Category: วัฒนธรรม

  • ทะลวงแผน 4 เส้นทาง สร้าง ‘รถไฟแทรมเชียงใหม่’ นำร่องสายสีแดง

    ทะลวงแผน 4 เส้นทาง สร้าง ‘รถไฟแทรมเชียงใหม่’ นำร่องสายสีแดง

    ที่ผ่านมา การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังคงผลักดันรถไฟฟ้าภูมิภาค ที่จะช่วยลดความแออัดของการจราจรบนถนนในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและตรงเวลามากขึ้น

    รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี  ระยะทางรวม 15.7 กม. วงเงินลงทุน 29,523 ล้านบาทปัจจุบันการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ดำเนินการศึกษาออกแบบโครงการระบบขนส่งมวลชนให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เสร็จแล้ว 

    เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มีมติรับทราบผลการศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกการดำเนินงานโครงการที่เหมาะสมสำหรับดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี 

    รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ในวันนั้นคณะกรรมการ คจร.ได้เห็นชอบในหลักการแนวคิดในการพัฒนารูปแบบการเดินทางเพื่อเข้าถึงแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดงฯ โดยมอบหมายให้ รฟม. ศึกษารายละเอียดความเหมาะสมโครงการฯ
     

    นอกจากนี้มติ คจร. ได้รับทราบผลการศึกษาและมอบหมายให้ รฟม. ดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ในรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP)  

    มีความเห็นว่าควรดำเนินการก่อสร้างครั้งละ 1 เส้นทาง ซึ่ง สนข. ได้วิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญ พบว่า เส้นทางสายสีแดงมีความสำคัญลำดับที่ 1 ตามด้วยเส้นทางสายสีน้ำเงินและสายสีเขียวตามลำดับ 

    ทั้งนี้ตามแผนจะประกาศเชิญชวนและคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 จากนั้นจะดำเนินการออกแบบและก่อสร้างงานโยธา พร้อมผลิตและติดตั้งงานระบบรถไฟฟ้าและทดลองเดินรถภายในเดือนตุลาคม 2570 คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในเดือนกรกฎาคม 2574  

    อย่างไรก็ดีในระยะต่อไปจากผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีแผนก่อสร้างอีก 3 เส้นทาง

    โดยมีรูปแบบเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (LRT)  ดังนี้ 1.โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่สายสีแดง (ส่วนต่อขยาย) ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี – อุทยานหลวงราชพฤกษ์ 

    ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมฯของโครงการ ซึ่งจะเริ่มประกาศเชิญชวน และคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนภายในเดือนสิงหาคม 2570 ก่อนออกแบบและก่อสร้างงานโยธา ผลิตและติดตั้งงานระบบรถไฟฟ้า และทดลองเดินรถภายในเดือนสิงหาคม 2571 คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในเดือนสิงหาคม 2574 

    2.โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีน้ำเงิน  ช่วงสวนสัตว์เชียงใหม่ – แยกศรีบัวเงินพัฒนา จะเริ่มศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมฯของโครงการภายในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งจะเริ่มประกาศเชิญชวน และคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนภายในเดือนพฤศจิกายน 2571

    ก่อนออกแบบและก่อสร้างงานโยธา ผลิตและติดตั้งงานระบบรถไฟฟ้า และทดลองเดินรถภายในเดือนพฤศจิกายน 2572 คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในเดือนสิงหาคม 2576
     

    และ 3.โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีเขียว  ช่วงแยกรวมโชคมีชัย – ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตามแผนจะเริ่มศึกษารายละเอียดและความเหมาะสมฯของโครงการภายในเดือนมิถุนายน 2569

    ซึ่งจะเริ่มประกาศเชิญชวน และคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 ก่อนออกแบบและก่อสร้างงานโยธา ผลิตและติดตั้งงานระบบรถไฟฟ้า และทดลองเดินรถภายในเดือนพฤศจิกายน 2572 คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในเดือนสิงหาคม 2576

    สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี จะมีสถานีให้บริการรวม 16 สถานี ประกอบด้วย

    สถานีโรงพยาบาลนครพิงค์ สถานีศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ สถานีสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี สถานีศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ สถานีแยกหนองฮ่อ สถานีโพธาราม

    สถานีข่วงสิงห์ สถานีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สถานีขนส่งช้างเผือก สถานีมณีนพรัตน์ สถานีประตูสวนดอก สถานีแยกหายยา

    สถานีแยกท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สถานีท่าอากาศยานเชียงใหม่ สถานีบ้านใหม่สามัคคีและสถานีแม่เหียะสมานสามัคคี 

    นอกจากนี้ยังมีอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) 2 แห่ง บริเวณจุดเริ่มต้นโรงพยาบาลนครพิงค์ รองรับรถยนต์ได้ 1,600 คัน และรถจักรยานยนต์ 800 คัน และบริเวณสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่

    รองรับรถยนต์ส่วนบุคคลประมาณ 1,200 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,800 คัน อีกทั้งยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงบริเวณแยกหนองฮ่อ พัฒนาบนพื้นที่ 25 ไร่

    เมกะโปรเจ็กต์ หน้า 8 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,138 วันที่ 9 – 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/640857&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0O2U7mtRLJ08JHFOF5KTaR

  • ผลศึกษาพบ “ชั้นเนื้อดาวด้านไกล” ของดวงจันทร์ เย็นกว่าชั้นเนื้อด้านใกล้ | เดลินิวส์

    ผลศึกษาพบ “ชั้นเนื้อดาวด้านไกล” ของดวงจันทร์ เย็นกว่าชั้นเนื้อด้านใกล้ | เดลินิวส์

    ผลศึกษาพบ “ชั้นเนื้อดาวด้านไกล” ของดวงจันทร์ เย็นกว่าชั้นเนื้อด้านใกล้

    คณะนักวิทยาศาสตร์ของจีนค้นพบว่า ชั้นแมนเทิลหรือชั้นเนื้อดาวของดวงจันทร์บริเวณด้านไกล เย็นกว่าชั้นเนื้อด้านใกล้ หลังจากวิเคราะห์ตัวอย่างดินจากด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งเก็บโดยยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์ “ฉางเอ๋อ-6”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5183457/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iTaSKpjPH8FTGsyF_JcA9

  • 3 นักวิทย์คว้าโนเบลฟิสิกส์ 2025 จากการศึกษาพลศาสตร์ควอนตัม ปูทางสู่อนาคต

    3 นักวิทย์คว้าโนเบลฟิสิกส์ 2025 จากการศึกษาพลศาสตร์ควอนตัม ปูทางสู่อนาคต

    3 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2025 ไปครอง จากผลงานการศึกษาวิจัยเรื่องกลศาสตร์ควอนตัม ซึ่งปูทางไปสู่คอมพิวเตอร์อันทรงพลังในยุคใหม่

    เมื่อ 7 ต.ค. 2568 คณะกรรมการโนเบลประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2025 (พ.ศ.2568) ให้แก่ ศ.จอห์น คลาร์ก, ดร.มิเชล เดโวเร็ต และ ดร.จอห์น มาร์ตินิส จากผลงาน “การทดลองที่เปิดเผยการทำงานจริงของฟิสิกส์ควอนตัม”

    คณะกรรมการผู้มอบรางวัลโนเบลระบุในแถลงการณ์ว่า “เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปีนี้ ได้มอบโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมยุคต่อไป ซึ่งรวมถึง การเข้ารหัสควอนตัม (quantum cryptography), คอมพิวเตอร์ควอนตัม (quantum computers) และ เซนเซอร์ควอนตัม (quantum sensors)”

    ผู้ชนะรางวัลโนเบลได้ทำการทดลองในช่วงกลางทศวรรษ 1980 โดยใช้ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สร้างจากตัวนำยิ่งยวด (superconductors) และแสดงให้เห็นว่า คุณสมบัติทางกลศาสตร์ควอนตัม สามารถทำให้เป็นรูปธรรมในระดับที่ใหญ่ขึ้นมาก หรือในระดับ มหภาค (macroscopic scale) ได้

    ทั้งนี้ เทคโนโลยีควอนตัมเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปแล้ว เช่น ทรานซิสเตอร์ ในไมโครชิปคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่พบได้ในชีวิตประจำวัน

    ศ.คลาร์ก จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในเบิร์กลีย์ สหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในงานประกาศรางวัลว่า เขารู้สึกอึ้งมากที่ได้รับรางวัลโนเบล และเสริมว่า “ผมกำลังพูดผ่านโทรศัพท์มือถือ และผมก็คิดว่าคุณเองก็เช่นกัน และเหตุผลพื้นฐานอย่างหนึ่งที่ทำให้โทรศัพท์มือถือทำงานได้ คืองานวิจัยทั้งหมดนี้”

    อนึ่ง ดร.เดโวเร็ต เกิดในฝรั่งเศส เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเยล และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในเมืองซานตาบาร์บารา ในสหรัฐฯ ที่เดียวกันกับ ดร.มาร์ตินิส ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ควอนตัมของ Google จนกระทั่งเขาลาออกในปี 2020 (พ.ศ. 2563)

    ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

    ที่มา : cna

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2887710&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BxjfqLxKX4QvkszFP_GgK

  • ‘ค่าครองชีพสูงขึ้น’ ขึ้นแท่นปัญหาอันดับ 1 ของประเทศตอนนี้

    ‘ค่าครองชีพสูงขึ้น’ ขึ้นแท่นปัญหาอันดับ 1 ของประเทศตอนนี้

    ค่ากินก็แพง ค่ารถก็แพง ค่าของใช้ในบ้านก็ใช่ว่าจะถูก หรือเป็นคนไทยตอนนี้จะไม่ง่ายเลย?

    คนไทยบนโซเชียลมอง “ปัญหาใหญ่ประเทศตอนนี้ คือ ค่าครองชีพสูง” ตามด้วย ค่าอาหาร-ค่าเดินทาง-ค่าใช้จ่ายพื้นฐานไม่สอดคล้องกับรายได้ อยากได้ค่าแรงสมดุลกับสภาพเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสให้คนไทยมีความมั่นคงทางการเงินบ้าง

    ‘ค่าครองชีพสูง’ ขึ้นแท่นปัญหาอันดับ 1

    ข้อมูลรายงานวิเคราะห์เสียงประชาชนบนโซเชียลมีเดียไทยจาก Wisesight Research ระบุว่า ปัญหาในสังคมไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ คือ “ค่าครองชีพสูงขึ้น” โดยมีเสียงสะท้อนมากว่า 238,356 ข้อความ ตามด้วยปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (187,599 ข้อความ) และ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (173,465 ข้อความ)

    โดยในรายละเอียดพบว่า ชาวโซเชียลมีเดียมองว่าค่าครองชีพไทยเพิ่มสูงขึ้น จนกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ “กระทบคุณภาพชีวิตอย่างหนัก” ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายพื้นฐานไม่สัมพันธ์กับรายได้จริง

    นอกจากนั้น Wisesight Research ยังระบุว่า เสียงสะท้อนของประชาชนบนโซเชียลมีเดียไทยกำลังกล่าวว่า ตอนนี้คนไทยมีชีวิตแพงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม ได้รับค่าแรงไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ จำต้องรัดเข็มขัดเพื่อความอยู่รอด ไปจนถึงผ่านวิกฤตโควิดยังง่ายกว่าปัญหาค่าครองชีพทุกวันนี้

    จนเกิดการตั้งคำถามว่า “ทำไมค่าแรงขั้นต่ำยังไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่แท้จริง” อีก และอยากให้ภาครัฐปรับค่าแรงให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงมีมาตรการควบคุมราคาสินค้า ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสให้คนไทยได้มีความมั่นคงทางการเงินบ้าง

    การศึกษาเหลื่อมล้ำ กับ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

    ส่วนอีกสองปัญหาที่ชาวโซเชียลไทยพูดถึงไม่แพ้กัน คือ ‘ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวรายได้น้อยจนต้องเลือกระหว่าง ‘ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน’ กับ ‘การศึกษา’ ชาวโซเชียลไทยเรียกร้องให้ภาครัฐและสังคมสร้าง ‘โอกาสทางการศึกษา’ ที่เท่าเทียมมากขึ้น ทั้งลดค่าใช้จ่าย-สนับสนุนทุนการศึกษา-ทำโรงเรียนให้มีคุณภาพใกล้เคียงกันมากขึ้น

    ด้าน ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ก็ยังเป็นปัญหาที่ไม่คลายไปจากสังคมไทย เพราะมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ โซเชียลไทยจึงเรียกร้องให้กวาดล้องจริงจังควบคู่ป้องกันไม่ให้เครือข่ายพวกนี้ขยายตัวได้ รวมถึงช่วยเหลือผู้เสียหายและสร้างระบบติดตามเงินคืนที่โปร่งใส

    นอกจากนั้น ก็ยังมีอีก 2 ปัญหาที่อยู่ในกระแสตลอดอย่าง ‘เข้าไม่ถึงระบบขนส่งสาธารณะ’ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด และปัญหา ‘แอปของภาครัฐ’ ที่มีเยอะ ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน ไม่ตอบโจทย์ ขณะที่ปัญหาที่ประชาชนไทยเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นคือ ‘ค่าแรงขั้นต่ำ 400’ และ ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ ที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ

    ส่วนนโยบายที่ประชาชนให้ความเห็นไปในเชิงบวกก็มีเหมือนกัน อาทิ เงินดิจิทัล กัญชาไม่เสรี สุราชุมชน รถไฟฟ้า 20 บาท เป็นต้น ที่ประชาชนบางส่วนยังอยากให้เดินหน้าต่อ

    ทาง Wisesight Research สรุปว่า “เสียงสะท้อนจากประชาชนชัดเจนว่า ประชาชนต้องการให้นโยบายของภาครัฐตอบโจทย์คุณภาพชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าครองชีพ เศรษฐกิจดิจิทัล หรือระบบสวัสดิการ คำถามสำคัญคือในอนาคตอันใกล้รัฐบาลจะปรับทิศทางนโยบายเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาสังคมไทย และคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมมากน้อยเพียงใด?”

    “นี่จะเป็นจุดชี้วัดความเชื่อมั่นครั้งสำคัญของประชาชนต่อภาครัฐในอนาคต”

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/wisesight-research-thai-social-issue/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tBbd6znROjFVjAiUrFvJ9

  • เส้นทางราชการ ‘พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์’ จากนายด่าน สู่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    เส้นทางราชการ ‘พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์’ จากนายด่าน สู่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    เส้นทางราชการ ‘พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์’ จากนายด่าน สู่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    ในโลกของการบริหารราชการด้านเศรษฐกิจ การโยกย้ายตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงมักเป็นเครื่องสะท้อนถึงการปรับทิศทางนโยบายของรัฐบาลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

    และในมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังจำนวน 7 ตำแหน่ง ได้รวมถึงการแต่งตั้ง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 7 วัน ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในหน่วยงานสำคัญด้านการจัดเก็บภาษีและกำกับดูแลการนำเข้าส่งออกของประเทศครั้งนี้ พบว่าเส้นทางอาชีพของนายพันธ์ทองที่สั่งสมมาอย่างยาวนานและหลากหลายภายในกรมศุลกากรเอง

    ประวัติด้านการศึกษา

    นายพันธ์ทอง มีชื่อเล่นว่า “ขร” ปัจจุบันอายุ 47 ปี มีคุณวุฒิการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานที่แข็งแกร่งและครอบคลุม โดยเริ่มจากการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    เส้นทางราชการ 'พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์' จากนายด่าน สู่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    ก่อนจะต่อยอดความรู้ในระดับปริญญาโทด้าน Msc. Accounting and Management Science จาก University of Southampton, United Kingdom

    นอกจากนี้ เขายังได้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรระดับสูงหลายหลักสูตร ซึ่งแสดงถึงการเตรียมความพร้อมด้านยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการ อาทิ หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 189/2022 ของ IOD และหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่น 14

    ประสบการณ์จากหน้าด่านสู่บทบาทกำกับ

    เส้นทางอาชีพของนายพันธ์ทองมีความเชื่อมโยงกับการคลัง เป็นอดีตหน้าห้องของ “นายประสงค์ พูนธเนศ” อดีตปลัดกระทรวงการคลัง สมัยที่นายประสงค์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง

    นอกจากนี้พันธ์ทองยังเติบโตมาในเส้นทางของกรมศุลกากรมาโดยตลอด เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในการปฏิบัติงานภาคสนาม

    เช่น นายด่านศุลกากรแม่กลอง ในช่วงปี 2559 – 2560 และเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงปี 2560 – 2562

    เส้นทางราชการ 'พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์' จากนายด่าน สู่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    นอกจากนี้ยังเคยมีประสบการณ์ด้านการสืบสวนและปราบปรามในฐานะ ผู้อำนวยการส่วนประมวลข่าว สำนักสืบสวนและปราบปราม ในช่วงปี 2554 – 2559

    ประสบการณ์เหล่านี้ได้นำไปสู่บทบาทในระดับบริหารที่สูงขึ้น โดยเขาเคยดำรงตำแหน่ง รองอธิบดีกรมศุลกากร ในช่วงปี 2562 – 2565 และควบตำแหน่ง ผู้บริหารเทคโนโลยีระดับสูงกรมศุลกากร (CIO) ในช่วงปี 2562 – 2563

    ก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร ในปี 2565 จนถึงปัจจุบันก่อนการแต่งตั้งล่าสุด

    ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี นายพันธ์ทองได้มีบทบาทเป็น โฆษกกรมศุลกากร ด้วย บทบาทนี้ทำให้เขาเป็นผู้ที่สื่อสารสาธารณะในประเด็นสำคัญหลายครั้ง

    บทบาทสาธารณะและการรับมือกับวิกฤต

    ในช่วงที่ทำหน้าที่เป็นโฆษกกรมศุลกากร นายพันธ์ทองได้นำเสนอผลการปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เช่น การจับกุมยาเสพติดและสินค้าต้องห้ามอื่น ๆ

    นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทในการชี้แจงต่อกรณีที่เป็นประเด็นสาธารณะ เช่น ในเดือนกรกฎาคม 2566 กรณีดราม่าการประมูล “นาฬิกาปลอมเครื่องหมายการค้า” ของกรมศุลกากร โดยเขาได้แถลงต่อสาธารณะถึงข้อเท็จจริงที่ว่า กรมศุลกากรได้รับการยืนยันมาก่อนว่าเป็นของจริง และได้แสดงความยอมรับผิดต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ พร้อมสั่งยกเลิกการประมูล เร่งคืนเงินแก่ผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เขายังระบุในเวลานั้นว่า มีการหารือถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบและกระบวนการประมูลเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

    เส้นทางราชการ 'พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์' จากนายด่าน สู่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

    ก่อนหน้าที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมศุลกากรในเดือนตุลาคม 2568 นายพันธ์ทองเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง มาก่อน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 

    การกลับมาสู่กรมศุลกากรในฐานะผู้นำสูงสุดในครั้งนี้ ว่ากันเป็นการนำผู้บริหารที่สั่งสมประสบการณ์ในทุกมิติ ทั้งปฏิบัติการ การสืบสวนปราบปราม และการวางแผนยุทธศาสตร์ กลับมาขับเคลื่อนกรมศุลกากร องค์กรสำคัญด้านรายได้ของประเทศต่อไป ที่ต้องติดตามว่าผลงานและการทำงานจะเป็นอย่างไร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/640846&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Ohnn-u4MRhn1VkqJJwEvc

  • บางจากฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก 

    บางจากฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก 

    เศรษฐกิจ

    บางจากฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก 

    วันอังคาร ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.46 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    บางจากฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก 

     บางจากฯ มอบทุนการศึกษาเยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 สร้างรากฐานเยาวชน เติบโตมีคุณภาพ ก้าวทันโลก

     นางกัณฑมาศ กฤตยานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการผลิต บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมในพิธีมอบทุนการศึกษาในโครงการมอบทุนการศึกษาเยาวชนบางจาก ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 21 ที่บางจากฯ ให้การสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนที่อาศัยในชุมชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง รวมทั้งนักกีฬาสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจาก และเยาวชนในโครงการเยาวชนคนดีบางจาก ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงปริญญาตรี เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา สร้างรากฐานทางการศึกษาให้แก่เยาวชน เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความรู้ก้าวทันโลกยุคใหม่ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ พร้อมกับเป็นการส่งเสริมเยาวชนที่มีความประพฤติดี รักการเรียน มีจิตอาสาทำประโยชน์ต่อผู้อื่น และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยมีผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม ผู้บริหารโรงเรียน คณาจารย์ คณะกรรมการชุมชน และตัวแทนเยาวชน ร่วมในพิธี ณ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง

    ในปี 2568 นี้ บริษัทฯ ได้จัดสรรทุนการศึกษาให้เยาวชน รวม 776 ทุน รวมประมาณ 3.6 ล้านบาท แบ่งเป็นนักเรียนในชุมชนรอบโรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง 10 ชุมชน โรงเรียนในโครงการอาหารกลางวัน 20 โรงเรียน นักเรียนในเขตบ้านพักทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม นักกีฬาสโมสรฟุตบอลเยาวชนบางจาก และนักเรียนในโครงการเยาวชนคนดีบางจาก

    นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา บางจากฯ ได้มอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนรอบโรงกลั่นน้ำมัน บางจาก พระโขนง รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความตระหนักถึงชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตพร้อมส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนอันเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เยาวชนเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ และสามารถก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว และปลูกฝังจิตสำนึกในการแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่น และทำประโยชน์ต่อส่วนรวม

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/449608&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0akwmWrNePnA156IE35sh9

  • เร่งซ่อม รร.ศรัทธาสมุทร พังจากแผ่นดินไหว “นฤมล” ย้ำปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ

    เร่งซ่อม รร.ศรัทธาสมุทร พังจากแผ่นดินไหว “นฤมล” ย้ำปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ

    “นฤมล” รมว.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนศรัทธาสมุทร เร่งซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาลยังไม่ได้รับจัดสรรงบฯ ย้ำ เดินหน้าแผนปรับปรุงบ้านพักครูทั่วประเทศ

    วันที่ 7 ตุลาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามและมอบนโยบายให้แก่องค์กรทางการศึกษาในจังหวัด พร้อมรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่ ณ โรงเรียนศรัทธาสมุทร ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว โดยมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายปัญญา บูรณะนันทสิริ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ครู และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

    นางนฤมล กล่าวว่า โรงเรียนศรัทธาสมุทรได้จัดทำคำขอรับงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียนและเสนอผ่านสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว แต่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลง จึงยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้เห็นปัญหาที่แท้จริง และรายงานต่อรองนายกรัฐมนตรีเพื่อขอรับการสนับสนุนงบกลางในการซ่อมแซมโรงเรียน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำรวจข้อมูลโรงเรียนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ เพื่อแยกความเร่งด่วนและจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม โดยให้ประสานกับสำนักงบประมาณอย่างใกล้ชิด

    “วันนี้ได้มาดูพื้นที่จริงร่วมกับเลขาธิการ สพฐ. เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการรวบรวมเสนอขอรับงบประมาณต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมให้การสนับสนุน เพียงแต่ขอให้เตรียมข้อมูลให้พร้อมและครบถ้วน”

    นอกจากนี้ นางนฤมล ยังได้กล่าวถึงปัญหาบ้านพักครูในพื้นที่ ว่า ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากหลายแห่งมีสภาพทรุดโทรมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทำให้ครูบางส่วนต้องเช่าที่พักหรือกู้เงินส่วนตัวมาซ่อมแซม ส่งผลให้มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ โดยการกำกับของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เร่งดำเนินการโครงการปรับปรุงบ้านพักครูให้เป็นรูปธรรมในรัฐบาลชุดนี้ โดยจะร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อวางแผนดำเนินการเป็นระยะ (เฟส) และบรรจุในงบประมาณดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และต่อเนื่องในปีถัดไป โดยใช้แนวทางทยอยชำระคืนแก่การเคหะแห่งชาติ เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณก้อนใหญ่ในคราวเดียว

    ในช่วงท้าย นางนฤมล ยังย้ำด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิตของครูและคุณภาพการศึกษาของนักเรียน โดยจะติดตามการซ่อมแซมอาคารเรียนและโครงการบ้านพักครูในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ครูและนักเรียนได้อยู่และเรียนรู้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2887679&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vvB0i7MPlNshLi_y-YhaZ

  • รมว.ศึกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารเรียนร้าวจากแผ่นดินไหวที่สมุทรสงคราม เร่งเสนอของบกลาง 81 ล้านแก้ปัญหาด่วน

    รมว.ศึกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารเรียนร้าวจากแผ่นดินไหวที่สมุทรสงคราม เร่งเสนอของบกลาง 81 ล้านแก้ปัญหาด่วน

    ภูมิภาค

    รมว.ศึกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจอาคารเรียนร้าวจากแผ่นดินไหวที่สมุทรสงคราม เร่งเสนอของบกลาง 81 ล้านแก้ปัญหาด่วน

    วันอังคาร ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 7 ตุลาคม 2568 เวลา 13.45 น.ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่โรงเรียนศรัทธาสมุทร ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อตรวจสอบความเสียหายของอาคารเรียนจำนวน 2 หลัง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จนทำให้โครงสร้างอาคารเกิดรอยแตกร้าว ไม่สามารถใช้งานได้

    ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม, นายปัญญา บูรณะนันทสิริ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม, นายมิน ประจวบวัน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร คณะครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ความเสียหาย

    ทั้งนี้ อาคารที่ได้รับความเสียหายได้แก่ อาคารแบบ 424 จำนวน 24 ห้องเรียน และอาคารแบบ 318 จำนวน 18 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 42 ห้องเรียน ซึ่งหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงครามได้เข้าตรวจสอบและมีคำสั่งห้ามใช้อาคารทั้ง 2 หลัง ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียนกว่า 2,224 คน

    ทางโรงเรียนได้แก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นโดยจัดห้องเรียนชั่วคราวใต้ถุนอาคาร 5 จำนวน 4 ห้อง และใช้พื้นที่ในอาคารโดมแดงกั้นเป็นห้องเรียนเพิ่มอีก 6 ห้อง พร้อมทั้งใช้อาคารประกอบอื่น ๆ เช่น โรงฝึกงาน อาคารศูนย์กีฬา และห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์มาปรับใช้เป็นห้องเรียนเพิ่มเติม รวมทั้งหมด 23 ห้องเรียน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน

    ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกรณีนี้เป็นพิเศษ หลังได้รับรายงานจากจังหวัดสมุทรสงครามเกี่ยวกับความเดือดร้อนของนักเรียน จึงมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการแก้ไข โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอสำนักงบประมาณ ขอใช้งบกลาง จำนวน 81 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่รวมเป็นอาคารเดียวสูง 6 ชั้น จำนวน 40 ห้องเรียน เพื่อรองรับการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

    รมว.ศึกษาธิการย้ำว่า จะเร่งผลักดันเรื่องนี้ให้นำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและครูในพื้นที่ พร้อมทั้งยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทอดทิ้งโรงเรียนที่ประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติครั้งนี้อย่างแน่นอน
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/449584&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gRhhJQUhe61KFx30EB8JK

  • ภูมิใจสุด ๆ ! นุสบา ปุณณกันต์ แชร์ภาพลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภูมิใจสุด ๆ ! นุสบา ปุณณกันต์ แชร์ภาพลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    สุดปลื้มใจ ! นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย … จากเด็กน้อยสู่คุณหมอสุดหล่อ

    เวลาผ่านไวเหมือนโกหก … นุสบา ปุณณกันต์ แชร์ภาพ น้องปุณณ ลูกชายจากวันแรกจนถึงวันเป็นหมอคนเก่งแห่งบ้านปุณณกันต์

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    ความสุขของแม่ไม่มีวันหมดอายุ คำนี้คงไม่เกินจริงสำหรับ นุสบา ปุณณกันต์ ที่ล่าสุดโพสต์ภาพและข้อความสุดซึ้งถึงลูกชายคนโต “น้องปุณณ ปุณณกันต์” หลังสำเร็จการศึกษา และกำลังเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 6 เดือนตุลาคม 2568 

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    โดย นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพและข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @nusbapunnakanta เป็นภาพย้อนวันวาน ตั้งแต่ “น้องปุณณ” ยังเป็นเด็กตัวจิ๋วในอ้อมแขนแม่ จนเติบโตเป็นคุณหมอเต็มตัว พร้อมแคปชันภาษาอังกฤษและไทยที่อบอวลไปด้วยความรักว่า

    “Can’t wait to congratulate you tomorrow ไม่มีความสุขไหนที่ได้ยืนมองดูลูกเติบโตในทุกวัน พยายามมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแรงที่สุดเพื่อวันที่ลูกสำเร็จการศึกษา เชื่อว่าหลายๆ คนที่เห็นน้องมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เล็กจนโตคงรู้สึกร่วมเหมือนนุสว่า เวลาผ่านไปไวมาก พรุ่งนี้เจอกันครับ @punnpunnakanta M.D. พิธีรับปริญญาคณะแพทยศาสตร์ 6 ต.ค. โรงพยาบาลรามาฯ 9 ต.ค. มหิดล ศาลายา”

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    ข้อความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ของแม่ที่เห็นลูกชายเดินตามฝันได้สำเร็จ ทำให้โพสต์ของ นุสบา ปุณณกันต์ กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน โดยมีเพื่อนดาราและคนในวงการบันเทิงต่างแห่เข้ามาแสดงความยินดีให้กับ “น้องปุณณ” และร่วมชื่นชม นุสบา ปุณณกันต์ อย่างล้นหลาม เช่น 

    – เก่งมากๆค่ะ congratulations naka 

    – เก่งที่สุด ภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่มากๆค่ะ 

    – ยินดีด้วยนะคะ เก่งสุดๆไปเลย

    – ยินดีด้วยค่า

    – Big Congrats 

    – ยินดีด้วยค่ะ คุณหมอ เก่งหล่อ ครบ จบ

    – ยินดีด้วยครับเห็นตัวเล็กๆโตเป็นหนุ่มและเก่ง สุดยอดครับ

    – ยินดีด้วยนะคะพี่นุช

    – ยินดีด้วยค่ะ ภูมิใจกับคุณนุสนะคะ กว่าลูกจะเป็นหมอ คนเบื้องหลังสำคัญมากๆค่ะ

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

     นุสบา ปุณณกันต์ โพสต์ภาพ น้องปุณณ ลูกชาย ตั้งแต่เด็กน้อยจนโตเป็นคุณหมอ

    ภาพจาก Instagram nusbapunnakanta

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://women.kapook.com/view295521.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw239dHvCsqcCnfM314vTksL

  • ผลสำรวจพบ “ครูสิงคโปร์” ติดโผ กลุ่มผู้ใช้เอไอเพื่อการศึกษามากสุดในโลก | เดลินิวส์

    ผลสำรวจพบ “ครูสิงคโปร์” ติดโผ กลุ่มผู้ใช้เอไอเพื่อการศึกษามากสุดในโลก | เดลินิวส์

    ผลสำรวจพบ “ครูสิงคโปร์” ติดโผ กลุ่มผู้ใช้เอไอเพื่อการศึกษามากสุดในโลก

    รายงานการสำรวจการสอนและการเรียนรู้ระหว่างประเทศในปี 2567 จากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เปิดเผยว่า ครูในสิงคโปร์กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในด้านการศึกษามากที่สุดในโลก โดย 75% ของครู ใช้เอไอเพื่อการสอนหรือสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 36%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5183350/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lBWxT3aCjnke0cbROheu0