Category: วัฒนธรรม

  • รายงานพิเศษ : มช.ชูหลักสูตร ‘NSE’ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เร่งปั้นบุคลากรทักษะสูงตอบโจทย์อุตสาหกรรมสากล

    รายงานพิเศษ : มช.ชูหลักสูตร ‘NSE’ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ เร่งปั้นบุคลากรทักษะสูงตอบโจทย์อุตสาหกรรมสากล

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ฟอร์ติเน็ต ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางวิชาการ (Academic Partner) ภายใต้หลักสูตร Fortinet Network Security Expert (NSE) เพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่นักศึกษาและบุคลากร

    ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ในฐานะพันธมิตรทางวิชาการระหว่างฟอร์ติเน็ตและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อให้มีทักษะตอบโจทย์กับความต้องการของอุตสาหกรรมในระดับสากล ซึ่งเป็นการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจในการผลิตบุคลากรคุณภาพสูงออกสู่ตลาดแรงงานทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

    ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดี มช. กล่าวว่า ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายหลักคือการนำมาตรฐานการฝึกอบรมระดับโลกของหลักสูตร Fortinet Network Security Expert บูรณาการเข้ากับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเน้นเนื้อหาด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทั้งในหลักสูตรของคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยเปิดกลุ่มวิชาเลือก Cybersecurity Engineering Track สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ขึ้นไป รวมทั้งยังได้ปรับปรุงหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานทักษะสูง นอกจากนี้ยังได้บูรณาการเนื้อหาด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ภายในกระบวนวิชาที่เกี่ยวข้องกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักศึกษาได้รับทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและทักษะเชิงปฏิบัติในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้จัดหลักสูตรอบรมออนไลน์ระยะสั้นด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Literacy) ผ่านวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้ด้านนี้ให้แก่บุคคลทั่วไป

    ทั้งนี้การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางวิชาการกับฟอร์ติเน็ตนั้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เชื่อว่าจะเป็นการเสริมความสามารถให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่เพียงแต่หลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แต่รวมถึงหลักสูตรอื่นที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล โดยจะเร่งพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีของฟอร์ติเน็ต พร้อมทั้งมีแผนจัดตั้งห้องปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หรือ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ใช้เทคโนโลยีจริงของภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริงและส่งเสริมให้มีโครงงานร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานอุตสาหกรรม

    ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถือเป็นแหล่งผลิตบุคลากรด้านคอมพิวเตอร์ ไอทีและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สำคัญของประเทศ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ผลิตผู้สำเร็จการศึกษาใน 6 หลักสูตรหลัก ได้แก่ 1.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 2.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบสารสนเทศและเครือข่าย (หลักสูตรนานาชาติ)    3.หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ 4.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ 5.หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และ 6.หลักสูตรปรัชญาดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ รวมทั้งสิ้น 733 คน

    โดยทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมระบบสารสนเทศและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (หลักสูตรนานาชาติ) เพื่อรองรับตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่มีความสามารถ มีทักษะ ที่โดดเด่นในระดับสากล

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/923360&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qVQffE9UAyQfcB6ZA0qzT

  • “รมว.นฤมล” น้อมนำพระราชดำรัส ร.10 เน้นวิชาประวัติศาสตร์ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์

    “รมว.นฤมล” น้อมนำพระราชดำรัส ร.10 เน้นวิชาประวัติศาสตร์ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์

    “รมว.นฤมล” น้อมนำพระราชดำรัส ร.10 เน้นวิชาประวัติศาสตร์ให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ เผย 29 ต.ค.เซ็น MOU การเคหะ ซ่อมสร้างบ้านพักครู เตรียมปรับหลักเกณฑ์วิทยฐานะครูใหม่

    เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ครั้งที่ 2/2568 เพื่อชี้แจงนโยบาย โดยมีนางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.ศธ. นายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษา รมช.ศธ. ตลอดจนนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนผู้บริหาร สพฐ. และ ผอ.สพท. เข้าร่วมกว่า 500 คน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การได้มาพบและพูดคุยกันในวันนี้ อยากให้มีการจัดเวียนไปแต่ละภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกัน ขณะเดียวกัน ผู้บริหารจะได้ฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่ รวมถึงประสานงานภายในองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่น ๆ ตลอดจนรัฐบาล
    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า เรื่องที่อยากเน้นย้ำคือ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ได้พระราชทานไว้กับเยาวชน ถึงความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์ พระองค์มิได้ทรงต้องการให้ครูสอนแบบท่องจำว่า “เกิดอะไรขึ้นในประวัติศาสตร์แล้วมาสอบ” แต่ให้สอนเพื่อให้เด็กเข้าใจและคิดวิเคราะห์ได้ว่า “ทำไมเหตุการณ์นั้นถึงเกิดขึ้น” และ “เหตุใดผู้นำในยุคนั้นจึงตัดสินใจเช่นนั้น” เพื่อให้เด็กมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างรอบด้าน จึงขอฝากผู้อำนวยการเขตทุกท่านให้ตระหนักถึงความสำคัญของ วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ด้วย

    นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ว่าสิ่งที่ท่านให้ความสำคัญคือ “สวัสดิการและความเป็นอยู่ของครู” โดยเฉพาะเรื่องบ้านพักครูที่หลายพื้นที่ยังทรุดโทรม ซึ่งในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ กระทรวงศึกษาธิการโดย สพฐ. จะลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับการเคหะแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าโครงการปรับปรุงและพัฒนาบ้านพักครู จึงขอให้ สพฐ. และ สพท. สำรวจข้อมูลสภาพบ้านพักครูในแต่ละเขตพื้นที่ เพื่อนำเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
    “การเคหะฯ เป็นรัฐวิสาหกิจที่สามารถจัดหาแหล่งเงินทุนมาดำเนินการให้เราได้ก่อน แต่เราต้องเป็นผู้ชี้เป้าหมายให้ชัดเจนในฐานะเจ้าของข้อมูลว่า จุดใดต้องซ่อมแซม ปรับปรุง หรือสร้างใหม่ ซึ่งอาจารย์จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีมติรองรับ ประโยชน์คือ สพฐ.จะสามารถตั้งงบประมาณแบบผูกพันเพื่อชำระให้การเคหะฯ ได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องถูกตัดงบในปีต่อๆ ไปอีก” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวถึงประเด็น วิทยฐานะครู ว่า ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากหลายฝ่าย ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาที่พบตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ได้แก่ หลักเกณฑ์และผู้ประเมินผลงานในการขอเลื่อนวิทยฐานะ ขณะนี้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้พิจารณาทบทวนแล้วในระดับหนึ่ง และจะมีการเสนอ ร่างหลักเกณฑ์ใหม่ เข้าพิจารณาในวันที่ 30 ตุลาคมนี้

    ส่วนปัญหาอื่น ๆ เช่น งบประมาณช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบภัยพิบัติ และงบดำเนินงานของ สพท. ได้มอบหมายให้เลขาธิการ กพฐ. รวบรวมเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป รวมทั้งเรื่องของศึกษานิเทศก์ ที่จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจาก ผอ.สพท. ครู และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อปรับโครงสร้างให้เหมาะสม

    ในโอกาสนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้มอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น รวม 140 เขตพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/59834&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lSO5lg5u8DD3RM3xAzctC

  • ผลสำรวจชี้ ชาวอเมริกันเกือบครึ่งเลือกลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก | BT

    ผลสำรวจชี้ ชาวอเมริกันเกือบครึ่งเลือกลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก | BT

    ผลสำรวจชี้ ชาวอเมริกันเกือบครึ่งเลือกลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

    ผลสำรวจชี้ ชาวอเมริกันเกือบครึ่งเลือกลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก

    ผลสำรวจใหม่จาก Charles Schwab พบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง (45%) ของนักลงทุนชาวอเมริกันสนใจที่จะรวม สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investments) เข้าไว้ในพอร์ตการลงทุน เนื่องจากพวกเขามองว่าความสำเร็จในการลงทุนจำเป็นต้องมีสินทรัพย์เสริมจากพอร์ตดั้งเดิม (เงินสด หุ้น และพันธบัตร)

    สินทรัพย์ทางเลือกเป็นหมวดหมู่ที่กว้าง ซึ่งครอบคลุมการลงทุนที่อยู่นอกเหนือจากสินทรัพย์ดั้งเดิม ประกอบด้วย:

    • สินทรัพย์นอกตลาด (Private-market assets): เช่น Private Equity
    • อสังหาริมทรัพย์ และกองทุน Hedge Fund
    • สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities): เช่น ทองคำ และน้ำมัน
    • คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies)

    วิธีที่ง่ายที่สุดในการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือก คือ ETF

    ที่ปรึกษาทางการเงินระบุว่า แม้ว่าการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกโดยตรงจะมีความเสี่ยงและความซับซ้อนเพิ่มขึ้น แต่ก็มีวิธีที่ง่ายและเป็นดั้งเดิมกว่าในการเข้าถึง นั่นคือการลงทุนผ่าน กองทุนรวม ETFs

    ข้อดีของการใช้ ETF

    1. แก้ปัญหาการขาดสภาพคล่อง (Liquidity): สินทรัพย์ทางเลือกหลายอย่าง เช่น การลงทุนในตลาดส่วนตัว (Private Equity) มักมีระยะเวลาล็อคอัพ (Lockup periods) หลายปี หรือมีช่วงเวลาไถ่ถอนจำกัด ซึ่งทำให้ขาดสภาพคล่อง แต่ ETF ที่ถือสินทรัพย์เหล่านี้นั้นสามารถ ซื้อขายได้อย่างเสรี ตลอดทั้งวันเหมือนหุ้นทั่วไป
    2. ความสนใจที่เพิ่มขึ้น: ปัจจุบัน นักลงทุนได้ทุ่มเงินกว่า 1 ล้านล้านเหรียญเข้าสู่ ETF ในสหรัฐฯ ในปีนี้ โดยส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ ETF ทองคำและคริปโทฯ
    3. การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: กฎหมายเริ่มมีการปรับเปลี่ยน เช่น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเพื่อให้การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางเลือกในแผนการเกษียณอายุในที่ทำงานง่ายขึ้น ขณะที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ได้ปรับเปลี่ยนกฎเพื่อเร่งการเปิดตัว Spot Crypto ETFs

    ข้อควรระวังและการจัดสรรพอร์ต

    • สัดส่วนการลงทุน: ที่ปรึกษาแนะนำให้จำกัดสัดส่วนของสินทรัพย์ทางเลือกไว้ที่ประมาณ 10% ถึง 15% ของพอร์ตการลงทุนรวม หากคุณมีพอร์ตขนาดใหญ่ และไม่เกิน 5% หากคุณมีเงินลงทุนเริ่มต้นไม่มากนัก
    • พื้นฐานยังสำคัญ: ผู้เชี่ยวชาญยังคงย้ำเตือนว่าสำหรับเป้าหมายระยะยาว เช่น การเกษียณอายุหรือการศึกษาบุตร หุ้นและพันธบัตรแบบดั้งเดิม ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับส่วนใหญ่ของพอร์ตโฟลิโอ เพราะ “การลงทุนที่น่าเบื่อยังคงให้ผลตอบแทน” ที่ดีในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.beartai.com/life/money/1486961&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aN0HmM4DmGi0hJqlflxTg

  • “NSM” น้อมรำลึก “พระพันปีหลวง” ผู้พระราชทาน “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มหาราชินี” สืบสานพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่

    “NSM” น้อมรำลึก “พระพันปีหลวง” ผู้พระราชทาน “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มหาราชินี” สืบสานพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/106102&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0kv5MEIZ1f9yBzA_qJm83S

  • กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานประชุมวิชาการ

    กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานประชุมวิชาการ

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.20 น.

    สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมวิชาการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ครบรอบ 15 ปี สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESD) เฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ณ อาคารนวัตกรรม ศ.ดร.สาโรช บัวศรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยมี นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM พร้อมด้วย    ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร   นิทรรศการ “โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ครบรอบ 15 ปี ฯ” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรทางการศึกษา

    การประชุมวิชาการฯ ดังกล่าวจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22 – 23 ตุลาคม 2568 มีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาต่อยอดโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้บุคลากรทางการศึกษาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์อย่างเข้มข้น ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ อาทิ Dr. Tobias Ernst ประธานมูลนิธิ Stiftung Kinder Forscher จากสหพันธ์สาธาราณรัฐเยอรมนี ในหัวข้อ “Little Scientists in Germany: Why Early STEM Education Matters” และ “From Curiosity to Competence: How Early STEM Education for Sustainable Development Shapes a Better Future”

    นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนองานวิจัยภาคบรรยายใน 4 ห้องย่อย ได้แก่ การบริหารโครงการและพัฒนาบุคลากร, การบริหารสถานศึกษา, การจัดการเรียนรู้ระดับปฐมวัยและการจัดการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา ซึ่งปีนี้มีงานวิจัยจำนวน 92 ผลงาน ต่อเนื่องด้วยวันที่ 23 ตุลาคม มีการบรรยายพิเศษโดย Prof. Dr. Ching-Ting Hsin จาก National Tsing Hua University, ไต้หวัน ในหัวข้อ “Equity in Action: Building Culturally Relevant and Sustaining Pathways in Early STEM Education” ตลอดจน เสวนา “การจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” และการนำเสนอผลงานวิจัยภาคโปสเตอร์และภาคบรรยาย เสวนา “เด็กสร้างถิ่น: เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม และภูมิปัญญา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” และปิดท้ายด้วยพิธีมอบเกียรติบัตร

    โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการดำเนินงานครบรอบ 15 ปี ด้วยการขยายผลครอบคลุมสถานศึกษากว่า 27,366 แห่ง ในระดับปฐมวัย และกว่า 16,872 แห่ง ในระดับประถมศึกษา ซึ่งขับเคลื่อนโดยความร่วมมืออันแข็งแกร่งของ 8 หน่วยงานหลัก ได้แก่ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

    NSM มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ผลักดันหลัก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารและนักวิชาการร่วมเป็นกลไกสำคัญ อาทิ ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ NSM ในตำแหน่งวิทยากรหลักอาวุโส (SCT) และคณะเจ้าหน้าที่ NSM ที่เป็นวิทยากรหลัก (Core Trainer: CT) ได้แก่ ดร.สุภรา กมลพัฒนะ, นางสาวรักชนก บุตตะโยธี, นางสาวพิมลพรรณ จันทรพิมล, ดร.ศิรประภา ศรีสุพรรณ, ดร.จิตติกานต์ อินต๊ะโมงค์ และนางทัศนา นาคสมบูรณ์ โดยมีภารกิจครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร การจัดอบรมวิทยากรเครือข่ายท้องถิ่น ไปจนถึงการจัดพิธีรับตราพระราชทาน การจัดงานเทศกาลและการผลิต “รายการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย” โดยร่วมมือกับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    สำหรับก้าวต่อไป โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย มุ่งเน้นการพัฒนาและต่อยอด พร้อมขยายแนวทางการจัดการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Education for Sustainable Development – ESD) ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ บริบทท้องถิ่นพัฒนาเนื้อหาใหม่ ๆโดยมีการอบรมครูรุ่นใหม่ผ่านสื่อออนไลน์และวิดีโอทางไกล ผ่านกิจรรมและนวัตกรรมการเรียนรู้ กล่องบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย และสื่อการสอนออนไลน์ เพื่อสนับสนุนครูทั่วประเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไทยรักการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่วัยเยาว์ พัฒนาครู นักเรียน และเครือข่ายท้องถิ่น ให้ร่วมขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อความยั่งยืน ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของโลก (UN SDGs)

    -(016)

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/923418&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CwCLsTDCKs2y-oABxjp_9

  • ‘มีเทคนิค-มีกลยุทธ์’ น่าศึกษาจากปรากฏการณ์ ‘เทศกาลเจนนี่’ | เดลินิวส์

    ‘มีเทคนิค-มีกลยุทธ์’ น่าศึกษาจากปรากฏการณ์ ‘เทศกาลเจนนี่’ | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5234360/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pGwKqbyzZlYBeHOQdUg9A

  • ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดกิจกรรม Fix it-จิตอาสาและการส่งมอบบ้านพักอาศัย รถจักรยานยนต์ และรถแทรคเตอร์ให้กับครอบครัวนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา  อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ 

    ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดกิจกรรม Fix it-จิตอาสาและการส่งมอบบ้านพักอาศัย รถจักรยานยนต์ และรถแทรคเตอร์ให้กับครอบครัวนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา  อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ 

    ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดกิจกรรม Fix it-จิตอาสาและการส่งมอบบ้านพักอาศัย รถจักรยานยนต์ และรถแทรคเตอร์ให้กับครอบครัวนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา  อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ 


    25/10/2568 | 143 |

    วันนี้(25 ต.ค 68) เวลา 09.30 น. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Fix it-จิตอาสาและการส่งมอบบ้านพักอาศัย รถจักรยานยนต์ รถมอเตอร์พ่วงข้างและรถแทรคเตอร์ให้กับครอบครัวนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี นางแสงดาว ศรีจันทร์เวียง รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ รักษาราชการแทนนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ นายอำเภอกาบเชิง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีฯ

    โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 9 ราย บาดเจ็บ 11 ราย หนึ่งในนั้นคือนาย บัณฑิต อุ่นจิตร และเด็กชายฐิติวัฒน์ บุญแต่ง ณ บ้านเลขที่ 159 หมู่ที่ 2 บ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่ BM-21 ของฝ่ายกัมพูชา จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งนี้มีบ้านเรือนเสียหาย 231 หลัง ซ่อมแล้ว 229 เหลือ 2 หลังอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม คิดเป็น 99.13 % มีโรงเรียน 1 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง วัด 3 แห่ง และพื้นที่การเกษตร ครอบคลุมทั้ง 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพนมดงรัก อำเภอบัวเชด อำเภอกาบเชิง อำเภอสังขะ และอำเภอปราสาท 

    ทั้งนี้ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดกิจกรรม “Fix it – จิตอาสา” เพื่อมอบถุงยังชีพจำนวน 300 ถุง บริการอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่มจำนวน 300 ชุด พร้อมมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบการดำเนินการในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึง พลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงในชีวิตและอาชีพของประชาชน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/434438&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qs-A8apgLG_jHwg2Be9uZ

  • เปิดดาวน์โหลดฟรี พระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ถวายความอาลัย

    เปิดดาวน์โหลดฟรี พระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ถวายความอาลัย

    Logo Thairath

    สมาชิก

    ค้นหา

    เปิดดาวน์โหลดฟรี พระฉายาลักษณ์

    25 ต.ค. 2568 18:05 น.

    เปิดดาวน์โหลดฟรี พระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ถวายความอาลัย

    -ก+

    LightDark

    เปิดดาวน์โหลดฟรี พระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา เพื่อถวายความอาลัย

    กรมประชาสัมพันธ์ ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา สามารถดาวน์โหลดพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ดาวน์โหลดได้ที่ 

    หรือ 

    https://drive.google.com/drive/folders/1QjaLj0iU38VDrWEbwQ-O72Y7VK6yZ9vN

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/scoop/theissue/2891301&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XO6hmzC181EmaKAc_Dz4H

  • เบิร์ธเดย์ 29 ปี! “บุ๊ค กษิดิ์เดช” จากเด็กวิศวะสู่นักแสดงสุดฮอต ที่ FC หลงรัก

    เบิร์ธเดย์ 29 ปี! “บุ๊ค กษิดิ์เดช” จากเด็กวิศวะสู่นักแสดงสุดฮอต ที่ FC หลงรัก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/106032&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YmDiOcBnNxwkd2XAKmQGl

  • ส.ไต้หวัน ยืนสงบนิ่ง แสดงความอาลัย ก่อนเปิดงานเทศกาลกินเจ ฉบับไต้หวัน | TOPNEWS

    ส.ไต้หวัน ยืนสงบนิ่ง แสดงความอาลัย ก่อนเปิดงานเทศกาลกินเจ ฉบับไต้หวัน | TOPNEWS

    วันที่ (25 ต.ค. 68) ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์ นายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย นำนักธุรกิจชาวไต้หวันยืนสงบนิ่ง แสดงความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต 24 ต.ค 68 ก่อนเปิดงานเทศกาลกินเจ อิ่มกาย สุขใจ ที่ทางสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย จัดขึ้นระหว่าง 25-26 ตค 68 ณ.หอประชุมสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย ถ.สุขุมวิท อ.เมืองสมุทรปราการ

    โดยมีชาวไต้หวัน มาออกร้านทั้งอาหารคาวหวานรวมถึงของที่ระลึก ของใช้ มุมถ่ายภาพ มากว่า 200 บูทจำหน่ายให้นักท่องเที่ยว และชาวสมุทรปราการ

    นอกจากนี้ยังจัดให้มีการมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียนที่เรียนภาษาจีน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์รวม 60 ทุน โดยคุณกรี จึงสุขุม ประธานมูลนิชิโนทัย

    ทั้งนี้ ดร.บรินดา จางขจรศักดิ์ นายกสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย ได้อแกมาเชิญชวนนักท่องเที่ยวรวมถึงชาวสมุทรปราการ เดินทางมาซื้ออาหารเจ ที่รับรองไม่ซ้ำใครแบบฉบับชาวไต้หวันแท้ ที่หอประชุมของสมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย ที่ชาวไต้หวันมาเปิดจำหน่ายร้านอาหาร คาวหวานกว่า 100 ร้าน และสินค้าของที่ระลึกและบูธศิลปวัฒนธรรมระหว่างวันที่ 25-26 ตค 68 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น.

    ภาพ/ข่าว เรืองริชม์ ปันเจริญธนกฤต ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สมุทรปราการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1367949&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jVLKtHNYdxYZYORhvrKcT