Category: วัฒนธรรม

  • มื้อเย็นคือตัวตัดสิน! หมอเตือน 3 พฤติกรรม ‘การกิน’ ที่ย่นอายุขัย แต่หลายคนเคยชิน ทำทุกวัน!

    มื้อเย็นคือตัวตัดสิน! หมอเตือน 3 พฤติกรรม ‘การกิน’ ที่ย่นอายุขัย แต่หลายคนเคยชิน ทำทุกวัน!

    มื้อเย็นเป็นตัวตัดสินอายุขัยของคนหนึ่งคน: มี 3 รูปแบบการกินมื้อเย็นที่ย่นอายุขัย หลายคนยังคงกินแบบนี้ทุกวัน หมอออกโรงเตือน!

    หลายคนคงเคยได้ยินว่า “มื้อเช้าส่งผลต่อพลังงานในวันนั้น” แต่ลองคิดดู… “มื้อเย็น” ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดอายุขัยของคุณด้วย

    ถ้าคุณกินมื้อเย็นอย่างสมดุล ทั้งในเรื่องเวลาและคุณภาพอาหาร— คุณช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ปกป้องหัวใจ-หลอดเลือด และควบคุมน้ำหนักได้
    แต่ถ้ากินมื้อเย็นแบบไม่ตั้งเวลา, ข้ามมื้อ, หรือกินเร็วเกินไป? นั่นคือสัญญาณเตือนของโรคเรื้อรังที่อาจตามมา

    จากการศึกษาใหญ่ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 71,000 คน อายุ 40-79 ปี ชี้ว่า คนที่กินมื้อเย็นไม่เป็นเวลา มีอัตราการเสียชีวิตจากหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนที่กินก่อนเวลา 20.00น. ถึง 44%

    อีกงานวิจัยในด้านต่อมไร้ท่อและการเผาผลาญ พบว่า การกินดึกทำให้ร่างกาย “ดึงดัน” ในการจัดการน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้การสลายไขมันช้าลง และสะสมจนกลายเป็นภาวะอ้วน

    ยิ่งไปกว่านั้น… แม้หลายคนจะเลือกกินมื้อกลางวันให้คาร์โบต่ำแล้ว มื้อเย็นก็กินโปรตีน-ผักเพียงอย่างเดียว — แต่วิธีนี้อาจทำให้สมองขาดพลังงาน ร่างกายขาดเส้นใย และกระทบต่อการนอนหลับ

    การข้ามมื้อเย็นดูเหมือนลดแคลแล้ว แต่จริงๆ มันกระตุ้นให้ร่างกาย “โหมอยาก” ในวันถัดไป อาจทำให้กินมากขึ้น ดื้ออินซูลิน น้ำหนักพุ่ง และเสี่ยงเป็นเบาหวาน

    ดังนั้น ถ้าอยากมีสุขภาพดี – สุขภาพแข็งแรงยืนยาว ให้เริ่มจาก “มื้อเย็น” ที่กินถูกเวลาและกินอย่างชาญฉลาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9855130/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jkP8cBQHXUpXT2Ki9ZAS2

  • นายกฯ รับข้อเสนอปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ-เอกชนให้เป็นสากล

    นายกฯ รับข้อเสนอปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ-เอกชนให้เป็นสากล

    นายกฯ รับข้อเสนอปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งภาครัฐ-เอกชนให้เป็นสากล

    วันนี้, 05:26น.

              เมื่อวานนี้ (6 พ.ย.68) สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาควิศวกรรม สถาปัตยกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศ

              นายกรัฐมนตรีรับทราบภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างว่ามีมูลค่าประมาณ 140,000 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งจากการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่าหากมีการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมจะสามารถเพิ่ม GDP ของประเทศได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.5 โดยทั้ง 4 สมาคมฯ รายงานประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาควิศวกรรม สถาปัตยกรรม และอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศ พร้อมข้อเสนอ อาทิ การจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) การขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการก่อสร้าง การออกระเบียบและกำหนดระยะเวลาการบริหารสัญญาให้ชัดเจน การเข้ามาของต่างชาติโดยการลงทุนผ่าน Nominee การแก้ไขปรับปรุงสัญญางานก่อสร้าง ทั้งงานภาครัฐและงานเอกชนให้เป็นสากลและให้มีความเป็นธรรม การปรับปรุงราคากลาง และการคิดต้นทุนที่ครบถ้วนและเหมาะสมตาม TOR การจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อกำกับดูแลและยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นต้น

              นายกรัฐมนตรีรับประเด็นปัญหาและข้อเสนอของทั้ง 4 สมาคมฯ เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎ ระเบียบ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่ไม่ใช่เป็นการแก้หรือตรากฎหมายขึ้นใหม่ซึ่งต้องใช้เวลา รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ทั้งรายเล็กและขนาดกลาง โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้มีการจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อกำกับดูแล และยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อให้ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในการปฏิบัติ และมีบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกร และการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานให้กับประเทศไทย

    #อุตสาหกรรมก่อสร้าง

    #ทำเนียบรัฐบาล

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156213&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RNDcWhXyltiKkpFtG8kht

  • สำนักงานก.พ.รุกสร้างโอกาสดันนักศึกษา-คนทำงานสู่ระดับโลก

    สำนักงานก.พ.รุกสร้างโอกาสดันนักศึกษา-คนทำงานสู่ระดับโลก

    สำนักงานก.พ.รุกสร้างโอกาสดันนักศึกษา-คนทำงานสู่ระดับโลก

    สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงานก.พ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการสร้างโอกาสในการไปสู่ระดับโลกให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และคนทำงานที่ต้องการไปศึกษาต่อต่างประเทศ

    โดยผ่านมหาวิทยาลัยกว่า 270 สถาบัน จาก 29 ประเทศ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่างประเทศ ข้อมูลทุนการศึกษาทั้งระยะสั้น–ยาว ไปจนถึงเวิร์กชอปลงมือทำ พื้นที่ทดลองสอบภาษา และโซนพูดคุยกับรุ่นพี่ศิษย์เก่าจากหลายประเทศ ให้ได้ข้อมูลจริง

    รวมถึงการนำเสนอ Intelligent Matching Tool ผ่าน OCSC EXPO Application เครื่องมือที่ช่วยแมตช์ หลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยวิเคราะห์จากความสนใจ เป้าหมายการเรียน และเส้นทางอาชีพในอนาคต ระบบจะช่วยคัดตัวเลือกที่ตอบโจทย์ และฟังก์ชันนัดหมายล่วงหน้าเพื่อคุยกับมหาวิทยาลัย/ที่ปรึกษาในงานได้แบบตัวต่อตัว

    ซึ่งเป็นการดำเนินงานผ่านกิจกรรม OCSC International Education Expo 2025 โดยในงานดังกล่าวจะมี Meet Top Global Universities พบตัวแทนจากสหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี แคนาดา เลือกได้ตามสายที่สนใจ 

    ,Personalized Advice รับคำปรึกษาแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญและศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศของสำนักงาน ก.พ.

    ,Scholarships & Funding สำรวจทุนจากไทยและต่างประเทศ รวมถึงแนวทางการเตรียมแฟ้มผลงาน/เรียงความ/สัมภาษณ์

    ,Future Skills Stage เกาะเทรนด์งานอนาคตกับผู้เชี่ยวชาญ ย่อยยากให้เข้าใจง่าย

    และWorkshop Area เวิร์กชอปลงมือทำจากอาจารย์มหาวิทยาลัยระดับโลก ทั้งวางแผนเส้นทางเรียนต่อ เทคนิคสมัครเรียนตั้งแต่การเขียน Statement of Purpose ,เทคนิคสัมภาษณ์ ,การแพ็กพอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึง Work-Integrated Learning เป็นต้น โดยงานมีวันที่ 15-16 พ.ย. 68 ที่สยามพารากอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/643358&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EPRVmN8Wit2NQv-yRwiP2

  • ‘โซ่เสน่หา’คืนจอ ช่วง ‘ละครดังที่คิดถึง’ – แนวหน้า

    ‘โซ่เสน่หา’คืนจอ ช่วง ‘ละครดังที่คิดถึง’ – แนวหน้า

    ฟิล์ม-ฉัตรดาว สิทธิผล ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ จารุณี สุขสวัสดิ์, อภิรดี ภวภูตานนท์, อุทุมพร ศิลาพันธ์ และนักแสดงอีกคับคั่ง. โซ่เสน่หา เล่า …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/925988&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3DYPerrky2Hi_d54CyEuj_

  • ร่วมค้าน “ทางด่วน 2 ชั้น” สัญญาเอื้อเอกชน ปิดทางพัฒนาระบบราง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ร่วมค้าน “ทางด่วน 2 ชั้น” สัญญาเอื้อเอกชน ปิดทางพัฒนาระบบราง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ฝ่ายค้าน สภาผู้บริโภค ชำแหละดีลทางด่วน 2 ชั้น งามวงศ์วาน – พระราม 9 แลกลดค่าทางด่วน 50 บาท กับดักสัมปทาน 22 ปี เอื้อทุนใหญ่ ขวางพัฒนาระบบราง

    สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) เปิดเวทีสาธารณะ “Double Deck ทางด่วนชั้นที่ 2 ผลประโยชน์ของชาติ หรือของใคร?” กรณีสัญญาสัมปทานระหว่าง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM  ภายใต้ข้อตกลง “ลดค่าทางด่วน 50 บาท” กับการขยายอายุสัมปทานอีก 22 ปี 5 เดือน สรส. สภาผู้บริโภค ยื่นคัดค้านทำรัฐ ประชาชนเสียประโยชน์

    มานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส) กล่าวในเวทีว่า สรส.มีมติ “คัดค้านการขยายสัมปทานแลกกับการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2” โดยให้เหตุผลว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง เนื่องจาก โครงการดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลผลตอบแทน ความคุ้มค่าการลงทุน และสัญญาสัมปทานอย่างโปร่งใส

    “ที่ผ่านมา รัฐบาลก่อนหน้าเคยชะลอโครงการนี้ เพราะเห็นว่าข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันกลับเร่งรัดให้ผ่าน ทั้งที่ผลการศึกษายังไม่ชัดว่า Double Deck จะช่วยลดปัญหาจราจรได้จริงหรือไม่” นายมานพกล่าว พร้อมระบุว่า หากกทพ.ต้องการลดค่าทางด่วนเพื่อช่วยประชาชน ควรทำโดยไม่ต้องผูกกับการขยายสัมปทาน

    บันฑิต พรึงลำภู ตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ย้ำว่าเจตนารมณ์ของพนักงานกทพ.ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วยกับโครงการทางด่วน 2 ชั้น เพราะไม่เชื่อว่าจะสามารถลดปัญหาจราจรได้จริงในยุคที่คนทำงานจากบ้านมากขึ้น

    “ข้อมูลการจราจรหลังโควิด ยังไม่กลับไปถึงระดับปี 2562 และรถไฟฟ้าก็ขยายครอบคลุมหลายเส้นทางแล้ว การทุ่มงบ 3.5 หมื่นล้านมาทำทางด่วนใหม่จึงไม่จำเป็น และหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีความเป็นห่วงเรื่อง ความปลอดภัยของโครงสร้างในพื้นที่ดินอ่อน และผลกระทบต่อชุมชนใต้ทางด่วนที่อาจถูกเวนคืนซ้ำซ้อน” บันฑิต กล่าว

    ฝ่ายค้านแฉ “ดีลลับแลกสัมปทานยาว 22 ปี”

    สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ข้อตกลงในโครงการทางด่วน 2 ชั้น (Double Deck) เส้นทางงามวงศ์วาน – พระราม 9  เป็นการนำคดีความเก่ามาแลกสัญญาใหม่ โดยภาครัฐอ้างว่าจะลดค่าผ่านทางเหลือ 50 บาททุกเส้นทาง แต่สิ่งที่แลกมา คือการต่ออายุสัมปทานจากปี 2578 ไปถึงปี 2601

    “รัฐอ้างว่าช่วยประชาชนเพราะค่าทางด่วนถูกลง แต่จริง ๆ คือการใช้เงินภาษีอุดหนุนให้นายทุนได้กำไรต่อเนื่องไปอีกกว่า 20 ปี การลด 50 บาทเป็นเพียงเหยื่อล่อ แต่ประชาชนต้องจ่ายหนี้ทางอ้อมไปอีกหลายชั่วอายุคน” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

    นอกจากนี้ ได้ตั้งคำถามว่า หากโครงการนี้ดีจริง เหตุใดจึงไม่เปิดเผยร่างสัญญา รายงานผลตอบแทน และบันทึกการประชุมของคณะกรรมการ PPP ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนกรณีที่อ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหารถติดนั้น เสนอว่าการแก้ปัญหารถติดควรทำในเชิงโครงสร้าง เช่น ปรับระบบเก็บค่าผ่านทางแบบ “distance base” หรือคิดค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว เช่นเดียวกับกรณีรถไฟฟ้าก็ต้องทำ ไม่ใช่เร่งสร้างโครงการใหม่ที่เพิ่มภาระหนี้และขยายสัมปทานให้เอกชน

    “ลดราคา” แค่ภาพลวง สุดท้ายประชาชนต้องจ่ายแพง

    รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค กล่าวว่าโครงการทางด่วน 2 ชั้น เป็นกระบวนการถ่ายโอนทรัพย์สินของรัฐวิสาหกิจไปให้เอกชน การซ้ำรอยโครงการ “ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์” ที่ทำให้รัฐวิสาหกิจสูญรายได้กว่าครึ่ง เพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยมหาศาล แต่ผลประโยชน์ตกไปอยู่กับเอกชน และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ทางด่วน

    “ดีลนี้ทำให้กทพ.สูญรายได้กว่า 1.65 แสนล้านบาท ใน 22 ปีข้างหน้า เพราะลดส่วนแบ่งรายได้ให้กับเอกชน การลดค่าผ่านทางเหลือ 50 บาทจึงเป็นแค่ตัวหลอก ประชาชนจะได้ส่วนลดเพียงระยะสั้น แต่ต้องเสียโอกาสใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐไปอีก เหมือนกับกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ต่อสัญญาออกไปอีกหลายปี” รสนากล่าว

    นอกจากนี้ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการสร้างทางด่วน 2 ชั้นบนแนวงามวงศ์วาน–พระราม 9 จะซ้ำเติมปัญหาจราจรและความปลอดภัย เช่นเดียวกับกรณี “ทางยกระดับพระราม 2” ที่พังถล่มเมื่อมีนาคม 2568 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนัก

    “รัฐควรเปลี่ยนงบประมาณไปสนับสนุนระบบรางและขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่เพิ่มถนน 2 ชั้นให้รถยนต์ส่วนตัวไปจอดลอยฟ้า ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหารถติด อย่างกรณีพระราม 2 ที่อ้างว่าเพิ่มผิวจราจร รถก็ยังติดอยู่ สิ่งที่รัฐทำอยู่สวนทาง แทนที่จะเอาเงินไปสนับสนุนให้คนเดินทางด้วยระบบราง แต่กลับไปให้สัมปทานเอกชนสร้างทางด่วน อนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ภูมิทัศน์การเดินทางจะเปลี่ยนไป รถยนต์สันดาปจะถูกใช้น้อยลง เพราะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน” รสนา กล่าว

    ตัวแทนประชาชนที่อาศัยใต้ทางด่วน เปิดเผยว่า ปัญหาการเวนคืนที่ดินและสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดใต้ทางด่วน ทำให้ชุมชนกว่า 300 คน ไม่มีที่ไป หากโครงการทางด่วน 2 ชั้นเดินหน้า จะกระทบชีวิตโดยตรง เพราะแม้แต่รถดับเพลิงยังเข้าไม่ได้ และไม่มีการเยียวยาที่เป็นธรรมจากรัฐ

    “ที่ผ่านมาเราเดือดร้อนจากโครงการรัฐหลายครั้ง ถูกไล่ที่ ถูกสัญญาว่าจะชดเชย แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ครั้งนี้ขอให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชนบ้าง” ตัวแทนกล่าว

    อย่างไรก็ตาม สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการกทพ. ยืนยันว่า โครงการทางด่วน 2 ชั้น งามวงศ์วาน – พระราม 9 เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการทุกระดับ ทั้งบอร์ดกทพ. คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) และครม. โดยเห็นว่าเป็นโครงการที่ “คุ้มค่าและโปร่งใส” และสามารถแก้ปัญหาจราจรได้จริง

    “โครงการนี้จะช่วยลดปัญหาจราจรและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งลูกค้าที่ใช้ทางด่วน คือกลุ่มที่ยอมจ่ายเพื่อความรวดเร็ว รัฐจึงมีหน้าที่ให้บริการอย่างมีคุณภาพ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดสัญญาเมื่อได้รับข้อยุติจากทุกหน่วยงาน” สุรเชษฐ์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/oppose-double-deck-lack-of-transparency/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3No-YUtf7Ei8eDWD8TIPcW

  • กรมพัฒน์ ชวนเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ฝึกอาชีพฟรี มีที่พัก อาหาร วุฒิบัตร

    กรมพัฒน์ ชวนเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ฝึกอาชีพฟรี มีที่พัก อาหาร วุฒิบัตร

    กรมพัฒน์ ชวนเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ฝึกอาชีพฟรี มีที่พัก อาหาร วุฒิบัตร พร้อมโอกาสมีงานทำจริง

    กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เชิญชวนเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) สมัครเข้าร่วมฝึกอบรม “โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านอาชีพ สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และมีอาชีพที่มั่นคงในอนาคต

    นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวตรีนุช เทียนทอง ที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพแรงงานในทุกช่วงวัย โครงการดังกล่าวจึงมุ่งพัฒนาทักษะเยาวชนกลุ่มเป้าหมายซึ่งไม่ได้ศึกษาต่อ อายุระหว่าง 15-25 ปี ให้มีความรู้ และทักษะในสาขาอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมสร้างโอกาสในการมีงานทำอย่างยั่งยืน โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับสิทธิ์ในการอบรมฝึกอบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย มีที่พัก มีอาหารให้ตลอดหลักสูตร มีชุดฝึกและวุฒิบัตรรับรองเมื่อจบการอบรม และยังมีโอกาสได้รับเงินสนับสนุนครอบครัวระหว่างการฝึกอบรม หรือ ทุนการฝึกอบรม อีกด้วย การฝึกอบรมจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน (420 ชั่วโมง) ประกอบด้วยภาคทฤษฎี 2 เดือน และภาคปฏิบัติในสถานประกอบกิจการจริง 1 เดือน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และปฏิบัติงานได้จริง สำหรับหลักสูตรในการฝึกอบรมมีให้เลือกหลากหลายสาขา เช่น ช่างซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ ช่างแต่งผมบุรุษ ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่เหมาะสมตามตลาดแรงงานของแต่ละพื้นที่

    กรมพัฒน์ ชวนเยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ ฝึกอาชีพฟรี มีที่พัก อาหาร วุฒิบัตร พร้อมโอกาสมีงานทำจริง

    นายสมาสภ์ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ได้รับผลตอบรับอย่างดี โดยปีที่ผ่านมามีผู้ผ่านการฝึกอบรมจำนวน 834 คน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตั้งเป้าดำเนินการฝึกอบรมให้ได้ไม่น้อยกว่า 1,300 คนทั่วประเทศ ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานคาดหวังว่า ผู้ผ่านการอบรมจะสามารถนำทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ มีรายได้ ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และได้รับการยอมรับจากสังคมในฐานะแรงงานที่มีฝีมือ สำหรับเยาวชนที่มีความสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานในจังหวัดของตนได้ทั่วประเทศ (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) เช่น ขณะนี้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 22 นครศรีธรรมราช เปิดรับสมัครในสาขา ช่างซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ และช่างแต่งผมบุรุษระดับต้น สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 15 พระนครศรีอยุธยา เปิดรับสมัครในสาขา ช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ช่างเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ช่างซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ และช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12762796&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YtwhUvAX8DkGkB3YXmeKx

  • เวียดนามและสหราชอาณาจักรยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม

    เวียดนามและสหราชอาณาจักรยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม

    เวียดนามและสหราชอาณาจักรยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม

    ในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นาย To Lam เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และ นาย Keir Starmer นายกรัฐมนตรีแห่ง  สหราชอาณาจักร ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักร ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ 14 ของโลกที่มีความสัมพันธ์กับเวียดนามในระดับนี้ แสดงให้เห็นว่าเวียดนามได้เดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมกับสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย จีน สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร

    นาย To Lam และนาย Keir Starmer ชื่นชมต่อการพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักรในเชิงบวก โดยเฉพาะในความพยายามขจัดอุปสรรคและแสวงหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ภายใต้เจตนารมณ์แห่งความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยนาย To Lam เน้นย้ำว่า เวียดนามให้ความสำคัญกับมิตรภาพแบบดั้งเดิมกับสหราชอาณาจักรมาโดยตลอด โดยยึดหลักความเคารพซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการมองไปสู่อนาคต เวียดนามพร้อมที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหราชอาณาจักร เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ในภาคสำคัญต่างๆ เช่น การเมือง การทูต การป้องกันประเทศและความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การเงิน การธนาคาร การศึกษา การฝึกอบรม สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน โดยยืนยันว่าเวียดนามในฐานะสมาชิกอาเซียน พร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหราชอาณาจักรเพื่อเป็นสะพานเชื่อมและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรและอาเซียน และเป็นประตูสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

    นาย Keir Starmer แสดงความปรารถนาที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ครอบคลุมกับเวียดนาม โดยเฉพาะภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีสหราชอาณาจักร-เวียดนาม (Vietnam – UK Free Trade Agreement: UKVFTA) และความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific PartnershipCPTPP) รัฐบาลสหราชอาณาจักรพร้อมที่จะสนับสนุนเวียดนาม               ในการดำเนินการตามพันธกรณีที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักรเพิ่มการลงทุนและความร่วมมือในเวียดนาม รวมถึงให้คำมั่นที่จะสนับสนุนเวียดนามใน   การดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition Partnership: JETPมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนและเร่งการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่เป็นธรรม

    ผู้นำทั้งสองประเทศยืนยันว่า ทั้งสองประเทศมีศักยภาพอย่างมากสำหรับความร่วมมือในยุคใหม่ โดยเฉพาะ             ในการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจและพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล       และการฝึกอบรมบุคลากรที่มีคุณภาพสูง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกำหนดเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าเป็นสองเท่าในอนาคต โดยนาย Keir Starmer นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรหวังว่า เวียดนามจะสนับสนุนความร่วมมือด้านอีคอมเมิร์ซและบริการทางการเงินภายใต้กรอบ CPTPP 

    ในช่วงท้ายของการเจรจา ผู้นำทั้งสองได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการยกระดับความสัมพันธ์เวียดนาม-สหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม โดยการแถลงการณ์ดังกล่าวประกอบด้วย 48 ประเด็น ซึ่งระบุมาตรการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเวียดนาม-สหราชอาณาจักรใน ประการหลัก ได้แก่                (1) การส่งเสริมความร่วมมือในด้านการเมือง การทูต การป้องกันประเทศและความมั่นคง (2) เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเงิน (3) วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม (4) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (5) สุขภาพ สิ่งแวดล้อม พลังงาน    และ (6) การเปลี่ยนแปลงสีเขียว เนื้อหาของแถลงการณ์ร่วมยังยกย่องความสำเร็จที่สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ยืนยันหลักการ และกำหนดแนวทางหลักในการส่งเสริมและเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนามิตรภาพแบบดั้งเดิม

    ในโอกาสนี้ กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามและกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงระหว่างประเทศ และแผนการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นการย้ายถิ่นฐาน นอกจากแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงความร่วมมือด้านการโยกย้ายถิ่นฐานแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้บรรลุข้อตกลงหลายฉบับในสาขาต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ การเงินสีเขียว การศึกษาและการฝึกอบรม สาธารณสุข พลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ความร่วมมือในท้องถิ่น ฯลฯ

    กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามระบุว่า ข้อตกลงดังเหล่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างรากฐานในการกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    (จาก https://vneconomy.vn/)

    ข้อคิดเห็น สคต

    สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของเวียดนาม สหราชอาณาจักรเป็นพันธมิตรการค้ารายใหญ่เป็นอันดับของเวียดนามในยุโรป ในช่วงที่ผ่านมา การค้าระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากการผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีทวิภาคี (FTA) เวียดนาม-สหราชอาณาจักร (UKVFTA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2564 ในช่วง เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกระหว่างเวียดนามและสหราชอาณาจักรยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่า 6,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเวียดนามส่งออกไปยัง  สหราชอาณาจักรมูลค่า 6,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าที่เวียดนามส่งออกไปยังสหราชอาณาจักรมากที่สุด ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องนุ่งห่ม และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและสัตว์น้ำ และเวียดนามนำเข้าจากสหราชอาณาจักร ได้แก่ เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ และอะไหล่อื่นๆ 

    การเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการของนาย To Lam เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2568 ถือเป็นก้าวใหม่ของการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยทั้งสองประเทศได้ตกลงที่จะยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม” ซึ่งจะเปิดศักราชความร่วมมือที่ลึกซึ้ง เป็นรูปธรรม และ              มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การเยือนครั้งนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป และส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในภูมิภาค ซึ่งผลการเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับกรอบความสัมพันธ์ทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังยืนยันทิศทางความร่วมมือระยะยาวที่ครอบคลุมและยั่งยืนระหว่างสองประเทศอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของเวียดนามในการขยายพื้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในระยะยาวที่ครอบคลุมและยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/kogtyx39hp22pdvjb7ll4o9m&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s4DqtBiTTEDKi7PyzghJj

  • ศธจ.แพร่ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษาฯ

    ศธจ.แพร่ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษาฯ

    ศธจ.แพร่ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษาฯ

    6 Nov 68

    ศธจ.แพร่ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษาในระดับภาคและกลุ่มจังหวัด (การขับเคลื่อนสมัชชาการศึกษาจังหวัดแพร่ เพื่อเข้าสู่พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา)

    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. นายสุทิน จันทรวรเชตต์ ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ มอบหมายให้นายพิทักษ์ กาวีวน รองศึกษาธิการจังหวัดแพร่ พร้อมด้วยบุคลากรกลุ่มบริหารงานบุคคล เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนการบริหารจัดการการศึกษาในระดับภาคและกลุ่มจังหวัด (การขับเคลื่อนสมัชชาการศึกษาจังหวัดแพร่ เพื่อเข้าสู่พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา) โดยมีนายมานพ ดีมี ประธานกรรมการสมัชชาการศึกษาจังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมฯ ณ หอประชุมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ทั้งนี้ ในเวลา 15.30 น. นายสุทิน จันทรวรเชตต์ ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3814424/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3b_tbDexIL2nN4XaK6THIt

  • ‘พชร์ อานนท์’นำทีม ‘แจ๊ส-ยูโร-ป๋อง’ยกทัพสร้างตำนานโขก!’หมู่บ้านโคกะโหลก’ – แนวหน้า

    ‘พชร์ อานนท์’นำทีม ‘แจ๊ส-ยูโร-ป๋อง’ยกทัพสร้างตำนานโขก!’หมู่บ้านโคกะโหลก’ – แนวหน้า

    ฟิล์มกูรู” นำทีมโดย “ธัญญา วชิรบรรจง” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตรายการและผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 โดยได้จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรอบ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/926048&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34r724y5brqZ4bQqAtnUhn

  • ‘สหมงคลฟิล์มฯ’ คอนเฟิร์ม ‘เสือ’ ได้ไปต่อ!ขยาย ‘จักรวาลเสือ’ – แนวหน้า

    ‘สหมงคลฟิล์มฯ’ คอนเฟิร์ม ‘เสือ’ ได้ไปต่อ!ขยาย ‘จักรวาลเสือ’ – แนวหน้า

    ล่าสุด “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ยืนยันอย่างเป็นทางการเตรียมพัฒนาโปรเจกต์ภาคต่อของ “จักรวาลเสือ” เพื่อต่อยอดความสำเร็จและศรัทธาที่ผู้ชมมีให้กับตำนานบทใหม่ของภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/925985&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34E6C14tjzXH9xbJhqbYGm