Category: วัฒนธรรม

  • ‘นุ่น-ต๊อด’แทคทีมทอดกฐิน มอบทุนการศึกษา-บริจาคเครื่องมือแพทย์กว่า 2 ล้าน! | เดลินิวส์

    ‘นุ่น-ต๊อด’แทคทีมทอดกฐิน มอบทุนการศึกษา-บริจาคเครื่องมือแพทย์กว่า 2 ล้าน! | เดลินิวส์

    เป็นคู่รักที่เดินหน้าทำบุญและแบ่งปันสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับนางเอกสาว “นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี” และสามีนักธุรกิจใจบุญ “ต๊อด-ปิติ ภิรมย์ภักดี” ที่ล่าสุดได้แทคทีมกันเดินทางขึ้นเหนือไปทำบุญใหญ่ในหลายภารกิจ

    วันที่ 24 ต.ค. 68 นุ่น และ ต๊อด ได้เดินทางไปร่วมทอดกฐิน ณ ที่พักสงฆ์ถ้ำศรีนิล ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อระดมปัจจัยในการสร้างแท็งก์น้ำคอนกรีต และศาลาที่พักสงฆ์

    ไม่เพียงแต่ทำบุญกับพระพุทธศาสนาเท่านั้น คู่รักคนดังยังคงเดินหน้าสนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชน โดย ต๊อด ปิติ ได้โพสต์ภาพภารกิจการมอบความช่วยเหลือภายใต้มูลนิธิ ปิติ ภิรมย์ภักดี และทีมสิงห์อาสา โดย ต๊อด โพสต์ว่า “มูลนิธิ ปิติ ภิรมย์ภักดี และทีมสิงห์อาสา มอบทุนการศึกษาชั้น ป.1-ม.3 จำนวน 60 ทุน และมอบห้องส่งเสริมการเรียนรู้ อุปกรณ์กีฬา และโรงเรียนเกษตรพอเพียง ให้โรงเรียนบ้านเป้าวิทยาคาร จ.เชียงใหม่”

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยถึงการส่งมอบความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขครั้งสำคัญ โดยมูลนิธิปิติ ภิรมย์ภักดี ซึ่งมี นุ่น และ ต๊อด เป็นตัวแทน ได้บริจาค ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้กับ โรงพยาบาลแม่แตง รวมมูลค่ากว่า 2,048,000 บาท ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่

    1. เครื่องตรวจอวัยวะภายในด้วยคลื่นเสียง 3 หัวตรวจ (Ultrasound) จำนวน 1 เครื่อง

    2. เตียง 2 ไกร์มือหมุน พื้นเหล็ก จำนวน 10 เตียง

    3. เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมด้วยปริมาตรและความดัน สำหรับเคลื่อนย้าย จำนวน 1 เครื่อง

    4. เครื่องบันทึกการบีบตัวของมดลูกและการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ (CTG) จำนวน 1 เครื่อง

    5. เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและสัญญาณชีพอัตโนมัติ (Monitor) จำนวน 1 เครื่อง

    เรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังเป็นนักบุญที่แบ่งปันโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมอย่างแท้จริง

    ขอบคุณภาพจาก : tp12toddpiti

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5239207/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UsxWgmjK8EvJq747j1X8A

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67519/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw031JAkMDqtifz0prb3JsSO

  • น้อมรำลึก ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ แม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงวางรากชีวิตให้ปวงชนไทย

    น้อมรำลึก ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ แม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงวางรากชีวิตให้ปวงชนไทย

    ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ผู้ทรงอุทิศพระวรกายตลอดหลายทศวรรษ เพื่อยกระดับชีวิตและศักดิ์ศรีของราษฎร ทรงเป็นแรงบันดาลใจแห่งความเสียสละ ความเมตตา และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้แผ่นดินไทย “อยู่ดี มีสุข” ตามพระราชปณิธานตลอดกาล

    25 ตุลาคม 2568 – ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษแห่งการทรงงาน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทรงเสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาค ทรงรับรู้ถึงความยากลำบากของประชาชน และทรงริเริ่มโครงการในพระราชดำรินับพันโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างทั่วถึง โดยทรงยึดมั่นในแนวทาง “ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี” บนพื้นฐานของความพอเพียงและยั่งยืน

    ด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาธิคุณ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสานต่อพระราชปณิธานในทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อร่วมกันสืบสานสิ่งที่พระองค์ทรงวางรากไว้ให้มั่นคงยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน จึงได้มีการรวบรวม 9 พระราชกรณียกิจสำคัญ อันเป็นหมุดหมายแห่งพระราชหฤทัย ที่ทรงอุทิศแรงกายแรงใจเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทย ดังนี้

     1.‘ศิลปาชีพ’ ราชินีแห่งไหมไทย ทรงเป็นต้นแบบอนุรักษ์ผ้าไทยให้โด่งดังไกล

    ผ้าไหมไทย คือ ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่เคยถูกละเลย พระองค์ทรงหยิบยกขึ้นมาฟื้นฟูให้ทรงคุณค่ามากว่าครึ่งศตวรรษ เมื่อปี พ.ศ. 2513 คราวเสด็จฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ส่งเสริมการทอผ้าไหม ก่อเกิดการสร้างอาชีพและรายได้แก่ราษฎรอย่างกว้างขวางภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งทรงเผยแพร่ความงดงามของผ้าไหมและหัตถกรรมไทยสู่สายตาชาวโลก ผืนผ้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านกลายเป็นฉลองพระองค์อันวิจิตร โดยใน พ.ศ. 2505 ทรงได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสตรีผู้แต่งพระองค์งามที่สุดของโลกจากผู้เชี่ยวชาญแฟชั่นสตรีนานาชาติ ทำให้ผ้าไทยเป็นที่รู้จักและสวมใส่อย่างแพร่หลาย เพื่อต่อยอดพระราชปณิธาน วันที่ 9 มิถุนายน 2563 กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดทำโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ครม. เห็นชอบมาตรการส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน กระตุ้นกระแสประกวดผ้าทอ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติ และแฟชั่นโชว์ผ้าไทยร่วมสมัยให้ใส่ได้เก๋ในชีวิตประจำวัน

    2.น้ำพระทัยสมเด็จพระพันปีหลวง ชุบชีวิตยามวิกฤติสาธารณสุข

    พระองค์ทรงห่วงใยทุกข์ยากของราษฎร โดยเฉพาะด้านสุขภาพอนามัยในชนบทห่างไกล ทรงพระราชทานโครงการด้านสาธารณสุขจำนวนมาก อาทิ ทรงโปรดเกล้าฯ จัดคณะแพทย์ตามเสด็จในต่างจังหวัด พัฒนาเป็นหน่วยแพทย์พระราชทาน และสานต่อโครงการ “หมอหมู่บ้าน” ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้ชาวบ้านได้อบรมดูแลอนามัยเบื้องต้น พร้อมรับคนไข้ยากไร้ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และชุด PAPR ให้โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และทุกเหล่าทัพ เพื่อคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์

    3.‘บ้านเล็กในป่าใหญ่’ โครงการพระราชดำริเพื่อคนกับป่าอยู่ร่วมกัน

    “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า” พระราชดำรัสสะท้อนพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ สนับสนุนพระราชกรณียกิจด้านแหล่งน้ำของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานดำริจัดตั้งโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่แห่งแรกที่บ้านห้วยไม้หก อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2534 โดยทรงเน้นรักษาป่าอุดมสมบูรณ์ ฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ปลูกทั้งไม้ป่าธรรมชาติและไม้ใช้สอย จัดพื้นที่ทำกินอย่างมีประสิทธิภาพไม่ต้องบุกรุกป่า และจัดหาแหล่งน้ำให้เพียงพอ โครงการประสบความสำเร็จ คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ จึงขยายไปยังหลายพื้นที่ เช่น บ้านอุดมทรัพย์ อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร บ้านหนองห้า อ.เชียงคำ จ.พะเยา ดอยฟ้าห่มปก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นต้น

    4.ทรงต่อลมหายใจ ‘โขน’ ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย

    ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ศึกษาค้นคว้าโขนตามแบบโบราณราชประเพณี ฟื้นฟูองค์ความรู้และเครื่องแต่งกายให้ถูกต้องตามธรรมเนียม โปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญรวบรวมหลักฐาน สร้างเครื่องแต่งกายขึ้นใหม่ และพัฒนาศิลปะการแสดงให้ร่วมสมัย โขนพระราชทาน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “ศึกพรหมาศ” พ.ศ. 2552 เป็นปฐมบทแห่งความสำเร็จที่งดงามตระการตา ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน โดยในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “สะกดทัพ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม–5 ธันวาคม 2565 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ด้วยพระวิสัยทัศน์ที่สนับสนุนโขนให้ก้องโลก UNESCO จึงประกาศขึ้นทะเบียน “โขนไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561

    5.สืบสานพระราชปณิธานธรรมราชินี

    ทรงตระหนักว่าศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจมนุษย์ให้ประกอบแต่ความดี จึงทรงอุปถัมภ์บำรุงศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย ทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์–ฮินดู และซิกข์ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงประกอบพระราชกรณียกิจทางศาสนา มักโดยเสด็จฯ ด้วยเสมอ และหลายคราวเสด็จฯ โดยลำพังด้วยความเคารพในจารีต นอกจากนี้ยังทรงถวายปัจจัยแด่พระเถรานุเถระเป็นประจำ อนุเคราะห์พระสงฆ์อาพาธ สนับสนุนค่ารักษาพยาบาล และโปรดให้จัดภัตตาหารถวายเป็นพิเศษ

    6.‘สถาบันสิริกิติ์’ สานต่องานศิลปาชีพเผยแพร่ประณีตศิลป์

    กว่า 60 ปี แห่งพระราชกรณียกิจด้านศิลปาชีพทำให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโต โรงฝึกศิลปาชีพสวนจิตรลดาพัฒนางานอย่างก้าวหน้า ผลงานมีความวิจิตรงดงาม จนยกสถานะเป็น “สถาบันสิริกิติ์” ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2553 ผลงานประณีตศิลป์อวดโฉมในพิพิธภัณฑ์ “ศิลป์แผ่นดิน” ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดงตั้งแต่ห้อง “ปีกแมลงทับ” งานแกะสลัก คร่ำ ย่านลิเภา งานปักเส้นไหมโบราณ เครื่องราชูปโภคและเครื่องประดับ รวมถึงจำลองพระที่นั่งพุดตานคร่ำทองอย่างเสมือนจริง ทั้งหมดคือฝีมือชาวนาชาวไร่ที่ผ่านการฝึกฝนจนเป็นช่างศิลป์ชั้นยอดตามพระราชดำริ

    7.‘ฟาร์มตัวอย่าง’ ตามพระราชดำริ ศูนย์เรียนรู้การเกษตรครบวงจร

    กิจกรรมฟาร์มตัวอย่างถือกำเนิดที่บ้านขุนแตะ ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกว่า 20 ปีก่อน จากการช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดให้มีงานทำ เริ่มจากพัฒนาสาธารณูปโภค แหล่งน้ำ และกิจกรรมเกษตรครบวงจร ทั้งปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงปศุสัตว์และประมง ต่อมาขยายผลทั่วประเทศ ในสถานการณ์โควิด-19 ที่แรงงานจำนวนมากตกงานและกลับภูมิลำเนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวง โปรดให้นำพื้นที่ในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ 30 แห่ง จาก 61 แห่ง ใน 17 จังหวัด มาสนับสนุนการจ้างงาน ภายใต้ “โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ ต้านภัยโควิด-19” เพื่อให้ประชาชนมีรายได้เลี้ยงครอบครัว

    8.พระเมตตาด้านงานสังคมสงเคราะห์

    พระองค์ทรงพระเมตตาช่วยเหลือประชาชนด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพราะทรงตระหนักว่ากายแข็งแรงนำไปสู่ใจเข้มแข็งและประโยชน์ส่วนรวม นอกเหนือจากพสกนิกรไทย น้ำพระราชหฤทัยยังแผ่ไพศาลถึงผู้อพยพลี้ภัย เช่น เหตุการณ์บ้านเขาล้าน จังหวัดตราด ทรงเยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา พระราชทานอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องนุ่งห่ม โปรดให้สภากาชาดไทยร่วมกับกาชาดสากลช่วยเหลือ และพระราชทานครูสอนวิชาชีพ นอกจากนี้ทรงตั้ง “มูลนิธิสายใจไทย” เพื่อช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และอาสารับใช้ชาติที่บาดเจ็บหรือพิการ พัฒนาอาชีพให้พึ่งพาตนเองได้ ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมของมูลนิธิเป็นที่นิยมของประชาชน

    9.ทรงส่งเสริมเยาวชนของชาติให้ได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม

    ด้านการศึกษา พระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนเริ่มแรกให้โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 1 สร้างโรงเรียนสำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าเย้าที่บ้านห้วยขาน ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และมอบให้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนดูแล ปัจจุบันสังกัดกระทรวงศึกษาธิการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอาคารใหม่ให้โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 2 สำหรับเด็กชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังทรงรับนักเรียนยากจนที่ทรงพบระหว่างเสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎรไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เกือบ 2,000 คน ขยายโอกาสถึงเด็กพิการให้ได้รับการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษตามความสามารถ จนจบการศึกษาเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้

    พระราชกรณียกิจทั้ง 9 ประการนี้ คือหลักฐานแห่งพระเมตตา พระปรีชาญาณ และพระวิริยะอุตสาหะของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงยกระดับชีวิตประชาชน สืบสานรากเหง้าศิลปวัฒนธรรม ฟื้นคืนผืนป่าและแหล่งน้ำ หนุนเสริมเศรษฐกิจฐานราก และเปิดโอกาสทางการศึกษาให้ลูกหลานไทยอย่างไม่รู้จบ เพื่อให้แผ่นดินไทย “อยู่ดี มีสุข” อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/884507/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wzWS7mqdFygSgA3hopfK7

  • พลิกโฉมคุณภาพครู! รร.นางรองพิทยาคม ติวเข้มวิทยฐานะ และ นวัตกรรมการศึกษา | เดลินิวส์

    พลิกโฉมคุณภาพครู! รร.นางรองพิทยาคม ติวเข้มวิทยฐานะ และ นวัตกรรมการศึกษา | เดลินิวส์

    พลิกโฉมคุณภาพครู! รร.นางรองพิทยาคม ติวเข้มวิทยฐานะ และ นวัตกรรมการศึกษา

    รร.นางรองพิทยาคม เร่งเครื่องพัฒนาบุคลากร เปิดโครงการใหญ่ “ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ การขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ และการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5239064/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qZGkC4WGQoxuOHRUzjKzA

  • ที่ปรึกษานายก อบจ.สงขลา ให้โอวาทนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบคัดเลือกฯ ครั้งที่ 40 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ที่ปรึกษานายก อบจ.สงขลา ให้โอวาทนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบคัดเลือกฯ ครั้งที่ 40 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช


    ที่ปรึกษานายก อบจ.สงขลา ให้โอวาทนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ ในการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบคัดเลือกฯ ครั้งที่ 40 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช

          วันนี้ (22 ต.ค. 68) นายอับดลรอหมาน กาเหย็ม ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กล่าวให้โอวาทนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ที่เดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกภาคใต้ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ 2569 “ลิกอร์เกมส์” พร้อมด้วย นายทรงยศ ราญฎร ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียน อบจ.สงขลา พิทยานุสรณ์ นางมยุรี พานชัย ผู้อำนวยการกองการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัดเข้าร่วม ณ โรงยิมวอลเลย์บอล โรงเรียน อบจ.สงขลา พิทยานุสรณ์ ตําบลเกาะแต้ว อําเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

          “การกีฬานอกจากจะสร้างคนให้มีคุณภาพแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพเพื่อพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง รวมไปถึงการมีวินัยในตนเอง เพราะหากขาดวินัยความสำเร็จก็จะไม่เกิด ขอให้ตั้งใจ เคารพกติกา และประสบความสำเร็จในการแข่งขัน นำชื่อเสียงมาสู่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา รวมถึงความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา” ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวให้โอวาท

          สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ โรงเรียน อบจ.สงขลา พิทยานุสรณ์ ได้ส่งทัพนักกีฬา คณะเจ้าหน้าที่ ครู ผู้ฝึกสอน จำนวน 264 คน ร่วมชิงชัยใน 7 ชนิดกีฬา ได้แก่ 1.กรีฑา 2.ฟุตบอล 3.วอลเลย์บอล 4.ฟุตซอล 5.เซปักตะกร้อ 6.เปตอง และ 7.เทคบอล โดยมีกำหนดเดินทางไปร่วมการแข่งขันในวันที่ 23 ตุลาคม 2568

          ตามที่ เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกภาคใต้ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ 2569 “ลิกอร์เกมส์” ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม -2 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช (ชาติตระการโกศล) มีการแข่งขันกีฬาบังคับ 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลในร่ม วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล เซปักตะกร้อ ฟุตซอล เปตอง แบตมินตัน หมากรุกไทย หมากฮอสไทย จักรยานขาไถ อีสปอร์ต เทคบอล และกีฬาสาธิต 2 ชนิดกีฬา ได้แก่ ว่ายน้ำ และหมากล้อม

    ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ อบจ.สงขลา

    เนื้อหานี้ในภาษาอื่น


    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
    • อบจ.สงขลา ร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ ทม.เขารูปช้าง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น

      อบจ.สงขลา ร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินฯ ทม.เขารูปช้าง เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้น
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมวันรักต้นไม้แห่งชาติ ประจำปี 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมวันรักต้นไม้แห่งชาติ ประจำปี 2568
    • อบจ.สงขลา ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.5 เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2568

      อบจ.สงขลา ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.5 เนื่องในวันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
    • อบจ.สงขลา หนุนจัดเทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “กินเจ Go Green” ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

      อบจ.สงขลา หนุนจัดเทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “กินเจ Go Green” ร่วมส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
    • หัวเว่ยมีช่องทางรองรับการดาวน์โหลดเฟสบุ๊คหรือไม่?

      หัวเว่ยมีช่องทางรองรับการดาวน์โหลดเฟสบุ๊คหรือไม่?
    • AppGallery สามารถแทนที่ Google Play บนโทรศัพท์ Huawei ได้หรือไม่?

      AppGallery สามารถแทนที่ Google Play บนโทรศัพท์ Huawei ได้หรือไม่?
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ครั้งที่ 2/2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ครั้งที่ 2/2568
    • กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมโครงการกินน้ำชายามเช้า - กินข้าวยำสัญจร ประจำเดือน ตุลาคม 2568

      กฟผ. โรงไฟฟ้าจะนะ ร่วมกิจกรรมโครงการกินน้ำชายามเช้า – กินข้าวยำสัญจร ประจำเดือน ตุลาคม 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news.gimyong.com/content/3e70fe290b&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XsrT1YD9cAsZ6tnnMvIk3

  • เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นำคณะนักศึกษา หลักสูตร ปกส.2 ศึกษาดูงาน ณ สหภาพรัฐสภา (IPU) สมาพันธรัฐสวิส

    เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นำคณะนักศึกษา หลักสูตร ปกส.2 ศึกษาดูงาน ณ สหภาพรัฐสภา (IPU) สมาพันธรัฐสวิส

    เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2568 รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้นำคณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหาร การกำกับดูแล และพัฒนากฎหมายกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมระดับสูง (ปกส.) รุ่นที่ 2 เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ องค์การสหภาพรัฐสภา (Inter-Parliamentary Union – IPU) กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส (Switzerland)

    การศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายมาร์ติน ชุงกง เลขาธิการสหภาพรัฐสภา (IPU) ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหาร การกำกับดูแล และการพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมในระดับสากล เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากฎหมายและกิจการดังกล่าวของประเทศไทยต่อไป

    ในโอกาสนี้นายพิชาญ พรศิริประทาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้แทนนักศึกษาหลักสูตร ปกส.2 ได้กล่าวคำขอบคุณต่อเลขาธิการ IPU และผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้โอกาสคณะนักศึกษาเข้าเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติหน้าที่และการพัฒนาประเทศในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/251515&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nJT6orlPI6iQSnKh7Wv4j

  • พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

     
                 เปิดพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งวันพระราชสมภพ ชีวิตช่วงเยาว์วัย การศึกษา พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ประสูติพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ และพระราชกรณียกิจ

    สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชสมภพ 12 สิงหาคม

                  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบรมราชินีนาถใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรี แห่งกิติยากร” 

                 ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2475 ที่บ้านพลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ 1808 ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ชีวิตช่วงเยาว์วัย

                 ในปีที่พระองค์ทรงพระราชสมภพนั้นเป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอก หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร

                 หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน พุทธศักราช 2475 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงออกจากราชการทหาร โดยรัฐบาลแต่งตั้งให้ไปรับราชการในตำแหน่งเลขานุการเอก ประจำสถานทูตสยาม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอมริกา ส่วนหม่อมหลวงบัวซึ่งมีครรภ์แก่คงพำนักอยู่ในประเทศไทย จนให้กำเนิดหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์แล้วจึงเดินทางไปสมทบ มอบหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ และท้าววนิดาพิจาริณี ผู้เป็นบิดาและมารดาของหม่อมหลวงบัว

                 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต้องอยู่ห่างไกลบิดามารดาตั้งแต่อายุยังน้อย บางคราวต้องระหกระเหินไปต่างจังหวัดตามเหตุการณ์ผันผวนทางการเมือง เช่น ในพุทธศักราช 2476 หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร พระมารดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้ทรงรับนัดดาตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวไปสงขลาด้วย

                 ปลายพุทธศักราช 2477 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงลาออกจากราชการกลับประเทศไทยพร้อมครอบครัว อันมีหม่อมหลวงบัว หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ บุตรคนโต และหม่อมราชวงศ์บุษบา บุตรีคนเล็กผู้เกิดที่สหรัฐอเมริกา แล้วมารับหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ บุตรคนรอง กับ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ จาก หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กลับมาอยู่รวมกันที่ตำหนัก ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนกรุงเกษม ปากคลองผดุงกรุงเกษม ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ทรงศึกษา

                 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ในพุทธศักราช 2479 แต่เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาลุกลามมาถึงประเทศไทย จังหวัดพระนครถูกโจมตีทางอากาศบ่อยครั้งทำให้การเดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ในพุทธศักราช 2483 จึงย้ายไปเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน เพราะอยู่ใกล้บ้านในระยะที่พอจะเดินไปโรงเรียนเองได้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เริ่มเรียนเปียโนที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และในเวลาต่อมาได้ตั้งใจที่จะเป็นนักเปียโนผู้มีชื่อเสียง

                 หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้เผชิญสภาพของสงครามโลกมาเช่นเดียวกับคนไทยทั้งหลาย หม่อมเจ้านักขัตรมงคลผู้ทรงเป็นทหารเป็นผู้ปลูกฝังให้บุตรและบุตรีรู้จักความมีวินัย ความอดทน ความกล้าหาญ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความเสียสละ โดยอาศัยสถานการณ์สงครามเป็นตัวอย่าง และสงครามโลกก็ทำให้คนไทยทั้งปวงต้องหันหน้าเข้าช่วยเหลือกันในยามทุกข์ยาก สิ่งเหล่านี้จึงหล่อหลอมหม่อมราชวงศสิริกิติ์ให้มีความเมตตาต่อผู้อื่นและรักความมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เยาว์วัย

    เสด็จพระราชดำเนินต่างประเทศ 2489

                 หลังจากสงครามสงบแล้ว นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คือ นายควง อภัยวงศ์ ได้แต่งตั้งให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลเป็นอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลจึงทรงพาครอบครัวทั้งหมดไปด้วยในกลางพุทธศักราช 2489 ขณะนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ของโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์แล้ว

                 ระหว่างที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เรียนเปียโน ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส กับครูพิเศษ แต่อยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน พุทธศักราช 2490 หม่อมเจ้านักขัตรมงคลก็ทรงย้ายไปเป็นอัครราชทูตประจำประเทศฝรั่งเศสและเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ยังคงตั้งใจเรียนเปียโนอย่างขะมักเขม้นเพื่อเตรียมสอบเข้าวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ทรงหมั้น 19 กรกฎาคม 2492

                 พุทธศักราช 2491 ขณะที่หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวอยู่ในปารีส ได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งโปรดเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ในกรุงปารีสอยู่เสมอ จนเป็นที่คุ้นเคยและต้องพระราชอัธยาศัย ฉะนั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุปัทวเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต้องประทับรักษาพระองค์ในสถานพยาบาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมหลวงบัวพาบุตรีทั้งสอง คือ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และหม่อมราชวงศ์บุษบา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทเยี่ยมพระอาการเป็นประจำ จนพระอาการประชวรทุเลาลงและเสด็จกลับพระตำหนักได้

                 สมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์อยู่ศึกษาต่อที่เมืองโลซานน์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียน Riante Rive ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในการสอนวิชาพิเศษแก่กุลสตรี คือ ภาษา ศิลปะ ดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์

                 ต่อมาอีก 1 ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและครอบครัวมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วสมเด็จพระราชชนนีรับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคล และทรงประกอบพิธีหมั้นเป็นการภายใน ในวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 ทรงใช้พระธำมรงค์ที่สมเด็จพระราชบิดาทรงหมั้นสมเด็จพระราชชนนีเป็นพระธำมรงค์หมั้น แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ศึกษาต่อไปจนถึงกำหนดตามเสด็จกลับมาถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ในเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2493

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ 28 เมษายน 2493 พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชทานน้ำพระมหาสังข์ ณ วังสระปทุม

              วันที่ 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และเทพมนตร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และในวันนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดทะเบียนสมรส

              วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และทรงเฉลิมพระยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี 

    ประสูติพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์

                 วันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2493 ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช 2494 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ 7 เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัติประเทศไทย ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 

                 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ ซึ่งปัจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศร ราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิริธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ซึ่งปัจจุบันเฉลิมพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    สถาปนา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 

              ปลายพุทธศักราช 2498 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีให้ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาแทน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2499 และในปีเดียวกันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกทรงพระผนวชตามโบราณราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระบรมราชินีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จออกทรงผนวช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในภาพนี้ทรงปฏิญาณพระองค์ในรัฐสภา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2499

                 พระราชอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันมีความหมายว่าทรงเป็นที่พึ่งของประชาชน นับเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่สองของไทย ต่อจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงปฏิบัติราชการแทนพระองค์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรป   

    พระราชกรณียกิจ

                 พระราชกรณีกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจน้อยใหญ่ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทย และในฐานะคู่พระราชหฤทัยแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กล่าวคือทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภารกิจทั้งหลายไปได้เป็นอันมาก ทั้งยังมีพระราชดำริเริ่มใหม่เพื่อช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศอย่างอเนกอนันต์ ซึ่งโครงการพระราชดำริเหล่านั้นได้ยังประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนสืบมาจนทุกวันนี้ 

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย

    พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ข่าวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

                – ย้อนความทรงจำ เมื่อครั้ง รัชกาลที่ 9 – พระพันปีหลวง ทรงเคียงข้าง ปฏิบัติพระราชกรณีกิจ
                – สำนักพระราชวัง เผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต

    ขอบคุณข้อมูลจาก : หน่วยราชการในพระองค์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/250077&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0POOLzeADZ6u0y_mo7jb12

  • กรมฝนหลวงฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดแจ้งแสงอรุณ สกลนคร

    กรมฝนหลวงฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดแจ้งแสงอรุณ สกลนคร

    กรมฝนหลวงฯถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดแจ้งแสงอรุณ สกลนคร

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

    Tag :

    วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 07.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปีพุทธศักราช 2568 ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร น้อมนำไปถวายแด่พระสงฆ์จำพรรษาถ้วนไตรมาส  ณ วัดแจ้งแสงอรุณ ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร โดยมี นายราเชน ศิลปรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบิน ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติ และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ข้าราชการจากหน่วยงานในพื้นที่ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างบุญสร้างกุศลเข้าร่วมในพิธีด้วย 

    โอกาสนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มอบเงินบำรุงการศึกษาให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา วัดแจ้งแสงอรุณ และ โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาคุณภาพเยาวชนอีกด้วย
     
    สำหรับการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มียอดเงินทำบุญ จำนวน 3,252,100.23 บาท ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญมหากุศล อันเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนา รักษาคุณค่าของประเพณีการทอดกฐินสืบไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/923444&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nUPetX6Z9KUI1Z3Qw27Ug

  • หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    การศึกษา

    หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    หลักสูตรออนไลน์ “Money for Teen” ปลุกพลังวัยรุ่นไทย เข้าใจเรื่องการเงิน

    คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ “โค้ชหนุ่ม” The Money Coach ร่วมกับ คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย)  พร้อมด้วย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) , คุณจรูญศรี แจบไธสง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), คุณวรรณรวี เจียร์สุคนธ์ ผู้จัดการทั่วไป The Money Coach (ที่ 2 จากขวา) และคุณเบลล์ – ยุภาพร ฤทธิญาณ (คุณแม่น้องชูใจ) อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เปิดตัว “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” หลักสูตรการเงินในรูปแบบออนไลน์ เพื่อปลูกฝังวินัยทางการเงินให้กับเยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ และส่งเสริมการบูรณาการความรู้เรื่องเงินเข้าสู่ระบบการศึกษาไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่ความมั่นคงทางการเงินและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในอนาคต ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

    โดยภายในงานมีเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “การเงินสอนลูกได้ไม่ต้องรอ” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์จริงในการปลูกฝังทักษะทางการเงินแก่เยาวชน ตลอดจนกิจกรรมเล่นบอร์ดเกมการเงิน Wishlist จัดสรรเงินเติมความฝัน ซึ่งพัฒนาภายใต้ความร่วมมือของ Sea (ประเทศไทย) และพันธมิตร เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะทางการเงินส่วนบุคคลอย่างสนุกสนานผ่านบอร์ดเกม

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451758&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Da0Kespgucvf-CjEJ-YvL

  • พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง กับบทบาทด้านการศึกษาเพื่อเยาวชนไทย

    พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง กับบทบาทด้านการศึกษาเพื่อเยาวชนไทย

    พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง กับบทบาทด้านการศึกษาเพื่อเยาวชนไทย

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชาติ และทรงเห็นว่าผลของการศึกษาในวันนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของประเทศ จึงทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการศึกษามาอย่างยาวนาน โดยมีเป้าหมายให้เยาวชนของชาติได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ

    หนึ่งในโครงการสำคัญคือทรงพระราชทานทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องผ่านองค์กรต่าง ๆ เช่น สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้มีการมอบทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจนเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมหลายระดับชั้น ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับอุดมศึกษา รวมถึงอาชีวศึกษา ทุนเหล่านี้ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสให้เยาวชนจำนวนมากสามารถศึกษาต่อจนจบหลักสูตร

    นอกจากนี้ ทรงให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะกับกลุ่มชาวไทยภูเขาและพื้นที่ทุรกันดาร ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนเริ่มแรกในการจัดสร้างโรงเรียนสำหรับชาวไทยภูเขา เช่น โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 1 สำหรับชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า ที่บ้านห้วยขาน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และทรงมอบให้กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนดูแลในระยะแรก

    ปัจจุบันได้โอนมาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และจัดการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อีกทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ให้แก่ โรงเรียนเจ้าแม่หลวงอุปถัมภ์ 2 สำหรับเด็กชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ลูกหลานในท้องถิ่นได้รับความรู้โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งถิ่นฐาน

    ทั้งนี้ พระมหากรุณาธิคุณยังแผ่ไพศาลไปยังเยาวชนผู้ด้อยโอกาสอย่างกว้างขวาง โดยทรงรับนักเรียนยากจนขาดโอกาสทางการศึกษาที่ทรงพบด้วยพระองค์เองระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ราว 2,000 คน ซึ่งทรงให้ความช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาและติดตามดูแลความเป็นอยู่จนจบการศึกษา

    ไม่เพียงเท่านั้น พระมหากรุณาธิคุณยังครอบคลุมไปถึงเด็กพิการ โดยทรงส่งเสริมให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาพิเศษตามความถนัดและความสามารถ เพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้ในอนาคต

    พร้อมกันนี้ ทรงส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับวิชาการสมัยใหม่ โดยผ่านโครงการต่างๆ ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เยาวชนที่มีฝีมือทางศิลปะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานของราษฎรยากจน ได้รับการฝึกหัดงานหัตถกรรมไทยแขนงต่าง ๆ เช่น การทอผ้าไหม การปั้น และการจักสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพ

    และทรงมุ่งหวังให้เยาวชนเหล่านี้สามารถอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ควบคู่ไปกับการมีอาชีพที่มั่นคง สร้างความสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางวิชาการและการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่คู่กับเยาวชนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/royal/642347&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YGoR3nKtIPU4IVPA10pC-