Category: วัฒนธรรม

  • สพม.เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมสัมมนาผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

    สพม.เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมสัมมนาผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

    สพม.เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมสัมมนา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2568

    วันที่ 23–25 ตุลาคม 2568 นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางนพมาศ ทองวิทยาพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2568 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    การประชุมสัมมนาครั้งนี้มี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายพิเชษฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงาน
    ในโอกาสนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ได้รับเกียรติบัตรยอดเยี่ยม หน่วยงานที่มีผลการใช้จ่ายงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภาพรวมทุกงบรายจ่ายสูงสุด

    ภายในงานประกอบด้วยการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
    ด้านงบประมาณ – การบริหารงบประมาณและการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
    ด้านบุคลากร – การพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและการประเมินผลการปฏิบัติงาน (PA)
    ด้านวิชาการ – การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียน
    ด้านการบริหารทั่วไป – การพัฒนามาตรฐานการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน
    ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และร่วมกันกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระดับประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3803309/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-gZrb7QwEUj7EK_lCzMFn

  • จุฬาฯ ให้ทุนการศึกษาสำหรับบุคลากรสายปฏิบัติการ ประจำปี 2569

    จุฬาฯ ให้ทุนการศึกษาสำหรับบุคลากรสายปฏิบัติการ ประจำปี 2569

    Skip to content

    จุฬาฯ ให้ทุนการศึกษาสำหรับบุคลากรสายปฏิบัติการ ประจำปี 2569

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์จัดโครงการทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสำหรับบุคลากรสายปฏิบัติการ ประจำปี 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับบริหารยุทธศาสตร์การบริหารของมหาวิทยาลัย คือ “Power of Togethterness” ในด้าน Internal Growth การสร้างคุณค่าตลอดชีวิต และพัฒนาความเชี่ยวชาญแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย 

    บุคลากรสายปฏิบัติการผู้มีความประสงค์จะขอทุน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้  

    • เป็นบุคลากรสายปฏิบัติการ (พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการ หรือลูกจ้าง) ระดับ P7 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
    • ปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี 
    • มีผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในระดับดีขึ้นไป ติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี 
    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และไม่มีข้อผูกพันกับหน่วยงานใด
    • สาขาวิชาที่จะเข้ารับการศึกษาต่อต้องตรงกับความต้องการของหน่วยงาน และเป็นหลักสูตรจุฬาฯ ที่เปิดสอนนอกเวลาทำการ
    • มีมติเห็นชอบจากส่วนงาน/หน่วยงาน ให้เสนอรายชื่อบุคลากรผู้ที่ขอรับทุน

    มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ตามระยะเวลาขั้นต่ำของหลักสูตร ในอัตราที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บตามจริง ปีการศึกษาละไม่เกิน 120,000 บาท โดยผู้รับทุนต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อชดใช้ทุนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เท่า ของระยะเวลาที่ได้รับทุน

    ผู้ประสงค์ขอรับทุนการศึกษา สามารถจัดส่งใบสมัครได้ที่หน่วยงานต้นสังกัด เพื่อรวบรวมและพิจารณาเสนอรายชื่อภายในวันที่ส่วนงานกำหนด

    ทั้งนี้ หน่วยงานต้นสังกัด จัดส่งแบบเสนอชื่อผู้ประสงค์ขอรับทุนการศึกษา ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ฝ่ายการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนการศึกษาต่อไป

    ผู้ประสงค์ขอรับทุนการศึกษา สามารถดูรายละเอียด/เงื่อนไขเพิ่มเติมและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้ที่  https://www.hrm.chula.ac.th/th/home/scholarship ติอต่อสอบถามเพิ่มเติม: ฝ่ายการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ คุณทรงชัย โทร. 0-2218-0187 หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage: HR Chula https://www.facebook.com/share/1EvUyZZonh/

    โครงการทุนการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสำหรับบุคลากรสายปฏิบัติการ ประจำปี 2569

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/266926/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36_H2Fu0-VfoezCMdq71xK

  • วช. สนับสนุนวิจัย “แผนที่นำทาง LIMEC” มุ่งใช้ประโยชน์พัฒนาระบบขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก

    วช. สนับสนุนวิจัย “แผนที่นำทาง LIMEC” มุ่งใช้ประโยชน์พัฒนาระบบขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ติดตามความสำเร็จโครงการ “การพัฒนาแผนที่นำทางสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง–อินโดจีน–เมาะลำไย (LIMEC)” ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก) ณ คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุม พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมงาน และมีผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายพรชัย พัฒนาพงษ์สถิตย์ ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายปกรณ์ ด่านสีทอง ประธาน LIMEC ประเทศไทย รศ.ดร.กุลภา โสรัตน์ คณบดีคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร รศ.ดร.ภูพงษ์ พงษ์เจริญ หัวหน้าโครงการวิจัย ตลอดจนผู้แทนจาก 5 จังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1 เข้าร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาระบบขนส่งที่ยั่งยืน โครงการ LIMEC จะเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบระบบขนส่งที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอบสนองความต้องการของประชาชน และแสดงถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ในการผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่

    นายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ขอขอบคุณ วช. ที่ผลักดันการนำผลงานวิจัยมาขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามประเมินผลในระดับพื้นที่ และความจำเป็นในการสนับสนุนงบประมาณและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมาย และสามารถเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

    ด้าน รศ.ดร.กุลภา โสรัตน์ คณบดีคณะโลจิสติกส์และซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการบริหารจัดการด้านขนส่งและโลจิสติกส์ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geo-Informatics) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งของภูมิภาค

    ขณะที่ รศ.ดร.ภูพงษ์ พงษ์เจริญ รองหัวหน้าโครงการฯ รายงานความก้าวหน้าของโครงการว่า ขณะนี้ได้พัฒนา “แผนที่นำทาง” สำหรับจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์เสร็จสิ้นในระยะแรก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนการวางแผนยุทธศาสตร์และการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในพื้นที่

    การประชุมครั้งนี้ ฟจัดขึ้นเพื่อรายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานของโครงการ LIMEC พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันวางแนวทางการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966573&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw231Qud-wDh7NFxWhlT1IZ7

  • นักวิทย์ฯ ค้นพบ “เวลานอน” ที่โรคหัวใจกลัวที่สุด ไม่ใช่ก่อน 4 ทุ่ม และไม่ใช่หลังเที่ยงคืน!

    นักวิทย์ฯ ค้นพบ “เวลานอน” ที่โรคหัวใจกลัวที่สุด ไม่ใช่ก่อน 4 ทุ่ม และไม่ใช่หลังเที่ยงคืน!

    นักวิทยาศาสตร์เผย “เวลานอนที่ดีที่สุด” ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ไม่ใช่ก่อน 4 ทุ่ม หรือหลังเที่ยงคืน!

    หลายคนเชื่อว่าการเข้านอนก่อน 4 ทุ่มเป็นสิ่งดีต่อสุขภาพ แต่ผลการศึกษาจากต่างประเทศกลับพบข้อมูลที่น่าประหลาดใจว่า เวลานอนที่ “เร็วเกินไป” หรือ “ดึกเกินไป” อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

    เวลานอนที่เสี่ยงหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองมากที่สุด

    รายงานจากสำนักข่าว Mirror ของสหราชอาณาจักร อ้างถึงงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Heart Journal ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการนอนของกลุ่มตัวอย่างกว่า 88,000 คน อายุระหว่าง 43–79 ปี เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างเวลานอนกับสุขภาพหัวใจ

    นักวิจัยได้เก็บข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามการนอนแบบสวมข้อมือ และสอบถามพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพิ่มเติม ก่อนแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 กลุ่มตามช่วงเวลานอน ได้แก่ ก่อน 4 ทุ่ม, 4 ทุ่ม–4 ทุ่ม 59 นาที, 5 ทุ่ม–เที่ยงคืน และหลังเที่ยงคืน จากนั้นติดตามผลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดเป็นเวลา 6 ปี

    ผลการศึกษาพบว่า 3.6% ของกลุ่มตัวอย่าง (3,172 คน) มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดเรื้อรัง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยกลุ่มที่เข้านอนหลังเที่ยงคืนมีความเสี่ยงสูงสุด เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่นอนระหว่าง 4 ทุ่ม–4 ทุ่ม 59 นาที ส่วนผู้ที่นอนก่อน 4 ทุ่มก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 24% ขณะที่กลุ่มนอนช่วง 5 ทุ่ม–เที่ยงคืน มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 12%

    สรุปได้ว่า ช่วงเวลานอนที่เหมาะสมที่สุดต่อสุขภาพหัวใจคือระหว่าง “4 ทุ่มถึง 4 ทุ่ม 59 นาที” ซึ่งเป็นเวลาที่ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตและจังหวะชีวภาพของร่างกายทำงานสอดคล้องกัน

    ทำไมการนอนเร็วหรือดึกเกินไปถึงเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ

    ดร.เดวิด แพลนส์ (David Plans) หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอ็กซีเตอร์ ประเทศอังกฤษ อธิบายว่า “การเข้านอนเร็วเกินไปหรือดึกเกินไป ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เพราะจะรบกวนจังหวะชีวภาพของร่างกาย (Circadian Rhythm) ซึ่งมีผลต่อคุณภาพการนอน การควบคุมความดันโลหิต และการทำงานของระบบหัวใจ”

    ความเชื่อมโยงระหว่างคุณภาพการนอนกับสุขภาพหัวใจ

    ดร.อภินาฟ ซิงห์ (Abhinav Singh) ผู้อำนวยการด้านการแพทย์แห่งศูนย์การนอน Indiana และผู้เชี่ยวชาญจาก Sleep Foundation ซึ่งไม่ได้ร่วมงานวิจัยดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า “คุณภาพการนอนเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพทั้งร่างกายและหัวใจ การนอนที่ดีช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูสมดุล ระบบเผาผลาญทำงานปกติ เสริมภูมิคุ้มกัน ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และยืดอายุขัย”

    เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง “หลับลึก” (NREM Sleep) หัวใจจะได้พักจากความเครียดในระหว่างวัน โดยอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และการหายใจจะลดลงอยู่ในระดับคงที่ หากการนอนถูกขัดจังหวะหรือนอนหลับไม่สนิท จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน เบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง

    งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า “เวลานอนที่เหมาะสม” มีผลโดยตรงต่อสุขภาพหัวใจ การนอนในช่วง 4 ทุ่ม–4 ทุ่ม 59 นาที เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการพักผ่อนและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ควบคู่กับการรักษาคุณภาพการนอนและการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9852590/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MT4AdYTbs5m7f6Eud3U6N

  • รองเลขาธิการ ศอ.บต. ยกคณะเยือนจีน แลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจ-การศึกษา

    รองเลขาธิการ ศอ.บต. ยกคณะเยือนจีน แลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจ-การศึกษา

    สาธารณรัฐประชาชนจีน, วันที่ 24 ต.ค. – ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และนางสาวอารีย์ เหล็มปาน นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงาน ณ มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 20-24 ตุลาคม 2568 ตามหนังสือเชิญของสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศจีนกับหน่วยงานสำคัญทางภาคใต้ของไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่งเสริมและแลกเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา

    ในการศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้พบปะพูดคุยกับคณะกรรมการประจำพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรองผู้ว่าราชการเมืองฉู่ฉง มณฑลยูนนาน รวมทั้งผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีและแลกเปลี่ยนนโยบายระหว่างกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การปลูกพืชผักและไม้ดอกเมืองหนาว การปลูกผลไม้เศรษฐกิจ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต รวมทั้งในด้านการศึกษาที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้ที่จบการศึกษามีงานทำตามความต้องการของตลาดแรงงาน และได้มีการศึกษาดูงานที่วิทยาลัยอาชีวะฉู่ฉง ซึ่งมีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์พืชเกษตรให้มีความแข็งแรงและให้ผลผลิตได้อย่างรวดเร็ว โดยวิธี Haploid Breeding Platform หรือ แพลตฟอร์มสำหรับการปรับปรุงพันธุ์พืชโดยใช้เซลล์แฮปลอยด์ ทั้งนี้ วิทยาลัยอาชีวะฉู่ฉง ยังมีหลักสูตรการเรียนในด้านเครื่องกล เภสัชและสุขภาพ ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม อีกด้วย

    นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังได้เยี่ยมชมสถานที่สำคัญซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมโบราณ ซึ่งปัจจุบันได้ประยุกต์ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศจีนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในมิติทั้งการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม การพัฒนาสังคม และการพัฒนาเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/251313&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DeTFtM4y9qT0Bq3GwTbfi

  • ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ มอบทุนการศึกษา ให้นักเรียน ร.ร.วิไลเกียรติอุปถัมภ์

    ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ มอบทุนการศึกษา ให้นักเรียน ร.ร.วิไลเกียรติอุปถัมภ์

    ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ มอบทุนการศึกษา ให้นักเรียน ร.ร.วิไลเกียรติอุปถัมภ์

    24 Oct 68

    นางแสงเดือน คำมา ผอ.ร.ร.วิไลเกียรติอุปถัมภ์ อ.เด่นชัย จ.แพร่ สพม.แพร่ เผยว่าชมรมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจังหวัดแพร่ นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ให้เกียรติเป็นตัวแทนชมรม มอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนจำนวน 13 ทุน ทุน 2,500 บาท โดยมีนักเรียนระดับชั้น ม.6/1 นางสาว ญาตาวี โพธิตาปนะ นักเรียนโรงเรียนวิไลเกียรติอุปถัมภ์ ได้รับคัดเลือกในการรับทุนการศึกษาของชมรมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจังหวัดแพร่ในครั้งนี้ ในพิธีวันปิยมหาราช วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2568 ณ ศาลากลาง จังหวัดแพร่ โดยมีคุณครูวรกฤต ปลาสุวรรณ เป็นผู้นำนักเรียนไปรับทุนการศึกษาในครั้งนี้

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3803199/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iYYLrSus9_ptTGGN-smLj

  • ปชช.นับพันแห่ร่วมงานมุทิตาจิตฤาษีเณร แจกทุนการศึกษาพร้อมมอบเงินช่วยน้ำท่วม | TOPNEWS

    ปชช.นับพันแห่ร่วมงานมุทิตาจิตฤาษีเณร แจกทุนการศึกษาพร้อมมอบเงินช่วยน้ำท่วม | TOPNEWS

    ปชช.นับพันแห่ร่วมงานมุทิตาจิตฤาษีเณร แจกทุนการศึกษาพร้อมมอบเงินช่วยน้ำท่วม

    • เผยแพร่ : 24/10/2025 10:22

    เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่ อาศรมฤาษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ประชาชนนับพันคนได้เดินทางมาร่วมงานมุทิตาจิต อาจารย์ฤาษีเณรธาตุุพุทธคุณ ในวาระอายุครบ 38 ปี โดยภายในงาน ทางอาศรมได้จัดพิธีครอบยันต์ดวงเศรษฐี แจกวัตถุมงคลเหรียญยอดมงคลเศรษฐีแก่ประชาชนทุกคนที่มารวมงาน รวมทั้งแจกทุนการศึกษาให้นักเรียนจากโรงเรียนวัดโพธิ์แตงใต้จำนวน 70 คน ทุนละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 70,000 บาทโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 2 จำนวน 40 คน รวมเป็นเงิน 40,000 บาทพร้อมมอบเงินให้กับอำเภอบางไทร 100,000 บาทเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในพื้นที่

    มีการเชิดมังกรทองและสิงโตคณะหลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม มีการรำอวยพรก่อนเริ่มพิธีสงฆ์ โดยมีพระเกจิชื่อดังเข้าร่วมหลายรูป อาทิหลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม พระอาจารย์ราชัญ อริโย นักเทศน์ชื่อดัง หลวงพ่อวิชัย วัดโพแตงใต้ พระอาจารย์เก่ง วัดท่าเสา ครูบาศิริพงษ์ จ.ลำปาง พระอาจารย์กิตติคม นะเมตตา

    หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ได้ให้ประชาชนขึ้นไปโปรยดอกดาวรวยทีองค์ปู่ฤาษีพรหมเมศ เพื่อสักการะขอพร และได้ให้พระเกจิต่างๆเจิมเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางกลับหลายคนได้ส่องเลขหางประทัดที่จุดถวายปู่ฤาษีพรหมเมศโดยเลขหางประทัดได้แก่ 791และ 87

    เกียรติยศ ศรีสกุล บก.ข่าว TOPNEWS ทั่วไทย ภาคกลาง

    20251024003

    SOCAIL 16-9_2ok-Recovered

    “นายกฯ” ประชุมร่วมกกต. ถกกรอบเลือกตั้ง แนวทางทำประชามติ รธน.-MOU 2 ฉบับไทย-กัมพูชา

    “อุตุฯ” เตือนรับมืออากาศหนาวเย็น ใต้เจอฝนหนัก 70% ของพื้นที่

    “นันทิวัฒน์” ถามตรงผลเจรจา GBC คนไทยควรดีใจไหม คืบหน้าตรงไหน มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

    รร.ปากช่อง-ทน.ขอนแก่นคว้าแชมป์ E-SPORT ภาคอีสาน กีฬานักเรียน อปท.ย่าโมเกมส์ครั้งที่ 40

    สุรินทร์ จัดงาน ธงฟ้า เยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน ลดราคาสูงสุดถึง 60%

    สลด ! พูดจาไม่เข้าหู! ชายวัย 58 คว้ามีดแทงเพื่อนร่วมวง ดับ ก่อนนั่งรอมอบตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1366734&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mKFJGIR0RGy2Cl44qQ2dQ

  • การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ครบ 15 ปี สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ครบ 15 ปี สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ครบ 15 ปี สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี”

    เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่อาคารนวัตกรรม ศาสตราจารย์ ดร. สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังทรงเปิดการประชุมวิชาการ และนิทรรศการ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ครบ 15 ปี สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี”จัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 70 พรรษา และเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกิดจากการดำเนินการตลอดระยะเวลา 15 ปี ของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ทั้งเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย และประถมศึกษาตอนต้น โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 600 คน มีการบรรยายพิเศษจากนักการศึกษาและนักวิทยาศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การนำเสนอผลงานวิจัยและแนวปฏิบัติที่ดีของครูและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการมาแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ประสบความสำเร็จ
    ในการนี้ รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประธานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เข้าเฝ้ารับเสด็จพระราชดำเนิน ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการการดำเนินงานและความก้าวหน้าโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย กิจกรรมภายในงาน

    ขอขอบคุณภาพข่าวในพระราชสำนัก : วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2568 : สำนักข่าวไทย อสมท.

    งานบริหารทั่วไปและสื่อสารองค์กร/ข่าว

    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ
    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ
    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ
    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ
    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ
    การประชุมวิชาการ และนิทรรศการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/116229/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26SUvGbheX99HjCrYqtWqR

  • การรับสมัครขอทุนช่วยเหลือการศึกษา ระดับประกาสนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) ปีการศึกษา ๒๕๖๙ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    การรับสมัครขอทุนช่วยเหลือการศึกษา ระดับประกาสนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง (ปวส.) ปีการศึกษา ๒๕๖๙ — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/116225/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tTxoHs7Uu_DUjwMm5DwSK

  • สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 24 ต.ค. 68 เวลา 7.00 น.

    สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 24 ต.ค. 68 เวลา 7.00 น.

    1. สภาพอากาศวันนี้ : ร่องมรสุมกำลังปานกลางที่พาดผ่านภาคใต้ตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

    คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 25 – 26 ต.ค. 68 ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมกำลังปานกลางที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลางและตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ภาคใต้ตอนบน และทะเลอันดามันตอนบน

    คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 24-25 ต.ค.68 จ.สุราษฎร์ธานี (อ.เคียนซา เวียงสระ ไชยา กาญจนดิษฐ์ คีรีรัฐนิคม ชัยบุรี ท่าฉาง ท่าชนะ บ้านตาขุน บ้านนาเดิม บ้านนาสาร พนม พระแสง พุนพิน และวิภาวดี) จ.ชุมพร (อ.ทุ่งตะโก ปะทิว พะโต๊ะ ละแม สวี และหลังสวน) จ.นครศรีธรรมราช (อ.เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ เมืองเมืองนครศรีธรรมราช จุฬาภรณ์ ฉวาง ชะอวด ช้างกลาง ถ้ำพรรณรา ท่าศาลา ทุ่งใหญ่ ทุ่งสง นบพิตำ นาบอน บางขัน ปากพนัง พรหมคีรี พระพรหม พิปูน ร่อนพิบูลย์ ลานสกา สิชล หัวไทร) จ.กระบี่ (อ.เขาพนม เมืองกระบี่ เหนือคลอง คลองท่อม ปลายพระยา และลำทับ)จ.ตรัง (อ.เมืองตรัง กันตัง นาโยง ปะเหลียน ย่านตาขาว รัษฎา วังวิเศษ สิเกา และห้วยยอด) จ.พังงา (อ.คุระบุรี) จ.พัทลุง (อ.ควนขนุน ป่าบอน ป่าพะยอม และศรีบรรพต) จ.ภูก็ต (อ.เมืองภูเก็ต กะทู้ และถลาง) จ.สงขลา (อ.ระโนด คลองหอยโข่ง รัตภูมิ สทิงพระ สะเดา และหาดใหญ่) จ.ยะลา (อ.เบตง และธารโต) จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง และสุขสำราญ) จ.นราธิวาส (อ.จะแนะ) จ.สตูล (อ.เมืองสตูล ควนโดน ควนกาหลง ท่าแพ ทุ่งหว้า มะนัง และละงู)

    2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 87% ของความจุเก็บกัก (70,230 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 80% (46,109 ล้าน ลบ.ม.)

    3. ข่าวประชาสัมพันธ์ :
    เมื่อวันที่ (22 ต.ค. 68) นายไวฑิต โอชวิช ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์น้ำ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับลุ่มน้ำเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษารูปแบบการถือครองทรัพยากรน้ำ ภายใต้โครงการยกระดับขีดความสามารถในการกำกับดูแลรูปแบบการถือครองทรัพยากรน้ำตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร ความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการมีส่วนร่วมของสังคม (ScaleWat) โดยมีผู้แทนองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เข้าร่วม ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ ระยอง จังหวัดระยอง

    การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อผลการศึกษารูปแบบการถือครองน้ำ (Water Tenure) ซึ่งมุ่งพัฒนาแนวทางและเครื่องมือในการประเมินสิทธิและความรับผิดชอบในการใช้น้ำ เพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาล ความเป็นธรรม และความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยมีลุ่มน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง เป็นพื้นที่นำร่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 สทนช. ร่วมกับ FAO และคณะอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามตรวจสอบแบบสัมภาษณ์และแนวทางการศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลและวิธีการ
    เก็บข้อมูลสอดคล้องกับบริบทจริงของพื้นที่ และสะท้อนมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน

    การประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยการนำเสนอผลการศึกษาโดยคณะที่ปรึกษา การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคส่วนต่างๆ และการระดมความคิดเห็นกลุ่ม เพื่อปรับปรุงผลการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพจริงของลุ่มน้ำประแสร์ ข้อเสนอแนะจากการประชุมในวันนี้จะถูกนำไปใช้ปรับปรุงผลการศึกษา และเป็นข้อมูลสำคัญในการพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยในอนาคตให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน

    4. การให้ความช่วยเหลือ :
    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง 1 จังหวัด (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) เตรียมพร้อมรับมือ พายุ “เฟิงเฉิน” โดยได้กำชับให้จังหวัดติดตามสภาวะอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร บริหารจัดการเพื่อจัดสรรทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัยไปประจำยังพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ชุมชนเป็นการล่วงหน้า เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

    ทั้งนี้ ปภ. ก็ยังคงติดตามและเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของพายุ “เฟิงเฉิน” อย่างใกล้ชิด หากพบปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ปภ. จะทำการแจ้งเตือนประชาชนทราบในช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนทราบและสามารถอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างทันท่วงที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966533&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z2lEaYVGyWuEBQCR1Y2Eo