Category: วัฒนธรรม

  • ยิ่งชี้แจงยิ่งไม่เข้าใจ! อ.ปริญญา แนะ ‘รมว.ศธ.’ แก้คำสั่ง ‘ดนตรี’ เป็นกิจกรรมเรียนรู้ ไม่ใช่รื่นเริง

    ยิ่งชี้แจงยิ่งไม่เข้าใจ! อ.ปริญญา แนะ ‘รมว.ศธ.’ แก้คำสั่ง ‘ดนตรี’ เป็นกิจกรรมเรียนรู้ ไม่ใช่รื่นเริง

    27 ต.ค.2568-นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง “ยิ่งชี้แจงยิ่งไม่เข้าใจ” เนื้อหาระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ชี้แจงวันนี้ (26 ตุลาคม) ว่า การ “ขอความร่วมมือ” ให้หน่วยงานในสังกัด “งดจัดกิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อแสดงความอาลัย“ นั้น หมายถึง งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ และงานบันเทิงที่มีความครื้นเครง เช่น งานสังสรรค์ศิษย์เก่า หรืองานแสดงความยินดี ส่วนกิจกรรมการเรียนการสอน หรือกิจกรรมเสริมในหลักสูตรของนักเรียน สามารถดำเนินการได้ตามปกติ

    โดยยืนยันว่า ”กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีสั่งห้ามหรือปิดกั้นการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียนแต่อย่างใด“ และ ”ได้กำชับปลัดกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่า ให้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ ถึงความหมายและขอบเขตของการจัดกิจกรรมดังกล่าวให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน“

    ฟังการชี้แจงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแล้วเหมือนจะดีขึ้นใช่ไหมครับ แต่พอไปดูในอินโฟกราฟฟิกของกระทรวงศึกษาที่เพิ่งออกมา  ข้อ 1 ระบุว่า “การแสดงดนตรี / คอนเสิร์ต” เป็นตัวอย่างกิจกรรมที่ “ขอความร่วมมือให้งดจัด” ด้วย ก็เลยกลายเป็นหนักเข้าไปอีก

    เพราะดนตรีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งที่เป็นหลักสูตรและเสริมหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นดนตรีไทย ดนตรีสากล ดนตรีคลาสสิก หรือดนตรีอะไร ที่สำคัญการแสดงดนตรี หรือคอนเสิร์ตไม่ได้เท่ากับ “งานรื่นเริง” งานศพของเราก็มีดนตรีไทย ของฝรั่งก็มีออร์แกนมีร้องเพลงในโบสถ์ การระบุว่า “การแสดงดนตรี / คอนเสิร์ต” อยู่ในความหมายของ “กิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัด” เป็นเวลาถึง 1 ปี มีปัญหาแน่นอนครับ

    ปัญหาจริงๆ เกิดจาก “หนังสือด่วนที่สุด” ของท่านรัฐมนตรีเองนี่แหละครับ โดยเฉพาะในข้อ 3 “ให้หน่วยงานในสังกัดและสถานศึกษา งดจัดกิจกรรมที่มีบรรยากาศรื่นเริงทุกประเภท เป็นเวลา 1 ปี” ที่ทั้งตึงเกินไป และสื่อสารไม่ดี ทำให้คนไม่เข้าใจ แล้วคนที่ไม่เข้าใจที่สุดก็อาจจะเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการเองนี่แหละครับที่ไปตีความว่า “การแสดงดนตรี / คอนเสิร์ต” เป็นกิจกรรมที่มีบรรยากาศรื่นเริงที่ต้องงดจัด ทำให้ยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่

    แล้วที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการชี้แจงว่า หนังสือนี้เป็น “การขอความร่วมมือ” กับ “หน่วยงานที่สังกัด” แต่จริงๆ แล้วหนังสือที่ลงนามโดยท่านรัฐมนตรีใช้คำว่า “กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ“ นี่ไม่ใช่การขอความร่วมมือ แต่เป็นการ ”สั่งการ“ นะครับ

    ปัญหาจึงเกิดจากหนังสือของท่านรัฐมนตรีเอง ให้ท่านปลัดกระทรวงไปชี้แจงยิ่งไม่เข้าใจ การสั่งการแบบท็อปดาวน์ บนลงล่างแบบนี้มันก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้วโดยเฉพาะสำหรับกระทรวงที่รับผิดชอบ ”การศึกษา“ ของประเทศครับ

    ท่านรัฐมนตรีแก้ไขคำสั่งของท่านเองเถอะครับ โดยเฉพาะข้อ 3 ก่อนที่จะโดนท่านนายกรัฐมนตรีสั่งให้แก้ครับ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/885207/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1i0DbqV2_0ySP36-I9rWIJ

  • ‘อนุทิน’ เผยคุย ‘ทรัมป์’ ตอบรับคำเชิญเยือนไทย เชื่อ กัมพูชาไม่กล้าบิดพลิ้วปฏิญญา | เดลินิวส์

    ‘อนุทิน’ เผยคุย ‘ทรัมป์’ ตอบรับคำเชิญเยือนไทย เชื่อ กัมพูชาไม่กล้าบิดพลิ้วปฏิญญา | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ประเทศมาเลเซีย ว่า ได้มีการหารือกันนิดหน่อย เป็นการขอการสนับสนุนเรื่องการค้า และภาษี รวมทั้งได้เชิญนายโดนัลด์ ทรัมป์ มาเยือนประเทศไทย เพราะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ได้มาเยือนประเทศไทยประมาณ 10 ปีแล้ว ซึ่งท่านตอบรับในหลักการ 

    เมื่อถามถึง การลงนามถ้อยแถลงระหว่างไทยและกัมพูชา จะเริ่มเคลียร์พื้นที่ชายแดนและเห็นเป็นรูปเป็นร่างเมื่อไหร่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทางกองทัพมีการประสานงานกันอยู่ ได้รับทราบว่าจะดำเนินการทันที ให้ไปถามรองเสนาธิการทหารที่เป็นหัวหน้าทีมเจรจา ซึ่งท่านทำงานเข้มแข็ง และมีทีมเวิร์กที่ดีกับฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศด้วย จึงเป็นที่มาของการได้ลงนามของปฏิญญาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

    เมื่อถามว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายฮุน มาเนต แบบสองต่อสองในลักษณะเปิดใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันแบบสองต่อสอง แต่หลังจากลงนามในปฏิญญาแล้วคิดว่าคงมีการพูดคุยกันมากขึ้น เพราะแต่ละประเทศต้องพยายามให้การปฏิบัติต่างๆ เป็นไปตามเงื่อนไขโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่การยกระดับให้เกิดสันติภาพเร็วที่สุด 

    เมื่อถามว่า ขณะนี้ถือว่าเราเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ ซึ่งในปฏิญญา และจากการพูดคุยของทีมเจรจายังมีขั้นตอนที่ฝ่ายกัมพูชาจะต้องเริ่มปฏิบัติเป็นลำดับ ซึ่งควบคู่กับของไทย 

    เมื่อถามว่า ขณะนี้ถือว่าความขัดแย้งชายแดนที่ผ่านมาจบลงแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อน 

    เมื่อถามอีกว่า การลงนามครั้งนี้มั่นใจแค่ไหนว่าจะได้รับการตอบสนองที่ดีจากกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้มีสักขีพยาน มีผู้ประสานงาน และเป็นการลงนามในฐานะที่มีการประชุมสูงสุดของอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ลงลายมือชื่อในฐานะสักขีพยานด้วย เปรียบเสมือนว่าการบรรลุเงื่อนไขในปฏิญญาครั้งนี้ดำเนินการภายใต้การรับรู้ รับทราบของประชาคมอาเซียน รวมถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ได้รับรู้ข้อตกลงครั้งนี้ น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดี ถ้าเป็นเราก็คงไม่กล้าจะทำอะไรที่นอกเหนือหรือไม่ปฏิบัติตาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5241027/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pwSLjg9MMliZVLE1cRGNE

  • นายกฯ อนุทินร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ ชู 3 แนวทางขับเคลื่อนประชาคม

    นายกฯ อนุทินร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนเต็มคณะ ชู 3 แนวทางขับเคลื่อนประชาคม

    วันนี้ (26 ตุลาคม) เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย อนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 แบบเต็มคณะ (Plenary) โดยมีผู้นำและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน นายกรัฐมนตรีแคนาดา นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประธานคณะมนตรียุโรป และกรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าร่วม

    ภายหลังเสร็จสิ้น สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของถ้อยแถลงว่า นายกรัฐมนตรีกล่าว ขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น โดยการประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีการประชุมพหุภาคีครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ตลอดจนแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับติมอร์-เลสเต เป็นสมาชิกอาเซียน โดยไทยพร้อมสนับสนุนติมอร์-เลสเต ในการดำเนินการตามกระบวนการเข้าสู่อาเซียนต่อไป

    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำบทบาทของอาเซียนในการเป็นเสาหลักของนโยบายต่างประเทศของไทย โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อผลักดันประโยชน์ที่แท้จริงมาสู่ประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

    1. การสร้างประชาคมอาเซียนที่มั่นคงปลอดภัยสำหรับประชาชน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน ทั้งอาชญากรรมทางไซเบอร์ การหลอกลวงทางออนไลน์ และการค้ามนุษย์ โดยไทยพร้อมทำงานกับประเทศสมาชิกอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับภัยคุกคามร่วมกัน

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการปฏิบัติการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนจากมลพิษข้ามพรมแดน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และโรคระบาด ผ่านการเร่งเสริมศักยภาพของศูนย์อาเซียนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อาเซียนด้านภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและโรคอุบัติใหม่ (ASEAN Centre for Public Health Emergencies and Emerging Diseases: ACPHEED)

    2. การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน ผ่านการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่อาเซียนสามารถลงนามในความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) ฉบับปรับปรุง และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ฉบับที่ 3 ได้ในระหว่างการประชุมสุดยอดครั้งนี้

    พร้อมหวังว่าอาเซียนจะสามารถลงนามในกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ได้ภายในปีหน้า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการลงทุนในพลังงานสะอาด โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) รวมถึงการเงินสีเขียว เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    3. การเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ โดยยึดมั่นต่อระบบที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมทั้งส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับภาคีภายนอก ภายใต้มุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (ASEAN Outlook on the Indo-Pacific: AOIP) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) ของอาเซียน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก ในฐานะพลังแห่งสันติภาพ ความมั่งคั่ง และความก้าวหน้า

    ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีต่อความสำเร็จในการเป็นประธานอาเซียนของมาเลเซียในปีนี้ และพร้อมสนับสนุนฟิลิปปินส์ในการเป็นประธานอาเซียนปีหน้า ซึ่งเป็นปีที่อาเซียนจะขับเคลื่อน ‘วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045’ ร่วมกัน

    ทั้งนี้ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 แบบเต็มคณะ ที่ประชุมได้ร่วมกันรับรองเอกสารการประชุมสุดยอดอาเซียน จำนวน 16 ฉบับ และมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 (Chairman’s Statement of the 47th ASEAN Summit) จำนวน 1 ฉบับ หลังจากนั้น ผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีส่งมอบสารแก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ฉบับที่ 2

    นายกฯ อนุทิน ร่วม ประชุมสุดยอดอาเซียน เต็มคณะ ชู 3 แนวทาง ขับเคลื่อนประชาคมเข้มแข็ง ปกป้องประชาชน-รับมือภัยไซเบอร์ 1 นายกฯ อนุทิน ร่วม ประชุมสุดยอดอาเซียน เต็มคณะ ชู 3 แนวทาง ขับเคลื่อนประชาคมเข้มแข็ง ปกป้องประชาชน-รับมือภัยไซเบอร์ 2 นายกฯ อนุทิน ร่วม ประชุมสุดยอดอาเซียน เต็มคณะ ชู 3 แนวทาง ขับเคลื่อนประชาคมเข้มแข็ง ปกป้องประชาชน-รับมือภัยไซเบอร์ 3

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/asean-pm-cyber-protection/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rBp3dgnbW1ElWXlb58D0X

  • ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    วันนี้ (26 ตุลาคม) ที่ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ช่างภาพข่าว THE STANDARD เก็บภาพบรรยากาศประชาชนเดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์

    เมื่อเวลา 10.00 น. มึประชาชนเดินทางมาร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ประมาณ 2,500 คน โดยมีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร คอยอำนวยความสะดวกดูแลการจราจร ,อาหาร-น้ำดื่ม และ จัดระเบียบปล่อยให้ประชาชนเข้าแถวเดินไปถวายพระพร และถวายน้ำสรงพระบรมศพ ชุดละ 100 คน

    ในเวลา 16.00 น. ขบวนเคลื่อนพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะเคลื่อนออกโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมเส้นทางประมาณ 10 กิโลเมตร

    มีเส้นทางดังนี้

    1. ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์
    2. จากนั้น เลี้ยวขวา เพื่อเข้าสู่ถนนพระรามที่ 4 มุ่งหน้าแยกสามย่าน
    3. เมื่อถึงแยกสามย่าน เลี้ยวขวา เข้าสู่ถนนพญาไท
    4. เมื่อถึงแยกพญาไท เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนศรีอยุธยา
    5. เดินทางผ่านบริเวณกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (901 Land) และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
    6. จากนั้น เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง

    ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 1 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 2 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 3 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 4 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 5 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 6 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 7 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 8 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 9 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 10 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 11 ประชาชนหลั่งไหลถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม 12

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/honoring-queen-mother-royal-remains/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zuiBzpSf7vgotL58zkjyV

  • ‘นฤมล’ แจงงดกิจกรรมรื่นเริง ยันไม่ปิดกั้นการแสดงออกนักเรียน ย้ำสถานศึกษาสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

    ‘นฤมล’ แจงงดกิจกรรมรื่นเริง ยันไม่ปิดกั้นการแสดงออกนักเรียน ย้ำสถานศึกษาสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

    รมว.ศธ. แจงชัด คำสั่งงดกิจกรรมรื่นเริง ไม่กระทบกีฬาสี – กิจกรรมเสริมหลักสูตร ย้ำ ศธ.ไม่ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน ย้ำ สถานศึกษาสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

    26 ต.ค.2568-ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานในสังกัดงดจัดกิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อแสดงความอาลัยว่า กิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัด คือ งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ และงานบันเทิงที่มีความครื้นเครง เช่น งานสังสรรค์ศิษย์เก่า หรืองานแสดงความยินดีรับ-ส่ง ส่วนกิจกรรมการเรียนการสอน หรือกิจกรรมเสริมในหลักสูตรของนักเรียน สามารถดำเนินการได้ตามปกติ

    ส่วนที่ผู้ปกครองบางส่วนอาจจะกังวลว่าหนังสือดังกล่าวอาจกระทบต่อกิจกรรมของนักเรียน เช่น กีฬาสี หรือกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ภายในโรงเรียน ตนจึงขอยืนยันให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กระทรวง ศธ.ไม่ได้มีสั่งห้ามหรือปิดกั้นการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียนแต่อย่างใด รวมถึงประเพณีการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ก็ยังสามารถจัดได้ เพราะถือเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรของผู้เรียน และถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ด้วย

    “อาจารย์ได้กำชับปลัดกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่า ให้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ ถึงความหมายและขอบเขตของการจัดกิจกรรมดังกล่าวให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน พร้อมขอให้ผู้บริหารโรงเรียนสื่อสารกับครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน“

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/885192/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Gg-qTUPhLCkeYYA2ps4Ck

  • ออมสิน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

    ออมสิน ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี 2568 ให้ธนาคารออมสิน โดยนางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน พร้อมผู้บริหาร และพนักงาน นำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส เพื่อเป็นการส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป โดยมี นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว รองแม่ทัพภาคที่ 4 หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน หน่วยงานพันธมิตร และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี โดยมียอดจตุปัจจัยถวายเป็นพระราชกุศล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,299,999.99 บาท ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568

    ในโอกาสนี้ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับสามเณร นักเรียน และนักศึกษา จากโรงเรียนพระบรมธาตุพิทักษ์วิทยา (พระปริยัติธรรมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร) โรงเรียนวัดพระมหาธาตุ โรงเรียนพระธาตุมูลนิธิมัธยม และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รวมจำนวน 40 ทุน พร้อมมอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ จำนวน 22 เครื่อง ภายใต้โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อสังคม และเก้าอี้เลกเชอร์ ให้กับโรงเรียนพระบรมธาตุพิทักษ์วิทยา เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้เด็กนักเรียนได้รับโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/252089&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lyb_J3pqfMv_MxJzi2xiB

  • เปิดเอกสารผู้นำ ‘ไทย-กัมพูชา’ เซ็นประกาศแก้ข้อพิพาทโดยสันติ เลิกกล่าวหาทุกช่องทาง | เดลินิวส์

    เปิดเอกสารผู้นำ ‘ไทย-กัมพูชา’ เซ็นประกาศแก้ข้อพิพาทโดยสันติ เลิกกล่าวหาทุกช่องทาง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เวลา 12.00 น.ตามเวลาของมาเลเซีย ที่ศูนย์การประชุมกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ลงนามใน “ถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย (Joint Declaration by the Prime Minister of the Kingdom of Cambodia and the Prime Minister of the Kingdom of Thailand on the outcomes of their meeting in Kuala Lumpur)” ขณะที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยาน โดยเอกสารดังกล่าวมีใจความว่า

    พวกเรา นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทย และโดยมีประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นสักขีพยาน ได้พบกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568 ขอประกาศ ดังนี้

    1.พวกเรายืนยันความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ตามที่ได้ประกาศไว้ ณ เมืองปุตราจายา มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2568 และย้ำความมุ่งมั่นอย่างหนักแน่น ในการละเว้นการคุกคามหรือใช้กำลัง การแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ และการเคารพต่อเขตแดนระหว่างประเทศ และต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกันต่อเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดนและอัตลักษณ์แห่งชาติของแต่ละประเทศ

    2.พวกเรายืนยันความมุ่งมั่นอย่างหนักแน่นในการยึดมั่น และดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้บรรลุร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป

    3.พวกเราได้ลงนามในเอกสารขอบเขตการจัดตั้งกลไกผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team: AOT) ซึ่งจะประกอบด้วยบุคลากรจากรัฐสมาชิกอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่าข้อตกลงหยุดยิงได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ พวกเราเรียกร้องให้รัฐสมาชิกอาเซียนให้การสนับสนุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ AOT ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจให้บรรลุวัตถุประสงค์

    4.นอกจากนี้ พวกเราได้ให้คำมั่นที่จะลดความตึงเครียด และฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ ร่วมกันระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชากับราชอาณาจักรไทย ทั้งนี้ เพื่อบรรลุและสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ พวกเราได้ตกลงในขั้นตอนดังต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อตกลงหยุดยิงจะได้รับการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ และเพื่อฟื้นฟูสันติภาพ ความมั่นคง และเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดน ดังนี้

    • ดำเนินการลดความตึงเครียดทางการทหารภายใต้การสังเกตการณ์และการยืนยันตรวจสอบโดย AOT ซึ่งรวมถึงการถอนอาวุธและยุทโธปกรณ์หนักและทำลายล้างสูงออกจากแนวชายแดน และนำกลับไปยังที่ตั้งปกติของหน่วยทหารแต่ละประเทศ ในบริบทดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะมอบหมายให้คณะทำงานของแต่ละฝ่ายร่วมกันหารือเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเรื่องการจัดทำแผนปฏิบัติการที่ปฏิบัติได้และเป็นขั้นตอนภายใต้การสังเกตการณ์โดยคณะผู้สังเกตการณ์การหยุดยิงชั่วคราว (IOT) และหลังจากนั้นโดย AOT ตามที่กำหนดในเอกสารขอบเขตการจัดตั้ง

    • ละเว้นการเผยแพร่หรือส่งเสริมการใช้ข้อมูลเท็จ การกล่าวอ้าง การกล่าวหา และวาทกรรมที่สร้างความเสียหาย ไม่ว่าจะผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลหรือช่องทางไม่เป็นทางการ เพื่อลดความตึงเครียด บรรเทาความรู้สึกเชิงลบของสาธารณชน และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการหารืออย่างสันติ

    • เห็นพ้องที่จะดำเนินมาตรการสร้างความเชื่อมั่นโดยทันทีและเต็มรูปแบบเพื่อฟื้นฟูและรักษาความเชื่อมั่นความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และสันติภาพตามแนวชายแดน และเพื่อแก้ไขความแตกต่างอย่างสันติ ด้วยความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรภาพ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และร่วมมือเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

    • ประสานงานและดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดนตามที่ได้ตกลงกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป เพื่อปกป้องชีวิตของพลเรือนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างสองประเทศ

    • ยืนยันความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนและการจัดทำหลักเขตแดน ผ่านสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยละเว้นการคุกคามหรือใช้กำลัง หรือการกระทำที่เป็นการยั่วยุใด ๆ และตระหนักว่าคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) เป็นกลไกทวิภาคีสำหรับการทำงานร่วมกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชายแดนอย่างสันติ โดยให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละกลไก โดยให้มีการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในระดับท้องถิ่น เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ให้เป็นไปโดยสันติ ซึ่งรวมถึงประเด็นการรุกล้ำพื้นที่ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ตามแนวทางของผลการหารือในการประชุม JBC ตลอดจนจะยุติกิจกรรมทุกประเภทที่เป็นการขยายขอบเขตข้อพิพาทและเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น

    5. เมื่อมีการดำเนินการตามมาตรการข้างต้นอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะยอมรับว่าเป็นการสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ที่ดำเนินอยู่ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการส่งเสริมความเชื่อมั่นและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไทยจะดำเนินการปล่อยเชลยศึกโดยพลัน

    6.พวกเราตกลงที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือ การแบ่งปันข้อมูล และการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ รวมทั้งเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของการตรวจสอบควบคุมตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อพลเมืองของเราทั้งสองประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ

    7. พวกเราตระหนักถึงความจำเป็นในการวางแนวทางเพื่ออนาคตที่สดใสที่ไม่ยึดติดกับความขัดแย้งในอดีต รัฐบาลทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ โดยเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาและความตกลงที่มีอยู่ สภาวการณ์ต่าง ๆ ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ทั้งสองประเทศมองไปข้างหน้าและเริ่มต้นพัฒนาความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนบ้าน ตามเจตนารมณ์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการในกฎบัตรอาเซียนเกี่ยวกับการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติ ซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่บทใหม่ของสันติภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

    8. พวกเราแสดงความเชื่อมั่นว่า การหารือครั้งนี้ ซึ่งมีนายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย เข้าร่วมและให้การสนับสนุน เป็นรากฐานที่มั่นคงต่อความเคารพ ซึ่งกันและกันและการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค พวกเรารับทราบด้วยความขอบคุณอย่างยิ่งต่อบทบาทสำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ในการเสริมสร้างการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เป็นประโยชน์ระหว่าง ราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย

    ลงนาม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2568 จำนวน 4 ฉบับ เป็นภาษาอังกฤษ

    นายฮุน มาแนด นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทย

    เป็นพยานโดย นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5240609/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tvVMKakRfZHMcnX_g0RvY

  • ดูดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568

    ดูดวงรายวัน ประจำวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568

    วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2568 ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 12 วันนี้ยังไม่เหมาะแก่การกระทำการมงคล เคล็ดดวงดี คนเกิดปีขาลกำลังจะมีข่าวที่น่ายินดีเกิดขึ้นในช่วงนี้ หมอไก่ ขอแนะนำให้คุณทำบุญเกี่ยวกับการศึกษาเพื่อเสริมดวง

    ดวงรายวัน ดวงดาวของท่าน 27 ตุลาคม 2568

    คนเกิดวันอาทิตย์

    การงาน ดวงการงานปังสุดพลัง งานดีไม่มีตก หมอไก่ขอแนะนำให้คุณทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเสริมดวง
    การเงิน ช่วงนี้ดวงดีจัดหนักความสำเร็จด้านการเงินมาแบบจัดเต็ม

    คนเกิดวันจันทร์

    การงาน อดทนหน่อย!! เพราะช่วงนี้ชีวิตจะวุ่นวายมาก แต่อีกไม่นานจะดีขึ้น
    การเงิน ช่วงนี้ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว

    คนเกิดวันอังคาร

    การงาน หากมีความฝันหรือแผนการอะไรให้ใจเย็นๆ ค่อยๆลงมือทำไปทีละเรื่องอย่าใจร้อน
    การเงิน มีเกณฑ์วางแผนการทำอาชีพเสริมเพื่อสร้างผลกำไรในอนาคต

    คนเกิดวันพุธ

    การงาน ระยะนี้อย่าเพิ่งใจร้อน งานที่รับผิดชอบยังต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป
    การเงิน แม้จะมีอุปสรรค แต่จะได้รับผลตอบแทนก้อนใหญ่

    คนเกิดวันพฤหัสบดี

    การงาน เริ่มฉายแววความสำเร็จ มีโอกาสสมหวังในเรื่องการงาน
    การเงิน อยู่ในเกณฑ์คล่องตัว มีโอกาสได้เงินทีเดียวเป็นก้อน

    คนเกิดวันศุกร์ 

    การงาน ดวงคุณตอนนี้เหมือนอยู่ในช่วงขึ้นภูเขา ทั้งเหนื่อยทั้งล้า แต่อดทนอีกนิดก็จะถึงยอดเขาแล้ว
    การเงิน หากถามว่าเมื่อไหร่คุณจะรวย บอกเลยว่ารวยแน่ แต่จะช้าอยู่สักหน่อย

    คนเกิดวันเสาร์

    การงาน ดวงพุ่งเป็นดาวรุ่งในเรื่องการงาน กราฟดวงการงานพุ่งทะยาน 200% ดวงดีจัดหนักความสำเร็จจัดเต็ม!!
    การเงิน มีโอกาสรับทรัพย์เข้ากระเป๋าแบบรัวๆ.

    พ.พาทินี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/horoscope/daily/2891470&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25xFvfjtK_lwrTRCIG7j_W

  • เรื่อง “บุหรี่ไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลอนุทินข้อไหนบ้าง?” | เดลินิวส์

    เรื่อง “บุหรี่ไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลอนุทินข้อไหนบ้าง?” | เดลินิวส์

    แต่หากเรามาลองวิเคราะห์ดู จะพบความจริงดังนี้

    1. ด้านเศรษฐกิจ

    บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เด็กและเยาวชน สูญเสียเงินที่ต้องนำไปซื้อบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งยังเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเมื่อเกิดการเจ็บป่วย

    2. ด้านภัยสังคม

    การปราบปรามยาเสพติด การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและวัยรุ่นเพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่นๆ และเริ่มมีบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมยาเสพติดลักลอบขายแล้ว

    3. ด้านสาธารณสุข

    วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า เพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้าและโรคทางกายต่างๆ เช่น โรคปอดอักเสบ ปอดแตก ปอดข้าวโพดคั่ว โรคหืด และในผู้ใหญ่นอกจากโรคที่กล่าวแล้วยังเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจและสมอง ถุงลมปอดพอง เบาหวาน เพิ่มภาระต่อระบบบริการที่ล้นมืออยู่แล้ว

    4. การศึกษา

    บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสมองของเด็กที่กำลังพัฒนา ระบาดเข้าสู่โรงเรียนถึงเด็กนักเรียนชั้นประถม ส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ สมาธิ การควบคุมอารมณ์ ลดผลสำเร็จของการเรียน

    5. ด้านการเกษตร

    บุหรี่ไฟฟ้าใช้นิโคตินสังเคราะห์เป็นส่วนใหญ่ ชาวไร่ยาสูบไทยไม่ได้ประโยชน์จากการที่คนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น

    6. ความมั่นคง

    ดัชนีการพัฒนาของเยาวชนไทย คะแนนรวมอันดับที่ 84 ของโลก การศึกษาอันดับที่ 95 และสุขภาพ/สุขภาวะอยู่อันดับที่ 123 (พ.ศ.2565)

    บุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้ดัชนีการพัฒนาของเยาวชนไทยยิ่งมีอันดับที่แย่ลง ส่งผลต่อความสามารถในการพัฒนา-ความมั่นคงของประเทศ

    7. สิ่งแวดล้อม

    นอกจากการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในวัยรุ่นแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลอังกฤษห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าชนิดพอด ที่ใช้แล้วทิ้งคือ บุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้แล้วทิ้งเป็นขยะพิษในสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2565 ทุกๆวินาทีจะมีบุหรี่ไฟฟ้าที่ใช้แล้วทิ้ง 2 ชิ้น

    บุหรี่ไฟฟ้าจึงไม่มีประโยชน์ใดๆต่อสังคม ไม่ว่าเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม

    ขอขอบคุณท่านนายกอนุทินที่ย้ำในหลายโอกาสว่า จะคงห้ามบุหรี่ไฟฟ้าและขอให้ มีการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบขายอย่างจริงจัง รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้พิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องต่อไป

    ข้อมูลจาก ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

    อ้างอิง

    https://asean.org/wp-content/uploads/2023/06/4th-VERSION_22313_ASEAN-YDI-Report_Spreads-LQ_23Jun23.pdf

    https://www.telegraph.co.uk/news/2022/07/15/two-vapes-thrown-away-every-second-wasting-scarce-minerals-needed

    นายแพทย์สุรพงศ์  อำพันวงษ์

    คลิกอ่านบทความทั้งหมดได้ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5172269/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tkalWCOeWKrHiJIf_T4B9

  • “นฤมล” ยัน ศธ. ไม่ได้สั่งห้ามหรือปิดกั้นการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียนช่วงไว้อาลัย

    “นฤมล” ยัน ศธ. ไม่ได้สั่งห้ามหรือปิดกั้นการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียนช่วงไว้อาลัย

    “รมว.ศึกษาธิการ” แจง คำสั่ง ศธ. งดกิจกรรมรื่นเริง 1 ปี ไม่กระทบกีฬาสี – กิจกรรมเสริมหลักสูตร ย้ำไม่ปิดกั้นการแสดงออกของนักเรียน สั่งสถานศึกษาสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

    วันที่ 26 ต.ค. 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่หนังสือด่วนที่สุดของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานในสังกัดงดจัดกิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อแสดงความอาลัยว่า กิจกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดจัด คือ งานสังสรรค์ที่ไม่เป็นทางการ และงานบันเทิงที่มีความครื้นเครง เช่น งานสังสรรค์ศิษย์เก่า หรืองานแสดงความยินดีรับ-ส่ง ส่วนกิจกรรมการเรียนการสอน หรือกิจกรรมเสริมในหลักสูตรของนักเรียน สามารถดำเนินการได้ตามปกติ

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ผู้ปกครองบางส่วนอาจจะกังวลว่าหนังสือดังกล่าวอาจกระทบต่อกิจกรรมของนักเรียน เช่น กีฬาสี หรือกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ภายในโรงเรียน ตนจึงขอยืนยันให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กระทรวง ศธ.ไม่ได้สั่งห้ามหรือปิดกั้นการจัดกิจกรรมของเด็กนักเรียนแต่อย่างใด รวมถึงประเพณีการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ก็ยังสามารถจัดได้ เพราะถือเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรของผู้เรียน และถือเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ด้วย

    “อาจารย์ได้กำชับปลัดกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่า ให้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ ถึงความหมายและขอบเขตของการจัดกิจกรรมดังกล่าวให้ชัดเจน และให้ถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน พร้อมขอให้ผู้บริหารโรงเรียนสื่อสารกับครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน” นางนฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2891499&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2M9ISRwoQxfkcFAqntNB4f