Category: วัฒนธรรม

  • กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

    กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

    กยศ. อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568


    4/11/2568 | 73 |

    กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อนุมัติการกู้ยืมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ ปีการศึกษา 1/2568 เสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว ขอให้นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติคำขอกู้ยืมเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินและต้องจัดทำแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด โดยสถานศึกษาต้องแนบไฟล์เข้าระบบ DSL ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 

    ดร. นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ได้อนุมัติคำขอกู้ยืมเงินให้แก่ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าเปลี่ยนระดับการศึกษาและผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ครบถ้วนแล้ว โดยขอให้ผู้กู้ยืมเงินเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน และจัดทำแบบยืนยันแบบเบิกเงินกู้ยืม ลงนามเอกสารภายในวันที่สถานศึกษาแต่ละแห่งกำหนด จากนั้นสถานศึกษาต้องยืนยันข้อมูลพร้อมแนบไฟล์สัญญาฯ และแบบยืนยันเบิกเงินกู้ยืมเข้าระบบ DSL ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน กยศ. ปิดระบบการกู้ยืมสิ้นสุดภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น 

    สำหรับปีการศึกษา 2568 กยศ. ได้ขยายกรอบการให้กู้ยืมส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินได้รับโอกาสทางการศึกษาจำนวนกว่า 800,000 ราย เป็นงบประมาณให้กู้ยืมกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ที่ศึกษาในหลักสูตรหรือสาขาวิชาที่ขาดแคลนและเป็นความต้องการหลักของประเทศ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียน/นักศึกษา และแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพ ค่าเล่าเรียน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ทั้งนี้ งบประมาณกู้ยืมที่ใช้ในการปล่อยกู้ในปีการศึกษา 2568 ประกอบด้วย เงินที่ได้รับสนับสนุนจากรัฐบาลและเงินที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมรุ่นพี่ ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน/นักศึกษารุ่นน้อง โดย กยศ. ขอความร่วมมือสถานศึกษาเร่งดำเนินการให้ทันตามกำหนดการด้วย”

    https://www.studentloan.or.th/th/news/1762250432


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/438091&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sqKPNoFRrzuhq9qHI9DDD

  • ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ

    ซีพี 47 ปี ทุนการศึกษา มอบโอกาส 6,800 ทุน สร้างคนดี สร้างชาติ

    ตลอดระยะเวลากว่า 47 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ “การศึกษา คือรากฐานของการพัฒนาคนและประเทศ” ผ่าน โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทยที่มีความสามารถ ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีจิตสาธารณะและความตั้งใจดีในการพัฒนาตนเองและสังคม 

    จุดเริ่มต้นแห่ง “ทุนซีพี” จากแรงบันดาลใจสู่การต่อยอดกว่า 47 ปี 

    โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากนโยบายของ 
    นายจรัญ เจียรวนนท์ และ นายมนตรี เจียรวนนท์ ประธานกิตติมศักดิ์เครือฯ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา จึงริเริ่มมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีให้กับนักศึกษาที่มีภาวะผู้นำ ขยันเรียน มีจิตสำนึกสาธารณะ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยให้ทุนต่อเนื่อง 3 ปีจนจบการศึกษา 

    ภายหลัง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ได้ขยายผลโครงการอย่างเป็นระบบ ภายใต้การนำของ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์ “สร้างคนดี สร้างชาติ” ให้ยั่งยืน 

    พัฒนาทุนเพื่ออนาคต ต่อยอดเยาวชนในทุกระดับการศึกษา

    ในปี พ.ศ. 2562 เครือฯ ได้ต่อยอดแนวคิดสู่การสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ โดยเปิดให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนระดับ มัธยมปลาย (สายวิทย์-คณิต), ปวช. และปวส. ในสาขาที่ประเทศขาดแคลน เช่น 
    แพทย์, วิศวกรรมศาสตร์, คอมพิวเตอร์ และช่างเทคนิค เพื่อเตรียมบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคต 

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2566 เครือฯ ได้เปิด “ทุนต่อเนื่อง” หรือ Continuous Track สนับสนุนผู้รับทุนเดิมที่มีผลการเรียนดีให้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เช่น ปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เพื่อเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในชีวิต 

    SPB INFO CP Education Revised01-2.png

    SPB INFO CP Education Revised01-3.png

    โครงการพัฒนาทุน “เรียนรู้ เติบโต และคืนกลับสู่สังคม” 

    ทุนซีพีไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านการเงิน แต่ยังออกแบบระบบพัฒนาผู้รับทุนอย่างครบวงจรผ่าน 3 กระบวนการหลัก 

    1. Monitoring & IDP (Individual Development Plan) 
      ติดตามและพัฒนาศักยภาพผู้รับทุนรายบุคคล ทั้งด้านการเรียน การวางแผนชีวิต และการแก้ปัญหา ผ่านการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุนโดยอ้างอิงจากแบบวัดPsytech Assessment 
    2. Skills Enhancement 
      ส่งเสริม 4 ทักษะแห่งอนาคต ได้แก่ 
    • ทักษะดิจิทัล 
    • ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร 
    • ทักษะชีวิตและการทำงาน 
    • ทักษะการคิดวิเคราะห์ 
    1. Project-based Learning & Well-being 
    • ผู้รับทุนปริญญาตรีร่วมทำโครงการจิตอาสา 
    • ผู้รับทุนนวัตกรทำโครงงานนวัตกรรม 
    • มีระบบดูแลสุขภาพกาย–ใจ (Telemedicine) และสนับสนุนค่าใช้จ่าย/อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 

    นอกจากนี้ ผู้ได้รับทุนยังมีโอกาสฝึกงานกับบริษัทในเครือซีพี เพื่อเตรียมพร้อมสู่การทำงานจริง และต่อยอดสู่การเป็นพนักงานในอนาคต 

    SPB INFO CP Education Revised01-4.png

    ผลสัมฤทธิ์กว่า 6,800 ทุนทั่วประเทศ 

    จนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 6,800 ทุน ครอบคลุมนักเรียนและนักศึกษาทั้งระดับมัธยมศึกษา ปวช. ปวส. และปริญญาตรีทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการ “สร้างคนดี คืนกำไรให้สังคม” ภายใต้ความเชื่อมั่นว่า 

    “การศึกษา คือรากฐานของการสร้างคน และคน คือรากฐานของการสร้างชาติ”

    SPB INFO CP Education Revised01-5.png

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/cp-education-continuous-track&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sNl7hCETIT8OI2JrIOje7

  • ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์

    ไทยเตรียมเป็น “ประเทศเกียรติยศ” งานการศึกษานานาชาติจีนปี 2569 | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5270832/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1t1Caluig230cEdAuiPrUe

  • นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

    นักวิจัยพบ เดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว ช่วยชะลอสมองเสื่อม-อัลไซเมอร์ : อินโฟเควสท์

    วารสารเนเจอร์ เมดิซีน (Nature Medicine) เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยของออสเตรเลียและนานาชาติ ซึ่งระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

    คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

    กิจกรรมทางกายภาพที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับการทำงานของสมองเสื่อมถอยช้าลง ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวช้าลงของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ โดยผู้แสดงสัญญาณโรคอัลไซเมอร์ระยะแรกอาจชะลอการพัฒนาของโรคด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน

    เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์

    คณะนักวิจัยระบุว่า การสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน

    ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การศึกษาข้างต้นจัดทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย, โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโทรอนโตของแคนาดา

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/542873&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qQZCelpT_kSrlBxsGfgTl

  • ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี

    ผปค.ช็อก! โรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ส่งหนังสือแจ้ง “ประกาศเลิกกิจการ” ปิดตำนานกว่า 50 ปี

    โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ปิดตำนาน 50 ปี ประกาศเลิกกิจการปี 2569 ผู้ปกครองช็อก!

    กลายเป็นข่าวที่สร้างความตกใจให้กับศิษย์เก่าและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก หลังโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชื่อดังย่านลาดพร้าว ได้ส่งหนังสือถึงผู้ปกครอง เพื่อประกาศเลิกกิจการโรงเรียนอย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป

    การประกาศครั้งนี้ทำให้ตำนานกว่า 50 ปีของโรงเรียนต้องสิ้นสุดลง ทางผู้บริหารให้เหตุผลว่า มาจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ที่อัตราการเกิดของเด็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายรับไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนและการดูแลบุคลากรให้อยู่ในมาตรฐานที่ตั้งใจไว้

    สารจากโรงเรียนถึงผู้ปกครอง: เหตุผลของการปิดตัว

    หนังสือ ที่ อ.ด.พ.173/2568 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ได้ระบุใจความสำคัญที่ส่งถึงกลุ่มผู้ปกครอง ว่าเนื่องจากจำนวนนักเรียนในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาลดลงตามลำดับ ทำให้การเก็บค่าเล่าเรียนไม่เป็นไปตามที่กำหนด คณะผู้บริหารจึงมีมติเห็นชอบให้หยุดการเรียนการสอนและเลิกกิจการโรงเรียนตั้งแต่วันที่เดือนพฤษภาคม 2569

    ทางโรงเรียนขอเรียนเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมประชุมในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 เพื่อชี้แจงมาตรการช่วยเหลือผู้ปกครองและนักเรียนในการเข้าเรียนต่อโรงเรียนต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งต่อความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ปกครองทุกท่านเสมอมา

    ประวัติโรงเรียนอุดมศึกษา: การเติบโตกว่า 50 ปี

    โรงเรียนอุดมศึกษา ก่อตั้งและวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 และสร้างเสร็จในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2518 โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าว” ใช้อักษรย่อว่า “อ.ด.พ.” โดยมี ผศ. เกษมศรี วัชรสกุณี เป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการคนแรก

    โรงเรียนมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายทศวรรษ มีการขยายอาคารเรียนหลายครั้งเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ. 2530 มีการสร้างโรงยิมเนเซียม (อาคาร 5) ทำให้รวมห้องเรียนทั้งหมดเป็น 61 ห้อง พร้อมทั้งขยายที่ดินรวมเป็น 7 ไร่ 34 ตารางวา

    นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2532 โรงเรียนได้ขยายพื้นที่จนมีอาคารเรียนรวม 76 ห้อง บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ และเพิ่มชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปี พ.ศ. 2535 ตลอดจนมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอล รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัย จนกระทั่งมีการเปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น นางกัณหา เภกานนท์ ในปี พ.ศ. 2565

    สิ้นสุดตำนานโรงเรียนเก่าแก่ย่านลาดพร้าว

    การตัดสินใจเลิกกิจการโรงเรียนอุดมศึกษาลาดพร้าวถือเป็นการสิ้นสุดการดำเนินงานของสถาบันที่สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพมายาวนานกว่า 50 ปี สาเหตุหลักจากสภาพเศรษฐกิจและจำนวนนักเรียนที่ลดลง เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในภาคการศึกษาไทยปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9854678/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ZRtdVhp8NlbwF5IPYjSmE

  • “ผีใช้ได้ค่ะ” วืดตั๋วชิงออสการ์ ค่ายหนังร่อนจดหมายแจงสาเหตุ | คมชัดลึก

    “ผีใช้ได้ค่ะ” วืดตั๋วชิงออสการ์ ค่ายหนังร่อนจดหมายแจงสาเหตุ | คมชัดลึก

    … เวทีโลก. จากกรณีที่มีประเด็นข่าวเรื่องการส่งข้อมูลของภาพยนตร์เรื่อง “ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)” เพื่อร่วมชิง ออสการ์ สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมนั้น บริษัท 185 ฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/movies/609433&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QrJjDmNNfxG4QD850HLBy

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67577/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09mCa_Hli6r_89Zp-lroAs

  • M

    M

    เคยสังเกตไหมว่า คนเรา “ใช้เงินไม่เหมือนกัน”

    rn

    rnบางคนได้เงินเพิ่มมาก็เลือกใช้ทันที ส่วนบางคนแทบไม่ได้แตะเลย คนรายได้น้อยมักใช้รายได้ส่วนเพิ่มไปกับของจำเป็นในชีวิตประจำวัน — อาหาร เสื้อผ้า หรือค่ารักษาพยาบาล ส่วนคนรายได้สูงกลับเลือกเก็บออม หรือนำไปใช้ในรูปแบบอื่นแทน รายได้เพิ่มขึ้นเท่ากัน แต่ผลของมันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

    rn

    และถ้ามองให้ลึกลงไปอีก “ภูมิภาคที่เราอยู่” ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน คนอีสานอาจใช้เงินส่วนเพิ่มเพื่อจ่ายค่าครองชีพหรือดูแลครอบครัว ส่วนคนกรุงเทพฯ อาจใช้ไปกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง คนเหนือกับคนใต้ก็มีรูปแบบการใช้จ่ายที่ต่างกันตามโครงสร้างรายได้ ค่าครองชีพ และวิถีชีวิตของพื้นที่นั้น ๆ ความต่างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนแค่ฐานะทางการเงิน แต่ยังสะท้อน “ความจริงของชีวิต” ในแต่ละภูมิภาค

    rn

     

    rn

    แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า MPC (Marginal Propensity to Consume) — ค่าที่บอกว่า เมื่อรายได้ของคนเพิ่มขึ้น 1 หน่วย พวกเขาจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไร การรู้ค่า MPC ของแต่ละกลุ่มรายได้และแต่ละภูมิภาค จึงช่วยให้เราเข้าใจ “นิสัยการใช้จ่ายของคนไทย” ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ว่าฐานชีวิตที่ต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายอย่างไร

    rn

     

    rn

    เพราะในความเป็นจริง คนที่มีรายได้น้อยมักมีค่า MPC สูง — เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องใช้เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด ขณะที่คนรายได้สูงมีค่า MPC ต่ำกว่า เพราะรายได้ที่มีอยู่เพียงพอแล้วต่อการดำรงชีวิต การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อการออกแบบ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ให้ “ตรงจุด” มากขึ้น ไม่ใช่แค่ในเชิงตัวเงิน แต่ในเชิงพฤติกรรมของผู้คน

    rn

     

    rn

    การจัดทำค่า MPC ในระดับภูมิภาคจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นการสะท้อนภาพจริงของชีวิตผู้คนในแต่ละพื้นที่ ว่าพวกเขาตอบสนองต่อรายได้ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไร ข้อมูลนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม ประเมิน และออกแบบมาตรการช่วยเหลือหรือกระตุ้นการใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น สอดคล้องกับลักษณะของรายได้ ค่าครองชีพ และพฤติกรรมของประชาชนในแต่ละภูมิภาคอย่างแท้จริง

    rn”}}” id=”intro”>

    เคยสังเกตไหมว่า คนเรา “ใช้เงินไม่เหมือนกัน”

    บางคนได้เงินเพิ่มมาก็เลือกใช้ทันที ส่วนบางคนแทบไม่ได้แตะเลย คนรายได้น้อยมักใช้รายได้ส่วนเพิ่มไปกับของจำเป็นในชีวิตประจำวัน — อาหาร เสื้อผ้า หรือค่ารักษาพยาบาล ส่วนคนรายได้สูงกลับเลือกเก็บออม หรือนำไปใช้ในรูปแบบอื่นแทน รายได้เพิ่มขึ้นเท่ากัน แต่ผลของมันกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

    และถ้ามองให้ลึกลงไปอีก “ภูมิภาคที่เราอยู่” ก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน คนอีสานอาจใช้เงินส่วนเพิ่มเพื่อจ่ายค่าครองชีพหรือดูแลครอบครัว ส่วนคนกรุงเทพฯ อาจใช้ไปกับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง คนเหนือกับคนใต้ก็มีรูปแบบการใช้จ่ายที่ต่างกันตามโครงสร้างรายได้ ค่าครองชีพ และวิถีชีวิตของพื้นที่นั้น ๆ ความต่างเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนแค่ฐานะทางการเงิน แต่ยังสะท้อน “ความจริงของชีวิต” ในแต่ละภูมิภาค

    แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า MPC (Marginal Propensity to Consume) — ค่าที่บอกว่า เมื่อรายได้ของคนเพิ่มขึ้น 1 หน่วย พวกเขาจะใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไร การรู้ค่า MPC ของแต่ละกลุ่มรายได้และแต่ละภูมิภาค จึงช่วยให้เราเข้าใจ “นิสัยการใช้จ่ายของคนไทย” ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ว่าฐานชีวิตที่ต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายอย่างไร

    เพราะในความเป็นจริง คนที่มีรายได้น้อยมักมีค่า MPC สูง — เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องใช้เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาด ขณะที่คนรายได้สูงมีค่า MPC ต่ำกว่า เพราะรายได้ที่มีอยู่เพียงพอแล้วต่อการดำรงชีวิต การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อการออกแบบ มาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย ให้ “ตรงจุด” มากขึ้น ไม่ใช่แค่ในเชิงตัวเงิน แต่ในเชิงพฤติกรรมของผู้คน

    การจัดทำค่า MPC ในระดับภูมิภาคจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นการสะท้อนภาพจริงของชีวิตผู้คนในแต่ละพื้นที่ ว่าพวกเขาตอบสนองต่อรายได้ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไร ข้อมูลนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม ประเมิน และออกแบบมาตรการช่วยเหลือหรือกระตุ้นการใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น สอดคล้องกับลักษณะของรายได้ ค่าครองชีพ และพฤติกรรมของประชาชนในแต่ละภูมิภาคอย่างแท้จริง

    rnrn

    rnDisclaimer: งานศึกษานี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

    rn

     

    rn

     

    rn

     

    rn

     

    rn

     

    rn”}}” id=”text-4992e1b8e7″>


    Disclaimer: งานศึกษานี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/research/regional/reg-research-2025-03.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VqF87FWIQslIDqs1UONpR

  • กยศ. อนุมัติผู้กู้ยืมเงินปีการศึกษา 1/68 เสร็จครบถ้วน ผู้กู้ยืมเงิน-สถานศึกษา เร่งดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จภายใน 15 พ.ย. 68 นี้

    กยศ. อนุมัติผู้กู้ยืมเงินปีการศึกษา 1/68 เสร็จครบถ้วน ผู้กู้ยืมเงิน-สถานศึกษา เร่งดำเนินการทุกขั้นตอนเสร็จภายใน 15 พ.ย. 68 นี้

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108159&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BYVZT02ShbB0C74qc36b3

  • สุดเสียดาย! ‘ผีใช้ได้ค่ะ’พลาดชิงออสการ์ ค่ายหนังแจงประสานงานผิดพลาด – แนวหน้า

    สุดเสียดาย! ‘ผีใช้ได้ค่ะ’พลาดชิงออสการ์ ค่ายหนังแจงประสานงานผิดพลาด – แนวหน้า

    ล่าสุด บริษัท 185 ฟิล์มส์ จำกัด ผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์ “ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)” ได้ร่อนจดหมายชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว ระบุว่า. “จากกรณีที่มีประเด็นข่าวเรื่องการส่งข้อมูลของ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/925620&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20LHF2ECAXd9S12ni8Qd-H