำคัญกับโลกมุสลิม การส่งเสริมสันติภาพ เช่น อดีตประธานาธิบดีเซเนกัล โดยขอมอบตำแหน่งนี้ให้กับประธานรัฐสภา โดยจะเป็นโอกาสที่ดียิ่งที่ไทยจะได้มีจุดยืนที่มั่นคงเข้มแข็งมากขึ้น ในฐานะประเทศสมาชิกและยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยและโลกมุสลิมให้แน่นแฟ้นขึ้น เนื่องจากประธานรัฐสภาเป็นผู้มีประสบการณ์อย่างยิ่งและเป็นผู้มีความสำคัญกับสังคมไทยและในโลกมุสลิมระหว่างประเทศ
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/449760&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cP9A8Wtwts3cKHwnTGEJ5

  • ประกันสังคม เปิดเฮียริ่งบำนาญชราภาพ ม.33 และม.39 สูตรใหม่ ภายในต.ค.นี้ : อินโฟเควสท์

    ประกันสังคม เปิดเฮียริ่งบำนาญชราภาพ ม.33 และม.39 สูตรใหม่ ภายในต.ค.นี้ : อินโฟเควสท์

    นางสาวบุปผา เรืองสุด เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้มีการพิจารณาปรับปรุง สูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยคณะกรรมการประกันสังคมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ หรือผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ผู้แทนจากองค์กรภาครัฐ และผู้แทนสำนักงานประกันสังคม มาดำเนินการศึกษาวิธีปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ทางสำนักงานประกันสังคม ได้กำหนดจัดประชุมรับฟังความคิด “การรับฟังความคิดเห็นการปรับปรุงสูตรคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำผลการรับฟังความคิดเห็นมาเสนอต่อคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 และคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ในกรณีชราภาพ

    นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนและประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ได้ที่ www.law.go.th หรือผ่านระบบ LINE OA สำนักงานประกันสังคม ระหว่างวันที่ 1-17 ตุลาคม 2568 อีกด้วย

    เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ผลจากการแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญในการปรับปรุงสูตรคำนวณบำนาญอย่างเป็นธรรม และเหมาะสมกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างแท้จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในระบบประกันสังคม และสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืนสำหรับสังคมไทยในอนาคต

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/535742&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rOXs0iqfXCjTOMqYh8JmM

  • งานวิจัยเผยเคล็ดลับอายุยืน อาหารชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นกินประจำ ลดเสี่ยง ตายจากมะเร็ง

    งานวิจัยเผยเคล็ดลับอายุยืน อาหารชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นกินประจำ ลดเสี่ยง ตายจากมะเร็ง

              งานวิจัยเผยเคล็ดลับอายุยืน ฉบับผู้หญิงญี่ปุ่น พบกินปลาตัวเล็กเป็นประจำ ผลลัพธ์สุดทึ่ง ลดเสี่ยงตายจากมะเร็งและโรคอื่น ๆ มีส่วนยืดอายุขัย 

    กินปลาตัวเล็กเป็นประจำ ลดเสี่ยงตายจากมะเร็งและโรคอื่น ๆ

              หลายคนเชื่อว่าการกินอาหารที่ดีคือกุญแจสู่การมีอายุยืน ขณะที่ล่าสุด (8 ตุลาคม 2568) เว็บไซต์ Soha มีรายงานว่าด้วยเรื่องของอาหารชนิดหนึ่ง ที่ชาวญี่ปุ่นกินเป็นประจำ มีส่วนสำคัญในการทำให้อายุยืนอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีผลงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงวารสาร Public Health Nutrition ในปีที่ผ่านมา เผยข้อสรุปว่า การบริโภคปลาตัวเล็ก อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ รวมถึงมะเร็งในกลุ่มสตรีญี่ปุ่น

              โดย ดร.ชินัตสึ คาซาฮาระ ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนาโกย่า เผยว่า ชาวญี่ปุ่นชอบกินปลาตัวเล็กมาก ๆ เธอเองก็ชอบกินปลาตัวเล็กมาตั้งแต่เด็ก จนปัจจุบันก็ยังให้ลูกกินด้วย จึงทำให้เธออยากจะศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างการกินปลาตัวเล็ก กับการมีอายุยืนยาวของมนุษย์ ก่อนจะพบหลักฐานการเชื่อมโยงว่ากินปลาตัวเล็ก ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งและโรคอื่น ๆ ในสตรีญี่ปุ่นได้จริง

    กินปลาตัวเล็กเป็นประจำ ลดเสี่ยงตายจากมะเร็งและโรคอื่น ๆ

              สำหรับปลาตัวเล็กที่คนญี่ปุ่นชอบกิน มีทั้ง ปลาเกล็ดขาว ปลาไข่ และปลาซาร์ดีนตากแห้ง ซึ่งก็มักจะกินลงไปทั้งตัว ไม่เว้นส่วนหัว ก้าง กับเครื่องใน ที่อุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ดังนั้น ทีมวิจัยจึงทำการเก็บข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 80,802 คน ทั้งชายและหญิง อายุระหว่าง 35-69 ปี ทั่วญี่ปุ่น และติดตามผลนานถึง 9 ปี โดยจะมีการประเมินความถี่ในการกินปลาตัวเล็กผ่านแบบสอบถามตั้งแต่ต้น

              หนึ่งในผลการค้นพบที่โดดเด่นที่สุดจากการศึกษานี้ คือการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ และการเสียชีวิตจากมะเร็ง ในกลุ่มผู้หญิงที่กินปลาตัวเล็กเป็นประจำ โดยผู้หญิงที่กินปลาตัวเล็ก 1-3 ครั้งต่อเดือน, 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และ 3 ครั้งหรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ 0.68, 0.72 และ 0.69 เท่า และมีความเสี่ยงการเสียชีวิตจากมะเร็ง 0.72, 0.71 และ 0.64 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยกินปลาตัวเล็กเลย

              หลังควบคุมปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการเสียชีวิต เช่น อายุของผู้เข้าร่วม นิสัยการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ดัชนีมวลกาย การบริโภคสารอาหาร และอาหารชนิดต่าง ๆ นักวิจัยพบว่าผู้หญิงที่กินปลาตัวเล็กมักจะเสียชีวิตจากทุกสาเหตุน้อยกว่า

    กินปลาตัวเล็กเป็นประจำ ลดเสี่ยงตายจากมะเร็งและโรคอื่น ๆ

              ผลการค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการเพิ่มปลาตัวเล็กในมื้ออาหารประจำวัน อาจเป็นกลยุทธ์ที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ในการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตในกลุ่มผู้หญิง

              แม้จะยอมรับว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรประเทศอื่น ๆ และต้องเข้าใจกลไกที่เกี่ยวข้องให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ ดร.คาซาฮาระ ก็ตื่นเต้นกับผลลัพธ์นี้ โดยระบุว่า “แม้ว่าผลการค้นพบของเราจะเป็นเพียงในคนญี่ปุ่น แต่ก็น่าจะมีความสำคัญสำหรับคนชาติอื่น ๆ ด้วย” 

              อันที่จริงเคยมีการศึกษาก่อนหน้านี้ที่เน้นย้ำว่า ปลาตัวเล็ก จัดเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบปัญหาการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง การศึกษานี้นับเป็นหลักฐานที่เพิ่มขึ้น ว่าการกินปลาตัวเล็กมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แถมยังเป็นอาหารที่ผู้คนสามารถหากินได้ง่าย และยังกินได้ทั้งตัวอีกด้วย  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://health.kapook.com/view295600.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QA4LnfSZCkSeL3CLm7eeQ

  • มอบทุนการศึกษาฯ โครงการสุพรรณบุรี สร้างขวัญและกำลังใจนักเรียน | เดลินิวส์

    มอบทุนการศึกษาฯ โครงการสุพรรณบุรี สร้างขวัญและกำลังใจนักเรียน | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5184001/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11DKd6xG8LfwMMknk6F5wG

  • ไม่เอาไว้! ครูแหม่มสั่งฟันครูศูนย์เด็กเล็กพัวพันค้ายา

    ไม่เอาไว้! ครูแหม่มสั่งฟันครูศูนย์เด็กเล็กพัวพันค้ายา

    ‘นฤมล’ สั่งคุรุสภา เชือดครูศูนย์เด็กเล็กพัวพันค้ายา พร้อมบันทึกในระบบ ป้องกันขอใบอนุญาตในอนาคต ลั่น ไม่ให้คนขาดจรรยาบรรณอยู่ในระบบการศึกษา

    08 ต.ค.2568 – ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตำรวจสนธิกำลังจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 370,000 เม็ด โดยพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหามีสถานะเป็นครูศูนย์เด็กเล็กว่า ครูคนดังกล่าวเป็นครูศูนย์เด็กเล็ก สังกัดท้องถิ่น ไม่ได้เป็นครูสังกัด ศธ.โดยได้ตรวจสอบข้อมูลคุรุสภาพบว่า ครูคนนี้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกใบอนุญาตเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2563 และหมดอายุเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยขณะนี้ไม่พบข้อมูลการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่เมื่อมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางคุรุสภาจะดำเนินการจัดการได้

    “กรณีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะครูคือผู้ที่มีหน้าที่อบรมบ่มนิสัยเด็กเล็กให้เป็นคนดีของสังคม การเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่ว่าจะในฐานะใด ย่อมเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อจรรยาบรรณของวิชาชีพครูอย่างร้ายแรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการศึกษาโดยรวม” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ตนได้มอบหมายให้คุรุสภาเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพเพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัยและจรรยาบรรณตามข้อบังคับของคุรุสภา พร้อมทั้งให้บันทึกพฤติการณ์ดังกล่าวไว้ในระบบสารสนเทศผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อประกอบการพิจารณาลักษณะต้องห้าม หากบุคคลดังกล่าวยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตในอนาคต

    “กระทรวงศึกษาธิการยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ผู้ที่ขาดจรรยาบรรณ หรือมีพฤติกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของเยาวชน เข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาอย่างเด็ดขาด เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ และครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็ก” ศ.ดร.นฤมลกล่าว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/875248/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-HYtLyFdD9oV7kWKqQ8Ag