Category: วัฒนธรรม

  • “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว ย้อนทรงจำจดหมายเปลี่ยนชีวิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” | TOPNEWS

    “น้องหมิว” บัณฑิตจิ๋ว ย้อนทรงจำจดหมายเปลี่ยนชีวิต รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” | TOPNEWS

    “บันทึกเด็กหญิงวราภรณ์ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนแรงบันดานใจจากเรื่องจริงของตัวเอง

    พระองค์ท่านไม่เคยต้องออกสื่อหรือป่าวประกาศ เพราะพระองค์คิดเสมอประชาชนทุกหมู่เหล่า คือลูกๆของพระองค์

    จดหมายฉบับเล็ก…ถึงพระเมตตาที่ไม่มีวันเลือน

    เราเป็นเด็กพิการคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวค่อนข้างลำบากยากจนมีพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง

    แต่มีความฝันเพียงหนึ่งเดียว อยากเรียนหนังสือให้ได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของใคร
    หลายคนบอกเราว่า “เพ้อฝัน” ไม่มีทางได้รับโอกาสนั้นหรอกแต่เรากลับเชื่อมั่นเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี คือกำลังใจของชีวิต

    เราจึงตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงพระองค์ท่าน
    ด้วยหัวใจที่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้อ่านไหม
    แต่เชื่อเพียงว่า ถ้าจดหมายฉบับนี้มีบุญถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์คงไม่ทอดทิ้งประชาชน

    ไม่นานหลังจากนั้น เราได้รับจดหมายตอบกลับจาก “สำนักพระราชวัง”
    ลงนามโดย “สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”
    เป็นจดหมายที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเรา
    พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เราระบุได้เลยว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร เรียนกี่ปี”
    และพระราชทาน ทุนการศึกษา ให้เราได้เรียนต่อ

    ความตื้นตันใจในวันนั้นไม่มีคำใดจะบรรยายได้
    มันคือวันที่เราได้รู้ว่า พระองค์ท่านทรงเห็นเราแล้วจริง ๆ
    และนี่ก็สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนว่า พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย
    ไม่ว่าประชาชนจะเกิดมาเป็นแบบไหน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร
    พระองค์ไม่เคยเลือกประชาชน แต่ทรงเมตตาทุกคนเท่าเทียมกัน

    ตั้งแต่นั้นมา เราสัญญากับตัวเองว่า
    สิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณได้
    คือ ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด
    เรียนให้สมกับที่พระองค์ทรงให้โอกาส
    ไม่ขาดเรียนแม้วันที่ป่วย เว้นแต่ร่างกายไม่ไหวจริง ๆ

    เราส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน
    และทุกครั้งที่มีจดหมายตอบกลับ ก็เต็มไปด้วยกำลังใจจากพระองค์
    พระองค์ตรัสผ่านเจ้าหน้าที่ว่า

    “ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก หากมีปัญหาหรือติดอะไรให้แจ้งได้เลยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจ”

    ในวันที่เราป่วยจนเกรดตกเล็กน้อย
    เรารายงานไป และคำตอบกลับจากพระองค์ก็อ่อนโยนยิ่งนัก
    พระเมตตานั้นทำให้เราลุกขึ้นสู้ต่อ และผลการเรียนก็ดีขึ้นอีกครั้ง

    จนกระทั่งถึงวันที่เรากำลังเรียนปีสอง
    ข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถึง
    เราร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากทำอะไรเลย
    เพราะในใจของเราฝันไว้เสมอว่า อยากเรียนจบด้วยเกียรตินิยมถวายแด่พระองค์ เราท้อและเศร้าเสียใจมากๆ
    แต่เมื่อมองดูประชาชนทั้งแผ่นดินที่ยังมี “หัวใจของพ่อ” อยู่ในใจ
    เราจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำลังใจจาก “แม่หลวง” ที่ยังคงอยู่

    และในที่สุด…เราก็ทำได้จริง ๆ

    เราจบปริญญาตรี พร้อม เกียรตินิยมอันดับสอง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้เกียรตินิยมเพราะเราหารายชื่อไม่เจอ

    ช่วงนั้นอาจจะเริ่มสายตาสั้นแล้ว แต่คนที่เห็นคือ แม่ของเรา
    แม่เห็นชื่อเราในใบทานสคริป แม่ร้องไห้ด้วยความภูมิใจ เพราะเราทำสำเร็จ ด้วยเกียรตินิยมอย่างที่ตั้งใจ ถวายปริญญานี้แด่พระองค์ท่าน

    เมื่อถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร
    เรารู้สึกกังวลมาก แต่พระเมตตาก็ยังคงอยู่
    เราได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา (พระองค์ภา) พระองค์ผู้พระราชทานปริญญาบัตรตรัสว่า
    “ให้เดินเข้าไปรับได้เลย ไม่ต้องกังวล และยิ้มให้พระองค์ได้ด้วย” ไม่ใช่แค่เพราะเราได้ “รับพระราชทานปริญญาบัตร”

    แต่เพราะ เราได้เดินเข้าไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและศรัทธาในพระเมตตาของพระองค์ท่าน

    หลังจากนั้น เราได้เข้าทำงานที่ธนาคาร
    อาชีพมั่นคงที่เราใฝ่ฝัน ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้
    ทุกอย่างนี้ล้วนเกิดจากพระเมตตาและพระกรุณาของพระองค์ทุกพระองค์
    ที่ทรงเปิดประตูชีวิตให้เด็กพิการคนหนึ่งมีวันนี้ได้เพราะคำว่าการศึกษาและพระเมตตา

    อาชีพมั่นคงและสิ่งที่เราใฝ่ฝัน มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางชีวิตเท่านั้น แต่เป็น หลักฐานของพลังแห่งความดี ความพยายาม และพระมหากรุณาธิคุณที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนคนหนึ่งจนเติบโตให้งดงามได้ด้วยพระเมตตา

    มาถึงวันนี้ วันที่เราไม่อยากได้ยินหรือให้เกิดขึ้นจริงเลยแม้แค่ความฝันก็ไม่อยากให้เกิด วันที่ทราบข่าวจากทุกสำนัก พระพันปีหลวงจะเสด็จสวรรคต😢
    เราหันไปดูหน้าซองจดหมายเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งมากๆ

    เรามองดูจ่าหน้าซองจดหมายจาก

    “กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นพระนามของ แม่ ผู้ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

    ความซาบซึ้งนั้นยังคงเหมือนวันแรก
    ไม่มีพระเมตตาที่ใดในโลกจะเทียบเทียมได้เลย

    พระมหากรุณาธิคุณนี้จะสถิตอยู่ในหัวใจของเรา
    ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ และจะส่งต่อแรงบันดาลใจนี้
    ให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า

    “เมื่อเราทำดีและไม่ยอมแพ้ ความดีนั้นจะพาเราไปถึงแสงแห่งความหวังเสมอ”

    ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู เราขอถวายความสำเร็จในชีวิตของเรา
    ทั้งความรู้ ความเพียร และความตั้งใจเรียนทุกย่างก้าว
    แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง
    ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและความหวังของลูกหลานประชาชนทุกคน

    พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
    ที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่เลือกใคร ไม่ว่าสภาพใด
    ได้หล่อหลอมชีวิตของเราให้กล้าเผชิญโลกด้วยความมั่นใจและความดี
    ให้เราได้มีโอกาสเรียนจบ มีอาชีพมั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

    ถ้าไม่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ ก็คงไม่มี #บัณฑิตจิ๋ว ในวันนี้

    กราบแทบพระยุคลบาท น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    และขอถวาย กำลังใจและความปรารถนาดี แด่
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี ทั้ง พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยสวัสดิภาพและพระเกษมสำราญ
    เพื่อเป็นกำลังใจให้สืบสานพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนทุกคน

    เราขอสัญญาว่าจะถือเอาพระเมตตานี้เป็นหลักชัยของชีวิต
    ตั้งใจทำความดี ตั้งใจให้เต็มกำลัง และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
    เพื่อสืบทอดความดี ความศรัทธา และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
    ให้คงอยู่ในใจของเรา และของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ตลอดไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1368443&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SiQa-K_B7JTIp17WagGzK

  • รถโบราณ ดาราที่เคยโลดแล่นบทแผ่นฟิล์ม – เดลินิวส์

    รถโบราณ ดาราที่เคยโลดแล่นบทแผ่นฟิล์ม – เดลินิวส์

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5239573/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03_gzmK2xL_tOdsOyMWFfD

  • จดหมายฉบับเล็ก ถึงพระเมตตาของ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ที่ไม่มีวันเลือน

    จดหมายฉบับเล็ก ถึงพระเมตตาของ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ที่ไม่มีวันเลือน

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

    จดหมายฉบับเล็ก ถึงพระเมตตาของ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ที่ไม่มีวันเลือน

    26 ตุลาคม 2568 น.ส.วราภรณ์ สร้อยเสน หรือ “น้องหมิว บัณฑิตจิ๋ว” สาวพิการขา นิ้วมือ และมีความสูงเพียง 92 เซนติเมตร แต่เรียนจบระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 2 ม.ราชภัฏบุรีรัมย์ นักเรียนในพระบรมราชานุเคราะห์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Vitamilk Waraporn Soisean ระบุว่า…

    บันทึกเด็กหญิงวราภรณ์ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของตัวเอง

    พระองค์ท่านไม่เคยต้องออกสื่อหรือป่าวประกาศ เพราะพระองค์คิดเสมอประชาชนทุกหมู่เหล่า คือลูกๆของพระองค์

    จดหมายฉบับเล็ก…ถึงพระเมตตาที่ไม่มีวันเลือน

    เราเป็นเด็กพิการคนหนึ่งที่เกิดมาในครอบครัวค่อนข้างลำบากยากจนมีพ่อแม่ทำงานก่อสร้าง

    แต่มีความฝันเพียงหนึ่งเดียว อยากเรียนหนังสือให้ได้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของใคร

    หลายคนบอกเราว่า “เพ้อฝัน” ไม่มีทางได้รับโอกาสนั้นหรอกแต่เรากลับเชื่อมั่นเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี คือกำลังใจของชีวิต

    เราจึงตัดสินใจเขียนจดหมายกราบบังคมทูลถึงพระองค์ท่าน

    ด้วยหัวใจที่ไม่รู้เลยว่าจะมีใครได้อ่านไหม

    แต่เชื่อเพียงว่า ถ้าจดหมายฉบับนี้มีบุญถึงพระเนตรพระกรรณ พระองค์คงไม่ทอดทิ้งประชาชน

    ไม่นานหลังจากนั้น เราได้รับจดหมายตอบกลับจาก “สำนักพระราชวัง”

    ลงนามโดย “สำนักราชเลขาธิการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”

    เป็นจดหมายที่เปลี่ยนชีวิตทั้งชีวิตของเรา

    พระองค์ทรงมีรับสั่งให้เราระบุได้เลยว่า “อยากเรียนที่ไหน เรียนอะไร เรียนกี่ปี”

    และพระราชทาน ทุนการศึกษา ให้เราได้เรียนต่อ

    ความตื้นตันใจในวันนั้นไม่มีคำใดจะบรรยายได้

    มันคือวันที่เราได้รู้ว่า พระองค์ท่านทรงเห็นเราแล้วจริง ๆ

    และนี่ก็สะท้อนให้เราเห็นชัดเจนว่า พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งประชาชนเลย

    ไม่ว่าประชาชนจะเกิดมาเป็นแบบไหน หรือมีข้อจำกัดอย่างไร

    พระองค์ไม่เคยเลือกประชาชน แต่ทรงเมตตาทุกคนเท่าเทียมกัน

    ตั้งแต่นั้นมา เราสัญญากับตัวเองว่า

    สิ่งเดียวที่เราจะตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณได้

    คือ ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด

    เรียนให้สมกับที่พระองค์ทรงให้โอกาส

    ไม่ขาดเรียนแม้วันที่ป่วย เว้นแต่ร่างกายไม่ไหวจริง ๆ

    เราส่งรายงานผลการเรียนไปยังสำนักพระราชวังทุกภาคเรียน

    และทุกครั้งที่มีจดหมายตอบกลับ ก็เต็มไปด้วยกำลังใจจากพระองค์

    พระองค์ตรัสผ่านเจ้าหน้าที่ว่า

    “ตั้งใจเรียนเท่าที่ทำได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก หากมีปัญหาหรือติดอะไรให้แจ้งได้เลยไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจ“

    ในวันที่เราป่วยจนเกรดตกเล็กน้อย

    เรารายงานไป และคำตอบกลับจากพระองค์ก็อ่อนโยนยิ่งนัก

    พระเมตตานั้นทำให้เราลุกขึ้นสู้ต่อ และผลการเรียนก็ดีขึ้นอีกครั้ง

    จนกระทั่งถึงวันที่เรากำลังเรียนปีสอง

    ข่าวการเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถึง

    เราร้องไห้ทุกวัน ไม่อยากทำอะไรเลย

    เพราะในใจของเราฝันไว้เสมอว่า อยากเรียนจบด้วยเกียรตินิยมถวายแด่พระองค์ เราท้อและเศร้าเสียใจมากๆ

    แต่เมื่อมองดูประชาชนทั้งแผ่นดินที่ยังมี “หัวใจของพ่อ” อยู่ในใจ

    เราจึงฮึดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกำลังใจจาก “แม่หลวง” ที่ยังคงอยู่

    และในที่สุด…เราก็ทำได้จริง ๆ

    เราจบปริญญาตรี พร้อม เกียรตินิยมอันดับสอง เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้เกียรตินิยมเพราะเราหารายชื่อไม่เจอ

    ช่วงนั้นอาจจะเริ่มสายตาสั้นแล้ว แต่คนที่เห็นคือ แม่ของเรา

    แม่เห็นชื่อเราในใบทานสคริป แม่ร้องไห้ด้วยความภูมิใจ เพราะเราทำสำเร็จ ด้วยเกียรตินิยมอย่างที่ตั้งใจ ถวายปริญญานี้แด่พระองค์ท่าน

    เมื่อถึงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร

    เรารู้สึกกังวลมาก แต่พระเมตตาก็ยังคงอยู่

    เราได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา (พระองค์ภา) พระองค์ผู้พระราชทานปริญญาบัตรตรัสว่า

    “ให้เดินเข้าไปรับได้เลย ไม่ต้องกังวล และยิ้มให้พระองค์ได้ด้วย” ไม่ใช่แค่เพราะเราได้ “รับพระราชทานปริญญาบัตร”

    แต่เพราะ เราได้เดินเข้าไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความกตัญญูและศรัทธาในพระเมตตาของพระองค์ท่าน

    หลังจากนั้น เราได้เข้าทำงานที่ธนาคาร

    อาชีพมั่นคงที่เราใฝ่ฝัน ทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้

    ทุกอย่างนี้ล้วนเกิดจากพระเมตตาและพระกรุณาของพระองค์ทุกพระองค์

    ที่ทรงเปิดประตูชีวิตให้เด็กพิการคนหนึ่งมีวันนี้ได้เพราะคำว่าการศึกษาและพระเมตตา

    อาชีพมั่นคงและสิ่งที่เราใฝ่ฝัน มันไม่ใช่เพียงความสำเร็จทางชีวิตเท่านั้น แต่เป็น หลักฐานของพลังแห่งความดี ความพยายาม และพระมหากรุณาธิคุณที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนคนหนึ่งจนเติบโตให้งดงามได้ด้วยพระเมตตา

    มาถึงวันนี้ วันที่เราไม่อยากได้ยินหรือให้เกิดขึ้นจริงเลยแม้แค่ความฝันก็ไม่อยากให้เกิด วันที่ทราบข่าวจากทุกสำนัก พระพันปีหลวงจะเสด็จสวรรคต

    เราหันไปดูหน้าซองจดหมายเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ความรู้สึกต่างจากทุกครั้งมากๆ

    เรามองดูจ่าหน้าซองจดหมายจาก

    “กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ซึ่งเป็นพระนามของ แม่ ผู้ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา

    ความซาบซึ้งนั้นยังคงเหมือนวันแรก

    ไม่มีพระเมตตาที่ใดในโลกจะเทียบเทียมได้เลย

    พระมหากรุณาธิคุณนี้จะสถิตอยู่ในหัวใจของเรา

    ตราบเท่าที่เรายังมีลมหายใจ และจะส่งต่อแรงบันดาลใจนี้

    ให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า

    “เมื่อเราทำดีและไม่ยอมแพ้ ความดีนั้นจะพาเราไปถึงแสงแห่งความหวังเสมอ”

    ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู เราขอถวายความสำเร็จในชีวิตของเรา

    ทั้งความรู้ ความเพียร และความตั้งใจเรียนทุกย่างก้าว

    แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจและความหวังของลูกหลานประชาชนทุกคน

    พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

    ที่ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน ไม่เลือกใคร ไม่ว่าสภาพใด

    ได้หล่อหลอมชีวิตของเราให้กล้าเผชิญโลกด้วยความมั่นใจและความดี

    ให้เราได้มีโอกาสเรียนจบ มีอาชีพมั่นคง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม

    ถ้าไม่ได้รับพระเมตตาจากพระองค์ ก็คงไม่มี #บัณฑิตจิ๋ว ในวันนี้

    กราบแทบพระยุคลบาท น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    และขอถวาย กำลังใจและความปรารถนาดี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระราชินี ทั้ง พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยสวัสดิภาพและพระเกษมสำราญ

    เพื่อเป็นกำลังใจให้สืบสานพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนทุกคน

    เราขอสัญญาว่าจะถือเอาพระเมตตานี้เป็นหลักชัยของชีวิต

    ตั้งใจทำความดี ตั้งใจให้เต็มกำลัง และแบ่งปันแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

    เพื่อสืบทอดความดี ความศรัทธา และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

    ให้คงอยู่ในใจของเรา และของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ตลอดไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/923508&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UAVoUuGznN1Wm_824cYkb

  • วช. สนับสนุน ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ จ.สุโขทัย ภายใต้แผนที่นำทางการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    วช. สนับสนุน ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ จ.สุโขทัย ภายใต้แผนที่นำทางการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    วช. สนับสนุน ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ จ.สุโขทัย ภายใต้แผนที่นำทางการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    วันที่ 24 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งของจังหวัดสุโขทัย ที่ดำเนินการภายใต้โครงการ “การพัฒนาแผนที่นำทางสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตาก” โดย วช.ได้สนับสนุนการวิจัยให้แห่มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการดำเนินการ โดยการประชุมมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวสลินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย, รองศาสตราจารย์ ดร.ภูพงษ์ พงษ์เจริญ นักวิจัย รวมทั้งผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมและให้การต้อนรับ ณ สุโขทัย เฮอริเทจ รีสอร์ท อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการดำเนินงานระยะที่ 3 ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง–อินโดจีน–เมาะลำไย (LIMEC) ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้แก่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก โดย วช. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแนวทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าโครงการจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในภาพรวม

    นางสาวสลินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า จังหวัดสุโขทัยยินดีที่ได้เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมกันวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสุโขทัยและพื้นที่ใกล้เคียงในแนวระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC ตลอดจนเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

    ภายในงานมีการนำเสนอรายละเอียดของโครงการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ และการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดารัตน์ รัตนพงษ์ เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาระบบขนส่งที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง

    การประชุมหารือในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักและความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966822&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_qSNJQVaVMIDDya7Li_tw

  • ม.ขอนแก่นจัด “สีฐานเฟสติวัล 2568” ยิ่งใหญ่ ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ

    ม.ขอนแก่นจัด “สีฐานเฟสติวัล 2568” ยิ่งใหญ่ ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 08.31 น.

    ม.ขอนแก่นจัด “สีฐานเฟสติวัล 2568” ยิ่งใหญ่ ผสานวัฒนธรรม 5 ชาติ

    มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น จัดแถลงข่าว “งานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568” (SITHAN INTERNATIONAL FESTIVAL 2025) ภายใต้ธีม “สีฐาน นวธารา หิมาลายัน” โดยมี นายคารม  คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น, นางสาวธนวัน กาสี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น นายทศพล วงษาลี องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมแถลงข่าว ในการนี้มีคณาจารย์ นักศึกษา สื่อมวลชน และผู้สนใจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ หอศิลป์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

    นายคารม  คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นมีความภาคภูมิใจที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดงานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการสืบทอดและต่อยอดวัฒนธรรมไทยและคติความเชื่อที่บรรพบุรุษได้สั่งสมสืบต่อกันมา งานนี้ไม่เพียงสะท้อนเอกลักษณ์ของภาคอีสานที่ยึดถือประเพณีตามฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์งานลอยกระทงให้ตระการตาและยิ่งใหญ่ขึ้นในระดับนานาชาติ

    “จากข้อมูลการประเมินผลปีที่ผ่านมา งานสีฐานเฟสติวัลสามารถสร้างเงินสะพัดให้จังหวัดขอนแก่น   กว่า 701 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้ง 3 วันกว่า 300,000 คน จังหวัดขอนแก่น มีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และระบบรักษาความปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือ จากตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ค่ายศรีพัชรินทร์ และกรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ ‘ขอนแก่น เมืองน่าอยู่ มุ่งสู่มหานครแห่งอาเซียน’ เราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน ที่จะมาร่วมงานในวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 นี้”

    ด้าน นางสาวธนวัน กาสี ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ ได้ร่วมกันจัดงานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 ขึ้น

    “กิจกรรมสีฐานเฟสติวัล นานาชาตินี้ เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการนำวัฒนธรรมดั้งเดิมมาประยุกต์กับวัฒนธรรมสมัยใหม่ กลายเป็นกิจกรรมร่วมสมัยที่ตระการตา เป็นการเปลี่ยนงานลอยกระทงในรูปแบบเดิม  ให้น่าติดตาม และทำให้ประชาชนหันมาสนใจวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เป็นกิจกรรมที่การท่องเที่ยว  แห่งประเทศไทยควรสนับสนุนและน่ายกย่อง เนื่องจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน”

    รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 62 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐานในการจัดการศึกษาและพัฒนาภาคอีสาน  พร้อมทั้งบูรณาการศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกและภูมิปัญญาของท้องถิ่นให้เข้ากับรายวิชาและกิจกรรมต่างๆ  ปีนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นยกระดับการจัดงานจากภูมิภาคสู่ระดับสากล ภายใต้ธีม“สีฐาน นวธารา หิมาลายัน” ซึ่งหมายถึง “เถือกเขาแห่งสายน้ำอันบริสุทธิ์ ณ สีฐาน”

    “แนวคิดของการจัดงานนานาชาติในปีนี้คือ ‘การเดินทางของสายน้ำและศรัทธา’ จากดินแดนปลายน้ำ                     สู่ดินแดนต้นน้ำ จากน้ำที่ละลายจากหิมะศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาหิมาลัยเกิดเป็นแม่น้ำโขงที่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของวัฒนธรรมอีสาน มีต้นกำเนิดจากที่ราบสูงทิเบตในเทือกเขาหิมาลัย เดินทางผ่านหลายประเทศ  เข้ามาหล่อเลี้ยงแผ่นดินอีสานของไทย ก่อเกิดวัฒนธรรมแห่งดินแดนลุ่มน้ำ การยกระดับการจัดงานในครั้งนี้  มีกิจกรรมใหม่และหลากหลายขึ้น เพื่อให้ชาวมหาวิทยาลัยขอนแก่น ชาวจังหวัดขอนแก่น และชาวไทยทั่วประเทศ ได้มีโอกาสมาสัมผัสกลิ่นอายงานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของดินแดนปลายน้ำและดินแดนต้นน้ำ”

    “เราภูมิใจที่ได้ความร่วมมือจากนานาชาติในครั้งนี้ ประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทำให้งานสีฐานเฟสติวัล 2568 นี้เป็นมากกว่างานประเพณี แต่เป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศและการสร้างมิตรภาพระหว่างประชาชนในภูมิภาค”

    สำหรับ งานสีฐานเฟสติวัล นานาชาติ บุญสมมาบูชานาค ประจำปี 2568 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2568 ณ บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เต็มรูปแบบ 3 วัน 3 คืน โดยมีไฮไลท์สำคัญ อาทิ ภูเขาหิมาลัยจำลอง ความสูง 8 เมตร กว้าง 40 เมตร, มณฑลพิธีประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แบบผสมผสานศิลปะไทยและภูฏาน, ขบวนแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบศิลปะร่วมธิเบต ภูฏาน และไทย, การแสดงพิเศษจากผู้ชนะเลิศการประกวด KKU DANCE TROUPE เริงระบำอีสานร่วมสมัย ครั้งที่ 1 ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การแสดงร่วมสมัยผีบักฮวด กว่า 100 ชีวิต, การประกวดขบวนแห่กระทงสุดอลังการ กว่า 22 คณะ, หอศิลป์เที่ยงคืน กิจกรรม CREATIVE ECONOMY อีสานมูเตลู, การแสดงโขน และนาฏศิลป์ร่วมสมัย, เทศกาลหน้ากากและการแสดงหุ่นนานาชาติ ครั้งแรกของอีสาน, เรือไฟหิมาลายัน ยาวกว่า 20 เมตร ลอยกลางบึงสีฐาน, กระทงยักษ์หิมาลายัน ยาวกว่า 20 เมตร ออกแบบตามศิลปะธิเบต ภูฏาน และของมงคล 8 ประการ, การจุดประทีปกระทงบก กว่า 15,000 ดวง, ทิวโคมไฟ กว่า 16,000 ดวง และการประกวดต่างๆ มากมาย รวมทั้งมี นางนพมาศ Special Guest แอนนา เสืองามเอี่ยม MISS UNIVERSE THAILAND 2022 และหมูแฮม โชตินภา แก้วจรูญ นางสาวไทย ประจำปี 2568 มาร่วมงานด้วย  ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ Sithan KKU Festival สีฐานเฟสติวัล

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451760&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ekR5pLun5O0EKn3GKeqRV

  • สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    การศึกษา

    สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สสวท. พัฒนาศักยภาพครูเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (ESS)

    สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยโครงการ GLOBE รับสมัครครูเข้าร่วมอบรม “หลักสูตรวิทยาศาสตร์โลกทั้งระบบ (Earth System Science: ESS)” ระหว่างวันที่ 19 – 21 ธันวาคม 2568 ณ บ้านอัมพวา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดสมุทรสงคราม จำนวนจำกัดเพียง 50 คน การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้โลกผ่านการทำงานวิจัยระดับนักเรียน การฝึกตรวจวัดสิ่งแวดล้อมตามหลักวิธีของ GLOBE และการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน

    ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์โครงการ GLOBE https://globethailand.ipst.ac.th/news.php หรือ  เพจ Globe Thailand https://www.facebook.com/globethailand2015  สมัครได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/451761&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0w9RNZ9CBIIg_Dze6Rb6Qq

  • NT นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีจิตศรัทธา น้อมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

    NT นำคณะผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีจิตศรัทธา น้อมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน มี พระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารและเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานสงฆ์ ทั้งนี้ ในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2568 มี นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมในพิธีด้วย อีกทั้ง ผู้บริหาร พนักงานของ NT พร้อมประชาชน จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เข้าร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวว่า NT ได้จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเป็นประจำทุกปี หมุนเวียนไปยังภาคต่าง ๆ สำหรับปี 2568 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานให้ NT ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยได้จัดพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน ณ อาคารอเนกประสงค์หลวงพ่อโสธร พระธรรมมังคลาจารย์ วิ. วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ทั้งนี้ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองฉะเชิงเทรา สร้างขึ้นตอนปลายของกรุงศรีอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวแปดริ้ว และประชาชนทั่วทุกสารทิศ มาแต่อดีตกาล ซึ่งผู้บริหาร พนักงาน NT และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบองค์พระกฐินพระราชทาน NT ประจำปี 2568 โดยมียอดจำนวนเงินสมทบทุนถวาย จำนวน 5,599,999.99 บาท

    พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่  NT กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวาระอันเป็นมงคลนี้ เป็นประจำทุกปี NT ได้จัดกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมด้านการศึกษาในโครงการ “ชุดนี้ เอ็นที จัดให้” โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการสนับสนุนและพัฒนาด้านการศึกษาและเสริมสร้างให้เยาวชนได้ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญสร้างการพัฒนาให้กับประเทศ ในปีนี้ได้มอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวรารามวรวิหาร  โรงเรียนบาลีสิริวิชชาธร โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร  โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  โรงเรียนดัดดรุณี  โรงเรียนวัดโพธาราม  โรงเรียนเทศบาล 1 วัดแหลมใต้ (สุตสุนทร)  และโรงเรียนเทศบาล 2 พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร)

    นอกจากนี้ NT ได้มอบเงินสนับสนุนเพื่อร่วมสมทบทุนในงานพยาบาลผู้ป่วย รวมถึงกิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศลแก่โรงพยาบาล และสถานพยาบาลในพื้นที่ ประกอบด้วย โรงพยาบาลพุทธโสธร ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองวัดโสธร วรารามวรวิหาร และสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา (25 ตุลาคม 2568)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/966808&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BL4oMruKoy2Ie3GWa55S2

  • สำนักงานสลากฯยืนหนึ่งบทบาท‘องค์กรแห่งการให้’ จากน้ำใจสู่การพัฒนา:ปลุกพลังชุมชนสานต่อโครงการสร้างสรรค์สู่สังคมยั่งยืน

    สำนักงานสลากฯยืนหนึ่งบทบาท‘องค์กรแห่งการให้’ จากน้ำใจสู่การพัฒนา:ปลุกพลังชุมชนสานต่อโครงการสร้างสรรค์สู่สังคมยั่งยืน

    สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นองค์กรของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการจัดหารายได้เข้าสู่แผ่นดิน ผ่านการบริหารจัดการสลากอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง สำนักงานสลากฯ ยังมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในฐานะ ‘องค์กรแห่งการให้’ ที่มุ่งมั่นตอบแทนสังคมด้วยการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในระดับชุมชนฐานรากทั่วประเทศ

    หนึ่งในแนวทางสำคัญของสำนักงานสลากฯ คือ โครงการสร้างสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้และส่งเสริมศักยภาพของคนในชุมชน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การฝึกอบรมอาชีพ การส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อย การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน รวมถึงการสร้างพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

    ที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยือน วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในชุมชนจากโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 7 ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้การสนับสนุน

    ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคมของสำนักงานสลากฯ เล็งเห็นว่าสำนักงานสลากฯ มีเป้าหมายต้องการขับเคลื่อนสู่การเป็น ‘องค์กรแห่งการให้’ โดยจุดเริ่มต้นได้กำหนดบทบาทในการเป็น ‘สะพานแห่งการให้’ เชื่อมโยงผู้ให้และผู้รับ มุ่งเน้นให้เกิดความยั่งยืน สามารถสร้างโอกาสในการต่อยอด พัฒนา วางรากฐานต่อไปได้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และครอบครัว

    โดยเฉพาะการสร้างความภาคภูมิใจในถิ่นฐานบ้านเกิด จึงเป็นที่มาของ โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 จวบจนปัจจุบันมีชุมชนได้รับการพัฒนา รวม 67 ชุมชนทั่วประเทศ

    สำหรับ โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน นั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาความยั่งยืน ประจำปี 2564-2570 ด้วยการคัดเลือกชุมชนที่มีพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตที่เอื้อต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนมีโอกาสเติบโตหรือศักยภาพในการสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม

    ด้วยวิธีการเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนขับเคลื่อนพัฒนาการบริหารจัดการชุมชนด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน และบริการที่มีเอกลักษณ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของบุคลากรและเครือข่ายที่ปรึกษา บูรณาการความร่วมมือในหลากหลายมิติ โดยได้ร่วมพัฒนาในรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย ตลอดจนผลิตสื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น ออกแบบโลโก้ชุมชนรวมถึงสโลแกนของชุมชน, โปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน, การพัฒนาอาหาร, การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน, การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์, การเพิ่มช่องทางและพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าชุมชน, จัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน และจัดทำ website สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า ผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชน โดยเผยแพร่ website ดังกล่าวผ่านช่องทาง website หลักของสำนักงาน www.glo.or.th ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

    “โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนตลอด 7 ปีที่ผ่านมา คือความภาคภูมิใจของสำนักงานสลากฯ ที่ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อโอกาสและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กว่า 67 ชุมชนยังคงรักษา สืบสานและต่อยอดอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่งดงามต่อไปได้ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากเม็ดเงินรายได้ของสมาชิกชุมชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจมีการหมุนเวียนตามเป้าประสงค์แล้ว การที่จะทำให้ลูกหลานไม่ทิ้งถิ่นฐาน ต้องทำให้เขาเชื่อได้ว่าสิ่งที่เขามีเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีเรื่องราว และสามารถนำมาต่อยอดหาเลี้ยงชีพได้ และต้องเป็นสิ่งที่สังคมทุกภาคส่วนมองเห็นความสำคัญร่วมกัน” ธนวรรธน์ ระบุ

    พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯ ดำเนินธุรกิจโดยมีเป้าหมายในการหารายได้นำส่งเข้ารัฐเพื่อไปใช้ในการพัฒนาประเทศ อีกด้านหนึ่งยังคงมุ่งเน้นสู่การเป็นองค์กรแห่งการให้ที่ยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานมีโครงการเพื่อสังคมที่หลากหลาย ได้แก่ การบริจาคเงินเพื่อสาธารณประโยชน์ 7 ด้าน (การศึกษา การกีฬา การแพทย์สาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม), โครงการให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนันและการให้คำปรึกษาผู้ติดพนันสลากกินแบ่งรัฐบาล, โครงการเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ได้แก่ การจัดแข่งขันฟุตบอล GLO Cup การสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 73 แห่งทั่วประเทศ, โครงการคิดดีแคมป์, โครงการคิดใสไทยแลนด์ และโครงการ SEED project ตลอดจนโครงการสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ในโครงการบ้านห่วงใยจากใจ GLO ที่ดำเนินการร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

    สำหรับ โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 ปัจจุบันในหลายชุมชนที่ได้รับโอกาส พบว่ามีความเข้มแข็งและมีรายได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สำนักงานมีแนวคิดในการดึงชุมชนเก่ามาต่อยอดและเสริมความสำเร็จ เพื่อให้เป็นความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งชุมชนเก่าเมื่อมีความเข้มแข็งก็สามารถจะเป็นพี่เลี้ยงกับชุมชนใหม่ๆ ได้

    สำนักงานสลากฯ มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนให้สามารถยกระดับ สร้างคุณค่า ส่งเสริมอาชีพ และเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นให้กับชุมชน สู่การสร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เพราะเชื่อว่าความเข้มแข็งของชุมชนคือรากฐานสำคัญของความมั่นคงของประเทศ

    สำหรับ วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกหนึ่งชุมชนที่มีความโดดเด่น สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตเดิม สู่พื้นที่การเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างแท้จริง และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้านที่ต้องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่าชายเลน ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ เช่น ล่องเรือชมอุโมงค์โกงกาง เรียนรู้การอนุบาลปูดำ และทำขนมพื้นบ้านอย่างขนมโคใต้ต้นตาล ชุมชนยังพัฒนาโรงเรียนพลังงานสะอาด เรียนรู้วิถีเกษตรปลอดสาร ร่วมกับการส่งเสริมอาชีพเสริม เช่น การทำไม้กวาดทางมะพร้าว งานหัตถกรรมจากเชือกกล้วย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากสวนมะพร้าว อย่างน้ำช่อมะพร้าวมะนาวโซดา และคอนเฟลกอบกรอบ เป็นต้น

    อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการเหล่านี้ได้สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในหลายมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลหรือชุมชนที่ขาดโอกาส สำนักงานสลากฯ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างจริงจัง ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและเจตนารมณ์ที่ต้องการเห็นคนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น!!.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A2%25E0%25B9%258C%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581-news/884633/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V7ib7Dn4wItazEZGYGwhx

  • อย่าไว้ใจเขมร! “สว.นพดล” เตือน “รัฐบาลอนุทิน” ติดตามผลลงนามสันติภาพอย่างใกล้ชิด

    อย่าไว้ใจเขมร! “สว.นพดล” เตือน “รัฐบาลอนุทิน” ติดตามผลลงนามสันติภาพอย่างใกล้ชิด

    วันนี้ (26 ต.ค. 2568) นายนพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา กล่าวถึงความคืบหน้าในการศึกษา MOU 2543-2544 วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะลงนามสันติภาพกับกัมพูชา โดยมี นายโดนัล เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ร่วมสังเกตการณ์ด้วย ว่า ประเทศไทยและกัมพูชา มีชายแดนติดกันถึง 798 กิโลเมตร อย่างไรเสีย ไม่ว่าช้าหรือเร็ว เราก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ เราจะย้ายประเทศก็ไม่ได้อยู่ดี ถ้าข้อตกลงนั้นที่เรายื่นไป 4 ข้อ ทางกัมพูชารับได้ ก็ถือว่าเราก็บรรลุเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องดูต่อไปว่าเมื่อลงนามแล้ว ทางกัมพูชาจะปฏิบัติตามที่เรายื่นข้อตกลง 4 ข้อหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน

    “รัฐบาลคงต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด เพราะในอดีตที่ผ่านมา เราจะเห็นอยู่เหมือนกันว่าการปฏิบัติของกัมพูชา มักจะไม่ตรงไปตรงมา อีกประการหนึ่งคือการลงนามรอบนี้มีทั้งสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย เป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ด้วย ถ้าเราไม่ลงนาม ก็จะดูเสมือนว่าเราไม่ให้ความร่วมมือในสายตาชาวโลกในการได้มาซึ่งสันติภาพ ซึ่งเราก็ประกาศมาโดยตลอดว่าเราต้องการสันติภาพต้องการความสงบสุข เราต้องดูด้วย เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลก” นายนพดล กล่าว

    นายนพดล ยังกล่าวว่า ความคืบหน้าของ กมธ.ศึกษา MOU 2543-2544 ตอนนี้คืบหน้ามากกว่า 50% แล้ว นอกจากเรื่องความเป็นมาเป็นไปของ MOU ยังมีข้อเท็จจริงที่ประชาชนยังไม่ได้รับรู้ทั้งฝั่งที่สนับสนุนและคัดค้าน ซึ่งหาก กมธ. ได้รายงานให้ทราบแล้วจะทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น ถือเป็นการปูพื้นฐานให้เห็นถึงเนื้อหา โดยในวันที่ 28 ต.ค. นี้ ยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี จะมาให้ข้อมูลต่อ กมธ. แน่นอน ในช่วงบ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/450309&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ffuhKaKzC8SA8YahRessm

  • รมว.ศึกษาฯ สั่งด่วนที่สุด!  หน่วยงานในสังกัด และสถานศึกษาทุกแห่ง “งด” จัดงานรื่นเริง 1 ปี

    รมว.ศึกษาฯ สั่งด่วนที่สุด! หน่วยงานในสังกัด และสถานศึกษาทุกแห่ง “งด” จัดงานรื่นเริง 1 ปี

    รมว.ศึกษาฯ สั่ง หน่วยงานในสังกัด และสถานศึกษาทุกแห่ง งดจัดงานที่มีบรรยากาศรื่นเริงทุกประเภท เป็นเวลา 1 ปี

    กระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ประกาศเรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต

    เรียน เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา

    ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า สมเด็จพระราชชนนีมีประกาศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๓ เวลา ๒๑.๒๑ น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๘๙ รายละเอียดตาม QR Code ที่ปรากฏท้ายหนังสือฉบับนี้ โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้

    ๑. ให้หน่วยงานในสังกัดและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา ๓๐ วัน ๒. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไว้ทุกข์ เป็นเวลา ๑ ปี ๓. ให้หน่วยงานในสังกัดและสถานศึกษาทุกแห่ง งดจัดงานที่มีบรรยากาศรื่นเริงทุกประเภท เป็นเวลา ๑ ปี ๔. ให้หน่วยงานในสังกัดเผยแพร่พระเกียรติคุณ บนหน้าหลักเว็บไซต์ของหน่วยงานและให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    จึงเรียนมาเพื่อแจ้งหน่วยงานและบุคลากรในสังกัดถือปฏิบัติ ต่อไป

    ขอแสดงความนับถือ

    (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ กิตติคุณวิวัฒน์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9853042/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wfkLr_C6b9dKP_xvcdnZe