Category: วัฒนธรรม

  • 25 ปี นอร์ทกรุงเทพ ยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล

    25 ปี นอร์ทกรุงเทพ ยกระดับการศึกษาไทยสู่สากล

    มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ (North Bangkok University) จัดงาน “ครบรอบสถาปนา 25 ปี มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ” เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ ห้องปทุมรัตน์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จในการดำเนินพันธกิจทางการศึกษามาอย่างต่อเนื่องกว่า 25 ปี ในฐานะ “มหาวิทยาลัยแห่งโอกาสและคุณภาพ” ที่มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยสู่ระดับนานาชาติ

    ผศ. ดร.สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กล่าวว่า “การครบรอบสถาปนา 25 ปีในครั้งนี้ เป็นการก้าวสู่อนาคตของการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งโอกาสและคุณภาพ เรามุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาให้เท่าทันโลกยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Unlock Potential – Empower Possibility หรือ ปลดล็อกศักยภาพ สร้างทุกโอกาส เพื่อสร้างคนที่มีคุณภาพและจิตสำนึกเพื่อสังคม พร้อมก้าวไปสู่ทศวรรษใหม่อย่างมั่นคง” โดยยึดมั่นในพันธกิจการเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพ โดยผสมผสานองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และคุณธรรม เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังคงรักษาคุณค่าด้านจริยธรรมและความเป็นมนุษย์ไว้ควบคู่กัน”

    “ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ให้ความสำคัญคือ การสร้างเครือข่ายทางการศึกษากับหน่วยงานภาครัฐบาลและเอกชน รวมถึงสถาบันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในระดับสากล ทั้งในรูปแบบโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา สหกิจศึกษา ทวิภาคี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายวิชาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างระบบการฝึกอบรม การพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการทำผลงานวิชาการ ทำให้ในแต่ละปีมหาวิทยาลัยมีงานวิจัยออกสู่สังคม รวมถึงมีอาจารย์ได้รับตำแหน่งทางวิชาการ ทั้ง ผศ. และ รศ. เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ความรู้และคุณภาพการเรียนการสอนให้เทียบเท่าระดับสากล เพราะเรามีความเชื่อมั่นว่า อาจารย์ที่เก่งและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู คือพลังสำคัญในการสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีคุณธรรมจริยธรรม พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ”

    กิจกรรมในภาคเช้าของงานเริ่มต้นด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา พร้อมทั้งมีพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ส่วนในภาคบ่าย ในโอกาสครบรอบ 25 ปีนี้ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพยังได้จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “คนดีของสังคม” และ “ศิษย์เก่าดีเด่น” ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเทเสียสละ และความสำเร็จในการประกอบวิชาชีพ เป็นแบบอย่างอันสูงค่าและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญยิ่งแก่คนในสังคมรวมถึงเยาวชนและนักศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “คนดีของสังคม” จำนวน 80 รางวัล เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรที่สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ด้านจิตอาสาเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านภูมิปัญญาและพัฒนาท้องถิ่น และด้านการศึกษาและการส่งเสริมสุขภาพ โดยมีบุคคลสำคัญเข้ารับรางวัล อาทิ พลโท บุญสิน พาดกลาง ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์, ร.ต.ท.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ซิโก้), เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร (โค้ชอ๊อด)

    ในส่วนของรางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่น” มอบให้แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม จำนวน 50 รางวัล อาทิ ดร.จตุพล ชมภูนิช, ดร.ธนกฤต จินตวร, ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์, ดร.อดิศร ไชยคุปต์, พ.ต.อ. ดร.สมศักดิ์ หน่องพงษ์ และอนุชิต สองศรี (แบลคกี้ อินดี้อีสาน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2893383&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ukaiJ3JAs6UZ30MK9HKDY

  • สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ศึกษาดูงาน ณ บริษัท

    สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ศึกษาดูงาน ณ บริษัท

    สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) ศึกษาดูงาน ณ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์

    คณะผู้บริหารจาก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย นำโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภญ.ดร.กาญจน์พิมล ฤทธิเดช รองผู้อำนวยการสถานเสาวภา ฝ่ายบริหารและเทคนิค พร้อมด้วยคณะทำงานจาก บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ซึ่งมี นายสิงห์ มิตรตระกูลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เข้าร่วมในการศึกษาดูงาน ณ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

    การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีการผลิตยาชีววัตถุ นวัตกรรมระบบการจัดการ และมาตรฐานการดำเนินงานในอุตสาหกรรมยา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการ “ศูนย์นวัตกรรมและการผลิตยาชีววัตถุและยาปราศจากเชื้อ บางบอน” ซึ่งสถานเสาวภาอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมี STI ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง ของโครงการดังกล่าว

    บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด นำโดย นายอรรฆพล ไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับและนำชมการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาชีววัตถุรายสำคัญของประเทศไทย และถือเป็นบริษัทไทยแห่งแรกที่มีขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา และผลิตยาชีววัตถุระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบการจัดการคุณภาพที่ได้รับการรับรองในระดับโลก อาทิ ระบบบริหารจัดการสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ระบบเครือข่ายข้อมูล และระบบบริหารจัดการองค์กร (SAP) ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกขั้นตอน ทั้งด้านการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการบริหารจัดการองค์กร

    คณะผู้แทนจากสถานเสาวภาและ STI ได้รับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมกระบวนการทำงานจริงของระบบต่าง ๆ ภายในบริษัท เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ของสถานเสาวภา ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมยาในระดับสากล

    การร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาควิชาการ สถาบันวิจัย และวิศวกรรมที่ปรึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

    STI ในฐานะผู้นำด้านวิศวกรที่ปรึกษาเฉพาะทางด้าน Health & Wellness มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างในภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุขของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างโครงการด้านสุขภาพอย่างครบวงจร


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12762087&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0P6uTq_m2M9RfKrXpor1Ew

  • “ไดฟูกุขึ้นรา” ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ ผู้บริโภคร้องสภาผู้บริโภคจนได้เยียวยา – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    “ไดฟูกุขึ้นรา” ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ ผู้บริโภคร้องสภาผู้บริโภคจนได้เยียวยา – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    “ไดฟูกุขึ้นรา” ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ ผู้บริโภคร้องสภาผู้บริโภคจนได้เยียวยา

    จากขนมไดฟูกุกล่องเล็ก ๆ กลายเป็นฝันร้ายของครอบครัวหนึ่ง เมื่อพบเชื้อราในไดฟูกุที่เพิ่งซื้อมา ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาความปลอดภัยของอาหาร แต่ยังเป็นตัวอย่างของการใช้สิทธิผู้บริโภค เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและผลักดันให้ผู้ผลิตใส่ใจคุณภาพมากขึ้น

    ใครจะคิดว่า “ขนมไดฟูกุ” กล่องเล็ก ๆ ที่ตั้งใจซื้อมาเป็นขนมฝากลูก จะกลายเป็นเรื่องฝังใจของครอบครัวนี้ไปได้

    เช้าวันที่ 11 ตุลาคม 68 หลังจากซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นแม่ได้เปิดกล่องขนมไดฟูกุให้ลูก ๆ ทานบนรถระหว่างเดินทางกลับ ทุกคนทานด้วยความเอร็ดอร่อย จนกระทั่งเธอสังเกตุเห็นจุดขาว ๆ คล้ายน้ำตาลไอซิ่งบนหน้าขนม แต่พอมองเข้าไปใกล้ ๆ กลับพบว่า “มันคือรา”

    “ตอนนั้นเราตกใจมาก เพราะขนมที่ลูก ๆ เพิ่งกินเข้าไปยังไม่หมดอายุด้วยซ้ำ ข้างกล่องระบุว่าหมดวันที่ 29 ตุลาคม 68 เลยไม่เอะใจ และได้รีบติดต่อห้างและบริษัทผู้ผลิตทันทีในวันนั้น” ผู้เป็นแม่เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

    หลังจากได้ติดต่อทั้งห้างสรรพสินค้าและบริษัทผู้ผลิต ทางห้างตอบกลับอย่างรวดเร็ว โดยแจ้งผลตรวจสอบพบว่า ขนมล็อตนั้นมีราขึ้นทั้งหมด และรีบเก็บออกจากชั้นจำหน่ายทันที พร้อมขอโทษและติดตามเรื่องให้ต่อ ถือว่าห้างสรรพสินค้ามีความรับผิดชอบและใส่ใจผู้บริโภค ซึ่งต่างกับบริษัทผู้ผลิตกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหลังจากส่งข้อความและโทรไป ทางบริษัทเพียงกล่าวคำขอโทษ และบอกให้ไปพบแพทย์หากมีอาการ พร้อมเสนอจะรับผิดชอบเฉพาะค่ารักษาและค่ายาเท่านั้น จากนั้นก็เงียบหาย ไม่แม้แต่จะสอบถามอาการอีกเลย

    สิ่งที่เธอรู้สึกไม่สบายใจ ไม่ใช่แค่เรื่องขนมขึ้นรา แต่คือ ความไม่ใส่ใจ ของบริษัทที่ผลิตอาหารให้คนบริโภคโดยตรง

    “ถ้าเราไม่ถาม เขาก็ไม่บอก ไม่ติดต่อกลับเลย ดูแล้วไม่มีความจริงใจ ผู้บริโภคต้องเรียกร้องเองตลอด ทั้งที่บริษัทมีความผิดอย่างชัดเจน”

    เมื่อรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม เธอจึงตัดสินใจร้องเรียนมายังสภาผู้บริโภคในวันที่ 12 ตุลาคม 68 เพื่อให้บริษัทออกมารับผิดชอบอย่างเหมาะสม ไม่ใช่แค่คืนค่าขนมหรือค่ายา แต่รวมถึงความเสียหายทางจิตใจที่ครอบครัวต้องเจอด้วย นอกจากนี้ เธอมองว่านี่คือเรื่องของ “สิทธิผู้บริโภค” ที่ทุกคนควรได้รับความปลอดภัย และความรับผิดชอบจากผู้ผลิตอย่างจริงใจ

    หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน สภาผู้บริโภคได้ดำเนินการขอหลักฐานจากผู้บริโภคเพิ่มเติมส่งหนังสือไปที่บริษัทเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 68 เพื่อให้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งบริษัทได้ส่งหนังลือตอบกลับมาในวันดังกล่าว พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับข้อร้องเรียนด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบ โดยได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที และพบว่าสินค้าขนมไดฟูกุที่ผู้บริโภครับประทาน ไม่มีซองดูดออกซิเจนภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราขึ้นก่อนวันหมดอายุ

    จากการตรวจสอบภายใน บริษัทระบุว่าเป็น ความผิดพลาดจากกระบวนการผลิต (Human Error) ทำให้สินค้าล็อตดังกล่าวหลุดจากกระบวนการตรวจสอบคุณภาพ บริษัทจึงได้ดำเนินการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตและบรรจุสินค้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต

    นอกจากนี้ บริษัทได้ประสานงานกับห้างสรรพสินค้าเพื่อดำเนินการ เรียกคืนสินค้าในล็อตเดียวกันออกจากการจำหน่ายทันที และสั่งทำลายสินค้าที่เหลืออยู่ พร้อมยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค

    สุดท้าย บริษัทได้แสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคโดยชดเชยค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ในวันที่ 29 ตุลาคม 68 เพื่อเยียวยาทั้งในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้

    เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การใช้สิทธิของผู้บริโภค ไม่เพียงช่วยให้ได้รับการเยียวยาเท่านั้น แต่ยังทำให้บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของผู้บริโภค และต้องตรวจสอบปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีกในอนาคต

    หากผู้บริโภคพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ สามารถร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภค เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองในการได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย เพราะการรักษาสิทธิของผู้บริโภค ไม่เพียงเป็นการป้องกันความเสียหายเฉพาะบุคคล แต่ยังช่วย สร้างความตระหนักให้ผู้ผลิตหันมาใส่ใจคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น โดยสามารถร้องเรียนออนไลน์ที่เว็บไซต์ tcc.or.th หรือสายด่วนสภาผู้บริโภค โทร 1502 (วันเวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 17.00 น.)

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/documents/daifuku-fungus/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Y9L_FoaKimXAOLTUr0Ibg

  • ปฏิรูปการศึกษา ต้องมีมากกว่า เปลี่ยนระบบสอบครู : ถอนหมุดข่าว  04-11-68

    ปฏิรูปการศึกษา ต้องมีมากกว่า เปลี่ยนระบบสอบครู : ถอนหมุดข่าว 04-11-68

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/playlist02/watch/PRSMCDppv6M&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10qOQBORoeeRH88ovsSEfV

  • รับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

    รับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

    รับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

    รับสมัครอาจารย์ สังกัดคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

    กองบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

    รับสมัครคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานสถาบันสายวิชาการ
    ตำแหน่งอาจารย์ สังกัดคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

    จำนวน 2 อัตรา

    อัตราเงินเดือน

    วุฒิปริญญาเอก อัตราเงินเดือน 31,500 บาท

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    1. มีคุณสมบัติตามความในข้อ 18 ของข้อบังคับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของพนักงานสถาบัน พ.ศ. 2563 (แนบท้ายประกาศ)
    2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติการจัดการสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืน กฎหมายสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ
    3. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก โดยสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการบินในระดับปริญญาใดปริญญาหนึ่ง หรือมีประสบการณ์ทางด้านวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบิน หากมีประสบการณ์ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและ/หรือความยั่งยืนจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
    4.  ต้องมี ผลงานทางวิชาการภายหลังสำเร็จการศึกษา อย่างน้อย 1 ชิ้น ภายใน 2 ปี หรือ 2 ชิ้น ภายใน 4 ปีหรือ 3 ชิ้น ภายใน 5 ปี และ 1 ชิ้น ต้องเป็นผลงานวิจัย สำหรับกรณีอาจารย์ใหม่ที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอก แม้ยังไม่มีผลงานทางวิชาการหลังสำเร็จการศึกษาอนุโลมให้เป็นอาจารย์ผู้สอนในระดับปริญญาโทได้ ทั้งนี้ หากมีประสบการณ์และผลงานทางวิชาการโปรดแนบหลักฐาน
    5. มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในระดับดีมาก โดยจะต้องแสดงผลการทดสอบภาษาอังกฤษ TOEFL แบบ Internet-based (iBT) ตั้งแต่ 79 ขึ้นไป หรือ TOEFL ITP ตั้งแต่ 550 ขึ้นไป หรือ IELTS ตั้งแต่ระดับ 6.5 ขึ้นไป ทั้งนี้ ผลการทดสอบต้องไม่เกิน 2 ปี (ยกเว้น ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เป็นหลักสูตรนานาชาติและมีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ)

    การคัดเลือก

    คณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ จะพิจารณาคุณสมบัติ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ผลงานทางวิชาการ (ถ้ามี) และประสบการณ์ของผู้สมัครในเบื้องต้นจาก ใบสมัครและผลงานทางวิชาการ (ถ้ามี) หากผู้สมัครรายใดมีคุณสมบัติเบื้องต้นตรงตามความต้องการ สถาบันจะแจ้งให้ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก สำหรับวิธีการคัดเลือกอาจให้ผู้สมัครนำเสนอผลงานทางวิชาการและหรือใช้วิธีการสัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาเห็นสมควร

    รายละเอียดการรับสมัครได้ที่

    ระเบียบการรับสมัคร

    ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สามารถสมัครผ่านระบบสมัครงานออนไลน์เท่านั้น
    ตั้งแต่บัดนี้ – 30 พฤศจิกายน 2568

    ติดต่อสอบถามได้ที่

    โทรศัพท์ 02 – 727 3292 ในวันเวลาราชการ
    Email : torpong.jar@nida.ac.th
    Line : @810zqvao

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/job1466-2568/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZERC05LH6fnry0eS9pS5W

  • “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม” รวมพลังจิตอาสา ลงใต้มอบโอกาสเพื่อการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดี

    “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม” รวมพลังจิตอาสา ลงใต้มอบโอกาสเพื่อการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดี

    คณะผู้บริหารหลักสูตร “Life Vaccine for Social” รุ่นที่ 1 (วชส.1) จับมือสมาคมตำรวจและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม CSR ภาคใต้ ครั้งที่ 4 มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬา ทุนการศึกษา และถุงยังชีพให้ชาวตรัง–กระบี่ เติมพลังใจและสร้างรอยยิ้มให้พี่น้องในพื้นที่ด้อยโอกาส

    กิจกรรมเพื่อสังคม “Life Vaccine for Social” คณะนักศึกษา หลักสูตรวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1) ได้ร่วมกับสมาคมตำรวจได้จัดกิจกรรมดีๆ CSR ภาคใต้ ( ตรัง-กระบี่ ) เป็นครั้งที่ 4 โดยได้มอบอุปกรณ์การศึกษาการกีฬาและทุนการศึกษาให้แก่ โรงเรียน ตชด.จังหวัดตรัง พร้อมมอบถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัด ตรัง – กระบี่

    เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568
    คณะผู้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม (Life Vaccine for Social)” สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 นำโดย พล.ต.อ. สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจ/ประธานหลักสูตรฯ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ เลาหพิบูลกุล รองประธานหลักสูตร พลเรือเอกวรวุฒิ พฤษารุ่งเรือง ประธานรุ่น วชส.1 นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิเวศน์ ประยูรเธียร นายเอนก จงเสถียร พร้อมคณะผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร วัคชีนชีวิตเพื่อสังคม (วชส.1 ) ทุกท่าน ร่วมกับ สมาคมตำรวจโดย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง นายกสมาคมตำรวจ บริษัท แอร์เอเชีย โดยคุณธรรศพล เบเลเว็ลด์ CEO และข้าวสารตราสิงห์โตทอง จำกัด

    โดยคุณธัญญา รุ่งชาญชัย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม CSR และศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคใต้ ตรัง-กระบี่ เพื่อสาธารณะประโยชน์ พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ได้มอบถุงยังชีพ ให้แก่พี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสในพื้นที่จังหวัดตรัง-กระบี่และมอบ อุปกรณ์การศึกษาการกีฬาพร้อมทุนการศึกษาให้ โรงเรียน ตชด.ตรัง และ โรงเรียนบ้านคลองย่าหนัด และมอบลำโพงเคลื่อนที่ จำนวน 2 ชุด ให้ ตชด.ตรัง และ ตชด.กระบี่ พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำใจให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องทรัพยากรทางทะเล

    โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้เข้ารับการอบรมวัคซีนชีวิต เพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 1 (วชส.1)ทุกๆ ท่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/254397&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lHWfI_Eu78Sf0VloM-tKu

  • ทีเส็บ เผยผลการศึกษาและประชุมหารือรับฟังความคิดเห็น จัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ และเวิลด์เอ็กซ์โป

    ทีเส็บ เผยผลการศึกษาและประชุมหารือรับฟังความคิดเห็น จัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ และเวิลด์เอ็กซ์โป

    วันอังคาร ที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.45 น.

    ทีเส็บ เผยผลการศึกษาและประชุมหารือรับฟังความคิดเห็น จัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ และเวิลด์เอ็กซ์โป

    ทีเส็บ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นองค์กรภาครัฐ เอกชน และ สถาบันการศึกษากว่า 40 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมหารือการเป็นตัวแทนรัฐบาลในการบริหารการเข้าร่วมงานระดับโลกในนามประเทศ จัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ และเวิลด์เอ็กซ์โป

    ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า จากผลการศึกษา “ถอดบทเรียนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand (White Paper) ของประเทศไทย” พบว่าหนึ่งในประเด็นสำคัญจากการศึกษาหน่วยงานในต่างประเทศ และข้อเสนอแนะจากการสัมภาษณ์หน่วยงานผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องในประเทศ คือ การนำเสนอรูปแบบหน่วยงานกลางของประเทศไทย เพื่อรับผิดชอบการดำเนินการเข้าร่วมงานเอ็กซ์โปในนามประเทศ โดยให้ขยายบทบาท และความรับผิดชอบของทีเส็บเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบการเข้าร่วมงานเอ็กซ์โปในการบริหารจัดการพาวิลเลียนประเทศไทย โดยดำเนินการร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมงานระดับโลก และมีกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการจัดงานในแต่ละปี ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ เพื่อเตรียมเนื้อหาการจัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยร่วมกั

    “การเป็นตัวแทนรัฐบาลในการบริหารการเข้าร่วมงานระดับโลกในนามประเทศ” เป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของทีเส็บในการปรับบทบาทให้เข้มข้นและขยายศักยภาพการทำงานในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์และงานเมกะอีเวนต์และเทศกาลระดับโลก ภายใต้นโยบายคณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ขององค์กร ปีงบประมาณ 2568-2570 และได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการโดยมอบหมายให้ศึกษาและนำเสนอทีเส็บเป็น “ผู้แทนประเทศไทยในการแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในต่างประเทศในงานเวิลด์เอ็กซ์โป และการจัดงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ”

    จากผลการศึกษาแนวทาง และรูปแบบการบริหารการเข้าร่วมงานระดับโลกในนามประเทศ (พาวิลเลียนประเทศไทย) โดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สรุปความสำคัญและวัตถุประสงค์ของการบริหารจัดการพาวิลเลียนในประเทศต่าง ๆ บนเวทีโลกว่า การนำเสนอพาวิลเลียนแต่ละประเทศ เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ของประเทศในระดับโลก (Global Vision) ผ่านภาพของทั้งประเทศ (National Branding) และมีวัตถุประสงค์ในเวทีระดับโลกเป็น 4 เป้าหมาย คือ 1. ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความร่วมมือระหว่างกัน (Diplomatic Platform) 2. แสดงภาพลักษณ์ วิสัยทัศน์ และความก้าวหน้าด้านการพัฒนาของประเทศ (National Branding Platform) 3. ถ่ายทอดแนวคิด ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีระหว่างอารยธรรมต่าง ๆ (Innovation & Cultural Exchange Platform) และ 4. การเชื่อมโยงและจับคู่ธุรกิจของเมืองและภาคเอกชนในประเทศกับประเทศต่าง ๆ (Business Trading Platform)

    จากความท้าทายของการเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ และเวิลด์เอ็กซ์โป ในรูปแบบพิจารณาหน่วยงานบริหารจัดการจากการพิจารณาแนวคิดการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยงาน สามารถสรุปความท้าทายของการเข้าร่วมจัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยที่ผ่านมาและข้อเสนอแนะใน 4 ประเด็น คือ 1. การมอบหมายหน่วยงานกลางที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงในการบริหารจัดการงานระดับโลก 2. การส่งต่อและการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่อง 3. การสนับสนุนให้เกิดการสื่อสารภาพลักษณ์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง 4. การมีบุคลากรและหน่วยงานรับผิดชอบหลักเพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

    ทั้งนี้ จากผลการศึกษาจุดแข็งของทีเส็บในการเป็นหน่วยงานกลางรับผิดชอบการเข้าร่วมงานเอ็กซ์โปในการบริหารจัดการพาวิลเลียนประเทศไทยมี 7 ประเด็นได้แก่ 1. บทบาทเชิงนโยบาย (Mandate & Authority) เป็นองค์การมหาชนภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี มีภารกิจโดยตรงในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ และงานเมกะอีเวนต์และเทศกาลระดับโลก 2. ประสบการณ์ด้านการบริหารการจัดงานระดับโลก (Global Event Management) มีประสบการณ์ตรงในการสนับสนุนและร่วมบริหารการจัดงานระดับนานาชาติ 3. เครือข่ายระหว่างประเทศ (Global Partnerships and Networks) ในการเป็นสมาชิกองค์กรระดับโลกในอุตสาหกรรมการจัดงานนานาชาติ 4. ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการงานนิทรรศการและงานแสดงสินค้า ตลอดจนการประสานงานการออกแบบและบริหารจัดการพาวิลเลียน (Exhibition Management & Pavilion Design Coordination) 5. การบูรณาการกับยุทธศาสตร์ประเทศ (National Strategic Alignment) ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์และการจัดงานระดับโลก 6. ความพร้อมเชิงงบประมาณและระบบบริหาร (Financial & Operational Readiness) ในฐานะองค์การมหาชนที่มีความคล่องตัวและประสานงานได้กับทุกภาคส่วน 7. ประสบการณ์ร่วมมือกับหน่วยงานระดับกระทรวงและระดับกรม ทั้งการเป็นคณะทำงานพาวิลเลียนประเทศไทย และการดึงงานระดับโลกร่วมกัน

    การประชุมหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นในการเป็นตัวแทนรัฐบาลในการบริหารเข้าร่วมงานระดับโลกในนามประเทศ จัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ และเวิลด์เอ็กซ์โป มีองค์กรทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกว่า 40 องค์กร อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงบประมาณ กรมการท่องเที่ยว กรมประชาสัมพันธ์ กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมการแสดงสินค้าไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น

    ดร. ศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้ายว่า “หลังจากการประชุมหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นในการเป็นตัวแทนรัฐบาลในการบริหารเข้าร่วมงานระดับโลกในนามประเทศของทีเส็บในฐานะผู้แทนรัฐบาลจัดแสดงพาวิลเลียนประเทศไทยในงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษและเวิลด์เอ็กซ์โป จะนำส่งสรุปผลการศึกษาและการรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลพิจารณา และเสนอครม. ตามกระบวนการต่อไป”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/452944&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qd6Xk-oA0KtNsX4LRqvEn

  • สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) STI ศึกษาดูงาน ณ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และ บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) STI ศึกษาดูงาน ณ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – คณะผู้บริหารจาก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย นำโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ภญ.ดร.กาญจน์พิมล ฤทธิเดช รองผู้อำนวยการสถานเสาวภา ฝ่ายบริหารและเทคนิค พร้อมด้วยคณะทำงานจาก บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ซึ่งมี นายสิงห์ มิตรตระกูลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง เข้าร่วมในการศึกษาดูงาน ณ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

    การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีการผลิตยาชีววัตถุ นวัตกรรมระบบการจัดการ และมาตรฐานการดำเนินงานในอุตสาหกรรมยา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการ “ศูนย์นวัตกรรมและการผลิตยาชีววัตถุและยาปราศจากเชื้อ บางบอน” ซึ่งสถานเสาวภาอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยมี STI ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง ของโครงการดังกล่าว

    บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด นำโดย นายอรรฆพล ไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับและนำชมการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาชีววัตถุรายสำคัญของประเทศไทย และถือเป็นบริษัทไทยแห่งแรกที่มีขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา และผลิตยาชีววัตถุระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและระบบการจัดการคุณภาพที่ได้รับการรับรองในระดับโลก อาทิ ระบบบริหารจัดการสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ระบบเครือข่ายข้อมูล และระบบบริหารจัดการองค์กร (SAP) ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกขั้นตอน ทั้งด้านการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการบริหารจัดการองค์กร

    คณะผู้แทนจากสถานเสาวภาและ STI ได้รับฟังการบรรยายและเยี่ยมชมกระบวนการทำงานจริงของระบบต่าง ๆ ภายในบริษัท เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นต้นแบบในการนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์นวัตกรรมแห่งใหม่ของสถานเสาวภา ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานอุตสาหกรรมยาในระดับสากล

    การร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาควิชาการ สถาบันวิจัย และวิศวกรรมที่ปรึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

    STI ในฐานะผู้นำด้านวิศวกรที่ปรึกษาเฉพาะทางด้าน Health & Wellness มุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างในภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุขของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างโครงการด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/04/591184/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10KOJ0vhSfGipzAP5FRZ-2

  • เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เปิดบ้านต้อนรับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ศึกษาดูงานด้านโลจิสติกส์

    เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำระดับโลก เปิดบ้านต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาคณะการจัดการโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เนื่องในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน ณ ศูนย์คัดแยกสินค้า โครงการ Tip 9 จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี คุณ Christine Fransisca หัวหน้าฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ให้การต้อนรับ

    โดยคณาจารย์และนักศึกษาจะได้รับฟังการนำเสนอเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงาน การพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ รวมถึงแนวทางอาชีพและตำแหน่งงานที่เปิดรับภายในบริษัท ซึ่งช่วยให้นักศึกษาได้รับข้อมูลเชิงปฏิบัติสำหรับการวางแผนเส้นทางอาชีพในอนาคต นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้เยี่ยมชมศูนย์คัดแยกสินค้าและคลัง J&T Fulfillment เพื่อเรียนรู้มาตรฐานการดำเนินงานและนวัตกรรมของบริษัท ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สนับสนุนความเป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการโลจิสติกส์แลของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย

    คุณ Christine Fransisca หัวหน้าฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า “เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เชื่อว่าการศึกษาและการแบ่งปันองค์ความรู้คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน เรามุ่งมั่นสร้างโอกาสในการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่เติบโตเป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคต”

    การจัดโครงการศึกษาดูงานในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพด้านการดำเนินงานของบริษัทที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ในการสนับสนุน การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ แก่เยาวชนและบุคลากรในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพด้านโลจิสติกส์อย่างมืออาชีพ ซึ่งสอดคล้องต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด ESG ที่องค์กรยึดถือและปฏิบัติโดยเสมอมา


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12761863&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KYkDUaIwT035XEYw-NAyx

  • สจด. จัดกิจกรรม “ทุนสัญจร ปลูกฝัน ปั้นอนาคต” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดกิจกรรม “ทุนสัญจร ปลูกฝัน ปั้นอนาคต” — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/116512/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WK8oW82Qez_vCGxFnKiRv