Category: วัฒนธรรม

  • ศึกษาเผย “อาหารแปรรูปขั้นสูง” ส่งผลให้การจดจ่อลดลง เสี่ยงสมองเสื่อม | เดลินิวส์

    ศึกษาเผย “อาหารแปรรูปขั้นสูง” ส่งผลให้การจดจ่อลดลง เสี่ยงสมองเสื่อม | เดลินิวส์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ว่าการศึกษาฉบับนี้ได้วิเคราะห์การรับประทานอาหารและสุขภาพด้านการรับรู้ของผู้ใหญ่ชาวออสเตรเลียมากกว่า 2,100 คนที่ไม่มีภาวะสมองเสื่อม ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วงวัยกลางคนขึ้นไป พบว่า แม้การเพิ่มปริมาณการบริโภคอาหารแปรรูปขั้นสูงเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เชื่อมโยงกับสมาธิที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพโดยรวมของอาหาร

    นางบาร์บารา คาร์โดโซ ผู้นำเขียนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโมนาช กล่าวว่า การศึกษานี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการผลิตอาหารเชิงอุตสาหกรรมกับความสามารถด้านการรับรู้ที่เสื่อมถอย โดยการรับประทานอาหารแปรรูปขั้นสูงเพิ่มขึ้น 10% ( เท่ากับการรับประทานขนมขบเคี้ยวเพิ่ม 1 ซองต่อวัน ) เชื่อมโยงกับความสามารถในการจดจ่อที่ลดลงอย่างชัดเจน อีกทั้งทำให้คะแนนการทดสอบด้านการรับรู้ต่ำลง

    ผู้เข้าร่วมการวิจัยบริโภคพลังงานราว 41% ของพลังงานทั้งหมดต่อวัน จากอาหารแปรรูปขั้นสูง เช่น เครื่องดื่มน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยวรสเค็มบรรจุห่อ และอาหารสำเร็จรูป ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระดับชาติของออสเตรเลียที่ 42%

    คาร์โดโซเสริมว่า อาหารแปรรูปขั้นสูงมักทำลายโครงสร้างตามธรรมชาติของอาหารและมีสารที่อาจเป็นอันตราย เช่น วัตถุเจือปนสังเคราะห์หรือสารเคมีจากกระบวนการผลิต พร้อมเสริมว่า ระดับของการแปรรูปอาหารเอง ไม่ใช่แค่คุณภาพอาหารที่ไม่ดี อาจส่งผลต่อการทำงานของสมอง แม้ไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรงกับการสูญเสียความจำ แต่พวกเขาสังเกตว่า การจดจ่อที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการแก้ปัญหาในระยะยาว.

    ข้อมูล : XINHUA

    เครดิตภาพ : AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5810564/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1et6cuS1wRySNDxDvMoGPj

  • “กัมพูชา”อยู่อันดับสุดท้ายในอาเซียน อับอายไทย! การศึกษาต่ำมาก | TOPNEWS

    “กัมพูชา”อยู่อันดับสุดท้ายในอาเซียน อับอายไทย! การศึกษาต่ำมาก | TOPNEWS

    “กัมพูชา”อยู่อันดับสุดท้ายในอาเซียน อับอายไทย! การศึกษาต่ำมาก

    • เผยแพร่ : 25/04/2026 09:00

    “กัมพูชา”อยู่อันดับสุดท้ายในอาเซียน อับอายไทย! การศึกษาต่ำมาก

    #TOPNEWSOPNEWS #topupdate
    #เขมร #กัมพูชา #ตาเมือนธม
    #ตาเมือน #ช่องบก #สู้รบชายแดน

    อัปเดตคลิปข่าว

    ดู LIVE รายการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1557159&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mef4cLrAkHdqChd2zVp49

  • ประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122764/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06cVgxCHjGzc0ZG0KQOXpe

  • บัว สโรชา ผวาหนัก! โดนคนแปลกหน้าเมาน้ำกระท่อมบุกบ้าน

    บัว สโรชา ผวาหนัก! โดนคนแปลกหน้าเมาน้ำกระท่อมบุกบ้าน

    ฟิล์ม ธนภัทร แจงคลิปจูบ นนท์ อินทนนท์ ลั่นสนิทกันจูบซ้ำได้ ดีใจเป็นผู้ชายคนแรกในรอบ 10 ปี · เต Three Man Down โพสต์ภาพคู่ พลอย หอวัง ประกาศลั่น ผม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2928666&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xBU3BTgC0dFyPZVMiohtf

  • ‘พี่บอย-ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ’ พาแฟนๆ รับชมรอบ Premiere ซีรีส์ ‘สกุณาซ่อนรัก’ – แนวหน้า

    ‘พี่บอย-ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ’ พาแฟนๆ รับชมรอบ Premiere ซีรีส์ ‘สกุณาซ่อนรัก’ – แนวหน้า

    ช่องวัน31 จัดใหญ่จัดเต็ม เมื่อคุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ผู้กำกับ พร้อมด้วย 3 นักแสดงนำ ฟิล์ม ธนภัทร, เทศน์ ไมรอน และ เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา มารวมตัวกันเพื่อเปิดตัวซีรีส์แนวโรแมนซ์แห่งปีในงาน …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/960543&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FWDclNlLqkcC6sHwRhC-K

  • ชาวสเปนหันดูแลสุขภาพมากขึ้น หนุนตลาดอาหารออร์แกนิกและอาหารเสริมเติบโตต่อเนื่อง

    ชาวสเปนหันดูแลสุขภาพมากขึ้น หนุนตลาดอาหารออร์แกนิกและอาหารเสริมเติบโตต่อเนื่อง

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศสเปนได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริโภคที่ให้ความสำคัญกับ สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และความยั่งยืน เป็นหัวใจหลัก ส่งผลให้ตลาด อาหารออร์แกนิก (Organic Food)และ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม(Food Supplements)เติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่มีพลวัตสูงที่สุดของอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน

    1. ตลาดอาหารออร์แกนิก: เสาหลักใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารสเปน

    อาหารออร์แกนิกได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในฐานะ เสาหลักเชิงกลยุทธ์ ของอุตสาหกรรมอาหารสเปน ด้วยคุณลักษณะที่มีเสถียรภาพ มีพลวัตสูง และมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งยังตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

    ภาพรวมตลาดในปัจจุบันของอาหารออร์แกนิก 

    • มูลค่าตลาด: ทะลุระดับ 3 พันล้านยูโร และยังคงเติบโตต่อเนื่อง

    • การเข้าถึงครัวเรือน: ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเข้าไปอยู่ในเกือบ ร้อยละ 70 ของครัวเรือนสเปน

    • กลุ่มสินค้าเติบโตโดดเด่น: ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารหมักดอง อาหารสำหรับเด็ก เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Functional Drinks) และผลิตภัณฑ์จากพืช (Plant-based)

    ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่าการบริโภคอาหารออร์แกนิกในสเปนไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่ได้ก้าวเข้าสู่ วิถีชีวิตปกติของผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์แล้ว

    หนึ่งในพื้นที่ไฮไลท์ของงาน โซนอาหารออร์แกนิกในงาน Alimentaria 2026

    image.png

    งาน Alimentaria 2026ซึ่งเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ได้ตอกย้ำความสำคัญของภาคส่วนนี้ผ่านการจัดพื้นที่พิเศษและโครงการสำคัญ ได้แก่

    1. La Plaza Eco โซนอาหารออร์แกนิก พื้นที่ศูนย์กลางของภาคเกษตรอินทรีย์สำหรับการพบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างโอกาสทางธุรกิจ

    2. เส้นทางนิเวศ Alimentaria 2026″ (Ruta Eco) โครงการที่เชื่อมโยงผู้แสดงสินค้า นวัตกรรม และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ

    3. BIO ECO AWARDS รางวัลที่ยกย่องผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่มีศักยภาพโดดเด่นทั้งในตลาดสเปน ตลาดสากล และช่องทาง HORECA (Hotel, Restaurant and Catering)

    แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในกลุ่มนี้มาจากกระแสความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม (Well-being) และความต้องการผลิตภัณฑ์ที่สะดวกต่อการบริโภค ควบคู่กับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

    2. ตลาดอาหารเสริม: จาก “แก้ปัญหา” สู่ “ป้องกันและยกระดับคุณภาพชีวิต”

    ควบคู่ไปกับการเติบโตของอาหารออร์แกนิก ตลาดอาหารเสริมในสเปน ก็กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากแนวคิดดั้งเดิมที่ว่า บริโภคเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ” ไปสู่แนวคิดใหม่ว่า บริโภคเพื่อป้องกันและยกระดับคุณภาพชีวิต” (Preventive & Wellness Consumption)

    ผู้บริโภคชาวสเปนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ สุขภาพแบบองค์รวม(Holistic Health[1]) ที่ครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความงาม ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประเภทวิตามิน แร่ธาตุ โปรไบโอติกส์ และอาหารเสริมเพื่อสมองและสุขภาพจิต ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    แนวโน้มสำคัญที่เห็นได้ชัด ได้แก่

    • โภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition)
    • ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและพืช (Plant-based)
    • อาหารเสริมสำหรับการออกกำลังกาย (Sports Nutrition)
    • ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจากภายใน (Nutricosmetics) เช่น คอลลาเจน และสารต้านอนุมูลอิสระ 

    แนวโน้มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมอง สุขภาพและ ความงามเป็นเรื่องเดียวกันมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในระยะยาว

    ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของชาวสเปน

    ชาวสเปน 3 ใน 10 คน (30.6%) รับประทานอาหารเสริมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.6 จุดร้อยละจากปีที่แล้ว อาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ วิตามินและแร่ธาตุรวม (59.5%) และ แมกนีเซียม (43.4%) สะท้อนถึงแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสารอาหารพื้นฐานและแร่ธาตุเฉพาะชนิดมากขึ้น โดย แคว้นบาเลนเซีย (Comunidad Valenciana) เป็นพื้นที่ที่มีการบริโภคอาหารเสริมสูงที่สุด ขณะที่ กาตาลุญญา (Cataluña) 

    และ กาลิเซีย (Galicia) มีอัตราการบริโภคต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

    จากข้อมูลของรายงานล่าสุดจาก Afepadi[2] และ Ipsos[3] ภายใต้หน่วยงานติดตามและวิเคราะห์ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Observatorio de Complementos Alimenticios) ชี้ให้เห็นว่าอาหารเสริมมีบทบาทเพิ่มขึ้นในกิจวัตรด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่รูปแบบชีวิตที่เร่งรีบและพฤติกรรมการกินอาจทำให้การรับประทานอาหารที่สมดุลครบถ้วนทำได้ยาก พบว่า 82% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยบริโภคอาหารเสริมอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต 

    นอกจากนี้ การศึกษาประจำปีของ DBL[4] เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โภชนาการยังยืนยันแนวโน้มการเติบโต โดยยอดขายผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการในสเปนเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงการระบาดของโควิด-19 และในปี 2024 มีมูลค่าตลาดถึง 1,300 ล้านยูโร

    แม้อาหารเสริมจะช่วยสนับสนุนการรับประทานอาหารที่สมดุล แต่ก็ ไม่สามารถทดแทนการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพ และแม้ว่าวิตามินหรืออาหารเสริมอื่นๆ จะช่วยเติมเต็มสารอาหารที่อาจขาดหรือเพิ่มประสิทธิภาพการได้รับสารอาหาร แต่ก็ไม่สามารถแทนที่การรับประทานอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน ซึ่งควรมีโปรตีน ผลไม้ ผัก และอาหารจากกลุ่มอื่น ๆ อย่างเพียงพอ

    Florencia Braga นักโภชนาการ รวมทั้งผู้จัดการอาวุโสด้านกิจการวิทยาศาสตร์ประจำภูมิภาค EMEA[5] ของ Herbalife กล่าวว่าการบริโภคอาหารเสริมยังคงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะส่วนหนึ่งของแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ซึ่งสอดคล้องกับการตระหนักรู้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสำคัญของการตอบสนองความต้องการสารอาหารของร่างกาย และการรักษาวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงและสมดุล

    อาหารเสริมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและได้ผล

    การปรับปรุงสุขภาพโดยรวม เป็นเหตุผลหลักของการบริโภคอาหารเสริมในสเปน โดย 44.7% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุเหตุผลนี้ ซึ่งพบมากเป็นพิเศษใน ผู้หญิง ผู้ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี และผู้ที่ไม่พอใจกับน้ำหนัก

    ของตนเอง รองลงมาคือการ เสริมอาหารประจำวัน (28%) และ เพิ่มประสิทธิภาพด้านกีฬา (18.3%)

    ตามแนวโน้มนี้ อาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือกลุ่มสารอาหารพื้นฐานและจำเป็น ได้แก่

    • วิตามินและแร่ธาตุรวม (59.5%)

    • แมกนีเซียม (43.4%) ซึ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเนื่องจากเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม การทำงานของกล้ามเนื้อ และช่วย ลดความเหนื่อยล้าและอ่อนล้า

    • โปรตีน (38.6%)

    • โอเมกา-3 และกรดไขมันอื่น ๆ (30.2%)

    • คอลลาเจน (28%)

    • เมลาโทนิน (20.3%)

    ในด้านความพึงพอใจ ในผลลัพธ์ เกือบ 7 ใน 10 คน (73.8%) ที่รับประทานอาหารเสริมพึงพอใจกับผลลัพธ์ โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 4554 ปี อย่างไรก็ตาม 19% ระบุว่าไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และการมีความคาดหวังที่เหมาะสมต่อการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

    การศึกษายังพบความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานอาหารเสริมกับ พฤติกรรมสุขภาพที่ดี ผู้ที่บริโภคอาหารเสริมมัก ออกกำลังกายมากกว่าเฉลี่ย 1.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และมี น้ำหนักตัวเฉลี่ยต่ำกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่บริโภค

    แคว้นบาเลนเซียเป็นผู้นำด้านการบริโภคอาหารเสริม

    การเพิ่มขึ้นของการบริโภคอาหารเสริมในสเปนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกันในทุกภูมิภาค แต่มีความแตกต่างตาม ชุมชนปกครองตนเอง (Autonomous Communities) ซึ่งสะท้อนถึงระดับการยอมรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่แตกต่างกัน

    • แคว้นบาเลนเซีย (Comunidad Valenciana) อยู่ในอันดับแรก โดย 36.5% ของประชากรระบุว่าบริโภคอาหารเสริมเป็นประจำ

    • มาดริด (Madrid) อยู่ใกล้เคียงกันที่ 36.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ (30.6%)

    ในทางตรงกันข้าม บางภูมิภาคมีอัตราการบริโภคที่ต่ำกว่า เช่น

    • กาตาลุญญา (Cataluña) 28.8%

    • กาลิเซีย (Galicia) 29.3%

    ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่า แม้อาหารเสริมจะได้รับการใช้ในหลายพื้นที่ แต่บางภูมิภาคยังมี ศักยภาพในการเติบโตและการเข้าถึงตลาดมากขึ้น

    โดยรวมแล้ว การบริโภคอาหารเสริมในสเปนแสดงให้เห็นถึง ภาพรวมที่หลากหลาย ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกำลังขยายตัวในอัตราที่ต่างกันในแต่ละภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดโดยรวม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ที่มา: Nutrasalud / Anastore / Aragonecologico / Alimentaria 2026 Journal by Anna Canal, Director of Alimentaria

    ข้อคิดเห็นของ สคต. 

    แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในตลาดสเปนถือเป็น โอกาสทางการค้าที่น่าจับตามอง สำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารออร์แกนิก ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เข้าสู่ตลาดสเปนและสหภาพยุโรป โดยสินค้าที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สินค้าที่ชูจุดเด่นด้าน วัตถุดิบจากธรรมชาติ สมุนไพรไทย และสารสกัดจากพืชเขตร้อน ซึ่งตอบโจทย์ค่านิยมของผู้บริโภคยุโรปในเรื่อง ความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) ความโปร่งใส (Transparency) และความยั่งยืน (Sustainability) ได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้ การเจาะตลาดสเปนและประเทศในสหภาพยุโรปนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวมีกรอบกฎหมายและข้อกำหนดด้านผลิตภัณฑ์อาหารที่ถือว่าเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมตั้งแต่ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) การแสดงข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Labeling) การกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claims) ไปจนถึง การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ด้วยเหตุนี้ การยกระดับ คุณภาพของผลิตภัณฑ์” การพัฒนา นวัตกรรมการผลิต” และการเสริมสร้าง ความเข้าใจเชิงลึกด้านกฎระเบียบ” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดยุโรปได้อย่างมั่นคง และสร้างความไว้วางใจกับคู่ค้าในระยะยาว

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

    เมษายน 2569


    [1]  Holistic Health คือ แนวทางการดูแลสุขภาพที่มองมนุษย์แบบครบวงจร โดยเน้นความสมดุลระหว่าง ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่การรักษาโรคเมื่อเจ็บป่วย แต่คือการป้องกันและดูแลเชิงรุก เพื่อให้มีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

    [2] Asociación Española de Fabricantes de Productos para la Alimentación Especial, Dietéticos y Complementos Alimenticios: สมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะทาง อาหารเพื่อสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแห่งสเปน

    [3] Ipsosบริษัทวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นระดับโลก

    [4] หน่วยงานวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลภาคธุรกิจของสเปน

    [5] Europe, Middle East and Africa

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/fomok5bbjddbgasma0256soq&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0IgT-0KqtioIb8QiR-Ngy8

  • พบปราสาทขอมโบราณอายุพันปี ถูกฝังดินกลางเมืองนครราชสีมา | เดลินิวส์

    พบปราสาทขอมโบราณอายุพันปี ถูกฝังดินกลางเมืองนครราชสีมา | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 เม.ย. จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์รูปภาพและข้อความ “กู่ปราสาทหินทราย” (บุถ้ำ) “บุ” ในบริบทของชื่อสถานที่หรือหมู่บ้านในจังหวัดนครราชสีมา (ภาษาโคราช) มีความหมายถึง พื้นที่ลุ่ม, แอ่งน้ำ, ที่ราบลุ่มต่ำ, หรือหนองน้ำ ซึ่ง “บุถ้ำ” อาจเป็นที่ราบลุ่มต่ำมีถ้ำในบริเวณดังกล่าว โดยตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรปรางค์ทองนิเวศน์ หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา นั้น

    ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบจุดที่ค้นพบเป็นที่ดินส่วนบุคคลมีเอกสารสิทธิถูกต้อง ครอบครองโดยคหบดี ดีลเลอร์ รถยนต์ยี่ห้อดัง โดยนายสมเดช ลีลามโนธรรม ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้มอบหมายนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่และคนงาน ปักหลักขุดตรวจทางโบราณคดีอย่างระมัดระวัง ป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อโบราณวัตถุ เบื้องต้นพบแท่งหินมีโครงสร้างลักษณะเป็นปราสาทโบราณ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบตามหลักวิชาการ

    ด้าน พ.ท.ประยุทธ์ เทพปริวัฒน์ อายุ 76 ปี ข้าราชการบำนาญ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ตรงข้ามแหล่งโบราณคดี เปิดเผยว่า ตามคำบอกเล่าในอดีตกาล บริเวณนี้เป็นถ้ำลึกลงไป ด้านล่างมีของมีค่าในถ้ำ บริเวณใกล้เคียงกันมีบ่อนํ้าขนาดใหญ่ชื่อ “หนองบัว” แต่ถูกถมที่ดินสร้างโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัยนครราชสีมา นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเก็บเครื่องใช้จานชามถ้วยของคนโบราณ เมื่อถึงวันพิธีสำคัญทางศาสนาจะนำจานชามถ้วยเหล่านี้ไปใช้ประกอบพิธีกัน ที่ผ่านมามีประสบการณ์ลี้ลับเหนือธรรมชาติ เคยพบเห็นวิญญาณสวมชุดขาวเดินวนเวียน ทำให้บุคคลแปลกหน้าหรือผู้ไม่หวังดีไม่กล้าเข้ามา เกรงถูกวิญญาณหลอกหลอน หลายครั้งให้โชคลาภ ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา มักจะแวะเวียนมาสักการบูชาศาลปู่ตาเป็นประจำ

    ด้านนางรัญจวน แจกเกาะ อายุ 84 ปี อดีตเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ บอกเล่าว่า ชาวบ้านทราบกันมานานแล้ว เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่รู้เป็นตัวปราสาท สมัยก่อนเป็นเนินดินและจอมปลวกสูงใหญ่ ก่อนออกไปทำไร่ทำนา ชาวบ้านจะมากราบไหว้ เพื่อให้โชคลาภและคุ้มครอง ซึ่งมีประเพณีไหว้ประจำทุกปี ต่อมาตนได้ขายที่ดินผืนนี้ให้กับนายทุนและได้สร้างอาคารที่พักคนงานขึ้นทับ จนกระทั่งผู้รับเหมาขุดดินฝังเสาเข็ม พบเจอก้อนศิลาจำนวนมาก

    สำหรับ “กู่ปราสาทหินทราย” ถือเป็นหนึ่งร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณอายุนับพันปี หลับใหลอยู่ใต้พื้นดินมานานผ่านหลายชั่วอายุคน ได้ถูกค้นพบและเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ปราสาทหินถิ่นแดนไทย” เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระบุข้อความ “โบราณสถานศิลปะขอมพันปีใกล้ตัวเมืองนครราชสีมาที่กำลังจะหายสาบสูญไป เมื่อราวปี พ.ศ. 2559 จากการศึกษาภาพถ่ายดาวเทียมและค้นจนไปเจอชื่อหมู่บ้านปรางค์ทอง ผู้ค้นพบจึงสงสัยได้ขับรถเข้าไปดูพบโบราณสถานถูกขนาบด้วยความเจริญของบ้านเมือง ทิศเหนือมีเส้นทางรถไฟ นครราชสีมา-กรุงเทพมหานคร ทิศใต้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ด้านตะวันออกที่ตั้งของโรงเรียนอุบลรัตนฯ นอกจากนี้ด้านหน้ายังเป็นที่ตั้งของสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา

    โบราณสถานแห่งนี้ปัจจุบันมีสภาพพังทลายจนสิ้นสภาพ เป็นสถานที่ตั้งศาลปู่ตาของหมู่บ้าน มีต้นไม้และหญ้าขึ้นปกคลุมรก บนเนินปรากฏอิฐหล่นกระจายทั่วบริเวณ รอบๆ ตรงกลางเนินเป็นจุดที่สูงที่สุด และมีร่องรอยเป็นหลุมมีต้นไม้ปกคลุม นอกจากนี้ห่างออกไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ยังปรากฏเครื่องปั้นดินเผาและเศษกระเบื้องเป็นจำนวนมาก ห่างออกไปทางด้านทิศตะวันออกของเนินโบราณสถาน ปรากฏเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ บางส่วนเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอุบลรัตนฯ สันนิษฐานอาจเป็นบารายขนาดใหญ่ของศาสนสถานแห่งนี้ กำหนดอายุจากเครื่องปั้นดินเผาสันนิษฐาน มีอายุอยู่ในช่วง 900-1,000 ปี

    ปัจจุบันพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลง ป่ารอบศาลปู่ตาถูกถางออก มีการถมดินบางส่วน เพื่อนำหินขึ้นมาวาง ส่วนอิฐดินเผาและเศษเครื่องปั้นดินเผาคงถูกถมและปรับไถไปหมดแล้ว ต่อมามีการแชร์เรื่องราวไปยังโลกออนไลน์ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้ลงพื้นที่สำรวจ พบการปรับปรุงพื้นที่พร้อมบูรณะศาลปู่ตา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน โดยเปิดหน้าดินเพื่อก่อสร้างอาคารใกล้กับศาลปู่ตา เมื่อใช้รถแบ๊กโฮขุดในระดับความลึก 30 เซนติเมตร ปรากฏหินโบราณลักษณะเป็นโครงสร้างปราสาท จากนั้นได้มีการดำเนินการขุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5809569/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0f0WQw54GbnVtLmUEPuDMj

  • 2 จังหวัดเท่านั้น ปี 2569 ยังไม่มี “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ตั้งในพื้นที่ มีที่ไหนบ้าง?

    2 จังหวัดเท่านั้น ปี 2569 ยังไม่มี “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ตั้งในพื้นที่ มีที่ไหนบ้าง?

    เช็กชัดๆ ปี 2569 เหลือกี่จังหวัดที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดไหนบ้าง

    มหาวิทยาลัยราชภัฏ ถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่กระจายตัวครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีบทบาทสำคัญด้านการศึกษา การพัฒนาท้องถิ่น และการผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำให้หลายคนสงสัยว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีจังหวัดใดบ้างที่ “ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งอยู่ในพื้นที่” หรือแม้กระทั่งวิทยาเขตถาวร 

    จากการตรวจสอบข้อมูลสาธารณะล่าสุด พบว่า 2569 ปัจจุบันมีเพียง 2 จังหวัด ที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏหลักและวิทยาเขตถาวร ตั้งอยู่ภายในจังหวัด ได้แก่ ตราด และ สระบุรี

     

    2 จังหวัดที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ปี 2569

    • จังหวัดตราด จังหวัดชายแดนภาคตะวันออก แม้จะไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งอยู่ในพื้นที่ แต่มีสถาบันอุดมศึกษาใกล้เคียงจากจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่ภาคตะวันออกที่รองรับนักศึกษาได้
    • จังหวัดสระบุรี จังหวัดสำคัญภาคกลางที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและคมนาคม แม้ยังไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งอยู่โดยตรง แต่มีมหาวิทยาลัยหลายประเภทและสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวก

    ทำไมหลายจังหวัดมีราชภัฏเกือบครบประเทศ

    เดิมมหาวิทยาลัยราชภัฏมีรากฐานจาก “วิทยาลัยครู” ที่กระจายอยู่ตามภูมิภาค เพื่อผลิตครูและพัฒนาการศึกษาในแต่ละท้องถิ่น ต่อมามีการยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ จึงทำให้หลายจังหวัดมีสถาบันลักษณะนี้ตั้งอยู่ และขยายบทบาทไปสู่คณะอื่นๆ นอกเหนือจากสายครู

    ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏไม่ได้มีเพียงคณะครุศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเปิดสอนด้านบริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นิเทศศาสตร์ การท่องเที่ยว วิศวกรรม และสาขาที่ตอบโจทย์ตลาดงานยุคใหม่มากขึ้น

    แล้วจังหวัดที่ไม่มีราชภัฏ กระทบหรือไม่

    ในทางปฏิบัติ แม้จังหวัดจะไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งอยู่ แต่ประชาชนยังสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้ผ่านสถาบันประเภทอื่น เช่น มหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยเปิด รวมถึงการเรียนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

    อีกทั้งหลายจังหวัดที่ไม่มีราชภัฏยังอยู่ใกล้จังหวัดศูนย์กลางการศึกษา ทำให้การเดินทางไปเรียนต่อไม่ใช่อุปสรรคมากนักเมื่อเทียบกับอดีต

    สรุป ปี 2569 เหลือเพียง 2 จังหวัด

    หากนับเฉพาะ “มหาวิทยาลัยราชภัฏหลักที่ตั้งอยู่ในจังหวัด” ข้อมูลปี 2569 พบว่า ประเทศไทยเหลือเพียง 2 จังหวัด ที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏหลัก และวิทยาเขตในพื้นที่ คือ ตราด และ สระบุรี สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏได้กระจายครอบคลุมเกือบทั่วประเทศแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9885650/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L3Ltvktpg7Lyq_xfCRrzj

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน เข้าร่วมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    วันที่นำเข้าข้อมูล 13 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 เม.ย. 2569

    | 4 view

    นางสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง เอกอัครราชทูต ณ กรุงโคเปนเฮเกน พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ได้เข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานในเดนมาร์กของคณะอาจารย์และนิสิตระดับปริญญาเอกจากหลักสูตรสหสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมผู้ประกอบการ (CU Technology Management and Innopreneurship Program – CUTIP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เมืองออร์ฮูส เมื่อระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และที่กรุงโคปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียงเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย Thailand and Nordic Countries Innovation Unit (TNIU) ซึ่งเป็นส่วนงานในสังกัดสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่มีภารกิจในการเชื่อมโยงนวัตกรรม ความร่วมมือทางธุรกิจ และแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างไทยและเดนมาร์ก เป็นผู้อำนวยความสะดวกนัดหมายกับหน่วยงานภาครัญและเอกชนของเดนมาร์กที่เกี่ยวข้อง

    เอกอัครราชทูตฯ และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ร่วมกับคณะจากหลักสูตร CUTIP ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของเมืองออร์ฮูส เมืองใหญ่อันดับ ๒ ของเดนมาร์ก ที่มุ่งเป้าสู่การเป็นศูนย์กลาง (hub) ด้านนวัตกรรมของเดนมาร์ก โดยมีจุดเด่นได้แก่ ระบบนิเวศในการบ่มเพาะนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และมีการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public – Private Partnerships – PPP) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่เมืองอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

    (๑) ITK (Innovation, Teknologi og Kreativitet) ซึ่งเป็นแผนกหนี่งในเทศบาลเมืองออร์ฮูส มีหน้าที่พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีแบบ open source ในการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีองค์ประกอบสำคัญได้แก่ Center for Innovation in Aarhus (CFIA) ที่ทำงานในรูปแบบหุ้นส่วนร่วมกับแผนกอื่น ๆ ในเทศบาล ภาควิชาการ และประชาชนทั่วไป เพื่อพัฒนาและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม และ Aarhus City Lab ซึ่งเป็นศูนย์ทดสอบและจัดแสดงนวัตกรรม smart city solutions ที่เป็นผลจากจากความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในเมืองออร์ฮูส อาทิ การทดลองการใช้หุ่นยนต์เพื่อให้บริการต่าง ๆ (เช่น ขนส่ง และทำความสะอาด เป็นต้น) ในพื้นที่สาธารณะของเทศบาล ทั้งนี้ ITK ตั้งอยู่ที่ DOKK1 ซึ่งเป็นอาคารในรูปแบบ citizen house ซึ่งรวมหน่วยงานราชการสำคัญ ห้องสมุด และพื้นที่สาธารณะไว้ในอาคารเดียวกัน เพื่อความสะดวกของประชาชนในการเข้าถึง และเป็นหนึ่งใน landmark สำคัญของเมืองในบริเวณที่เคยซบเซาให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ

    (๒) INCUBA ซึ่งเป็นอุทธยานวิทยาศาสตร์และศูนย์กลางด้านนวัตกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของดูแล Aarhus University Research Foundation (AUFF) มีบทบาทสำคัญในการบ่มเพาะและสนับสนุนการพัฒนาของธุรกิจ startups และ spinoffs ที่มาจากการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยการให้เช่าพื้นที่สำนักงานและให้บริการที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจ การจัดหลักสูตรเพื่อเร่งการเติบโตของธุรกิจ (acceleration program) การเชื่อมโยงบริษัทกับนักลงทุน และการสนับสนุนพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างบริษัทต่าง ๆ ที่เครือ INCUBA ในโอกาสนี้ ทางคณะยังได้รับฟังการบรรยายจากบริษัทประสบความสำเร็จที่ใช้บริการของ INCUBA ได้แก่ บริษัท Mindway AI (ให้บริการระบบ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมการพนันที่ผิดปกติสำหรับบริษัทรับพนันออนไลน์) บริษัท ARAS (ให้บริการปรับห่วงโซ่อุปทานและกระบวนการพัฒนาผลิตพันธ์ให้เป็นระบบดิจิตัล) และบริษัท SCALGO (ให้บริการระบบที่ใช้ตรวจวัดปริมาณและแนวทางการไหลของน้ำฝนเพื่อช่วยการบริหารจัดการน้ำ)

    (๓) The Kitchen ซึ่งเป็นศูนย์กลางและหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ startups ในสังกัดมหาวิยาลัยออร์ฮูส โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนักศึกษาและนักวิจัยในการพัฒนาผลการวิจัยไปสู่การจัดตั้งเป็นบริษัท startups และสนับสนุนให้บริษัทประสบความสำเร็จ โดยการจัดสรรพื้นที่ให้นักศึกษาและนักวิจัยบริหารจัดการบริษัทของตน พร้อมให้คำแนะนำจากคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จในอดีต โดยทางคณะได้รับฟังการบรรยายจากนักศึกษาปริญญาเอกเกี่ยวกับการทำโครงการวิจัยชื่อ LAB99 ภายใต้ Junior Innovator Project ของ the Kitchen โดยโครงการวิจัยดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจ Startups ที่ไม่ใช่ Unicorn ด้านเทคโนโลยี ให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ The Kitchen มีจุดเด่นในการสร้างบริบทที่เอื้ออำนวยในการบ่มเพาะธุรกิจ startups จากภาควิชาการ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในมหาวิยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีให้มหาวิทยาลัยในประเทศไทยนำไปปรับใช้

    สำหรับการศึกษาดูงานที่กรุงโคเปนเฮเกนและพื้นที่ใกล้เคียง คณะได้เข้าศึกษาดูงานที่ ARGO ซึ่งเป็นโรงงานเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและความอบอุ่นซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองรอสคิลด์ ห่างจากกรุงโคเปนเฮเกน ๔๐ กิโลเมตร โดยเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการเผาขยะประสิทธิภาพสูงที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย รวมถึงการปรับปรุงโรงงานเพื่อมุ่งสู่การดักจับคาร์บอน ทั้งนี้ โรงงานดังกล่าวผลิตไฟฟ้าให้กว่า ๖๕,๐๐๐ ครัวเรือน และผลิตนำร้อนเพื่อระบบให้ความอบอุ่นครอบคลุมกว่า ๔๐,๐๐๐ หลังคาเรือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการใช้นวัตกรรมเพื่อผลิตพลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้เข้ารับฟังการบรรยายจากผู้แทน United Nations Environment Programme (UNEP) ที่อาคาร UN City ที่กรุงโคเปนเฮเกน เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ UNEP Copenhagen Climate Center (UNEP CCC) ในการถ่ายโอนเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาโดนอาศัยแนวทาง Technology Need Assessment (TNA) ซึ่งในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการดำเนินความร่วมมือกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ของไทยในการทำ TNA นี้

    การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะอาจารย์และนิสิตได้สอบถามและเรียนรู้แนวทางของเดนมาร์กในการพัฒนา บ่มเพาะและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม รวมถึงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทั้งภาครัฐและเอกชนเดนมาร์กที่ประสบความสำเร็จในการนำผลงานการวิจัยไปพัฒนาไปต่อยอดในการให้บริการประชาชนและเชิงธุรกิจต่อไป ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานฝ่ายเดนมาร์ก เพื่อเป็นรากฐานของความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต

    ในโอกาสเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๙ เอกอัครราชทูตฯ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่คณะอาจารย์และนิสิต ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต และคู่สมรสเข้าร่วม โดยได้หารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับหลักสูตร CUTIP และหัวข้อวิทยานิพนธ์ของนิสิต ซึ่งครอบคุลมหัวข้อที่หลากหลาย อาทิ การจัดการขยะ การจัดการด้านความสะอาดและสุขอนามัย และการสินค้าที่มาจากนวัตกรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/copenhagen-130426-2&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OmJ25b0J6-LLY3lILPu0F

  • มหาวิทยาลัยเฉิงตูจัดงานสงกรานต์สุดคึกคัก เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-อาเซียน (中文下面) – กระทรวงการต่างประเทศ

    มหาวิทยาลัยเฉิงตูจัดงานสงกรานต์สุดคึกคัก เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-อาเซียน (中文下面) – กระทรวงการต่างประเทศ

    มหาวิทยาลัยเฉิงตูจัดงานสงกรานต์สุดคึกคัก เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-อาเซียน (中文下面)

    มหาวิทยาลัยเฉิงตูจัดงานสงกรานต์สุดคึกคัก เชื่อมสัมพันธ์ไทย-จีน-อาเซียน (中文下面)

    วันที่นำเข้าข้อมูล 24 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 เม.ย. 2569

    | 11 view

    เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๙ นางสาวณัฐฐ์สิริ นิ่มยี่สุ่น รักษาการกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเทศกาลสงกรานต์ มหาวิทยาลัยเฉิงตูประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งความอบอุ่นและมิตรภาพ

    ในโอกาสนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้นำนิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ” มาจัดแสดง พร้อมคำอธิบายสามภาษา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์ของมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด

    ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้มของผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศ โดยพิธีเปิดได้นำเสนอการแสดงที่สะท้อนถึงความงดงามของการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างลงตัว เริ่มจากการแสดงนาฏศิลป์ไทยโดยนักศึกษาชาวจีนจากคณะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเฉิงตู ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของแม่น้ำในประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตามด้วยการแสดงละครสั้นของนักศึกษาไทย จากวิทยาลัยศิลปะจีน-อาเซียน มหาวิทยาลัยเฉิงตูที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว

    นอกจากนี้ โรงเรียนประถมศึกษาฉาเตี้ยนจื่อ ซึ่งเป็นโรงเรียนนำร่องในสังกัดสำนักงานการศึกษา นครเฉิงตู ได้นำเสนอการแสดง “เสียงกลองกึกก้อง ธงโบกสะบัด มังกรและสิงโตเริงระบำ” ที่เปี่ยมด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา ขณะที่คณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านการแสดงรำอวยพร “ฟ้อนเอิ้นขวัญ” อันงดงาม

    ภายหลังพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมพิธีสรงน้ำอวยพรตามประเพณีสงกรานต์ โดยใช้น้ำเป็นสื่อแห่งการส่งต่อความปรารถนาดี ก่อนเข้าสู่กิจกรรมกลางแจ้งที่สนุกสนานและหลากหลาย

    กิจกรรมกลางแจ้งเริ่มต้นด้วยการแสดงพื้นบ้าน “ลำตัด” เป็นภาษาไทยและภาษาจีนจากคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อด้วยการแสดงจากนักศึกษาไทยกับลาว และปิดท้ายด้วยขบวนแห่กลองยาวอันครึกครื้น ก่อนที่ผู้เข้าร่วมจะร่วมสนุกกับกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์

    ภายในงานยังมีการจัดบูธวัฒนธรรมจำนวน ๙ จุด ที่นำเสนออาหารและวัฒนธรรมไทยและลาว อาทิ ข้าวเหนียวมะม่วง ชาไทย และส้มตำ รวมถึงกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน เช่น การปากระป๋อง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก

    การจัดกิจกรรมสงกรานต์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-จีน เท่านั้น หากยังเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างเยาวชนจากหลากหลายวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่ความร่วมมือที่ยั่งยืนในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mfa.go.th/th/content/chengdu-251125-3%3Fpage%3D5d5bd3d615e39c306002aa86%26menu%3D5f2110a3c1d7dc1b17651cb2&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_7ENcHohN4ZAEPCJ97xL9